LOGINโม่อวิ๋นได้รับข่าวการแต่งงานของไป๋ซูเหยา เขานั้นแทบกระอักเลือด เป็นเพราะบิดาของนางที่จงรักภักดีต่อฮ่องเต้ ไม่ยอมให้เขาแต่งงานกับไป๋ซูเหยา
นานนับปีแล้วที่บิดาของนางจับจ้องนาง ไม่ให้ออกจากเมือง หรือไปไหนโดยลำพัง บางครั้งเขาลักลอบพบกันก็ยังแสนยากลำบาก นางเองก็รักศักดิ์ศรีและให้เกียรติต่อบิดา เขาจึงทำได้เพียงคิดช่วงชิงบรรลังค์ของฮ่องเต้เพื่อครอบครองนาง นางล่วงรู้ความในใจสิ่งที่เขาจะกระทำ ถึงกับยื่นคำขาดตัดความสัมพันธ์หากเขาคิดทำเช่นนั้น เขาจึงทำได้เพียงรอคอยและส่งข่าวคราวความในใจต่อกันผ่านทางจดหมาย ถึงจะดูไร้หนทางเขาก็รอ นางผู้เป็นดวงใจ แต่ครั้งนี้เขาไม่อาจทนได้อีก จึงสั่งทหารลับ ลอบปลอมตัวเข้าสู่เมืองหลวงเพื่อพบหน้านาง พานางหนี แม้ต้องเดินทางถึงครึ่งเดือนเขาก็จะต้องไป “เตรียมคน ข้าจะแฝงตัวเข้าไปยังแคว้นชิ่ง”เสียงมีอำนาจเด็ดขาดแววตาแน่วแน่ ทุกคนไม่อาจขัดคำสั่งทำเพียงน้อมรับ โม๋อวิ๋นขี่ม้าในตลาดเมืองหลวงไปกับเหล่าขบวนทหารลับที่ปลอมตัวเป็นพ่อค้าอัญมณี ทหารลับแจ้งเรื่องซื้อบ้านในเมืองได้แล้ว “ข้าน้อยได้ซื้อบ้านในย่านคนร่ำรวยของเมืองไว้แล้วขอรับ อีกทั้งได้สืบหาจวนของท่านเจ้าเมืองไป๋ในเมืองหลวงเรียบร้อยแล้วขอรับ” ทหารลับรายงาน โมอวิ๋นพยักหน้ารับ เขาสวมชุดสะอาดสะอ้านราวคุณชายเจ้าสำรวย ท่วงท่าสง่างาม ไม่มีคราบเคราของนักรบ ขี่ม้าชมเมืองอย่างไม่รีบร้อน ขณะนั้นพลันสายตาของเขาสะดุดเข้ากับรถม้าคันหนึ่งสวยงามโอ่อ่าเกินกว่าฐานะชาวบ้านจะมีครอบครองได้ ทหารลับรีบแจ้งทันทีว่าเป็นรถม้าของจวนท่านเจ้าเมืองไป๋ โม่อวิ๋นจึงสะกดรอยตามไป บนรถม้าไป๋ซูเหยามากับสาวใช้คู่กาย เพื่อไปยังร้านเครื่องประทินผิว โม่อวิ๋นจึงสั่งให้ทั้งขบวนไปรอที่บ้าน ให้มีคนติดตามไปเพียงคนเดียว เมื่อสะกดรอยไป๋ซูเหยาจนถึงร้าน เขาเข้าไปภายในร้าน โดยไป๋ซูเหยาไม่ทันรู้ตัว ทว่าสาวใช้ข้างกายพลันพบเห็นเข้าเอ่ยเตือนนาง “ท่านหญิง มีบางสิ่งผิดสังเกตเจ้าค่ะ ชายผู้นั้นเหมือนสะกดรอยตามเรามานะเจ้าคะ” สาวใช้แอบส่งสายตาบอกใบ้ในขณะที่ทั้งสองคนยังคงหันหลังให้โม่อวิ๋น ไป๋ซูเหยาลอบมองผ่านกระจก พลันใจกระตุกเต้นยินดี