แชร์

บทที่ 11

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update วันที่เผยแพร่: 2026-01-07 09:53:55

“นายท่าน!!”

เสียงคุ้นเคยที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้เยวี่ยเทียนฉีอดถอนใจออกมาไม่ได้ เดิมทีเขาวางแผนกลับเข้าไปในเมืองหลวงทันที่ฝนหยุดตก ทว่าหลังจากพบกับซูฉิงเยี่ยน เขาคล้ายลืมสิ้นว่าวางแผนสิ่งใดไว้ และนั่นไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลย

ใบหน้าถมึงทึงและร่างเปียกปอนของฉวนจิน ทำให้ดวงตาเรียบเฉยปรากฏแววขบขัน ทว่าเขาไม่ได้เอ่ยอันใดเพียงยืนรอให้อีกฝ่ายเดินเข้ามา

ฉวนจินเป็นคนสนิทที่เขาเคยช่วยชีวิตเอาไว้เมื่อหลายปีก่อน เนื่องจากเห็นว่าอีกฝ่ายนิสัยใจคอไม่เลว ทั้งยังอ่านออกเขียนได้ เยวี่ยเทียนฉีจึงรับเอาไว้ โดยให้เป็นคนดูแลเรื่องใหญ่น้อยภายในตำหนักหยางจื้อ

แม้จะสงสัยว่าด้วยความสามารถของฉวนจิน ไม่น่าจะใช่ชาวบ้านที่เดินทางเข้าเมืองหลวงมาขายตัวเป็นทาส แต่เห็นอีกฝ่ายไม่อยากจะพูดถึง เขาเองก็เลือกที่เงียบ

หลายปีที่ผ่านมา ฉวนจินพิสูจน์ให้เขาเห็นแล้วว่าตนสามารถเชื่อใจอีกฝ่ายได้ อีกทั้งเขาได้ตรวจสอบแล้วว่าฉวนจินไม่ได้เป็นนักโทษของกรมอาญา เยวี่ยเทียนฉีจึงรอให้อีกฝ่ายพร้อมที่จะพูด

“ข้าน้อยตามหาท่านไปทั่ว ฝนก็ตก” ฉวนจินเอ่ยเสียงหอบเล็กน้อย

“หาข้า...มีเรื่องอันใด” เขาแสร้งเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ

“นายท่าน” ฉวนจินรู้ดีว่าผู้เป็นนายตั้งใจซ่อนตัวจากเชษฐา เขาไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังดีนัก ทว่าวันนี้ของทุกปีจักรพรรดิจะต้องเสด็จมายังตำหนักหยางจื้อเป็นการส่วนพระองค์ และทุกครั้งเยวี่ยเทียนฉีก็มักจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

“จักรพรรดิถึงกับเสด็จด้วยพระองค์เอง ท่านก็น่าจะ...” เมื่อรู้ว่าตัวเองออกจะก้าวก่ายจึงเงียบปากทั้งยังก้มหน้าถอนหายใจ ก่อนจะเลิกคิ้วเมื่อเพิ่งจะสังเกตเห็นการแต่งกายของอีกฝ่าย

“ท่านเอาผ้าขี้ริ้วพวกนี้มาจากที่ใด” ฉวนจินแทบจะร้องไห้ เขารึสู้อุตส่าห์นำแพรพรรณเนื้อดีตัดเย็บอย่างประณีตส่งไปให้ทว่าเจ้าเศษผ้ามอซอบนตัวเยวี่ยเทียนฉีก็ทำให้เขาถึงกับพูดไม่ออก

“นี่น่ะหรือ” เยวี่ยเทียนฉีหัวเราะเสียงเบา จะบอกได้อย่างไรกันว่าเขาตั้งใจจะหลบหน้าฉวนจิน เพราะรู้ดีว่าหากจักรพรรดิเสด็จมายังตำหนักหยางจื้อ อีกฝ่ายต้องวิ่งมาที่คฤหาสน์นอกเมืองแน่ ดังนั้นเขาจึงตั้งใจจะปลอมเป็นคนเร่ร่อนเข้าไปหลบในกำแพงเมืองหลวง

“วันนี้อากาศดีข้าจึงอยากลองเปลี่ยนเป็นขอทานดูสักครั้ง เพื่อมองหาคนจิตใจดีอย่างที่เจ้าแนะนำอย่างไรเล่า” เยวี่ยเทียนฉีหัวเราะเมื่อเห็นปากที่อ้าค้างของฉวนจิน

