Mag-log inณ สถานบันเทิงที่เรียกได้ว่าเป็นอันดับ 1 ของจังหวัด ร่างบางในชุดเสื้อสายเดี่ยวสีแดงเพลิงปักเลื่อมทั้งตัว กางเกงหนังรัดรูปเอวต่ำสีดำ กับรองเท้าบูทหนังสีดำมันแผล็บ โยกย้ายไปตามเสียงเพลงคลอเคลียเสา เป็นภาพที่ปลุกความหื่นกระหายในตัวผู้ชายทุกคนได้เป็นอย่างดี
‘วู้วๆ’ เสียงเซ็งแซ่ของผู้ชายในผับโห่รองเมื่อผีเสื้อราตรีสยายปีก
‘เซ็กซี่จังเลยคร้าบ วู้วๆ’
ผมผลักประตูเข้ามาในสถานบันเทิงยามค่ำคืนของ ‘คอปเปอร์’ ลูกพี่ลูกน้องของผมก่อนที่สายตาคมกริบจะจับจ้องไปยังเวที ภาพที่ผมเห็นมันทำให้หัวใจดวงโตร่วงหล่นบนพื้นเอาเสียดื้อๆ
“รษา”
ร่างสูงใหญ่เบียดเสียดผู้คนที่คึกคะนองด้านล่างตรงไปหาชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนยิ้มอย่างมีความสุข
“ไอ้เฮีย มึงปล่อยให้รษาขึ้นไปเต้นบนนั้นได้ยังไง” ผมกระชากเสียงใส่ลูกพี่ลูกน้องอย่างหัวเสีย
“เออน่า กูดูอยู่ ไม่เป็นไรหรอก” คอปเปอร์พูดขึ้นแต่กลับไม่ได้ทำให้ผมสบายใจเลยสักนิด
“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง กูจะกลับมาคิดบัญชีกับมึงทีหลัง” ผมชี้หน้าลูกพี่ลูกน้องอย่างคาดโทษ
ใครๆ ก็รู้ว่าผมหวงรษาแค่ไหน ยิ่งเห็นรษาในสภาพแบบนี้ ยิ่งอยากจะต่อยกับไอ้คนที่อนุญาตให้รษาขึ้นไปโยกย้ายตามเสียงเพลงให้ผู้ชายนับร้อยนับพันจับจ้อง และส่งเสียงโห่ร้องชอบใจ ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่น้องหมัดหนักๆ นี้ได้ปล่อยใส่หน้าหล่อๆ ของคอปเปอร์แน่ๆ
ผมกระโดดขึ้นไปบนเวทีถอดเสื้อแจ็กเก็ตยีนที่ใส่ติดตัวมาด้วยคลุมทับร่างบางที่กำลังเต้นอยู่
‘โห่...~’ เสียงโห่ร้องดังขึ้นอย่างขัดใจ
“รษา!” ผมตะโกนแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม กลิ่นเหล้าโชนมาเตะจมูกโด่งจนต้องย่นจมูก ไม่รู้ว่ากินไปเยอะแค่ไหนถึงมีสภาพเป็นแบบนี้
“ธี ... ธีหรอ?”
คำถามนั้นทำให้ผมถึงกับฉุนอยากบีบคอระหงของเธอเสียตอนนี้ เมื่อมองดีๆ แล้วว่าไม่ใช่คนที่เธอเอ่ยชื่อเธอจึงระบายยิ้มหวานเยิ้ม
“ม่ายช่ายธีนี่ คาวินนี่เอง...”
หญิงสาวใช้นิ้วจิ้มแก้มตอบของผม อาจจะเป็นผลพวงจากแอลกอฮอล์ที่เธอดื่มเข้าไปหรืออะไรไม่ ดวงตาหวานหยาดเยิ้มมองไปที่ริมฝีปากรูปกระจับสีชมพูธรรมชาติ และประโยคที่ผมไม่คิดว่ามันจะออกจากปากของเธอก็ดังขึ้น
“มามะ ขอจูบหน่อย...”
ปากบางกำลังจะฉกริมฝีปากของผมแต่ผมกลับเบือนหน้าผละออกไป ...ไม่ชอบใจที่เธอเป็นแบบนี้
“รษา พอแล้ว กลับบ้าน”
ผมรวบมือบางของรษาเอาไว้ เมื่อหญิงสาวขัดขืน เธอกำลังสนุกกับเพลงที่มันกระหึ่ม ซึ่งตอนนี้ถูกสั่งปิดไปเรียบร้อยแล้ว
“ฉานม่ายกลาบ... ฉานจาเต้นต่อ...” เสียงหวานยานคางจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง
“พอแล้ว เมามากแล้วเนี่ย”
ผมอยากจะจับเธอตีก้นนัก นี่ถ้าไม่ใช่ผับของคอปเปอร์ ป่านนี้คงโดนเสือโดนตะเข้คาบเอาไปกินก่อนที่ผมจะมาถึงด้วยซ้ำ
“ม่ายเมา! จะเต้นต่อ อึก”
ปกติรษาจะไม่ค่อยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเธอมองว่า รสชาติของมันช่างไม่น่ากระดกลงไปได้เลย แต่เพราะเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวันทำให้เธอต้องเป็นแบบนี้ ผมรวบอุ้มตัวคนดื้อที่ไม่ยอมกลับบ้านขึ้นในท่าเจ้าสาวก่อนจะเดินลงจากเวทีไปทางหลังร้าน
‘โห่...~’
เสียงหนุ่มๆ โห่ส่งท้ายอย่างไม่พอใจในการกระทำของผม หากมีเวลาสักนิดผมก็อยากซัดพวกมันทีละหมัดที่บังอาจมองผู้หญิงของผมด้วยสายตาแบบนั้น
“ปล่อย...”
รษายังดิ้นไม่หยุดจนต้องจับยัดร่างของเธอเข้าไปในรถก่อนจะปิดประตูผมยังย้ำเธอด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดพร้อมกับชี้หน้าอย่างคาดโทษ
“อย่าออกมาเด็ดขาด งั้นเจอดีแน่”
ผมรีบวิ่งมานั่งประจำฝั่งคนขับก็พบว่า คนตัวเล็กกำลังร้องไห้อยู่ ผมแค่ชำเลืองมองแต่ไม่พูดอะไร รู้ว่าเหตุการณ์ตอนนี้ทำให้เธอเสียใจมาก ผมเองก็รู้สึกไม่ดีที่เธอเป็นแบบนี้ ...เมื่อไหร่เธอจะตัดใจจากไอ้ธีได้สีกทีวะ
“ฮือ...”
“...”
“ไอ้ธี ไอ้บ้า! ทั้งๆ ที่ฉันรักนายแท้ๆ ... ฮึกๆ”
รษาเพ้อออกมาในขณะที่ยังหลับตาอยู่ ประโยคบ้าๆ พวกนั้นมันทำให้ผมเผลอเหยียบคันเร่งและกำพวงมาลัยแน่น
“…แต่นาย... ฮึก นายไม่เห็นฉันอยู่ในสายตาเลย ฮือ...”
เรื่องนี้คงโทษใครไม่ได้มันเป็นปัญหาเรื้อรังของทั้งสามคน การกระทำของทุกคนไม่มีใครผิดหรือถูกหากมองในแง่ของความเป็นจริง ผมเองก็ไม่สามารถตัดใจจากรษาได้ รษาก็ยังรู้สึกรักไอ้ธีอยู่ทั้งที่มันเคยบอกไปแล้วหลายครั้งว่ามันรักครูปิ่น มันคือ พิษที่ไม่สามารถใช้ยาปฏิชีวนะอะไรรักษาได้เลย
เมื่อรู้ตัวว่าความเร็วของรถพุ่งสูงเกิน 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงผมจึงค่อยๆ ลดความเร็วลงเนื่องจากอันตรายที่อาจจะตามมา
“อึก ฉันพยายามทำทุกอย่าง ฮึกๆ แต่นายไม่เคยรักฉันเลย ฮือ...”
น้ำตาที่ไหลอาบแก้มนวลทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปเช็ดออกด้วยความอ่อนโยน
“...ไม่เคย ไม่เคยเลย”
“...ใช่ ...ไม่เคยเลย” ผมเอ่ยเสริมอย่างแผ่วเบา
มือหนาเอื้อมมาลูบผมหนาเบาๆ ราวกับฝ่ามือนี้ทำให้เธอสงบลงได้ ลมหายใจที่สม่ำเสมอทำให้ผมวางใจ และหันมาตั้งใจขับรถกลับคอนโดแบบไม่รีบร้อน ยังไงรษาก็อยู่กับผมแล้วไม่มีอะไรต้องห่วงอีก
สักพักเสียงของคนที่คิดว่าหลับไปแล้วก็ร้องดังขึ้นมาอีก
“ร้อน!”
มือเล็กปัดเสื้อแจ็คเก็ตยีนออกจากตัว ก่อนจะลงมือดึงทึ้งเสื้อสายเดี่ยวของตัวเองราวกับรำคาญมัน
“อื้อ ร้อน...!”
“เฮ้ย! รษา ใจเย็นๆ”
ผมพยายามรวบมือบางเอาไว้ด้วยมื้อข้างเดียวส่วนอีกข้างต้องบังคับพวงมาลัยรถสายตาก็คอยชำเลืองมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้ดึงเสื้อจนสายเดี่ยวเส้นสปาเก็ตตี้ขาดออกไปข้างหนึ่งเผยให้เห็นเต้างามข้างที่สายหลุดไป
“ร้อน... อื้อ...”
“รษา อยู่นิ่งๆ”
ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วพยายามควบคุมสติที่มี การกระทำของเธอ และสิ่งที่เห็นส่งผลให้ลูกชายของผมตื่นมาดุนกางเกงจนเห็นเป็นลำชัดเจน
“อื้อ”
รษายีผมตัวเองอย่างไม่รู้ตัวการกระทำนี้ ทว่าผมกลับมองว่ามันโคตรเซ็กซี่ ผมไม่เคยเห็นรษาในมุมแบบนี้มาก่อน แต่นั้นมันส่งผลเสียกับทั้งตัวผมและเธอมากกว่า
“เชี่ยแล้วไอ้วิน ทำไงดีวะเนี่ย”
“วินอยู่หยุดทำไม?”ฉันขมวดคิ้วจ้องหน้าคนด้านบนอย่างเอาเรื่อง ท่อนเอ็นหยุดนิ่งแช่ลึกอยู่ในรูหวานไม่ยอมขยับ เขามองใบหน้าเหวี่ยงๆ นั้นพร้อมกับขำในลำคอ“ขอวินทำแรงกว่านี้ได้ไหม?” เขาถามด้วยสายตากรุ่มกริ่ม“หนูษากลัวเจ็บ” ฉันตอบอย่างลังเล“ไม่เจ็บหรอก มีแต่จะยิ่งเสียว” คาวินกระซิบกับทรวงอกพร้อมกับดูดดุนจนกลายเป็นจ้ำสีแดง“อื้อ... วิน...”“นะครับ ให้วินทำนะ” คาวินอ้อนด้วยคำหวานทำตาปริบๆ ใส่ฉัน“วิน หนูษาแน่น...วินขยับได้ไหม?” ฉันเปลี่ยนเรื่อง“ยังไม่ตอบคำถามวินเลยนะคะ”ทำไมกัน? ...ทำให้ฉันรู้สึกว่าการที่เขาพูดแบบนี้มันทำให้เขาดูฮอตกว่าเดิม แถมยังสามารถทำให้ฉันตอบคำถามเขาได้อย่างไม่ลังเล“แรงๆ ก็ได้” เอ่ยเบาๆ พร้อมกับหลบสายตาอันทรงเสน่ห์“หึๆ”คาวินจูบที่หน้าผากของฉันราวกับเป็นการให้รางวัล สะโพกสอบขยับวนสะโพกเพียงเล็กน้อย เพราะการที่เขาแช่ลำเอ็นไว้นานๆ มันก็ทำให้เขารู้สึกอึดอัดจากการถูกบีบรัดเช่นกัน“ทูนหัว ...วิน เสียว แน่นเหลือเกิน”“อึก อ๊ะ อ้า...”คาวินค่อยๆ เพิ่มจังหวะให้หนักขึ้น เขามองดวงหน้าที่ฉ่ำปรืออย่างเร้าร้อน เขาแกล้งฉันด้วยจึงผ่อนแรงที่ดันเข้าหาดอกไม้งาม ช้าลงเรื่อยๆ ...จนหยุดใน
