LOGIN
บัวบูชา สุกลเกียรติ หรือ บัว เธอคือนักศึกษาปีที่สาม ภาคค่ำ ของสถานศึกษาแห่งหนึ่ง ใบหน้าเนียนรูปหัวใจ ริมฝีปากอวบอิ่ม ดวงตากลมโตสุกสกาวเสมือนมีดาวนับร้อยอยู่ในนั้น
“บัว เรียนเสร็จแล้วไปกินข้าวกันนะ”
เสียงของพริกไทยที่เอ่ยเรียก ทำให้หญิงสาวที่กำลังจดเลคเชอร์เงยหน้าขึ้น ปากอิ่มยังคงพึมพำทบทวนข้อความที่อาจารย์สอน
“โอ๊ย...บัว จะขยันไปถึงไหนเนี้ย ! พอแล้วไปกินข้าวกันเถอะ”
“ขอโทษนะ บัวไปด้วยไม่ได้หรอก”
“พริก แกจะไปชวนยัยบัวให้เสียเวลาทำไม ก็รู้อยู่ว่าต้องรีบกลับบ้านไปดูลูก”
มะเหมี่ยวจงใจพูดเสียงดังเพื่อให้ผู้ชายทั้งหลายที่หมายปองบัวบูชาได้ยิน
“นี่มะเหมี่ยว ไม่เห็นต้องพูดเสียงดังเลยนั่งกันอยู่แค่นี้เอง”
พริกไทยมองอย่างตำหนิ คนพูดไหวไหล่ไม่แยแส
“ไม่เป็นไรหรอก เรื่องที่บัวมีลูกแล้วไม่ใช่ความลับ หากใครจะรู้ก็ไม่ใช่เรื่องผิด ว่าแต่...บัวคงไปกินข้าวด้วยไม่ได้หรอก ตามที่มะเหมี่ยวบอกนั่นล่ะ”
หญิงสาวเก็บสมุดปากกาลงกระเป๋าผ้า หันมาคลี่ยิ้มให้กับเพื่อนทั้งสอง ภายในอกหวนนึกถึงบุตรสาว ป่านนี้คงนั่งคอยแย่แล้ว
“งั้น เจอกันพรุ่งนี้นะบัว”
“จ้ะ พรุ่งนี้เจอกันนะ”
บัวบูชายิ้มสดใส โบกมือให้เพื่อนทั้งสองคนที่นั่งอยู่ ทันทีที่อยู่ตามลำพัง พริกไทยหันมาตำหนิมะเหมี่ยวทันที
“เมื่อไหร่แกจะเลิกอิจฉาบัว”
“ฉันไม่ได้อิจฉา มีตรงไหนบ้างหรอที่แสดงว่าอิจฉาน่ะ”
พริกไทยถอนหายใจทิ้ง อยากจะบอกว่า ทุกตรง...แต่คิดว่าคงเหนื่อยเปล่ากับการโต้เถียง
หญิงสาวก้าวลงจากรถโดยสารประจำทาง เดินลัดเลาะเข้าซอยบ้านเช่นนี้ในทุกวัน ประตูรั้วสีขาวสะอาดตาทำให้ปากอิ่มคลี่รอยยิ้ม
“คุณแม่...คุณแม่ขา”
เด็กหญิงวัยห้าขวบที่นั่งอยู่บริเวณหน้าประตูบ้านรีบวิ่งแจ้นออกมาหา นับพรที่เป็นพี่เลี้ยงรีบก้าวตามออกมา
“ระวังหกล้มนะคะหนูของขวัญ”
บัวบูชานั่งลงบนส้นเท้าโอบกอดบุตรสาว กดจมูกหอมลงบนพวงแก้มยุ้ยทั้งสองข้าง
“แก้มของหนูของขวัญหอมที่สุดเลยค่ะ”
“จริงหรือคะคุณแม่”
“จริงที่สุดค่ะ”
เด็กหญิงในอ้อมแขนคือขุมพลังงานอันล้นเหลือ ความเหนื่อยล้าทางกาย มลายหายไปจนหมดสิ้น เพียงได้โอบกอดนางฟ้าตัวน้อยๆ
“ป้านับพรกลับบ้านได้เลย เดี๋ยวที่เหลือบัวจัดการเองค่ะ”
“งั้นป้าขอตัวเลยนะคะ”
บัวบูชายกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม หากไม่ได้นับพรมาดูแลบุตรสาว ไหนจะมารดาที่เป็นเจ้าหญิงนิทรา เธอคงลำบาก เพราะช่วงเช้าต้องทำงาน ตกเย็นรีบไปเรียนหนังสือ
ในอดีตครอบครัวของเธอเป็นเจ้าของอู่รถแท็กซี่ แม่ของเธอสนิทสนมกับเจ้าของร้านทอง เห็นชอบอยากให้ลูกสาวลูกชายแต่งงานกัน
แต่เธอ...มีคนที่คบหาอย่างไตรวิชญ์อยู่แล้ว
