Se connecterเมื่อควบคุมสถานการณ์ได้ ข้าก็ย่อกายลงข้างร่างของท่านซู กู้เหวินหลงพยายามเข้ามาขัดอีกครั้ง
"คุณหนูจ้าว! เจ้าควรปล่อยให้คนของข้าพาเขาไปรักษา ก่อนจะสายเกินไป!"
น้ำเสียงเขาฟังดูเอื้อเฟื้อยิ่งนัก แต่มีหรือข้าจะไม่รู้? เขายินดีให้ข้ายื้อตัวซูเหยียนหมิงไว้ เพราะหากคนตายคามือข้า ตระกูลจ้าวก็ยิ่งตกเป็นจำเลยสังคมเร็วยิ่งขึ้น!
ข้าหันมองกู้เหวินหลงด้วยสายตาเย็นชา
"อย่ากังวลไปเลยเพคะ ข้ารู้จักพิษชนิดนี้ดี"
“ซีเอ๋อ... พ่อว่าให้หมอหลวงมาดูอาการเขาตามที่องค์ชายแนะนำเถิด”
ท่านพ่อเอ่ยด้วยความเครียดกังวล หากพันธมิตรคนสำคัญเป็นอะไรไป ตระกูลจ้าวไม่อาจรับผิดชอบได้ไหว
ข้าเข้าใจความห่วงใยของท่านพ่อ แต่ข้าจะปล่อยให้คนดีๆ อย่างท่านลุงซูต้องตายไม่ได้!
“ท่านพ่อ โปรดเชื่อใจซีเอ๋อสักครั้งนะเจ้าคะ”
ข้าเอ่ยด้วยความมั่นใจ ตบหลังมือบิดามารดาเบาๆ ส่งผ่านสายตาเด็ดเดี่ยว
ท่านพ่อชะงักไป ทว่าท่านแม่กลับส่งสายตาบอกให้เขายอมเชื่อใจบุตรสาว
ข้ายิ้มขอบคุณท่านแม่ ก่อนจะปลดถุงหอมข้างเอว แล้วดึงเข็มเงินขนาดเล็กออกมาจำนวนหนึ่ง... ของสิ่งนี้ ข้าเตรียมติดตัวไว้เสมอตั้งแต่ชาติก่อนยามเป็นหัวหน้ามาเฟีย!
ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนชีพจรของซูเหยียนหมิง ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อพบว่าชีพจรถูกสกัดจุดเพื่อยับยั้งพิษไว้บางส่วน... แปลกนัก ใครเป็นคนสกัดจุดให้เขา? เอาเถิด ตอนนี้ต้องช่วยชีวิตคนก่อน แล้วค่อยตามหาผู้มีพระคุณทีหลัง!
ข้าเริ่มปักเข็มเงินลงตามจุดสำคัญบนร่างของซูเหยียนหมิงอย่างแม่นยำ ทุกท่วงท่าชำนาญ คล่องแคล่ว และเด็ดขาด จนบิดามารดาที่มองอยู่ใกล้ๆ ถึงกับตะลึงงัน ไม่แปลกหรอกพวกท่านไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าบุตรสาวเพียงคนเดียวจะมีความรู้ทางการแพทย์ระดับนี้!
เสียงซุบซิบดังทั่วห้องโถง
"คุณหนูจ้าวทำอันใดน่ะ?"
"นางมีความรู้ทางการแพทย์ด้วยหรือ?"
"ดูสิ! สีหน้าท่านซูเริ่มดีขึ้นแล้ว!"
เมื่อปักเข็มสุดท้าย ร่างของซูเหยียนหมิงก็กระตุกรุนแรง ก่อนจะสำรอกโลหิตสีดำคาวคลุ้งออกมาจนหมดสิ้น! ใบหน้าที่เคยซีดเผือดค่อยๆ มีเลือดฝาด ลมหายใจกลับมาสม่ำเสมออีกครั้ง
ข้าถอนหายใจยาวอย่างผ่อนคลาย สั่งให้บ่าวรับใช้พยุงร่างเขาไปพักผ่อนที่เรือนเล็กและจัดคนคอยดูแล จริงๆ แล้วข้าป้องกันคนร้ายมาวางยาซ้ำมากกว่า
กู้เหวินหลงมองข้าด้วยความตกตะลึง สตรีที่เขาเคยดูถูกว่าเป็นเพียงเหยื่อโง่งม บัดนี้กลับเผยความสามารถอันน่าทึ่งจนเขาไม่อาจถอนสายตาได้!
