LOGINไตรวิชญ์มองพี่สาว และพี่เขยที่ผลัดกันส่งสายตาหวานฉ่ำให้กันไม่เปลี่ยน
"มองแบบนี้อิจฉาใช่ไหมล่ะ"
น้องชายไหวไหล่ พลางส่ายศีรษะไปมา
"ผมจะไปอิจฉาทำไม ออกจะเห็นใจพี่เกรย์ด้วยซ้ำ พี่น้ำผึ้งดื้อขนาดนี้"
คนโดนกล่าวหามองตาขวาง
"ทำเป็นพูดไปรีบๆ หาแฟนสักคนเถอะ พี่สงสารผู้หญิงที่โดนคนใจร้ายหักอกไปเรื่อย"
"ผมเปล่านะครับ ทุกคนที่ผมนอนด้วยรู้สถานะเป็นอย่างดีว่าผมไม่พร้อมจริงจังกับใคร"
น้ำผึ้งหน้าบูดเบื่อน้องชายตัวดีที่ทำตัวไม่ต่างไปจากอดีตสามี
“แล้วหลานผมล่ะครับไม่มาด้วยหรือ”
อัลเกรย์โด้ และน้ำผึ้งมีลูกด้วยกันหนึ่งคน เด็กชายวัยห้าขวบกำลังน่ารักน่าชัง
“ลูก้าอยู่กับคุณยายที่สวนนั่นล่ะ”
น้ำผึ้งพยักพเยิดใบหน้าไปทางสวนด้านหลังทุกอย่างอยู่ในความดูแลของพี่เลี้ยง และพยาบาลที่คอยดูแลผู้ป่วยอย่างมารดา
"ดีแล้วที่วินซ์โสด พี่อยากจะให้ช่วยไปดูแลโรงแรมที่ประเทศไทย จนกว่าจะหาคนมาบริหารแทนได้ วินซ์ไม่ติดอะไรใช่ไหม"
แม้ชายหนุ่ยจะอายุน้อย แต่ความสามารถ และมันสมองที่มีอยู่เหนือคนอายุคนรุ่นราวคราวเดียวกันหลายเท่าตัว
"ประเทศไทยหรือครับ"
มือหนากำแน่น ตลอดห้าปีเขาไม่ได้กลับไปเหยียบที่นั่นสักครั้ง
"เป็นอะไรหรือเปล่าวินซ์ กังวลจะเจอคนรู้จักหรือ"
น้ำผึ้งหมายถึงเพื่อนบ้านที่อยู่ละแวกเดิมที่เคยดูถูกหาเรื่องครอบครัว
"เปล่าครับ..."
"ไม่ต้องห่วง โรงแรมที่ว่าอยู่ในกรุงเทพฯ ฉะนั้นสบายใจได้ นายไม่มีทางเจอคนรู้จักหรอก"
ไตรวิชญ์ยังคงกำมือแน่น นัยน์ตาคู่คมวาวโรจน์ขึ้นก่อนจะซ่อนเร้น
"ไม่มีปัญหาครับพี่เกรย์ผมจะไปดูแลให้ ถึงต่อให้เจอคนรู้จัก ก็ไม่เป็นผลอะไรกับผมหรอก ตอนนี้ผมเปลี่ยนไปแล้วไม่ใช่คนเดิม"
"ใช่...ตอนนี้นายก็คือน้องชายฉันคนหนึ่ง ฉะนั้นไม่มีอะไรต้องกังวล"
ฟาลาเบียส เป็นตระกูลเก่าแก่ ที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจเงินตรา ซึ่งสามารถแทรกแทรงกฎหมายให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ปรารถนา
"ครับพี่เกรย์"
ไตรวิชญ์ยิ้มรับ เขาไม่เคยเเยเเสกับการนินทาว่าร้ายจากปากชาวบ้าน หรือแม้คำถางถากจากใครก็ตาม สิ่งเดียวที่ อยากหันหลังให้คือ...บุคคลในความทรงจำ
บัวบูชา
โรงแรมมณีมาหยา คือสถานที่ทำงานของบัวบูชา หญิงสาวทำงานในแผนกการตลาด ตามสาขาที่เล่าเรียน แต่ทว่าวุฒิการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพทำให้ได้รับเงินเดือนไม่คุ้มค่าเหนื่อย
“เดือนนี้เธอต้องพยายามหาลูกค้าให้มากขึ้น นะบัว ไม่อย่างนั้นพี่คงทบทวนเรื่องที่จะต่อสัญญาจ้าง อีกที”
“ค่ะพี่กนกรัตน์ บัวจะพยายามค่ะ”
หญิงสาวกังวลไม่น้อย มันเป็นช่วงโลซีซั่นนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่เลือกที่จะหลีกเลี่ยงการท่องเที่ยว ในช่วงปลายฝน
