共有

บทที่ 12

last update 公開日: 2026-01-08 12:44:55

“วันนี้องค์ชายรองทรงให้คนนำผิงกั่ว[1] มาให้ท่านตะกร้าใหญ่ ทั้งยังบอกว่าเป็นพระอัครมเหสีพระราชทานมาให้โดยเฉพาะ ข้าน้อยนำไปเก็บไว้ที่คฤหาสน์นอกเมืองเพราะไม่คิดว่าองค์จักรพรรดิจะเสด็จ แล้วตะกร้านั้นก็อยู่ในห้องนอนของท่าน” ฉวนจินเอ่ย

“อ้อ” เยวี่ยเทียนฉีพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ แต่ฉวนจินกลับเงยหน้ามองเขาด้วยใบหน้ากังวล แน่ล่ะเขาจะรู้ได้อย่างไรว่าจักรพรรดิจะถึงกับเปิดเข้าไปห้องนอนของผู้อื่น ถึงคนผู้นั้นจะเป็นน้องชายก็เถอะ

“เช่นนั้นกลับกันเถิด” เยวี่ยเทียนฉีหันหลังกลับ และเดินไปยังทิศทางที่ทอดไปยังคฤหาสน์ด้วยใบหน้าเรียบเฉย

ฉวนจินเดินตามเขาไปด้วยความกังวล เขากลัวเหลือเกินว่าตนจะทำให้ผู้เป็นนายเดือดร้อน ในตอนที่เห็นพระพักตร์ของจักรพรรดิ ทั้งยังกลัวว่าผู้เป็นนายอาจจะโกรธที่เขาสะเพร่า ทว่าคาดไม่ถึงเยวี่ยเทียนฉีกลับหยิบผิงกั่วมานั่งกินหน้าตาเฉย ทั้งยังโยนมาให้เขาอีกลูก

ฉวนจินได้แต่มองงงๆ ก่อนถอนหายใจออกมา

ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่เข้าใจเยวี่ยเทียนฉีสักนิด แต่เขาอาจจะโชคดีก็ได้ที่ไม่เข้าใจ เพราะหากเข้าใจเขาอาจจะไม่ได้มายืนอยู่เคียงข้างอีกฝ่ายเช่นในวันนี้

“นั่นอะไรขอรับ” ฉวนจินเพิ่งจะถอนหายใจอย่างปลงตกก็ต้องอ้าปากค้างอีกครั้ง

“ห้องเรียน เพิ่งเสร็จเมื่อวาน” เยวี่ยเทียนฉียิ้มเมื่อเห็นสีหน้าคนของเขา

“มันเคยเป็นห้องเก็บเสื้อผ้าของท่าน”

“ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว มีเด็กหลายคนขอเข้ามาเพิ่ม ที่นั่งเรียนเริ่มคับแคบข้าจึงขยับขยาย ข้าไม่ได้ทำเองอย่าทำหน้าเหมือนอยากตายเช่นนั้น ชาวบ้านที่มาเห็นข้ากำลังเก็บกวาดรู้ว่าข้ากำลังจะทำอะไรจึงอาสามาช่วย”

เดิมทีเยวี่ยเทียนฉีซื้อคฤหาสน์นอกเมือง เพื่อให้ตัวเองมีสถานที่ผ่อนคลายยามเบื่อหน่าย ฉวนจินดึงดันที่จะติดตามมาโดยให้เหตุผลว่าเขาจะเป็นคนทำงานหนักๆ ทุกอย่าง

แค่จินตนาการว่าเลี่ยงอ๋องผู้ที่เติบโตมาอย่างคนสูงศักดิ์ ต้องใช้นิ้วเรียวยาวนั้นหยิบผ้าขี้ริ้วเริ่มปัดกวาดเช็ดถู ...เขายอมไม่ได้ ไม่มีทาง แม้ว่าเขาจะต้องเดินทางไปกลับทุกวัน เพราะไม่ได้รับอนุญาตให้ค้างคืนเขาก็ยินดี

