หน้าหลัก / รักโบราณ / บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน / ตอนที่ 4 ลอบสังหารแม่ทัพ ชิงตัวเจ้าสาว 1

แชร์

ตอนที่ 4 ลอบสังหารแม่ทัพ ชิงตัวเจ้าสาว 1

ผู้เขียน: ภาดา กัลป์
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-01-23 12:01:07

เรือนแม่ทัพเซี่ย บ่าวไพร่ทำความสะอาดอย่างขมีขมัน

“เจ้าเตรียมอาหารสำหรับคืนนี้ไปถึงไหนแล้ว อย่าลืมปลานึ่งซีอิ๊วเชียวนะ” พ่อบ้านสั่งกำชับพ่อครัว

เดินสาละวน ดูแลคนงาน จัดสวน ณ ลานบ้าน

“เจ้าตั้งโต๊ะตรงนั้นนั่นแหล่ะ คืนนี้พระจันทร์ข้างขึ้นสวยเด่น ข้าอยากให้นายน้อยได้ชมจันทร์กับว่าที่ฮูหยิน” เขาสั่งเสียงเข้มงวด แต่แฝงด้วยความยินดี เขาได้รับพระบัญชาลับๆ จากขันทีให้เชื้อเชิญและจัดงานเลี้ยงให้กับท่านแม่ทัพกับคุณหนูไป๋ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีร่วมกัน ก่อนถึงพิธีแต่งงาน

ณ ศาลาริมน้ำ เรือนเจ้าเมืองไป๋หนาน สาวใช้นำจดหมายมามอบให้ไป๋ซูเหยา

“จากจวนท่านแม่ทัพส่งมาเจ้าค่ะ”บ่าวรับใช้รายงาน

มือเรียวหยิบจดหมาย เปิดซองนำแผ่นจดหมายออกมาอ่าน ใจความว่า “ขอเชิญคุณหนูไป๋ร่วมงานเลี้ยงชมจันทร์ จวนแม่ทัพ”

มือเรียววางจดหมาย ในใจกลับคิดวิตก เขาจะมาไม้ไหนกัน พบหน้ากันครานั้นไม่คิดติดต่อ อยู่ๆ ก็เชิญชมจันทร์ มันออกจะดูให้กังวลมากกว่าจะน่าไป

“เจ้าแจ้งกลับ ว่าข้ารับเชิญ” นางสั่งให้บ่าวไปบอกคนที่รอรับข่าว

“เอ้อเหมย เจ้าเตรียมชุดให้ข้า เรียบ ๆ ก็พอ” หญิงสาวสั่ง อย่างไรก็ต้องใช้ชีวิตร่วมกัน ไปดูนิสัยท่าทีสักหน่อยก็พอ

เรือนใหญ่ ย่านการค้า แม้ภายนอกจะคึกคักด้วยผู้คน ความมีชีวิตชีวาแห่งเมืองหลวง แต่กับคนในจวนหาได้มีความคึกครื้นไม่ มีเพียงใจที่ร้อนรน ลุกท่วมด้วยความเดือดดาล

“เจ้าว่าเซี่ยหลิงเฉินนั่นส่งจดหมายเชิญ ซูเหยาไปงานเลี้ยงชมจันทร์งั้นรึ คนเย็นชาเช่นเขาคิดทำเรื่องเช่นนี้ได้อย่างไร”โม่อวิ๋นที่ยามนี้ไม่คิดปิดบังอารมณ์เบื้องลึก ระเบิดเสียงออกมา

“เป็นพระประสงค์ลับๆ ขององค์ฮ่องเต้แคว้นชิ่ง ขอรับ”สายลับรายงาน

สีหน้าแววตาโม่อวิ๋นยามนี้ เดือดดาลอย่างสุดทน เพราะฮ่องเต้คนนี้สินะวางแผนชิงดวงใจของเขาไป

“เตรียมตัวไปกับข้า วันนี้ข้าต้องแตกหักกับเซี่ยหลิงเฉิน บอกคนเตรียมรถนอกเมืองเส้นทางหนี รอคำสั่งจากข้า ชิงตัวนาง ประกาศศึก” ชายหนุ่มสั่งเสียงกร้าว