“ข้าน้อยหมายถึงคนจิตใจดีที่จะมาเป็นพระชายา เอ่อ....ฮูหยิน” คิ้วของฉวนจินพันกันยุ่งกัน

“เฮ้อ...ฉวนจินหนอ ฉวนจิน บางทีเจ้าก็ดูฉลาดดีนะ แต่ก็เป็นตัวโง่งมเหลือเกินในบางเรื่อง” เยวี่ยเทียนฉีส่ายหน้าแล้วออกเดิน ตอนนี้ที่เขาทำได้คือสงบเสงี่ยมราวกับไร้ตัวตน

มีเพียงทำเช่นนี้จึงจะไม่เป็นการนำเภทภัยมาสู่คนที่เขาห่วงใย หากจะให้เขาต้องดึงผู้ใดเข้ามาร่วมชะตากรรมเช่นนี้ เขายินดีอยู่เพียงลำพังจนลมหายใจเฮือกสุดท้าย ดีกว่าต้องให้ใครสักคนต้องเจ็บปวด และอกสั่นขวัญแขวนในยามที่อยู่เคียงข้างเขา

“ข้าก็แค่เกรงว่าในอนาคตท่านจะเหงา หากมีฮูหยินและมีท่านอ๋องน้อย ข้าหมายถึงคุณชายน้อย...”

“ข้าไม่อยากให้ผู้ใดต้องมาเป็นทุกข์เพราะข้า ภัยมืดรอบกายข้ามีมากมายเหลือเกิน ให้มันสิ้นสุดที่ข้าเถิด...”

ความทรงจำใจอดีตพลันวาบผ่านเข้ามาในห้วงคำนึง

ภาพคนใกล้ชิดที่หายหน้าไปทีละคน ไม่นานก็ถูกพบเป็นศพแข็งทื่อ หลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เขาอีก เพราะไม่ว่าใครล้วนแต่พบชะตากรรมเช่นเดียวกัน

จากวันนั้นจนถึงตอนนี้มีเพียงพระพันปีหลวง และเยวี่ยเสียนเฉิงเท่านั้นที่เขาหลงเหลืออยู่

“บางครั้งข้าก็คิดนะขอรับ ทำไมถึงต้องมีองค์ชาย องค์หญิงและเชื้อพระวงศ์มากมาย เพียงเพื่อแสดงออกถึงพระราชอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของราชบัลลังก์ ในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าการแก่งแย่งชิงดีต้องเกิดขึ้น และแทนที่จะป้องกันแต่เพราะเหตุใด...”

‘จักรพรรดิจึงทรงนั่งมองดูลูกหลานเข่นฆ่ากันเอง’

“ข้าน้อยขออภัย” ฉวนจินหยุดไว้แค่นั้นแล้วมองซ้ายขวาเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีใคร

“ไม่หรอกเจ้าพูดถูก”

แม้จะไม่เคยถามแต่เยวี่ยเทียนฉีก็รู้ดีว่าฉวนจินคงได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับอดีตของตนมาบ้าง เขาเคยถามอีกฝ่ายว่าเชื่อข่าวลือหรือไม่ แต่ฉวนจินเพียงมองหน้าเขาคล้ายไม่เคยเห็น แล้วตอบเสียงหนักแน่น

‘ท่านมิใช่คนเช่นนั้น ข้าน้อยเชื่อท่านถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น’

‘ทำไมจึงเชื่อข้า เพราะข้าเชื่อเจ้าเช่นนั้นหรือ’

‘นั่นก็ด้วยขอรับ แต่ข้าน้อยมั่นใจว่าเรื่องไม่ได้เป็นเช่นนั้น’

‘ติดตามข้าเจ้าอาจตายได้ทุกเมื่อ’

‘ทุกคนเกิดมาล้วนต้องตาย’

‘แต่เจ้าอาจตายเร็วขึ้น’

‘ข้าน้อยดูแลตัวเองได้’

‘แต่ข้าอาจจะเป็นดังข่าวลือ’

‘ท่านไม่ใช่! ดังนั้นอย่าเอ่ยเช่นนี้อีก หากคิดจะสลัดข้าทิ้งเรื่องนั้นไม่ง่ายหรอกนะขอรับ ท่านจะเสียใจตอนนี้ก็ไม่อาจทำอันใดได้แล้ว ดังนั้นข้าจะติดตามท่าน ไม่ว่าท่านจะยินยอมหรือไม่’