ช่วงแรกๆ เยวี่ยเทียนฉีเพียงอยู่ลำพังสองสามวันก็กลับ แต่เมื่อเริ่มสอนหนังสือให้เด็กยากจนที่บิดามารดาไม่อาจจ่ายค่าเล่าเรียนที่แพงลิบ ช่วงหลังตำหนักหยางจื้อจึงแทบจะกลายเป็นตำหนักร้างเพราะไร้ผู้เป็นนาย

ฉวนจินเห็นว่าความลับเรื่องเยวี่ยเทียนฉีออกไปอยู่นอกเมืองอาจนำมาซึ่งเรื่องยุ่งยาก เมื่อปรึกษากับผู้เป็นนายแล้ว เขาจึงคืนอิสระให้บ่าวไพร่ที่ถูกขายขาด ทั้งยังมอบเงินให้ไปตั้งตัว โดยยังเก็บเอาไว้เฉพาะคนที่ไว้ใจได้ไม่กี่คนเท่านั้น

ต่อมาบิดามารดาของเด็กชายหญิงที่เข้ามาเรียนหนังสือ ต่างก็แวะเวียนมายังคฤหาสน์ ทั้งยังไม่ได้มามือเปล่า แต่มีทั้งพืชผลต่างๆ ที่พวกเขาปลูกเอง สมุนไพรจากในป่า ฟืนที่ตัดแล้วพร้อมใช้ บ้างก็มาช่วยหุงหาอาหาร และทำความสะอาดตามแต่กำลังที่พวกเขามี เพื่อทดแทนบุญคุณของ ‘บัณฑิตฉี’

ตั้งแต่นั้นฉวนจินจึงถูกสั่งห้ามไม่ให้มาบ่อยนัก เพราะอาจมีคนจำได้ว่าเป็นคนของตำหนักหยางจื้อ

คฤหาสน์หลังเล็กถูกปรับปรุงใหม่ ด้วยความช่วยเหลือของชาวบ้านในละแวกนั้น เพื่อให้มีห้องเก็บตำรา และห้องเรียน

นอกจากเว้นที่เอาไว้เพียงห้องนอนสำหรับผู้เป็นเจ้าของแล้ว คฤหาสน์ของบัณฑิตฉี จึงมีพื้นที่ส่วนใหญ่เอาไว้เพื่อการเรียนการสอน

บัณฑิตฉีจึงกลายเป็นบุคคลอันเป็นที่รักของคนยากคนจนที่อาศัยอยู่นอกกำแพงเมือง ด้วยประการฉะนี้...

ซูฉิงเยี่ยนไม่ได้ออกนอกคฤหาสน์ตระกูลซู นับตั้งแต่วันที่ออกไปเยี่ยมอดีตแม่นมที่ป่วยหนัก สาเหตุมาจากนางยังคงปฏิเสธที่จะบอกบิดาว่าคนรักของนางคือผู้ใด

หญิงสาวพยายามอธิบายกับบิดาว่านางรับปากจะแต่งงาน ทว่าบิดากลับอ้างว่าเพื่อไม่ให้นางแอบออกไปพบคนรัก จนทำให้เกิดเรื่องเสื่อมเสีย นางจึงถูกกักบริเวณจนกว่าจะถึงวันที่ตระกูลถานส่งเกี้ยวมารับ ทั้งที่นางก็ยืนยันไปแล้วว่านางจะไม่ทำเรื่องเสียหาย และจะไม่ออกไปพบเขาอีก

เมื่อไม่ว่าจะพูดอย่างไรบิดาก็ยังคงยืนกรานนางจึงได้แต่นิ่งเงียบ ทว่าในตอนที่นางก้มหน้ารับชะตากรรมที่นางมิอาจแก้ไขได้นั้นเอง นางก็พบว่าสวรรค์ช่างเล่นตลกกับชะตาชีวิตของนางเหลือเกิน

