เข้าสู่ระบบ“เฮียคะ คนในออฟฟิศเขารู้กันหมดนั่นแหละค้า นี่เลยเค้ก เอาไปทำคะแนนได้เลย” กรองขวัญบอกพร้อมกับยื่นจานเค้กให้หนุ่มรุ่นพี่ ภาดาแอบชอบนฤมาศมานานแล้ว หากมีโอกาสเป็นต้องทำคะแนนจนชาวบ้านเขารู้กันหมด แต่ไม่มีใครเอ่ยถึงเท่านั้น เพราะนอกจากนฤมาศจะมีอายุมากกว่าภาดาถึงสามปีแล้ว ยังเป็นถึงผู้จัดการแผนกอีก ใครจะกล้าออกปากแซวกัน
“ในฐานะที่แกเคยมีแฟน แกว่าเจ้นิ่มจะชอบฉันบ้างหรือเปล่าวะ?”
เธอค้อนใส่คนพูดวะพูดโว้ย “พี่ผ่านผู้หญิงมาเป็นสิบๆ คน ทำไมเรื่องแค่นี้ยังดูไม่ออกอีก ผู้หญิงน่ะนะ ถ้าไม่ชอบเลยสักนิด คงไม่เปิดโอกาสให้จีบหรอก”
“อ๋อ เหมือนที่แกเปิดโอกาสให้ไอ้ผู้จัดการตลาดนั่นจีบนะเหรอ ฉันบอกแล้วว่ามันไม่น่าไว้ใจ ไอ้โตมารนี่มันเจ้าชู้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ดีนะที่แกหลุดพ้นจากมันมาได้”
“แหม ทำเป็นพูดดี ตัวเองไม่เจ้าชู้เลย”
“อดีตก็คืออดีต โอเค๊”
“โอเคอะไรกันน่ะ”
ภาดายืดตัวตรงขยับออกห่างจากกรองขวัญทันทีที่เสียงเรียบๆ ดังแทรกขึ้นมา สาวสวยที่เดินเข้ามาไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นนฤมาศคนงามนั่นเอง
“โอเคให้พี่ภาสเอาเค้กไปบริการเจ้นิ่มค่ะ” กรองขวัญบอกผู้มาใหม่เสียงหวาน ดวงหน้าน่ารักอมยิ้มจนแก้มตุ่ย
“อย่างนั้นเหรอ พี่ก็นึกว่าแอบมาจีบกันอยู่เสียอีก”
ทั้งสองคนสะดุ้งพร้อมกัน ก่อนจะรีบส่ายหน้าปฏิเสธ แต่นฤมาศไม่ได้สนใจอะไรเลย คว้าเอาจานเค้กในมือภาดาไปถือไว้เอง แล้วเตรียมจะกลับไปทำงาน หากพอสายตาหลุบมองเห็นเค้กฝอยทองถูกตัดออกไปมากกว่าครึ่ง ก็นิ่วหน้ามองกรองขวัญ
“แปลกนะเรา ปกติไม่เห็นชอบทานขนมหวานๆ มากขนาดนี้ ยังบ่นกับพี่ว่าต้องทานพอเป็นพิธีไม่ให้เจ้าของร้านเขาเสียใจไม่ใช่เหรอ ทำไมวันนี้ถึงกลับมาจ้วงที่ออฟฟิศต่ออีกล่ะ”
“เจ้คิดเหมือนผมเลย ดูครีมขาวๆ เขียวๆ นั่นสิ อี๋!” ภาดาพูดพลางทำท่าขนลุกขนพองใส่ตัวกินหวาน
“พี่ภาส! อี๋เอ๋ออะไร เค้กนี่ไม่หวานขนาดนั้นสักหน่อย ดูสิ หอมนุ่ม อร้อยอร่อย” เธอบอกพร้อมเลื่อนกล่องเค้กให้ไปทั้งสองคนดูใกล้ๆ
“ฉันว่าแกตะกละมากกว่า ระวังจะอ้วนจนเดินไม่ได้ ดูสิ พุ่งแกยื่นออกมาแล้วนะ” รุ่นพี่หนุ่มกระแซะอย่างไม่เกรงใจ เลยถูกกรองขวัญทำหน้างอใส่รุ่นพี่อย่างนึกเคือง “อย่ามาเคือง มันยื่นออกมาจริงๆ ฉันเห็นแกเป็นน้องนุ่งนะ ถึงบอกให้รู้ให้ระวัง”
“ลูกเป็ดเพิ่งจะกินลงไป มันก็ต้องยื่นออกมาสิ”
นฤมาศกลับนึกเห็นด้วยกับภาดา “แต่พี่ว่าลดๆ ลงหน่อยก็ดีนะ ถ้าไม่เห็นว่าช่วงนี้ลูกเป็ดกินเก่ง พี่คงนึกว่าเรามีน้องแน่ๆ เลย”
...มะ...มีน้อง...