เธอผ่อนลมหายใจอย่างหนักอก แต่ทว่าหัวใจสาวกลับเต้นระส่ำกับสิ่งที่เห็น ดวงตากลมโตไหวระริก ไวเท่าความคิดฝ่าเท้ารีบก้าวกึ่งวิ่งกึ่งเดินตามแผ่นหลังกว้าง แสนคุ้นตา
พี่ต่อ
เมื่ออยู่ในระยะประชิด มือบางคว้าท่อนแขนกำยำทำให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหน้าโรงแรมหันมามอง
“มีอะไรกับผมหรือครับ”
ได้เห็นหน้าตาของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน ดวงตากลมโตอัดแน่นไปด้วยประกายแห่งความหวัง มอดดับลงไร้แสง
“ขอโทษค่ะ...คือดิฉันคงจำคนผิด”
“คุณคือพนักงานโรงแรมนี้หรือครับ”
“ค่ะ...ขอโทษด้วยนะคะที่เสียมารยาท”
บัวบูชายกมือไหว้อย่างสุภาพ ก้าวเดินกลับเข้าไปในโรงแรงมณีมาหยาด้วยสีหน้าอมทุกข์
"บัวทำอะไรอยู่น่ะ"
"ค่ะ ขอโทษค่ะพี่กนกรัตน์พอดีบัวนึกว่าเจอคนรู้จักค่ะ"
หญิงสาวยิ้มเจือนกลับเข้าไปที่ห้องทำงานเพื่อเตรียมแผนการตลาดในเดือนถัดไป
พี่ต่อ...พี่อยู่ที่ไหนกันคะ
ชีวิตประจำวันของเธอวนเวียนแบบเดิม หากไม่มีลูกสาวที่เปรียบเสมือนตัวแทนความรักระหว่างตน และ ไตรวิชญ์ เส้นทางชีวิตคงมืดหม่นไร้แสง
การศึกษาจะเป็นใบเบิกทางช่วยให้เธอได้รับเงินเดือนที่มากขึ้น เพื่อจะมีรายได้มาดูแลของขวัญ และมารดา
"บัว...ฉันถามจริงๆ นะ เธอไม่คิดจะมีแฟนใหม่เปิดใจให้ใครบ้างหรือ อายุยังน้อย เธอก็สวย"
พริกไทยเอ่ยถามด้วยความหวังดี การเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว อีกทั้งยังมีแม่ที่นอนป่วยไม่ได้สติ ความเหนื่อยล้าทางกายใจไหนจะเรื่องเงินอีก
"บัวยังไม่พร้อมจะมีใครน่ะ"
"บัวฉันไม่รู้หรอกนะว่าพ่อของลูกเธอเป็นคนยังไง แต่เขาคงไม่มีทางกลับมาแล้ว"
พริกไทยเอ่ยเอื้อนด้วยความหวังดี ขณะที่มะเหมี่ยวนั้นฮึดฮัดในลำคอ อย่างหมั่นไส้
"โอ๊ย...คนเขารักเดียวใจเดียว รักคนคนเดียวที่ไม่รู้ป่านนี้มีลูกมีเมียไปแล้วหรือยัง ก็ปล่อยไปเถอะ"ถ้อยคำเหล่านี้ไม่ต่างไปจากคมมีดที่กรีดลงบนก้อนเนื้อข้างซ้าย ใบหน้าของบัวบูชาเศร้าหมองทุกข์ระทมจนคนพูดสะใจ"มะเหมี่ยว ! ทำไมปากเสียแบบนี้นี่แก""เอ้า ฉันก็แค่พูดความจริง ทำเป็นเล่นตัวอยู่ได้..."คนทั้งสองที่กำลังถกเถียง บัวบูชาจำต้องห้ามปราม"อย่าเถียงกันเลย ที่มะเหมี่ยวพูดมันเป็นความจริงทั้งนั้นล่ะ แต่บัวแค่อยากรอน่ะ...""รออะไร ?""บัวก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่รู้แค่ว่าอยากรอ..."ภาพจำครั้งสุดท้ายคือแววตาเจ็บปวดของไตรวิชญ์ แต่เธอกลับปฏิเสธขับไล่ให้จากไป ทั้งที่หัวใจเต็มไปด้วยความร้าวรานถ้าเจอกันอีกครั้ง...