LOGIN“ซีเอ๋อ ลุงขอบใจเจ้ามาก มิเช่นนั้นชีวิตแก่ๆ ของข้าคงจบสิ้นแล้ว หากวันหน้ามีอะไรให้ช่วย บอกลุงคนนี้ได้เลย!”
ซูเหยียนหมิงเอ่ยด้วยความซาบซึ้งใจ
ก่อนหน้านี้ ท่านพ่อมักบ่นให้เขาฟังเสมอว่าข้าอ่อนแอ เรียบร้อย เกรงใจคน จนเกรงว่าจะรักษากิจการตระกูลไว้ไม่ได้ ทว่าสิ่งที่เขาเห็นวันนี้ ข้ากลับเด็ดเดี่ยว เฉียบขาด และสะกดทุกคนได้จมดิน!
“ท่านลุงเกรงใจเกินไปแล้ว ท่านก็เปรียบดั่งญาติผู้ใหญ่ที่ข้าเคารพ หากช่วยได้ ข้าย่อมต้องช่วยเป็นธรรมดามิใช่หรือเจ้าคะ”
ข้าเอ่ยเสียงใสออดอ้อนน่าเอ็นดู
“เช่นนั้นหากวันใดบิดาเจ้ามิได้ดั่งใจ หนีมาหาลุงได้ตลอดเวลาเลยนะซีเอ๋อ!”
ท่านลุงซูยิ้มร่า ยื่น 'หยกประจำตระกูลซู' ให้ข้าเก็บไว้... หยกชิ้นนี้ ต่อไปย่อมมีประโยชน์ต่อการล้างแค้นของข้าแน่นอน!
“เจ้าจะมาล่อลวงบุตรีผู้อื่นเช่นนี้มิได้!”
ท่านพ่อขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจที่สหายรักมาแย่งความรักจากบุตรสาว
“หรือไม่ เจ้ามาเป็นบุตรสาวบุญธรรมของข้าเลยดีหรือไม่!”
ซูเหยียนหมิงหัวเราะร่า ไม่สนสีหน้าบูดบึ้งของเพื่อนสนิท ขณะที่ท่านแม่ได้แต่ลอบยิ้มเอ็นดูท่าทางของสหายสนิทวัยดึกทั้งสองคน
เมื่อส่งแขกคนสุดท้ายกลับไป ข้าเหมือนจะเป็นลมล้มพับให้ได้ ร่างกายนี้ใช้ไม่ได้เอาเสียเลย ย้อนกลับมาทั้งทีทำไมไม่พาร่างกายแข็งแรงกลับมาด้วยนะ
หลังอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ
“คุณหนูเจ้าขา… ข้าน้อยเข้าไปนะเจ้าคะ นายท่านกับฮูหยินมาเจ้าค่ะ”
ข้ายังไม่อนุญาตเลยนะ มันหน้านักเชียว!
