Beranda / รักโบราณ / บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน / ตอนที่ 5 ลอบสังหารแม่ทัพ ชิงตัวเจ้าสาว2

Share

ตอนที่ 5 ลอบสังหารแม่ทัพ ชิงตัวเจ้าสาว2

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-23 12:02:00

เซี่ยหลิงเฉินเอ่ยประชดประชันท้าทาย ไป๋ซูเหยาถึงกับนึกไม่ถึงว่าผู้ชายเย็นชาเช่นเขาจะมีมุมนี้ วาจาเราะราย อารมณ์เจ้าคิดเจ้าแค้นประชดประชัน น่าขันราวสตรี

“เจ้าอยากได้นาง ก็ต้องดูว่าเจ้ามีความสามารถนั้นรึเปล่า” เซี่ยหลิงเฉินกล่าวจบ พลันทะยานพุ่งเข้าหาโม่อวิ๋น ดาบบัดนี้อยู่ในมือเขาแต่เมื่อใดไม่มีใครรู้ รู้เพียงมีความหนักแน่นมั่นคง ท่วงท่าพลิ้วไหว ราวกับมันมีชีวิต

โม่อวิ๋นที่ตั้งรับอยู่แล้ว มิได้เพลี่ยงพล้ำ รับดาบอย่างว่องไว ต่างฝ่ายต่างใช้กระบวนท่าไม่ยั้งมือ ไม่มีใครยอมใคร ไม่มีใครเพลี่ยงพล้ำให้กัน รับบ้างรุกบ้าง ไม่มีทีท่าพ่ายแพ้ต่อกัน

ไป๋ซูเหยาแม้ภายนอกดูหนักแน่นมั่นคง หากภายในใจนึกประเมินสถานการณ์ หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่มีผลดีต่อทุกฝ่าย

โม่อวิ๋นเป็นเจ้าเมืองอวิ๋นหนาน หากเขาเกิดอาฆาตแค้น เข้าร่วมแคว้นอื่นเพื่อช่วงชิงนาง จะเกิดผลเสียมากกว่าผลดี อีกทั้งนางไม่อยากเห็นเขาบาดเจ็บ

แม่ทัพเซี่ยหลิงเฉิน ไม่ว่าเขาจะแพ้หรือชนะ ย่อมต้องผูกใจเจ็บต่อนาง วันข้างหน้ายิ่งยากจะประสานรอยร้าว ความระแวงคลางแคลงได้ กลับยิ่งเพิ่มความเกลียดชังต่อกัน

เช่นนั้น วันนี้ นางต้องพูดทุกอย่างให้กระจ่าง ชัดเจน

ซูเหยาหยิบดาบจากทหารที่คุมเชิง อยู่ตรงนั้น ถลันกายเข้าขวางทั้งสองคน ชายหนุ่มทั้งสองต่างผงะ ล่าถอยกะทันหัน เกรงจะโดนตัวนางให้บาดเจ็บ

“พวกท่านหยุดสู้กันเสียที”นางเอ่ยเสียงเข้มเฉียบคม ใบหน้าแน่วนิ่งจริงจัง

โม่อวิ๋นไม่กล้าขัดใจ ด้วยรู้ดีในอากัปกิริยาเอาจริงของนาง

ไม่รู้เพราะเหตุใดเซี่ยหลิงเฉินกลับยืนนิ่งไม่กล้าขยับเช่นกัน

ไป๋ซูเหยาหันใบหน้าอ่อนลงไปยังโม่อวิ๋น กล่าวเสียงอ่อน “โม่อวิ๋น ท่านอย่าได้พยายามอีกเลย ท่านรู้ดีกว่าใคร หากข้าตัดสินใจแล้ว ไม่มีใครยับยั้งได้” นางพูด โม่อวิ๋นส่ายหน้าไม่ยินยอม

“ซูเหยาข้าขอร้องเจ้า ครั้งนี้เจ้าทำเพื่อข้าได้หรือไม่ ข้าสัญญาจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับแคว้นชิ่ง และยินดีที่จะร่วมเคียงข้างแคว้นชิ่ง เพื่อยันกับอีกสามแคว้นนั่น ขอเพียงเจ้ายินยอมไปกับข้า ได้หรือไม่”เขาเอ่ยราวจะขาดใจ

