LOGIN“คุณหนูเจ้าคะ!”
เสียงเสี่ยวเหมยดึงสติข้าให้กลับคืนสู่ปัจจุบัน
“คุณหนูเป็นเยี่ยงไรบ้างเจ้าคะ ยังเจ็บตรงไหนอีกหรือไม่”
เสี่ยวฮวาเอ่ยถามด้วยความห่วงใยเมื่อเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของคุณหนู
ย้อนไปก่อนหน้า... ท่านจ้าวลี่เซิง ผู้เป็นบิดา ได้จัดหาม้าเพื่อให้บุตรสาวได้หัดขี่ ทว่าใครจะคิดว่าม้าที่เคยเชื่องกลับตื่นตกใจโดยไม่ทราบสาเหตุ มันสะบัดร่างบอบบางของหลิงซีตกลงมาศีรษะกระแทกพื้นจนหมดสติไปสามวันสองคืน ความกังวลแผ่ซ่านทั่วจวนตระกูลจ้าว ท่านจ้าวลี่เซิง และ ฮูหยินจ้าวเยว่หรู ผู้เป็นมารดา ระดมหมอมีชื่อเสียงจากทุกสารทิศมารักษา ล้วนต่างก็ส่ายหน้าด้วยความจนใจ
“อาการของคุณหนูสาหัสนัก หากผ่านพ้นคืนนี้ไปได้ถือว่าปาฏิหาริย์แล้ว”
ท่านหมอผู้เฒ่าหลี่กล่าวทิ้งท้ายก่อนจากไป ท่ามกลางบรรยากาศเศร้าโศกที่ปกคลุมจวน ฮูหยินจ้าวถึงกับล้มป่วยลงด้วยความตรอมใจ
ปาฏิหาริย์บังเกิด! รุ่งเช้า เสี่ยวฮวาผู้ซื่อสัตย์ที่เฝ้าดูแลอยู่ไม่ห่างสังเกตเห็นสีหน้าคุณหนูมีเลือดฝาด ริมฝีปากที่เคยซีดกลับขยับเอ่ยขอน้ำ นางรีบป้อนน้ำ ก่อนให้เสี่ยวเหมยรีบไปแจ้งข่าวแก่นายท่าน หลังจากแพทย์มาตรวจอาการและให้ยาบำรุง หลิงซีพักฟื้นอยู่หลายวันจนอาการดีขึ้น แต่เสี่ยวฮวากลับรู้สึกว่าคุณหนูของนางเปลี่ยนไป ลึกๆ แล้วนางไม่แน่ใจว่าความเปลี่ยนแปลงนั้นคืออะไร
วันนี้... วันปักปิ่นของจ้าวอู๋หลิงซี บางครานางนั่งเหม่อลอยคล้ายความคิดล่องลอยไปไกล บางคราแววตาคมกริบเจนโลกนั้นดูไม่เหมือนคุณหนูผู้ใสซื่อของนางเลย
‘ข้าย้อนมาอายุสิบห้าอีกครั้งหรือนี่? วันนี้จะได้พบกับสามีสุดที่รักซินะ’
แววตาโหดเหี้ยมอาฆาตรแค้นปรากฎขึ้นชั่วขณะก่อนจะหายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น
“ข้าไม่เป็นไร แค่รู้สึกเพลียเล็กน้อย เจ้าทำต่อเถิด”
คำยืนยันจากคุณหนูทำให้บ่าวผู้ภักดีเบาใจลง
ข้านั่งมองตัวเองในกระจกทองเหลือง ดวงตากลมโตคู่สวยยังคงฉายแววอ่อนล้าเล็กน้อย ทว่าภายใต้ความอ่อนเยาว์นั้นซ่อนความแค้นไว้อย่างมิดชิด
ภาพสะท้อนในกระจก แม่นางน้อยชุดกระโปรงชั้นในสีขาวทับซ้อนกระโปรงตัวนอกโปร่งบางสีม่วงอมชมพู สายคาดเอวสีม่วงเข้มขับผิวขาวผ่องให้ดูนวลเนียน รูปลักษณ์เช่นนี้ไม่ชอบเลย ดูอ่อนแอไร้ความสามารถ
