ตอนที่ 4 : เมื่อข่าวลือกลายเป็นเรื่องจริงที่ต้องรับมือ และคนที่ไม่คาดคิดก้าวเข้ามายืนข้าง
เช้าวันพฤหัสบดี
เมย์เดินเข้าโรงอาหารตึก A พร้อมกับเมเปิ้ลและคิริน ถือถาดข้าวต้มกับชาร้อน ตั้งใจจะนั่งโต๊ะมุมที่สามคนชอบนั่งประจำ
แต่พอเดินเข้ามาในโรงอาหาร เมย์สังเกตว่ามีสายตาบางคู่มองมาทางเธอ
ไม่ใช่แบบที่เห็นนายแบบหล่อเดินผ่านแล้วเหลียวตาม แต่เป็นแบบที่กำลังประเมินบางอย่าง
เมย์เดินต่อทำเป็นไม่เห็น
"เมย์" คิรินพูดเบาๆ ข้างๆ "เมื่อคืนที่บอกน่ะ เธอโอเคไหม?"
"อืม…โอเค" เมย์ตอบเร็ว
คืนก่อน คิรินโทรมาบอกเรื่องในกลุ่มแฟนคลับ ว่ามีคนระบุชื่อเธอแล้ว เมย์ฟังจบก็พูดว่าโอเค แล้วก็นอนหลับได้ปกติ
หรืออย่างน้อยก็พยายามให้ได้
"ถ้าไม่โอเคบอกได้นะ" คิรินพูดต่อ เสียงเบาและจริงใจ
"ขอบคุณนะ" เมย์ยิ้มให้เพื่อน
ทั้งสามนั่งลง เริ่มกินข้าว บทสนทนาปกติดำเนินไปสักพัก ก่อนที่เมเปิ้ลจะวางช้อนลงด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไป
"อย่าหันนะ" เมเปิ้ลพูดเงียบๆ
เมย์และคิรินแข็งทื่อพร้อมกัน
"มีสาวสี่คนนั่งอยู่โต๊ะหลังเธอ มองมาตลอดตั้งแต่เราเดินเข้ามา หนึ่งในนั้นชื่อมินตรา เป็นหัวหน้ากลุ่มแฟนคลับริวที่ไม่เป็นทางการ"
เมย์จิบชาเฉยๆ "แล้วยังไง?"
"แล้วก็ยังไง" เมเปิ้ลตอบด้วยสีหน้าที่บอกว่ายังไม่จบ "ฉันว่าพวกนั้นดูเหมือนจะไม่ได้มาเพื่อกินข้าวแน่ๆ"
ราวกับจะพิสูจน์คำพูดนั้น เสียงเก้าอี้ขยับดังขึ้นจากด้านหลัง
"ขอโทษนะคะ"
เมย์วางช้อนลง หันกลับ
สาวผมสั้นทรงบ๊อบ ใบหน้าสะอาดสวย สีหน้าสุภาพแต่ดวงตาประเมิน ยืนอยู่ข้างโต๊ะ
"เธอชื่อเมย์ใช่ไหมคะ? เรียนภาษาญี่ปุ่นปีสาม?"