ไป๋ซูเหยาสกัดกั้นน้ำตาให้ไหลย้อนกลับ สบตาโม่อวิ๋นแน่วนิ่ง “ถึงเป็นเช่นนั้น พ่อข้าก็คงไม่ยินยอม ท่านจงรักภักดีต่อราชบัลลังค์ หากข้าตกแต่งให้ท่านไป ไม่พ้นที่ท่านพ่อจะร้อนรนใจ ด้วยคิดว่าฮ่องเต้จะหวาดระแวงต่อท่านพ่อ โม่อวิ๋นขอให้ท่านตัดใจเสียเถิด ชะตาฟ้าลิขิตแล้ว” นางกล่าวยังไม่ทันจบ

เสียงโม่อวิ๋นแผดดังราวคนคุ้มคลั่ง “ช่างชะตาฟ้าปะไร ข้าทำทุกอย่างเพื่อเจ้าได้ อย่าให้ข้าต้องทนทุกข์เช่นนี้เลย”

ไป๋ซูเหยายังคงสงบนิ่ง ควบคุมสติอารมณ์ เอ่ยเตือนสติ “โม่อวิ๋น ชีวิตท่านไม่ได้เป็นของท่านเพียงผู้เดียว เช่นกันกับข้าที่มีหน้าที่ตั้งแต่ลืมตาดูโลก ชีวิตนี้ไม่อาจเป็นของตัวเองได้ ท่านอย่าลืมพันธะหน้าที่ของตน ข้าเชื่อว่าสักวันท่านจะต้องได้พบกับคนที่ดี ที่รักท่านพร้อมเคียงข้างท่านเป็นของท่านแต่เพียงผู้เดียวแน่นอน”

“ไม่!” เสียงคำรามลั่นของโม่อวิ๋น มือกระชับดาบแน่น ทั่วร่างเคร่งเครียดขมึงแน่น

“ไม่มีใครแทนที่เจ้าได้ ซูเหยา ทำไมเจ้าต้องเสียสละถึงเพียงนี้ เจ้าไม่รักข้าแล้วอย่างนั้นหรือ”โม่อวิ๋นยังคงอ้อนวอน สิ้นคราบเจ้าเมืองผู้องอาจเมื่ออยู่ต่อหน้านาง เขากำลังวิงวอน อ้อนวอนนาง

สร้างความรู้สึกสลดใจ เห็นใจอยู่บ้าง

เซี่ยหลิงเฉินผู้ไม่เคยสัมผัสเรื่องชายหญิง กลับรู้สึกว่าโม่อวิ๋นผู้นี้เสียศักดิ์ศรียิ่งนัก ใยต้องอ้อนวอน ใยต้องทำเรื่องไร้ยางอายเช่นนี้ด้วย แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ขัดขวางอารมณ์ยามนี้ของโม่อวิ๋น

“โม่อวิ๋น สิ่งที่ควรพูดข้าก็พูดไปหมดแล้ว ข้าไม่อาจพูดเรื่องรักใคร่กับใครได้อีก ด้วยหน้าที่อย่างแรก ด้วยอนาคตที่ข้าต้องมีร่วมกับเขา ข้าต้องให้เกียรติเขา” แม้จะขื่นขมพูดออกมาอย่างยากลำบาก นางก็ต้องพูด

นั่นยิ่งเพิ่มความเจ็บปวดบาดลึกเข้าไปในใจโม่อวิ๋นหนักหน่วงมากยิ่งขึ้น

เขายากจะสงบใจได้อีก พุ่งดาบเข้าใส่เซี่ยหลิงเฉินทันที ไป๋ซูเหยามีสติอยู่ทุกขณะ อยู่ก่อนพุ่งตัวถลาเข้าขวางดาบนั้นฉับพลัน เมื่อดาบกระทบกันเกิดประกายไฟแปลบปลาบ โม่อวิ๋นรีบยั้งมือถลาถอยหลัง