มีอันใดต้องยอมอีก เขาเตรียมพร้อมมาเนิ่นนานแล้ว ระหว่างนี้หลายเดือนก่อนเขาได้ติดต่อลับๆถึงความร่วมมือกับแคว้นต่างๆ ทั้งสี่ดินแดน พูดถึงผลประโยชน์ร่วมกันหากโค่นล้มบัลลังค์นี้ลงได้

บัดนี้เขาพร้อมให้นางตราหน้าเขา แต่จะไม่ยอมเสียนางไป

ณ ลานบ้าน ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานหอมอ่อน ๆ ดอกไม้ แสงตะเกียง บรรยากาศที่ถูกสรรสร้างอย่างพิถีพิถัน พร้อมให้สองหนุ่มสาวได้มาร่วมงานเลี้ยงชมจันทร์ ในค่ำคืนที่สวยงาม

รถม้าคันงาม จอดลงหน้าจวน ไร้วี่แววแม่ทัพหนุ่มมาต้อนรับ มีเพียงพ่อบ้านยืนรออย่างใจจดจ่อ

“มาแล้ว ๆ รีบไปรับคุณหนูไป๋เร็ว”พ่อบ้านเอ่ยสาวใช้ที่คัดสรรมาอย่างดีเพื่อให้คุณหนูพึงพอใจ

พ่อบ้านรอโค้งคำนับให้ไป๋ซูเหยา หญิงสาวลงจากรถม้าด้วยท่วงท่างามสง่า สายตาไม่ได้วอกแว่กมองหาใคร ใบหน้าเรียบเฉย นางไม่คาดหวังอันใดนับจากเดินทางมาแล้ว

พ่อบ้านนำนางไปยังโต๊ะงานเลี้ยง ระหว่างทางลอบสอบถามทหาร ถึงแม่ทัพหนุ่ม ได้รับคำตอบว่ากำลังออกจากค่ายทหารมาแล้วไม่ช้าคงถึง

พ่อบ้านมีสีหน้าอึดอัดใจ เขากำชับท่านแม่ทัพนักหนาให้ทำตัวดีๆ กับคุณหนูไป๋สักหน่อย

ท่านแม่ทัพก็รับปากดิบดีแล้วนี่ ไฉนกลับให้คุณหนูเป็นฝ่ายรอเช่นนี้

“เอ่อ คุณหนูไป๋ ท่านโปรดรอท่านแม่ทัพสักครู่ ท่านแม่ทัพออกมาจากค่ายกำลังมาถึงแล้วขอรับ”

ไป๋ซูเหยาเพียงแย้มยิ้มพยักหน้ารับ ไม่เอ่ยตำหนิ พลางคิดในใจ “เขามาช้ามากเท่าไหร่ยิ่งดี ข้าจะได้มีเวลาหายใจมากขึ้นอีกหน่อย”

นอกจวนเสียงฝีเท้าม้าควบมาหนักแน่น ก่อนหยุดลง ชายหนุ่มร่างสูงกำยำ ท่วงท่างามสง่า ทว่าใบหน้ากลับเรียบเฉยแฝงแววเย้ยหยัน เดินไม่ช้าไม่เร็ว เข้ามายังลานงานเลี้ยง เบื้องหน้าเขายามนี้ คือหญิงสาว โฉมสะคราญนั่งหันข้างให้เขา ใบหน้าเรียบเฉยไม่แม้แต่ชายตาแลมาทางเขา นางค่อย ๆ รินชาอย่างสงบ

ราวไม่สนโลกภายนอก เพิ่มอารมณ์ให้ใบหน้าเข้มไม่สบอารมณ์ให้ชายหนุ่ม

เซี่ยหลิงเฉินโยนดาบในมือให้ทหารข้างกาย

“คุณหนูไป๋ผู้เพียบพร้อม ท่านดูราวกับไม่สนใจโลก หรือที่จริงท่านไม่สนใจข้ากันแน่” เสียงชายหนุ่มเอ่ยเรื่อยๆ กลับแฝงความเย้ยหยันในที