เมย์มองหน้าคนที่เข้ามาทัก
"ใช่ค่ะ"
สาวคนนั้นพยักหน้าเล็กน้อย ดูเหมือนยืนยันสิ่งที่คิดไว้แล้ว
"ฉันชื่อมินตรา อยากคุยด้วย…ได้ไหม? ไม่นานหรอก"
เมเปิ้ลเปิดปากจะพูด แต่เมย์วางมือบนแขนเพื่อนเบาๆ ก่อน
"ได้ค่ะ" เมย์พูด แล้วหันมามองเมเปิ้ลและคิริน ส่งสัญญาณว่า ไม่เป็นไร
มินตรานั่งลงที่เก้าอี้ว่างข้างโต๊ะ ไม่ได้เชิญตัวเอง แต่ก็ทำเป็นธรรมชาติพอที่จะไม่ดูหยาบคาย
"เธอรู้จักกับริว มิยาโมโต้ได้ยังไง?" เธอถามตรง
"บังเอิญเจอกันในห้องสมุด" เมย์ตอบเสียงเรียบ "แว่นเราแตกในเหตุการณ์นั้น แล้วเขาก็พาไปซื้อใหม่ให้ แค่นั้นเลย"
"แค่นั้นเลยเหรอ?" มินตราถามซ้ำ น้ำเสียงไม่ได้เป็นปฏิปักษ์ แต่ก็ไม่ได้เชื่อทั้งหมด
"ค่ะ แค่นั้นเลย" เมย์ยืนยัน
มินตรามองเธออยู่นาน สายตาอ่านใบหน้าเมย์อย่างละเอียด
"ฉันไม่ได้มาเพื่อทะเลาะนะ" มินตราพูดในที่สุด น้ำเสียงเปลี่ยนไปเล็กน้อย ตรงกว่าเดิมแต่ก็นุ่มกว่าด้วย "แค่อยากรู้จริงๆ เพราะมีคนในกลุ่มที่... กังวลมากกว่านั้น"
"กังวลแบบไหน?" เมย์ถาม
"แบบที่อาจจะทำเรื่องไม่สวยงามถ้าเจอเธอก่อนที่จะคุยกันแบบนี้" มินตราพูดตรง ไม่ปิดบัง
เมเปิ้ลขมวดคิ้ว
เมย์รับข้อมูลนั้น เงียบอยู่ครู่หนึ่ง
"ขอบคุณที่มาพูดตรงๆ" เมย์พูด "แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงกับสิ่งที่เธอบอก เพราะเราไม่ได้ทำอะไรผิด และก็ไม่มีอะไรให้อธิบายเพิ่มนอกจากที่พูดไปแล้ว"
มินตรามองเธอ
"เธอไม่กลัวเลยเหรอ?"
"กลัว" เมย์ตอบเงียบๆ ตรงไปตรงมา "แต่แล้วก็ต้องดำเนินชีวิตต่อไปเหมือนเดิม"
ความเงียบสั้นๆ ลอยอยู่ระหว่างสองคน
มินตรากะพริบตา บางอย่างในสีหน้าเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย ยากจะบอกว่าคืออะไร
เธอลุกขึ้น
"โอเค ขอบคุณที่คุยด้วย" เธอพูด แล้วหยุดอีกครั้งก่อนจะเดินไป "และ... ระวังตัวด้วยละกัน ไม่ใช่ทุกคนในกลุ่มจะใจเย็นแบบฉัน"
แล้วเธอก็เดินกลับไปโต๊ะของตัวเอง
เมเปิ้ลรอจนมินตราเดินพ้นหูแล้วถึงพูด
"แกโอเคมากนะ วะ"
เมย์หยิบช้อนขึ้นกินข้าวต้มต่อ
"ข้าวเย็นแล้ว"
ช่วงสายของวันเดียวกัน
ริวนั่งในห้องสมุดชั้นสอง โต๊ะหน้าหน้าต่าง มีหนังสือวิชาวิศวกรรมกระจายอยู่รอบข้าง หูฟังเสียบแต่ไม่เปิดเพลงตามเคย
โทรศัพท์สั่น
ภาค: "มึง เรื่องเมย์น่ะ มีคนในกลุ่มแฟนคลับระบุตัวตนได้แล้ว และมีบางคนที่กูไม่ชอบหน้าเลยพูดเรื่องนี้ในกลุ่ม มึงรู้เรื่องรึยัง?"
ริวอ่านข้อความ วางโทรศัพท์ลง
แล้วหยิบขึ้นมาพิมพ์ต่อ
ริว: "รู้แล้ว"
ภาค: "แล้วมึงจะทำยังไง?"