หลังจากที่ถูกจับขัดสีฉวีวรรณ โดยแม่สื่อที่ถูกส่งมาจากตระกูลถาน นางก็ถูกส่งตัวเข้าห้องเพื่อให้นอนแต่หัวค่ำ ครั้นพอลืมตาตื่นขึ้นมาในยามเช้า กลับพบว่าตนนอนอยู่ในรถม้าที่สั่นโคลงเคลงไปมาจนพานให้เวียนหัว

“เกิดอะไรขึ้น”

ซูฉิงเยี่ยนเอื้อมมือเปิดม่านหน้ารถม้า ภาพบรรยากาศของท้องทุ่ง และป่าเขาทำเอานางอึ้งจนพูดไม่ออก

“คุณหนูใหญ่”

เสียงทุ้มของบุรุษที่กำลังบังคับรถม้าทำให้หญิงสาวขมวดคิ้ว นางจำได้ว่าเขาคือบ่าวไพร่ในคฤหาสน์ที่บอกว่าจะลาออกกลับไปแต่งงานเมื่อหลายวันก่อน

“เจ้า...มิใช่อาหลัวที่ลากลับบ้านไปแต่งงานหรอกหรือ” ซูฉิงเยี่ยนยกนิ้วขึ้นนวดขมับที่ปวดตุบๆ

อาหลัวทำหน้าคล้ายกำลังลำบากใจ เขาถามความเห็นนางอย่างเกรงใจ หวังให้นางลงจากรถม้าเพื่อสนทนากัน ซึ่งนางก็พยักหน้าทันทีเพราะรู้สึกเวียนศีรษะ กระนั้นเมื่อลงจากรถม้าอาหลัวกลับคุกเข่าให้นางทันที

“คุณหนูข้าน้อยผิดไปแล้ว ทั้งที่คุณหนูดีกับข้าน้อยถึงเพียงนี้ ทั้งรับเข้าทำงานและดูแลให้ความช่วยเหลือมาโดยตลอด แต่ข้าน้อยกลับเนรคุณต่อท่าน” อาหลัวละล่ำละลักออกมา

“เจ้าพูดถึงเรื่องใดอยู่ เกิดอะไรขึ้น ทำไมข้าจึงมาอยู่ที่นี่ ข้า...วันนี้ข้าสมควรจะ...ขึ้นเกี้ยว” ปลายเสียงแผ่วเบาไปเล็กน้อยเมื่อนางก้มลงมองใบหน้าสำนึกผิดของอาหลัว “เจ้าลักพาตัวข้ามาหรือ” ซูฉิงเยี่ยนถามอีกฝ่ายขึ้นคล้ายไม่อยากจะเชื่อ

“ข้า...ข้าเป็นคนพาท่านออกมาขอรับ เพราะหากข้าไม่ทำฮูหยินรองก็คงต้องหาคนอื่นมาทำ ข้าเกรงว่า...หาก...หากพวกเขาเป็นคนไม่ดี ทั้งที่คุณหนูดีต่อข้าเช่นนี้ ข้าจึงไม่อาจ...ไม่อาจ...”

“หยุด เจ้าหยุดร้องไห้ก่อน เล่ามาให้หมดว่าเรื่องราวเป็นมาอย่างไรกันแน่” ซูฉิงเยี่ยนสูดลมหายใจเข้าเพื่อระงับโทสะ

