Mag-log in“ไม่แพงไปขอรับ เพราะข้ากับท่านแม่ไม่สะดวกเลี้ยงอาหารกลางวันขอรับ”
“แต่ในเมืองก็ไม่มีใครเลี้ยงอาหารกลางวันไม่ใช่รึ”
“ไม่เป็นไรขอรับท่านปู่ผู้ใหญ่บ้าน ทุกคนจะได้ตั้งใจทำงานกันมากขึ้น ข้าเองก็ค่อนข้างรีบ ท่านเองน่าจะรู้เหตุผลของข้า”
“ข้าเข้าใจ และดีใจที่เจ้าลุกขึ้นมาปกป้องครอบครัว ข้าเองก็ช่วยเหลืออันใดไม่ได้มาก เพราะมันเป็นเรื่องภายในครอบครัวของเจ้า แต่ตอนนี้ดีแล้วที่แยกออกมาได้ ข้าเองก็หวังว่าชีวิตเจ้าจะดีขึ้น”
“ขอบคุณท่านปู่ที่อวยพรขอรับ เช่นนั้นข้ากลับบ้านก่อน ท่านแม่รอกินข้าว ข้ากลับก่อนนะพี่ชายหลี่เจี้ยน”
“ไปเถอะ กลับดี ๆ ล่ะ”
เช้าวันต่อมา หลินตงหยางตื่นขึ้นมาตั้งแต่ยามอิ๋น เพราะต้องขึ้นเขาไปเก็บเห็ดเพื่อนำไปขายในเมือง ทำให้ที่บ้านมีเพียงท่านแม่และน้องสาวเท่านั้น ปลายยามเฉิน ผู้ใหญ่บ้านหลี่เจี้ยนผิงก็พาชาวบ้านมาซ่อมรั้วบ้าน เมื่อซ่อมรั้วบ้านเสร็จแล้วถึงจะซ่อมบ้านเป็นลำดับต่อไป
หลินตงหยางยังคงขึ้นไปเก็บเห็ดหยางตู่ขาย ถึงแม้จะสามารถเก็บขายได้อีกเพียงสองครั้งแต่นับว่าแต่ละครั้งทำเงินให้เขามากกว่า สิบตำลึง หลังจากขายเห็ดครั้งสุดท้าย รั้วก็ถูกซ่อมจนเสร็จเรียบร้อยดี
หลังจากนั้นนายช่างที่รับผิดชอบซ่อมบ้านก็เริ่มลงมือซ่อมบ้าน เสริมคานบ้าน และต่อเติมห้องเก็บเสบียง เมื่อบ้านมั่นคงและแข็งแรงก็ไม่จำเป็นต้องกลัวว่าคนบ้านซ่งจะมาระรานท่านแม่และน้องสาวของเขาได้อีก ในเวลาที่เขาไม่อยู่บ้าน ตราบใดที่ไม่เปิดประตู คนเช่นยายแก่ฉีกุ้ยเถียนย่อมไม่สามารถปีนรั้วเข้ามาได้อย่างแน่นอน
หลังจากซ่อมบ้านและรั้วเสร็จแล้วและจ่ายเงินค่าแรงไปเพียง 5 ตำลึงเท่านั้น เงินในมือยังเหลืออีก 30 ตำลึงซึ่งเป็นเงินที่ได้จากการขายเห็ดหยางตู่สองครั้งสุดท้าย หลินตงหยางคิดว่าเขาควรหาเงินเพิ่มให้มากหน่อย อย่างน้อย ๆ ก็เพื่อที่จะสามารถทำให้ท่านแม่และน้องสาวอยู่ดีกินดี หากเขามีเงินในมือมากหน่อยเขาสามารถไปเรียนที่โรงเรียนส่วนตัวในหมู่บ้านข้าง ๆ ได้