บัวจะบอกให้พี่รู้ว่าไม่เคยมีวันไหนที่ไม่รัก "เรียนเถอะ อาจารย์มาแล้ว"ทุกสายตาหันไปมอง หญิงสูงวัยที่ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับเอกสารการเรียนการสอน บัวบูชาพยายามมีสมาธิกับการเรียน ทั้งที่ภายในหัวอัดแน่นไปด้วยความ คนึงหาบุคคลในความทรงจำห้าปี่มาแล้วที่ไตรวิชญ์ไม่ได้กลับมาประเทศบ้านเกิด เรื่องราวมากมายในอดีตยังคงฝังลึกภายในหัวใจแต่ทว่าตอนนี้เขาไม่ใช่บุคคลเดิมที่อ่อนแอให้กับความรักชายหนุ่มไม่คบห
ไตรวิชญ์มองพี่สาว และพี่เขยที่ผลัดกันส่งสายตาหวานฉ่ำให้กันไม่เปลี่ยน"มองแบบนี้อิจฉาใช่ไหมล่ะ"น้องชายไหวไหล่ พลางส่ายศีรษะไปมา"ผมจะไปอิจฉาทำไม ออกจะเห็นใจพี่เกรย์ด้วยซ้ำ พี่น้ำผึ้งดื้อขนาดนี้"คนโดนกล่าวหามองตาขวาง"ทำเป็นพูดไปรีบๆ หาแฟนสักคนเถอะ พี่สงสารผู้หญิงที่โดนคนใจร้ายหักอกไปเรื่อย""ผมเปล่านะครับ ทุกคนที่ผมนอนด้วยรู้สถานะเป็นอย่างดีว่าผมไม่พร้อมจริงจังกับใคร"น้ำผึ้งหน้าบูดเบื่อน้องชายตัวดีที่ทำตัวไม่ต่างไปจากอดีตสามี“แล้วหลานผมล่ะครับไม่มาด้วยหรือ”อัลเกรย์โด้ และน้ำผึ้งมีลูกด้วยกันหนึ่งคน เด็กชายวัยห้าขวบกำลังน่ารักน่าชัง“ลูก้าอยู่กับคุณยายที่สวนนั่นล่ะ”น้ำผึ้งพยักพเยิดใบหน้าไปทางสวนด้านหลังทุกอย่างอยู่ในความดูแลของพี่เลี้ยง และพยาบาลที่คอยดูแลผู้ป่วยอย่างมารดา"ดีแล้วที่วินซ์โสด พี่อยากจะให้ช่วยไปดูแลโรงแรมที่ประเทศไทย จนกว่าจะหาคนมาบริหารแทนได้ วินซ์ไม่ติดอะไรใช่ไหม"แม้ชายหนุ่ยจะอายุน้อย แต่ความสามารถ และมันสมองที่มีอยู่เหนือคนอายุคนรุ่นราวคราวเดียวกันหลายเท่าตัว"ประเทศไทยหรือครับ"มือหนากำแน่น ตลอดห้าปีเขาไม่ได้กลับไปเหยียบที่นั่นสักครั้ง"เป็นอะไรหรือเปล่าวินซ์ กั
‘ไอ้ต่อ ! ไอ้หมาขี้เรื้อน ฮ่าๆ มึงมันไม่เจียมตัวโชคดีที่น้องบัวคิดได้ว่าอะไรที่คู่ควรกับเขา’ถ้อยคำของปรเมศที่ตามมาเย้ยหยัน ไม่ได้มีผลต่อหัวใจเท่ากับถ้อยคำปฏิเสธของบัวบูชา พยายามค้นหาความจริงจากแววตาที่เคยมองเขาด้วยความรักแต่มันกลับว่างเปล่า ไม่หลงเหลือแม้แต่เยื่อใย ทุกอย่างแปรเปลี่ยนไป จากหน้ามือเป็นหลังมือในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ทั้งที่คบหากันมาตลอดหนึ่งปี“ไม่จริง บัวไม่ได้รักมึง !”“ใช่บัวอาจจะไม่ได้รักกู แต่กูรวย และให้บัวได้ทุกอย่าง หึ...กูเห็นมึงพาบัวไปกินผัดไทยที่ตลาด มึงไม่คิดว่า ลูกคุณหนูอย่างบัวจะอายคนบ้างหรือว่ะ จนก็จน แม่ก็เป็นบ้า พี่สาวยังเป็นกระหรี่อีก !!”‘มึง ไอ้เมศ อย่าลามปามครอบครัวกู’เขาอาศัยอยู่กับแม่ที่ป่วย พี่สาวเรียนที่กรุงเทพฯ แต่ชาวบ้านต่างนินทา เล่าลือว่าเธอขายตัวให้เสี่ยกระเป๋าหนักกำลังจะพุ่งตัวเข้าไปหาไอ้คนปากดี แต่อีกฝ่ายยิ้มเยาะ เพียงแค่พยักพเยิดใบหน้า ลูกน้องที่ยืนอยู่บริเวณนั้นตรงเข้ามารุมทำร้ายทันทีไตรวิชญ์พยายามลุกขึ้นสู้ แต่ด้วยจำนวนคนที่มากกว่าทำให้ไม่สามารถต่อกรได้ ฝ่าเท้านับสิบรุมขยี้เสมือนเป็นสิ่งที่กองอยู่กับพื้นไม่ใช่คน เสียงของพวกมั