ชายหนุ่มเป็นคนดี สุภาพอ่อนโยน ขยันขันแข็งอีกทั้งยังเรียนเก่ง แม้ฐานะทางบ้านจะยากจน เมื่อมารดาล่วงรู้ว่าเธอรักกับไตรวิชญ์ท่านจึงพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อกีดกัน
‘แม่คะ...บัวรักพี่ต่อค่ะ เราสองคนคบหากันมานานแล้วค่ะ พี่ต่อเขาเป็นคนดีนะคะแม่’
มันคือถ้อยคำของเด็กสาวอายุสิบเจ็ดปีที่พยายามบอกมารดา แต่คนฟังกลับรู้สึกว่ามันคือความเพ้อเจ้อของเด็กที่ยังไม่ประสาเรื่องความรัก
‘ไอ้ต่อมันจนจะตาย แม่มันก็ไม่ปกติ พี่สาวมันก็เร่ขายตัวไปทั่ว หึ...อนาคตบัวยังอีกไกล แม่ไม่มีทางอนุญาตให้บัวไปยุ่งกับพวกมันเด็ดขาด’
แม้จะถูกห้ามปราม แต่ยังคงฝ่าฝืนจนกระทั่ง ไตรวิชญ์ถูกนักเลงท้ายตลาดรุมทำร้าย ชายหนุ่มไม่อาจล่วงรู้ เพราะเหตุใด แต่เธอรู้ดีว่าเป็นคำสั่งของมารดา
‘ถ้าบัวยังไม่เลิกยุ่งกับไอ้ต่อ แม่จะสั่งให้คนไปเผาบ้านมัน’
แววตาของมารดาแข็งกร้าว ปราศจากความเมตตาทั้งที่เธอร้องไห้แทบขาดใจเพียงแค่ขอโอกาสได้รัก วันข้างหน้าจะเป็นเช่นไรไม่อาจล่วงรู้ได้ แต่ตอนนี้ขอแค่ได้เรียนรู้ความรู้สึกที่มีไปกับเขา ซึ่งไม่มีโอกาสนั้นอีกต่อไป
เธอตัดสินใจที่จะทำตามคำสั่ง เพื่อปกป้องคนรัก ด้วยการแต่งงานกับปรเมศลูกชายเจ้าของร้านทอง แต่ก่อนการแต่งงาน เธอเลือกที่จะเสียความบริสุทธิ์ให้กับชายคนรัก โดยหารู้ไม่ว่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นทำให้ก่อเกิด อีกหนึ่งชีวิต
ปรเมศไม่แตะต้องเธอแม้แต่น้อย เมื่อเขาล่วงรู้ว่าเธอกำลังตั้งครรภ์ แต่เขายังเฝ้ารอนับวันตั้งใจจะใช้สิทธิ์ทันทีที่เธอคลอดบุตร
จันทร์ส่องแม่ของปรเมศชื่นชอบการเล่นพนันเป็นอย่างมากจึงชักชวนวนิดา แม่ของเธอไปเล่นเป็นประจำ แม้จะร่ำรวยอยู่แล้วแต่ถูกความโลภครอบงำจนท้ายที่สุดสิ้นเนื้อประดาตัว
"โอ๊ย...คนเขารักเดียวใจเดียว รักคนคนเดียวที่ไม่รู้ป่านนี้มีลูกมีเมียไปแล้วหรือยัง ก็ปล่อยไปเถอะ"ถ้อยคำเหล่านี้ไม่ต่างไปจากคมมีดที่กรีดลงบนก้อนเนื้อข้างซ้าย ใบหน้าของบัวบูชาเศร้าหมองทุกข์ระทมจนคนพูดสะใจ"มะเหมี่ยว ! ทำไมปากเสียแบบนี้นี่แก""เอ้า ฉันก็แค่พูดความจริง ทำเป็นเล่นตัวอยู่ได้..."คนทั้งสองที่กำลังถกเถียง บัวบูชาจำต้องห้ามปราม"อย่าเถียงกันเลย ที่มะเหมี่ยวพูดมันเป็นความจริงทั้งนั้นล่ะ แต่บัวแค่อยากรอน่ะ...""รออะไร ?""บัวก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่รู้แค่ว่าอยากรอ..."ภาพจำครั้งสุดท้ายคือแววตาเจ็บปวดของไตรวิชญ์ แต่เธอกลับปฏิเสธขับไล่ให้จากไป ทั้งที่หัวใจเต็มไปด้วยความร้าวรานถ้าเจอกันอีกครั้ง...บัวจะบอกให้พี่รู้ว่าไม่เคยมีวันไหนที่ไม่รัก "เรียนเถอะ อาจารย์มาแล้ว"ทุกสายตาหันไปมอง หญิงสูงวัยที่ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับเอกสารการเรียนการสอน บัวบูชาพยายามมีสมาธิกับการเรียน ทั้งที่ภายในหัวอัดแน่นไปด้วยความ คนึงหาบุคคลในความทรงจำห้าปี่มาแล้วที่ไตรวิชญ์ไม่ได้กลับมาประเทศบ้านเกิด เรื่องราวมากมายในอดีตยังคงฝังลึกภายในหัวใจแต่ทว่าตอนนี้เขาไม่ใช่บุคคลเดิมที่อ่อนแอให้กับความรักชายหนุ่มไม่คบห