หลินตงหยางคิดว่าการแก้แค้นที่ดีที่สุดของเขา ที่ทำเพื่อเจ้าของร่างเดิมและท่านแม่กับน้องสาวนั้นไม่ใช่เพียงตบตีกับคนบ้านซ่ง แต่มันคือการที่ตัวเขาประสบความสำเร็จ เมื่อเขาขึ้นสูงเท่าไหร่ เขาก็จะบดขยี้มดปลวกตระกูลซ่งได้มากเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นความร่ำรวยหรือแม้แต่การเป็นข้าราชการระดับสูง เขาตั้งใจว่าจะคว้ามันมาให้จงได้ เพื่อที่คนเหล่านั้นจะได้กลืนก้อนความเสียใจที่ทำกับเขาและท่านแม่เช่นนี้
“ตงหยางวันนี้ลูกจะขึ้นเขาอีกหรือไม่”
“ไปขอรับ จริงสิท่านแม่ เหตุใดคนถึงไม่ค่อยจับปลามากินกันเล่าขอรับ”
“นี่เจ้าลืมไปแล้วหรือ ปลาจับยากมากเพราะมันว่ายน้ำเร็วมาก อีกอย่างมีเพียงผู้ใหญ่เท่านั้นที่สามารถจับปลาได้ แต่น้อยมาก ยกเว้นนายพรานผู้ที่มีความชำนาญเท่านั้น แม่ไม่อนุญาตให้ลูกลงไปในแม่น้ำนะ ตอนนี้พวกเราไม่ได้ลำบากเพียงนั้นแล้ว เจ้าอย่าได้ทำอะไรที่ทำให้แม่เป็นห่วง หากเกิดอันใดขึ้นกับเจ้าแล้ว แม่กับน้องสาวของเจ้าจะทำเช่นไร เรามีกันเท่านี้นะลูก”
“ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงขอรับ ข้าทราบดีและไม่ทำอันใดที่ก่อให้เกิดอันตรายกับตัวเองเด็ดขาด ข้ายังอยากหาเงินให้มากและเข้าเรียนในโรงเรียนของหมู่บ้านข้าง ๆ ข้ายังอยากเป็นขุนนางที่มีตำแหน่งสูง ๆ เพื่อที่จะให้ท่านแม่และน้องสาวอยู่อย่างสุขสบาย”
“ขอบใจเจ้านะ เป็นแม่เองที่ไร้ความสามารถ”
“ท่านแม่อย่าได้โทษตัวเองอีกเลย ท่านแม่ไม่ผิด ท่านเองย่อมรู้ดี คนที่ผิดหาใช่ท่านแม่ เพียงแต่เจ้าคนสารเลวผู้นั้น คนเช่นนั้นหากไม่อาศัยเส้นสายมีหรือจะเดินไปบนเส้นทางขุนนางได้ และเส้นสายก็ไม่ได้มีมากมายอันใด ก็แค่นายอำเภอตัวเล็ก ๆ ยิ่งใหญ่มาจากไหนกัน ท่านแม่รอดูได้ ข้าจะทำให้พวกเขาได้รู้ว่าอะไรคือความรุ่งเรือง”
“แม่รู้ว่าลูกทำได้ เอาละจะขึ้นเขาก็รีบไปเถอะ เดี๋ยวจะแดดร้อนเสียก่อน แล้วเจ้าจะกลับมากินมื้อกลางวันที่บ้านหรือไม่”
“ไม่ขอรับ ข้าว่าจะสำรวจป่าให้มากหน่อย อาจจะไปไกลมากกว่าเดิม ท่านแม่เตรียมข้าวให้ข้าเอาไปด้วยก็พอแล้วขอรับ และอย่าลืมปิดประตูลงกลอนให้ดีในตอนที่ข้าไม่อยู่”
“แม่รู้ เจ้าอย่าห่วงเลย วันนี้แม่กับน้องสาวของเจ้าจะช่วยกันขุดแปลงผักหลังบ้านจะได้ปลูกผักเพิ่มให้มากหน่อย”
“ขอรับ ท่านแม่อย่าทำให้ตัวเองต้องเหนื่อยเกินไป ข้ากลับมาจากบนเขาแล้วจะมาช่วย”
