LOGINชายร่างสูงสง่าในชุดสูทสีเข้มเดินออกไปขึ้นรถสีดำเงาวับที่ลูกน้องขับมารับด้วยท่าทางนิ่งขรึม แสงที่ลอดผ่านหน้าต่างเข้ามาส่องให้เห็นใบหน้าหลอเหลาแต่ดูเหนื่อยล้า เพราะหลายวันมานี้ภวัตยุ่งจนแทบไม่ได้นอนเลย
“คุณวัตจะไปที่เดิมหรือเปล่าครับ” ผู้ทำหน้าที่พลขับถามขึ้น ขณะนำรถเคลื่อนออกสู่ถนนใหญ่ด้านหน้า
“อืม” ภวัตตอบด้วยเสียงในคอแบบเนือยๆ ขณะถอดเสื้อตัวนอกกับไทวางไว้ข้างตัว ก่อนปลดกระดุมเสื้อตัวในออกสามเม็ด พับแขนเสื้อขึ้นลวกๆ พลางถามลูกน้อง “เรื่องลูกเป็ดไปโรงพยาบาลวันนั้น ได้เรื่องหรือยัง เธอไปหาหมอทำไม”
“นี่ครับ ผลการตรวจของคุณลูกเป็ดในวันนั้น”
คนเป็นลูกน้องยื่นซองขาวที่เพิ่งได้มาสดๆ ให้เจ้านาย พวกเขาต้องทำการ ‘ขอซื้อ’ อยู่ตั้งสามสี่วันกว่าจะได้มันมา
ฝ่ายเจ้านายรับซองมาเปิดอ่านเงียบๆ สักพักดวงตาคมก็ฉายแววบางอย่างออกมา เดาไม่ออกเลยว่ากำลังโกรธหรือดีใจมากกว่ากัน
กรองขวัญตั้งครรภ์แล้ว!
ภวัตบอกไม่ถูกว่าตอนนี้ตัวเองรู้สึกยังไง ดีใจมากพอๆ กับไม่พอใจที่กรองขวัญไม่บอกเขาเรื่องนี้ เดือนนี้เขามัวแต่หัวหมุนบินไปบินมาระหว่างประเทศในแถบเอเชีย ไม่รู้เลยว่ากลับมาจะมีเซอร์ไพรส์ชุดใหญ่ ตัวเขายังรู้สึกก้ำกึ่งเช่นนี้ แล้วแม่ลูกเป็ดน้อยจะรู้สึกยังไงนะ
ดีใจหรือว่าเสียใจ...
“เธอลงมาแล้วครับ”
ภวัตที่อาศัยเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงงีบหลับลืมตาขึ้นมาช้าๆ ดวงตาที่พร่ามัวเล็กน้อยจากการหลับเมื่อครู่มองประตูทางเข้าออกตึกที่ตนมารอเฝ้าบ่อยๆ
แล้วเขาก็เห็นแม่ลูกเป็ดน้อยกำลังเดินออกมาจากตรงนั้น
รอยยิ้มอบอุ่นผุดขึ้นมาบนใบหน้าหล่อเหลาตอนเห็นหญิงสาวเดินไปซื้อผลไม้จากรถเข็นข้างทาง ทั้งที่มีของกินหลายถุงอยู่ในมือ ยิ้มนั้นขยายออกมากขึ้น เมื่อเธอเดินออกมาเรียกรถแท็กซี่ริมถนนหลังซื้อของเสร็จ ไม่ได้ขึ้นไปยืนเบียดคนบนรถไฟฟ้าที่แล่นผ่านหน้าตึกเหมือนอย่างเคย ยังดีที่เธอรู้จักห่วงตัวเองกับลูกในท้อง
พวกเขาขับรถตามแท็กซี่สีสดที่กรองขวัญขึ้นไปนั่งแบบห่างๆ อย่างไม่กลัวคลาดกัน เพราะรู้ดีว่าปลายทางของรถคันนั้นอยู่ที่ไหน ทว่าแทนที่จะจอดรถมองผู้โดยสารสาวก้าวลงรถแล้วเดินเข้าตึกไปด้วยความปลอดภัยเหมือนทุกครั้ง วันนี้กลับต่างออกไป
“นายกลับไปได้เลย เดี๋ยวฉันกลับเอง”
“คุณวัตมีประชุมตอนแปดโมงครึ่งนะครับ”
เมื่อถูกเลขาเตือนแบบนั้น ภวัตก็ตวัดสายตามองแวบหนึ่ง ก่อนจะลงจากรถไป เป็นสายตาที่เลขาอ่านได้ว่า
เรื่องนั้นไม่จำเป็นต้องย้ำเตือนเขาหรอก!