ริว: "คิดอยู่"
ภาค: "ถ้ามึงไม่ทำอะไร กูจะไปจัดการเองนะ มึงก็รู้ว่ากูทำได้"
ริวรู้ดีว่าภาคทำได้ ภาคที่รู้จักคนทั่วมหาลัย รู้จักใครต่อใคร และมีเสน่ห์พอที่จะพูดให้คนเชื่อได้เกือบทุกเรื่อง
ริว: "ยังไม่ต้อง รอก่อน"
ภาค: "โอเค แต่ถ้าเรื่องมันบานปลายกูไม่รอนะ"
ริววางโทรศัพท์ลง
มองออกไปนอกหน้าต่าง ต้นไม้สีเขียวไหวเบาๆ ในลมช่วงสาย
เขานึกถึงสิ่งที่เห็นเมื่อวานตอนเดินผ่านสวน เมย์ยืนตอบสาวกลุ่มนั้นด้วยเสียงสงบ หน้าตั้ง ไม่มีน้ำตา ไม่มีเสียงสั่น
แต่มือที่ถือกระเป๋านั้นกำแน่นผิดปกติ
เขาสังเกตเห็น แม้จะอยู่ห่างออกไปสิบกว่าเมตร
เธอไม่ได้โอเคอย่างที่แสดงออก
ริวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์
ริว: "ตอนนี้อยู่ที่ไหนครับ?"
รอสักครู่
เมย์: "ห้องสมุดชั้นสามค่ะ ทำไมคะ?"
ริวเก็บหนังสือลงกระเป๋า ลุกขึ้น
เมย์นั่งอยู่ที่โต๊ะมุมห้องสมุดชั้นสาม โซนวรรณกรรมเอเชีย หนังสือภาษาญี่ปุ่นเปิดอยู่ตรงหน้า ดินสอในมือ
แต่ก็จดโน้ตได้ไม่กี่บรรทัดในชั่วโมงที่ผ่านมา
เสียงก้าวเท้าเดินเข้ามาหยุดอยู่ข้างโต๊ะ
เมย์มองขึ้น
ริวยืนอยู่ตรงหน้า กระเป๋าเป้สะพายหลัง มือหนึ่งถือกาแฟสองแก้ว
เขาวางแก้วหนึ่งลงตรงหน้าเมย์ โดยไม่ถาม แล้วดึงเก้าอี้ตรงข้ามออกนั่ง
เมย์มองแก้วกาแฟ มองริว
"ริว…มีอะไรรึเปล่าคะ?"
"มาหาที่นั่งทำงาน" เขาพูดพลางเปิดหนังสือ "แค่นั้นครับ"
เมย์จ้องหน้าเขาสักครู่ อ่านสีหน้าที่อ่านไม่ออกตามเคย
แล้วก็มองลงที่แก้วกาแฟ
ลาเต้เย็น น้ำตาลน้อย
เธอไม่เคยบอกว่าชอบดื่มอะไร
แต่มันก็ถูกต้อง
"ขอบคุณค่ะ" เธอพูดเบาๆ
ริวพยักหน้าโดยไม่มองขึ้นจากหนังสือ
ทั้งคู่นั่งทำงานในความเงียบ เงียบที่ไม่ได้อึดอัด แต่มีบางอย่างอยู่ในนั้น บางอย่างที่เมย์ยังนิยามไม่ได้
สักพัก ริวพูดขึ้นโดยไม่มองจากหนังสือ
"เช้านี้เป็นยังไงบ้าง?"
เมย์ดันแว่นขึ้น "เรื่องที่โรงอาหารน่ะเหรอคะ? ริวรู้?"
"เดาได้ครับ"
เมย์หายใจออก "มีคนมาถามตรงๆ ชื่อมินตรา เธอไม่ได้แย่ แค่ถามว่าเรื่องจริงหรือเปล่า เมย์ก็ตอบไปว่าบังเอิญจริงๆ"
"เธอเชื่อไหม?"