เป็นไป๋ซูเหยาเข้ามารับดาบแทนเซี่ยหลิงเฉิน

แม้นางจะไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ทำให้โม่อวิ๋นตื่นตกใจจนแทบกัดลิ้นตัวเอง

“ซูเหยา ใยเจ้าต้องปกป้องเขา” โม่อวิ๋นส่งเสียงแผดราวสัตว์ป่าบาดเจ็บ

“ไม่ว่าเป็นใครข้าก็จะปกป้อง ถ้าเขาพุ่งดาบใส่ท่านข้าก็พร้อมพุ่งไปปกป้องท่านเช่นกัน”ไป๋ซูเหยาเอ่ยจากใจจริง

“ท่านทั้งสอง ไม่ว่าใครก็ห้ามฆ่ากันทั้งนั้น”หญิงสาวส่งเสียงประกาศกร้าว

เซี่ยหลิงเฉินถึงกับนิ่งงันกับการกระทำของนาง นางนับว่าเป็นหญิงแบบใดกัน ทั้งไม่กลัวเกรง ทั้งแสดงอำนาจถึงเพียงนี้ นั่นกลับทำให้เขายอมรับในใจลึกๆเสียแล้ว

“โม่อวิ๋นท่านมีความสำคัญต่อแคว้นอวิ๋น ท่านแม่ทัพเซี่ยมีความสำคัญต่อแคว้นชิ่งเมืองหลวง ไม่ว่าฝ่ายใดเริ่มทำสงครามระหว่างแคว้น ผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากก็คือประชาชน ท่านตรองดูเถิดว่าคุ้มกันแล้วหรือ เพียงเพื่อข้าคนเดียว อย่าเอาตราบาปนี้มาโยนใส่ข้า” ไป๋ซูเหยาเอ่ยเสียงเฉียบคม เมื่อนึกถึงบ้านเมืองแล้ว อารมณ์ส่วนตัวมลายหายไปจนสิ้น

โม่อวิ๋นคล้ายฟื้นคืนสติ สงบนิ่งขึ้นราวกับยอมรับในความพ่ายแพ้ของตนแล้ว เขาควรละอายใจเสียอีก ตนเป็นถึงเจ้าเมืองกลับขาดสติให้เรื่องส่วนตัวถึงเพียงนี้

เซี่ยหลิงเฉิน ไม่มีคำใดเอ่ย คำพูดของนางยังก้องอยู่ในใจเขา ไม่เคยคิดว่าชีวิตเขาจะต้องร่วมทางกับนาง ผู้ซึ่งดูราวบุปผาบอบบาง แต่แข็งแกร่งดุจกำแพงน้ำแข็ง

ไป๋ซูเหยาหันมาทางเซี่ยหลิงเฉิน เอ่ยคำขอร้อง “ท่านแม่ทัพ ข้าขอร้องท่าน เรื่องในวันนี้ขอท่านปล่อยผ่านได้หรือไม่ ข้าจะให้โม่อวิ๋นออกนอกเมืองในทันที เพื่อความสงบของทั้งสองแคว้นได้หรือไม่”

นางพูดด้วยแววตาอ่อนแสงลงเล็กน้อย เซี่ยหลิงเฉินไม่อาจต้านทานสายตานี้ได้ ใจอ่อนลงเล็กน้อย

พยักหน้าเบาๆ ก่อนเอ่ยสำทับ “เจ้าต้องห้ามเขาก่อความวุ่นวายในภายหลัง หากข้ารู้ ต่อให้เจ้าขอร้องข้าก็จะไม่ละเว้น” พลางส่งสายตาสบโม่อวิ๋นตรงๆ

“ได้ โม่อวิ๋นยามปกติเขาองอาจกล้าหาญ ห่วงใยประชาชนที่สุด เพื่อบ้านเมืองแล้วเขาไม่ทำอะไรบุ่มบ่ามแน่”ไป๋ซูเหยาเอ่ย

