LOGIN“ท่านแม่ทัพจ้าว วันนี้ข้าได้ทำเนื้อตุ๋นมาให้ เห็นว่าฮูหยินของท่านมิค่อยใส่ใจ ว่าตัวท่านชอบกินหรือดื่มสิ่งใด ข้าเลยลงมือปรุงมันด้วยตนเอง”
แม่ทัพหนุ่มนั่งจับจ้องใบหน้างาม ของพระชายาในลู่จิ้งอ๋อง แม่ทัพหนุ่มไม่ได้แสดงท่าทีใด นอกจากการจับจ้อง
“พระชายามิเห็นต้องลำบากเลย ตัวข้ามีบ่าวไพร่มากมาย ที่สามารถจัดการเรื่องเหล่านี้ได้ ข้ารู้สึกเกรงใจ ที่ทำให้พระชายาต้องลำบาก หากท่านอ๋องทราบเข้า จะต้องตำหนิข้าอย่างแน่นอน”
แม่ทัพหนุ่มเอ่ยตอบโต้ ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ เช่นเดียวกับสีหน้าและแววตา หากนางมิใช่ภรรยาผู้อื่น สิ่งที่นางนำมาให้นั้น ย่อมล้ำค่าเสมอในความรู้สึกของเขา แต่เวลานี้นางและเขา ล้วนมีพันธะแล้วทั้งสิ้น การที่นางมาใส่ใจเขาเยี่ยงนี้ ย่อมเป็นสิ่งที่มิเหมาะสม
“ท่านอ๋องเป็นผู้เสนอให้ข้ามาด้วยตนเอง ท่านแม่ทัพมิต้องหวั่นใจไปเจ้าค่ะ”
“เช่นนั้นข้าต้องฝากขอบคุณท่านอ๋องด้วย”
แม้สตรีตรงหน้าจะเป็นพระชายาอ๋อง แต่ก็เพียงอ๋องต่างแซ่ นับว่าทัดเทียมกับตัวเขา ที่เป็นสายเลือดครึ่งหนึ่งของราชวงศ์ ไม่ได้มีอำนาจสูงเกินเขา การสนทนาจึงไม่ต้องแบ่งชั้นสูงต่ำ
“ท่านแม่ทัพรีบกินตอนที่ยังร้อน ๆ ดีกว่านะจะได้ไม่มีกลิ่นคาวเนื้อ”
พระชายาลู่รีบตักเนื้อตุ๋นในส่งถ้วย ยื่นส่งให้แก่แม่ทัพหนุ่ม ด้วยท่าทางกระตือรือร้น มิว่าแววตาหรือรอยยิ้ม ล้วนเต็มไปด้วยความเย้ายวน และจริตจะกร้านของอิสตรี
“ขอบคุณ”
แม่ทัพหนุ่มเอ่ยออกไป ด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ พร้อมยื่นมืออกไปรับถ้วยเนื้อตุ๋น ชายหนุ่มก้มมอบเนื้อในถ้วย ก่อนจะตักขึ้นมาเป่าไอร้อนเบา ๆ
“ท่านพี่”
ทว่ายังไม่ทันที่จะได้เอาเข้าปาก เสียงเรียกจากหน้าประตูห้องรับแขก พลันดังขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน พระชายาลู่และแม่ทัพหนุ่ม หันไปมองเจ้าของเสียงอย่างพร้อมเพรียง
“เจ้ากลับมาแล้วหรือ”
“เจ้าค่ะ”
ถานไห่ชินเดินเข้ามาภายในห้อง สายตาที่มองตรงไปยังสามี มิได้วอกแวกไปที่ใครอื่น คงมีเพียงหางตาเท่านั้น ที่ชำเลืองมองแขกของสามี ก่อนที่เท้าบางจะหยุดลง และร่างระหงค่อย ๆ หันไปยังพระชายาลู่
“ไห่ชิน คารวะพระชายาเจ้าค่ะ”