ก๊อกๆ
จู่ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูแทนเสียงกริ่งแจ้งเตือนดังขึ้นมา กรองขวัญชะงักช้อนที่กำลังจะตักอาหารเข้าปากหันไปมองด้วยความไม่พอใจ
“ใครมาขัดจังหวะเนี่ย”
บ่นอยู่คนเดียวก่อนจะวางช้อนลงแล้วลุกเดินไปเปิดประตูออก ด้วยคิดว่าแก้วกานดากับนาริสามาหา
“จะมาก็ไม่บอกก่อน กับข้าวกับปลาฉันไม่ได้มีพร้อมรอแก...”
เสียงบ่นขาดขายเมื่อภาพในตาฟ้องชัดว่าคนตรงหน้าหาใช่เพื่อนรัก
ไหงถึงกลายเป็นภวัตไปได้ล่ะ?
“มาได้ไงคะ”
“ขึ้นลิฟต์มา” แขกบอกพร้อมกับแทรกตัวเดินเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ จนเจ้าของห้องต้องรีบปิดประตูวิ่งตามหลังมาขวางไว้กลางห้อง
“ลูกเป็ดหมายถึงมาทำไมคะ แล้วข้างล่างให้ขึ้นมาได้ยังไง”
คอนโดเธอหละหลวมเรื่องแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร ถ้าเป็นแก้วกานดาหรือนาริสาที่มาบ่อยๆ ก็ว่าไปอย่าง
“พี่บอกว่ามาหาเมีย พนักงานเขาจำได้ว่าพี่เคยมาวันนั้น เลยยอมให้ขึ้นมา” บอกเสียงเนิบขณะกวาดสายตามองอาหารบนโต๊ะด้วยสายตาตกใจเล็กน้อย กรองขวัญกินอยู่คนเดียว แต่บนโต๊ะกลับเรียงรายไปด้วยอาหารหลายชนิดเลยทีเดียว
“นี่อาวัต... อาวัตบอกพวกเขาว่าไงนะคะ!”
ภวัตหันกลับมาเตือนเสียงเย็น “อย่าเรียกสามีว่าอา”
“อาวัตไม่ควรมาที่นี่ ถ้ามีคนเห็นจะทำยังไง” เธอไม่สนใจเรื่องอื่น
“ช่างหัวมันสิ”
กรองขวัญถึงกับพูดไม่ออก เขาก็พูดได้สิ แต่ถ้ามีคนรู้ว่าเขามาหาเธอที่คอนโดตอนมืดค่ำแบบนี้ จะให้เธอเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะ!
“อย่ามาทำตาโตอ้าปากค้าง เรื่องระหว่างเรามันมาไกลเกินกว่าที่พี่จะปล่อยผ่านไปเงียบๆ อีกแล้ว เราต้องคุยกันใหม่กรองขวัญ”
“เราคุยกันเข้าใจแล้วนี่คะ” บอกเสียงสั่น พยายามเก็บอาการตัวเองเอาไว้ไม่ให้เผยพิรุธเรื่องสำคัญ
“ในเบื้องต้นเราคุยกันเข้าใจดีแล้ว แต่ตอนนี้มันต่าง” เขาบอกด้วยรอยยิ้มตัวร้าย แถมขยับเข้าไปชิดจนหญิงสาวต้องก้าวถอย ตาคมกริบมองต่ำไปยังบริเวณท้องน้อยๆ แล้วเอ่ยในสิ่งที่ทำให้คนฟังใจหาย “คนที่อยู่ในนั้น เขาทำให้สถานการณ์ระหว่างเรามันเปลี่ยนไป ว่าไหม?”