เซี่ยหลิงเฉินรู้สึกไม่ชอบใจคำพูดชื่นชมโม่อวิ๋นจากปากของนางนัก

‘หึ! จะแต่งให้ข้ากลับเยินยอ ชายอื่น’ หากใครล่วงรู้ภายในใจของท่านแม่ทัพได้ คงได้หัวร่อ ในความคิดเล็กคิดน้อยนี้ของเขาแล้ว

“ได้ เช่นนั้นเจ้าก็ให้พวกเขาออกไปเถิด” เซี่ยหลิงเฉินส่งสัญญาณเปิดทาง เหล่าทหารที่เฝ้าระวังต่างถอยเปิดทางออก

ไป๋ซูเหยาเตรียมจะเดินออกไปส่งโม่อวิ๋น เซี่ยหลิงเฉินส่งเสียงกระแอมเบา ๆ นางจึงหยุดชะงักเท้า

“โม่อวิ๋น ท่านเดินทางดี ๆ ขอให้ท่านปลอดภัย ข้ามีเพียงคำเดียวที่จะเอ่ยได้ คือ ข้าไม่นึกเสียใจที่ได้พบท่าน”

ไป๋ซูเหยาส่งสายตา รอยยิ้มจริงใจให้กับเขา น้ำตารื้นแต่ไม่ไหลออกมา บัดนี้ดวงใจนางเหมือนลอยออกจากอก ‘ท่านจะอยู่ในความทรงจำที่ดีของข้าเสมอ’ คำนี้เป็นเพียงเสียงที่ดังอยู่ในใจนางเพียงผู้เดียว

“ซูเหยา ใครก็มาแทนที่เจ้าไม่ได้” โม่อวิ๋นเอ่ยเสียงดังฟังชัด แต่ไม่คลุ้มคลั่งแล้ว เขากลับมาสู่ความองอาจในนามเจ้าเมืองอีกครั้ง เหล่าทหารกล้าไม่มีใครนึกตำหนิเขาสักน้อย เป็นพวกเขายังนึกสงสัยว่าจะเสียสละได้เพียงนี้หรือไม่ อยู่เหนือคนทั้งปวงใช้ชีวิตไม่ง่ายเลย ต่างคนต่างนึกถึงครอบครัวอบอุ่นพร้อมหน้า แล้วนึกว่าพวกเขาโชคดีกว่ายิ่งนัก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 19 ครอบครัวพร้อมหน้า

    เมืองชายแดนยามรุ่งเช้า ณ เส้นทางหุบเขา พายุหิมะหยุดลงแล้ว ทหารนำหน้าขบวนคาราวานจัดการกับหิมะเพื่อเปิดทางโม่อวิ๋นดูอารมณ์เบิกบานกว่าทุกวัน เมื่อเขาคิดว่าใกล้ถึงเวลาที่จะได้พบกับไป๋ซูเหยาในอีกไม่นานแม้แต่เจี่ยเหลียน ก็ถูกเขาละเลยเช่นกัน ตั้งแต่เช้ามาเขาแทบไม่ได้สนใจสิ่งใดนอกจากการเตรียมตัวออกเดินทางหญิงสาวเองก็ทำตัวเงียบ ๆ หลบเลี่ยงเขาไม่ให้เป็นที่สังเกต เพราะยังนึกเสียใจเรื่องเมื่อค่ำคืนนางอาศัยนั่งไปบนเกวียนขนของท้ายขบวน อากาศที่หนาวเย็นนี้แทบทำผู้คนให้แข็งตาย ยังดีที่มีเสื้อคลุมขนสัตว์ของโม่อวิ๋นที่ให้ความอบอุ่นมาตลอดทาง กลิ่นหอมอ่อนจากกายเจ้าของเสื้อ ยังอบอวลไม่จาง พลันใบหน้าหญิงสาวแดงเรื่อขึ้นอย่างไม่รู้ตัวเมื่อนึกขึ้นมาหลายวันมานี้ นางใกล้ชิดกับเขาหลายครั้งทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ เกิดความรู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้างแล้วบางครั้งกลัวเกรงเขาแต่ทำใจดีสู้เสือ บางครั้งโมโหเดือดดาล และหลายครั้งทำอะไรไม่ถูกเมื่อยามเขาจ้องมองทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วตั้งแต่พบกัน ต้องโทษความใจกล้าบ้าบิ่นของตนเอง ที่คิดแต่เพียงจะช่วยบิดา ไม่ได้เตรียมใจให้ดี วันหน้ายังต้องพบเจออะไรอีกก็ยากจะรู้ได้ นางหวังเพ