“ขอบใจเจ้ามาก”
“ท่านแม่ พี่ใหญ่ คุยอันใดกันเหตุใดพี่ใหญ่ยังไม่ขึ้นเขาอีกเจ้าคะ เช่นนั้นวันนี้ข้าไปกับพี่ใหญ่ดีหรือไม่ อย่างน้อย ๆ ข้ายังสามารถขุดผักป่าได้”
“วันนี้เจ้าอยู่ช่วยแม่ขุดแปลงผักที่บ้าน ไม่ต้องตามพี่ชายลูกขึ้นเขา”
“เจ้าค่ะท่านแม่”
หลินตงหยางกลับเข้าบ้านเพื่อเตรียมของสำหรับขึ้นไปบนภูเขา ในตะกร้าไม้ไผ่มีพลั่วและเสียมอันเล็ก มีดสำหรับสับฟืน ข้าวสำหรับมื้อกลางวันและน้ำดื่ม ที่ลืมไม่ได้คือกระเป๋าผ้าแบบสะพายข้าง ที่เขาให้ท่านแม่เย็บขึ้นมาตามแบบที่เขาวาด และสุดท้ายคือธนูที่ซื้อมาพร้อมลูก
“ท่านแม่ น้องสาว ข้าไปก่อนนะขอรับ อย่าลืมปิดประตูให้แน่นหนาด้วย”
“พี่ใหญ่ขอให้ท่านโชคดีนะเจ้าคะ ได้สัตว์ป่ากลับมามากมาย”
“ขอบคุณน้องสาวที่อวยพร”
หลินตงหยางคิดอยู่เสมอว่า ถ้าเขามีความสามารถเหมือนเช่นตัวละครในเกมที่เขาพัฒนามันจะดีมากขนาดไหน นอกจากตัวละครแต่ละตัวจะมีสมองอันชาญฉลาดแล้ว แต่ละอาชีพของตัวละครนั้นย่อมมีจุดเด่นเป็นของตัวเอง อย่างน้อย ๆ มันจะช่วยเขาได้มากตอนนี้ หลินตงหยางหัวเราะให้กับความคิดอันไร้สาระของเขา มันจะเป็นแบบนั้นไปได้อย่างไรในเมื่อตอนนี้ เขาตายไปแล้วและได้โอกาสกลับมามีชีวิตอีกครั้ง
“ท่านพ่อ ท่านพ่อขอรับ ลิ่วเป่าหิว" ทำหน้าตาน่าสงสารประหนึ่งว่าอดอาหารมาสามวัน“ชีเป่าก็หิว หิวมากเลย ท่านพ่อดุพุงของชีเป่าสิขอรับ ยุบหมดแล้ว”หลินตงหยางก้มมองน้องชายที่สูงเลยหัวเขาของเขามานิดหน่อย เขาได้แต่ส่ายหน้ามิใช่ว่าเอ่ยปากเรียกเขาว่าท่านพ่อเสียงดังขนาดนี้คงเห็นว่ามีสตรีมองเขาหรือพยายามจะเดินเข้ามาหาเขาตามเคย บางครั้งเขาเองก็ไม่เข้าใจว่าในยุคโบราณเช่นนี้ที่สตรีควรสงบเสงี่ยมรักนวลสงวนตัวนั้นกล้าแสดงออกและให้ท่าบุรุษตั้งแต่เมื่อใดกัน บางครั้งเขารู้สึกรังเกียจการกระทำเช่นนี้มาก เพียงแต่ถ้าเกิดไม่ล้ำเส้นกันมากเขาทำได้แค่ปล่อยไปเท่านั้น แต่ถ้าหากมีใครกล้าล้ำเส้นเขาก็ไม่กลัวว่าจะตอบโต้กลับทันที เพียงแต่รับผลกระทบที่ตามมาให้ได้ก็แล้วกัน“ถึงจะมีลูกแล้วข้าก็ไม่ขัดหรอกนะ ไม่ได้พาภรรยามาด้วยเสียหน่อย พวกเจ้าว่าหรือไม่” สตรีสองสามคนบนชั้นสองของโรงน้ำชาต่างคุยกันหัวเราะคิกคัก“เจ้าไม่กลัวว่าเขาจะมีภรรยาอยู่แล้วรึ นางอาจไม่ได้มาด้วย เจ้าดูสิเด็กสองคนนั้นเป็นฝาแฝดใช่หรือไม่ หน้าตาก็น่ารักไม่หยอกเลยเชียว”“ข้าสนใจพ่อของเด็กหาได้สนใจเด็กไม่ อีกอย่างนะ เด็กไม่ได้เกิดมาจากท้องของข้าเสียหน่อยใครจะ