“มีน้อง? ท้องเหรอเจ้นิ่ม ไอ้เป็ดจะท้องได้ยังไง มันเลิกกับไอ้เลวนั่นเป็นเดือน...” ภาดาชะงักเมื่อเห็นอาการนั่งตัวแข็งของรุ่นน้อง รีบขยับเข้าไปถามเสียงเข้ม “แกนั่งตัวแข็งแบบนี้ อย่าบอกนะว่าเจ้พูดแทงใจดำ แกถูกฟันแล้วทิ้งเหรอไอ้เป็ด!”
“ไม่ใช่! ลูกเป็ดไม่ได้ท้องสักหน่อย” เถียงหน้าแดง จะท้องได้ยังไงในเมื่อเธอจัดการป้องกันตัวเองเรียบร้อยแล้ว
“ให้มันจริงเถอะ”
“ก็บอกว่าไม่ได้ท้องไงเล่า!”
ณ คอนโดส่วนตัวของกรองขวัญในเย็นวันนั้น
มือเล็กสั่นระริกจนแท่งตรวจการตั้งครรภ์ที่ถืออยู่ร่วงตกพื้นเย็นจัดของห้องน้ำดังแก๊กๆ ไอ้ขีดสองขีดแดงๆ บนแท่งมันกระแทกตากรองขวัญจนหน้ามืดไปหมดแล้ว ทดสอบมาสามครั้ง ผลออกมาตรงกันทุกอัน
ท้อง!
ท้องได้ยังไง?
ก็กินยาคุมฉุกเฉินไปแล้วนี่
หรือไม่ได้กิน...?
“โอ้ย! ทำไมชีวิตฉันมันถึงได้ซวยอย่างนี้นะ”
มือเล็กทึ่งผมตัวเองด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะพุ่งออกจากห้องน้ำไปค้นหาเศษซากยาคุมฉุกเฉินในถังขยะ แม้จะรู้ดีว่ามันไม่มีอยู่ เพราะเธอมักจะเอาขยะไปทิ้งทุกเสาร์ และนี่มันก็ผ่านมาจะสามเดือนอยู่แล้ว เมื่อค้นไม่เจอจริงๆ กรองขวัญจึงพยายามตั้งสติใหม่
“แท่งตรวจบ้าๆ พวกนั้นต้องเก่าแล้ว เราอาจจะทำผิดวิธีก็ได้ ต้องไปหาหมอ ฉันต้องไปให้หมอตรวจ!”
...หลายชั่วโมงให้หลัง
ดวงตากลมโตมองคู่สามีภรรยาที่นั่งประคองกันอยู่ข้างๆ แล้วหัวใจเจ็บแปลบขึ้นมาดื้อๆ พวกเขาเพิ่งเดินกลับออกมาจากห้องตรวจด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างคนมีความสุขที่กำลังจะมีลูกน้อยมาเติมเต็มชีวิตคู่ ขณะที่เธอกำลังนั่งหงอยอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวหน้าห้องตรวจแบบสติสตังขาดหาย
หมอบอกว่าในท้องเธอมีเด็กน้อยอยู่คนหนึ่ง
เธอท้องแล้วจริงๆ ด้วย
“...ฮึก”
กรองขวัญสะอื้นเบาๆ พร้อมน้ำตาเม็ดใสไหลอาบแก้มนวล ขณะก้มลงมองพุงตัวเอง พุงที่ยื่นออกมาสักพัก แต่เธอกลับไม่รู้ตัวเลยว่าสิ่งที่อยู่ข้างในไม่ใช่ไขมันส่วนเกิน แต่เป็นเด็กทารกคนหนึ่งต่างหาก และเขาก็มีอายุได้ประมาณแปดสัปดาห์แล้วด้วย
“ทำไมหนูเลือกมาอยู่กับฉันล่ะ หือ? ฉันยังไม่พร้อมเป็นแม่ใครนะ หนูไม่ควรมาอยู่กับฉันแบบนี้ ไม่ควรมาเลย” พึมพำเบาๆ พร้อมกับใช้มือลูบท้องไปมาอย่างเหม่อลอย
แค่เผลอตัวเผลอใจคืนเดียว หายนะครั้งใหญ่ก็เข้ามาเยือนชีวิต
คำพูดของภวัตเริ่มวนกลับเข้ามาในหัว
‘ถ้าท้องล่ะ เมื่อคืนพี่จำไม่ได้ว่าป้องกันทุกครั้งหรือเปล่า’
ตอนนั้นเธอบอกเขาไปว่า...