ทว่า ท่ามกลางสายตาแตกตื่นของผู้คน สายตาลึกลับคู่นั้นกลับไม่ได้ทำให้ข้ารู้สึกอันตรายแม้แต่น้อย กลับกันมันเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นคุ้นเคยอย่างประหลาด ข้าพยายามมองหาความรู้สึกคุ้นเคยนั้นแต่ก็ยังหาไม่เจอ แปลกนักที่สามารถรอดพ้นสายตานายหญิงยากูซ่าเช่นข้าได้
ไม่นานนัก เสี่ยวฮวาก็นำเจ้าหน้าที่กองปราบสี่นายเข้ามา บรรยากาศชื่นมื่นกลายเป็นความตึงเครียด กองปราบเข้าตรวจสอบจอกชาและผงพิษจากหลักฐานที่ข้าฝากไว้กับฟางเจียหลิน ก่อนจะพบผงยาชนิดเดียวกันถูกซ่อนไว้ในกระถางต้นไม้ใกล้ที่นั่งของซูเหยียนหมิงอย่างแนบเนียน
เมื่อเค้นสอบปากคำบ่าวเสิร์ฟอาหารอย่างหนัก ก็พบชายต้องสงสัยคนหนึ่ง เขารับสารภาพว่าไม่ใช่คนของจวนตระกูลจ้าว แต่ก่อนจะทันได้สอบเบื้องหลัง เขาก็ล้มตึงลงกับพื้น โลหิตสีดำทะลักออกจากปาก สิ้นใจตายทันที
เมื่อตรวจร่างกายศพอย่างละเอียด ก็พบรอยสักรูปหงส์ดำบริเวณหลังใบหู... สัญลักษณ์ของ 'สำนักหงส์โลหิต' สำนักนักฆ่าชื่อดังที่รับงานสกปรกให้ขุนนางชั้นสูง!
กู้เหลินหลงนั่งจิบชาหน้าดำสลับเขียวที่แผนการณ์ไม่สำเร็จกระมัง ข้าจะทำให้เจ้าชื่นชมและสนใจในตัวข้ามากขึ้น และยิ่งต้องการครอบครองตระกูลจ้าวมากกว่าเดิมอีกหลายส่วน
เมื่อการสอบสวนจบลง กองปราบถอนกำลังออกไป คดีถูกสรุปว่าเป็นฝีมือศัตรูทางการค้า แม้จะยังจับตัวผู้บงการไม่ได้ แต่นางร้ายอย่างข้าไม่รีบร้อน... ข้ามีเวลาคิดบัญชีแค้นอีกยาวนาน!
เรื่องราวของคุณหนูตระกูลจ้าวผู้เลอโฉมอย่างข้า มีไหวพริบและมีความสามารถทางการแพทย์อย่างล้ำลึกเลื่องลือไปทั่วเมืองหลวงเพียงชั่วข้ามคืน!