“ลิ่วเป่า วันนี้พี่ใหญ่จะออกไปข้างนอกหรือไม่” ชีเป่า“ไปสิ พี่ใหญ่จะต้องไปตรวจโรงหมักกับหอสุราในเมือง” ลิ่วเป่าทำหน้ามุ่ยตอบคู่แฝดของตน“ท่านพ่อทิ้งพวกเราไปเที่ยวกับท่านแม่ ไม่ให้พวกเราไปด้วย พี่หญิงใหญ่ก็อยู่ค่ายทหาร พี่รองก็อยู่เมืองหลวง ตอนนี้พี่สี่กับพี่ห้าเองก็ไปอยู่เมืองหลวงกับพี่รอง ทั้งที่เมื่อก่อนพี่สี่แทบจะไม่ห่างพวกเราเลย เฮ้อ เหลือแค่พี่ใหญ่แล้ว” ชีเป่า“แย่แล้ว แย่แล้ว ชีเป่า ตอนนี้พี่ใหญ่ก็อายุเยอะแล้วยังมิได้แต่งงาน หากพี่ใหญ่แต่งงานล่ะ แต่งงานก็ต้องมีลูกน่ะสิ เช่นนั้นแล้ว … เช่นนั้นแล้วพวกเราก็ไม่เหลือผู้ใดน่ะสิ ไม่เอาข้าไม่ให้พี่ใหญ่แต่งงาน” ลิ่วเป่า“ใช่ พี่ใหญ่จะแต่งงานไม่ได้ ข้าไม่ยอม เกิดพี่ใหญ่แต่งสตรีร้ายกาจเข้าจวนมาจะทำเช่นไรเล่า” ชีเป่า“เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว เราต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด” ลิ่วเป่าชูมือขึ้นสูงพลางโบกกำปั้นน้อยๆ ของตัวเองไปมาหลินตงหยางไม่ได้รู้เลยว่าน้องชายของตัวเองวางแผนร้ายกันอยู่ เดิมทีเขาไม่ต้องการแต่งงานอยู่แล้วหากไม่เจอใครที่เขาพึงใจและใครคนนั้นต้องเป็นคนจิตใจดี มีเมตตา อัธยาศัยดี ร่าเริง ส่วนเรื่องฐานะนั้นเขาไม่ได้สนใจ ของเพียงแค่ช่ว
“มันก็จริงเพคะ”“เจ้าอยู่รับสำรับกับป้าก่อน ประเดี๋ยวเสด็จลุงของเจ้าก็จะมาแล้ว”“เพคะ”“เมอเมอ ไปแจ้งห้องเครื่องให้เตรียมอาหารให้กับเจ้าสามหู่ด้วย อย่าปล่อยให้เจ้าพวกนี้หิวโหย”“เพคะฮองเฮา”เช้าวันต่อมาอู่เป่าพร้อมด้วยเจ้าเสือทั้งสามตัวออกจากจวนหลังจากที่เหวินหยางไปเข้าประชุมเช้าที่ท้องพระโรง หนึ่งเด็กหญิงกับสามเสือเดินเข้าร้านนั้นออกร้านนี้ทำเอาชาวบ้านอกสั่นขวัญแขวนไปตามๆ กัน จะแจ้งเจ้าหน้าที่ก็ไม่สามารถแจ้งได้เนื่องจากเสือทั้งสามตัวใส่เสื้ออาญาสิทธิ์ ทำให้ผู้คนในเมืองหลวงเดาสถานะของเด็กหญิงได้ไม่ยาก“นั่นใช่บุตรสาวของชินอ๋องหรือไม่”“ย่อมใช่อยู่แล้ว