เข้าสู่ระบบแค่สิบกว่ากิโลฯ ไม่ไกลจากบ้านมากนัก เธอจะได้ชื่นชมบรรยากาศร่มรื่นหรูหรามีห้องสัมมนาและสถานที่ถ่ายรูปสวย ๆ ได้เช็คอินเซลฟี่กับสองหนุ่มลงสื่อโซเชียล เป็นเรื่องที่เธออยากทำมันมานาน แต่พอลงจากรถเท่านั้น
“วันนี้ดีเดย์... วันพุธ... เวรของภากรถ้าคุณอาโทรเรียก เป็นดีเดย์จริง ๆ นะครับ”
ในถ้อยคำประชดประชัน ร่างสูงในเชิ้ตหล่อเหลาสีครีมอ่อนเดินแทบติดเธอเช่นเงา ผ่านสวนดอกไม้ละลานตาด้านหน้า คนพี่ขนาบทางฝั่งขวายังชะโงกคอบอก
“แต่ถ้าคุณอาเรียกให้กลับไปประชุม เรื่องหัวข้อประชุมงานก่อน ผมดันไม่รู้เรื่องอะไรเลย... คุณน้องต้องไปนะครับ”
ภากรรักษามารยาทเสมอหากว่าอยู่นอกบ้านเขาจะไม่ใช้ภาษาโบราณกาล กู-มึง ถึงแม้ว่าเขาจะอยากเรียกน้องชายสุดที่รักว่ามึง!
“มึง! เอ้ย... คุณภากรครับ ผมยังไม่ได้รายงานคุณอาอยู่เรื่องหนึ่งนะ”
“เรื่องอะไรครับ?”
ภาคินไม่ใช่คนเถียงเก่งมากคารมเท่าพี่ชาย เขาได้ยินโทรศัพท์ว่าคุณอาพูดอะไรกับเจ้าตัววันนั้น! คงไม่มีเหตุผลที่จะเอาชนะได้เลย
“เงียบ...”
“...”
“แปลว่าไม่มีน่ะสิครับ เรื่องที่จะรายงาน”
ลมเย็นยะเยือกกระทบลงบนแก้มนวลของคนที่อยู่ตรงกลางระหว่างพวกเขา ต่อให้มันจะหนาวสักเท่าไรคงไม่เท่าบรรยากาศของสองพี่น้อง! ต่างคนไม่มีใครละวางตาเหมือนกลัวเธอจะสะดุดแผ่นไม้สักอัน ยังไม่ก้าวช้ากว่า
วีณาได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา กรีดเสียงเข่นเขี้ยวออกมาจากลำคอทีละคำ
“เลิกกัดกันเป็นเด็กสามขวบซะทีนะคะพี่ภีมพี่ภาม ก่อนที่วีจะหมดความอดทน...”
------------
“คุยกันให้รู้เรื่องนะคะ เป็นพี่น้องกันมีอะไรต้องเปิดอกคุยกัน ไม่ทำตัวหยุมหยิมเป็นหนุ่มวัยทองนะคะ” เสียงว่าเหน็บแนมดังจากที่นั่งหัวโต๊ะกระจกตัวยาวเหยียด ร่างบางในเดรสกระโปรงขาวลายดอกไม้สวยสไตล์คุณหนูแบรนด์ดังดูดีในชุด L'amour หยิบแก้วของเธอแล้วกรีดกรายเดินไปบนพื้นหญ้าริมน้ำพุ พื้นที่กว้างขวางเป็นส่วนตัวในบ้านของคุณพ่อเอง เธอคงไม่ได้สวมรองเท้าส้นสูงแต่เดินเท้าเปล่า
“ไม่มีอะไรครับ ไม่ได้ทะเลาะอะไรกัน พี่ขอตัวไปทำงานให้คุณอาก่อนนะครับ” เขาลุกขึ้นยืนสุดความสูงหลังผลักเก้าอี้ออก และถูกหยุดไว้ด้วยสายตามากกว่าหนึ่งคู่ ฝ่ามือหนาที่ผายออกประชด
“เชิญครับ ผมแยกแยะได้เรื่องงานเรื่องส่วนตัว พรุ่งนี้มาทำงานให้ตรงเวลานะ”
