Share

บทที่ 15

last update Last Updated: 2026-01-09 10:26:05

“ทั้งพี่ทั้งน้องนิสัยแย่พอกัน ไม่ถามสักคำว่าข้าต้องการหรือไม่” ซูฉิงเยี่ยนสรุปแล้วลุกขึ้นยืน

ตอนนี้นางพบว่าคนชุดดำที่อยู่บนหลังคา ต่างก็นอนกองกันอยู่บนพื้นด้วยสภาพที่ไม่น่าดูนัก

เมื่อครู่หากเข้าใจไม่ผิดคงจะเป็นอาเฉินคนนั้นที่ลงมือ ...ร้ายกาจยิ่ง คนเกือบสิบคนเขากลับรับมือเพียงชั่วพริบตา

ซูฉิงเยี่ยนขมวดคิ้วมองของสองอย่างในมือ นางเทถุงใบเล็กของเสี่ยวชิงออกมาดู และพบว่ามันคือแผ่นบางๆ สีเนื้อ ผิวขรุขระจนน่าขยะแขยง เมื่อพิจารณาดูดีๆ นางก็ตระหนักว่ามันคือแผ่นหนังที่มีแผลเป็นที่ใช้ในการปลอมตัว

ถุงอีกใบด้านในคือเสื้อผ้าสีเข้มสองชุด กับเงินจำนวนหนึ่ง หญิงสาวขมวดคิ้วนึกเคืองที่เขาเอะอะก็ยัดเงินและข้าวของให้นาง ทว่าคิ้วเรียวเลิกขึ้นสูงเมื่อมองเห็นแถบผ้ายาวๆ ที่รวมอยู่ในห่อผ้า

‘หรือว่านางจะคิดถูกเรื่องคนชุดขาวผู้นั้น’

ซูฉิงเยี่ยนยิ้มแล้วก้มมองตัวเอง เสื้อผ้าบุรุษมอซอหลวมโพรก แม้ว่านางจะพยายามใช้ผ้าหยาบๆ ตัดเป็นแถบยาวเพื่อรัดหน้าอก ทว่ามันกลับไปค่อยแน่นนัก เพราะเนื้อผ้าที่คอยแต่จะหลุดออกจากกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงได้แต่ขอบคุณสหายทั้งสามที่ใจดีมอบข้าวของให้ทั้งที่พบกันเพียงชั่วครู่

ห้าวันแล้วที่นาง
Continue to read this book for free
Scan code to download App
Locked Chapter

Latest chapter

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 20

    ซูฉิงเยี่ยนมองเขาแล้วเลิกคิ้ว ก่อนจะมองซ้ายขวาเพื่อให้มั่นใจว่าคนที่เขาเรียกคือตน เมื่อพบว่าไม่มีใครร่างผอมบางก็ยังมองเขาอย่างไม่แน่ใจ กระทั่งเจ้าของสายตาที่คล้ายอ่านใจคนได้ เป็นคนเดินเข้ามาหานางเสียเองบอกตามตรงว่านางไม่อยากจะเข้าใกล้คนผู้นี้ เพราะรู้สึกคล้ายกับว่าความลับของนางจะถูกเปิดเผยเอาดื้อๆ เพียงแค่สบตาเขา“คุณหนูของข้าบอกว่าเจ้าสามารถลงเรือไปกับพวกเราได้ เราเหมาเรือเอาไว้ลำหนึ่งตั้งแต่เช้า” เขาเอ่ยและผายมือไปยังเรืออีกลำที่จอดนิ่งอยู่ที่ท่ามองไปบนเรือหญิงสาวสูงศักดิ์ยืนอยู่บนนั้น ทว่าหมวกแพรทำให้ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของอีกฝ่าย“เอ่อ...” ซูฉิงเยี่ยนก้มหน้าลงคล้ายครุ่นคิด ทว่าชายหนุ่มกลับเอ่ยขึ้นเสียก่อนที่นางจะตัดสินใจ“รูปกายภายนอกเป็นสิ่งลวงตา จะไม่มีใครบนเรือรังเกียจบาดแผลของเจ้า มาเถิด”ซูฉิงเยี่ยนเงยหน้าพรวดเพราะน้ำเสียงเอื้ออาทรนั้น นางคิดว่าตนกำลังหูฝาด ทว่าเขาได้หันหลังไปแล้วจึงไม่อาจมองเห็นสีหน้าที่คล้ายเฉยชาอยู่เป็นนิจเมื่อครู่นี้หญิงสาวไม่ได้กังวลเรื่องบาดแผล แต่นางกังวลเรื่องความลับของนางต่างหาก เนื่องจากนางดูออกว่าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่ผู้ที่นางจะสามารถอำพรางตนได้ง่า