หญิงสาวย่อกายทำความเคารพพระชายาในลู่จิ้งอ๋อง ด้วยท่วงท่าที่ไม่อ่อนไม่แข็ง คงความสง่าประหนึ่งสตรีชั้นสูง เหมือนมิใช่สตรีจากสกุลพ่อค้าสักนิด ชาติที่แล้วนางอ่อนโยน หัวอ่อนเชื่อแต่สิ่งที่ตาเห็น ชาตินี้นางจะไม่เป็นเช่นนั้นอีก
“จ้าวฮูหยิน ข้าถือวิสาสะ มาโดยมิได้นัดหมาย หวังว่าเจ้าจะมิถือสา”
“ข้าย่อมไม่อาจเอื้อม ตำหนิพระชายาเจ้าค่ะ”
หญิงสาวเอ่ยจบ ก็เดินไปนั่งลงเคียงข้างสามี ตามฐานะภรรยาเจ้าของบ้าน ใบหน้าละมุนเชิดขึ้นแต่พองาม แผ่นหลังเหยียดตรงอย่างสง่า ทุกท่วงท่าของนาง ทำให้แขกสาวถึงกับเม้มปากแน่น ก่อนจะคลี่ยิ้มอ่อนโยน ทว่ารอยยิ้มนั้นกลับไม่ส่งถึงดวงตา
“เจ้าเองก็ลองชิมดูสักหน่อยเถิด เนื้อตุ๋นนี้เป็นของชอบท่านแม่ทัพจ้าวเชียวนะ” พระชายาหันไปพยักหน้าให้สาวใช้ ตักเนื้อตุ๋นให้แก่ภรรยาเจ้าของบ้าน
“ขอบคุณเจ้าค่ะ เพียงแต่วันนี้ข้าไปไหว้พระมา ย่อมงดที่จะกินเนื้อสัตว์ใหญ่เจ้าค่ะ”
ถานไห่ชินปฏิเสธที่จะรับน้ำใจ ที่เหมือนของเหลือนั้น เพราะนางไม่ได้มีเวลามาเล่นกับเรื่องไร้สาระ ที่สตรีผู้นี้กำลังหาหนทาง ผูกมัดสามีของนางไว้ เพื่อเป็นบันไดให้ลู่จิ้งอ๋อง
“ข้ามีงานต้องสะสาง อย่างไรก็ฝากเจ้าดูแลพระชายาด้วย”
แม่ทัพหนุ่มวางถ้วยเนื้อตุ๋นลง พร้อมกับลุกขึ้น แล้วหันมาสั่งการกับภรรยา โดยไม่สนว่าแขกสาวจะรู้สึกเช่นไร เท้าหนาก้าวออกไป ด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ไม่ได้แสดงท่าทีใด
“ท่านพี่ตงเสวียน ท่านยังไม่ได้กินเนื้อตุ๋นที่ข้าทำมาให้เลยนะเจ้าคะ”
จากคราแรกที่อวิ๋นอิง วางตัวในฐานะพระชายาอ๋อง บัดนี้กลับกลายเป็นเสมือนสาวน้อย เมื่อวันวานที่ชายหนุ่มเคยหลงใหล
“ข้ามีงานต้องทำอีกมาก หากพระชายาไม่ถือสา เนื้อตุ๋นนี้ข้าจะมอบแก่คนสนิทของข้า ได้ลิ้มลองสักครั้ง”
แม่ทัพหนุ่มไม่ได้หันกลับไปมองคนด้านหลัง แต่เขาเลือกที่จะโยนภาระนั้นไปที่คนสนิท ที่ตอนนี้ยืนกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ ซึ่งนั่นทำให้ถานไห่ชิน ถึงกับขมวดคิ้วเป็นปม กับท่าทีแปลกไปของสามี ทั้งที่เมื่อก่อนเพียงน้ำแก้วเดียว ที่ได้รับจากพระชายาลู่ เขาก้ถือว่าเป็นน้ำทิพย์ล้ำค่าเลยทีเดียว ไยวันนี้ของดีมาเยือนถึงปากจึงไม่รับเอาไว้เล่า!