ไตรวิชญ์มองพี่สาว และพี่เขยที่ผลัดกันส่งสายตาหวานฉ่ำให้กันไม่เปลี่ยน"มองแบบนี้อิจฉาใช่ไหมล่ะ"น้องชายไหวไหล่ พลางส่ายศีรษะไปมา"ผมจะไปอิจฉาทำไม ออกจะเห็นใจพี่เกรย์ด้วยซ้ำ พี่น้ำผึ้งดื้อขนาดนี้"คนโดนกล่าวหามองตาขวาง"ทำเป็นพูดไปรีบๆ หาแฟนสักคนเถอะ พี่สงสารผู้หญิงที่โดนคนใจร้ายหักอกไปเรื่อย""ผมเปล่านะครับ ทุกคนที่ผมนอนด้วยรู้สถานะเป็นอย่างดีว่าผมไม่พร้อมจริงจังกับใคร"น้ำผึ้งหน้าบูดเบื่อน้องชายตัวดีที่ทำตัวไม่ต่างไปจากอดีตสามี“แล้วหลานผมล่ะครับไม่มาด้วยหรือ”อัลเกรย์โด้ และน้ำผึ้งมีลูกด้วยกันหนึ่งคน เด็กชายวัยห้าขวบกำลังน่ารักน่าชัง“ลูก้าอยู่กับคุณยายที่สวนนั่นล่ะ”น้ำผึ้งพยักพเยิดใบหน้าไปทางสวนด้านหลังทุกอย่างอยู่ในความดูแลของพี่เลี้ยง และพยาบาลที่คอยดูแลผู้ป่วยอย่างมารดา"ดีแล้วที่วินซ์โสด พี่อยากจะให้ช่วยไปดูแลโรงแรมที่ประเทศไทย จนกว่าจะหาคนมาบริหารแทนได้ วินซ์ไม่ติดอะไรใช่ไหม"แม้ชายหนุ่ยจะอายุน้อย แต่ความสามารถ และมันสมองที่มีอยู่เหนือคนอายุคนรุ่นราวคราวเดียวกันหลายเท่าตัว"ประเทศไทยหรือครับ"มือหนากำแน่น ตลอดห้าปีเขาไม่ได้กลับไปเหยียบที่นั่นสักครั้ง"เป็นอะไรหรือเปล่าวินซ์ กั
‘ไอ้ต่อ ! ไอ้หมาขี้เรื้อน ฮ่าๆ มึงมันไม่เจียมตัวโชคดีที่น้องบัวคิดได้ว่าอะไรที่คู่ควรกับเขา’ถ้อยคำของปรเมศที่ตามมาเย้ยหยัน ไม่ได้มีผลต่อหัวใจเท่ากับถ้อยคำปฏิเสธของบัวบูชา พยายามค้นหาความจริงจากแววตาที่เคยมองเขาด้วยความรักแต่มันกลับว่างเปล่า ไม่หลงเหลือแม้แต่เยื่อใย ทุกอย่างแปรเปลี่ยนไป จากหน้ามือเป็นหลังมือในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ทั้งที่คบหากันมาตลอดหนึ่งปี“ไม่จริง บัวไม่ได้รักมึง !”“ใช่บัวอาจจะไม่ได้รักกู แต่กูรวย และให้บัวได้ทุกอย่าง หึ...กูเห็นมึงพาบัวไปกินผัดไทยที่ตลาด มึงไม่คิดว่า ลูกคุณหนูอย่างบัวจะอายคนบ้างหรือว่ะ จนก็จน แม่ก็เป็นบ้า พี่สาวยังเป็นกระหรี่อีก !!”‘มึง ไอ้เมศ อย่าลามปามครอบครัวกู’เขาอาศัยอยู่กับแม่ที่ป่วย พี่สาวเรียนที่กรุงเทพฯ แต่ชาวบ้านต่างนินทา เล่าลือว่าเธอขายตัวให้เสี่ยกระเป๋าหนักกำลังจะพุ่งตัวเข้าไปหาไอ้คนปากดี แต่อีกฝ่ายยิ้มเยาะ เพียงแค่พยักพเยิดใบหน้า ลูกน้องที่ยืนอยู่บริเวณนั้นตรงเข้ามารุมทำร้ายทันทีไตรวิชญ์พยายามลุกขึ้นสู้ แต่ด้วยจำนวนคนที่มากกว่าทำให้ไม่สามารถต่อกรได้ ฝ่าเท้านับสิบรุมขยี้เสมือนเป็นสิ่งที่กองอยู่กับพื้นไม่ใช่คน เสียงของพวกมั