ข้อมือเหมือนหลอดดูดน้ำจับทีคงยุบบุ๋มตามนิ้วมือ อย่างนี้จะไปสู้ใครได้ ชาติที่เป็นยากูซ่าฆ่าคนทรยศไม่เว้นวัน จับอาวุธทุกรูปแบบ เกือบตายมาก็หลายครั้ง เห็นทีนรกคงอยากให้ทำบาปเพิ่มจึงส่งข้ามาเอาคืนคนพวกนี้ จะทบต้นทบดอกให้สมกับที่ได้ย้อนมาอีกครั้ง
ข้าอดไม่ได้ที่จะยิ้มเหี้ยม หรี่ตาลงอย่างหมายมั่น ใจเย็นๆ เก็บซ่อนมันไว้ก่อน
ความสง่างามและกิริยาท่าทางที่เรียบร้อยอ่อนช้อย บ่งบอกถึงการอบรมสั่งสอนอย่างดีเลิศ เหมาะสมกับการเป็นคุณหนูเพียงคนเดียวแห่งตระกูลจ้าวที่ครอบคลุมการค้าทั้งภายในและภายนอกแคว้นที่มั่งคั่งร่ำรวยที่สุด สตรีผู้เพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติกุลสตรีโดยแท้ ตอนนั้นเหตุใจข้าคิดไม่ได้กันนะ
หึ.. ร่างอ่อนแอเช่นนี้แหละคืออาวุธขั้นดี
เรือนผมยาวสลวยสีดำขลับถูกสางอย่างเบามือโดยสาวใช้คนสนิทสองคน
'เสี่ยวฮวา' สาวใช้วัยเดียวกันที่ซื่อสัตย์ภักดี และอีกคนคือ 'เสี่ยวเหมย' ที่ใบหน้าหวานซ่อนแววเจ้าเล่ห์เอาไว้ลึก... นางจำได้ดี…
"คุณหนูเจ้าคะ วันนี้เป็นวันปักปิ่นแล้วนะเจ้าคะ"
เสี่ยวฮวายิ้มแก้มแทบปริเมื่อเห็นความงามที่ไม่เป็นรองใครของคุณหนู
"บ่าวดีใจแทนฮูหยินยิ่งนักเจ้าค่ะ"
เมื่อชาติที่แล้วเสี่ยวฮวาได้ล่วงรู้ความลับของเสี่ยวเหมย และก่อนที่นางจะได้มาบอกข่าวกับขข้านางกลับถูกเสี่ยวเหมยฆ่าปิดปากเสียก่อน
กลับมาครานี้ข้าจะทวงคืนความยุติธรรมให้เจ้าเอง
เสี่ยวเหมยหันมายิ้มให้นางอย่างนอบน้อม
"ใช่เจ้าค่ะคุณหนูของบ่าวสวยงามยิ่งนักเจ้าค่ะ"
น้ำเสียงประจบประแจงอยู่หลายส่วน
“เช่นนั้นหรือ”
ข้ายิ้มบางๆ เยาะเย้ยให้กับความหน้าซื่อใจคดของเสี่ยวเหมย ข้าไม่หลงคำลวงของงูพิษเช่นเจ้าอีกแล้วละ จงเตรียมตัวรับผลเสียเถิดเสี่ยวเหมย
เทียบเชิญงานแต่งสีแดงชาดปักลวดลายดิ้นทองคำสุดหรูหรา กระจายไปถึงมือขุนนางทุกกระทรวง คฤหาสน์คหบดีใหญ่ ยันประตูวังหลวง ข่าวลือแพร่สะพัดไปทุกซอกซอยจนชาวบ้านร้านตลาดขยับปากกันอย่างสนุก‘ผู้นำตระกูลคนใหม่... ประกาศจัดงานอนุชายเข้าตระกูล แถมยังเป็นชายในหอคณิกาอีกด้วย’เสียงวิจารณ์ บ้างก็ว่านางลุ่มอำนาจจนเป็นบ้า บ้างก็มองว่าสตรีผู้นี้ใจเด็ด ไม่แยแสต่อจารีตประเพณี.............................................................................................