“แต่เมื่อครู่ข้าถามพ่อบ้านแล้วนะเจ้าคะ ว่าท่านพี่เสวียนตง ไม่มีกิจอันใดในช่วงเวลานี้”
อวิ๋นอิง ยอมที่จะทิ้งความทะนงของตนเอง เพื่อทำให้ทุกอย่างบรรลุเป้าหมาย เพราะการที่เขาทอดทิ้งนางไปในตอนนี้ มันมิต่างอันใดกับการหักหน้านาง ต่อภรรยาของเขา
“ข้าต้องรายงานบ่าวคนหนึ่ง ถึงหน้าที่ของตนเองด้วยหรือ”
แม่ทัพหนุ่มตวัดสายตาไปที่พ่อบ้าน ซึ่งเหมือนจะต้องแบกรับทุกอย่างในตอนนี้ ก่อนที่แม่ทัพหนุ่มจะก้าวออกจากห้องไป เหลือไว้เพียงใบหน้าที่คล้ายจะร้องไห้ของแขกสาว
“พระชายาเจ้าค่ะ หากไม่รังเกียจอันใด ดื่มชากับข้าได้นะเจ้าคะ ตัวข้ามาจากบ้านนอก ย่อมไม่ค่อยสันทัดเรื่องธรรมเนียมในเมืองใหญ่เจ้าค่ะ หากพระชายาเมตตาจะชี้แนะ ข้าจะนับว่าเป็นพระคุณยิ่งนักเจ้าค่ะ”
“ข้าต้องกลับไปเตรียมมื้อค่ำ สำหรับท่านอ๋อง”
ร่างงามลุกพรวดขึ้น หลังปฏิเสธคำเชิญชวนของภรรยาเจ้าบ้าน มันเรื่องบ้าอันใดกัน ไยจ้าวตงเสวียน จึงเมินเฉยต่อนางถึงเพียงนี้ ทั้งที่เมื่อก่อน ไม่ว่านางต้องการสิ่งใด เขาจะไม่เคยปฏิเสธ ทั้งที่นางออกเรือนไปแล้ว เขาก็ยังคงใส่ใจต่อนาง ราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า
“เช่นนั้นไห่ชิน น้อมส่งพระชายาเจ้าค่ะ”
พระชายาลู่ถึงกับใบหน้าตึงขึ้นหลายส่วน เมื่อได้ยินคำที่ไม่คิดรั้งของถานไห่ชิน บุตรสาวพ่อค้าคนหนึ่ง กล้านักที่จะไล่นาง...
“ฮึ!”
หญิงสาวสะบัดหน้า ก้าวฉับ ๆ ออกจากห้องรับแขกไปในทันที การที่จ้าวตงเสวียนไม่สนใจนาง คงเพราะสตรีชั้นต่ำผู้นี้เข้ามาขัดจังหวะสินะ เช่นนั้นข้าจะทำให้หญิงบ้านนอก ได้เรียนรู้ถึงความสูงต่ำที่แท้จริง
ทางเดินสู่เรือนรับรอง ถานหลี่เช่อ พร้อมสหายพากันเดินไปในความมืด ซึ่งจะมีคบไฟปักอยู่เป็นระยะ พอให้แสงสว่าง ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่ทางเดินช่วงที่ไร้แสงไฟ คงมีเพียงดวงดาวบนท้องฟ้าที่กำลังสุกสกาว เท้าที่หยุดนิ่งของเขา รั้งให้จ้างซือเถาหยุดลงยืนเคียงข้างด้วยเช่นกัน “เจ้าอยู่ที่นี่ ลำบากไม่น้อยเลยสินะ” ถานหลี่เช่อเอ่ยถามออกไป โดยที่ใบหน้าของเขาแหงนมองดวงดาวบนท้องฟ้า พร้อมกับคลี่ยิ้มละมุนให้กับความเงียบสงบในค่ำคืนนี้ “ไม่เท่าไหร่ เพียงแต่ทำไมเจ้าไม่เคยที่จะมาเมืองหลวงบ้างเลยเล่า” จ้างซือเถาขยับเข้าใกล้ถานกหลี่เช่ออีกนิด