เข้าสู่ระบบภากรไม่มีอะไรจะคุยกับน้องชายจริง ๆ เพราะเขาเป็นฝ่ายโดนโกรธ เนื่องมาจากการผิดคำพูดของเขาเองว่าไม่กล้าแตะต้องน้อง เป็นภาคินที่ไม่เข้าใจกระทั่งหญิงสาวกลับมาหาพวกเขาอีกครั้งด้วยอารมณ์ดั่งพายุร้ายที่สงบลง
“พี่ภีมพี่ภาม… ตกลงทะเลาะอะไรกันคะ?”
“เปล่า...”
สองคนตอบพร้อมกันแม้ไม่มีใครมองหน้ากันเลย พวกเขายังนั่งอยู่ที่เดิมคนละฝั่งตรงข้าม นั่นทำเอาวีณาถึงกับถอนหายใจ
“อยากให้วีไม่สบายใจเหรอคะ? พี่ภีม... พี่ภาม... อยากเห็นวีร้องไห้ใช่ไหม?” วีณาไม่ไหวต้องใช้วิธีสุดท้ายคือบีบน้ำตา! ทีแรกเธอคิดอยู่ว่าจะประชดพวกเขาด้วยการไปเที่ยวบาร์โฮสหรือสถานที่อโคจรสักที่ แต่มันคงไม่สามารถแก้ปัญหาตอนนี้
“น้องวีจะร้องไห้ทำไมครับ? พวกพี่ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันสักหน่อย”
คนหนึ่งแววตาเอ่อคลอพอเธอตีหน้าเศร้า ส่วนอีกคน “พี่ขอโทษครับ... อย่าร้องนะน้องวี”
ภาคินอาจมีหนทางปรับความเข้าใจกับพี่ชาย ในขณะที่เธอได้แต่หวังว่าเขาจะยอมลดทิฐิตัวเองลงเพื่อเธอ
“ก็ได้... งั้น... วันนี้กูขออยู่กับน้องบ้าง... ได้ไหม? พี่ภีม...” พูดอึกอัก ภายใต้แววตาเศร้าหมองบอกว่าเขาเจ็บปวดกับการกระทำของภากรมากแค่ไหน ยังเกิดหวงแหน อยากได้เธอขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลเลยสักนิด
นั่นกระตุกหัวใจอีกคนไม่น้อย ภากรก้มหน้าลงมองหน้าตัก กลอกตาไปมา “ออ... อืม ก็... ตามใจ... มีอะไรโทรมาแล้วกัน”
“ขอบคุณครับพี่ภีม”
หมายความว่าพี่ยอม! แน่นอนว่าถ้าไม่ใช่ภาคิน ไม่มีทางที่เขาจะยอมยกเธอให้ใครได้แตะต้องอีกแม้ปลายผม ทั้งที่ปากบอกว่ารัก... เธอรักใครเขาก็รัก ดวงตาคู่คมกลับเต็มไปด้วยประกายโทสะแห่งไฟริษยา
“มาด้วยกันทั้งสองคนนั่นแหละ ตามวีมาค่ะ”
วีณาตัดปัญหาด้วยการเดินนำพวกเขาทั้งสองคนไปเปิดประตู ปล่อยที่เหลือให้เป็นหน้าที่ของแม่บ้าน บางอย่างก็สามารถที่จะรับประทานกันต่อ อย่างเจ้าของบ้านว่าไม่มีใครกินทิ้งกินขว้าง อนันต์เองก็ดูแลเรื่องอาหารให้ทุกคนรับประทานกันอย่างทั่วถึง ทั้งพ่อบ้านแม่บ้านคนขับรถกินดีอยู่ดีกันทั้งนั้น
เข้าบ้านมาแล้วเธอยกมือปัดเสื้อเชิ้ตสีเข้มของพี่ชายและสีขาวครีมของน้องชายให้ ขณะที่ทั้งสองคนก้มลงมองเท้าเล็ก ๆ ที่เปื้อนดำหลังย่ำสวนหลังบ้านมา
“ป้าอ่อนชอบบ่นว่าถูบ้านเหนื่อย พี่พาไปล้างเท้านะครับคนสวย” พูดพลันสองขาเรียวลอยโหวงเข้าหาอ้อมแขน ทั้งที่เธอตั้งใจจะเข้าไปล้างเท้าอยู่ด้วยความเคยชินไม่ต้องให้ใครอุ้ม
สองขาเรียวลอยโหวงเข้าหาเจ้าของวงแขนอุ่นที่ฉีกยิ้มกว้าง “ให้พี่พาไปล้างเท้านะทูนหัว... จะขัดให้สะอาดเลยจ้ะ”
ฮะ! วีณาเบิกตากว้างตะลึงแต่ก็ยอมวางพักมือไว้บนเชิ้ตสีน้ำเงินเข้ม กลิ่นหอมคุ้นเคย
ภากรหาเรื่องเอาใจมากกว่า เขาเป็นอย่างนั้นมาตลอดตั้งแต่มีความสัมพันธ์เกินเลยกับเธอ ดูแลราวกับว่าเป็นเจ้าหญิงโดยไม่สนสายตาใคร โดยเฉพาะน้องชาย...