ณ ตำหนักองค์ชายสี่เพล้ง!แจกันกระเบื้องเคลือบราคาแพงลิบถูกขว้างใส่กำแพงจนแตกกระจายเกลื่อนพื้น เศษกระเบื้องร่วงกราวพอๆ กับสติที่บ้าคลั่งของกู้เหวินหลง"นังผู้หญิงไรยางอาย กล้าดีอย่างไร"เขาทำลายทุกสิ่งตรงหน้าด้วยแรงโทสะที่บิดเบี้ยว เทียบเชิญหรูหราถูกโยนทิ้งไว้บนโต๊ะ งานมงคลที่น่ารังเกียจ ยังมีหน้ามาเชิญให้เขาไปเป็นแขกผู้มีเกียรติ... ช่างน่าหนานักกู้เหวินหลงขบกรามแน่นจนเส้นเลือดขมับปูดโปน "นางตั้งใจให้คนทั้งแคว้นหัวเราะเยาะข้า นางต้องการประจานว่าชายคณิกาไร้หัว
"หุบเขาอสูร? มิใช่ที่กบดานของพรรคหงส์โลหิตหรือ?" ท่านพ่อถามด้วยความแปลกใจ ทว่าข้ากลับยิ้มอย่างมีความสุข"ย่อมเป็นเช่นนั้น... ประหลาดนัก ทางการเข้าตรวจสอบกลับพบศพนอนกระจัดกระจายหลายศพ ที่น่าแปลกคือ ในที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนอันมิควรเอ่ยนามของบุรุษ ที่มิอาจระบุได้ว่าเป็นของใคร รวมถึงตัวหัวหน้าที่ชื่อ ขาล และสมาชิกอีกยี่สิบกว่าคนล้วนหายสาบสูญอย่างไร้ร่องรอย "‘ข้ามั่นใจว่าขาลกับพวกที่หายไปข้าเป็นคนทำ แต่ศพที่นอนเกลื่อนมาจากที่ใด... ทางการก็มิอาจสืบค้นได้อย่างนั้นหรือ?’ผู้นั้นจะเป็นมิตรหรือศัตรูย่อมมิอาจรู้ได้ ข้ามองสำรวจไปทั่วงานเลี้ยง คนผู้นั้นจะอยู่ในงานนี้หรือไม่ ท่าทางขมวดคิ้วอย่างผิดสังเกตคงสะดุดสายตาเสี่ยวฮวาผู้ภักดีเข้า"คุณหนูเจ้าคะ... หาสิ่งใดหรือ?"ข้าหันไปยิ้มให้เสี่ยวฮวาเล็กน้อย "เปล่าหรอ"................................................................................................กู้เหวินหลงจ้องมองจ้าวอู๋หลินซีที่ดูสะพรั่งและทรงอำนาจยิ่งกว่าคราไหน ๆ สายตาชื่นชมที่เคยมอบให้เขาเพียงผู้เดียว บัดนี้กลับมีเพียงชายคณิกา
บรรยากาศในโถงใหญ่เต็มไปด้วยความกดดัน เหล่าผู้อาวุโสในตระกูลและเครือญาติสายรองต่างนั่งประจำที่ แต่ละคนล้วนเป็นจิ้งจอกเฒ่าที่มองเห็นผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง เสียงซุบซิบดังระงมถึงข่าวการรับ "อนุชาย" จากหอคณิกา ข้ากวาดตามองทุกคนในงาน