ฉวนจินถลึงตาใส่เขาที่มีตำแหน่งอ๋องเป็นครั้งแรก

ในตอนนั้นเองเขายังคงจำได้แม่นถึงสีหน้า และน้ำเสียงของอีกฝ่าย ตั้งแต่นั้นฐานะของฉวนจินในสายตาเขาจึงพิเศษกว่าบ่าวไพร่และคนใกล้ชิดคนอื่นๆ

จนถึงตอนนี้ฉวนจินก็ยังคงดูแลตัวเขาเองได้ดีเยี่ยม เพราะเขายังมีลมหายใจอยู่ข้างหลัง...ห่างออกไปไม่กี่ก้าว

“กลับเถิดนะขอรับ อากาศเช่นนี้ฝนอาจตกอีกก็เป็นได้ จักรพรรดิทรงเสด็จกลับไปแล้ว” ฉวนจินเอ่ยเสียงเบามองแผ่นหลังของผู้เป็นนายด้วยความห่วงใย

“หือ แล้วเจ้าทำไมยังไม่กลับตำหนัก ออกมาตากฝนทำไมกัน”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 149 จบ

    “เอาล่ะเช่นนั้นก็ได้ ข้าจะลองไปคุยกับท่านแม่ว่าจะทำเช่นไรท่านพ่อจึงจะยอมให้ท่านเข้าไปดูผาอัคคี เผื่อว่าท่านเห็นแล้วอยากจะเปลี่ยนใจ”“ข้าเข้าไปดูได้หรือ”“ข้าถึงได้บอกว่าจะไปขอท่านแม่อย่างไรเล่า หากไปถามเรื่องนี้กับท่านพ่อ รังแต่จะทำให้เขารู้เท่าทันแผนข้าน่ะสิ” เสวียนจิ้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์“แผนหรือ”“ข้าจะอธิบายเรื่องแผนการของข้าทีหลัง วันนี้ท่านนอนพักผ่อนเถิด ข้าจะกลับมารับพรุ่งนี้เช้า”เสวียนจิ้งมารับฟู่หย่งเจี้ยนในตอนรุ่งเช้าจริงๆ ทว่านางกลับวางยาทำให้เขาไร้ซึ่งเรี่ยวแรง จับเขามัดเพื่อความแน่ใจ ก่อนจะจับเขาโยนขึ้นรถม้า แล้วออกจากเมืองหลวงแคว้นจ้าวมา ท่ามกลางความตื่นตะลึงของชายหนุ่มเขาไม่คาดคิดว่านางจะทำเช่นนี้ ก่อนออกมาจากโรงเตี๊ยมในยามรุ่งสาง เขาได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงอ่อนโยนคุ้นเคยของฮูหยินจ้าววัง มารดาของนางที่อุตส่าห์นำเงินค่าเดินทางมาให้ถุงใหญ่คนของวังเมฆาอัคคีนี่ช่างทำอะไรเหนือคาดจริงๆ!!“จิ้ง เจ้าทำเช่นนี้จะยิ่งเป็นการทำให้ท่านจ้าววังไม่ยอมรับข้า” ฟู่หย่งเจี้ยนที่นอนอยู่ในรถม้าเอ่ยขึ้น ในขณะที่เขาจ้องมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่กำลังบังคับรถม้า เสวียนจิ้งเปิดม่านหน