“พี่ครับ... ขอผมอุ้มน้องบ้าง... ได้ไหม?”
“ฮะ?” คำถามเต็มวงหน้าของพี่ชายที่เพิ่งจะรับปากไป สีหน้าเป็นสุขของเขาเจื่อนลงพอแววตาคู่คมเว้าวอนขอกันซึ่ง ๆ หน้า
“ได้หรือเปล่าครับ? ผมขออุ้มน้อง ล้างเท้าให้น้องได้ไหม... ให้ผมทำนะครับ...”
ร้อยวันพันปีภาคินหรือจะยอมเรียกพี่ชายว่าพี่! ไม่มีทางที่ภาคินจะเรียกพี่ชายว่าพี่แต่เรียกมึง!
“นะครับพี่ครับ”
ภากรก้มหน้าลงมองสาวน้อยที่ยักคิ้วหลิ่วตาให้ทั้งสองคนสงบศึกเพื่อเธอ ตัวเขาจึงต้องยอมชายอีกคน
“ออ... โอเค อืม ๆ” แล้วจึงยอมส่งร่างนุ่มนิ่มในอ้อมแขนไปอย่างเสียดาย
-------------
มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะอยู่กันสามคน ถ้าไม่ใช่ในความสัมพันธ์รูปแบบพี่น้อง
ปัญหาอยู่ที่วีณาไม่เคยเห็นพวกเขาเป็นพี่ชายมาตั้งนานแล้ว ไม่เลย... พวกเขาไม่ใช่พี่น้องร่วมสายเลือดของเธอด้วยซ้ำเพราะว่าเธอเป็นลูกสาวคนเดียวของคุณพ่อ
“ลูกทำงานเสร็จแล้วเอาเอกสารไปส่งให้เลขาฯ พ่อด้วยนะ ไม่ส่งทางอีเมลนะครับ พ่ออยากได้เป็นกระดาษ...” อนันต์บอกแล้วปิดประตูห้องลงยืนบังข้างหน้าไว้ เขากลอกตาไปมาก้มหน้าลงหาลูกสาวคนสวยที่ยืนทำหน้างงหลังคุณพ่อโทรเรียกตัวมาแต่เช้าตรู เธอยังอยู่ในสภาพเดรสนอนสีขาวยาวมีเสื้อคลุมแพรไหมยาวถึงตาตุ่ม มือป้องปากหาวหวอด ๆ และคงไม่อยากออกไปไหน
“พ่อคะ... เอกสารอะไรเป็นความลับมากเลยหรือคะ ทำไมไม่ให้พี่ภีมพี่ภามเอาไปให้ล่ะ?”
