LOGIN"โอ๊ย...คนเขารักเดียวใจเดียว รักคนคนเดียวที่ไม่รู้ป่านนี้มีลูกมีเมียไปแล้วหรือยัง ก็ปล่อยไปเถอะ"
ถ้อยคำเหล่านี้ไม่ต่างไปจากคมมีดที่กรีดลงบนก้อนเนื้อข้างซ้าย ใบหน้าของบัวบูชาเศร้าหมองทุกข์ระทมจนคนพูดสะใจ
"มะเหมี่ยว ! ทำไมปากเสียแบบนี้นี่แก"
"เอ้า ฉันก็แค่พูดความจริง ทำเป็นเล่นตัวอยู่ได้..."
คนทั้งสองที่กำลังถกเถียง บัวบูชาจำต้องห้ามปราม
"อย่าเถียงกันเลย ที่มะเหมี่ยวพูดมันเป็นความจริงทั้งนั้นล่ะ แต่บัวแค่อยากรอน่ะ..."
"รออะไร ?"
"บัวก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่รู้แค่ว่าอยากรอ..."
ภาพจำครั้งสุดท้ายคือแววตาเจ็บปวดของไตรวิชญ์ แต่เธอกลับปฏิเสธขับไล่ให้จากไป ทั้งที่หัวใจเต็มไปด้วยความร้าวราน
ถ้าเจอกันอีกครั้ง...บัวจะบอกให้พี่รู้ว่าไม่เคยมีวันไหนที่ไม่รัก
"เรียนเถอะ อาจารย์มาแล้ว"
ทุกสายตาหันไปมอง หญิงสูงวัยที่ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับเอกสารการเรียนการสอน บัวบูชาพยายามมีสมาธิกับการเรียน ทั้งที่ภายในหัวอัดแน่นไปด้วยความ คนึงหาบุคคลในความทรงจำ
ห้าปี่มาแล้วที่ไตรวิชญ์ไม่ได้กลับมาประเทศบ้านเกิด เรื่องราวมากมายในอดีตยังคงฝังลึกภายในหัวใจแต่ทว่าตอนนี้เขาไม่ใช่บุคคลเดิมที่อ่อนแอให้กับความรัก
ชายหนุ่มไม่คบหากับใครจริงจัง ทุกความสัมพันธ์ขับเคลื่อนด้วยเซ็กซ์ ผู้หญิงเป็นเพียงแค่ของเล่นบนเตียง เมื่อไหร่ที่เขาเบื่อหน่าย พวกเธอจะหมดความหมายทันที
เฉกเช่นเวลานี้ที่ภายในห้องโดยสารชั้น เฟิร์สคลาส ระอุไปด้วยเซ็กซ์ร้อนฉ่า
แอร์โฮสเตส หญิงสาวที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นนางฟ้าของสายการบินชื่อดัง กำลังคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ปากอิ่ม อ้ากว้างกลืนกินท่อนเนื้ออวบใหญ่
“อื้อ...เต็มปากเลยค่ะ อื้อ...”
มือบางกอบกุมลำเอ็นขยับรูดรั้งอย่างมืออาชีพ ดูดเลียส่วนหัวเบ่งบานอย่างช่ำชอง
“อึมส์...”
มือหนากดศรีษะทุยลงกับดุ้นเนื้อเขื่องใหญ่ ควบคุมจังหวะอย่างเอาแต่ใจ เสียงความใหญ่ยาวกระทุ้งสุดลำคอระหง
อ๊อก อ๊อก...
หญิงสาวแทบสำรอก แต่กระนั้นเธอยังคงผงกศีรษะขึ้นลงอย่างมืออาชีพ นานๆ ครั้งที่เธอจะพบเจอกับความเขื่องใหญ่ที่ยาวเหยียด
แค่คิด...มดลูกสาวภายในมันสั่นสะท้านอย่างรอคอย
พยายามดูดเลียปรนเปรอสุดความสามารถแต่กระนั้นสิ่งที่อยู่ในปาก และมือ ยังคงแข็งขืนไม่มีทีท่าจะปลดปล่อย
“ทำไม...คุณอึดแบบนี้ล่ะคะ อ่า...คุณวินซ์”
สัญญาณเตือนให้คาดเข็มขัดนิรภัย เนื่องจากเครื่องบินกำลังจะลดระดับลง เพื่อเตรียมแล่นลงสู่รันเวย์
“ขย่มซ่ะ ก่อนที่เธอจะไม่มีโอกาส อ่า...”