บรรยากาศในโถงใหญ่เต็มไปด้วยความกดดัน เหล่าผู้อาวุโสในตระกูลและเครือญาติสายรองต่างนั่งประจำที่ แต่ละคนล้วนเป็นจิ้งจอกเฒ่าที่มองเห็นผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง เสียงซุบซิบดังระงมถึงข่าวการรับ "อนุชาย" จากหอคณิกา ข้ากวาดตามองทุกคนในงาน ประเมินด้วยสายตาของผู้นำอย่างเหนือชั้น"น่าอับอายยิ่งนัก! ตระกูลจ้าวเป็นถึงมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง แต่คุณหนูใหญ่กลับรับชายไร้หัวนอนปลายเท้ามาเป็นอนุ!" ผู้อาวุโสรองตบโต๊ะเบา ๆ "ข้าว่าเราต้องคุยเรื่องนี้ให้ชัดเจน ก่อนที่หลินซีจะขึ้นรับตำแหน่ง""ถูกต้อง" ผู้อาวุโสสามเสริม "บุตรชายของข้า 'จ้าวจื่อหาน' เพิ่งสอบได้เป็นบัณฑิตไม่นานก็จะได้รับใช้ราชสำนัก รูปโฉมก็งดงาม หากแต่งหลินซีเข้าบ้านข้า กิจการทั้งหมดล้วนมั่นคง มิต้องตกไปอยู่ในมือคนนอกเช่นนี้"ท่านพ่อนั่งจิบชาอย่างสงบ ทว่าข้ารู้ว่าภายในใจกำลังเตรียมออกหน้าเต็มที่ หึ พวกเจ้าล้วนวางอำนาจต่อหน้าใครปัง! คนทั้งโถงเงียบกริบ"พวกท่านทั้งหลาย... ลูกสาวข้าเพียงต้องการ 'คนดูแลข้างกาย' ที่นางไว้ใจ และข้าพิสูจน์แล้วว่าหานเยว่มีคุณสมบัตินั้น" ท่านพ่อยิ
ข้าเหวี่ยงร่างเสี่ยวเหมยที่ยามนี้สิ้นสติสมประดีด้วยฤทธิ์ยาลงกลางลาน เสี่ยวเหมยเริ่มบิดกายด้วยความกระสัน ผิวพรรณแดงซ่าน ท่วงท่ายั่วยวนจนพวกโจรทั้งยี่สิบกว่าคนถึงกับสูดลมหายใจกระหายหิว กลิ่นคาวกามพุ่งพล่านบดบังความยั้งคิดในพริบตา"คนที่พวกเจ้าคุ้นหน้าคือข้า..." ข้าชี้ไปยังร่างที่นอนบิดเร่า "แต่คนที่จะมาสนองกามราคะของพวกเจ้าในคืนนี้ คือนาง!"ข้าสะบัดเข็มเงินอาบยามหาเสน่ห์ชนิดพิเศษเข้าใส่เส้นเลือดใหญ่ของโจรทุกคน มิใช่เพื่อให้ดับสูญ แต่เพื่อให้พวกมัน "คลุ้มคลั่ง" และ "ไร้สิ้นซึ่งมโนธรรม" ทว่าร่างกายกลับทนทานต่อกามกิจได้ยาวนานกว่าปกติหลายเท่า"เชิญพวกเจ้าเสพสมกับนาง... ให้เต็มอิ่ม!"ข้าทะยานขึ้นสู่ยอดพฤกษาใหญ่ นั่งลงจิบสุราพลางมองฉากเร่าร้อนเบื้องล่างด้วยสายตาที่เย็นชา เสี่ยวเหมยยามนี้มิเหลือเค้าลางความเป็นคน กรีดร้องโผเข้าหาฝูงโจรด้วยความกระหายกามารมณ์ ส่วนพวกโจรที่ตกอยู่ในมนต์สะกดก็โถมเข้าใส่นางราวกับฝูงหมาป่าหิวโหยเสียงเนื้อกระทบเนื้อและเสียงครวญครางระคนกรีดร้องของเสี่ยวเหมยดังระงมป่า ข้านั่งมองภาพความพินาศนั้นด้วยความสะใจที่ซึมลึกถึงวิญญาณ‘เจ็บปวดหรือไม่เสี่ยวเหมย? นี่เป็นเพียงเศษเสี้