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 19

    “ข้ายกห้องให้คุณหนูของพวกท่าน ข้าไปนอนในโรงเก็บฟืนก็แล้วกัน” ซูฉิงเยี่ยนย้ำไม่ใช่เพราะใจดีแต่เพราะเห็นว่าหญิงสาวดูอ่อนแอบอบบาง ทั้งยังมีความเป็นไปได้ว่านางคือองค์หญิงแคว้นฉิน หากไปนอนบนเศษฟางและหญ้าแห้งคงดูไม่ค่อยเหมาะซูฉิงเยี่ยนเป็นคนช่างสังเกต นางรู้สึกได้ทันทีว่าหญิงสาวที่มีท่วงท่างดงาม กิริยา และถ้อยคำสุภาพอ่อนหวานเช่นคนที่ถูกอบรมมาเป็นอย่างดีเช่นนี้ ฐานะของนางไม่น่าจะธรรมดาในตอนที่หลงจู๊เอ่ยถึงองค์หญิงแคว้นเยวี่ย แม้ว่าจะเพียงแวบเดียว แต่ใบหน้าเหลอหลาของสาวใช้ทั้งสองที่ติดตามผู้เป็นนายลงมาจากรถม้า ก็บ่งบอกว่าพวกนางค่อนข้างตื่นตระหนกแต่ที่ทำให้มั่นใจจริงๆ ก็คือในยามที่มองเห็นรองเท้าหุ้มแข็งของบุรุษที่ยืนอยู่ด้านหน้าสุด รองเท้าหนังกวางสีน้ำตาลที่ดูไม่โดดเด่น ทว่าในยามที่ก้าวเดิน ขอบด้านบนกลับปรากฏลายปักสีดำรูปอินทรีย์ซูฉิงเยี่ยนเคยได้ยินจากหลงจู๊ร้านแพรพรรณมาก่อนว่าบุรุษแคว้นฉินสมัยก่อน ผู้ที่ผ่านเข้าสู่วัยของการเป็นผู้ใหญ่ นิยมปักนกอินทรีย์ลงยังส่วนใดส่วนหนึ่งของรองเท้าที่ทำจากขนสัตว์ มีความหมายว่าพร้อมที่จะออกล่า และโบยบินไปยังโลกกว้างแม้ทุกวันนี้จะมีผู้ที่ทำเช่นนั้นไม่มากแ