"ไม่รู้ค่ะ" เมย์ตอบตรง "แต่เธอบอกว่ามีคนในกลุ่มที่ใจร้อนกว่าเธอ"
ริววางปากกาลง มองเมย์
"ถ้าเจอเรื่องอะไรอีก บอกผมทันทีนะครับ"
"ริวจะทำอะไรได้คะ?"
คำถามนั้นออกมาตรงๆ ไม่ได้เจตนาแข็งกร้าว แค่เป็นคำถามที่สมเหตุสมผล
ริวมองหน้าเธอสักครู่
"ทำได้หลายอย่างครับ"
"เช่น?"
"เช่น พูดตรงๆ ว่าเรื่องนี้เป็นแค่อุบัติเหตุ ทุกคนเข้าใจผิด และไม่มีอะไรที่เมย์ต้องถูกโจมตีเพราะเรื่องนี้เลย" เขาพูดเสียงเรียบ ไม่ได้ยโส แค่แน่วแน่ในแบบที่ทำให้รู้สึกว่าเขาพูดจริงๆ
เมย์เงียบ
"ริวไม่ต้องรับผิดชอบขนาดนั้นหรอกค่ะ มันเป็นแค่โซเชียล"
"มันไม่ได้อยู่แค่ในโซเชียลแล้ว" ริวพูดตัด เสียงยังเรียบ แต่มีน้ำหนักมากกว่าเดิม "แต่เหตุการณ์เมื่อเช้ามีคนมาถึงโต๊ะเมย์เลยไง"
เมย์เปิดปากจะพูด แต่ก็ปิดอีก
เพราะเขาพูดถูก
"ผมจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้ลุกลามต่อ" ริวพูดต่อ "แต่ขอเวลาจัดการแบบที่ไม่ทำให้เรื่องใหญ่กว่าเดิมก่อนได้ไหมครับ?"
เมย์มองหน้าเขา
ในดวงตาคู่นั้นไม่มีความลังเล ไม่มีคำพูดเพื่อปลอบใจ มีแค่สิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นความตั้งใจจริงๆ
"โอเคค่ะ" เธอพูดในที่สุด เสียงเบากว่าปกติ
ริวพยักหน้า หยิบปากกากลับมาจดโน้ต
เมย์จิบกาแฟ
ลาเต้เย็น น้ำตาลน้อย ถูกต้องทุกอย่าง
เธอไม่ถามว่าเขารู้ได้ยังไง
บางทีบางเรื่องก็ไม่จำเป็นต้องถาม
เย็นวันนั้น
ริวเดินเข้าฟิตเนสที่คอนโดชั้นล่าง เวลาหกโมงครึ่งตามปกติ เปลี่ยนชุดออกกำลังกาย เริ่มวอร์มอัพที่ลู่วิ่ง
ภาคนั่งอยู่บนม้านั่งกดดัมเบล เห็นริวเข้ามาก็ยักคิ้ว
"คิดออกแล้วยัง? เรื่องที่บอกว่าจะจัดการ"
"กำลังคิด"
"กูมีไอเดีย" ภาควางดัมเบลลง "กูรู้จักคนในกลุ่มนั้น ถ้ามึงโพสต์อะไรสักอย่าง หรือพูดตรงๆ ในพื้นที่ที่คนเห็น เรื่องก็จบได้เร็ว"
"โพสต์อะไร?" ริวถามขณะเริ่มวิ่งจ็อกกิ้ง
"ก็ว่าเรื่องในห้องสมุดเป็นความผิดมึงเอง เมย์ไม่ได้ทำอะไร" ภาคพูด "แค่นี้แฟนคลับส่วนใหญ่ก็เชื่อแล้ว เพราะเขารักมึง เขาแค่อยากได้ยินจากปากมึงเอง"
ริววิ่งไปสักพักโดยไม่ตอบ
"แต่ถ้าทำแบบนั้น คนก็จะสนใจเมย์มากกว่าเดิม" เขาพูดในที่สุด "ตอนนี้รูปมันยังเบลออยู่ ยังไม่ชัดร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นเธอ ถ้ากูพูดชื่อเมย์ออกมาเอง มันก็จบ"
ภาคคิดตาม แล้วพยักหน้า "โอเค มึงคิดถูก แล้วจะทำยังไงต่อ?"