กรองขวัญรู้สึกเหมือนหัวใจจะหยุดเต้น เงยหน้ามองเขาด้วยแววตาสั่นระริก เธอแสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น คิดหาทางออกอยู่คนเดียวมาเป็นสัปดาห์ พ่อแม่พี่น้องยังไม่รู้เรื่องเลยสักคน... “อาวัตรู้ได้ยังไง”
“เรื่องนั้นไม่สำคัญ พี่ต้องการคำอธิบายเกี่ยวกับเลือดเนื้อเซื้อไขของพี่ในท้องลูกเป็ด”
“คำอธิบายอะไร”
“ไหนบอกว่าจะ ‘ไม่ท้อง’ แล้วทำไมถึงท้องแล้วล่ะ”
“...” กรองขวัญ
ณ คาเฟ่ขนมหวานใต้ตึกสูงระฟ้า อันเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบริษัทพีเอ็มยานยนตร์ในเวลาบ่ายแก่ๆ อย่างนี้มีลูกค้าที่เข้ามานั่งในร้านมีเพียงไม่กี่คน หนึ่งในนั้นคือหญิงสาวในชุดสีชมพูอ่อนกับเด็กชายหน้าตาน่ารักในชุดหมีทับเสื้อยืดสีแดงสดใส“อ้ามมม”"อ้ำ!"ขณะทั้งสองกำลังหยอกล้อแย่งขนมเค้กช็อคโกแลตกับไอศกรีมอยู่นั่นเอง โต๊ะด้านหลังพลันมีคนมานั่งลงพร้อมเสียงสนทนาที่น่าสนใจยิ่ง“นี่หล่อนได้ยินข่าวลือจากชั้นบนหรือเปล่า”“ได้ยินมาหลายเรื่อง หล่อนหมายถึงเรื่องไหนล่ะ”“ก็เรื่องที่แม่ผู้ช่วยคนใหม่อ่อยท่านประธานไง คนในบริษัทเม้าท์กันให้แซ่ด แม่นั้นจ้องจะงาบท่านเช้าเย็น”“แต่ฉันได้ข่าวมาว่าท่านประธานมีเมียแล้วนะ”“โอ๊ย มีแต่ไม่มาก็เหมือนไม่มีนั่นแหละ อีกอย่างหล่อๆ อย่างนั้น ถึงมีเมียแล้วผู้หญิงบางคนก็ยอมเป็นเมียน้อยย่ะ!”ช้อนที่กำลังตักไอศกรีมเข้าปากลูกชายชะงักไปตั้งแต่ได้ยินประโยคต้นๆ ของสองสาว ดวงหน้าสวยอย่างคนสุขภาพดีแอบหันไปมอง ถ้าดูจากชุดฟอร์มแล้ว ท่านประธานที่พวกหล่อนเอ่ยถึง น่าจะเป็นสามีของเธอ“แม่คับ อ้ำ!” เสียงใสๆ เรียกท้วงพร้อมเอื้อมมาคว้าช้อนของหวานเข้าปากเสียเองกรองขวัญได้สติหันมามองลูกชายส
จะมีสักกี่คนในโลกที่ตกหลุมรักใครสักคนอย่างไม่มีเหตุผลภวัตดันตกหลุมรักผู้หญิงคนหนึ่งโครมใหญ่เธอคนนั้นไม่ใช่ผู้หญิงสวยจัด ไม่ใช่ผู้หญิงพราวเสน่ห์น่าหลงใหล แต่เป็นเด็กสาวหน้าตาน่ารักวัยยี่สิบคนหนึ่ง“สวัสดีค่ะอาวัต ชื่อลูกเป็ดนะคะ เป็นเพื่อนสนิทของดาด้าค่ะ”เด็กสาวยกมือไหว้พร้อมเอ่ยแนะนำตัวอย่างร่าเริง รอยยิ้มสดใสที่เธอส่งให้ในวันนั้น เปรียบเหมือนศรรักพุ่งเข้าปักหัวใจเขา แต่เพราะช่วงวัยที่ห่างกันเป็นสิบปี ชายหนุ่มจึงได้แต่เก็บงำความรู้สึกไว้ในใจ ไม่กล้าแม้แต่จะบอกให้เธอรู้บางทีภวัตอาจจะค่อยๆ ลืมรอยยิ้มสดใสในวันนั้น