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 148

    เสวียนจิ้งจึงชะงักแล้วมีท่าทีละล้าละลัง จะให้นางคุยกับฟู่หย่งเจี้ยนตรงนี้ต่อหน้าบิดากับมารดา นางยังไม่อยากหาเรื่องตายให้ฟู่หย่งเจี้ยนนะ!!!จะให้พูดได้อย่างไรเล่าว่านางเป็นฝ่ายตามติดเขาก่อน แต่เรื่องที่ฟู่หย่งเจี้ยนเคยปฏิเสธนางก็เป็นเรื่องจริง หากบิดายอมอ่อนข้อให้ฟู่หย่งเจี้ยนง่ายๆ เขาก็ไม่ใช่จ้าววังเมฆาอัคคีแล้ว…ฟู่หย่งเจี้ยนมองจากท่าทางของเสวียนหมิง ก็รู้ได้ในทันทีว่าอีกฝ่ายล่วงรู้เรื่องของเขาโดยละเอียด ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการให้เรื่องต้องยืดเยื้อต่อไปเขาเป็นเคยเป็นคนของราชสำนักแคว้นฉิน...เขาไม่ปฏิเสธ อย่างไรเสียการเผชิญกับความจริงก็ต้องเกิดขึ้น ดังนั้นร่างสูงจึงแตะมือลงไปยังหลังมือของเสวียนจิ้งที่ยังคงเกาะกุมมือของเขาอยู่เขาพยักหน้าให้นางเพื่อให้นางปล่อย ซึ่งนางก็ยินยอมโดยดีโดยไม่พูดอะไร ดูแล้วนางเองก็เข้าใจตรงกันกับเขากระมัง เพราะหากเสวียนหมิงไม่ยินยอมอนุญาต มีหรือที่นางกับเขาจะได้พบกันอีก“ท่านจ้าววังข้าน้อยจริงใจต่อจิ้ง ขอท่านจ้าววังช่วยส่งเสริมเราสองคนด้วย”เสวียนจิ้งอ้าปากค้างเมื่อได้ยินประโยคนั้น‘เขาไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วกระมัง’บิดาของนางมิใช่คนที่ใครก็สามารถต่อกรได้ ยิ่ง

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 147

    “จิ้งเอ๋อร์มายืนทำอะไรตรงนี้เล่า มาช่วยแม่ในครัวหน่อย หน้าร้านปล่อยให้เป็นหน้าที่ของท่านน้าของเจ้า กับรั่วหลิงก็พอ”“เจ้าค่ะท่านแม่”แม้จะเดินนำเข้าไปด้านในก่อน แต่กระนั้นสายตาของหญิงวัยกลางคนก็กวาดผ่านเขาไปครั้งหนึ่ง ก่อนจะละไปราวกับไม่ใส่ใจ ทว่ามีเพียงฟู่หย่งเจี้ยนที่รู้ว่าไม่ใช่!!!ท่าทีสำรวมกว่าทุกครั้งของเสวียนจิ้ง ทำให้ฟู่หย่งเจี้ยนรู้สึกหนักอกหนักใจ เสวียนจิ้งที่มีท่าทีไม่เกรงฟ้าไม่กลัวดิน กลับมีท่าทีราวกับเป็นคนละคนในยามที่นางอยู่ต่อหน้ามารดาแล้วเช่นนี้เขาควรเข้าทางมารดาของนางหรือจึงจะดี...แม้ในใจจะครุ่นคิดเช่นนั้น ทว่าฟู่หย่งเจี้ยนก็ไม่ได้ผลีผลาม เพราะรู้ดีว่าหากเขาขอเข้าพบโดยตรงคงไม่ใช่เรื่องง่ายนักแม้ฮูหยินจ้าววังของวังเมฆาอัคคี จะดูเหมือนกลมกลืนกับชาวเมืองหลวง ทว่าเขาไม่เชื่อว่าท่านจ้าววังอย่างเสวียนหมิง จะไม่ส่งคนมาคุ้มกันที่ตระกูลอิ่นแห่งนี้ ดังนั้นดวงตาคมจึงกวาดมองไปทั่วทิศ จุดประสงค์ก็เพื่อมองหาผู้คุ้มกัน ทว่าเขากลับไม่สามารถรับรู้การมีตัวตนของอีกฝ่ายเพื่อไม่ให้ตัวเองผลีผลามเอาชีวิตมาทิ้งโดยใช่เหตุ ฟู่หย่งเจี้ยนจึงได้แต่ถอยกลับไปตั้งหลักที่โรงเตี๊ยมเพื่อคิดหาหนทางเ