แต่เมื่อระลึกได้ว่าบัดนี้ตนมีฐานะเช่นไร ความเศร้าถาโถมสะกัดกลั้นรอยรื้นแห่งน้ำตา แสร้งทำเป็นไม่เห็น เดินพูดคุยกับเถ้าแก่ร้านถามเรื่องเครื่องประทินผิวสีชาดทาปาก หลังจ่ายเงินแล้ว เดินออกมาโดยทำทีไม่เห็นเขา โม่อวิ๋นร้อนใจจนต้องขวางนางไว้ “เจ้าจำข้าไม่ได้แล้วหรือ” นางใยจะจำเขาไม่ได้กัน เพียงแต่หากนางและเขาพบปะกันยามนี้สายตาจับจ้องมากมาย ชื่อเสียงและข่าวอาจไปถึงหลิงเฉินได้ นางจำต้องระมัดระวังไว้ก่อน ด้วยฐานะของเขา นางจะทำให้เขาเดือดร้อนไม่ได้ “ข้ามิใช่จำท่านไม่ได้ หากแต่บัดนี้ข้ามีคู่หมั้นแล้ว ไม่ควรพบชายอื่น เช่นนี้อาจมีคนเอาไปพูดได้ ขอท่านโปรดไตร่ตรอง”ไป๋ซูเหยาพูดพลางเดินไปช้า ๆ ความน้อยใจพลันถาโถมในใจโม่อวิ๋น ปวดแปลบใจยิ่งขึ้น ไป๋ซูเหยาเองเจ็บปวดใจไม่แพ้กัน ฝืนกลั้นน้ำตาไม่ให้รื้นไหล ดีใจ คราเดียวกับอาดูร พลันเดินจากมาไม่เหลวกลับ ทุกอย่างหรือจะรอดพ้นสายข่าวของเซี่ยหลิงเฉินไปได้ “ท่านแม่ทัพ ที่ตลาดวันนี้ปรากฏตัวเจ้าเมืองอวิ๋นหนานขอรับ”สายลับรายงาน มือที่กำลังเขียนพลันหยุดชะงักใบหน้าเคร่งเครียด “กล้ามาเหยียบถึงที่ มันช่างบังอาจนัก” เสียงเคร่งขรึมเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว “เจ้าเมืองอวิ๋นหนาน พบกับคุณหนูตระกูลไป๋ระหว่างทางเดินในตลาดด้วยขอรับ” สายลับรายงานต่อ ครานี้ใบหน้าเข้มกลับขรึมลงยิ่งกว่า ริมฝีปากปรากฏรอยเย้ยหยัน “หึ! จะแต่งให้ข้าแล้วยังแอบนัดพบคนรักงั้นรึ นี่หรือสตรีผู้สูงศักดิ์ที่ทั่วเมืองต่างร่ำรือ งดงามราวเทพธิดา กิริยาดั่งหงส์ ก็เพียงเท่านี้เอง คิดอยากไปเป็นนายหญิงแคว้นอวิ๋น มากกว่ามาเป็นแค่ฮูหยินแม่ทัพเช่นข้า ฝันไปเถอะ” ทุกคำพูดเย้ยหยันดูแคลน ภายในใจรู้สึกราวถูกหยามเกียรติก็ไม่ปาน “ส่งคนไปจับตาดู สืบมาให้แน่ชัดว่าพักที่ใด ทำอะไรอย่าให้คลาดสายตา และอย่าแหวกหญ้าให้งูตื่นล่ะ ข้าต้องการดูละครคู่รักนี่สักหน่อยว่าจะทำเช่นไรกันแน่” แววตาวาวระยับราวกับราชสีห์คิดเล่นกับหนู เรือนไม้งดงาม หญิงสาวนั่งมองออกไปริมหน้าต่างทอดสายตาเหม่อลอย ความรวดร้าวเสียดแทงในอก คิดจะร้องก็ร้องไม่ออก ได้แต่เก็บงำไว้ ภาพโม่อวิ๋นผู้องอาจไม่ละทิ้งประชาชนลอยเด่นขึ้นในความทรงจำ การเดินทางมาดูแลทุกข์สุขของปวงประชานำพาให้เขาและนางได้พานพบกัน โดยนางเองไม่รู้ว่า โม่อวิ๋นได้เคยพบนางมาแล้วคราหนึ่งจากงานเลี้ยงสร้างสัมพันธไมตรีจากทุกแคว้นที่จัดในวังหลวง นางที่แสร้งปลอมตัวเพื่อไปช่วยผู้ประสบภัย กลับทำเรื่องโง่เขลาแล้ว แต่เขาก็รู้มารยาทไม่เปิดโปง นางนึกถึงพลางยิ้มขำระคนเศร้า ช่วงเวลาที่งดงามระหว่างนางและเขายังแจ่มชัดในใจเสมอ ทุกความคิดต้องหยุดชะงัก เมื่อภาพความจริงปรากฏเงาของคนผู้หนึ่งทับซ้อนขึ้นมาในใจ รอยยิ้มแฝงรอยเหยียดหยัน แววตาเย็นชานั้น วาบขึ้นในอก ชายหนึ่งอันเป็นรักแรก ซ้อนรอยด้วย ชายหนึ่งอันคือหน้าที่ ไป๋ซูเหยาหยัดกาย หลับตาข่มกลั้นความรู้สึก หายใจลึกราวตัดสินใจ พลางสั่งตัวเองในใจอย่างหนักแน่น “แว่นแคว้น บิดา ความสงบสุขของบ้านเมืองย่อมมาก่อนความรักของหนุ่มสาว ข้ายินดีเสียสละแบกรับไว้เอง” ภายในห้องโถงใหญ่ บรรยากาศราวกับมีเมฆดำครอบคลุม โม่อวิ๋นยามนี้สีหน้าเคร่งเครียด หลับตาสกัดกั้นอารมณ์พลุ่งพล่าน ครั้งนี้เขาคิดจะยินยอมให้นางตกแต่งให้ใครไม่ได้ ต่อให้บุกน้ำลุยไฟ เขาจำต้องช่วงชิงดวงใจของเขากลับมา ใจร้อนรุ่มดังไฟเผา “ชิงตัวนาง แม้ต้องแลกด้วยไฟสงคราม ข้าก็ไม่อาจถอย” เสียงคำรามประกาศกร้าวเมืองชายแดนยามรุ่งเช้า ณ เส้นทางหุบเขา พายุหิมะหยุดลงแล้ว ทหารนำหน้าขบวนคาราวานจัดการกับหิมะเพื่อเปิดทางโม่อวิ๋นดูอารมณ์เบิกบานกว่าทุกวัน เมื่อเขาคิดว่าใกล้ถึงเวลาที่จะได้พบกับไป๋ซูเหยาในอีกไม่นานแม้แต่เจี่ยเหลียน ก็ถูกเขาละเลยเช่นกัน ตั้งแต่เช้ามาเขาแทบไม่ได้สนใจสิ่งใดนอกจากการเตรียมตัวออกเดินทางหญิงสาวเองก็ทำตัวเงียบ ๆ หลบเลี่ยงเขาไม่ให้เป็นที่สังเกต เพราะยังนึกเสียใจเรื่องเมื่อค่ำคืนนางอาศัยนั่งไปบนเกวียนขนของท้ายขบวน อากาศที่หนาวเย็นนี้แทบทำผู้คนให้แข็งตาย ยังดีที่มีเสื้อคลุมขนสัตว์ของโม่อวิ๋นที่ให้ความอบอุ่นมาตลอดทาง กลิ่นหอมอ่อนจากกายเจ้าของเสื้อ ยังอบอวลไม่จาง พลันใบหน้าหญิงสาวแดงเรื่อขึ้นอย่างไม่รู้ตัวเมื่อนึกขึ้นมาหลายวันมานี้ นางใกล้ชิดกับเขาหลายครั้งทั้งที่ตั้งใจและไม่ตั้งใจ เกิดความรู้สึกคุ้นเคยอยู่บ้างแล้วบางครั้งกลัวเกรงเขาแต่ทำใจดีสู้เสือ บางครั้งโมโหเดือดดาล และหลายครั้งทำอะไรไม่ถูกเมื่อยามเขาจ้องมองทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วตั้งแต่พบกัน ต้องโทษความใจกล้าบ้าบิ่นของตนเอง ที่คิดแต่เพียงจะช่วยบิดา ไม่ได้เตรียมใจให้ดี วันหน้ายังต้องพบเจออะไรอีกก็ยากจะรู้ได้ นางหวังเพ
“ฮองเฮาพะย่ะค่ะ ข่าวรายงานว่า โม่อวิ๋นที่ออกจากเมืองหลวงไป กำลังจะมุ่งกลับแคว้น แต่ว่าเส้นทางที่ไปต้องผ่านเมืองชายแดนอยู่ดีพะย่ะค่ะ เรื่องนี้คาดว่า โม่อวิ๋นกับคุณหนูไป๋คงต้องได้พบกันระหว่างทางเป็นแน่”ขันทีข้างกายฝ่าบาท เอ่ยกระซิบเพียงลำพังกับฮองเฮาใบหน้างามที่ฉาบไว้ด้วยรอยยิ้มบาง แววตาเยาะหยัน“ข้ารู้อยู่แล้ว และสั่งการไปยังคหบดียู่กับท่านแม่ทัพฉินเยว่ให้ดำเนินการ ไฟกองโตยังไม่แรงพอ ข้ายังต้องกระพือลมโหมเข้าไปอีกหน่อย”นางออกคำสั่งด้วยท่าทีสงบ ในมือถือดอกโบตั๋นปักลงไปในแจกัน“ฮองเฮาทรงพระปรีชายิ่ง จะให้หม่อมฉันทำเช่นไรต่อไป พะย่ะค่ะ”ขันทีน้อมกายคำนับเอ่ย“เจ้าคอยพูดให้ฝ่าบาทระแวงสงสัยในตัวแม่ทัพเซี่ยต่อไป จำไว้อย่าพูดออกนอกหน้าจนเกินไป”“พะย่ะค่ะ หม่อมฉันเข้าใจแล้ว หากวันหน้างานใหญ่สำเร็จ หวังว่าฮองเฮาจะมีความสุขยิ่งขึ้นในทุกๆวัน”ยามเอ่ยสายตาจับจ้องฮองเฮา แววตาราวซ่อนเรื่องราวยากจะเอ่ยเขาก้าวเดินจากมาด้วยใบหน้านิ่งเฉยไม่เผยอารมณ์ฮองเฮาหลังตรงสง่าไม่หันเหลือบแล หากลมหายใจไม่สม่ำเสมอ ดวงเนตรเหลือบมองท้องฟ้าราวสะกัดกลั้นข่มมิให้ใครเห็นรอยอาดูรเรื่องราวทุกอย่างล้วนมีเงื่อนงำ ไม่เว้
ยามค่ำหลังอาหารเย็น โม่อวิ๋นให้เจี่ยเหลียนเข้าพบ เพื่อรายงานเรื่องการตรวจสอบบัญชีที่เขามอบหมาย“วันนี้เจ้าตรวจสิ่งของแล้วพบสินค้าผิดปกติอีกหรือไม่” โม่อวิ๋นสอบถามอย่างปกติ“เรียนท่านเจ้าเมือง ไม่พบแล้วเจ้าค่ะ ทุกอย่างเรียบร้อยดี เพียงแต่ข้ายังเห็นว่าบัญชีนี้ยังไม่เป็นระเบียบนัก สิ่งของคัดแยกโดยยังแบ่งราคาบางชิ้นน้อยกว่าราคาที่ควรจะเป็นอยู่บ้างเจ้าค่ะ” เจี่ยเหลียนรายงานทั้งเสนอความคิดโม่อวิ๋นเหลือบสายตามองนางแว่บหนึ่ง แล้วหันกลับไปมองหนังสือในมือ พร้อมกล่าวขึ้นว่า“งั้นเจ้าก็เอาบัญชีออกมาทำเถอะ” โม่อวิ๋นสั่งเจี่ยเหลียนมองไปรอบ ๆ ห้อง โต๊ะที่นางต้องนั่งทำบัญชี อยู่ข้างเตียงนอนของเขาเพียงตัวเดียวเท่านั้น“ท่านให้ข้านำกลับไปทำในห้องได้หรือไม่” นางถาม“ไม่ได้ ทำตรงนี้ เกิดเจ้าเล่นตุกติกขึ้นมาข้าจะได้รู้” โม่อวิ๋นเอ่ยตอบโดยไม่หันมองหน้านางเจี่ยเหลียนไม่มีทางเลือกจึงจำใจนั่ง และลงมือทำบัญชีดวงจันทร์เคลื่อนคล้อยเหนือยอดไม้ ลมหนาวพัดพลิ้วผ่านกิ่งไผ่ เกิดเสียงตามสายลมโม่อวิ๋นนั่งอ่านรายงานเงียบ ๆ ในขณะที่เจี่ยเหลียนนั่งทำบัญชี ขะมักเขม้น สีหน้าจริงจังมีสมาธิชายหนุ่มเหลือบตามองนางเป็นบางคร
ขบวนคาราวานอัญมณีของโม่อวิ๋นได้เคลื่อนผ่านช่องเขาทางเหนือของแคว้นชิ่งแล้ว ม้าเทียมเกวียนหลายสิบตัวลากกล่องไม้ที่บรรจุเพชร พลอยหยกดิบจากแดนไกล แต่ละกล่องมีตราประทับรูปมังกรเพลิงของ “พ่อค้าตงหยาง” นามลับของโม่อวิ๋นที่ใครในยุทธจักรก็เกรงกลัว เขาใช้นามแฝงนี้มาหลายปีเพื่อเข้าออกไปยังแคว้นต่าง ๆชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของนั่งอยู่ในกระโจมพักแรม สีหน้าเรียบเย็น ดวงตาเยือกแข็ง แม้แต่มุมคิ้วยังขมวดเล็กน้อยแววตาหม่นไม่สดใสเฉียบคมเช่นเคย นับตั้งแต่จากกับไป๋ซูเหยามาด้านนอกกระโจมมีการรายงานขอเข้าพบ เป็นองค์รักษ์ข้างกายที่เข้ามา“ท่านเจ้าเมือง หญิงสาวที่ท่านรับขึ้นรถม้าวันก่อน ตอนนี้นางกำลังสำรวจสินค้าที่ซื้อมาจากแคว้นอื่นและทำการบันทึกบัญชีขอรับ”โม่อวิ๋นเลิกคิ้วเล็กน้อย“งั้นรึ”ช่างน่าสนใจ เขาคิด“นาง... ตรวจสอบพลอยจากหีบทีละลัง แล้วยังชี้จุดผิดพลาดของเครื่องประดับจากพ่อค้าคนกลางได้ตรงนัก ขอรับ”คำรายงานเรียบง่าย แต่ทำให้เขาหันไปมองอย่างสนใจลังสิ่งของวางเรียงรายอยู่ บริเวณกลางกระโจมที่พักแรมโดยมีพ่อค้าจากเมืองลั่วยืนอยู่ด้วย เพื่อตรวจรับสินค้าเจี่ยเหลียนยืนดูเครื่องประดับหยกที่อยู่ในมือ พูดกับพ่อค
ท้องฟ้ายามค่ำ ในพื้นที่ราบลุ่มมีแต่เสียงแมลงกรีดร้อง พวกผู้ประสบภัยบางส่วนหลับใหลหลังจากได้รับการดูแล ส่วนหนึ่งยังคงนั่งผิงไฟแววตาไม่อาจวางใจจากความสูญเสียไป๋ซูเหยาสวมชุดธรรมดาสีเข้ม เดินตรวจตราแต่ละกระโจมด้วยตนเอง ถามไถ่ผู้คนอย่างอ่อนโยนเซี่ยหลิงเฉินยืนมองจากระยะไกล แววตาหนักแน่นแต่ยังคงซ่อนความแปลกใจระคนชื่นชม“ในสนามรบ...ข้าเคยรู้มาว่านางนั้นเด็ดเดี่ยวไม่แพ้ชาย”“แต่ในยามต้องแบกความทุกข์ของผู้คน นางกลับอ่อนโยนกว่าข้าเสียอีก”ทว่าท่ามกลางเสียงไฟปะทุ และความเงียบของรัตติกาล เงาร่างหนึ่งแอบย่องเข้าไปยังกระโจมของเซี่ยหลิงเฉินทางเบื้องหลังกระโจมแม่ทัพ ใกล้ชายแดนดงไม้ เป็นหนึ่งในชายรูปร่างสูงที่ปลอมตัวเป็นชาวบ้าน เขาลอบค้นถุงผ้า ล้วงแผนผังเส้นทางของแคว้นชิ่งกับบัญชีทหารขณะกำลังคิดจะหลบหนี เสียงคำรามของสุนัขทหารดังลั่น พร้อมแสงคบไฟพุ่งเข้าใส่ทันที!“จับมันไว้!”เสียงของทหารนายหนึ่งตะโกนลั่นชายคนนั้นวิ่งหนีเข้าไปในป่าทึบเซี่ยหลิงเฉินพร้อมทหารกลุ่มหนึ่ง ไล่ตามทันทีโดยไม่รอช้าเพราะเขาได้เตรียมคนดักซุ่มอยู่ในป่าตามแผนที่วางไว้อยู่แล้วณ กระโจมบัญชาการชั่วคราว หลังเหตุการณ์ไล่ล่าบรรลุผล
ตอนที่ 14 รวบรวมเสบียงไป๋ซูเหยาเริ่มรวบรวมเสบียง จัดซื้อหาสิ่งของจากตลาดและชาวบ้าน ทำให้เงินทองสะพัด หลายครอบครัวรีบนำสิ่งของที่ตัวเองมีออกมาเสนอขายให้นางเรื่องในจวนนางสั่งงานบ่าวในบ้านให้จัดการสิ่งต่างๆ ระหว่างที่นางกับท่านแม่ทัพไม่อยู่สวนผัก บ่อปลา กิจการงานที่นางได้เคยสอนไว้ บ่าวทุกคนต่างรู้หน้าที่ดีอยู่แล้วจึงไม่น่าห่วง นางกำชับให้พ่อบ้าน จัดการสอนวิธีทำการเกษตรผสมผสานนี้ให้กับชาวบ้านอย่าได้ขาด ผักดอง ปลาตากแห้ง ถ่าน ที่นางทำไว้ ได้นำไปด้วยบางส่วนข่าวการรวบรวมเสบียงของจวนแม่ทัพเพื่อผู้ประสบภัยนั้นคหบดียู่รู้อยู่แล้ว เขาได้จัดคนนำสิ่งของมาให้ถึงจวนคหบดียู่ ชายร่างสันทัด ขาวท้วม ยืนยิ้มด้วยแววตาเป็นมิตร ยกมือคาราวะไป๋ซูเหยา“ฮูหยิน ข้าน้อยนำสิ่งของเหล่านี้มาร่วมบริจาค หวังว่าช่วยเหลือชาวบ้าน ขอรับ”ไป๋ซูเหยามองสิ่งของ บนรถสองสามคัน นางมองไปยังทหารให้เข้าไปตรวจดูทหารหันมารายงาน “เรียนฮูหยิน ล้วนเป็นของที่ใช้ได้ขอรับ”นางเพียงพยักหน้ารับ หันไปเจรจากับคหบดียู่ ยิ้มบางเอ่ย“ขอบใจคหบดียู่ แต่ข้าไม่ขอรับไว้เปล่า จะให้ราคาสิ่งของเหล่านี้”คหบดียู่รีบเอ่ยปฏิเสธทันควัน “มิเป็นไรขอรั






![พันธะสวาทจอมเวทย์ [18+, พีเรียดอีโรติก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