ไป๋ซูเหยายกใบหน้าขึ้นช้า ๆ มองสบสายตาชายหนุ่มตรง ๆ อย่างเปิดเผย แว่บหนึ่งเมื่อผสานสายตาหวานซึ้งของนาง ทำให้เขาผงะด้วยความงามหมดจดของนางไปเล็กน้อย

นางช่างงดงามให้ผู้คนตื่นตะลึงเสียจริง เขาเสหันมองถ้วยชาในมือเรียวแว่บหนึ่ง ก่อนดึงสติกลับมา เดินไปนั่งยังโต๊ะด้านตรงข้ามกับหญิงสาว

“ท่านแม่ทัพมาแล้ว ไป๋ซูเหยาคารวะ” หญิงสาวยกถ้วยชาขึ้นด้วยท่าทีอ่อนช้อยนุ่มนวล

แทนที่เขาจะรู้สึกดี กลับรู้สึกว่านี่คือการเสแสร้งมารยา

“คุณหนูไป๋มีมารยาทมากไปแล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเย้ยหยัน

ไป๋ซูเหยารู้สึกถึงความไม่ธรรมดา เหตุใดเขาถึงมีท่าทีและคำพูดเย้ยหยันอย่างออกนอกหน้าเช่นนี้

หรือเขาจะรู้เรื่องระหว่างโม่อวิ๋นกับนางแล้ว สายลับทางทหารของเขาได้ยินว่าแฝงตัวไปได้ทุกที่ ข่าวไม่เคยพลาด

“ท่านแม่ทัพ กำลังพูดว่าข้าน้อยเสแสร้งแกล้งทำงั้นหรือ” นางเองไม่ลดละ เอ่ยวาจาเรียบง่ายไม่ประชดประชัน

พ่อบ้านถึงกับอยู่ไม่ติด มองหน้าสองหนุ่มสาว อย่างยากที่จะจัดการ

จึงเอ่ยสั่งบ่าวให้นำอาหารออกมา “นำอาหารว่างออกมา”

บ่าวนำอาหารออกมาวางยังโต๊ะ ทำให้ทั้งคู่เปลี่ยนอารมณ์และอิริยาบถชั่วคราว

“ท่านแม่ทัพนี่ คือของว่างที่ฮ่องเต้และฮองเฮาพระราชทานให้ในงานเลี้ยงวันนี้โดยเฉพาะ หวังว่าท่านแม่ทัพจะใส่ใจ มอบให้คุณหนูไป๋สักหน่อย”พ่อบ้านเอ่ยเป็นความนัย

แม่ทัพหนุ่มลอบผ่อนลมหายใจแรงอย่างขัดใจ ให้ข้าดีต่อนาง ดูนางเถอะควรค่าให้ดีด้วยหรือไม่ ข่าวการพบกันของนางกับโม่อวิ๋นยังวนเวียนในหัวเขาอยู่เลย

บัดนี้นางกลับทำหน้านิ่งราวกับไม่ทำอะไรผิดเช่นนั้น

“ใบหน้าข้าน้อยมีอะไรติดอยู่หรือเจ้าคะ ท่านแม่ทัพถึงมองไม่ลดละ” ไป๋ซูเหยาเอ่ยไม่เคอะเขิน สบตาคนตรงหน้าไม่เกรงกลัว

“ข้าแค่คิดว่า คนบางคนทำเรื่องลับหลังได้โดยไม่ละอายใจเลยหรือไง”เซี่ยหลิงเฉินเปิดบทไม่อ้อมค้อม

ไป๋ซูเหยายกยิ้ม เอ่ยตอบไม่ร้อนรน “ก็ต้องดูที่เจตนาของคนผู้นั้น แต่ถ้าเป็นข้า หากไม่ได้ทำสิ่งใดผิด ไม่คิดเกรงกลัว” แววตานิ่งสงบไม่ครั่นคร้าม เซี่ยหลิงเฉินเองกลับยอมรับว่านางพิเศษกว่าแม่นางคนไหน ๆ ที่ผ่านพบมา หลายคนเจอเขายังต้องหลบเลี่ยง แต่นาง ทั้งไม่หลบ ทั้งไม่ยำเกรง ทั้งถือดี