พร้อมกับโน้มใบหน้าไปใกล้ จับจ้องเสี้ยวหน้าในความสลัวรางนั้น ราวกับกำลังจับจ้องสิ่งล้ำค่า อ๊ะ! คนที่ถูกจับจ้องอยู่รู้สึกตัว จึงหันกลับมาเพื่อสบตากับคนมอง ทว่าเขากลับต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อใบหน้าของเขา สัมผัสกับจมูกคมของอีกฝ่าย “ข้าอยากที่จะมา แต่ยังไม่สะดกวเท่านั้น” น้ำเสียงที่ตอยกลับไม่เต็มเสียงเท่าใดนัก เพราะว่าใบหน้าของทั้งคู่ชิดใกล้กันเพียงเส้นด้ายขวางกั้นเท่านั้น “เจ้าไม่คิดถึงข้าบ้างเลยหรือ” ล
เรือนไห่ชิน แม่ทัพหนุ่มอุ้มภรรยาก้าวเข้าไปภายในห้องนอน ก่อนจะวางนางลงบนเตียงกว้าง แล้วเขาก้เดินกลับไปปิดประตูลงอย่างใจเย็น ถานไห่ชินเริ่มหายใจติดขัด นางรู้ดีว่าสามีนั้น แท้จริงมีความต้องการที่มากล้นอยู่ไม่น้อย “ข้าจะช่วยเจ้าอาบน้ำ” แม่ทัพหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ แน่นอนว่านี่หาใช่ครั้งแรกที่เขาทำ “ท่านแม่ทัพมิต้องก็ได้เจ้าค่ะ ข้ามิได้เมามายข้าทำเองได้เจ้าค่ะ” หญิงสาวรีบปฏิเสธด้วยหวังว่าสามีจะเมามาย มากพอที่นางจะไปแช่ตัวอยู่ในอ่างอาบน้ำ รอให้เขาหลับไปก่อน เรื่องอย่างว่าระหว่างเขาและนางจะได้ไม่เกิดขึ้น “อาบพร้อมกัน จะได้เข้านอน มันดึกมากแล้ว” ไม่รอให้นางปฏิเสธ แม่ทัพหนุ่มช้อนอุ้มภรรยาขึ้นสู่อ้อมแขนอีกครั้ง พานางก้าวเข้าไปยังหลังฉากกั้น ที่มีอ่างอาบน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเวลานี้มีกลุ่มควันลอยขึ้นเหนือน้ำ ก่อนที่เขาจะพานางออกมา ได้สั่งให้บ่าวรับใช้ จัดเตรียมเอาไว้ก่อนหน้าแล้ว “ท่านแม่ทัพ...อื้อ...” ยังไม่ทันที่นางจะได้เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก ใบหน้าหล่อเหลา ได้โน้มลงมา โดยที่มือของเขาเชยคางเล็กของนางให้เงยขึ้นรับจูบนั้นอย่างไม่อาจหลีกเล
หลังจากแขกสาวกลับไปแล้ว แม่ทัพหนุ่มก้ลุกพรวดขึ้น ก่อนจะคว้าต้นแขนภรรยา ให้ลุกขึ้นตาม แล้วช้อนอุ้มร่างบอบบางนั้นขึ้น แล้วก้าวออกจากห้องไป ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของทุกคน โดยเฉพาะเจียงสืออัน นี่มันภาพเหมือนกับวันนั้นไม่มีผิด วันที่เขาตั้งใจมาดื่มสุรากับนาง แล้วจ้าวตงเสวียนอุ้มนางกลับเข้าเรือนไป เพียงไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงครางของทั้งคู่ดังลอดออกมา เขาได้แต่นั่งดื่มสุราย้อมใจตนเอง ฟังความเคลื่อนไหวด้วยหัวใจอันเจ็บร้าว นี่อย่าบอกนะว่า...