ประเมินด้วยสายตาของผู้นำอย่างเหนือชั้น"น่าอับอายยิ่งนัก! ตระกูลจ้าวเป็นถึงมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง แต่คุณหนูใหญ่กลับรับชายไร้หัวนอนปลายเท้ามาเป็นอนุ!" ผู้อาวุโสรองตบโต๊ะเบา ๆ "ข้าว่าเราต้องคุยเรื่องนี้ให้ชัดเจน ก่อนที่หลินซีจะขึ้นรับตำแหน่ง""ถูกต้อง" ผู้อาวุโสสามเสริม "บุตรชายของข้า 'จ้าวจื่อหาน' เพิ่งสอบได้เป็นบัณฑิตไม่นานก็จะได้รับใช้ราชสำนัก รูปโฉมก็งดงาม หากแต่งหลินซีเข้าบ้านข้า กิจการทั้งหมดล้วนมั่นคง มิต้องตกไปอยู่ในมือคนนอกเช่นนี้"ท่านพ่อนั่งจิบชาอย่างสงบ ทว่าข้ารู้ว่าภายในใจกำลังเตรียมออกหน้าเต็มที่ หึ พวกเจ้าล้วนวางอำนาจต่อหน้าใครปัง! คนทั้งโถงเงียบกริบ"พวกท่านทั้งหลาย... ลูกสาวข้าเพียงต้องการ 'คนดูแลข้างกาย' ที่นางไว้ใจ และข้าพิสูจน์แล้วว่าหานเยว่มีคุณสมบัตินั้น" ท่านพ่อยิ
ข้าเหวี่ยงร่างเสี่ยวเหมยที่ยามนี้สิ้นสติสมประดีด้วยฤทธิ์ยาลงกลางลาน เสี่ยวเหมยเริ่มบิดกายด้วยความกระสัน ผิวพรรณแดงซ่าน ท่วงท่ายั่วยวนจนพวกโจรทั้งยี่สิบกว่าคนถึงกับสูดลมหายใจกระหายหิว กลิ่นคาวกามพุ่งพล่านบดบังความยั้งคิดในพริบตา"คนที่พวกเจ้าคุ้นหน้าคือข้า..." ข้าชี้ไปยังร่างที่นอนบิดเร่า "แต่คนที่จะมาสนองกามราคะของพวกเจ้าในคืนนี้ คือนาง!"ข้าสะบัดเข็มเงินอาบยามหาเสน่ห์ชนิดพิเศษเข้าใส่เส้นเลือดใหญ่ของโจรทุกคน มิใช่เพื่อให้ดับสูญ แต่เพื่อให้พวกมัน "คลุ้มคลั่ง" และ "ไร้สิ้นซึ่งมโนธรรม" ทว่าร่างกายกลับทนทานต่อกามกิจได้ยาวนานกว่าปกติหลายเท่า"เชิญพวกเจ้าเสพสมกับนาง... ให้เต็มอิ่ม!"ข้าทะยานขึ้นสู่ยอดพฤกษาใหญ่ นั่งลงจิบสุราพลางมองฉากเร่าร้อนเบื้องล่างด้วยสายตาที่เย็นชา เสี่ยวเหมยยามนี้มิเหลือเค้าลางความเป็นคน กรีดร้องโผเข้าหาฝูงโจรด้วยความกระหายกามารมณ์ ส่วนพวกโจรที่ตกอยู่ในมนต์สะกดก็โถมเข้าใส่นางราวกับฝูงหมาป่าหิวโหยเสียงเนื้อกระทบเนื้อและเสียงครวญครางระคนกรีดร้องของเสี่ยวเหมยดังระงมป่า ข้านั่งมองภาพความพินาศนั้นด้วยความสะใจที่ซึมลึกถึงวิญญาณ‘เจ็บปวดหรือไม่เสี่ยวเหมย? นี่เป็นเพียงเศษเสี้