เสี่ยวเหมยยืนยิ้มตาหยีอย่างน่าเอ็นดูอยู่หน้าประตู เหอะ… ปล่อยเจ้าไปก่อนก็ได้
ท่านพ่อและท่านแม่รีบตรงมาหาข้า สีหน้าหลากหลายอารมณ์ของพวกท่าน ทั้งภาคภูมิใจ งุนงง และกังวลปนเปกันไป
"ซีเอ๋อ... เจ้าทำได้เช่นไรกัน? พ่อหารู้ไม่ว่าเจ้ามีความสามารถด้านการแพทย์เช่นนี้"
ท่านพ่อเอ่ยถาม สายตาเต็มไปด้วยความสงสัยทว่าแฝงความภาคภูมิใจไว้เต็มเปี่ยม
ข้ามองหน้าบิดามารดาที่ส่งสายตาคาดคั้นเอาคำตอบ ข้ายิ้มอ่อนหวานก่อนเดินเข้าไปสวมกอดท่านทั้งสองอย่างนุ่มนวล นี้เป็นครั้งแรกที่ข้าได้กอดพวกท่าน ข้าโหยหามาตลอดทุกภพชาติ
"ท่านพ่อ ท่านแม่ ท่านไม่ต้องกังวลไปเจ้าค่ะ ทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้ว" ข้าเอ่ยเสียงอ่อน
"ส่วนวิชาแพทย์นี้... เป็นสิ่งที่ลูกแอบศึกษาสืบค้นจากตำราเก่าๆ แล้วจดจำไว้ ลูกไม่คิดว่าจะมีโอกาสได้นำมาใช้ จึงมิได้บอกพวกท่านเจ้าค่ะ"
ข้าช้อนสายตามองบุพการีด้วยดวงตาโตบ้องแบ๊ว ราวกับลูกแมวน้อยกำลังออดอ้อนเจ้าของ คำตอบอันกำกวมของข้าแม้จะทำให้พวกท่านเคลือบแครงยิ่งขึ้น แต่เมื่อเห็นข้าปลอดภัยและมีไหวพริบเฉียบคม ความสงสัยทั้งหลายก็ถูกแทนที่ด้วยความโล่งใจอยู่หลายส่วน
ท่านพ่อท่านแม่กลับเรือนหลักไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ส่วนข้าส่งคนสอดส่องเสี่ยวเหมยเป็นระยะ จากการคาดเดาของข้า วันพรุ่งนี้นางจะต้องอ้างเรื่องไปเยี่ยมญาติที่ไม่ได้พบกันนานเพื่อขอออกจากจวนสักสองวันแน่ ชาติก่อนข้าใจดีอนุญาตให้นางหยุดยาวถึงห้าวัน แถมประเคนเงินถุงใหญ่ให้ไปซื้อของฝากญาติเสียด้วย! นึกถึงตัวเองในชาติก่อนที่โง่งมใจดีจนน่าสมเพช ข้าอดเยาะเย้ยความโง่ของตัวเองในอดีตไม่ได้จริงๆ
ส่วนเสี่ยวฮวา... สาวใช้ผู้จงรักภักดีจนตัวตายไม่เคยเอ่ยปากเรียกร้องสิ่งใด ชาติก่อนข้าใสซื่อเกินไปหลงเชื่อคนชั่วจนทำให้นางต้องตายอย่างอนาถ ชาตินี้ข้าจะไม่ยอมเสียใครไปอีกเด็ดขาด แม้ต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม!
"คุณหนูเจ้าคะ บ่าวสงสัยเจ้าค่ะ"
เสี่ยวเหมยยังคงสวมหน้ากากบ่าวผู้น่ารักประจบประแจง
"เหตุใดคุณหนูถึงรู้ว่าท่านซูโดนพิษเจ้าคะ"
"นั่นสิเจ้าคะ บ่าวก็อยากรู้เจ้าค่ะ"
เสี่ยวฮวาเอ่ยเสริม นางคงเห็นความเปลี่ยนแปลงของข้าที่มากเกินไปแล้วสิ เริมมีความคิด เริ่มสงสัย เริ่มสังเกตุเป็นแล้วสิ… เสี่ยวฮวาหากชาติก่อนเจ้าช่างสังเกตุเช่นชาตินีับ้างคงไม่ตายด้วยความซื่อบื่อของตน แต่ก็ยังไม่สายข้าจะสอนเจ้าเอง…