“ดี” เสียงดังคำเดียวเอ่ยจากปากเซี่ยหลิงเฉิน เขายกจอกเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียว

นางเองก็เป็นหญิงคนเดียวที่ทำให้เขาจนหนทางจะเอ่ย เขาไม่อาจแพร่งพรายได้ว่ารู้อะไรมา ไม่อย่างนั้นนางคงนำเรื่องนี้ไปตำหนิเขาให้ฮองเฮาทรงทราบได้ ทำได้เพียงเก็บความในใจนี้ไว้เอง

บรรยากาศชวนอึดอัดนี้ หาได้พ้นสายตาเฉียบคมเกรี้ยวกราดของคนบนต้นไม้ที่ลอบดูอยู่ เป็นโม่อวิ๋นที่แฝงตัวอยู่เงียบ ๆ

“ข้าไม่ทนรออีกต่อไปแล้ว”ในใจเขาบอกตัวเอง พลางส่งสัญญาณมือให้กับทหารลับนอกกำแพง

โม่อวิ๋นพุ่งทะยานกายแกร่งในอากาศ เหยียบกำแพง รวดเดียวลงมาหยุดกลางลานหินต่อหน้า ไป๋ซูเหยาและเซี่ยหลิงเฉิน

“ซูเหยา ไปกับข้า วันนี้ข้าขอสู้ตายกับมัน”โม่อวิ๋นประกาศกร้าว พร้อมประจันหน้ากับเซี่ยหลิงเฉิน

หลิงเฉินหยัดกายยืนสง่า หัวเราะเสียงเข้มเอ่ยขึ้น “เปิดหน้ามาจนได้ ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องมา”

ไป๋ซูเหยาแม้ตกใจ แต่ยังรักษาใบหน้านิ่งเรียบเฉย หากแววตาประหวั่นวิตก นางต้องคิดหาวิธีไม่ให้โม่อวิ๋นเป็นอันตราย

หลิงเฉินหันมองไป๋ซูเหยา เหยียดยิ้มเอ่ยเสียงเข้ม “นี่จึงว่า หากไม่ทำผิด ไม่คิดเกรงกลัวหรือไม่”

“หลิงเฉินเจ้าไม่ต้องเอ่ยมากความ ซูเหยาไม่เกี่ยวข้องเรื่องนี้ ข้าเป็นคนตัดสินใจครั้งนี้เอง”โม่อวิ๋นเอ่ยปกป้องนาง

“แหม ๆ ช่างเป็นคู่รักที่รักกันดีเสียนี่กระไร ข้าคงเป็นตัวร้ายที่แย่งคนรักของเจ้ามาอย่างนั้นสิ หือ?”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 19 ครอบครัวพร้อมหน้า

    เมืองชายแดนยามรุ่งเช้า ณ เส้นทางหุบเขา พายุหิมะหยุดลงแล้ว ทหารนำหน้าขบวนคาราวานจัดการกับหิมะเพื่อเปิดทางโม่อวิ๋นดูอารมณ์เบิกบานกว่าทุกวัน เมื่อเขาคิดว่าใกล้ถึงเวลาที่จะได้พบกับไป๋ซูเหยาในอีกไม่นานแม้แต่เจี่ยเหลียน ก็ถูกเขาละเลยเช่นกัน ตั้งแต่เช้ามาเขาแทบไม่ได้สนใจสิ่งใดนอกจากการเตรียมตัวออกเดินทางหญิงสาวเองก็ทำตัวเงียบ ๆ หลบเลี่ยงเขาไม่ให้เป็นที่สังเกต เพราะยังนึกเสียใจเรื่องเมื่อค่ำคืนนางอาศัยนั่งไปบนเกวียนขนของท้ายขบวน อากาศที่หนาวเย็นนี้แทบทำผู้คนให้แข็งตาย ยังดีที่มีเสื้อคลุมขนสัตว์ของโม่อวิ๋นที่ให้ความอบอุ่นมาตลอดทาง กลิ่นหอมอ่อนจากกายเจ้าของเสื้อ ยังอบอวลไม่จาง พลันใบหน้าหญิงสาวแดงเรื่อขึ้นอย่างไม่รู้ตัวเมื่อนึกขึ้นมาหลายวันมานี้ นางใกล้ชิดกับเขาหลายครั้งทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ เกิดความรู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้างแล้วบางครั้งกลัวเกรงเขาแต่ทำใจดีสู้เสือ บางครั้งโมโหเดือดดาล และหลายครั้งทำอะไรไม่ถูกเมื่อยามเขาจ้องมองทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วตั้งแต่พบกัน ต้องโทษความใจกล้าบ้าบิ่นของตนเอง ที่คิดแต่เพียงจะช่วยบิดา ไม่ได้เตรียมใจให้ดี วันหน้ายังต้องพบเจออะไรอีกก็ยากจะรู้ได้ นางหวังเพ