หากหลานสาวจะไม่ให้เขาไปรับที่มหาวิทยาลัยอาทิตย์ละสองสามวัน ซึ่งลูกเป็ดแสนน่ารักกับนาริสาก็มักจะติดสร้อยห้อยตามมาด้วยทุกครั้ง เด็กสาวทั้งสามเป็นเด็กเรียนดีที่เข้าร่วมกิจกรรมทุกอย่างของทางมหาวิทยาลัย รู้จักคนมากมายทั้งในคณะและนอกคณะ ไม่แปลกที่ความน่ารักน่ามองของพวกเธอจะเข้าตาหนุ่มๆ จนเข้ามาตามจีบไม่เว้นแต่ละวัน โดยเฉพาะลูกเป็ดของเขาภวัตเกรงว่าพวกเธอจะโดนล่อลวง จึงหาคนมาดูแลอยู่ห่างๆ คอย ‘กำจัด’ เด็กหนุ่มพวกนั้นออกไป โดยไม่บอกให้พวกเธอรู้ตัว ไม่คิดว่าขณะที่เขามุ่งมั่นสร้างควา
“ยังไม่รีบไปดูอีก!”เทวาตีนผีไม่รีรออะไรอีก แจ้นลงเรือนไปทันที ไม่นานก็วิ่งหน้าตั้งกลับมาบอกอย่างแตกตื่น “ไปแล้วพ่อ! ไม่มีใครอยู่สักคน! พวกเขาไปแล้ว!”พอได้ยินเสียงอาหนุ่ม พฤทธิ์ที่ถูกคุณตาอุ้มออกมานั่งตักรอฟังข่าวก็ส่งเสียงอ้อแอ้ใส่ เทวาได้แต่เดินไปนั่งลงข้างๆ พ่อแล้วถามอย่างไม่เข้าใจ“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นอะพ่อ”แดนดินจับตัวหลานชายที่ดิ้นไปหาเทวาอย่างต้องการเล่นกับอาด้วยมือข้างเดียว ส่วนอีกข้างยื่นกระดาษแผ่นเล็กให้ลูกชายไปอ่านเอง เขาเจอมันตอนอุ้มพฤทธิ์ออกมาจากเปล เป็นโน้ตจากกรองขวัญ เขียนไว้ว่าฝากพฤทธิ์ด้วยนะคะเราสองคนขอไปฮันนีมูนย้อนหลังก่อนแล้วจะซื้อของมาฝากแม่เป็ดเอง (ห้ามรังแกหลาน)ใครๆ ก็บอกว่าเขาชอบคิดไปเองจนเรื่องมันบานปลายไปใหญ่โต ก็ดูสถานการณ์แต่ละอย่างที่เขาเจอสิ จะไม่ให้คิดไปเองยังไงไหว!ด้านเทวาอ่านโน้ตที่พี่สาวทิ้งไว้แล้วมือสั่น หันไปบอกพ่อด้วยสีหน้าจวนจะร้องไห้ “นี่มันก่อการร้ายชัดๆ เลยนะพ่อ พวกเรารับมือไม่ไหวแน่”“ปา...ปะ...”เสียงเล็กๆ พูดแทรกเหมือนอยากคุยด้วย แต่คุณตากับคุณอาได้ยินแล้วถึงกับสะดุ้งมองด้วยสายตาผวา กลัวพฤทธิ์จะแผลงฤทธิ์ ยามที่เจ้าอ้วนอารมณ์ดีก็น่ารัก
เรื่องที่สามีแอบวางแผนมัดใจตนมานานแสนนานทำให้กรองขวัญทั้งฉุนทั้งมีความสุขตลอดวัน เข้าใจแล้วว่าทำไมภวัตถึงยอมตามเธอมาอยู่ที่นาทองคำ ยอมให้แดนดินใช้งานสารพัดพอรู้ว่าเขารักขนาดนี้ อะไรๆ มันก็ดีไปหมดแต่ดูเหมือนว่าภวัตจะมีข้อเสียเรื่องความหื่น!สามีของเธอชักเริ่มเคยตัวขึ้นทุกวันๆ พอได้หนึ่งครั้ง...เอ่อ...หนึ่งคืนเต็มๆ ในวันนั้น เขาก็จัดให้แทบไม่ว่างเว้น ยังดีที่รู้ตัวว่าต้องชดใช้แรงงานให้เธอด้วยการเลี้ยงลูกแทน“แอะ!”