“พ่อไว้ใจลูกสาวพ่อมากกว่าเนอะ วีค่อยเอาไปให้ตอนบ่ายก็ได้นะ”
คำพูดของพ่อทำให้เธอใจชื้นขึ้นมา วีณาไม่ได้อิจฉาสองแฝดหนุ่ม แค่สงสัยว่ามันเรื่องอะไร หลายวันมานี้คุณพ่อมีท่าทีตะกุกตะกัก จะพูดอะไรก็ไม่พูด
“เออ... พ่อไปก่อนนะ”
“ค่ะพ่อ” บอกแล้วเธอก็รั้งร่างสูงในสูทหล่อเหลา มือแตะบนท่อนแขนพร้อมส่งรอยยิ้มแสนอบอุ่น “เดินทางปลอดภัยนะคะ ตอนเย็นกลับมาทานข้าวกับวีนะ ดึกแค่ไหนวีก็รอได้ค่ะ”
“อ้อ... ได้ครับ ๆ ได้เลย” พูดพลันอ้าแขนออกกว้างรอลูกสาวปรี่เข้าหาอ้อมกอดของพ่อ เธอกับพ่อไม่ได้กอดกันบ่อยนัก เธอแค่ดีใจเหมือนได้พ่อคนเดิมกลับมา
ภากรไม่ว่าอย่างไรก็รัก ต่อให้เธอมีความคิดอยากนอนกับผู้ชายสองคนพร้อมกัน! เธอกอดเขาขอโทษเขาที่มีความคิดแบบนั้น และเธอรักภาคินมากแค่ไหน ก่อนขยับไปกอดแฝดคนน้องด้วยท่าทางเหมือนแมวอ้อน“นี่... น้องวีไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้นะครับ พี่ไม่โกรธอะไรมันแล้ว เรากลับไปนอนห้องเราเถอะนะ”ถ้าเธออยู่ต่อก็คงทนไม่ไหวแน่ ตาคมจรดมองอกอวบอัด ลอบกลืนน้ำลายลงคอแห้งผาก แต่ไม่วายว่าประสาเขาที่เคยเห็นเธอเป็นเด็กสาวตัวน้อย“ใครสั่งชุดนี้มา มันน่าตีนักนะ ไอ้ภีมใช่ไหม?”“วีซื้อมาเอง... อย่าเห็นวีเป็นเด็กเล็ก ๆ สิคะพี่ภาม”วีณาไม่ใช่เด็กอีกต่อไป ภาคินรับรู้ความจริงนั้นเมื่อเธอผละจากอกของเขาเพื่อไปหาอีกคน คืบคลานไปอย่างเสือสาว ส่ายก้นงอนขึ้นสูงแต่ก้มตัวและใบหน้าลง เธอรู้หน้าที่ของตัวเองเมื่อก้มหน้าลงงับอาวุธร้ายผ่านกางเกงนอนลายสก็อตสีน้ำเงินเข้ม ร่างกำยำสะดุ้งเฮือกชนหัวคิ้วเข้าหากัน “น้องวี... อู้ยย อาาาส์... ซนอีกแล้วนะเรา...”โพรงปากนุ่มแทบทำให้ภากรสิ้นสติ ยิ่งเธอไม่ใช่คนชอบรีรออะไรมาก มือล้วงเข้าไปจับตัวการได้ก็เอาออกมาลิ้มเลียจากโคนถึงปลายหัวบานฉ่ำต่อหน้าชายอีกคน ซึ่งคงมองไม่เห็นอะไรนอกจากช่องทางเปียกชุ่
กูรักน้องมากกว่ามึงด้วยซ้ำ!“น้องวี...”เสียงพึมพำเรียกพาพี่ชายมองขวับ ภากรอยากจะคุยกับน้องชายให้รู้เรื่อง! ทันใดนั้นเอง“เฮ้ย!”“ไอ้เชี้ยภามไปไกล ๆ กูเลยนะมึง!”เสียงสบถด่ากร้าวเมื่อมือสัมผัสเย็นวาบสะกิดเข้าต้นขาด้านในผ่านเสื้อกางเกงนอน ต่างคนแยกห่างจากกันคนละมุมเตียง มือยื้อแย่งผ้าห่มผืนโตลายปลานีโม่น่ารักตรงข้ามหน้าตาตื่นตะลึง“อะไรของมึงไอ้ภีม กูนอนของกูดี ๆ”“มึงจับ... ขาอ่อนกูทำไม?”“เปล่า... ไม่ได้จับ”เถียงกันได้ไม่ทันไร เจ้าปลาน้อยก็ปรากฏเป็นคนคุ้ยเคยที่โผล่หัวออกมาจากผ้าห่ม“เฮ้ย! น้องวี!”“เบา ๆ ค่ะ พี่ภีมพี่ภาม...” เธอจุปากปรามสองหนุ่มด้วยท่าทางซุกซน สองหนุ่มมองหน้ากันแล้วเลิกส่งเสียงแต่ตกใจเสียแทนพอผ้าห่มโผล่พ้นแค่ศีรษะน้อย เส้นผมดำขลับส่งกลิ่นหอมของแชมพูหลังอาบน้ำใหม่ ๆ“น้องวีมาทำอะไรครับ คุณอาบอกแล้วว่าอย่ามามุดผ้าห่มพวกพี่รู้มั้ย?” ภาคินบอก เขาเกือบที่จะเอื้อมมือไปเลิกผ้าขึ้นแต่พอสบนัยน์ตาคู่สวยสีน้ำตาลอ่อน เสียงหวานออดอ้อนของคนตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง“ขอน้องวีนอนด้วยคนนะคะ... พี่ภีมขา... พี่ภามขา...”แล้วเธอก็คืบคลานออกมาจากผ้านวมหนาสีส้มแปร๋นเข้าไปใกล้ ๆ พวกเขาท