เทียบเชิญงานแต่งสีแดงชาดปักลวดลายดิ้นทองคำสุดหรูหรา กระจายไปถึงมือขุนนางทุกกระทรวง คฤหาสน์คหบดีใหญ่ ยันประตูวังหลวง ข่าวลือแพร่สะพัดไปทุกซอกซอยจนชาวบ้านร้านตลาดขยับปากกันอย่างสนุก‘ผู้นำตระกูลคนใหม่... ประกาศจัดงานอนุชายเข้าตระกูล แถมยังเป็นชายในหอคณิกาอีกด้วย’เสียงวิจารณ์ บ้างก็ว่านางลุ่มอำนาจจนเป็นบ้า บ้างก็มองว่าสตรีผู้นี้ใจเด็ด ไม่แยแสต่อจารีตประเพณี.............................................................................................ณ ตำหนักองค์ชายสี่เพล้ง!แจกันกระเบื้องเคลือบราคาแพงลิบถูกขว้างใส่กำแพงจนแตกกระจายเกลื่อนพื้น เศษกระเบื้องร่วงกราวพอๆ กับสติที่บ้าคลั่งของกู้เหวินหลง"นังผู้หญิงไรยางอาย กล้าดีอย่างไร"เขาทำลายทุกสิ่งตรงหน้าด้วยแรงโทสะที่บิดเบี้ยว เทียบเชิญหรูหราถูกโยนทิ้งไว้บนโต๊ะ งานมงคลที่น่ารังเกียจ ยังมีหน้ามาเชิญให้เขาไปเป็นแขกผู้มีเกียรติ... ช่างน่าหนานักกู้เหวินหลงขบกรามแน่นจนเส้นเลือดขมับปูดโปน "นางตั้งใจให้คนทั้งแคว้นหัวเราะเยาะข้า นางต้องการประจานว่าชายคณิกาไร้หัว
"หุบเขาอสูร? มิใช่ที่กบดานของพรรคหงส์โลหิตหรือ?" ท่านพ่อถามด้วยความแปลกใจ ทว่าข้ากลับยิ้มอย่างมีความสุข"ย่อมเป็นเช่นนั้น... ประหลาดนัก ทางการเข้าตรวจสอบกลับพบศพนอนกระจัดกระจายหลายศพ ที่น่าแปลกคือ ในที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนอันมิควรเอ่ยนามของบุรุษ ที่มิอาจระบุได้ว่าเป็นของใคร รวมถึงตัวหัวหน้าที่ชื่อ ขาล และสมาชิกอีกยี่สิบกว่าคนล้วนหายสาบสูญอย่างไร้ร่องรอย "‘ข้ามั่นใจว่าขาลกับพวกที่หายไปข้าเป็นคนทำ แต่ศพที่นอนเกลื่อนมาจากที่ใด... ทางการก็มิอาจสืบค้นได้อย่างนั้นหรือ?’ผู้นั้นจะเป็นมิตรหรือศัตรูย่อมมิอาจรู้ได้ ข้ามองสำรวจไปทั่วงานเลี้ยง คนผู้นั้นจะอยู่ในงานนี้หรือไม่ ท่าทางขมวดคิ้วอย่างผิดสังเกตคงสะดุดสายตาเสี่ยวฮวาผู้ภักดีเข้า"คุณหนูเจ้าคะ... หาสิ่งใดหรือ?"ข้าหันไปยิ้มให้เสี่ยวฮวาเล็กน้อย "เปล่าหรอ"................................................................................................กู้เหวินหลงจ้องมองจ้าวอู๋หลินซีที่ดูสะพรั่งและทรงอำนาจยิ่งกว่าคราไหน ๆ สายตาชื่นชมที่เคยมอบให้เขาเพียงผู้เดียว บัดนี้กลับมีเพียงชายคณิกา