ลักษณะท่าทางตอบสนองเพียงเล็กน้อย ทำให้แอร์โฮสเตสคนสวยเม้มปากแน่น เธอมั่นใจการใช้ปากของตัวเองเป็นอย่างยิ่ง ไม่มีผู้โดยสารคนไหน...ไม่ติดใจจนร้องโหยหวน
กระโปรงยาวเสมอเข่าถูกตลบขึ้นมากองบนเอวคอดกิ่ว แพนตี้แหวกหลบมุม มือหนากดเอวเล็กให้นั่งทับความเขื่องใหญ่ในทันที
“อ๊าย...สุดยอด อูยส์”
ครวญครางห่อปาก เบิกตากว้างกับความใหญ่โต ที่ชำแรกเข้ามาจนเต็มร่อง เธอหย่อนสะโพกขึ้นลงครูดกับท่อนเนื้อใหญ่ยาว
ตั้งแต่เกิดมา...ไม่เคยเจอไอ้จ้อนของผู้โดยสารคนไหนใหญ่ยาวถึงใจเท่านี้มาก่อน
“อึมส์....อ่า ค่อยเสียวหน่อย ซี๊ด...”
เสมือนโดนสบประมาท ทั้งที่มั่นใจว่าใช้ปากได้ดีไม่ต่างไปจากหน้าที่การงาน ที่ได้รับรางวัลพนักงานดีเด่นของสายการบินสามปีซ้อน
“อ๊ะ...เสียว ยาวมาก อ่า...”
จังหวะยกบั้นท้ายขึ้นลงเธอครางหูตาลาย แม้จะหันหลังไม่ได้มองเห็นสีหน้าของคนที่นั่งอยู่ แต่เธอรู้ดีว่าเขาเพิ่งเริ่มเสียวกระสัน
แน่นอนว่าบุรุษเช่นนี้จะสามารถทำให้เธอขึ้นสวรรค์นับครั้งไม่ถ้วนต่อคืน
เครื่องยนต์ที่ลดระดับลงตระเตรียมจะแล่นลงจอดไม่ได้มีผลต่อคนทั้งสอง มือหนากดบั้นท้ายให้กลืนกินความเขื่องใหญ่ กระทั้นขึ้นใส่จังหวะที่ห้องโดยสารสั่นสะเทือน
“กรี๊ด...อ๊าย สุดยอด อ๊า...”
หญิงสาวหวีดร้องเสียวสุดกู่ ขณะที่มือบางพยายามเกาะเกี่ยวหาที่ยึดก่อนที่จะถลาหน้าปักพื้น
เสียงการทำงานของเครื่องยนต์กลบเสียงกรีดร้อง รวมถึงบั้นท้ายที่กระแทกตอกอัดใส่คนร่านจนตาเหลือกลาน
“กรี๊ด...ฮือ ถึงใจมากค่ะ ซี๊ด...”
เธอสุขสมสองครั้งติดภายในระยะเวลาไม่ถึง หนึ่งนาที สะโพกสอบกระทั้นบ้าคลั่ง
พรั่บ พรั่บ
"โอ๊ย...คนเขารักเดียวใจเดียว รักคนคนเดียวที่ไม่รู้ป่านนี้มีลูกมีเมียไปแล้วหรือยัง ก็ปล่อยไปเถอะ"ถ้อยคำเหล่านี้ไม่ต่างไปจากคมมีดที่กรีดลงบนก้อนเนื้อข้างซ้าย ใบหน้าของบัวบูชาเศร้าหมองทุกข์ระทมจนคนพูดสะใจ"มะเหมี่ยว ! ทำไมปากเสียแบบนี้นี่แก""เอ้า ฉันก็แค่พูดความจริง ทำเป็นเล่นตัวอยู่ได้..."คนทั้งสองที่กำลังถกเถียง บัวบูชาจำต้องห้ามปราม"อย่าเถียงกันเลย ที่มะเหมี่ยวพูดมันเป็นความจริงทั้งนั้นล่ะ แต่บัวแค่อยากรอน่ะ...""รออะไร ?""บัวก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่รู้แค่ว่าอยากรอ..."ภาพจำครั้งสุดท้ายคือแววตาเจ็บปวดของไตรวิชญ์ แต่เธอกลับปฏิเสธขับไล่ให้จากไป ทั้งที่หัวใจเต็มไปด้วยความร้าวรานถ้าเจอกันอีกครั้ง...บัวจะบอกให้พี่รู้ว่าไม่เคยมีวันไหนที่ไม่รัก "เรียนเถอะ อาจารย์มาแล้ว"ทุกสายตาหันไปมอง หญิงสูงวัยที่ก้าวเข้ามาในห้องพร้อมกับเอกสารการเรียนการสอน บัวบูชาพยายามมีสมาธิกับการเรียน ทั้งที่ภายในหัวอัดแน่นไปด้วยความ คนึงหาบุคคลในความทรงจำห้าปี่มาแล้วที่ไตรวิชญ์ไม่ได้กลับมาประเทศบ้านเกิด เรื่องราวมากมายในอดีตยังคงฝังลึกภายในหัวใจแต่ทว่าตอนนี้เขาไม่ใช่บุคคลเดิมที่อ่อนแอให้กับความรักชายหนุ่มไม่คบห