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 146

    ตำหนักเฟยเฟิ่งวังหลวงแคว้นฉิน“ท่านมั่นใจแล้วหรือ” ฉินหยูเฟยเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่ใคร่จะมั่นใจนัก ในยามที่ฟู่หย่งเจี้ยนบอกนางว่าเขาต้องการลาออกจากการเป็นองครักษ์“พ่ะย่ะค่ะ หน้าที่ของกระหม่อมเสร็จสมบูรณ์แล้ว ทรงปลอดภัย องค์รัชทายาทจะทรงดูแลองค์หญิงได้ดีกว่าผู้ใด”“ข้ารู้ว่าท่านเองก็เหนื่อยมาก การเดินทางไปแคว้นเยวี่ยครั้งนั้นได้ยินมาว่าไม่มีองครักษ์คนใดที่อาสาไปด้วยตัวเองเลยนอกจากท่าน เพราะพวกเขาสังหรณ์ใจว่าจะไม่ได้กลับมาอีก ซึ่งมันก็จริง” ฉินหยูเฟยเอ่ยเสียงแผ่ว“แม้ทำเช่นนี้อาจดูเหมือนกระหม่อมผิดต่อคำสัตย์ที่ให้ไว้กับ...”“ไม่ใช่!!” ฉินหยูเฟยเอ่ยขัดเขา “ท่านไม่ได้ผิดคำพูดใดๆ ที่ให้ไว้กับเสด็จพ่อ ท่านทำหน้าที่ที่ท่านได้รับมอบหมายลุล่วงแล้ว ท่านแทบจะเอาชีวิตไม่รอดเพราะพยายามรักษาคำสัตย์ เราจะปล่อยท่านไป ท่านจงไปทำในสิ่งที่หัวใจของท่านปรารถนาเถิด” ฉินหยูเฟยเอื้อมมือไปรับตราองครักษ์คืนจากมือฟู่หย่งเจี้ยน“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”“หากท่านมีโอกาสเดินทางไปยังแคว้นเยวี่ย...”“เขาไม่มีทางไปเยี่ยมเยียนเราได้” เยวี่ยเสียนเฉิงที่ไม่รู้ว่าก้าวเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรเอ่ยขึ้นฉินหยูเฟยขมวดคิ้วเพราะไม่เข้าใ

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 145

    แม้ว่านางจะทำผิดและถูกลงโทษ ทว่าการขับออกจากพรรคนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้ หากทั้งสองจะคบหา และติดต่อกันมีเพียงเขาต้องละทิ้งในสิ่งที่เขามีเท่านั้น แต่นั่นมันหมายถึงเขาต้องผิดคำสัตย์ที่ให้ไว้กับอดีตจักรพรรดิเสวียนจิ้งมีความหมายต่อความรู้สึกเขาทว่าคำสัตย์ที่ให้ไว้คือการคุ้มกันองค์หญิงให้เดินทางไปเข้าพิธีเสกสมรสอย่างปลอดภัย แล้วในเวลานี้ถือว่าตัวเขาลุล่วงซึ่งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายเอาไว้แล้วหรือยัง..ฟู่หย่งเจี้ยนซึ่งอยู่ในชุดสีฟ้าขาว ไม่ใช่ชุดประจำตำแหน่งองครักษ์สีแดงสลับขาวเช่นเดิม ในมือของเขามีเพียงกระบี่อ่อนคู่กายเป็นอาวุธเท่านั้น มองเผินๆ จึงดูเหมือนชาวยุทธ์ผู้หนึ่ง หาใช่ขุนนางของราชสำนักไม่ร่างสูงเดินเตร็ดเตร่ไปตามท้องถนนด้วยความคิดถึง ในยามที่มองเห็นตลาดที่คึกคักของเมืองหลวงแคว้นฉิน นับตั้งแต่วันที่เขาวางยาสลบเสวียนจิ้ง จนถึงวันที่เขาเองต้องเดินทางมากับขบวนของรัชทายาทเยวี่ยเสียนเฉิง และองค์หญิงฉินหยูเฟยมายังแคว้นฉิน เขาก็ไม่ได้พบนางอีกเลยคำเตือนของเสวียนเฟิ่งยังคงก้องอยู่ในหู เขาพยายามหาคำตอบให้ตัวเองแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่พบ...วันนี้เขานัดพบกันกับสหายชาวยุทธ์ผู้หนึ่ง ซึ่งทั้งส