"พูดกับคนในกลุ่มโดยตรง ไม่ต้องโพสต์ผ่านโซเชียล มินตรารู้จักมึงไหม?"
ภาคยกมือเอาไว้ระดับอก "เออ…รู้จัก เรียนวิชาเดียวกันเมื่อเทอมที่แล้ว"
"ช่วยนัดให้กูได้ไหม?"
ภาคยิ้ม ยิ้มแบบที่ริวรู้ดีว่าหมายความว่าอะไร
"ได้ครับเพื่อน เดี๋ยวกูจัดให้"
"อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่กว่าที่ต้องการ"
"ไม่ทำๆ" ภาคพูดพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา "ไม่ทำหรอกนะ... ส่วนใหญ่"
ริวถอนหายใจเบาๆ
"ไอเชี่ยภาค"
"โอเคโอเค แค่นัดคุย ไม่ดราม่าเพิ่ม สัญญา"
วันรุ่งขึ้น บ่ายสอง
ภาคนัดมินตราที่ร้านกาแฟนอกมหาลัย เล็กๆ เงียบๆ ไม่ใช่ที่ที่คนจะสะดุดตา
มินตรามาตรงเวลา เห็นภาคก็ยักคิ้ว
"คิดว่าจะเป็นนายนะ พอได้รับข้อความก็เดาได้เลย"
"หน้าตาดูออกขนาดนั้นเลยเหรอ?" ภาคยิ้ม นั่งลงตรงข้าม
"นายเป็นคนเดียวที่สนิทกับริวและยังรู้จักฉันอยู่ด้วย" มินตรานั่งลง สั่งกาแฟ มองหน้าภาค "ริวให้มาเหรอ?"
"มันขอให้มาคุยแทน" ภาคพูดตรง ไม่อ้อมค้อม "เรื่องเมย์"
มินตราจิบน้ำ "ฉันพูดกับเธอแล้ว เมื่อวานเช้า เธอบอกว่าบังเอิญจริงๆ"
"แล้วเธอเชื่อที่เมย์พูดไหม?"
มินตรานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง "อืม…เชื่อ มองตาเธอแล้วไม่ได้โกหก และถ้าเธอจะอ่อยริวจริงๆ เธอก็คงแต่งตัวดีกว่านั้น"
ภาคอมยิ้ม
"ปัญหาคือคนอื่นในกลุ่มไม่ได้เจอเมย์แบบนั้น เขาเห็นแค่รูปและข่าวลือ"
"อืม…ฉันรู้" มินตรารับ "และฉันก็ไม่ได้คุมทุกคนได้"
"ริวมันไม่ได้ขอให้เธอคุมทุกคน" ภาคพูด "แค่ขอให้ช่วยสื่อสารในกลุ่มว่าเรื่องนี้เป็นความเข้าใจผิด เป็นอุบัติเหตุ ไม่ใช่เมย์จงใจทำ และถ้ามีใครคิดจะมีเรื่องกับเมย์ต่อ ริวมันจะจัดการเองโดยตรง"
มินตรามองหน้าภาคนาน
"ริวพูดแบบนั้นจริงๆ?"
"ผมแค่ถ่ายทอดครับ" ภาคยักไหล่ แต่ยิ้มน้อยๆ "เธอก็รู้จักริวหนิ เวลามันบอกว่าจะทำอะไร มันทำจริงเสมอ"
มินตรานิ่งอยู่นาน มองกาแฟในมือ
"โอเค ฉันจะลองพูดในกลุ่มดู แต่ไม่ได้การันตีว่าทุกคนจะฟังฉันนะ"
"ไม่ต้องการันตี แค่พูดก็พอ"
มินตราพยักหน้า แล้วมองหน้าภาคด้วยสีหน้าที่อ่านยากขึ้น
"ภาค"
"ว่า?"