“วีก็รักพี่ภามค่ะ...”วีณาเป็นผู้เสียสละเสมอในเมื่อเขายืนยันว่าจะไม่ทำ เธอปล่อยให้เขาพักพิงศีรษะ นั่งทำตาปรือเตรียมรับสิ่งที่จะเกิดเมื่อจับมือหนาขึ้นวางบนหน้าขา ให้เขาเลิกกระโปรงบานขึ้นช้า ๆ พ่นลมหายใจร้อนและเสียงพร่าหวาน“ใส่เข้าไปให้วี... หน่อยนะคะ พี่ภามขา...”ไม่ทำให้ก็บ้าเต็มทน! ภาคินยอมที่จะละวางทิฐิอันสูงส่งลงบ้าง จับเจ้าก้อนกลมใส่กางเกงในตัวน้อยลากผ่านกลางกลีบเกสรงามเปียกชุ่มฉ่ำ สอดเข้าไปจนสุดข้อนิ้ว เขาคิดว่ามันไม่ลึกพอและกลัวว่าเธอจะเจ็บมันกลับเข้าไปได้ง่ายเพราะความเปียกแฉะ...เธอเปียกได้ง่ายดายกับแค่การเล่นเกมส์จ้องตา แววตาร้อนแรงถึงเพียงนี้เขาคงไม่ต้องเล้าโลมอะไรเลย แค่กดปุ่ม...“พี่ภาม... อื้ม...!”งานง่าย ๆ ที่ไม่ง่าย เมื่อสาวน้อยพยายามปิดป้องปากตัวเองด้วยมือเล็กของเธอไม่ให้เสียงดังหลุดรอดออกไป ดวงตาคู่คมปลาบประกายฝังตรึงกับภาพแสนรัญจวนยิ่งเสียกว่านอนกับสาวคนไหน ๆ มาทั้งชีวิตน้องสาวเปียกชุ่มเริ่มเปียกปอนมากขึ้นเรื่อย ๆ เหนือหน้าตักของเขาที่เกิดตื่นตูมสำลักน้ำตาม ร่างบางบิดเร่าจนต้องซบหน้าลงบนบ่าของเขาเพราะอารมณ์แสนรัญจวน แรงสั่นจากภายในพาให้ร่างของเธอสั่นสะท้าน เธอตะเกี
แปลกที่วันนี้ยังไม่ถึงวันนั้นของเดือน ภาคินเพิ่งนึกขึ้นได้ด้วยความที่เขาจดจำเรื่องของเธอได้ทุกอย่าง ก็ตอนเหยียบเข้าห้องนอนโทนสีขาวสลับดำราบเรียบ มีกระจกเจ้าหญิงตัวน้อยและมุมของเล่นเล็ก ๆ สมัยเธอยังเป็นเด็กดวงตาคู่คมจรดมองแผ่นหลังบางในเดรสสีขาวสะอาด ปอยผมมัดลวก ๆ วางพาดไว้บนไหล่ขวา“น้องวี... จะแต่งงานเหรอ?” ภาคินถามอย่างไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพูดอะไรออกไป เธอแค่หันกลับมาถามเขากลับด้วยแววตามาดมั่น“แต่งไหมล่ะ?”“ถามพี่?”“อืม...”“ผู้หญิงหลายใจ”วีณาหัวเราะออกมา เธอแน่ใจว่าเขาคงได้ยินที่เธอคุยกับพ่อว่าจะแต่งงานกับผู้ชายสองคน“สองค่ะ... สองใจ วีไม่ได้มีหลายใจ หนุ่มอื่นวีไม่เอา วีเอาแค่สองคนนี้” ตอบแล้วปลายนิ้วเรียวจิ้มลงบนแผ่งอกกว้าง ก่อนที่เธอจะแผ่ฝ่ามือออกวางด้วยความไว้วางใจ พิงศีรษะลงกับเสื้อเชิ้ตสีครีมอ่อนของเขาอย่างคลั่งไคล้หลงใหล“ทำอะไรครับ?”“วีขอกอดได้ไหมคะ… พี่ภามขา…”พี่ภามขา! พี่ภีมขา! มาเมื่อไร หัวใจชายหนุ่มอ่อนยวบทุกครั้งไปเหมือนกลายเป็นจุดอ่อนของเขาไปเสียแล้ว ภาคินเพิ่งเลิกเป็นไบโพลาร์ไปหลังโดนรุกเร้าอย่างหนัก เขาปิดตาลงพูด“ครับ... ได้ครับ”แล้วปล่อยให้วงแขนเล็กเลื่อนขึ้นลา