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 18 พบหน้ากันอีกครั้ง

    “ฮองเฮาพะย่ะค่ะ ข่าวรายงานว่า โม่อวิ๋นที่ออกจากเมืองหลวงไป กำลังจะมุ่งกลับแคว้น แต่ว่าเส้นทางที่ไปต้องผ่านเมืองชายแดนอยู่ดีพะย่ะค่ะ เรื่องนี้คาดว่า โม่อวิ๋นกับคุณหนูไป๋คงต้องได้พบกันระหว่างทางเป็นแน่”ขันทีข้างกายฝ่าบาท เอ่ยกระซิบเพียงลำพังกับฮองเฮาใบหน้างามที่ฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มบาง แววตาเยาะหยัน“ข้ารู้อยู่แล้ว และสั่งการไปยังคหบดียู่กับท่านแม่ทัพฉินเยว่ให้ดำเนินการ ไฟกองโตยังไม่แรงพอ ข้ายังต้องกระพือลมโหมเข้าไปอีกหน่อย”นางออกคำสั่งด้วยท่าทีสงบ ในมือถือดอกโบตั๋นปักลงไปในแจกัน“ฮองเฮาทรงพระปรีชายิ่ง จะให้หม่อมฉันทำเช่นไรต่อไป พะย่ะค่ะ”ขันทีน้อมกายคำนับเอ่ย“เจ้าคอยพูดให้ฝ่าบาทระแวงสงสัยในตัวแม่ทัพเซี่ยต่อไป จำไว้อย่าพูดออกนอกหน้าจนเกินไป”“พะย่ะค่ะ หม่อมฉันเข้าใจแล้ว หากวันหน้างานใหญ่สำเร็จ หวังว่าฮองเฮาจะมีความสุขยิ่งขึ้นในทุกๆวัน”ยามเอ่ยสายตาจับจ้องฮองเฮา แววตาราวซ่อนเรื่องราวยากจะเอ่ยเขาก้าวเดินจากมาด้วยใบหน้านิ่งเฉยไม่เผยอารมณ์ฮองเฮาหลังตรงสง่าไม่หันเหลือบแล หากลมหายใจไม่สม่ำเสมอ ดวงเนตรเหลือบมองท้องฟ้าราวสะกัดกลั้นข่มมิให้ใครเห็นรอยอาดูรเรื่องราวทุกอย่างล้วนมีเงื่อนงำ ไม่เว้

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 17 หญิงผู้ซ่อนประกาย 2/2

    ยามค่ำหลังอาหารเย็น โม่อวิ๋นให้เจี่ยเหลียนเข้าพบ เพื่อรายงานเรื่องการตรวจสอบบัญชีที่เขามอบหมาย“วันนี้เจ้าตรวจสิ่งของแล้วพบสินค้าผิดปกติอีกหรือไม่” โม่อวิ๋นสอบถามอย่างปกติ“เรียนท่านเจ้าเมือง ไม่พบแล้วเจ้าค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดี เพียงแต่ข้ายังเห็นว่าบัญชีนี้ยังไม่เป็นระเบียบนัก สิ่งของคัดแยกโดยยังแบ่งราคาบางชิ้นน้อยกว่าราคาที่ควรจะเป็นอยู่บ้างเจ้าค่ะ” เจี่ยเหลียนรายงานทั้งเสนอความคิดโม่อวิ๋นเหลือบสายตามองนางแว่บหนึ่ง แล้วหันกลับไปมองหนังสือในมือ พร้อมกล่าวขึ้นว่า“งั้นเจ้าก็เอาบัญชีออกมาทำเถอะ” โม่อวิ๋นสั่งเจี่ยเหลียนมองไปรอบ ๆ ห้อง โต๊ะที่นางต้องนั่งทำบัญชี อยู่ข้างเตียงนอนของเขาเพียงตัวเดียวเท่านั้น“ท่านให้ข้านำกลับไปทำในห้องได้หรือไม่” นางถาม“ไม่ได้ ทำตรงนี้ เกิดเจ้าเล่นตุกติกขึ้นมาข้าจะได้รู้” โม่อวิ๋นเอ่ยตอบโดยไม่หันมองหน้านางเจี่ยเหลียนไม่มีทางเลือกจึงจำใจนั่ง และลงมือทำบัญชีดวงจันทร์เคลื่อนคล้อยเหนือยอดไม้ ลมหนาวพัดพลิ้วผ่านกิ่งไผ่ เกิดเสียงตามสายลมโม่อวิ๋นนั่งอ่านรายงานเงียบ ๆ ในขณะที่เจี่ยเหลียนนั่งทำบัญชี ขะมักเขม้น สีหน้าจริงจังมีสมาธิชายหนุ่มเหลือบตามองนางเป็นบางคร