บรรยากาศในโถงใหญ่เต็มไปด้วยความกดดัน เหล่าผู้อาวุโสในตระกูลและเครือญาติสายรองต่างนั่งประจำที่ แต่ละคนล้วนเป็นจิ้งจอกเฒ่าที่มองเห็นผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง เสียงซุบซิบดังระงมถึงข่าวการรับ "อนุชาย" จากหอคณิกา ข้ากวาดตามองทุกคนในงาน ประเมินด้วยสายตาของผู้นำอย่างเหนือชั้น"น่าอับอายยิ่งนัก! ตระกูลจ้าวเป็นถึงมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง แต่คุณหนูใหญ่กลับรับชายไร้หัวนอนปลายเท้ามาเป็นอนุ!" ผู้อาวุโสรองตบโต๊ะเบา ๆ "ข้าว่าเราต้องคุยเรื่องนี้ให้ชัดเจน ก่อนที่หลินซีจะขึ้นรับตำแหน่ง""ถูกต้อง" ผู้อาวุโสสามเสริม "บุตรชายของข้า 'จ้าวจื่อหาน' เพิ่งสอบได้เป็นบัณฑิตไม่นานก็จะได้รับใช้ราชสำนัก รูปโฉมก็งดงาม หากแต่งหลินซีเข้าบ้านข้า กิจการทั้งหมดล้วนมั่นคง มิต้องตกไปอยู่ในมือคนนอกเช่นนี้"ท่านพ่อนั่งจิบชาอย่างสงบ ทว่าข้ารู้ว่าภายในใจกำลังเตรียมออกหน้าเต็มที่ หึ พวกเจ้าล้วนวางอำนาจต่อหน้าใครปัง! คนทั้งโถงเงียบกริบ"พวกท่านทั้งหลาย... ลูกสาวข้าเพียงต้องการ 'คนดูแลข้างกาย' ที่นางไว้ใจ และข้าพิสูจน์แล้วว่าหานเยว่มีคุณสมบัตินั้น" ท่านพ่อยิ
ข้าเหวี่ยงร่างเสี่ยวเหมยที่ยามนี้สิ้นสติสมประดีด้วยฤทธิ์ยาลงกลางลาน เสี่ยวเหมยเริ่มบิดกายด้วยความกระสัน ผิวพรรณแดงซ่าน ท่วงท่ายั่วยวนจนพวกโจรทั้งยี่สิบกว่าคนถึงกับสูดลมหายใจกระหายหิว กลิ่นคาวกามพุ่งพล่านบดบังความยั้งคิดในพริบตา"คนที่พวกเจ้าคุ้นหน้าคือข้า..." ข้าชี้ไปยังร่างที่นอนบิดเร่า "แต่คนที่จะมาสนองกามราคะของพวกเจ้าในคืนนี้ คือนาง!"ข้าสะบัดเข็มเงินอาบยามหาเสน่ห์ชนิดพิเศษเข้าใส่เส้นเลือดใหญ่ของโจรทุกคน มิใช่เพื่อให้ดับสูญ แต่เพื่อให้พวกมัน "คลุ้มคลั่ง" และ "ไร้สิ้นซึ่งมโนธรรม" ทว่าร่างกายกลับทนทานต่อกามกิจได้ยาวนานกว่าปกติหลายเท่า"เชิญพวกเจ้าเสพสมกับนาง... ให้เต็มอิ่ม!"ข้าทะยานขึ้นสู่ยอดพฤกษาใหญ่ นั่งลงจิบสุราพลางมองฉากเร่าร้อนเบื้องล่างด้วยสายตาที่เย็นชา เสี่ยวเหมยยามนี้มิเหลือเค้าลางความเป็นคน กรีดร้องโผเข้าหาฝูงโจรด้วยความกระหายกามารมณ์ ส่วนพวกโจรที่ตกอยู่ในมนต์สะกดก็โถมเข้าใส่นางราวกับฝูงหมาป่าหิวโหยเสียงเนื้อกระทบเนื้อและเสียงครวญครางระคนกรีดร้องของเสี่ยวเหมยดังระงมป่า ข้านั่งมองภาพความพินาศนั้นด้วยความสะใจที่ซึมลึกถึงวิญญาณ‘เจ็บปวดหรือไม่เสี่ยวเหมย? นี่เป็นเพียงเศษเสี้