ไตรวิชญ์มองพี่สาว และพี่เขยที่ผลัดกันส่งสายตาหวานฉ่ำให้กันไม่เปลี่ยน"มองแบบนี้อิจฉาใช่ไหมล่ะ"น้องชายไหวไหล่ พลางส่ายศีรษะไปมา"ผมจะไปอิจฉาทำไม ออกจะเห็นใจพี่เกรย์ด้วยซ้ำ พี่น้ำผึ้งดื้อขนาดนี้"คนโดนกล่าวหามองตาขวาง"ทำเป็นพูดไปรีบๆ หาแฟนสักคนเถอะ พี่สงสารผู้หญิงที่โดนคนใจร้ายหักอกไปเรื่อย""ผมเปล่านะครับ ทุกคนที่ผมนอนด้วยรู้สถานะเป็นอย่างดีว่าผมไม่พร้อมจริงจังกับใคร"น้ำผึ้งหน้าบูดเบื่อน้องชายตัวดีที่ทำตัวไม่ต่างไปจากอดีตสามี“แล้วหลานผมล่ะครับไม่มาด้วยหรือ”อัลเกรย์โด้ และน้ำผึ้งมีลูกด้วยกันหนึ่งคน เด็กชายวัยห้าขวบกำลังน่ารักน่าชัง“ลูก้าอยู่กับคุณยายที่สวนนั่นล่ะ”น้ำผึ้งพยักพเยิดใบหน้าไปทางสวนด้านหลังทุกอย่างอยู่ในความดูแลของพี่เลี้ยง และพยาบาลที่คอยดูแลผู้ป่วยอย่างมารดา"ดีแล้วที่วินซ์โสด พี่อยากจะให้ช่วยไปดูแลโรงแรมที่ประเทศไทย จนกว่าจะหาคนมาบริหารแทนได้ วินซ์ไม่ติดอะไรใช่ไหม"แม้ชายหนุ่ยจะอายุน้อย แต่ความสามารถ และมันสมองที่มีอยู่เหนือคนอายุคนรุ่นราวคราวเดียวกันหลายเท่าตัว"ประเทศไทยหรือครับ"มือหนากำแน่น ตลอดห้าปีเขาไม่ได้กลับไปเหยียบที่นั่นสักครั้ง"เป็นอะไรหรือเปล่าวินซ์ กั
‘ไอ้ต่อ ! ไอ้หมาขี้เรื้อน ฮ่าๆ มึงมันไม่เจียมตัวโชคดีที่น้องบัวคิดได้ว่าอะไรที่คู่ควรกับเขา’ถ้อยคำของปรเมศที่ตามมาเย้ยหยัน ไม่ได้มีผลต่อหัวใจเท่ากับถ้อยคำปฏิเสธของบัวบูชา พยายามค้นหาความจริงจากแววตาที่เคยมองเขาด้วยความรักแต่มันกลับว่างเปล่า ไม่หลงเหลือแม้แต่เยื่อใย ทุกอย่างแปรเปลี่ยนไป จากหน้ามือเป็นหลังมือในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ทั้งที่คบหากันมาตลอดหนึ่งปี“ไม่จริง บัวไม่ได้รักมึง !”“ใช่บัวอาจจะไม่ได้รักกู แต่กูรวย และให้บัวได้ทุกอย่าง หึ...กูเห็นมึงพาบัวไปกินผัดไทยที่ตลาด มึงไม่คิดว่า ลูกคุณหนูอย่างบัวจะอายคนบ้างหรือว่ะ จนก็จน แม่ก็เป็นบ้า พี่สาวยังเป็นกระหรี่อีก !!”‘มึง ไอ้เมศ อย่าลามปามครอบครัวกู’เขาอาศัยอยู่กับแม่ที่ป่วย พี่สาวเรียนที่กรุงเทพฯ แต่ชาวบ้านต่างนินทา เล่าลือว่าเธอขายตัวให้เสี่ยกระเป๋าหนักกำลังจะพุ่งตัวเข้าไปหาไอ้คนปากดี แต่อีกฝ่ายยิ้มเยาะ เพียงแค่พยักพเยิดใบหน้า ลูกน้องที่ยืนอยู่บริเวณนั้นตรงเข้ามารุมทำร้ายทันทีไตรวิชญ์พยายามลุกขึ้นสู้ แต่ด้วยจำนวนคนที่มากกว่าทำให้ไม่สามารถต่อกรได้ ฝ่าเท้านับสิบรุมขยี้เสมือนเป็นสิ่งที่กองอยู่กับพื้นไม่ใช่คน เสียงของพวกมั