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 18 พบหน้ากันอีกครั้ง

    “ฮองเฮาพะย่ะค่ะ ข่าวรายงานว่า โม่อวิ๋นที่ออกจากเมืองหลวงไป กำลังจะมุ่งกลับแคว้น แต่ว่าเส้นทางที่ไปต้องผ่านเมืองชายแดนอยู่ดีพะย่ะค่ะ เรื่องนี้คาดว่า โม่อวิ๋นกับคุณหนูไป๋คงต้องได้พบกันระหว่างทางเป็นแน่”ขันทีข้างกายฝ่าบาท เอ่ยกระซิบเพียงลำพังกับฮองเฮาใบหน้างามที่ฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มบาง แววตาเยาะหยัน“ข้ารู้อยู่แล้ว และสั่งการไปยังคหบดียู่กับท่านแม่ทัพฉินเยว่ให้ดำเนินการ ไฟกองโตยังไม่แรงพอ ข้ายังต้องกระพือลมโหมเข้าไปอีกหน่อย”นางออกคำสั่งด้วยท่าทีสงบ ในมือถือดอกโบตั๋นปักลงไปในแจกัน“ฮองเฮาทรงพระปรีชายิ่ง จะให้หม่อมฉันทำเช่นไรต่อไป พะย่ะค่ะ”ขันทีน้อมกายคำนับเอ่ย“เจ้าคอยพูดให้ฝ่าบาทระแวงสงสัยในตัวแม่ทัพเซี่ยต่อไป จำไว้อย่าพูดออกนอกหน้าจนเกินไป”“พะย่ะค่ะ หม่อมฉันเข้าใจแล้ว หากวันหน้างานใหญ่สำเร็จ หวังว่าฮองเฮาจะมีความสุขยิ่งขึ้นในทุกๆวัน”ยามเอ่ยสายตาจับจ้องฮองเฮา แววตาราวซ่อนเรื่องราวยากจะเอ่ยเขาก้าวเดินจากมาด้วยใบหน้านิ่งเฉยไม่เผยอารมณ์ฮองเฮาหลังตรงสง่าไม่หันเหลือบแล หากลมหายใจไม่สม่ำเสมอ ดวงเนตรเหลือบมองท้องฟ้าราวสะกัดกลั้นข่มมิให้ใครเห็นรอยอาดูรเรื่องราวทุกอย่างล้วนมีเงื่อนงำ ไม่เว้