"ริวเขา... ชอบเมย์เหรอ?"
ภาคยิ้มกว้างขึ้น ยิ้มที่ไม่ตอบตรงๆ แต่ก็บอกทุกอย่าง
"มันแค่รู้สึกผิดที่ทำให้เมย์ต้องมาเจอเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง"
มินตรามองหน้าเขาแบบที่บอกว่าไม่เชื่อ
"แน่นะ" เธอพูด แล้วก็เงียบอีกครั้ง เสียงในร้านกาแฟเล็กๆ ดังขึ้นแทน
สองวันต่อมา
เมย์ไม่ได้รับการรบกวนอีก ทั้งในโรงอาหารและในทางเดิน
ไม่มีใครมาถามอีก ไม่มีสายตาแปลกๆ
เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
จนกระทั่งคิรินบอกว่ามีข้อความในกลุ่มว่าเรื่องนี้ผ่านไปแล้ว ริวพูดเองแล้วว่าเป็นเรื่องบังเอิญ และขอให้ไม่ต้องพูดถึงอีก
เมย์อ่านข้อความของคิริน
นั่งอยู่กับมันสักครู่
แล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นพิมพ์
เมย์: "ริวทำอะไรบางอย่างใช่ไหม? เรื่องในกลุ่มแฟนคลับ"
รอสักพัก
ริว: "แค่พูดตามความจริงครับ"
เมย์: "ขอบคุณนะคะ"
ริว: "ไม่ต้องขอบคุณ บอกแล้วว่าเป็นเรื่องของผม"
เมย์จ้องข้อความนั้น
แล้วก็พิมพ์ต่อทั้งที่ไม่ได้วางแผนไว้
เมย์: "ริวทำอะไรหลายอย่างเพื่อคนที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่กี่วันนะคะ"
ข้อความนั้นส่งออกไปแล้วเธอก็รู้สึกเขินขึ้นมาเล็กน้อย
รอ
ริว: "ก็แล้วแต่คนครับ บางคนคุ้มค่าให้ทำตั้งแต่รู้จักวันแรก"
เมย์อ่านข้อความนั้นซ้ำสามรอบ
แล้วก็วางโทรศัพท์คว่ำลงบนโต๊ะ กดแก้มทั้งสองข้างด้วยฝ่ามือ
โอ้โห
เมเปิ้ลเดินออกมาจากห้องน้ำ เห็นเมย์นั่งอยู่ในท่านั้น
"แกทำอะไร?"
"ไม่มีอะไร"
"หน้าแดงนะ"
"ไม่แดง"
"แดงมากเลย"
"เมเปิ้ล"
"อะไร"
"ไปนอนได้แล้ว"
เมเปิ้ลหัวเราะ เดินเข้าห้องไปพร้อมพึมพำบางอย่างที่เมย์ไม่อยากฟัง
เมย์มองเพดาน
หน้าอกอุ่นๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต
บางคนคุ้มค่าให้ทำตั้งแต่รู้จักวันแรก
เธอกัดริมฝีปากข้างล่างเบาๆ
แล้วก็เปิดโน้ตบุ๊คขึ้นมา
ไฟล์นิยายโรแมนติกปรากฏขึ้น
เธอเลื่อนไปยังฉากที่ค้างไว้ บทที่พระเอกเพิ่งทำอะไรบางอย่างเพื่อนางเอกโดยไม่ได้บอกก่อน
เธออ่านทบทวนสิ่งที่เขียนไว้
แล้วก็ลบทิ้งทั้งหมด
เริ่มพิมพ์ใหม่
คราวนี้มันออกมาเป็นธรรมชาติกว่าที่เคย เหมือนมือมันรู้เองว่าจะเขียนอะไร เพราะมันมีอะไรให้หยิบมาใช้แล้ว
ไม่ใช่สิ่งที่จินตนาการขึ้น
แต่เป็นสิ่งที่รู้สึกอยู่จริงๆ