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่16 หญิงผู้ซ่อนประกาย 1/1

    ขบวนคาราวานอัญมณีของโม่อวิ๋นได้เคลื่อนผ่านช่องเขาทางเหนือของแคว้นชิ่งแล้ว ม้าเทียมเกวียนหลายสิบตัวลากกล่องไม้ที่บรรจุเพชร พลอยหยกดิบจากแดนไกล แต่ละกล่องมีตราประทับรูปมังกรเพลิงของ “พ่อค้าตงหยาง” นามลับของโม่อวิ๋นที่ใครในยุทธจักรก็เกรงกลัว เขาใช้นามแฝงนี้มาหลายปีเพื่อเข้าออกไปยังแคว้นต่าง ๆชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของนั่งอยู่ในกระโจมพักแรม สีหน้าเรียบเย็น ดวงตาเยือกแข็ง แม้แต่มุมคิ้วยังขมวดเล็กน้อยแววตาหม่นไม่สดใสเฉียบคมเช่นเคย นับตั้งแต่จากกับไป๋ซูเหยามาด้านนอกกระโจมมีการรายงานขอเข้าพบ เป็นองค์รักษ์ข้างกายที่เข้ามา“ท่านเจ้าเมือง หญิงสาวที่ท่านรับขึ้นรถม้าวันก่อน ตอนนี้นางกำลังสำรวจสินค้าที่ซื้อมาจากแคว้นอื่นและทำการบันทึกบัญชีขอรับ”โม่อวิ๋นเลิกคิ้วเล็กน้อย“งั้นรึ”ช่างน่าสนใจ เขาคิด“นาง... ตรวจสอบพลอยจากหีบทีละลัง แล้วยังชี้จุดผิดพลาดของเครื่องประดับจากพ่อค้าคนกลางได้ตรงนัก ขอรับ”คำรายงานเรียบง่าย แต่ทำให้เขาหันไปมองอย่างสนใจลังสิ่งของวางเรียงรายอยู่ บริเวณกลางกระโจมที่พักแรมโดยมีพ่อค้าจากเมืองลั่วยืนอยู่ด้วย เพื่อตรวจรับสินค้าเจี่ยเหลียนยืนดูเครื่องประดับหยกที่อยู่ในมือ พูดกับพ่อค