หาไม่แล้วผู้ใดจะมีเสือมาด้วยกัน เจ้าลืมไปแล้วหรือไม่ตอนที่พระชายาชินอ๋องแต่งเข้ามา ในขบวนสินเดิมเจ้าสาวมีอันใดบ้าง ไม่ใช่ว่ามีทั้งเสือทั้งหมาป่ารึ”“นั่นน่ะสิ ข้าเองก็ลืมไปเสียสนิท”“จะว่าไปแล้วตลอดเวลาที่พวกเราคิดว่าชินอ๋องเป็นพวกตัดแขนเสื้อที่ไหนได้แอบซุ่มแต่งพระชายาอีกทั้งมีบุตรธิดาถึงสามคน”“จ้านผิงอ๋องตงหยาง บุตรชายคนโตนั้นเป็นบุคคลที่มากความสามารถ ที่พวกเราได้มีเหล้ารสชาติดีดื่มก็เพราะจ้านผิงอ๋องเลยนะเจ้าว่าหรือไม่”“ฮ่า ฮ่า ฮ่า นั
ลมหนาวพัดผ่านอากาศเริ่มเย็นลงเรื่อย ๆ โรงเรียนได้ประกาศหยุดเรียนแล้วเหล่าสหายของอู่เป่าต่างก็เดินทางกลับบ้านกันไปหมด ที่เหลือก็มีเพียงสหายในหมู่บ้านไม่กี่คนเท่านั้นอีกทั้งพวกเขาก็ต้องทำงานช่วยพ่อแม่ที่บ้าน อู่เป่าที่เป็นคนว่างงานเลยรู้สึกเบื่อขึ้นมาทันที ซื่อเป่านั้นรับหน้าที่ดูแลน้องชายฝาแฝด ใช่แล้วทุกคนฟังไม่ผิดอู่เป่ามีน้องชายฝาแฝดที่ท่านแม่เพิ่งจะคลอดออกมาตอนนี้น้องชายทั้งสองมีอายุเพียง 6 เดือนเท่านั้น น้องหกมีชื่อว่าอี้เฟยฉี น้องเจ็ดอี้เฟยเทียน แต่ละวันซื่อเป่าจะวุ่นวายอยู่กับการเลี้ยงน้องชายทั้งสอง เพราะพี่ใหญ่ต้องดูแลเรื่องเงินๆ ทองๆ พี่รองเป็นขุนนางที่เมืองหลวง พี่หญิงใหญ่อยู่ชายแดน เหล่าสหายก็กลับบ้านหมด“เฮ้อ พี่ชายเอ้อร์หู่ พี่ชายซานหู่ พี่ชายซื่อหู่ ข้าเบื่อจังเลย บนภูเขาก็ไม่มีอะไรสนุกๆ ให้เล่นแล้ว พวกเราจะทำอันใดกันดี ข้าไม่ชอบฤดูหนาวเลย พวกท่านเห็นด้วยหรือไม่”“โฮก” ทั้งสามตัวขานรับพร้อมกัน“เช่นนั้น พวกเราไปหาพี่รองดีหรือไม่ พวกเราไปเดินเที่ยวเมืองหลวงสักเที่ยว ไปหาเสด็จลุงด้วย”“โฮก”“ดี เช่นนั้นพวกเราไปกัน แต่ก่อนอื่นข้าต้องเอาเสื้อผ้าไปด้วยสองชุดก็น่าจะพอ” อู่เป่าพู
“เรื่องอันใดกัน ไม่เกี่ยวกับข้าเสียหน่อย ข้าจะไปท่องยุทธภพ ไม่มีเวลามาบริหารบ้านเมือง องค์รัชทายาทยังมี ยังไม่ถึงทีของข้ากระมัง”หลินตงหยางขึ้นนั่งบนหลังต้าจิน จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้านลั่ว วันนี้มีการเตรียมคัดแยกคุณภาพของไหมเหมันต์เพื่อนำไปขายส่วนหนึ่ง