‘ไม่ท้องหรอก’
‘ตามใจ พูดเองนะว่าพี่เป็นคนได้ ลูกเป็ดเป็นคนเสีย’
“ฮึก! ฮืออออ”
ก้อนสะอื้นตีขึ้นมาจนต้องยกมือขึ้นปิดหน้าร้องไห้อย่างทนไม่ไหวอีกต่อไป เดิมเธอเป็นฝ่ายเสีย ตอนนี้กลับเป็นฝ่ายได้ขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว
เธอควรจะทำยังไงกับเด็กในท้องคนนี้ดี...
ณ คาเฟ่ขนมหวานใต้ตึกสูงระฟ้า อันเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทพีเอ็มยานยนตร์ในเวลาบ่ายแก่ๆ อย่างนี้มีลูกค้าที่เข้ามานั่งในร้านมีเพียงไม่กี่คน หนึ่งในนั้นคือหญิงสาวในชุดสีชมพูอ่อนกับเด็กชายหน้าตาน่ารักในชุดหมีทับเสื้อยืดสีแดงสดใส“อ้ามมม”"อ้ำ!"ขณะทั้งสองกำลังหยอกล้อแย่งขนมเค้กช็อคโกแลตกับไอศกรีมอยู่นั่นเอง โต๊ะด้านหลังพลันมีคนมานั่งลงพร้อมเสียงสนทนาที่น่าสนใจยิ่ง“นี่หล่อนได้ยินข่าวลือจากชั้นบนหรือเปล่า”“ได้ยินมาหลายเรื่อง หล่อนหมายถึงเรื่องไหนล่ะ”“ก็เรื่องที่แม่ผู้ช่วยคนใหม่อ่อยท่านประธานไง คนในบริษัทเม้าท์กันให้แซ่ด แม่นั้นจ้องจะงาบท่านเช้าเย็น”“แต่ฉันได้ข่าวมาว่าท่านประธานมีเมียแล้วนะ”“โอ๊ย มีแต่ไม่มาก็เหมือนไม่มีนั่นแหละ อีกอย่างหล่อๆ อย่างนั้น ถึงมีเมียแล้วผู้หญิงบางคนก็ยอมเป็นเมียน้อยย่ะ!”ช้อนที่กำลังตักไอศกรีมเข้าปากลูกชายชะงักไปตั้งแต่ได้ยินประโยคต้นๆ ของสองสาว ดวงหน้าสวยอย่างคนสุขภาพดีแอบหันไปมอง ถ้าดูจากชุดฟอร์มแล้ว ท่านประธานที่พวกหล่อนเอ่ยถึง น่าจะเป็นสามีของเธอ“แม่คับ อ้ำ!” เสียงใสๆ เรียกท้วงพร้อมเอื้อมมาคว้าช้อนของหวานเข้าปากเสียเองกรองขวัญได้สติหันมามองลูกชายส
จะมีสักกี่คนในโลกที่ตกหลุมรักใครสักคนอย่างไม่มีเหตุผลภวัตดันตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่งโครมใหญ่เธอคนนั้นไม่ใช่ผู้หญิงสวยจัด ไม่ใช่ผู้หญิงพราวเสน่ห์น่าหลงใหล แต่เป็นเด็กสาวหน้าตาน่ารักวัยยี่สิบคนหนึ่ง“สวัสดีค่ะอาวัต ชื่อลูกเป็ดนะคะ เป็นเพื่อนสนิทของดาด้าค่ะ”เด็กสาวยกมือไหว้พร้อมเอ่ยแนะนำตัวอย่างร่าเริง รอยยิ้มสดใสที่เธอส่งให้ในวันนั้น เปรียบเหมือนศรรักพุ่งเข้าปักหัวใจเขา แต่เพราะช่วงวัยที่ห่างกันเป็นสิบปี ชายหนุ่มจึงได้แต่เก็บงำความรู้สึกไว้ในใจ ไม่กล้าแม้แต่จะบอกให้เธอรู้บางทีภวัตอาจจะค่อยๆ ลืมรอยยิ้มสดใสในวันนั้น หากหลานสาวจะไม่ให้เขาไปรับที่มหาวิทยาลัยอาทิตย์ละสองสามวัน