ขณะที่อาห่าวกำลังเฝ้าอยู่นั้น ความปั่นป่วนภายในของบุคคลที่อยู่ในห้องกลับมิได้ลดน้อยลงเลย เสวี่ยหานอ๋องในชื่อหานเยว่นั่งอยู่บนตั่ง สายตาจ้องมองเงาแผ่นหลังของจ้าวอู๋หลินซีที่เอนกายลงบนเตียงกว้าง ความรู้สึกรักใคร่โหยหาที่สะสมมาข้ามภพข้ามชาติพุ่งพล่านจนอกแทบระเบิดในชาติก่อน... เขาทำได้เพียงเฝ้ามองนางจากเงามืดด้วยหัวใจที่แหลกสลาย เขาเห็นนางมอบหัวใจและรอยยิ้มที่งดงามที่สุดให้แก่องค์ชายสี่ เห็นนางมีความสุขยามได้เคียงคู่กับชายที่นางรัก ยามนั้นเขามิได้ใช้ฐานะอ๋องผู้ทรงอำนาจไปฉุดคร่าแย่งชิง เพราะเขารักนาง... มากจนยอมที่จะเห็นตัวเองอยู่อย่างโดดเดี่ยวดีกว่าจะเห็นนางต้องมีน้ำตาหากต้องมาอยู่กับคนเช่นเขาที่นางไม่ได้รัก‘ข้าคิดว่าความสุขของเจ้า... คือความสุขของข้า’ เขาขมขื่นในหัวใจเมื่อนึกถึงความไร้เดียงสาของตนเองในกาลก่อน ความใจกว้างของเขาในชาตินั้น กลับกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงเขาเห็นนางถูกหักหลัง เห็นนางต้องจบชีวิตลงอย่างทรมานโดยที่เขาไม่อาจยื่นมือเข้าไปช่วยได้ทันกาล ความรู้สึกผิดที่ปล่อยนางไปเผชิญเคราะห์กรรมเพียงลำพังจึงสลักลึกอยู่ในดวงวิญญาณ‘เป็นข้า... ที่โง่เขลาปล่อยมือเจ้าไปเ
ท่ามกลางกระแสลมหนาวที่พัดโบกสะบัดธงทิวบนยอดเขาสูงชันรอยต่อแคว้นเหนือเฟยเทียนรองแม่ทัพหนุ่มผู้มีใบหน้าคมเข้มและท่าทางทะมัดทะแมง กำลังนั่งคิ้วขมวดจ้องมองเอกสารกองมหึมาในค่ายพักแรมชั่วคราว"ท่านรองแม่ทัพ... นี่พวกเราต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือขอรับ?" ทหารคนสนิทคนหนึ่งเอ่ยถามพลางปาดเหงื่อ ขณะที่กำลังปลอมแปลงสมุดบัญชีการค้าที่เพิ่งเขียน ให้ดูเหลืองซีดตามกาลเวลาเฟยเทียนถอนหายใจยาว แววตาเต็มไปด้วยความอ่อนใจเมื่อนึกถึงคำสั่งสุดท้ายของเจ้านายก่อนจะ 'ขายตัว' เข้าหอคณิกา‘สร้างตัวตนให้ข้า... หานเยว่ บุตรชายพ่อค้าแคว้นเหนือที่ล้มละลาย เอาให้แนบเนียนชนิดที่ว่าหากใครขุดหลุมศพบรรพบุรุษตระกูลนี้ขึ้นมา ก็ต้องเจอหลักฐานการค้าของข้าอยู่ในนั้น!’"เจ้าอย่าถามมาก" เฟยเทียนเอ่ยเสียงเข้ม "ท่านอ๋องสั่งให้ทำอย่างไรก็ทำไป หากจวนตระกูลจ้าวส่งคนมาสืบแล้วพบจุดพิรุธแม้แต่จุดเดียว หัวของพวกเราคงมิได้อยู่บนบ่ามาประดับประดาเล่นแน่"ในใจของเฟยเทียนนั้นอยากจะตะโกนก้องฟ้าว่าเขาลำบากใจเพียงใด เจ้านายของเขา... แม่ทัพไร้พ่ายผู้เกรียงไกร ยอมสละสิ