จ้าวตงเสวียนจะทำเช่นวันนั้นอีก มันจะหยามกันเกินไปแล้ว “สืออัน! เจ้าเป็นอันใดไป” จ้าวหย่งหนิง เอ่ยถามญาติผู้น้อง ที่เอาแต่มองตามหลังน้องชายของนางไป มีหรือนางจะมองไม่ออก ว่าเจียงสืออันกำลังคิดสิ่งใดอยู่ แต่น่าเสียดายที่เจียงสืออันคือองค์ชาย การจะแต่งกับสตรีที่มีฐานอำนาจของครอบครัว ที่สามารถผลักดันให้สามารถล้มราชบัลลังก์ เป็นภรรยาได้ แต่ถ้าปรับเปลี่ยนให้เป็นเพียงอนุ ก็พอได้อยู่ แต่น้องสะใภ้ของนาง เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของพ่อค้าหลวง จะแต่งเป็นอนุได้อย่างไร “พี่หญิงหย่งหนิง ไปอยู่ไกลถึงชายแดน คงมีเรื่องเล่ามากมายสินะ”
“ไม่ต้องมากพิธีไปน้องสะใภ้ คนกันเองทั้งนั้น มา ๆ ไหน ๆ ข้าก้กลับมาเยี่ยมบ้านทั้งที เรามาร่วมดื่มกันให้เต็มที่” จ้าวหย่งหนิง รินสุราลงจอกจนเต็ม แล้วยกขึ้นพร้อมเชิญชวนทุกคนให้ดื่ม รวมถึงอวิ๋นอิงที่รับสุรามาจากสาวใช้ เพื่อร่วมดื่มยินดี ที่พี่สาวของจ้าวตงเสวียนกลับมา แม้ว่านางจะขุ่นเคืองอยู่มาก ที่ถูกอีกฝ่ายพูดจากถากถางในคราแรก แต่ถ้านางต้องการเป็นหนึ่งในสกุลจ้าว เรื่องเล็กน้อยนี้นางย่อมมองข้ามได้ เมื่อใดที่นางได้เข้ามาอยู่ที่นี่อย่างเต็มตัว เมือ่นั้นนางจะทำให้คนที่ดูหมิ่นนาง ได้รู้สำนึกที่เคยดูแคลนนาง เป็นหม้ายแล้วอย่างไร บิดานางก็ยังคงเป็นขุนนาง ตัวนางเองก็ยังคงความงามอันดับหนึ่งอยู่ เพียงนางเปิดโอกาสให้คนเข้ามาในชีวิต ย่อมมีบุรุษนับร้อยดาหน้ามาสู่ขอนาง เพียงแค่เป้าหมายของนางนั้นมีแล้ว จึงได้ปิดโอกาสของบุรุษอื่นไปเสียสิ้น “เจ้าไม่ต้องดื่ม ชาดอกไม้นั่นเหมาะกับเจ้า” แม่ทัพหนุ่มเอยขึ้น ก่อนจะรับถ้วยชามาจากสาวใช้ ยื่นส่งให้ภรรยา ถานไห่ชินรับมาด้วยรอยยิ้มแห้ง ๆ นับตั้งแต่ได้ร่วมห้องกันมา นางไม่เคยได้ลิ้มรสสุราแม้แต่อึกเดียว หากจะเอ่ยถึงตัวตนของนาง ที่ไม่ได