“เดี๋ยว... เดินออกไปเมื่อไร เราจบกันค่ะพี่ภาม” ในน้ำเสียงทรงอำนาจ ดวงตาคู่สวยใต้อายไลน์เนอร์คบกริบสาดประกายไปทางสองพี่น้องในที่นั่งฝั่งตรงกันข้าม เบาะหนังสีขาวบุอย่างดีบนเก้าอี้ทรงสวยอลังการ ห่างจากโต๊ะรับประทานอาหารเพียงไม่กี่ก้าว เธอกำลังชื่นชมน้ำพุ เสียงกระทบลงบนหินก้อนเล็กของมันก่อนวกกลับไปยื่นก้านแก้วทรงสวยรอรับบริการ
“อย่าให้วีดื่มหมดขวดก่อนที่พวกพี่จะเคลียร์กันเสร็จ วีชอบจิบไวน์แค่เล็กน้อยพอเป็นกระษัย”
บัตเลอร์คนพี่หยิบน้ำองุ่นหมักบ่มอย่างดีมารินให้อย่างรู้หน้าที่ โดยมีตาประกายคมวับของน้องชายตามติดขวดทรงกลมราคาแพง Penfolds Bin 2 ไวน์ยี่ห้อโปรดของลูกสาวเจ้าของบ้านผู้ชื่นชอบไวน์ออสเตรเลีย ต่างจากคุณพ่อที่ชอบดื่มไวน์ฝรั่งเศส เกือบที่ภาคินจะแย่งงานนั้นแต่ช้าไปสักหน่อย
“พี่ไปหาคุณอาก่อนแล้วกันนะครับ ให้พี่มานั่งกินข้าวกับวีตั้งหลายมื้อแค่นี้ก็เกรงใจมากแล้ว”
ภาคินไม่ได้มีงานอะไรแค่พูดไปอย่างนั้น ที่มารับประทานอาหารกับเจ้าของบ้านตั้งหลายมื้อก็เพราะมีเรื่องงานต้องสนทนากัน ขณะที่พวกเขายังเรื่องบาดหมางใจอยู่ลึก ๆ พี่ชายพูดอะไรคนน้องพาลขัดคอไปเสียทุกเรื่อง แย่งงานกันทำแทบทุกอย่างแต่ถ้าบอกให้พวกเขาปรับความเข้าใจกันเมื่อไร คนหนึ่งจะเตรียมหนี...
เหมือนวันก่อนในร้านอาหารที่ภาคินกลับบ้านไปดื้อ ๆ
“พี่ไปนะครับ” ไม่ทันขาดคำดี เขาดันไม่ได้ทำอย่างใจอยากในวันนี้ เมื่อเจ้าของบ้านเปิดประตูกระจกเข้ามาหาพวกเขาถึงสวนหย่อมหลังบ้าน ต่างคนมองขวับตามเจ้าของร่างสูงในเชิ้ตหูกระต่ายหล่อเหลาเหมือนคุณพ่อจะไปปาร์ตี้ที่ไหน
“คุยกันให้เข้าใจนะ ภีม ภาม... ไม่ต้องมาทำงานถ้าอายังไม่สั่ง อามีคนช่วยทำอยู่ แล้วข้าวน่ะแดกเข้าไปเยอะ ๆ บ้านนี้ไม่มีใครกินทิ้งกินขว้าง”
“ได้ยินนะคะ?” พูดจบ มือเรียวยกกระดกดื่มน้ำสีม่วงรสชาติกลมกล่อมทีเดียวหมด! แม้รู้ดีว่ามันไม่ใช่วิสัยของการดื่มไวน์ ทำสองหนุ่มเบิกตาค้าง
ก็ขนาดคุณพ่อเธอเป็นผู้ดีแท้ ๆ ยังหมดอารมณ์พูดจาดีกับพวกเขานับประสาอะไรคุณหนูจอมปลอมที่กระแทกแก้วลงบนโต๊ะก่อนไปจากตรงนั้น
เธอดึงลูกบิดประตูอย่างโมโห กระแทกเท้าปึงปังเข้าบ้าน มองผ่านสถานที่โล่งโปร่งสบายตาติดกับหน้าต่างกระจกบานสูงใหญ่ด้วยแววตาเชือดเฉือนน้ำใจ ก่อนที่เธอจะไปจากพวกเขาจริง ๆ
วีณาตั้งใจหลีกทางให้สองพี่น้องได้ปรับความเข้าใจ เพราะต้นเหตุที่ทำให้พวกเขาผิดใจกันคือเธอ แต่ผ่านไปถึงชั่วโมง ยังคงมีเพียงความเงียบสงัดในสวนที่ต่างคนหยิบมือถือขึ้นกด จุดยากันยุง! เมื่ออนันต์สั่งให้พวกเขาอยู่ที่เดิมไม่ให้เข้าบ้านถ้ายังคุยกันไม่รู้เรื่อง
ภากรไม่ว่าอย่างไรก็รัก ต่อให้เธอมีความคิดอยากนอนกับผู้ชายสองคนพร้อมกัน! เธอกอดเขาขอโทษเขาที่มีความคิดแบบนั้น และเธอรักภาคินมากแค่ไหน ก่อนขยับไปกอดแฝดคนน้องด้วยท่าทางเหมือนแมวอ้อน“นี่... น้องวีไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้นะครับ พี่ไม่โกรธอะไรมันแล้ว เรากลับไปนอนห้องเราเถอะนะ”ถ้าเธออยู่ต่อก็คงทนไม่ไหวแน่ ตาคมจรดมองอกอวบอัด ลอบกลืนน้ำลายลงคอแห้งผาก แต่ไม่วายว่าประสาเขาที่เคยเห็นเธอเป็นเด็กสาวตัวน้อย“ใครสั่งชุดนี้มา มันน่าตีนักนะ ไอ้ภีมใช่ไหม?”“วีซื้อมาเอง... อย่าเห็นวีเป็นเด็กเล็ก ๆ สิคะพี่ภาม”วีณาไม่ใช่เด็กอีกต่อไป ภาคินรับรู้ความจริงนั้นเมื่อเธอผละจากอกของเขาเพื่อไปหาอีกคน คืบคลานไปอย่างเสือสาว ส่ายก้นงอนขึ้นสูงแต่ก้มตัวและใบหน้าลง เธอรู้หน้าที่ของตัวเองเมื่อก้มหน้าลงงับอาวุธร้ายผ่านกางเกงนอนลายสก็อตสีน้ำเงินเข้ม ร่างกำยำสะดุ้งเฮือกชนหัวคิ้วเข้าหากัน “น้องวี... อู้ยย อาาาส์... ซนอีกแล้วนะเรา...”โพรงปากนุ่มแทบทำให้ภากรสิ้นสติ ยิ่งเธอไม่ใช่คนชอบรีรออะไรมาก มือล้วงเข้าไปจับตัวการได้ก็เอาออกมาลิ้มเลียจากโคนถึงปลายหัวบานฉ่ำต่อหน้าชายอีกคน ซึ่งคงมองไม่เห็นอะไรนอกจากช่องทางเปียกชุ่
กูรักน้องมากกว่ามึงด้วยซ้ำ!“น้องวี...”เสียงพึมพำเรียกพาพี่ชายมองขวับ ภากรอยากจะคุยกับน้องชายให้รู้เรื่อง! ทันใดนั้นเอง“เฮ้ย!”“ไอ้เชี้ยภามไปไกล ๆ กูเลยนะมึง!”เสียงสบถด่ากร้าวเมื่อมือสัมผัสเย็นวาบสะกิดเข้าต้นขาด้านในผ่านเสื้อกางเกงนอน ต่างคนแยกห่างจากกันคนละมุมเตียง มือยื้อแย่งผ้าห่มผืนโตลายปลานีโม่น่ารักตรงข้ามหน้าตาตื่นตะลึง“อะไรของมึงไอ้ภีม กูนอนของกูดี ๆ”“มึงจับ... ขาอ่อนกูทำไม?”“เปล่า... ไม่ได้จับ”เถียงกันได้ไม่ทันไร เจ้าปลาน้อยก็ปรากฏเป็นคนคุ้ยเคยที่โผล่หัวออกมาจากผ้าห่ม“เฮ้ย! น้องวี!”“เบา ๆ ค่ะ พี่ภีมพี่ภาม...” เธอจุปากปรามสองหนุ่มด้วยท่าทางซุกซน สองหนุ่มมองหน้ากันแล้วเลิกส่งเสียงแต่ตกใจเสียแทนพอผ้าห่มโผล่พ้นแค่ศีรษะน้อย เส้นผมดำขลับส่งกลิ่นหอมของแชมพูหลังอาบน้ำใหม่ ๆ“น้องวีมาทำอะไรครับ คุณอาบอกแล้วว่าอย่ามามุดผ้าห่มพวกพี่รู้มั้ย?” ภาคินบอก เขาเกือบที่จะเอื้อมมือไปเลิกผ้าขึ้นแต่พอสบนัยน์ตาคู่สวยสีน้ำตาลอ่อน เสียงหวานออดอ้อนของคนตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง“ขอน้องวีนอนด้วยคนนะคะ... พี่ภีมขา... พี่ภามขา...”แล้วเธอก็คืบคลานออกมาจากผ้านวมหนาสีส้มแปร๋นเข้าไปใกล้ ๆ พวกเขาท
“วีก็รักพี่ภามค่ะ...”วีณาเป็นผู้เสียสละเสมอในเมื่อเขายืนยันว่าจะไม่ทำ เธอปล่อยให้เขาพักพิงศีรษะ นั่งทำตาปรือเตรียมรับสิ่งที่จะเกิดเมื่อจับมือหนาขึ้นวางบนหน้าขา ให้เขาเลิกกระโปรงบานขึ้นช้า ๆ พ่นลมหายใจร้อนและเสียงพร่าหวาน“ใส่เข้าไปให้วี... หน่อยนะคะ พี่ภามขา...”ไม่ทำให้ก็บ้าเต็มทน! ภาคินยอมที่จะละวางทิฐิอันสูงส่งลงบ้าง จับเจ้าก้อนกลมใส่กางเกงในตัวน้อยลากผ่านกลางกลีบเกสรงามเปียกชุ่มฉ่ำ สอดเข้าไปจนสุดข้อนิ้ว เขาคิดว่ามันไม่ลึกพอและกลัวว่าเธอจะเจ็บมันกลับเข้าไปได้ง่ายเพราะความเปียกแฉะ...เธอเปียกได้ง่ายดายกับแค่การเล่นเกมส์จ้องตา แววตาร้อนแรงถึงเพียงนี้เขาคงไม่ต้องเล้าโลมอะไรเลย แค่กดปุ่ม...“พี่ภาม... อื้ม...!”งานง่าย ๆ ที่ไม่ง่าย เมื่อสาวน้อยพยายามปิดป้องปากตัวเองด้วยมือเล็กของเธอไม่ให้เสียงดังหลุดรอดออกไป ดวงตาคู่คมปลาบประกายฝังตรึงกับภาพแสนรัญจวนยิ่งเสียกว่านอนกับสาวคนไหน ๆ มาทั้งชีวิตน้องสาวเปียกชุ่มเริ่มเปียกปอนมากขึ้นเรื่อย ๆ เหนือหน้าตักของเขาที่เกิดตื่นตูมสำลักน้ำตาม ร่างบางบิดเร่าจนต้องซบหน้าลงบนบ่าของเขาเพราะอารมณ์แสนรัญจวน แรงสั่นจากภายในพาให้ร่างของเธอสั่นสะท้าน เธอตะเกี
แปลกที่วันนี้ยังไม่ถึงวันนั้นของเดือน ภาคินเพิ่งนึกขึ้นได้ด้วยความที่เขาจดจำเรื่องของเธอได้ทุกอย่าง ก็ตอนเหยียบเข้าห้องนอนโทนสีขาวสลับดำราบเรียบ มีกระจกเจ้าหญิงตัวน้อยและมุมของเล่นเล็ก ๆ สมัยเธอยังเป็นเด็กดวงตาคู่คมจรดมองแผ่นหลังบางในเดรสสีขาวสะอาด ปอยผมมัดลวก ๆ วางพาดไว้บนไหล่ขวา“น้องวี... จะแต่งงานเหรอ?” ภาคินถามอย่างไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพูดอะไรออกไป เธอแค่หันกลับมาถามเขากลับด้วยแววตามาดมั่น“แต่งไหมล่ะ?”“ถามพี่?”“อืม...”“ผู้หญิงหลายใจ”วีณาหัวเราะออกมา เธอแน่ใจว่าเขาคงได้ยินที่เธอคุยกับพ่อว่าจะแต่งงานกับผู้ชายสองคน“สองค่ะ... สองใจ วีไม่ได้มีหลายใจ หนุ่มอื่นวีไม่เอา วีเอาแค่สองคนนี้” ตอบแล้วปลายนิ้วเรียวจิ้มลงบนแผ่งอกกว้าง ก่อนที่เธอจะแผ่ฝ่ามือออกวางด้วยความไว้วางใจ พิงศีรษะลงกับเสื้อเชิ้ตสีครีมอ่อนของเขาอย่างคลั่งไคล้หลงใหล“ทำอะไรครับ?”“วีขอกอดได้ไหมคะ… พี่ภามขา…”พี่ภามขา! พี่ภีมขา! มาเมื่อไร หัวใจชายหนุ่มอ่อนยวบทุกครั้งไปเหมือนกลายเป็นจุดอ่อนของเขาไปเสียแล้ว ภาคินเพิ่งเลิกเป็นไบโพลาร์ไปหลังโดนรุกเร้าอย่างหนัก เขาปิดตาลงพูด“ครับ... ได้ครับ”แล้วปล่อยให้วงแขนเล็กเลื่อนขึ้นลา
“พ่อจะรีบกลับนะ”“ค่ะ”ลูกสาวยิ้มอ่อนมองใบหน้าหล่อเหลา หลังได้ปรับความเข้าใจกัน พ่อกลับมารับประทานอาหารด้วยกันสม่ำเสมอ ยังสังเกตได้ว่าไม่มีสาวมากหน้าหลายตามากวนใจ ภากรก็ไม่ต้องเหนื่อยไปซื้อของสมนาคุณให้หล่อนทั้งหลายเป็นเรื่องดีที่น่าเสียดาย เมื่อลูกน้องฝีมือดีของเธอดันโดนฉกไปคน“ฝากคุณณดาด้วยค่ะ พ่อห้ามหักอกเลขาฯ วีนะคะ ไม่งั้นวีขอเลขาฯ คืน”“เอ้อ... คือมันเป็นอย่างนี้นะ พ่อว่าลูกเข้าใจผิดครับ”“เปล่าเลยค่ะพ่อ เลขาฯ วีนอนอยู่ห้องพ่อนี่คะ นั่นไง”คุณพ่อยิ้มเจื่อนเพราะข่าวมาถึงหูลูกสาวไวเหลือเกิน ประตูเปิดออกอีกรอบหนึ่ง ข้างหลังของคุณพ่อปรากฏเจ้าของร่างบางในเดรสกระโปรงเรียบร้อยงานแบรนด์เนมดูแพงผิดหูผิดตา ถือเอกสารออกมาจากห้องยกมือไหว้เธอก็รับไหว้อย่างไม่ถือสา“ไปเถอะค่ะคุณดา ตามสบายเนอะ”“ค่ะคุณวี... ดาไปก่อนนะคะ ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ ไม่ใช่เลยย..”ต่างคนพยายามปฏิเสธไม่ให้เธอเข้าใจผิดแม้ว่าเธอจะแสร้งทำเป็นเข้าใจอย่างคนโลกสวย คิดในแง่ดีว่าเลขาฯ เธอคงช่วยงานคุณพ่ออีกแรง ถึงมองอย่างไรก็แปลกคนเขายังรู้กันทั้งบ้าน!คุณพ่อขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าส่วนเลขาฯ คุณลูกเสื้อผ้าไม่เคยเรียบร้อยมืออ่อนขาอ่อน
ภากรไม่มีอะไรจะคุยกับน้องชายจริง ๆ เพราะเขาเป็นฝ่ายโดนโกรธ เนื่องมาจากการผิดคำพูดของเขาเองว่าไม่กล้าแตะต้องน้อง เป็นภาคินที่ไม่เข้าใจกระทั่งหญิงสาวกลับมาหาพวกเขาอีกครั้งด้วยอารมณ์ดั่งพายุร้ายที่สงบลง“พี่ภีมพี่ภาม… ตกลงทะเลาะอะไรกันคะ?”“เปล่า...”สองคนตอบพร้อมกันแม้ไม่มีใครมองหน้ากันเลย พวกเขายังนั่งอยู่ที่เดิมคนละฝั่งตรงข้าม นั่นทำเอาวีณาถึงกับถอนหายใจ“อยากให้วีไม่สบายใจเหรอคะ? พี่ภีม... พี่ภาม... อยากเห็นวีร้องไห้ใช่ไหม?” วีณาไม่ไหวต้องใช้วิธีสุดท้ายคือบีบน้ำตา! ทีแรกเธอคิดอยู่ว่าจะประชดพวกเขาด้วยการไปเที่ยวบาร์โฮสหรือสถานที่อโคจรสักที่ แต่มันคงไม่สามารถแก้ปัญหาตอนนี้“น้องวีจะร้องไห้ทำไมครับ? พวกพี่ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันสักหน่อย”คนหนึ่งแววตาเอ่อคลอพอเธอตีหน้าเศร้า ส่วนอีกคน “พี่ขอโทษครับ... อย่าร้องนะน้องวี”ภาคินอาจมีหนทางปรับความเข้าใจกับพี่ชาย ในขณะที่เธอได้แต่หวังว่าเขาจะยอมลดทิฐิตัวเองลงเพื่อเธอ“ก็ได้... งั้น... วันนี้กูขออยู่กับน้องบ้าง... ได้ไหม? พี่ภีม...” พูดอึกอัก ภายใต้แววตาเศร้าหมองบอกว่าเขาเจ็บปวดกับการกระทำของภากรมากแค่ไหน ยังเกิดหวงแหน อยากได้เธอขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุ