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 17 หญิงผู้ซ่อนประกาย 2/2

    ยามค่ำหลังอาหารเย็น โม่อวิ๋นให้เจี่ยเหลียนเข้าพบ เพื่อรายงานเรื่องการตรวจสอบบัญชีที่เขามอบหมาย“วันนี้เจ้าตรวจสิ่งของแล้วพบสินค้าผิดปกติอีกหรือไม่” โม่อวิ๋นสอบถามอย่างปกติ“เรียนท่านเจ้าเมือง ไม่พบแล้วเจ้าค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดี เพียงแต่ข้ายังเห็นว่าบัญชีนี้ยังไม่เป็นระเบียบนัก สิ่งของคัดแยกโดยยังแบ่งราคาบางชิ้นน้อยกว่าราคาที่ควรจะเป็นอยู่บ้างเจ้าค่ะ” เจี่ยเหลียนรายงานทั้งเสนอความคิดโม่อวิ๋นเหลือบสายตามองนางแว่บหนึ่ง แล้วหันกลับไปมองหนังสือในมือ พร้อมกล่าวขึ้นว่า“งั้นเจ้าก็เอาบัญชีออกมาทำเถอะ” โม่อวิ๋นสั่งเจี่ยเหลียนมองไปรอบ ๆ ห้อง โต๊ะที่นางต้องนั่งทำบัญชี อยู่ข้างเตียงนอนของเขาเพียงตัวเดียวเท่านั้น“ท่านให้ข้านำกลับไปทำในห้องได้หรือไม่” นางถาม“ไม่ได้ ทำตรงนี้ เกิดเจ้าเล่นตุกติกขึ้นมาข้าจะได้รู้” โม่อวิ๋นเอ่ยตอบโดยไม่หันมองหน้านางเจี่ยเหลียนไม่มีทางเลือกจึงจำใจนั่ง และลงมือทำบัญชีดวงจันทร์เคลื่อนคล้อยเหนือยอดไม้ ลมหนาวพัดพลิ้วผ่านกิ่งไผ่ เกิดเสียงตามสายลมโม่อวิ๋นนั่งอ่านรายงานเงียบ ๆ ในขณะที่เจี่ยเหลียนนั่งทำบัญชี ขะมักเขม้น สีหน้าจริงจังมีสมาธิชายหนุ่มเหลือบตามองนางเป็นบางคร

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่16 หญิงผู้ซ่อนประกาย 1/1

    ขบวนคาราวานอัญมณีของโม่อวิ๋นได้เคลื่อนผ่านช่องเขาทางเหนือของแคว้นชิ่งแล้ว ม้าเทียมเกวียนหลายสิบตัวลากกล่องไม้ที่บรรจุเพชร พลอยหยกดิบจากแดนไกล แต่ละกล่องมีตราประทับรูปมังกรเพลิงของ “พ่อค้าตงหยาง” นามลับของโม่อวิ๋นที่ใครในยุทธจักรก็เกรงกลัว เขาใช้นามแฝงนี้มาหลายปีเพื่อเข้าออกไปยังแคว้นต่าง ๆชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของนั่งอยู่ในกระโจมพักแรม สีหน้าเรียบเย็น ดวงตาเยือกแข็ง แม้แต่มุมคิ้วยังขมวดเล็กน้อยแววตาหม่นไม่สดใสเฉียบคมเช่นเคย นับตั้งแต่จากกับไป๋ซูเหยามาด้านนอกกระโจมมีการรายงานขอเข้าพบ เป็นองค์รักษ์ข้างกายที่เข้ามา“ท่านเจ้าเมือง หญิงสาวที่ท่านรับขึ้นรถม้าวันก่อน ตอนนี้นางกำลังสำรวจสินค้าที่ซื้อมาจากแคว้นอื่นและทำการบันทึกบัญชีขอรับ”โม่อวิ๋นเลิกคิ้วเล็กน้อย“งั้นรึ”ช่างน่าสนใจ เขาคิด“นาง... ตรวจสอบพลอยจากหีบทีละลัง แล้วยังชี้จุดผิดพลาดของเครื่องประดับจากพ่อค้าคนกลางได้ตรงนัก ขอรับ”คำรายงานเรียบง่าย แต่ทำให้เขาหันไปมองอย่างสนใจลังสิ่งของวางเรียงรายอยู่ บริเวณกลางกระโจมที่พักแรมโดยมีพ่อค้าจากเมืองลั่วยืนอยู่ด้วย เพื่อตรวจรับสินค้าเจี่ยเหลียนยืนดูเครื่องประดับหยกที่อยู่ในมือ พูดกับพ่อค