[1] ผิงกั่ว หรือ แอปเปิ้ล

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 149 จบ

    “เอาล่ะเช่นนั้นก็ได้ ข้าจะลองไปคุยกับท่านแม่ว่าจะทำเช่นไรท่านพ่อจึงจะยอมให้ท่านเข้าไปดูผาอัคคี เผื่อว่าท่านเห็นแล้วอยากจะเปลี่ยนใจ”“ข้าเข้าไปดูได้หรือ”“ข้าถึงได้บอกว่าจะไปขอท่านแม่อย่างไรเล่า หากไปถามเรื่องนี้กับท่านพ่อ รังแต่จะทำให้เขารู้เท่าทันแผนข้าน่ะสิ” เสวียนจิ้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์“แผนหรือ”“ข้าจะอธิบายเรื่องแผนการของข้าทีหลัง วันนี้ท่านนอนพักผ่อนเถิด ข้าจะกลับมารับพรุ่งนี้เช้า”เสวียนจิ้งมารับฟู่หย่งเจี้ยนในตอนรุ่งเช้าจริงๆ ทว่านางกลับวางยาทำให้เขาไร้ซึ่งเรี่ยวแรง จับเขามัดเพื่อความแน่ใจ ก่อนจะจับเขาโยนขึ้นรถม้า แล้วออกจากเมืองหลวงแคว้นจ้าวมา ท่ามกลางความตื่นตะลึงของชายหนุ่มเขาไม่คาดคิดว่านางจะทำเช่นนี้ ก่อนออกมาจากโรงเตี๊ยมในยามรุ่งสาง เขาได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงอ่อนโยนคุ้นเคยของฮูหยินจ้าววัง มารดาของนางที่อุตส่าห์นำเงินค่าเดินทางมาให้ถุงใหญ่คนของวังเมฆาอัคคีนี่ช่างทำอะไรเหนือคาดจริงๆ!!“จิ้ง เจ้าทำเช่นนี้จะยิ่งเป็นการทำให้ท่านจ้าววังไม่ยอมรับข้า” ฟู่หย่งเจี้ยนที่นอนอยู่ในรถม้าเอ่ยขึ้น ในขณะที่เขาจ้องมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่กำลังบังคับรถม้า เสวียนจิ้งเปิดม่านหน

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 148

    เสวียนจิ้งจึงชะงักแล้วมีท่าทีละล้าละลัง จะให้นางคุยกับฟู่หย่งเจี้ยนตรงนี้ต่อหน้าบิดากับมารดา นางยังไม่อยากหาเรื่องตายให้ฟู่หย่งเจี้ยนนะ!!!จะให้พูดได้อย่างไรเล่าว่านางเป็นฝ่ายตามติดเขาก่อน แต่เรื่องที่ฟู่หย่งเจี้ยนเคยปฏิเสธนางก็เป็นเรื่องจริง หากบิดายอมอ่อนข้อให้ฟู่หย่งเจี้ยนง่ายๆ เขาก็ไม่ใช่จ้าววังเมฆาอัคคีแล้ว…ฟู่หย่งเจี้ยนมองจากท่าทางของเสวียนหมิง ก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายล่วงรู้เรื่องของเขาโดยละเอียด ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการให้เรื่องต้องยืดเยื้อต่อไปเขาเป็นเคยเป็นคนของราชสำนักแคว้นฉิน...เขาไม่ปฏิเสธ อย่างไรเสียการเผชิญกับความจริงก็ต้องเกิดขึ้น ดังนั้นร่างสูงจึงแตะมือลงไปยังหลังมือของเสวียนจิ้งที่ยังคงเกาะกุมมือของเขาอยู่เขาพยักหน้าให้นางเพื่อให้นางปล่อย ซึ่งนางก็ยินยอมโดยดีโดยไม่พูดอะไร ดูแล้วนางเองก็เข้าใจตรงกันกับเขากระมัง เพราะหากเสวียนหมิงไม่ยินยอมอนุญาต มีหรือที่นางกับเขาจะได้พบกันอีก“ท่านจ้าววังข้าน้อยจริงใจต่อจิ้ง ขอท่านจ้าววังช่วยส่งเสริมเราสองคนด้วย”เสวียนจิ้งอ้าปากค้างเมื่อได้ยินประโยคนั้น‘เขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง’บิดาของนางมิใช่คนที่ใครก็สามารถต่อกรได้ ยิ่ง