ดวงตากลมโตมองสำรวจใบหน้าหล่อเหลาของคาวิน ดวงตาคมกริบสีเทาเข้มที่คอยจ้องมองฉันตลอดเวลารับกันลงตัวกับจมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากหยักสวย เมื่อวางบนโครงหน้าคมคายยิ่งทำให้ทุกอย่างดูลงตัวที่สุด ฉันเลื่อนแขนเรียวโอบรอบเอวสอบเอาไว้คาวิน คือ ผู้ชายคนเดียวที่คอยอยู่เคียงข้างฉัน ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ เขาทำให้ฉันยิ้มได้ในเวลาเครียด เขาทำให้หัวใจฉันพองโตกับการกระทำหลายอย่างที่เขาตั้งใจทำให้ เขาทำให้หัวใจเต้นแรงทุกครั้งที่เขาสัมผัสร่างกายฉัน ขนาดผู้ชายที่ฉันบอกว่ารักเขาอย่างธี ยังไม่สามารถทำให้ใจเต้นผิดจังหวะได้... คาวิน คือคนเดียวที่ทำได้ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตามฉันตัดสินใจประกบจูบที่ปากหยัก ชายหนุ่มชะงักเพียงเสี่ยววินาทีก่อนลิ้นหนาจะฉกชิงความหวานในโพรงปากเล็กจนหนำใจ เขาขบกัดริมฝีปากล่างของฉันแล้วเลื่อนใบหน้าหล่อมายังต้นคอสูดกลิ่นหอมหวานจากลำคอระหง...ราวกับการกระทำเมื่อครู่ทำให้เขาหมดความอดทนร่างบางถูกพลิกให้นอนใต้ร่างสูงใหญ่ในขณะที่ปากหนาขบเม้มเบาๆ ที่เนินอกจนเป็นสีแดง ฉันรู้สึกเจ็บแปลบที่บริเวณนั้นทำให้สติฉันกลับคืนมา อัตราการเต้นของหัวใจทำให้เขาหัวใจเต้นแรงไปด้วย“อื้ม... วิน พอก่อน”มือบาง
“เชี่ยแล้วไอ้วิน ทำไงดีวะเนี่ย”ผมก้มมองลูกชายของตนเองสลับกับเต้าอิ่มของรษาแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มันปวดหนึบไปหมดจนอึดอัดตัวผมในตอนนี้ก็ร้อนรุ่มไม่ต่างจากหญิงสาว ถึงกระนั้นผมก็ไม่อยากเป็นคนฉวยโอกาสตอนที่เธอเมาทำในสิ่งที่เห็นแก่ตัว ทุกครั้งที่ขอไปนอนห้องเดียวกับรษาจะมีก็แค่กอดและหอมบ้างเท่านั้น แต่ไม่คิดจะทำเรื่องอย่างว่า ‘ถ้าเธอไม่เต็มใจหรืออนุญาต’หลังจากออกมาจากห้องนอนของรษา บางวันผมก็ต้องช่วยตัวเอง บ้างก็ออกไปหาสาวๆ มาปรนเปรอให้หายร้อนรุ่มบ้าง จนผมแอบคิดว่าตัวเองเป็นโรคจิตไปแล้วไม่รู้ทำไม