Share

พบเจอ

last update Last Updated: 2026-03-10 00:33:19

เสี่ยวจูเดินตามหลังคุณหนูของตนมาติดๆ  จนกระทั่งชางฉีแอบลอบใช้วิชาตัวเบาโผทะยานขึ้นสู่ปลายยอดไม้เพื่ออาบแดด  ด้วยไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาผู้ใดอีก  เสี่ยวจูก็พลันตกตะลึงอ้าปากค้างขึ้นมาในทันที

"คุณหนูเจ้าคะ!!"  เสี่ยวจูร้องขึ้นด้วยความตกใจมือเล็กทั้งสองข้างถูกยกขึ้นมาปิดปากเอาไว้ด้วยคาดไม่ถึง

"เสี่ยวจูเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้า  รีบกลับไปที่จุดพักรถม้า  ซื้อน้ำและอาหารไปให้ติงเกอ  เหอจิ้งและข้าด้วย" 

ชางฉีเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสดใสพร้อมทั้งยกมือขึ้นโบกไปมาหวังให้เสี่ยวจูได้สบายใจ  แต่นอกจากบ่าวรับใช้ของตนจะยังคงอ้าปากค้างราวคนกรามแข็งหุบไม่ลงแล้ว  ยังเอาแต่จ้องมองไปที่ด้านหลังของชางฉีด้วย

"ข้าบอกให้ไปอย่างไรเล่า" 

ชางฉีกล่าวย้ำขึ้นมาอีกรอบพร้อมทั้งเม้มริมฝีปากนิดๆอย่างนึก

ขัดใจ

ได้ยินดังนั้นเสี่ยวจูจึงจำต้องล่าถอยไปอย่างไม่มีทางเลี่ยงในขณะที่ชางฉีได้หันเสี้ยวหน้ามองมายังด้านหลัง  นางก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติ 

เมื่อพบเจอเข้ากับบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งที่รูปร่างสูงใหญ่กำยำเป็นอย่างมาก 

หากเทียบขนาดตัวกันระหว่างบุรุษหนุ่มผู้นี้กับติงเกอและเหอจิ้งแล้วเขาสูงกว่าสองคนนั้นได้ราวครึ่งศอก (ยี่สิบห้าเซนติเมตร)  ได้กระมัง

ด้วยความเป็นคนมารยาทดี  ชางฉีจึงทำได้เพียงระบายรอยยิ้มอบอุ่นให้ประดับอยู่บนใบหน้าและเอ่ยออกไปว่า 

"อรุณสวัสดิ์ยามเช้าเจ้าค่ะ"

แต่นอกจากบุรุษตรงหน้าจะไม่เอ่ยทักทายนางกลับคืนมาแล้ว

ยังยืนนิ่งเสียจนน่าใจหาย  ร่างกายของเขาราวกับถูกแช่แข็งไปชั่วขณะ  ดวงตาทั้งสองข้างเบิกโพลงราวคนตกใจแทบสิ้นสติ

ชางฉีเองรู้สึกแปลกใจเป็นอันมาก  'หรือว่าชายหนุ่มผู้นี้จะถูกพิษร้ายแรงอันใดทำร้ายเขามาหรือไม่นะ!?'  ชางฉีคิดขึ้นอย่างตื่นตระหนก 

พร้อมกันกับที่นางได้ก้าวขาของตนเข้าไปใกล้เขามากขึ้นอีก

จนทั้งคู่ยืนห่างกันไม่ถึงหนึ่งชุ่นแล้วในยามนี้

ไวเท่าความคิดชางฉีได้ใช้ใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือของตนแนบไปที่หน้าอกข้างซ้ายของเขาพร้อมทั้งเขย่งปลายเท้าขึ้นไปอีกด้วยความพยายาม

ตั้งอกตั้งใจฟังเสียงหัวใจเขาอย่างเต็มที่

พลันนางก็ต้องเบิกตาโตกว้างขึ้นด้วยความตกใจ  เมื่อพบว่าเสียง

จังหวะการเต้นของหัวใจบุรุษผู้นี้เต้นเสียงกระหน่ำดังราวกลองศึก

"ท่านไม่สบายหรอกหรือเจ้าคะ?" 