เจ้าหนี้ส่งคนมาทำร้ายข่มขู่ แม่ของเธอได้รับการกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะอย่างรุนแรงจนทำให้สมองได้รับบาดเจ็บ จนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราส่วนจันทร์ส่อง ได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่แตกต่าง คฤหาสน์หลังใหญ่ที่อาศัยอยู่ถูกขายทอดตลาดมีเพียงเงินสำรองก้อนหนึ่งที่นำมาดำรงชีพอย่างที่กล่าวในความโชคร้ายยังมีความโชคดี ปรเมศล่วงรู้ว่าครอบครัวเธอเหลือแต่ตัว อีกทั้งมารดายังเป็นผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษา ทำให้เขาหย่าขาดจากเธอทันทีอิสระที่ได้รับ ทำให้เธอรีบหอบควมรักที่มีไปหา ไตรวิชญ์ที่บ้านของเขา...แต่ทว่าคำบอกกล่าวของชาวบ้านละแวกนั้นทำให้เธอทรุดลงกองกับพื้น‘ต่อมันย้ายไปอยู่กับพี่สาวแล้ว เห็นว่าพี่สาวได้ผัวรวยด้วยนะ’หัวใจสาวอัดแน่นไปด้วยความเจ็บปวด หวนนึกถึงนัยน์ตาของไตรวิชญ์ที่เต็มไปด้วยการตัดพ้อ น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เฝ้าตามถามเธอตลอดหนึ่งสัปดาห์‘ยังรักพี่อยู่หรือเปล่า เธอโดนแม่บังคับใช่ไหม’แม่ของเธอที่ยืนมองอยู่ ส่งสายตาให้ลูกน้องภายในอู่ตรงเข้ามาหาอย่างมาดร้ายอยากตะโกนออกไปว่าใช่...แต่ทำได้เพียงแค่โป้ปดด้วยหัวใจที่ร้าวราน'ตอนนั้นบัวยังเด็กยังคิดไม่ได้ แต่ตอนนี้บัวรู้แล้ว ความรักมันกินไม่ได้ บัวอายคนอื่น
บัวบูชา สุกลเกียรติ หรือ บัว เธอคือนักศึกษาปีที่สาม ภาคค่ำ ของสถานศึกษาแห่งหนึ่ง ใบหน้าเนียนรูปหัวใจ ริมฝีปากอวบอิ่ม ดวงตากลมโตสุกสกาวเสมือนมีดาวนับร้อยอยู่ในนั้น “บัว เรียนเสร็จแล้วไปกินข้าวกันนะ” เสียงของพริกไทยที่เอ่ยเรียก ทำให้หญิงสาวที่กำลังจดเลคเชอร์เงยหน้าขึ้น ปากอิ่มยังคงพึมพำทบทวนข้อความที่อาจารย์สอน “โอ๊ย...บัว จะขยันไปถึงไหนเนี้ย ! พอแล้วไปกินข้าวกันเถอะ” “ขอโทษนะ บัวไปด้วยไม่ได้หรอก” “พริก แกจะไปชวนยัยบัวให้เสียเวลาทำไม ก็รู้อยู่ว่าต้องรีบกลับบ้านไปดูลูก” มะเหมี่ยวจงใจพูดเสียงดังเพื่อให้ผู้ชายทั้งหลายที่หมายปองบัวบูชาได้ยิน “นี่มะเหมี่ยว ไม่เห็นต้องพูดเสียงดังเลยนั่งกันอยู่แค่นี้เอง” พริกไทยมองอย่างตำหนิ คนพูดไหวไหล่ไม่แยแส “ไม่เป็นไรหรอก เรื่องที่บัวมีลูกแล้วไม่ใช่ความลับ หากใครจะรู้ก็ไม่ใช่เรื่องผิด ว่าแต่...บัวคงไปกินข้าวด้วยไม่ได้หรอก ตามที่มะเหมี่ยวบอกนั่นล่ะ” หญิงสาวเก็บสมุดปากกาลงกระเป๋าผ้า หันมาคลี่ยิ้มให้กับเพื่อนทั้งสอง ภายในอกหวนนึ