พอเวลาเข้าใกล้รษา ผมก็อยากฟัดเธอ อยากจะจับเธอกินไปทั้งตัว ที่น่าตลกที่สุดคือ บางครั้งตอนมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นยังเผลอครางชื่อรษา ออกมาจนเด็กของผมบางคนโกรธไปก็มี แต่บางคนก็เข้าใจจุดยืนของตัวเองขอแค่ได้อยู่กับผมพวกเธอก็ไม่สนอะไรแล้ว...ทำไมผมรู้สึกว่าตัวเองเลวจังเลยวะผมเหยียบคันเร่งให้เร็วขึ้นพยายามบอกตัวเองให้ใจจดจ่ออยู่กับถนน ไม่ใช่หญิงสาวที่พยายามถอดเสื้อของตัวเองออกแล้วหลับไปในที่สุดภายใต้กางเกงที่รัดท่อนล่างที่ขยายใหญ่ทำให้ผมอึดอัดจนต้องขยับขาออกจากกัน ผมรีบจอดรถในอาคารชั้นบนสุดของค
ณ สถานบันเทิงที่เรียกได้ว่าเป็นอันดับ 1 ของจังหวัด ร่างบางในชุดเสื้อสายเดี่ยวสีแดงเพลิงปักเลื่อมทั้งตัว กางเกงหนังรัดรูปเอวต่ำสีดำ กับรองเท้าบูทหนังสีดำมันแผล็บ โยกย้ายไปตามเสียงเพลงคลอเคลียเสา เป็นภาพที่ปลุกความหื่นกระหายในตัวผู้ชายทุกคนได้เป็นอย่างดี‘วู้วๆ’ เสียงเซ็งแซ่ของผู้ชายในผับโห่รองเมื่อผีเสื้อราตรีสยายปีก‘เซ็กซี่จังเลยคร้าบ วู้วๆ’ผมผลักประตูเข้ามาในสถานบันเทิงยามค่ำคืนของ ‘คอปเปอร์’ ลูกพี่ลูกน้องของผมก่อนที่สายตาคมกริบจะจับจ้องไปยังเวที ภาพที่ผมเห็นมันทำให้หัวใจดวงโตร่วงหล่นบนพื้นเอาเสียดื้อๆ“รษา”ร่างสูงใหญ่เบียดเสียดผู้คนที่คึกคะนองด้านล่างตรงไปหาชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนยิ้มอย่างมีความสุข“ไอ้เฮีย มึงปล่อยให้รษาขึ้นไปเต้นบนนั้นได้ยังไง” ผมกระชากเสียงใส่ลูกพี่ลูกน้องอย่างหัวเสีย“เออน่า กูดูอยู่ ไม่เป็นไรหรอก” คอปเปอร์พูดขึ้นแต่กลับไม่ได้ทำให้ผมสบายใจเลยสักนิด“ฝากไว้ก่อนเถอะมึง กูจะกลับมาคิดบัญชีกับมึงทีหลัง” ผมชี้หน้าลูกพี่ลูกน้องอย่างคาดโทษใครๆ ก็รู้ว่าผมหวงรษาแค่ไหน ยิ่งเห็นรษาในสภาพแบบนี้ ยิ่งอยากจะต่อยกับไอ้คนที่อนุญาตให้รษาขึ้นไปโยกย้ายตามเสียงเพลงให้ผู้ชายนับร้อยน
“ธีระ รษา...”เด็กหนุ่มสาววัยเดียวกันตระกองกอดอยู่ในสภาพที่เปลือยเปล่า แม้จะมีผ้าห่มคลุมท่อนล่างเอาไว้แต่ก็เดาไม่ยากว่ามันเกิดอะไรขึ้น ภาพตรงหน้าทำให้ขอบตาของปิ่นร้อนผ่าว ดวงตาคู่สวยเริ่มแดงก่ำน้ำตาคลอเบ้า ความรู้สึกนี้กลับมาอีกครั้ง ความรู้สึกของการสูญเสียที่เธอไม่อยากเจอมันอีกรษาลืมตาขึ้นมา เธอมีท่าทางตกใจเล็กน้อยก่อนที่ใสหน้าสวยจะแปลเปลี่ยนเป็นเศร้าเสียใจ“ครูปิ่น...”