กรองขวัญมองลูกชายที่โตวันโตคืนโบกไม้โบกมืออยู่บนเบาะนอนข้างๆ เหมือนอยากจะเล่นด้วย เธอเขี่ยแก้มยุ้ยของลูกชายเล่นเบาๆ อย่างรักใคร่ พฤทธิ์อยู่ง่ายเลี้ยงง่ายเหลือเกิน กินปุ๊บ หลับปั๊บ ถูกใจพ่อเขานัก แต่เวลาคุณชายโมโหไม่ได้ดั่งใจขึ้นมานี่ร้องจ้าหูร้าวกันทั้งบ้าน ต้องให้ภวัตอุ้มโอ๋ถึงจะหยุดร้อง“แอะ แอะ”“เด็กดี แม่ดีใจจริงๆ ที่หนูเกิดมาจากความรักที่พ่อมีต่อแม่”เรื่องที่ลูกชายเกิดมาเพราะพ่อแม่เมาไม่รู้ตัว เป็นปมใหญ่ในใจเธอมาตลอด เดิมคิดว่าภวัตมาแต่งงานด้วยเพราะต้องการรับผิดชอบเท่านั้น ใครจะคิดว่าความจริงคือเขาค่อยๆ ต้อนเธอด้วยความรักมาแต่แรกแล้ว“โตขึ้นหนูต้องเป็นเด็กดี รักพ่อกับ
“คนโกหก!” คนตื่นขึ้นมาในสภาพมีรอยจ้ำสีกุหลาบเต็มตัวบนเตียงหลังใหญ่ตะโกนใส่หน้าสามี พร้อมกับทุบอกกว้างขาวเนียนนั่นอย่างโมโห“โอ๊ยๆ อะไรกันลูกเป็ด มาทุบพี่ทำไม”“ไม่ต้องมาตีหน้าซื่อ! ความจำกลับมาแล้วใช่ไหม คนบ้า! ทำแบบนี้ได้ยังไง มาหลอกแอ้มเค้าทำไม!“ภวัตหัวเราะเบาๆ ดึงภรรยาลงมานอนบนอกที่โดนทุบเอาๆ เมื่อกี้อย่างไม่ถือสา “เลิกโวยวายเสียงเบาได้แล้วน่า เดี๋ยวลูกก็ตื่นหรอก”คนใช้เสียงเท่ายุงบินขึงตาใส่สามี ถ้าไม่กลัวลูกที่นอนก้นโด่งอยู่ในคอกข้างๆ จะตื่นขึ้นมา เธอคงกรี๊ดลั่นบ้านไปแล้ว เขามันเสือร้ายชัดๆ เลย!“บอกแล้วว่าความจำของพี่ไม่สำคัญเลย แค่เรารักกันเหมือนตอนนี้ต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าเราจะแก่เฒ่าจากกันไปก็พอแล้วสำหรับพี่”“แต่ลูกเป็ดกลัวนี่ อาวัตรู้ไหมว่าลูกเป็ดกลัวมากแค่ไหน ลูกเป็ดกลัวว่าอาวัตจะจำได้ว่าเราแต่งงานกันเพราะอะไร เรามีลูกเพราะอะไร กลัวจนเครียดไปหมด แต่ที่ลูกเป็ดกลัวที่สุดก็คือกลัวอาวัตไม่รักลูกเป็ดแล้ว!!”ภวัตดึงคนคิดมากขึ้นมาจูบเบาๆ ก่อนจะสั่งว่า “ห้ามพูดว่าพี่ไม่รักลูกเป็ดนะ”“ก็ลูกเป็ดกลัวนี่”“มั่นใจในตัวเองหน่อยสิ ลูกก็มีด้วยกันแล้ว ยังจะกลัวอะไรอีก หืม”“ถ้าอาวัตไม่บังเอิ
“แอะ!”เจ้าอ้วนน้อยหันมาคุยกับพ่อพร้อมชูไม้ชูมือหา ภวัตเลยอุ้มขึ้นมานั่งบนตัก ประคองคอเล็กไว้ด้วยมือข้างเดียว“คิดถึงพ่อเหรอเด็กอ้วน”“แจ๊บๆ”ภวัตมองการดีดแขนดีดขากำมือจะเอาเข้าปากอมของลูกชายด้วยสายตาอ่อนใจอยู่บ้าง ท่าทางแบบนี้แปลว่าต้องการอาหารแล้ว “ไม่กินแล้วครับ กินเยอะจะอ้วนเป็นลูกหมูน้อยนะ”ไม่รู้ว่าฟังเข้าใจหรือขัดใจที่พ่อไม่เอานมให้กินสักที พฤทธิ์ถึงออกอาการน้ำตาคลอขึ้นมาทันตาเห็น “ฮึก...”