ส่วนไหมเหมันต์ชั้นดีนั้นหลินตงหยางเก็บเอาไว้ใช้เอง อดีตฮ่องเต้กับไทเฮาตอนนี้ได้ผันตัวเป็นชาวบ้านที่มีอาชีพปลูกผักและผลไม้ ใช้ชีวิตเรียบง่ายอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ“คุณชายใหญ่ ท่านมาแล้วหรือขอรับ”“พี่ชายห่าวหรานสบายดีนะ ยินดีด้วยที่ได้ลูกชาย”“ขอบคุณท่านเช่นกันสำหรับของขวัญรับขวัญลูกชายของข้า ว่าแต่คุณชายใหญ่พอจะมีเหล้าชนิดใหม่มาให้ข้าลองชิมหรือไม่ขอรับ”“ย่อมต้องมีอยู่แล้ว แต่อย่าดื่มให้มาก ระวังท่านปู่ของท่านจะทุบตีท่านอีก”“ข้าต้องระวังอย่างดีอยู่แล้ว คุณชายมาตรวจไหมเหมันต์ใช่หรือไม่”“ใช่แล้วล่ะ”“เช่นนั้นก็ตามข้ามาทางด้านนี้เลย ครั้งนี้เราได้ไหมเหมันต์สีฟ้ากับสีชมพู อย่างละ 100 พับ ส่วนไหมเหมันต์ธรรมดานั้น มีอยู่เพียง 300 พับเท่านั้น”“เท่านี้ก็ถือว่ามากขึ้นเป็นเท่าตัว แล้วหนอนไหมเหมันต์สุขภาพเป็นอย่างไรบ้างตอนนี้”“แข็งแรงดีมาก
หลังจากที่ท่านแม่คลอดน้องสาวน้องชายให้ หลินตงหยางดีใจจนต้องให้ต้าจินนำจดหมายไปส่งที่ชายแดนเพื่อส่งข่าวให้กับซ่งลี่ฉุนกับหลี่เต๋อฟู่ได้รู้ว่าตอนนี้เขามีน้องชายน้องสาวแล้ว แถมยังเป็นฝาแฝดอีกด้วย หลินเหมยหลิงที่รู้ว่าท่านแม่คลอดน้องชายน้องสาวแล้วก็ดีใจเช่นเดียวกัน ถึงกับนั่งบนหลังต้าจินกลับมาที่หมู่บ้านเจียชุนทันที เดิมทีนางเองตั้งใจจะกลับมาอยู่แล้ว แต่พอต้าจินไปส่งจดหมายถึงได้รู้ว่าท่านแม่คลอดน้องชายน้องสาวก่อนกำหนด หลินเหมยเจียงเลยตัดสินใจนั่งหลังต้าจินกลับมาทันทีอี้เทียนหลงตั้งชื่อให้ลูกชายกับลูกสาวตามลำดับ ลูกชายให้ชื่อว่าอี้หยางหลงหรือซื่อเป่า ลูกสาวให้ชื่อว่าอี้หนิงเซียนหรืออู่เป่า เด็กน้อยทั้งสองคนเลี้ยงง่ายไม่งอแง หลินตงหยางไม่เคยออกจากจวนไปไหนไกล ๆ หรือไปครั้งละนานหลายวันตั้งแต่ที่มีน้องชายน้องสาว ส่วนลูกของต้าหู่นั้นอยู่เฝ้าเด็กน้อยทั้งสองคนไม่ห่าง หลินเหมยเจียงเองแทบจะไม่ได้เลี้ยงลูกทั้งสองคนเลยเพราะหลินตงหยางกับอี้เทียนหลงช่วยกันเลี้ยงจนกระทั่งนางออกจากการอยู่เดือนถึงได้มีเวลาใกล้ชิดกับลูกทั้งสองมากขึ้นหลังจากชาวเผ่าลั่วหนานย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านลั่วพวกเขาก็สามารถเลี้ยงหนอนไ