ชางฉีเงยหน้าช้อนสายตาขึ้นมองดูบุรุษตรงหน้าด้วยความห่วงใย 

เนิ่นนานนับนาทีบุรุษผู้นั้นจึงตอบกลับมาว่า  "ข้าสบายดี"

"จริงนะเจ้าคะ?"  ชางฉีถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

"ไม่เชื่อเจ้าลองตรวจดูร่างกายของข้าสิ" 

เขาเอ่ยออกมาน้ำเสียงสั่นไหว  ทำเอาองครักษ์เงาฝีมือดีที่ติดตามเขามาด้วยต้องแทบพลัดตกลงจากบนต้นไม้ 

ถึงแม้ว่าท่านอ๋องของเขาจะกล่าวกับแม่นางน้อยผู้นี้เสียงเบาราวกับกระซิบกระซาบเช่นไร  แต่ประสาทสัมผัสของผู้ที่ฝึกยุทธมาอย่าง

ยอดเยี่ยมเช่นเขามีหรือถ้อยคำเมื่อครู่จะรอดพ้นโสตประสาทของเขาไปได้

ด้วยความห่วงใยอันมาจากน้ำใสใจจริง  ชางฉีจึงเอื้อมมือเล็ก

ของตนลงไปตรวจดูชีพจรของบุรุษตรงหน้ารวดเร็วแผ่วเบา  ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก  และระบายรอยยิ้มหวานออกมาประดับบนใบหน้าเมื่อพบว่าชีพจรของเขาได้เต้นเป็นจังหวะปกติแล้ว

"มิทราบแม่นางแซ่อะไร  จะเดินทางไปยังที่ใดกันหรือ?"

"ข้าแช่ชาง ชื่อฉี  กำลังจะเดินทางไปยังจวนท่านราชครูเหวินเฉียน เมืองหลวงของแคว้นซ่ง  แล้วมิทราบท่านมีชื่อแซ่อะไรจะเดินทางไปยังที่ใดกันหรือเจ้าคะ?" 

"ข้าแซ่เฉิน  ชื่อลู่  กำลังจะ" 

บุรุษหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่กำยำตอบออกมาได้เพียงเท่านั้น  กิ่งไม้

ที่ทั้งสองคนพูดคุยกันอยู่ก็ส่งเสียงดังลั่นเปรี๊ยะออกมาได้ไม่กี่อึดใจก็หักร่วง

ลงสู่พื้นดิน

ชางฉีกรีดร้องขึ้นด้วยความตกใจ  พร้อมทั้งโผเข้ากอดเฉินลู่เอาไว้เสียจนแนบแน่น  ดีที่เฉินลู่คว้าตัวนางมาไว้ได้ทันในอ้อมแขนจึงสามารถ

อุ้มตัวของชางฉีเอาไว้ให้ปลอดภัยจากการโหม่งพื้นพสุธาครั้งนี้ได้

ผู้คนโดยรอบที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างหันมามองดูทั้งคู่เป็นตาเดียวกันโดยมิได้นัดหมาย

"โอ๊ะ!!  มีนางฟ้าตกจากสรวงสวรรค์ตอนกลางวันแสกๆ ด้วยหรือนี่?"  ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นตะลึง

"แล้วพวกเจ้าสองคนขึ้นไปทำอันใดบนต้นไม้นั่น!?"

"หมดที่จะพลอดรักกันแล้วหรืออย่างไร!?"

"หน้าตาก็ดีทั้งคู่มิน่าจะพากันหื่นกระหายมากถึงขนาดนี้เลย!"