ซึ่งลูกเป็ดแสนน่ารักกับนาริสาก็มักจะติดสร้อยห้อยตามมาด้วยทุกครั้ง เด็กสาวทั้งสามเป็นเด็กเรียนดีที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกอย่างของทางมหาวิทยาลัย รู้จักคนมากมายทั้งในคณะและนอกคณะ ไม่แปลกที่ความน่ารักน่ามองของพวกเธอจะเข้าตาหนุ่มๆ จนเข้ามาตามจีบไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะลูกเป็ดของเขาภวัตเกรงว่าพวกเธอจะโดนล่อลวง จึงหาคนมาดูแลอยู่ห่างๆ คอย ‘กำจัด’ เด็กหนุ่มพวกนั้นออกไป โดยไม่บอกให้พวกเธอรู้ตัว ไม่คิดว่าขณะที่เขามุ่งมั่นสร้างควา
“ยังไม่รีบไปดูอีก!”เทวาตีนผีไม่รีรออะไรอีก แจ้นลงเรือนไปทันที ไม่นานก็วิ่งหน้าตั้งกลับมาบอกอย่างแตกตื่น “ไปแล้วพ่อ! ไม่มีใครอยู่สักคน! พวกเขาไปแล้ว!”พอได้ยินเสียงอาหนุ่ม พฤทธิ์ที่ถูกคุณตาอุ้มออกมานั่งตักรอฟังข่าวก็ส่งเสียงอ้อแอ้ใส่ เทวาได้แต่เดินไปนั่งลงข้างๆ พ่อแล้วถามอย่างไม่เข้าใจ“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นอะพ่อ”แดนดินจับตัวหลานชายที่ดิ้นไปหาเทวาอย่างต้องการเล่นกับอาด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกข้างยื่นกระดาษแผ่นเล็กให้ลูกชายไปอ่านเอง เขาเจอมันตอนอุ้มพฤทธิ์ออกมาจากเปล เป็นโน้ตจากกรองขวัญ เขียนไว้ว่าฝากพฤทธิ์ด้วยนะคะเราสองคนขอไปฮันนีมูนย้อนหลังก่อนแล้วจะซื้อของมาฝากแม่เป็ดเอง (ห้ามรังแกหลาน)ใครๆ ก็บอกว่าเขาชอบคิดไปเองจนเรื่องมันบานปลายไปใหญ่โต ก็ดูสถานการณ์แต่ละอย่างที่เขาเจอสิ จะไม่ให้คิดไปเองยังไงไหว!ด้านเทวาอ่านโน้ตที่พี่สาวทิ้งไว้แล้วมือสั่น หันไปบอกพ่อด้วยสีหน้าจวนจะร้องไห้ “นี่มันก่อการร้ายชัดๆ เลยนะพ่อ พวกเรารับมือไม่ไหวแน่”“ปา...ปะ...”เสียงเล็กๆ พูดแทรกเหมือนอยากคุยด้วย แต่คุณตากับคุณอาได้ยินแล้วถึงกับสะดุ้งมองด้วยสายตาผวา กลัวพฤทธิ์จะแผลงฤทธิ์ ยามที่เจ้าอ้วนอารมณ์ดีก็น่ารัก
เรื่องที่สามีแอบวางแผนมัดใจตนมานานแสนนานทำให้กรองขวัญทั้งฉุนทั้งมีความสุขตลอดวัน เข้าใจแล้วว่าทำไมภวัตถึงยอมตามเธอมาอยู่ที่นาทองคำ ยอมให้แดนดินใช้งานสารพัดพอรู้ว่าเขารักขนาดนี้ อะไรๆ มันก็ดีไปหมดแต่ดูเหมือนว่าภวัตจะมีข้อเสียเรื่องความหื่น!สามีของเธอชักเริ่มเคยตัวขึ้นทุกวันๆ พอได้หนึ่งครั้ง...เอ่อ...หนึ่งคืนเต็มๆ ในวันนั้น เขาก็จัดให้แทบไม่ว่างเว้น ยังดีที่รู้ตัวว่าต้องชดใช้แรงงานให้เธอด้วยการเลี้ยงลูกแทน“แอะ!”