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 147

    “จิ้งเอ๋อร์มายืนทำอะไรตรงนี้เล่า มาช่วยแม่ในครัวหน่อย หน้าร้านปล่อยให้เป็นหน้าที่ของท่านน้าของเจ้า กับรั่วหลิงก็พอ”“เจ้าค่ะท่านแม่”แม้จะเดินนำเข้าไปด้านในก่อน แต่กระนั้นสายตาของหญิงวัยกลางคนก็กวาดผ่านเขาไปครั้งหนึ่ง ก่อนจะละไปราวกับไม่ใส่ใจ ทว่ามีเพียงฟู่หย่งเจี้ยนที่รู้ว่าไม่ใช่!!!ท่าทีสำรวมกว่าทุกครั้งของเสวียนจิ้ง ทำให้ฟู่หย่งเจี้ยนรู้สึกหนักอกหนักใจ เสวียนจิ้งที่มีท่าทีไม่เกรงฟ้าไม่กลัวดิน กลับมีท่าทีราวกับเป็นคนละคนในยามที่นางอยู่ต่อหน้ามารดาแล้วเช่นนี้เขาควรเข้าทางมารดาของนางหรือจึงจะดี...แม้ในใจจะครุ่นคิดเช่นนั้น ทว่าฟู่หย่งเจี้ยนก็ไม่ได้ผลีผลาม เพราะรู้ดีว่าหากเขาขอเข้าพบโดยตรงคงไม่ใช่เรื่องง่ายนักแม้ฮูหยินจ้าววังของวังเมฆาอัคคี จะดูเหมือนกลมกลืนกับชาวเมืองหลวง ทว่าเขาไม่เชื่อว่าท่านจ้าววังอย่างเสวียนหมิง จะไม่ส่งคนมาคุ้มกันที่ตระกูลอิ่นแห่งนี้ ดังนั้นดวงตาคมจึงกวาดมองไปทั่วทิศ จุดประสงค์ก็เพื่อมองหาผู้คุ้มกัน ทว่าเขากลับไม่สามารถรับรู้การมีตัวตนของอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้ตัวเองผลีผลามเอาชีวิตมาทิ้งโดยใช่เหตุ ฟู่หย่งเจี้ยนจึงได้แต่ถอยกลับไปตั้งหลักที่โรงเตี๊ยมเพื่อคิดหาหนทางเ

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 146

    ตำหนักเฟยเฟิ่งวังหลวงแคว้นฉิน“ท่านมั่นใจแล้วหรือ” ฉินหยูเฟยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่จะมั่นใจนัก ในยามที่ฟู่หย่งเจี้ยนบอกนางว่าเขาต้องการลาออกจากการเป็นองครักษ์“พ่ะย่ะค่ะ หน้าที่ของกระหม่อมเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทรงปลอดภัย องค์รัชทายาทจะทรงดูแลองค์หญิงได้ดีกว่าผู้ใด”“ข้ารู้ว่าท่านเองก็เหนื่อยมาก การเดินทางไปแคว้นเยวี่ยครั้งนั้นได้ยินมาว่าไม่มีองครักษ์คนใดที่อาสาไปด้วยตัวเองเลยนอกจากท่าน เพราะพวกเขาสังหรณ์ใจว่าจะไม่ได้กลับมาอีก ซึ่งมันก็จริง” ฉินหยูเฟยเอ่ยเสียงแผ่ว“แม้ทำเช่นนี้อาจดูเหมือนกระหม่อมผิดต่อคำสัตย์ที่ให้ไว้กับ...”“ไม่ใช่!!” ฉินหยูเฟยเอ่ยขัดเขา “ท่านไม่ได้ผิดคำพูดใดๆ ที่ให้ไว้กับเสด็จพ่อ ท่านทำหน้าที่ที่ท่านได้รับมอบหมายลุล่วงแล้ว ท่านแทบจะเอาชีวิตไม่รอดเพราะพยายามรักษาคำสัตย์ เราจะปล่อยท่านไป ท่านจงไปทำในสิ่งที่หัวใจของท่านปรารถนาเถิด” ฉินหยูเฟยเอื้อมมือไปรับตราองครักษ์คืนจากมือฟู่หย่งเจี้ยน“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”“หากท่านมีโอกาสเดินทางไปยังแคว้นเยวี่ย...”“เขาไม่มีทางไปเยี่ยมเยียนเราได้” เยวี่ยเสียนเฉิงที่ไม่รู้ว่าก้าวเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรเอ่ยขึ้นฉินหยูเฟยขมวดคิ้วเพราะไม่เข้าใ