คนเป็นพ่อถึงกับส่ายหน้า บอกทีเถอะ ว่านี่เป็นพฤติกรรมทั่วไปของเด็กอายุสองเดือน พฤทธิ์กินเอาๆ จนตอนนี้ตัวเลขน้ำหนักนำหน้าอายุไปไกลแล้ว แหล่งผลิตอาหารชั้นเลิศของพฤทธิ์ก็อวบขึ้น...“มองอะไรคะ!” เจ้าของอกอวบที่นอนกางแขนอยู่รีบยกมือปิดอกไว้ภวัตแกล้งทำตาวาวมอง “แค่มองก็ไม่ได้ พฤทธิ์ทั้งจับทั้งดูด ไม่เห็นลูกเป็ดจะบ่นเลย”“ก่อนจะมีลูก พี่วัตทำมากกว่าลูกอีกนะ”“จำไม่เห็นได้เลย ว่าเคยทำ”กรองขวัญถึงกับอ้าปากค้าง ถ้าเขาไม่เคยทำ พฤทธิ์คงจะเกิดขึ้นมาจากการนิมิตของเธอเองละมั้ง!“ไม่เป็นไร รอลูกโตมากกว่านี้อีกหน่อย พี่จะให้ลูกเป็ดทวนความจำให้พี่แบบพิเศษแน่นอน”ทวนความจำแบบพิเศษอะไรของเขาล่ะ!“อื้อ! อ่อย...อ
“อาวัตขา...”คนเพิ่งข่มตาขมใจหลับไปไม่นานลืมตาขึ้นมาเงียบๆ“อาวัต...ฮือ...อา...ฮึก!”ร่างสูงกระโจนทีเดียวถึงสวิตช์เปิดไฟ พอไฟสว่างก็พบว่าหญิงสาวที่มีเฝือกห้อยคอกำลังนั่งอยู่กลางอาเจียนกองใหญ่บนเตียง“ลูกเป็ด!”“เหม็น!” คนอ้วกแตกกลางดึกครางบอกทั้งน้ำตา เธอเพิ่งจะหลับไปได้ครู่เดียว อยู่ดีๆ ก็ใจหวิวขึ
เนื่องจากพนักงานหลายคนถือโอกาศลาพักร้อนต่อเหมือนๆ กันเมื่อกลับมาเริ่มทำงานวันแรก ทุกคนเลยทำงานกันแบบสบายๆ มีบางคนเปิดงานขึ้นมา ‘ดู’ บ้าง แต่ส่วนใหญ่จะหนักไปทางเมาท์ให้คนอื่นฟังว่าตัวเองไปเที่ยวไหนมาในช่วงหยุดยาวมากกว่า บางคนถึงกับเดินไปคุยกับเพื่อนในแผนกอื่นก็มีในตอนบ่ายนั่นเอง นฤมาศผู้เป็นหัวหน้
“เอาลูกนั้นค่ะ ลูกนั้นๆ”ภวัตเอื้อมแขนยาวๆ ไปคว้าเอามะม่วงที่ถูกชี้ตัวโยนลงไปด้านล่างตามคำสั่ง ชีวิตนี้ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องมาปีนเก็บมะม่วงให้เมียกิน!“เก็บลงมาเยอะๆ สิคะ ลูกสองลูกจะพอกินอะไร” เสียงหวานตะโกนขึ้นมาบอกตุ้บ ตุ้บ ตุ้บ ...ทั้งมะม่วงแบบเป็นพวงและแบบลูกร่วงลงพื้นรัวๆ จากนั้นคนเก็บก็ส
แดนดินเอ่ยต่อหน้าตาย “ฉันยอมให้แต่งก็ได้ แต่ลูกเป็ดต้องย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านนี้”“ได้ไงจ๊ะ ลูกเป็ดต้องกลับไปทำงานนะพ่อ” กรองขวัญร้องท้วงหน้าตาตื่น“ไม่ต้องทำแล้ว กลับไปก็รีบจัดการลาออกให้เรียบร้อยซะ พ่อจ้างอยู่บ้านเฉยๆ ก็ได้”กรองขวัญ “...”“ไม่ลำบากคุณพ่อจ้างหรอกครับ เมียผมมีรายได้ของผมเป็นของตัวท