เจ้าหนี้ส่งคนมาทำร้ายข่มขู่ แม่ของเธอได้รับการกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะอย่างรุนแรงจนทำให้สมองได้รับบาดเจ็บ จนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราส่วนจันทร์ส่อง ได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่แตกต่าง คฤหาสน์หลังใหญ่ที่อาศัยอยู่ถูกขายทอดตลาดมีเพียงเงินสำรองก้อนหนึ่งที่นำมาดำรงชีพอย่างที่กล่าวในความโชคร้ายยังมีความโชคดี ปรเมศล่วงรู้ว่าครอบครัวเธอเหลือแต่ตัว อีกทั้งมารดายังเป็นผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษา ทำให้เขาหย่าขาดจากเธอทันทีอิสระที่ได้รับ ทำให้เธอรีบหอบควมรักที่มีไปหา ไตรวิชญ์ที่บ้านของเขา...แต่ทว่าคำบอกกล่าวของชาวบ้านละแวกนั้นทำให้เธอทรุดลงกองกับพื้น‘ต่อมันย้ายไปอยู่กับพี่สาวแล้ว เห็นว่าพี่สาวได้ผัวรวยด้วยนะ’หัวใจสาวอัดแน่นไปด้วยความเจ็บปวด หวนนึกถึงนัยน์ตาของไตรวิชญ์ที่เต็มไปด้วยการตัดพ้อ น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เฝ้าตามถามเธอตลอดหนึ่งสัปดาห์‘ยังรักพี่อยู่หรือเปล่า เธอโดนแม่บังคับใช่ไหม’แม่ของเธอที่ยืนมองอยู่ ส่งสายตาให้ลูกน้องภายในอู่ตรงเข้ามาหาอย่างมาดร้ายอยากตะโกนออกไปว่าใช่...แต่ทำได้เพียงแค่โป้ปดด้วยหัวใจที่ร้าวราน'ตอนนั้นบัวยังเด็กยังคิดไม่ได้ แต่ตอนนี้บัวรู้แล้ว ความรักมันกินไม่ได้ บัวอายคนอื่น
บัวบูชา สุกลเกียรติ หรือ บัว เธอคือนักศึกษาปีที่สาม ภาคค่ำ ของสถานศึกษาแห่งหนึ่ง ใบหน้าเนียนรูปหัวใจ ริมฝีปากอวบอิ่ม ดวงตากลมโตสุกสกาวเสมือนมีดาวนับร้อยอยู่ในนั้น “บัว เรียนเสร็จแล้วไปกินข้าวกันนะ” เสียงของพริกไทยที่เอ่ยเรียก ทำให้หญิงสาวที่กำลังจดเลคเชอร์เงยหน้าขึ้น ปากอิ่มยังคงพึมพำทบทวนข้อความที่อาจารย์สอน “โอ๊ย...บัว จะขยันไปถึงไหนเนี้ย ! พอแล้วไปกินข้าวกันเถอะ” “ขอโทษนะ บัวไปด้วยไม่ได้หรอก” “พริก แกจะไปชวนยัยบัวให้เสียเวลาทำไม ก็รู้อยู่ว่าต้องรีบกลับบ้านไปดูลูก” มะเหมี่ยวจงใจพูดเสียงดังเพื่อให้ผู้ชายทั้งหลายที่หมายปองบัวบูชาได้ยิน “นี่มะเหมี่ยว ไม่เห็นต้องพูดเสียงดังเลยนั่งกันอยู่แค่นี้เอง” พริกไทยมองอย่างตำหนิ คนพูดไหวไหล่ไม่แยแส “ไม่เป็นไรหรอก เรื่องที่บัวมีลูกแล้วไม่ใช่ความลับ หากใครจะรู้ก็ไม่ใช่เรื่องผิด ว่าแต่...บัวคงไปกินข้าวด้วยไม่ได้หรอก ตามที่มะเหมี่ยวบอกนั่นล่ะ” หญิงสาวเก็บสมุดปากกาลงกระเป๋าผ้า หันมาคลี่ยิ้มให้กับเพื่อนทั้งสอง ภายในอกหวนนึ






![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