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 145

    แม้ว่านางจะทำผิดและถูกลงโทษ ทว่าการขับออกจากพรรคนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ หากทั้งสองจะคบหา และติดต่อกันมีเพียงเขาต้องละทิ้งในสิ่งที่เขามีเท่านั้น แต่นั่นมันหมายถึงเขาต้องผิดคำสัตย์ที่ให้ไว้กับอดีตจักรพรรดิเสวียนจิ้งมีความหมายต่อความรู้สึกเขาทว่าคำสัตย์ที่ให้ไว้คือการคุ้มกันองค์หญิงให้เดินทางไปเข้าพิธีเสกสมรสอย่างปลอดภัย แล้วในเวลานี้ถือว่าตัวเขาลุล่วงซึ่งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเอาไว้แล้วหรือยัง..ฟู่หย่งเจี้ยนซึ่งอยู่ในชุดสีฟ้าขาว ไม่ใช่ชุดประจำตำแหน่งองครักษ์สีแดงสลับขาวเช่นเดิม ในมือของเขามีเพียงกระบี่อ่อนคู่กายเป็นอาวุธเท่านั้น มองเผินๆ จึงดูเหมือนชาวยุทธ์ผู้หนึ่ง หาใช่ขุนนางของราชสำนักไม่ร่างสูงเดินเตร็ดเตร่ไปตามท้องถนนด้วยความคิดถึง ในยามที่มองเห็นตลาดที่คึกคักของเมืองหลวงแคว้นฉิน นับตั้งแต่วันที่เขาวางยาสลบเสวียนจิ้ง จนถึงวันที่เขาเองต้องเดินทางมากับขบวนของรัชทายาทเยวี่ยเสียนเฉิง และองค์หญิงฉินหยูเฟยมายังแคว้นฉิน เขาก็ไม่ได้พบนางอีกเลยคำเตือนของเสวียนเฟิ่งยังคงก้องอยู่ในหู เขาพยายามหาคำตอบให้ตัวเองแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่พบ...วันนี้เขานัดพบกันกับสหายชาวยุทธ์ผู้หนึ่ง ซึ่งทั้งส

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 144

    จุมพิตร้อนแรงหนักหน่วงประทับลงไปยังริมฝีปากของเสวียนจิ้ง พยายามบังคับให้นางกลืนยาเข้าไป ในยามที่สติของนางถูกกลิ่นกายของฟู่หย่งเจี้ยนเข้าครอบงำ เสวียนจิ้งพลันสมองขาวโพลน นางดิ้นรนด้วยพละกำลังที่มี หากแต่กำลังภายในและวรยุทธ์กลับไม่ได้ดึงออกมาใช้ เพราะนางเองก็คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะทำเช่นนี้ฟู่หย่งเจี้ยนใช้มือหนึ่งดันต้นคอของหญิงสาวเอาไว้ ส่วนมือใหญ่อีกข้างก็รวบข้อมือของนางเอาไว้ เพื่อไม่ให้นางขัดขืนได้ถนัดนักลิ้นร้อนพยายามกวาดเข้าไปในโพรงปากอบอุ่น เพื่อบังคับให้นางรับยาสลบเข้าไปอย่างอุกอาจ เขาไม่ยอมให้นางปฏิเสธ ไม่ยอมให้นางผละออกห่างแม้กระทั่งตอนที่ยาทั้งหมดถูกนางกลืนเข้าไปอย่างไม่รู้ตัวจุมพิตหนักหน่วงกดย้ำและหยอกเอินริมฝีปากที่อ้าเผยอออกอย่างไร้ทางสู้ หัวใจของทั้งสองเต้นระรัว ลมหายใจหรือก็หอบโยนไม่ต่างกันเรี่ยวแรงของเสวียนจิ้งลดน้อยลง เมื่อยาสลบออกฤทธิ์ กระนั้นฟู่หย่งเจี้ยนก็หาได้ละไปจากริมฝีปากเย้ายวน ซึ่งบัดนี้แดงช้ำเพราะจุมพิตเร่าร้อนของเขาความรู้สึกอยากครอบครองซึ่งเขาไม่คิดว่าตนจะมีมาก่อนพุ่งขึ้นสูง ดวงตาคมที่เข้มขึ้นเพราะแรงปรารถนา ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะประทับจุมพิตลงไปยังริมฝีป