กรองขวัญมองลูกชายที่โตวันโตคืนโบกไม้โบกมืออยู่บนเบาะนอนข้างๆ เหมือนอยากจะเล่นด้วย เธอเขี่ยแก้มยุ้ยของลูกชายเล่นเบาๆ อย่างรักใคร่ พฤทธิ์อยู่ง่ายเลี้ยงง่ายเหลือเกิน กินปุ๊บ หลับปั๊บ ถูกใจพ่อเขานัก แต่เวลาคุณชายโมโหไม่ได้ดั่งใจขึ้นมานี่ร้องจ้าหูร้าวกันทั้งบ้าน ต้องให้ภวัตอุ้มโอ๋ถึงจะหยุดร้อง“แอะ แอะ”“เด็กดี แม่ดีใจจริงๆ ที่หนูเกิดมาจากความรักที่พ่อมีต่อแม่”เรื่องที่ลูกชายเกิดมาเพราะพ่อแม่เมาไม่รู้ตัว เป็นปมใหญ่ในใจเธอมาตลอด เดิมคิดว่าภวัตมาแต่งงานด้วยเพราะต้องการรับผิดชอบเท่านั้น ใครจะคิดว่าความจริงคือเขาค่อยๆ ต้อนเธอด้วยความรักมาแต่แรกแล้ว“โตขึ้นหนูต้องเป็นเด็กดี รักพ่อกับ
“คนโกหก!” คนตื่นขึ้นมาในสภาพมีรอยจ้ำสีกุหลาบเต็มตัวบนเตียงหลังใหญ่ตะโกนใส่หน้าสามี พร้อมกับทุบอกกว้างขาวเนียนนั่นอย่างโมโห“โอ๊ยๆ อะไรกันลูกเป็ด มาทุบพี่ทำไม”“ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ! ความจำกลับมาแล้วใช่ไหม คนบ้า! ทำแบบนี้ได้ยังไง มาหลอกแอ้มเค้าทำไม!“ภวัตหัวเราะเบาๆ ดึงภรรยาลงมานอนบนอกที่โดนทุบเอาๆ เมื่อกี้อย่างไม่ถือสา “เลิกโวยวายเสียงเบาได้แล้วน่า เดี๋ยวลูกก็ตื่นหรอก”คนใช้เสียงเท่ายุงบินขึงตาใส่สามี ถ้าไม่กลัวลูกที่นอนก้นโด่งอยู่ในคอกข้างๆ จะตื่นขึ้นมา เธอคงกรี๊ดลั่นบ้านไปแล้ว เขามันเสือร้ายชัดๆ เลย!“บอกแล้วว่าความจำของพี่ไม่สำคัญเลย แค่เรารักกันเหมือนตอนนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะแก่เฒ่าจากกันไปก็พอแล้วสำหรับพี่”“แต่ลูกเป็ดกลัวนี่ อาวัตรู้ไหมว่าลูกเป็ดกลัวมากแค่ไหน ลูกเป็ดกลัวว่าอาวัตจะจำได้ว่าเราแต่งงานกันเพราะอะไร เรามีลูกเพราะอะไร กลัวจนเครียดไปหมด แต่ที่ลูกเป็ดกลัวที่สุดก็คือกลัวอาวัตไม่รักลูกเป็ดแล้ว!!”ภวัตดึงคนคิดมากขึ้นมาจูบเบาๆ ก่อนจะสั่งว่า “ห้ามพูดว่าพี่ไม่รักลูกเป็ดนะ”“ก็ลูกเป็ดกลัวนี่”“มั่นใจในตัวเองหน่อยสิ ลูกก็มีด้วยกันแล้ว ยังจะกลัวอะไรอีก หืม”“ถ้าอาวัตไม่บังเอิ
“แอะ!”เจ้าอ้วนน้อยหันมาคุยกับพ่อพร้อมชูไม้ชูมือหา ภวัตเลยอุ้มขึ้นมานั่งบนตัก ประคองคอเล็กไว้ด้วยมือข้างเดียว“คิดถึงพ่อเหรอเด็กอ้วน”“แจ๊บๆ”ภวัตมองการดีดแขนดีดขากำมือจะเอาเข้าปากอมของลูกชายด้วยสายตาอ่อนใจอยู่บ้าง ท่าทางแบบนี้แปลว่าต้องการอาหารแล้ว “ไม่กินแล้วครับ กินเยอะจะอ้วนเป็นลูกหมูน้อยนะ”ไม่รู้ว่าฟังเข้าใจหรือขัดใจที่พ่อไม่เอานมให้กินสักที พฤทธิ์ถึงออกอาการน้ำตาคลอขึ้นมาทันตาเห็น “ฮึก...”