ขณะที่อาห่าวกำลังเฝ้าอยู่นั้น ความปั่นป่วนภายในของบุคคลที่อยู่ในห้องกลับมิได้ลดน้อยลงเลย เสวี่ยหานอ๋องในชื่อหานเยว่นั่งอยู่บนตั่ง สายตาจ้องมองเงาแผ่นหลังของจ้าวอู๋หลินซีที่เอนกายลงบนเตียงกว้าง ความรู้สึกรักใคร่โหยหาที่สะสมมาข้ามภพข้ามชาติพุ่งพล่านจนอกแทบระเบิดในชาติก่อน... เขาทำได้เพียงเฝ้ามองนางจากเงามืดด้วยหัวใจที่แหลกสลาย เขาเห็นนางมอบหัวใจและรอยยิ้มที่งดงามที่สุดให้แก่องค์ชายสี่ เห็นนางมีความสุขยามได้เคียงคู่กับชายที่นางรัก ยามนั้นเขามิได้ใช้ฐานะอ๋องผู้ทรงอำนาจไปฉุดคร่าแย่งชิง เพราะเขารักนาง... มากจนยอมที่จะเห็นตัวเองอยู่อย่างโดดเดี่ยวดีกว่าจะเห็นนางต้องมีน้ำตาหากต้องมาอยู่กับคนเช่นเขาที่นางไม่ได้รัก‘ข้าคิดว่าความสุขของเจ้า... คือความสุขของข้า’ เขาขมขื่นในหัวใจเมื่อนึกถึงความไร้เดียงสาของตนเองในกาลก่อน ความใจกว้างของเขาในชาตินั้น กลับกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงเขาเห็นนางถูกหักหลัง เห็นนางต้องจบชีวิตลงอย่างทรมานโดยที่เขาไม่อาจยื่นมือเข้าไปช่วยได้ทันกาล ความรู้สึกผิดที่ปล่อยนางไปเผชิญเคราะห์กรรมเพียงลำพังจึงสลักลึกอยู่ในดวงวิญญาณ‘เป็นข้า... ที่โง่เขลาปล่อยมือเจ้าไปเ
ท่ามกลางกระแสลมหนาวที่พัดโบกสะบัดธงทิวบนยอดเขาสูงชันรอยต่อแคว้นเหนือเฟยเทียนรองแม่ทัพหนุ่มผู้มีใบหน้าคมเข้มและท่าทางทะมัดทะแมง กำลังนั่งคิ้วขมวดจ้องมองเอกสารกองมหึมาในค่ายพักแรมชั่วคราว"ท่านรองแม่ทัพ... นี่พวกเราต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือขอรับ?" ทหารคนสนิทคนหนึ่งเอ่ยถามพลางปาดเหงื่อ ขณะที่กำลังปลอมแปลงสมุดบัญชีการค้าที่เพิ่งเขียน ให้ดูเหลืองซีดตามกาลเวลาเฟยเทียนถอนหายใจยาว แววตาเต็มไปด้วยความอ่อนใจเมื่อนึกถึงคำสั่งสุดท้ายของเจ้านายก่อนจะ 'ขายตัว' เข้าหอคณิกา‘สร้างตัวตนให้ข้า... หานเยว่ บุตรชายพ่อค้าแคว้นเหนือที่ล้มละลาย เอาให้แนบเนียนชนิดที่ว่าหากใครขุดหลุมศพบรรพบุรุษตระกูลนี้ขึ้นมา ก็ต้องเจอหลักฐานการค้าของข้าอยู่ในนั้น!’"เจ้าอย่าถามมาก" เฟยเทียนเอ่ยเสียงเข้ม "ท่านอ๋องสั่งให้ทำอย่างไรก็ทำไป หากจวนตระกูลจ้าวส่งคนมาสืบแล้วพบจุดพิรุธแม้แต่จุดเดียว หัวของพวกเราคงมิได้อยู่บนบ่ามาประดับประดาเล่นแน่"ในใจของเฟยเทียนนั้นอยากจะตะโกนก้องฟ้าว่าเขาลำบากใจเพียงใด เจ้านายของเขา... แม่ทัพไร้พ่ายผู้เกรียงไกร ยอมสละสิ