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 112

    ​“คุณหนูใหญ่เจ้าคะนายน้องหอสุราซุนฮวามารออยู่ที่ห้องโถงแล้วเจ้าค่ะ นอกจากนั้นยังมีแม่นางคนหนึ่งมาขอพบท่านด้วยนะเจ้าคะ”สาวใช้ที่ท่าทางมากประสบการณ์เอ่ยเสียงเครียด“ใครหรือ” ซูฉิงเยี่ยนเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ เนื่องจากคิดไม่ถึงว่าจะมีคนมาหานางในเวลาเช่นนี้ ยิ่งในยามที่เห็นสาวใช้ต้นห้อง ซึ่งเป็นคนที

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 110

    “ที่นี่เป็นเรือนด้านในของคุณหนูใหญ่ ตอนนี้คุณหนูใหญ่รู้สึกไม่สบายจึงไม่สะดวกจะรับแขก เชิญถานฮูหยินกลับไปก่อนดีหรือไม่ หากคุณหนูใหญ่หายดีแล้วข้าน้อยจะเรียนให้นางทราบว่าท่านมาหา”ฉวนจินเน้นคำว่า ‘ถานฮูหยิน’ ก่อนจะจ้องอีกฝ่ายเขม็ง เพื่อให้นางรู้ฐานะของตน ทว่าดูเหมือนซูรุ่ยเย่จะไม่ตระหนักว่าอีกฝ่ายหมาย

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 108

    ดูเหมือนเส้นทางสู่ความเป็นใหญ่ที่เขาเพิ่งจะวาดฝันนั้น กำลังพังทลายลงอย่างไม่เป็นท่า ทั้งที่มันเพิ่งจะเป็นรูปเป็นร่างขึ้นโธ่...ซูฉิงเยี่ยนบุตรสาวผู้น่าสงสารของเขา องค์ชายรองอุตส่าห์หยิบยื่นวาสนาอันสูงส่งมาให้ถึงหน้าจวน แต่กลับโดนเลี่ยงอ๋องผู้เป็นอาของอีกฝ่ายปัดทิ้งเสียจนไม่เหลือซากเช่นนี้ไม่ต้องคิ

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 107

    ฟู่หย่งเจี้ยนอมยาสลบเอาไว้ในปาก แล้วบังคับป้อนนางไปพร้อมๆ กับที่เขามอบจุมพิตร้อนแรงให้ พร่ำรำพันว่าไม่อยากดึงนางให้เข้ามาเสี่ยงอันตราย เพราะรู้ว่าตนเป็นเป้าหมายของนักฆ่าเหล่านั้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาหลบเลี่ยงนางมาโดยตลอด ไม่เคยเผยความในใจ แม้ว่าทุกครั้งจะโดนนางหยอกเย้าหรือหลอกล่อคนอย่างฟู่หย่งเจี

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status