คนเป็นพ่อถึงกับส่ายหน้า บอกทีเถอะ ว่านี่เป็นพฤติกรรมทั่วไปของเด็กอายุสองเดือน พฤทธิ์กินเอาๆ จนตอนนี้ตัวเลขน้ำหนักนำหน้าอายุไปไกลแล้ว แหล่งผลิตอาหารชั้นเลิศของพฤทธิ์ก็อวบขึ้น...“มองอะไรคะ!” เจ้าของอกอวบที่นอนกางแขนอยู่รีบยกมือปิดอกไว้ภวัตแกล้งทำตาวาวมอง “แค่มองก็ไม่ได้ พฤทธิ์ทั้งจับทั้งดูด ไม่เห็นลูกเป็ดจะบ่นเลย”“ก่อนจะมีลูก พี่วัตทำมากกว่าลูกอีกนะ”“จำไม่เห็นได้เลย ว่าเคยทำ”กรองขวัญถึงกับอ้าปากค้าง ถ้าเขาไม่เคยทำ พฤทธิ์คงจะเกิดขึ้นมาจากการนิมิตของเธอเองละมั้ง!“ไม่เป็นไร รอลูกโตมากกว่านี้อีกหน่อย พี่จะให้ลูกเป็ดทวนความจำให้พี่แบบพิเศษแน่นอน”ทวนความจำแบบพิเศษอะไรของเขาล่ะ!“อื้อ! อ่อย...อ
ขณะก้องภพกำลังอยู่ในอาการช็อคหนักขบวนการคืนความสุขประสานรอยร้าวให้พ่อกับพี่สาวช็อคหนักยิ่งกว่า!พวกเขามองกรองขวัญที่ร้องไห้อยู่กับอกแม่ด้วยความเห็นใจ ถึงว่าทำไมพ่อโกรธนักโกรธหนา ยังไงก็ไม่ยอมใจอ่อนอภัยให้สักที ที่แท้มันมีเหตุนี่เอง นี่ถ้าพวกเขาไม่ได้หยุดเรียนเสาร์อาทิตย์พอดีก็คงไม่รู้เรื่องอะไรกับ
มือเล็กยกขึ้นพนมไหว้ตามหลังภิกษุชราที่ออกมาเดินรับบิณฑบาตหน้าเรือนในเช้านี้ ก่อนจะหันไปรับกระติบข้าวเหนียวและถาดใส่กับข้าวจากทวดคำหอมที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างๆ ประคองร่างเล็กของท่านเดินกลับเข้าเรือนแม้ปีนี้อายุจะล่วงเข้าแปดสิบกว่าแล้ว ทวดคำหอมก็ยังแข็งแรงดีพอๆ กับเรือนไทยของท่าน ด้วยแดนดินกับฤทัยรั
กรองขวัญเดินออกมาถึงชานเรือนก็มองเห็นทวดคำหอมนั่งโบกพัดเรียกลมให้ตัวเองอยู่กลางศาลานั่งเล่นอย่างสบายใจ ทำเอาเธออดคิดถึงวันเก่าๆ ไม่ได้สมัยก่อนเรือนคำหอมเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย มีคุณทวดคำหอมเป็นประธานใหญ่ พ่อดินกับแม่หนูอุ่นเป็นผู้จัดการ ยายมากับยายบัวเป็นฝ่ายเลขา อาก้องหล้ากับเด็กๆ กว่าเจ็ดคนอย่างพว
“รักมันมากเหรอ”ไม่ผิดจากที่คิด ทันทีที่ภวัตและเลขากลับไป แดนดินก็เปิดศาลเตี้ยกับลูกสาว กรองขวัญได้แต่สะอื้นฮักก้มหน้าร้องไห้เสียงแหบเสียงแห้ง ถ้าคนตาดีหน่อยจะเห็นว่าดวงตากลมโตฉ่ำน้ำนั่นเหลือบมองพ่อเป็นระยะๆ“พ่อไว้ใจลูกมากนะ ถึงปล่อยให้ทำงานอยู่กรุงเทพฯ แทนที่จะเรียกกลับมาอยู่บ้าน ลูกรักมันมากกว่า