ขณะที่อาห่าวกำลังเฝ้าอยู่นั้น ความปั่นป่วนภายในของบุคคลที่อยู่ในห้องกลับมิได้ลดน้อยลงเลย เสวี่ยหานอ๋องในชื่อหานเยว่นั่งอยู่บนตั่ง สายตาจ้องมองเงาแผ่นหลังของจ้าวอู๋หลินซีที่เอนกายลงบนเตียงกว้าง ความรู้สึกรักใคร่โหยหาที่สะสมมาข้ามภพข้ามชาติพุ่งพล่านจนอกแทบระเบิดในชาติก่อน... เขาทำได้เพียงเฝ้ามองนางจากเงามืดด้วยหัวใจที่แหลกสลาย เขาเห็นนางมอบหัวใจและรอยยิ้มที่งดงามที่สุดให้แก่องค์ชายสี่ เห็นนางมีความสุขยามได้เคียงคู่กับชายที่นางรัก ยามนั้นเขามิได้ใช้ฐานะอ๋องผู้ทรงอำนาจไปฉุดคร่าแย่งชิง เพราะเขารักนาง... มากจนยอมที่จะเห็นตัวเองอยู่อย่างโดดเดี่ยวดีกว่าจะเห็นนางต้องมีน้ำตาหากต้องมาอยู่กับคนเช่นเขาที่นางไม่ได้รัก‘ข้าคิดว่าความสุขของเจ้า... คือความสุขของข้า’ เขาขมขื่นในหัวใจเมื่อนึกถึงความไร้เดียงสาของตนเองในกาลก่อน ความใจกว้างของเขาในชาตินั้น กลับกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงเขาเห็นนางถูกหักหลัง เห็นนางต้องจบชีวิตลงอย่างทรมานโดยที่เขาไม่อาจยื่นมือเข้าไปช่วยได้ทันกาล ความรู้สึกผิดที่ปล่อยนางไปเผชิญเคราะห์กรรมเพียงลำพังจึงสลักลึกอยู่ในดวงวิญญาณ‘เป็นข้า... ที่โง่เขลาปล่อยมือเจ้าไปเ
ท่ามกลางกระแสลมหนาวที่พัดโบกสะบัดธงทิวบนยอดเขาสูงชันรอยต่อแคว้นเหนือเฟยเทียนรองแม่ทัพหนุ่มผู้มีใบหน้าคมเข้มและท่าทางทะมัดทะแมง กำลังนั่งคิ้วขมวดจ้องมองเอกสารกองมหึมาในค่ายพักแรมชั่วคราว"ท่านรองแม่ทัพ... นี่พวกเราต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือขอรับ?" ทหารคนสนิทคนหนึ่งเอ่ยถามพลางปาดเหงื่อ ขณะที่กำลังปลอมแปลงสมุดบัญชีการค้าที่เพิ่งเขียน ให้ดูเหลืองซีดตามกาลเวลาเฟยเทียนถอนหายใจยาว แววตาเต็มไปด้วยความอ่อนใจเมื่อนึกถึงคำสั่งสุดท้ายของเจ้านายก่อนจะ 'ขายตัว' เข้าหอคณิกา‘สร้างตัวตนให้ข้า... หานเยว่ บุตรชายพ่อค้าแคว้นเหนือที่ล้มละลาย เอาให้แนบเนียนชนิดที่ว่าหากใครขุดหลุมศพบรรพบุรุษตระกูลนี้ขึ้นมา ก็ต้องเจอหลักฐานการค้าของข้าอยู่ในนั้น!’"เจ้าอย่าถามมาก" เฟยเทียนเอ่ยเสียงเข้ม "ท่านอ๋องสั่งให้ทำอย่างไรก็ทำไป หากจวนตระกูลจ้าวส่งคนมาสืบแล้วพบจุดพิรุธแม้แต่จุดเดียว หัวของพวกเราคงมิได้อยู่บนบ่ามาประดับประดาเล่นแน่"ในใจของเฟยเทียนนั้นอยากจะตะโกนก้องฟ้าว่าเขาลำบากใจเพียงใด เจ้านายของเขา... แม่ทัพไร้พ่ายผู้เกรียงไกร ยอมสละสิ