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 144

    จุมพิตร้อนแรงหนักหน่วงประทับลงไปยังริมฝีปากของเสวียนจิ้ง พยายามบังคับให้นางกลืนยาเข้าไป ในยามที่สติของนางถูกกลิ่นกายของฟู่หย่งเจี้ยนเข้าครอบงำ เสวียนจิ้งพลันสมองขาวโพลน นางดิ้นรนด้วยพละกำลังที่มี หากแต่กำลังภายในและวรยุทธ์กลับไม่ได้ดึงออกมาใช้ เพราะนางเองก็คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะทำเช่นนี้ฟู่หย่งเจี้ยนใช้มือหนึ่งดันต้นคอของหญิงสาวเอาไว้ ส่วนมือใหญ่อีกข้างก็รวบข้อมือของนางเอาไว้ เพื่อไม่ให้นางขัดขืนได้ถนัดนักลิ้นร้อนพยายามกวาดเข้าไปในโพรงปากอบอุ่น เพื่อบังคับให้นางรับยาสลบเข้าไปอย่างอุกอาจ เขาไม่ยอมให้นางปฏิเสธ ไม่ยอมให้นางผละออกห่างแม้กระทั่งตอนที่ยาทั้งหมดถูกนางกลืนเข้าไปอย่างไม่รู้ตัวจุมพิตหนักหน่วงกดย้ำและหยอกเอินริมฝีปากที่อ้าเผยอออกอย่างไร้ทางสู้ หัวใจของทั้งสองเต้นระรัว ลมหายใจหรือก็หอบโยนไม่ต่างกันเรี่ยวแรงของเสวียนจิ้งลดน้อยลง เมื่อยาสลบออกฤทธิ์ กระนั้นฟู่หย่งเจี้ยนก็หาได้ละไปจากริมฝีปากเย้ายวน ซึ่งบัดนี้แดงช้ำเพราะจุมพิตเร่าร้อนของเขาความรู้สึกอยากครอบครองซึ่งเขาไม่คิดว่าตนจะมีมาก่อนพุ่งขึ้นสูง ดวงตาคมที่เข้มขึ้นเพราะแรงปรารถนา ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะประทับจุมพิตลงไปยังริมฝีป

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 5

    เมื่อครู่เขาไม่ได้ส่งเสียง เพราะเกรงว่าจะเป็นการรบกวนอีกฝ่าย เขาไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทแอบฟังสิ่งที่นางรำพึง ทว่ากลอนบทนั้น และคำพูดของนางกลับกินใจเขาเสียเหลือเกินเขาอดสงสัยไม่ได้ว่านางโดนบิดาร้องขอในเรื่องใดจึงปฏิเสธไม่ได้ หรือว่านางโดนบังคับให้แต่งงาน หากจับใจความจากสิ่งที่นางพูดถูกผู้อื่นบงกา

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 4

    นางอยากมีชีวิตราบรื่น ไม่ต้องมีเรื่องให้ปวดใจทุกวันอย่างมารดา ทว่าตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะเป็นเพียงความฝันลมๆ แล้งๆ เสียแล้ว“ซวงเอ๋อร์”“เจ้าคะคุณหนู”“ข้าอยากไปไหว้พระที่วัดหยุ่นเหอนอกเมือง เจ้าไปบอกให้บ่าวเตรียมรถม้าให้ข้าที” ซูฉิงเยี่ยนเดินกลับเข้ามายังเรือนของตนความรู้สึกกดดันในใจของนางเพิ่มพูน

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 3

    ซูรุ่ยเย่ยืนตัวแข็งอยู่กับที่ไม่ขยับไปไหน คำพูดของซูฉิงเยี่ยนทิ่มแทงเข้าไปในใจของนางเรื่องที่นางบอกว่าเขาชอบพอนางเป็นเรื่องโกหก นางมีใจให้กับถานเจียงก็จริง ทว่าเขานั้นหาได้ชอบพอนางไม่ ด้วยเพราะเขาเป็นที่ชื่นชอบของสตรีทั่วทั้งเมืองหลวง แม้ว่าทั้งสองจะเคยพบและพูดคุยกันมาหลายครั้ง ทว่าเขาก็ไม่ได้แสดง

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 2

    เสียงเอะอะซึ่งดังขึ้นหน้าเรือนทำให้ซูฉิงเยี่ยนเงยหน้าขึ้นมาจากผ้าปักลายผีเสื้อ นางตั้งใจจะปักผ้าผืนนี้เพื่อให้เป็นของขวัญแก่หม่าชิงถิง ฮูหยินคนที่สามของผู้เป็นบิดาหม่าชิงถิงกำลังตั้งครรภ์ใกล้คลอด หมอตำแยบอกว่าเด็กในครรภ์คือเด็กผู้หญิงแน่นอน ดูจากลักษณะของหม่าชิงถิงที่ดูอิ่มเอิบ มีน้ำมีนวล ทั้งยังด

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status