เสียงคำถามมากมายดังขึ้นไม่หยุดหย่อนไปทั่วทั้งสารทิศ  สุดท้ายแล้วอ๋องน้อยเฉินลู่แห่งหนานจิงจึงใช้วิชาตัวเบาโผทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าพาโฉมงามในอ้อมแขนของตนหลีกหนีจากความวุ่นวายทั้งหลายทั้งปวงไปในทันที

"อ่ะนั่น  รถม้าของข้าอยู่ตรงนั้นเจ้าค่ะ"  ชางฉีพูดพลางชี้นิ้วไปยังรถม้าคันหนึ่งที่จอดรอนางอยู่ยังพื้นเบื้องล่าง

"ท่านช่วยปล่อยข้าลงตรงนี้ก่อนเถิดเจ้าค่ะ  หากท่านยังคงอุ้มข้าเอาไว้เช่นนี้ผู้ติดตามมาด้วยทั้งสามคนของข้าอาจจะอกแตกตายเป็นแน่" 

ชางฉีเอ่ยขึ้นน้ำเสียงติดตลก ทำเอาเฉินลู่ต้องพลอยเผลอยกยิ้มขึ้นมาด้วยความลืมตัว เขาแอบลอบมองร่างเล็กนั้นเดินไปหาผู้ติดตามของนางด้วยแววตาอาลัยอาวรณ์เป็นอย่างยิ่ง  พร้อมทั้งเอ่ยกับตนเองขึ้นมา

เสียงเบาว่า

"แล้วพบกันใหม่ในอีกไม่นานนี้นะอาฉี  เจ้าคือว่าที่ชายาของข้า   ให้ตายข้าก็จะไม่มีวันปล่อยเจ้าให้หลุดมือไปเป็นอันขาด  คนอะไรน่ารักเป็นบ้า  จนหัวใจของข้าเต้นกระหน่ำไม่หยุดเลย"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   แขกผู้มาเยือน

    ณ จวนท่านราชครูเหวินเฉียนบุรุษรูปร่างสูงโปร่ง ท่างท่าสง่างามยิ่งกำลังนั่งจิบชาดอกเหมยอยู่ด้วยอาการนิ่งสงบ เขานั่งนับนิ้วมือไปมาอยู่สักพัก จึงเอ่ยขึ้นมาว่า"อาฟุ เจ้าช่วยจัดเตรียมของว่างขนมหวานและชาขาวผสมน้ำผึ้งไว้สำหรับต้อนรับแขกสามคนของข้าที่กำลังจะมาเยือนในตอนนี้ด้วยนะ""ขอรับคุณชาย" อาฟุพ่อบ้านรุ่นใหญ่วัยชราค้อมกายรับคำสั่งด้วยความนอบน้อมเขาได้ยินคุณชายสั่งความเอาไว้ว่า จะมีดรุณีน้อยรูปงามจากต่างเมืองมาขออาศัยอยู่ภายในจวนเพื่อทำการศึกษาหาวิชาความรู้ในสถานศึกษาของท่านราชครูเหวินเฉียนคุณชายรูปงามของเขาเท่านั้นเองมิใช่หรอกหรือ? แต่เหตุใดคุณชายถึงได้กล่าวว่าจะมีแขกเดินทางมาหาถึงสามคนพร้อมกันในยามนี้ด้วยนะ"ยังไม่รีบไปจัดการอีก" เหวินเฉียนกล่าวกำชับ เขาจึงรีบเดินไปจัดเตรียมของว่างและน้ำชาโดยทันทีเวลาผ่านไปได้ชั่วขณะ อาฟุก็ได้นำของว่างมาจัดเรียงวางไว้จนเต็มโต๊ะ อีกหนึ่งเค่อผ่านไปชาขาวผสมน้ำผึ้งก็ถูกยกมาวางลงบนโต๊ะติดๆ กันเหวินเฉียนทอดสายตามองขนมหวานบนโต๊ะด้วยความพึงพอใจ ของทุกอย่างวันนี้ที่เขาจัดเตรียมเอาไว้ล้วนเป็นของชอบของชางฉีทั้งหมด ไม่ได้พบเจอกันมานานหลายปี ป