“คืนนี้เจ้านอนห้องข้า ฉุกละหุกเกินไป ข้ายังไม่ได้สั่งให้คนจัดห้องข้างๆ ให้”สำหรับข้า ชายหญิงนอนห้องเดียวกันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เรื่องบนเตียงยิ่งไม่ใช่สิ่งที่ต้องมานั่งคิดมาก แต่บุรุษตรงหน้ากลับยืนแข็งทื่ออยู่กลางห้องหับที่อบอวลด้วยกลิ่นกำยาน เขานิ่งจนดูเหมือนรูปสลัก ทว่าแววตากลับสับสนลุกรนผิดกับท่าทีของชายคณิกา“เจ้าจะยืนเฝ้าประตูเป็นเทพทวารบาลไปทั้งคืนเลยหรือ?”หานเยว่สูดลมหายใจเข้าลึก เค้นเสียงทุ้มต่ำออกมาอย่างระมัดระวัง“ข้า... เกรงว่ามันจะมิเป็นการสมควรขอรับ”คำว่ามิสมควร หลุดมาจากปากชายคณิกา ฟังดูขบขันจนข้าหลุดหัวเราะในลำคอ“เจ้าถูกขายมาเป็นชายคณิกาในหอชิงเยวี่ย...” ข้าเดินเข้าไปใกล้ ยื่นหน้าไปถาม “ยังจะมาพูดเรื่องความเหมาะสมกับข้าอีกหรือ? หรือเจ้าไม่เคยนอนร่วมห้องกับสตรีคนไหนเลย?”คำถามของข้าทำเอาเขาแทบใบ้กิน ในคราบชายคณิกาที่ถูกซื้อมาด้วยเงินห้าเท่า เขาไม่อาจหาคำไหนมาโต้แย้งได้เลยข้าเลิกสนใจท่าทีเงอะงะนั่น เดินไปนั่งบนขอบเตียง พลางดึงปิ่นออกจากมวยผม ปล่อยให้ผมยาวสยายลงมา แวบหนึ่งข้าเห็นเขาลอบมอง ก่อนจะรีบเบนหน้าหนีเร็
ทันทีที่ประตูไม้อันวิจิตรเปิดออก เสี่ยวฮวา สาวใช้ตัวน้อยก็รีบถลันเข้ามาเตรียมรับ เหมือนหมาน้อยรอเจ้าของกลับบ้านอยู่หลายส่วน“คุณหนู! ท่านกลับมาแล้ว... เอ๊ะ?” เสี่ยวฮวาชะงักฝีเท้าจนเกือบหน้าคะมำ นางมองบุรุษร่างสูงสง่าในชุดสีอ่อนก้าวตามข้าลงมา นางจ้องเขาตาโต“นี่... นี่ใครกันเจ้าคะ?”“ท่านเขยหานเยว่ ” ข้าตอบเรียบ ๆ ใช้มือปัดเศษฝุ่นที่ชายเสื้อ“เสี่ยวฮวา เจ้าพาสิ่งของที่ข้าซื้อมาไปเก็บ แล้วหลังจากนี้ดูแลท่านเขยให้ดี อย่าให้ใครในจวนมาวุ่นวายคนของข้า”เขาพยักหน้าให้เสี่ยวฮวาเบาๆ “ฝากตัวด้วย แม่นางน้อย”“เจ้าคะ!... เจ้าค่ะ” เสี่ยวฮวาหน้าแดงซ่าน รีบก้มหน้าลงทันที ข้าเห็นแล้วต้องส่ายหัวด้วยความเอ็นดู ช่างเด็กน้อยจริง ๆ แค่เจอหนุ่มหล่อหน่อยก็หน้าแดงแล้วท่านพ่อนั่งจิบชาด้วยท่าทางสบาย ๆ อยู่ในเรือนรับรอง แม้จะเป็นผู้กุมอำนาจน่าเกรงขามในสนามธุรกิจ แต่เมื่อเห็นข้าเดินเข้ามา ใบหน้าเรียบตึงแฝงไปด้วยแววตากดข่มกลับอ่อนโยนลงทันที“หลินซี! กลับมา