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 18

    ร่างเล็กในชุดบุรุษสีเข้มที่กำลังเดินเท้าเข้าไปยังโรงเตี๊ยม ทำเอาบรรดาคนที่กำลังนั่งอยู่นิ่วหน้า เนื่องจากใบหน้าของผู้มาใหม่นั้น ข้างแก้มทั้งซีกมีแผลเป็นน่าเกลียดน่ากลัว คล้ายถูกไฟลวกกระนั้นบุรุษผู้นี้ยังไม่มีทีท่าว่าจะปิดบังมันแม้แต่น้อย หนำซ้ำยังรวบผมผูกทบเอาไว้ด้วยแถบผ้าเป็นทรงสูง ทำให้เห็นรอยแผลเป็นนั้นเด่นชัดซูฉิงเยี่ยนลอบยิ้ม ในใจก็นึกขอบคุณสหายทั้งสามคนยิ่ง เพราะแผลเป็นปลอมนี้เอง ทำให้ผู้คนไม่กล้ามองนางเป็นครั้งที่สอง เรียกได้ว่าพวกเขาหวาดกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้ ทำให้หลายวันของการเดินทางรอนแรมของนางสงบสุขยิ่งนักก่อนหน้านี้ซูฉิงเยี่ยนได้พบกับสองสามีภรรยาที่กำลังย้ายเข้ามายังเมืองกู่ซาน ทั้งสองบอกว่าสามารถพานางเข้าร่วมกับขบวนพ่อค้าที่กำลังจะออกจากเมืองเย่ไปยังเมืองกู่ซานได้ แต่นางก็ต้องแลกกับเงินก้อนหนึ่งซึ่งก็มากพอสมควรซูฉิงเยี่ยนไม่มีทางเลือกมากนัก นางเองก็จำเป็นจะต้องหาทางกลับไปหาบิดา นางจึงตอบตกลงเพื่อให้ได้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนพ่อค้าที่กำลังขนสินค้าไปยังเมืองกู่ซานสองสามีภรรยาคู่นั้นดูแลซูฉิงเยี่ยนเป็นอย่างดี ทั้งยังบอกกับคนอื่นๆ ว่านางคือน้องชายที่กำลังเดินทางเข้าเมืองหลวง

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 17

    “เช่นนั้นก็หมายความว่าข้าก็อยู่กับท่านได้ใช่หรือไม่”“อืม” เสวียนจิ้งพยักหน้า“เช่นนั้นเราจะเริ่มสืบข่าวคราวพี่เฟิ่งอย่างไรดี ตอนที่ท่านมาถึงที่นี่ ไม่มีคนนอกจับผิดได้เลยหรือว่าท่านกับพี่เฟิ่งเป็นคนละคนกัน ถึงจะบอกว่าเป็นฝาแฝดกัน จะไม่มีใครแยกแยะชายหญิงออกเลยหรือ” เสวียนชิงเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น“ไม่มี...นี่เสี่ยวชิงฟังนะ เรื่องที่เกิดไม่ใช่เรื่องน่าสนุกอย่างที่เจ้าคิด หากเดินทางไปถึงเมืองหลวงเจ้าจะต้องอยู่แต่เพียงในหอข่าวของพรรคเท่านั้น แม้จะมีอาเฉินอยู่ แต่เจ้าคงจะไม่อยากให้เขาต้องลำบากไปมากกว่านี้ใช่หรือไม่”“เอ๋ ทำไมอาเฉินต้องลำบากด้วยเล่า”“เสี่ยวชิง เจ้าหนีมาเช่นนี้ทั้งยังมีเขาคอยตามใจเจ้าโดยไม่ตักเตือน เจ้าไม่คิดบ้างหรือว่าท่านแม่อาจไล่เขาไปเพราะเรื่องร้ายแรงเช่นนี้ เจ้าโตแล้วปีหน้าก็จะปักปิ่น จะทำตัวเป็นเด็กไปตลอดเช่นที่แล้วมาไม่ได้ หากวันหนึ่งไม่มีอาเฉินเจ้าจะทำเช่นไร ในพรรคมีงานให้รับผิดชอบมากมาย สักวันเจ้าก็ต้องช่วยแบ่งเบาภาระให้ท่านพ่อกับท่านแม่ เจ้าจะเอาแต่พึ่งพาอาเฉินเช่นนี้ไม่ได้ เขาต้องมีชีวิตของเองสักวัน เช่นกันกับเจ้าที่ต้องแต่งงาน...มีครอบครัวมีสามีและมีลูก”ตงเฉินสบต