“พ่อจะรีบกลับนะ”“ค่ะ”ลูกสาวยิ้มอ่อนมองใบหน้าหล่อเหลา หลังได้ปรับความเข้าใจกัน พ่อกลับมารับประทานอาหารด้วยกันสม่ำเสมอ ยังสังเกตได้ว่าไม่มีสาวมากหน้าหลายตามากวนใจ ภากรก็ไม่ต้องเหนื่อยไปซื้อของสมนาคุณให้หล่อนทั้งหลายเป็นเรื่องดีที่น่าเสียดาย เมื่อลูกน้องฝีมือดีของเธอดันโดนฉกไปคน“ฝากคุณณดาด้วยค่ะ พ่อห้ามหักอกเลขาฯ วีนะคะ ไม่งั้นวีขอเลขาฯ คืน”“เอ้อ... คือมันเป็นอย่างนี้นะ พ่อว่าลูกเข้าใจผิดครับ”“เปล่าเลยค่ะพ่อ เลขาฯ วีนอนอยู่ห้องพ่อนี่คะ นั่นไง”คุณพ่อยิ้มเจื่อนเพราะข่าวมาถึงหูลูกสาวไวเหลือเกิน ประตูเปิดออกอีกรอบหนึ่ง ข้างหลังของคุณพ่อปรากฏเจ้าของร่างบางในเดรสกระโปรงเรียบร้อยงานแบรนด์เนมดูแพงผิดหูผิดตา ถือเอกสารออกมาจากห้องยกมือไหว้เธอก็รับไหว้อย่างไม่ถือสา“ไปเถอะค่ะคุณดา ตามสบายเนอะ”“ค่ะคุณวี... ดาไปก่อนนะคะ ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ ไม่ใช่เลยย..”ต่างคนพยายามปฏิเสธไม่ให้เธอเข้าใจผิดแม้ว่าเธอจะแสร้งทำเป็นเข้าใจอย่างคนโลกสวย คิดในแง่ดีว่าเลขาฯ เธอคงช่วยงานคุณพ่ออีกแรง ถึงมองอย่างไรก็แปลกคนเขายังรู้กันทั้งบ้าน!คุณพ่อขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าส่วนเลขาฯ คุณลูกเสื้อผ้าไม่เคยเรียบร้อยมืออ่อนขาอ่อน
ภากรไม่มีอะไรจะคุยกับน้องชายจริง ๆ เพราะเขาเป็นฝ่ายโดนโกรธ เนื่องมาจากการผิดคำพูดของเขาเองว่าไม่กล้าแตะต้องน้อง เป็นภาคินที่ไม่เข้าใจกระทั่งหญิงสาวกลับมาหาพวกเขาอีกครั้งด้วยอารมณ์ดั่งพายุร้ายที่สงบลง“พี่ภีมพี่ภาม… ตกลงทะเลาะอะไรกันคะ?”“เปล่า...”สองคนตอบพร้อมกันแม้ไม่มีใครมองหน้ากันเลย พวกเขายังนั่งอยู่ที่เดิมคนละฝั่งตรงข้าม นั่นทำเอาวีณาถึงกับถอนหายใจ“อยากให้วีไม่สบายใจเหรอคะ? พี่ภีม... พี่ภาม... อยากเห็นวีร้องไห้ใช่ไหม?” วีณาไม่ไหวต้องใช้วิธีสุดท้ายคือบีบน้ำตา! ทีแรกเธอคิดอยู่ว่าจะประชดพวกเขาด้วยการไปเที่ยวบาร์โฮสหรือสถานที่อโคจรสักที่ แต่มันคงไม่สามารถแก้ปัญหาตอนนี้“น้องวีจะร้องไห้ทำไมครับ? พวกพี่ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันสักหน่อย”คนหนึ่งแววตาเอ่อคลอพอเธอตีหน้าเศร้า ส่วนอีกคน “พี่ขอโทษครับ... อย่าร้องนะน้องวี”ภาคินอาจมีหนทางปรับความเข้าใจกับพี่ชาย ในขณะที่เธอได้แต่หวังว่าเขาจะยอมลดทิฐิตัวเองลงเพื่อเธอ“ก็ได้... งั้น... วันนี้กูขออยู่กับน้องบ้าง... ได้ไหม? พี่ภีม...” พูดอึกอัก ภายใต้แววตาเศร้าหมองบอกว่าเขาเจ็บปวดกับการกระทำของภากรมากแค่ไหน ยังเกิดหวงแหน อยากได้เธอขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุ







