LOGINเสียงอาวุธที่ปะทะกัน เสียงกู่ก้องร้องตะโกนของเหล่าทหาร แรงกระแทกจากการถูกโจมตี ดังจนฉันที่หลับลึก
เมื่อความเคลื่อนไหวรอบข้างกลับมาปกติ“เจ้าเป็นอะไรไป? สมองเล็ก ๆ ของเจ้าคิดอะไรอยู่”ฉันสะดุ้ง เขาเข้ามาตอนไหนเนี่ย“ขะ ข้าน้อยเปล่า แค่… เอ่อ… คิดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศ วันนี้ลมพัดแรงไปหน่อยนะขอรับ”แก้ตัวน้ำขุ่นๆ สาปแช่งมู๋มู่ในใจร้อยแปดภาษา ‘ยัยมู๋มู่! ถ้าท่านอ๋องรู้ว่าฉันคุยกับใคร คงโดนจับไปผ่าสมองแน่ ๆ’มู่เฉินหรี่ตาลงเล็กน้อย “เหตุใดเจ้าต้องทำหน้าตาประหลาดถึงเพียงนี้?”“ข้าน้อยคิดว่า ในเมื่อพระองค์ไว้ชีวิตแล้ว ต่อไปนี้จะรับใช้พระองค์ให้ดี จะงัดความสามารถทั้งหมดที่มีมาแทนคุณ ขอเพียงพระองค์ทรงบัญชา ข้าน้อยพร้อมทำทุกอย่างขอรับ”ฉันรีบพูดรัวเร็วราวกับกำลังอ่านบทละครบทใหม่ที่เพิ่งถูกเขียนขึ้นเมื่อครู่เขาจ้องฉันนิ่ง“เช่นนั้นหรือ…” เขาก้มมาหาจนปรายจมูกเฉียดแก้มฉันโอ้ย อีกแล้ว เดี๋ยวแม่งับปลายจมูกเล่นซะนี่เขาเลิกคิ้ว “เจ้ามีสิ่งใดรจะพูดกับข้าหรือ?”‘ให้ตายเถอะ สงสัยจะต้องพกยาดมเพิ่มแล้วมั้ง’“ข้า มีเรื่องต้องทำเพค่ะ เอ่อ ขอรับ”ฉันคำนับหนึ่งทีแล้วเผ่นแนบออกไปโดยไม่เหลียวหลังมองเ
ขณะที่ซินเยว่กำลังต่อสู้กับความรู้สึกของตัวเอง องครักษ์สองพี่น้องที่อยู่ไม่ไกล มองท่านอ๋องกับคุณชายซินเยว่พูดคุยกันอย่างใกล้ชิด คล้ายคู่สามีภรรยาเข้าไปทุกทีไป่หลิงถอนหายใจยาว ส่ายหน้าอย่างปลง ๆ “ท่านอ๋องน่ะ… คงมีใจให้คุณชายซินเยว่แล้วกระมัง”เฉินเฟิงเบิกตากว้าง “อะไรนะ! ท่านอ๋องผู้เย็นชาเนี่ยนะ เป็นไปไม่ได้ ท่านอ๋องไม่เคยชายตาแลสตรีใดเลยมิใช่หรือ”“แล้วเหตุใด” เฉินเฟิงพึมพำ “คืนนั้น… ท่านอ๋องถอนพิษให้คุณชายเยว่ได้อย่างไร ท่านพี่?”“บางที… ความรักก็เลือกไม่ได้หรอกเฉินเฟิง ใต้ล่านี้... ไม่ว่าบุรุษหรือสตรี หากหัวใจมันนำพา… ก็ยากจะต้านทานได้”เฉินเฟิงอ้าปากค้างอีกครั้ง เขาไม่อยากจะเชื่อว่าพี่สาวที่แสนจะเคร่งขรึมอย่างไป่หลิงจะรู้ลึกเรื่องเช่นนี้ได้สรุปแล้ว ท่านอ๋องกับคุณชายเยว่มีความสัมพันธ์แบบใดกันแน่...............................................................................................วันนี้ทั้งวันฉันไม่มีกะใจจะทำงาน หยิบจับอะไรก็ผิดพลาดไปหมด จนต้องแอบกลับมานั่งสงบจิตที่กระโจม‘เขาคงไม่ได้จะจับฉัน
‘อยากปิดบังข้านัก เช่นนั้นข้าจะแกล้งเจ้ากลับบ้าง’ แววตาของเขาฉายแววเจ้าเล่ห์เล็กน้อยที่ซินเยว่ไม่อาจมองเห็นได้‘เมื่อคืน... ข้าเกือบจะรักษานางไว้ไม่ได้แล้วจริงๆ’ยามที่นึกย้อนไปถึงวินาทีที่เห็นซินเยว่ทรมานจนแทบขาดใจ ลมหายใจร้อนรุ่ม ร่างที่บิดเร้าด้วยพิษ เขายอมรับเลยว่าในหัวมันขาวโพลนจนว่างเปล่า ความโกรธแค้นพวกที่บังอาจวางยา ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนกหวาดกลัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความคิดเดียวในหัวตอนนั้นไม่ใช่การแก้แค้นใคร หรือการมานั่งจับผิดเรื่องที่นางปลอมตัวเป็นบุรุษ แต่คือ... ทำอย่างไรก็ได้ให้นางรอดชีวิต!‘โง่เง่าสิ้นดี... เหตุใดถึงมองไม่ออกว่านางเป็นสตรี...’มู่เฉินทอดถอนหายใจยาว สัมผัสอุ่นละมุนจากผิวเนื้อของนางยังคงติดตรึงอยู่ที่ปลายนิ้วยามที่รู้ความจริงว่าเจ้าเด็กกวนประสาทผู้นี้แท้จริงแล้วคือสตรี ที่เขาเผลอมีใจให้ตั้งแต่คราบคุณชายเยว่ก็มิได้ผิดแปลกอันใด ทั้งความโล่งใจที่ตนไม่ได้มีรสนิยมประหลาด ทั้งความรักใคร่เอ็นดูที่พรั่งพรูขึ้นมาอย่างไร้ข้อกังขา มันทำให้เขาตัดสินใจแน่วแน่วตั้งแต่วินาทีแรกที่ตัดสินใจช่วยนางแล้ว‘ต่อให้เจ้ามีความลับหรือไม่ ซินเยว่... ต่อให้เจ้าจะเป็นไส้ศึกข
“ทุกคนรู้ว่าข้าเป็นสตรีกันหมดแล้วหรือ”จากความอายเริ่มกลายเป็นความกลัว ฉันกลัวถูกตัดหัวเสียบประจาน ข้อหาโกหกราชวงศ์ น้ำตาเริ่มคลอเบ้า“ไม่เจ้าค่ะ ไม่ร้องนะเจ้าคะ” ป้าหยงรีบเช็ดน้ำตาให้ฉันเบา ๆนางคงคิดว่าฉันเสียใจเรื่องเสียตัวสินะ“เมื่อคืนท่านอ๋องสั่งห้ามมิให้ผู้ใดเข้าใกล้กระโจมอย่างเด็ดขาด มีเพียงข้าน้อยที่คอยรับใช้อยู่นอกกระโจมตามคำสั่งท่านอ๋องเจ้าค่ะ”“หมายความว่ามีแค่ท่านอ๋องกับท่านป้าที่รู้อย่างนั้นหรือเจ้าคะ”“เป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ” ป้าหยงยืนยันอย่างหนักแน่น“คุณชายเยว่พักผ่อนเถิดนะเจ้าคะ ประเดี๋ยวข้าน้อยจะนำอาหารเช้ามาให้”ป้าหยงออกไป ความเงียบปกคลุมกระโจมอีกครั้ง อยู่ไม่ได้แล้ว ต้องหนีแต่พอขยับตัวช่วงล่างกลับประท้วงจนต้องนิ้วหน้าด้วยความปวด จะหนียังไงละ ลากขาไปก็โดนตามจับกลับมาอยู่ดี จนต้องกุมขมับตัวเองร้องไห้ให้กับชะตาชีวิตที่ไม่อาจควบคุมได้ฉันจะตายยังไง มู๋มู่ เจ้าอยู่ที่ไหน ออกมาช่วยฉันด้วยยยยเขาจะสั่งประหารแบบไหน จับฉันแยกร่างหรือเปล่าฉันนอนปาดน้ำตาตัวสั่นไม่หยุดเสียงมู่เฉิ
ไออุ่นลอยคละคลุ้งผสมกับกลิ่นหอมจากผิวกายของหญิงสาวที่บัดนี้ไร้ซึ่งสติซินเยว่หอบหายใจรวยริน ความร้อนระอุจากพิษกำหนัดแผดเผาจนร่างบางบิดเร้า สัมผัสเย็นฉ่ำของน้ำช่วยบรรเทาได้เพียงเศษเสี้ยว แต่มันไม่อาจดับไฟราคะที่สุมอยู่ในอกได้ นางคว้ามู่เฉินไว้แน่นราวกับคนจมน้ำ ดึงรั้งเขาลดกายลงมาหาด้วยสัญชาตญาณมู่เฉินสูดลมหายใจเข้าลึกระงับความต้องการในอก ดวงตาคมกริบมองร่างอรชรในอ้อมแขนราวกับว่าตัวเองเป็นผู้โดนพิษเสียเอง ริมฝีปากหนาประทับลงบนริมฝีปากที่เผยอน้อย ๆ“ซินเยว่…”สัมผัสหวานล้ำดุดันถูกตักตวงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ลิ้นร้อนเกี่ยวพันไล้ต้อนความหอมหวานจนเสียงครางประท้วงเบาๆ ดังเล็ดลอดริมฝีปากเล็ก มือหนาที่เคยถือกระบี่ปลิดชีพศัตรู บัดนี้สั่นเทาเล็กน้อยยามลูบไล้ไปตามเรือนร่างบอบบาง ผิวเนื้อเนียนละเอียดดั่งหยกชั้นดีร้อนผ่าวจนแทบละลายคาฝ่ามืออ่างอาบน้ำแคบลงถนัดตาเมื่อท่วงทำนองแห่งความเสน่หา และความเร้าร้อนของพิษหลอมรวมเข้าด้วยกัน ละอองน้ำกระจายตัวยามร่างทั้งสองเคลื่อนไหวประสานสอดรับ เสียงหอบหายใจ เสียงครางกระเส่าสะท้อนไปทั่วห้องอาบน้ำ ท่ามกลางราตรีอันเงียบงัน
หมอทั้งสองแม้จะงุนงง แต่ก็รีบทำตามด้วยความเคารพ เฉินเฟิงที่เพิ่งกลับมาพร้อมสตรีผู้หนึ่ง มองหมอทั้งสองออกมาจากกระโจมด้วยความสงสัย ทว่าไม่มีเวลาซักถาม เขาต้องรีบพาสตรีผู้นี้ไปช่วยคุณชายเยว่ให้เร็วที่สุด“เฉินเฟิง! ท่านอ๋องไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปเจ้าค่ะ! ส่วนสตรีผู้นี้ท่านอ๋องให้ท่านพากลับไปเจ้าค่ะ” ป้าหยงดึงแขนเฉินเฟิงไว้ทันท่วงที เฉินเฟิงชะงักเท้าอย่างงุนงง“เพราะเหตุใด”“ไม่ต้องถามเจ้าพานางผู้นี้ออกไปก่อนเถิด”เฉินเฟิงกลับไปด้วยความสงสัยที่ยังไม่คลี่คลายภายในกระโจมเหลือเพียงมู่เฉินและซินเยว่เท่านั้น มู่เฉินนั่งลงข้างเตียง สัมผัสใบหน้าและลำคอของซินเยว่อย่างอ่อนโยน สัมผัสของมู่เฉินสร้างความร้อนรุ่มให้ซินเยว่ยิ่งขึ้น นางจับมือเขาไว้แน่น“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”“ท่านอ๋อง…ช่วย…ข้าด้วย.!!” นางกระซิบราวจะขาดใจ“ข้าจะช่วยเจ้า วางใจเถิด เจ้าจะไม่เป็นอันใด”“ข้าร้อนเหลือเกิน”มือน้อย ๆ ปัดป่ายไปมาบนหน้าอกแกร่งอย่างต้องการความช่วยเหลือ สองแขนโอบรอบลำคอหนากดโน้มเข้าหาตนอย่างลืมตัว ริมฝีปากเล็กอ่อนนุ่มประกบริมฝีปากหนาได้รูป จูบ