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 15 เงาในยามค่ำคืน

    ท้องฟ้ายามค่ำ ในพื้นที่ราบลุ่มมีแต่เสียงแมลงกรีดร้อง พวกผู้ประสบภัยบางส่วนหลับใหลหลังจากได้รับการดูแล ส่วนหนึ่งยังคงนั่งผิงไฟแววตาไม่อาจวางใจจากความสูญเสียไป๋ซูเหยาสวมชุดธรรมดาสีเข้ม เดินตรวจตราแต่ละกระโจมด้วยตนเอง ถามไถ่ผู้คนอย่างอ่อนโยนเซี่ยหลิงเฉินยืนมองจากระยะไกล แววตาหนักแน่นแต่ยังคงซ่อนความแปลกใจระคนชื่นชม“ในสนามรบ...ข้าเคยรู้มาว่านางนั้นเด็ดเดี่ยวไม่แพ้ชาย”“แต่ในยามต้องแบกความทุกข์ของผู้คน นางกลับอ่อนโยนกว่าข้าเสียอีก”ทว่าท่ามกลางเสียงไฟปะทุ และความเงียบของรัตติกาล เงาร่างหนึ่งแอบย่องเข้าไปยังกระโจมของเซี่ยหลิงเฉินทางเบื้องหลังกระโจมแม่ทัพ ใกล้ชายแดนดงไม้ เป็นหนึ่งในชายรูปร่างสูงที่ปลอมตัวเป็นชาวบ้าน เขาลอบค้นถุงผ้า ล้วงแผนผังเส้นทางของแคว้นชิ่งกับบัญชีทหารขณะกำลังคิดจะหลบหนี เสียงคำรามของสุนัขทหารดังลั่น พร้อมแสงคบไฟพุ่งเข้าใส่ทันที!“จับมันไว้!”เสียงของทหารนายหนึ่งตะโกนลั่นชายคนนั้นวิ่งหนีเข้าไปในป่าทึบเซี่ยหลิงเฉินพร้อมทหารกลุ่มหนึ่ง ไล่ตามทันทีโดยไม่รอช้าเพราะเขาได้เตรียมคนดักซุ่มอยู่ในป่าตามแผนที่วางไว้อยู่แล้วณ กระโจมบัญชาการชั่วคราว หลังเหตุการณ์ไล่ล่าบรรลุผล

  • บุปผาพิทักษ์แผ่นดิน   ตอนที่ 14 รวบรวมเสบียง

    ตอนที่ 14 รวบรวมเสบียงไป๋ซูเหยาเริ่มรวบรวมเสบียง จัดซื้อหาสิ่งของจากตลาดและชาวบ้าน ทำให้เงินทองสะพัด หลายครอบครัวรีบนำสิ่งของที่ตัวเองมีออกมาเสนอขายให้นางเรื่องในจวนนางสั่งงานบ่าวในบ้านให้จัดการสิ่งต่างๆ ระหว่างที่นางกับท่านแม่ทัพไม่อยู่สวนผัก บ่อปลา กิจการงานที่นางได้เคยสอนไว้ บ่าวทุกคนต่างรู้หน้าที่ดีอยู่แล้วจึงไม่น่าห่วง นางกำชับให้พ่อบ้าน จัดการสอนวิธีทำการเกษตรผสมผสานนี้ให้กับชาวบ้านอย่าได้ขาด ผักดอง ปลาตากแห้ง ถ่าน ที่นางทำไว้ ได้นำไปด้วยบางส่วนข่าวการรวบรวมเสบียงของจวนแม่ทัพเพื่อผู้ประสบภัยนั้นคหบดียู่รู้อยู่แล้ว เขาได้จัดคนนำสิ่งของมาให้ถึงจวนคหบดียู่ ชายร่างสันทัด ขาวท้วม ยืนยิ้มด้วยแววตาเป็นมิตร ยกมือคาราวะไป๋ซูเหยา“ฮูหยิน ข้าน้อยนำสิ่งของเหล่านี้มาร่วมบริจาค หวังว่าช่วยเหลือชาวบ้าน ขอรับ”ไป๋ซูเหยามองสิ่งของ บนรถสองสามคัน นางมองไปยังทหารให้เข้าไปตรวจดูทหารหันมารายงาน “เรียนฮูหยิน ล้วนเป็นของที่ใช้ได้ขอรับ”นางเพียงพยักหน้ารับ หันไปเจรจากับคหบดียู่ ยิ้มบางเอ่ย“ขอบใจคหบดียู่ แต่ข้าไม่ขอรับไว้เปล่า จะให้ราคาสิ่งของเหล่านี้”คหบดียู่รีบเอ่ยปฏิเสธทันควัน “มิเป็นไรขอรั

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status