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   ติดหนี้บุญคุณ2

    "ข้าควรจะถามเจ้ามากกว่าว่าเจ้าอ่านภาษาฮั่นไม่ออกหรือนี่เป็นห้องทดลองเสื้อสำหรับบุรุษ มิใช่ของสตรีเสียหน่อยแล้วเจ้าเข้ามาได้อย่างไรกัน?" ฮ่องเต้จูอี้เหลียงถามกลับ"ข้า ข้า" ชางฉีเอ่ยออกมาน้ำเสียงขาดๆหายๆ นางยอมรับว่ามีภาษาฮั่นบางคำที่นางอ่านไม่ออกจริงๆ เนื่องด้วยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานางชอบแอบหนีไปฝึกยุทธ์ด้วยความสนุกสนานมากกว่าการนั่งคัดตำราเป็นไหนๆ"เอาเถอะ ข้ายังไม่สามารถออกจากห้องทดลองเสื้อไปในยามนี้ได้ ส่วนเจ้าเองก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว"ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเอ่ยขึ้นน้ำเสียงราบเรียบแต่สายตากลับไม่ได้ละไปจากใบหน้างามหวานซึ้งเลยแม้แต่น้อย"เจ้าหันหลังไปทีสิ" ชางฉีออกคำสั่ง องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเองจึงต้องทำตามโดยไม่มีทางเลี่ยงเวลาผ่านไปได้สักพัก ชางฉีก็ยังแต่งกายไม่เสร็จเสียที เหตุใดเสื้อผ้าของคนแคว้นซ่งจึงได้ดูรัดรูปมากขนาดนี้กันนะ? หน้าอกหน้าใจของนางถูกเนื้อผ้าบีบรัดจนล้นทะลักออกมามากขนาดนี้แล้ว นางจะทำเช่นไรต่อไปดี ให้คนโง่มาวิเคราะห์ก็ยังคิดได้ว่านางมิสามารถใส่ชุดนี้เดินออกไปภายนอกได้จริงๆ"พี่ชายเจ้าคะ" ชางฉีไม่มีทางเลือกแล้วในยามนี้จึงต้องเอ่ยขอร้องบุรุษตรงหน้าขึ้นมา

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   ติดหนี้บุญคุณ1

    ชางฉีรีบเดินมาที่รถม้าของตน และพยักหน้าลงน้อยๆให้เสี่ยวจูช่วยประคองตนเองขึ้นรถม้า ก่อนจะร้องบอกให้ติงเกอกับเหอจิ้งเดินทางต่อไปได้สายลมเย็นอันอ่อนโยนพัดเข้ามาในรถม้าอยู่เป็นระยะ กลีบดอกเหมยดอกหนึ่งได้ถูกสายลมพัดเข้ามาข้างในรถม้าตกลงบนตักของชางฉีเข้าพอดี นางจึงให้เสี่ยวจูช่วยประดับดอกเหมยนี้ไว้บนมวยผม"วันนี้บ่าวสังเกตพบว่าดอกเหมยร่วงหล่นลงมามากกว่าปกติเลยนะเจ้าคะ ราวกับว่ากำลังให้การต้อนรับคุณหนูอยู่อย่างไรอย่างนั้น"เสี่ยวจูพูดพลางจัดตกแต่งประดับดอกเหมยลงบนมวยผมให้คุณหนูของตนอย่างเบามือ"ดอกเหมยร่วงโรยโปรยปราย แต่ภายในใจกลับอบอุ่นยิ่ง"ชางฉีเอ่ยขึ้นยิ้มๆ ใบหน้างามหวานซึ้งมีริ้วสีแดงปรากฏขึ้นจางๆ"คุณชายผู้นั้นเขาเป็นใครกันหรือเจ้าคะคุณหนู?"เสี่ยวจูอดถามขึ้นด้วยความสงสัยมิได้"เขาบอกเขาชื่อเฉินลู่"ชางฉีตอบไปเพียงเท่านั้น ติงเกอก็ส่งเสียงร้องบอกอยู่ข้างนอกรถม้าว่าตอนนี้ได้เดินทางมาถึงเมืองหลวงของแคว้นซ่งแล้ว คาดว่าคงใช้เวลาเดินทางอีกเพียงหนึ่งเค่อก็จะถึงจวนของท่านราชครูเหวินเฉียนแล้วชางฉีได้ยินแล้วจึงส่งเสียงตอบออกไปว่า"ติงเกอ เหอจิ้ง พวกเจ้าช่วยแวะร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับ

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   พบเจอ

    เสี่ยวจูเดินตามหลังคุณหนูของตนมาติดๆ จนกระทั่งชางฉีแอบลอบใช้วิชาตัวเบาโผทะยานขึ้นสู่ปลายยอดไม้เพื่ออาบแดด ด้วยไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาผู้ใดอีก เสี่ยวจูก็พลันตกตะลึงอ้าปากค้างขึ้นมาในทันที"คุณหนูเจ้าคะ!!" เสี่ยวจูร้องขึ้นด้วยความตกใจมือเล็กทั้งสองข้างถูกยกขึ้นมาปิดปากเอาไว้ด้วยคาดไม่ถึง"เสี่ยวจูเจ้าไม่ต้องเป็นห่วงข้า รีบกลับไปที่จุดพักรถม้า ซื้อน้ำและอาหารไปให้ติงเกอ เหอจิ้งและข้าด้วย" ชางฉีเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสดใสพร้อมทั้งยกมือขึ้นโบกไปมาหวังให้เสี่ยวจูได้สบายใจ แต่นอกจากบ่าวรับใช้ของตนจะยังคงอ้าปากค้างราวคนกรามแข็งหุบไม่ลงแล้ว ยังเอาแต่จ้องมองไปที่ด้านหลังของชางฉีด้วย"ข้าบอกให้ไปอย่างไรเล่า" ชางฉีกล่าวย้ำขึ้นมาอีกรอบพร้อมทั้งเม้มริมฝีปากนิดๆอย่างนึกขัดใจได้ยินดังนั้นเสี่ยวจูจึงจำต้องล่าถอยไปอย่างไม่มีทางเลี่ยงในขณะที่ชางฉีได้หันเสี้ยวหน้ามองมายังด้านหลัง นางก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติ เมื่อพบเจอเข้ากับบุรุษหนุ่มผู้หนึ่งที่รูปร่างสูงใหญ่กำยำเป็นอย่างมาก หากเทียบขนาดตัวกันระหว่างบุรุษหนุ่มผู้นี้กับติงเกอและเหอจิ้งแล้วเขาสูงกว่าสองคนนั้นได้ราวครึ่งศอก (ยี่สิบห้าเซนติเมตร) ได้กระ

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   เดินทาง

    วันที่แปด เดือนสิบเอ็ด ช่วงคิมหันตฤดู รถม้าคันงามที่บังคับด้วยสารถีร่างโตถึงสองคนด้วยกันกำลังวิ่งเหยาะย่างมาตามทางรถม้าด้วยความสง่าผ่าเผยดอกเหมยสีชมพูสดปลิวร่วงหล่นลงมาจากต้นต้องกระทบหลังคารถม้าอยู่เป็นระยะ ราวกับกำลังเปิดทางต้อนรับโฉมสะคราญอยู่อย่างใจจดใจจ่อ"คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู" เสียงร้องเรียกแผ่วเบาที่ดังขึ้นอยู่ข้างริมใบหูเล็ก ทำให้ชางฉีดรุณีน้อยรูปงามบุตรีขุนนางขั้นหนึ่งท่านอัครมหาเสนาบดีชางหม่าเวินแห่งลั่วหลางต้องค่อยๆปรือเปลือกตาจากการหลับใหลตื่นขึ้นมาโดยทันที"มีอันใดกันหรือเสี่ยวจู?" ร่างเล็กเอ่ยถามพร้อมทั้งกระชับเสื้อคลุมที่ปักลายวิหคชมบุปผาของตนให้แน่นขึ้นมาอีก"ตอนนี้เป็นเวลารุ่งเช้าแล้วอากาศดียิ่งนัก บ่าวเลยปลุกคุณหนูให้ตื่นขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าเจ้าค่ะ" เสี่ยวจูบ่าวสาวคนสนิทข้างกายของชางฉีบุตรีรูปงามเพียงหนึ่งเดียวของท่านอัครมหาเสนาบดีชางหม่าเวินเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสดใส ทำเอาผู้เป็นนายถึงกับเปิดผ้าม่านรถม้าออกมาดูบรรยากาศภายนอกเช่นเดียวกัน"ติงเกอ เหอจิ้ง จอดรถม้าด้วย ข้าอยากจะลงไปอาบแดดรับความอบอุ่นจากแสงตะวันยามเช้าก่อน แล้วเราค่อยเดินทางไปหาท

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status