เจ้าหนี้ส่งคนมาทำร้ายข่มขู่ แม่ของเธอได้รับการกระทบกระเทือนบริเวณศีรษะอย่างรุนแรงจนทำให้สมองได้รับบาดเจ็บ จนกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราส่วนจันทร์ส่อง ได้รับบาดเจ็บสาหัสไม่แตกต่าง คฤหาสน์หลังใหญ่ที่อาศัยอยู่ถูกขายทอดตลาดมีเพียงเงินสำรองก้อนหนึ่งที่นำมาดำรงชีพอย่างที่กล่าวในความโชคร้ายยังมีความโชคดี ปรเมศล่วงรู้ว่าครอบครัวเธอเหลือแต่ตัว อีกทั้งมารดายังเป็นผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษา ทำให้เขาหย่าขาดจากเธอทันทีอิสระที่ได้รับ ทำให้เธอรีบหอบควมรักที่มีไปหา ไตรวิชญ์ที่บ้านของเขา...แต่ทว่าคำบอกกล่าวของชาวบ้านละแวกนั้นทำให้เธอทรุดลงกองกับพื้น‘ต่อมันย้ายไปอยู่กับพี่สาวแล้ว เห็นว่าพี่สาวได้ผัวรวยด้วยนะ’หัวใจสาวอัดแน่นไปด้วยความเจ็บปวด หวนนึกถึงนัยน์ตาของไตรวิชญ์ที่เต็มไปด้วยการตัดพ้อ น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เฝ้าตามถามเธอตลอดหนึ่งสัปดาห์‘ยังรักพี่อยู่หรือเปล่า เธอโดนแม่บังคับใช่ไหม’แม่ของเธอที่ยืนมองอยู่ ส่งสายตาให้ลูกน้องภายในอู่ตรงเข้ามาหาอย่างมาดร้ายอยากตะโกนออกไปว่าใช่...แต่ทำได้เพียงแค่โป้ปดด้วยหัวใจที่ร้าวราน'ตอนนั้นบัวยังเด็กยังคิดไม่ได้ แต่ตอนนี้บัวรู้แล้ว ความรักมันกินไม่ได้ บัวอายคนอื่น
บัวบูชา สุกลเกียรติ หรือ บัว เธอคือนักศึกษาปีที่สาม ภาคค่ำ ของสถานศึกษาแห่งหนึ่ง ใบหน้าเนียนรูปหัวใจ ริมฝีปากอวบอิ่ม ดวงตากลมโตสุกสกาวเสมือนมีดาวนับร้อยอยู่ในนั้น “บัว เรียนเสร็จแล้วไปกินข้าวกันนะ” เสียงของพริกไทยที่เอ่ยเรียก ทำให้หญิงสาวที่กำลังจดเลคเชอร์เงยหน้าขึ้น ปากอิ่มยังคงพึมพำทบทวนข้อความที่อาจารย์สอน “โอ๊ย...บัว จะขยันไปถึงไหนเนี้ย ! พอแล้วไปกินข้าวกันเถอะ” “ขอโทษนะ บัวไปด้วยไม่ได้หรอก” “พริก แกจะไปชวนยัยบัวให้เสียเวลาทำไม ก็รู้อยู่ว่าต้องรีบกลับบ้านไปดูลูก” มะเหมี่ยวจงใจพูดเสียงดังเพื่อให้ผู้ชายทั้งหลายที่หมายปองบัวบูชาได้ยิน “นี่มะเหมี่ยว ไม่เห็นต้องพูดเสียงดังเลยนั่งกันอยู่แค่นี้เอง” พริกไทยมองอย่างตำหนิ คนพูดไหวไหล่ไม่แยแส “ไม่เป็นไรหรอก เรื่องที่บัวมีลูกแล้วไม่ใช่ความลับ หากใครจะรู้ก็ไม่ใช่เรื่องผิด ว่าแต่...บัวคงไปกินข้าวด้วยไม่ได้หรอก ตามที่มะเหมี่ยวบอกนั่นล่ะ” หญิงสาวเก็บสมุดปากกาลงกระเป๋าผ้า หันมาคลี่ยิ้มให้กับเพื่อนทั้งสอง ภายในอกหวนนึ