อวิ๋นอิง นั่งลงอย่างจำยอม หญิงสาวชำเลืองมองไปที่แม่ทัพหนุ่ม เพื่อร้องขอความใส่ใจ ทว่าสิ่งที่นางได้รับกลับมา คือความนิ่งเฉย มันช่างต่างกับตอนเที่ยงยิ่งนัก หรือเพราะวันนี้เขาเห็นว่าถานไห่ชิน เก่งกาจในการเอาชนะจ้างชางชุนอย่างนั้นรึ! ฮึ! ก็ค่ำการค้า นางก็ทำได้ไม่แพ้กัน ในเมื่อเขาชอบสตรีที่หาเงินได้ นางก็จะทำให้เขาได้เห็น ว่านางเก่งกาจเพียงใด “เตรียมข้าวเพิ่ม” จ้าวฮูหยินสั่งการ ก่อนจะคีบอาหารเอาใจลุกสะใภ้ของนางต่อ ยิ่งเห็นความอิ่มเอิบบนใบหน้าของไห่ชิน ความหวังของนางก็ยิ่งมากตามไปด้วย แม่ทัพหนุ่มเลือกที่จะตักอาหารที่รสจัดน้อยที่สุด ให้แก่ภรรยา แม้จะทำเหมือนตามหน้าที่ แต่ใครบ้างไมรุ้ว่าปกติแล้ว แม่ทัพหนุ่มมิเคยทำเลยนับตั้งแต่แต่งงานมา จะมีเพียงช่วงหนึ่งเดือนมานี้ ที่ท่านแม่ทัพเริ่มจะทำ แม้ใบหน้าจะยังเฉยชาดังเดิม แต่ถ้าร่วมโต๊ะกันกับฮูหยินน้อย ท่านแม่ทัพก็จะทำให้โดยไม่ต้องมีผู้ใดบังคับ “ขอบคุณเจ้าค่ะ” อวิ๋นอิงเอ่ยกับเจ้าของบ้าน ด้วยความนอบน้อม ก่อนจะส่งยิ้มน้อย ๆ ให้แก่ทุกคน เมื่ออาหารของนาง ถูกนำมาวางบนโต๊ะ “อาหารบ้านเกิดของท่านแม่ จะมีรสกลมกล่อมไ
ยามค่ำคืน ณ จวนสกุลจ้าว ท่านราชครูในเวลานี้ ใบหน้าเริ่มที่จะแดงก่ำ ด้วยลิ้มรสสุราที่จ้างซือเถานำมาฝาก ไปเสียหลายจอก เสียงหัวเราะอย่างขบขันของเหล่าบุรุษ ทั้งหัวหงอกหัวดำ ทำให้จ้าวฮูหยินได้แต่ส่ายหน้าอย่างระอา สามีของนางกับสุรา นับว่าเป็นของคู่กัน ส่วนบุตรชายนั้น ไม่พูดไม่จานั่งตัวตรงหน้านิ่งราวรูปปั้น ทว่ามือก็ขยันยกจอกสุรา มิแพ้ผู้เป็นพ่อเลย “ท่านแม่มื้อค่ำเสร็จแล้วเจ้าค่ะ อาหารของหูเหอ ค้อนข้างเผ็ด ข้าได้เตรียมน้ำแกงที่ไม่จัดจ้านเท่าใดนักเอาไว้ให้ด้วยเจ้าค่ะ” ถานไห่ชินเอ่ยกับแม่สามีอย่างใส่ใจ ชาติที่แล้วนางมุ่งไปสนใจเพียงจ้างตงเสวียน จนบางครั้งลืมที่จะใส่ใจแม่สามี ทั้งที่อีกฝ่ายรักและเอ้นดูนางยิ่งนัก “ขอบใจเจ้ามาก แต่แม่กินเผ็ดได้ หากวันใดเราได้กลับไปเยือนหูเหอ เจ้าต้องพาแม่ไปกินของอร่อยให้ครบทุกอย่างเลยนะ” “เจ้าค่ะ แต่คงอีกนาน เพราะท่านแม่ทัพมิว่างจะเดินทางเจ้าค่ะ” หญิงสาวอยากกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่ แต่ก็ไม่อาจทำได้ตามใจนัก ถึงจะไม่แย่แสต่อความรัก ทว่านางก็ยังคงต้องรักษาสถานะของภรรยาจ้าวตงเสวียนอยู่ดี สามีไม่เอ่ยปากมีหรือจะอาจหายก