แม้เสียงของรษาจะเบา แต่ก็สามารถปลุกคนที่หลับใหลอยู่ข้างกายเธอได้แทบจะในทันที ธีลืมตาขึ้นมากวาดสายตามองไปรอบห้องสายตาคมก็สะดุดกับร่างเล็กที่ยืนอยู่“ปิ่น...”เด็กหนุ่มเลื่อนสายตามองสภาพตนเองก็ต้องตกใจ เขามานอนในห้องนี้ได้อย่างไรก็ยังนึกไม่ออก ที่สำคัญนอนอยู่ในสภาพเปลือยเปล่ากับรษา ซ้ำร้ายคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าประตูก็เป็นคนที่เขาไม่อยากให้ยืนอยู่ตรงนั้นมากที่สุด“ปิ่น เดี๋ยว”ปิ่นรีบวิ่งออกไปจากห้องนี้ทันที เธอไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้แม้แต่วินาทีเดียว ธีทำเธอเจ็บหนักอีกครั้งมันเหมือนเขาถีบเธอตกลงไปยังก้นเหวที่มืดมิด ร่างกายเธอตอนนี้เหมือนคนหยุดหายใจไปแล้ว“เดี๋ยว นี่ธีจะไปไหน” รษาคว้าแขนของธีเอาไว้“ปล่อยฉัน! เธอทำแบบนี้ทำไม”
Chapter 2 ทูนหัว: หัวหิน เมื่อ 2 ปีที่แล้ว :วันที่เป็นวันปิดภาคเรียน และเป็นวันที่นักเรียนระดับชั้นมัธยยมศึกษาปีที่ 6 ทุกห้องที่พึ่งจบการศึกษาจะได้ฉลองความสำเร็จก้าวแรกที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทั้งครูและนักเรียนก็ร่วมสามร้อยชีวิตที่พักที่โรงเรียนจัดหาให้ก็เรียกได้ว่าเหมาทั้งโรงแรมเลยก็ว่าได้ทริปนี้เป็นทริป 3 วัน 2 คืนทุกคนจะได้ กิน เที่ยว พักผ่อนกันอย่างเต็มที่ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่รู้ว่าจะมีโอกาสไหนจะกลับมาเจอกันแบบพร้อมหน้าทั้งระดับชั้นแบบนี้ ความสุข มิตรภาพ และความทรงจำดีๆ จะติดตัวพวกเขาไปตลอดชีวิตครืด...โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงสั่นขึ้นอีกครั้งหลังจากที่คุยกับคนรักแล้วยัดมันไว้ในนั้น ธีล้วงออกมาดูก็พบว่าคาวินส่งข้อความมา คิ้วเรียวยาวย่นเล็กน้อยเมื่ออ่านข้อความนั้นจบKAVIN : กูไม่รู้ว่ารษาจะทำอะไร มึงระวังตัวหน่อยก็ดีนะ อย่าเมาให้มากT-RA : อะไรวะ?KAVIN : กูก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ได้ยินเธอพูดกับเพื่อน แต่ฟังไม่ถนัดมันอยู่ไกลT-RA : ทำอะไรก็ช่างเถอะ กูสนที่ไหนKAVIN : เออ งั้นกูนอนละT-RA : ขอบใจที่เตือนธีกดล็อคหน้าจอแล้วยัดมันกลับที่เดิม สายตาคมกริบมอ