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 15 เงาในยามค่ำคืน

    ท้องฟ้ายามค่ำ ในพื้นที่ราบลุ่มมีแต่เสียงแมลงกรีดร้อง พวกผู้ประสบภัยบางส่วนหลับใหลหลังจากได้รับการดูแล ส่วนหนึ่งยังคงนั่งผิงไฟแววตาไม่อาจวางใจจากความสูญเสียไป๋ซูเหยาสวมชุดธรรมดาสีเข้ม เดินตรวจตราแต่ละกระโจมด้วยตนเอง ถามไถ่ผู้คนอย่างอ่อนโยนเซี่ยหลิงเฉินยืนมองจากระยะไกล แววตาหนักแน่นแต่ยังคงซ่อนความแปลกใจระคนชื่นชม“ในสนามรบ...ข้าเคยรู้มาว่านางนั้นเด็ดเดี่ยวไม่แพ้ชาย”“แต่ในยามต้องแบกความทุกข์ของผู้คน นางกลับอ่อนโยนกว่าข้าเสียอีก”ทว่าท่ามกลางเสียงไฟปะทุ และความเงียบของรัตติกาล เงาร่างหนึ่งแอบย่องเข้าไปยังกระโจมของเซี่ยหลิงเฉินทางเบื้องหลังกระโจมแม่ทัพ ใกล้ชายแดนดงไม้ เป็นหนึ่งในชายรูปร่างสูงที่ปลอมตัวเป็นชาวบ้าน เขาลอบค้นถุงผ้า ล้วงแผนผังเส้นทางของแคว้นชิ่งกับบัญชีทหารขณะกำลังคิดจะหลบหนี เสียงคำรามของสุนัขทหารดังลั่น พร้อมแสงคบไฟพุ่งเข้าใส่ทันที!“จับมันไว้!”เสียงของทหารนายหนึ่งตะโกนลั่นชายคนนั้นวิ่งหนีเข้าไปในป่าทึบเซี่ยหลิงเฉินพร้อมทหารกลุ่มหนึ่ง ไล่ตามทันทีโดยไม่รอช้าเพราะเขาได้เตรียมคนดักซุ่มอยู่ในป่าตามแผนที่วางไว้อยู่แล้วณ กระโจมบัญชาการชั่วคราว หลังเหตุการณ์ไล่ล่าบรรลุผล

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 14 รวบรวมเสบียง

    ตอนที่ 14 รวบรวมเสบียงไป๋ซูเหยาเริ่มรวบรวมเสบียง จัดซื้อหาสิ่งของจากตลาดและชาวบ้าน ทำให้เงินทองสะพัด หลายครอบครัวรีบนำสิ่งของที่ตัวเองมีออกมาเสนอขายให้นางเรื่องในจวนนางสั่งงานบ่าวในบ้านให้จัดการสิ่งต่างๆ ระหว่างที่นางกับท่านแม่ทัพไม่อยู่สวนผัก บ่อปลา กิจการงานที่นางได้เคยสอนไว้ บ่าวทุกคนต่างรู้หน้าที่ดีอยู่แล้วจึงไม่น่าห่วง นางกำชับให้พ่อบ้าน จัดการสอนวิธีทำการเกษตรผสมผสานนี้ให้กับชาวบ้านอย่าได้ขาด ผักดอง ปลาตากแห้ง ถ่าน ที่นางทำไว้ ได้นำไปด้วยบางส่วนข่าวการรวบรวมเสบียงของจวนแม่ทัพเพื่อผู้ประสบภัยนั้นคหบดียู่รู้อยู่แล้ว เขาได้จัดคนนำสิ่งของมาให้ถึงจวนคหบดียู่ ชายร่างสันทัด ขาวท้วม ยืนยิ้มด้วยแววตาเป็นมิตร ยกมือคาราวะไป๋ซูเหยา“ฮูหยิน ข้าน้อยนำสิ่งของเหล่านี้มาร่วมบริจาค หวังว่าช่วยเหลือชาวบ้าน ขอรับ”ไป๋ซูเหยามองสิ่งของ บนรถสองสามคัน นางมองไปยังทหารให้เข้าไปตรวจดูทหารหันมารายงาน “เรียนฮูหยิน ล้วนเป็นของที่ใช้ได้ขอรับ”นางเพียงพยักหน้ารับ หันไปเจรจากับคหบดียู่ ยิ้มบางเอ่ย“ขอบใจคหบดียู่ แต่ข้าไม่ขอรับไว้เปล่า จะให้ราคาสิ่งของเหล่านี้”คหบดียู่รีบเอ่ยปฏิเสธทันควัน “มิเป็นไรขอรั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status