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 16

    “เดี๋ยวสิข้ายังไม่ได้ขอบคุณพี่สาวท่านนี้เลย พี่สาวท่านเดินทางคนเดียวหรือ ฝีมือปลอมตัวของท่านนี่ไม่ได้เรื่องสุดๆ ไปเลย มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นผู้หญิง นี่ให้ท่าน...รับไว้” ไม่ทันพูดจนจบประโยค ร่างของเด็กหนุ่มคนนั้นก็หายไปพร้อมกับร่างสูงที่อุ้มเขาตัวลอยขึ้นซูฉิงเยี่ยนมองไม่ทันด้วยซ้ำ ทว่าเมื่อหันกลับมาสบสายตากับบุรุษชุดขาวนางก็ต้องอ้าปากค้าง“ขอบคุณแม่นางที่ช่วยน้องชายของข้า ข้าไม่ชอบติดค้างผู้ใด นี่มอบให้ท่านเป็นการตอบแทน” เขาส่งห่อผ้าให้นางแล้วหายวับไป“ทั้งพี่ทั้งน้องนิสัยแย่พอกัน ไม่ถามสักคำว่าข้าต้องการหรือไม่” ซูฉิงเยี่ยนสรุปแล้วลุกขึ้นยืนตอนนี้นางพบว่าคนชุดดำที่อยู่บนหลังคา ต่างก็นอนกองกันอยู่บนพื้นด้วยสภาพที่ไม่น่าดูนักเมื่อครู่หากเข้าใจไม่ผิดคงจะเป็นอาเฉินคนนั้นที่ลงมือ ...ร้ายกาจยิ่ง คนเกือบสิบคนเขากลับรับมือเพียงชั่วพริบตาซูฉิงเยี่ยนขมวดคิ้วมองของสองอย่างในมือ นางเทถุงใบเล็กของเสี่ยวชิงออกมาดู และพบว่ามันคือแผ่นบางๆ สีเนื้อ ผิวขรุขระจนน่าขยะแขยง เมื่อพิจารณาดูดีๆ นางก็ตระหนักว่ามันคือแผ่นหนังที่มีแผลเป็นที่ใช้ในการปลอมตัวถุงอีกใบด้านในคือเสื้อผ้าสีเข้มสองชุด กับเงินจำนวน

  • บุปผากลางวสันต์   บทที่ 15

    “ทั้งพี่ทั้งน้องนิสัยแย่พอกัน ไม่ถามสักคำว่าข้าต้องการหรือไม่” ซูฉิงเยี่ยนสรุปแล้วลุกขึ้นยืนตอนนี้นางพบว่าคนชุดดำที่อยู่บนหลังคา ต่างก็นอนกองกันอยู่บนพื้นด้วยสภาพที่ไม่น่าดูนักเมื่อครู่หากเข้าใจไม่ผิดคงจะเป็นอาเฉินคนนั้นที่ลงมือ ...ร้ายกาจยิ่ง คนเกือบสิบคนเขากลับรับมือเพียงชั่วพริบตาซูฉิงเยี่ยนขมวดคิ้วมองของสองอย่างในมือ นางเทถุงใบเล็กของเสี่ยวชิงออกมาดู และพบว่ามันคือแผ่นบางๆ สีเนื้อ ผิวขรุขระจนน่าขยะแขยง เมื่อพิจารณาดูดีๆ นางก็ตระหนักว่ามันคือแผ่นหนังที่มีแผลเป็นที่ใช้ในการปลอมตัวถุงอีกใบด้านในคือเสื้อผ้าสีเข้มสองชุด กับเงินจำนวนหนึ่ง หญิงสาวขมวดคิ้วนึกเคืองที่เขาเอะอะก็ยัดเงินและข้าวของให้นาง ทว่าคิ้วเรียวเลิกขึ้นสูงเมื่อมองเห็นแถบผ้ายาวๆ ที่รวมอยู่ในห่อผ้า‘หรือว่านางจะคิดถูกเรื่องคนชุดขาวผู้นั้น’ซูฉิงเยี่ยนยิ้มแล้วก้มมองตัวเอง เสื้อผ้าบุรุษมอซอหลวมโพรก แม้ว่านางจะพยายามใช้ผ้าหยาบๆ ตัดเป็นแถบยาวเพื่อรัดหน้าอก ทว่ามันกลับไปค่อยแน่นนัก เพราะเนื้อผ้าที่คอยแต่จะหลุดออกจากกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นจึงได้แต่ขอบคุณสหายทั้งสามที่ใจดีมอบข้าวของให้ทั้งที่พบกันเพียงชั่วครู่ห้าวันแล้วที่นาง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status