Share

ติดหนี้บุญคุณ1

last update Tanggal publikasi: 2026-03-10 00:34:45

ชางฉีรีบเดินมาที่รถม้าของตน และพยักหน้าลงน้อยๆให้เสี่ยวจูช่วยประคองตนเองขึ้นรถม้า  ก่อนจะร้องบอกให้ติงเกอกับเหอจิ้งเดินทางต่อไปได้

สายลมเย็นอันอ่อนโยนพัดเข้ามาในรถม้าอยู่เป็นระยะ กลีบดอกเหมยดอกหนึ่งได้ถูกสายลมพัดเข้ามาข้างในรถม้าตกลงบนตักของชางฉีเข้าพอดี นางจึงให้เสี่ยวจูช่วยประดับดอกเหมยนี้ไว้บนมวยผม

"วันนี้บ่าวสังเกตพบว่าดอกเหมยร่วงหล่นลงมามากกว่าปกติเลยนะเจ้าคะ ราวกับว่ากำลังให้การต้อนรับคุณหนูอยู่อย่างไรอย่างนั้น"

เสี่ยวจูพูดพลางจัดตกแต่งประดับดอกเหมยลงบนมวยผมให้คุณหนูของตนอย่างเบามือ

"ดอกเหมยร่วงโรยโปรยปราย แต่ภายในใจกลับอบอุ่นยิ่ง"

ชางฉีเอ่ยขึ้นยิ้มๆ ใบหน้างามหวานซึ้งมีริ้วสีแดงปรากฏขึ้นจางๆ

"คุณชายผู้นั้นเขาเป็นใครกันหรือเจ้าคะคุณหนู?"

เสี่ยวจูอดถามขึ้นด้วยความสงสัยมิได้

"เขาบอกเขาชื่อเฉินลู่"

ชางฉีตอบไปเพียงเท่านั้น ติงเกอก็ส่งเสียงร้องบอกอยู่ข้างนอก

รถม้าว่าตอนนี้ได้เดินทางมาถึงเมืองหลวงของแคว้นซ่งแล้ว คาดว่าคงใช้เวลาเดินทางอีกเพียงหนึ่งเค่อก็จะถึงจวนของท่านราชครูเหวินเฉียนแล้ว

ชางฉีได้ยินแล้วจึงส่งเสียงตอบออกไปว่า

"ติงเกอ เหอจิ้ง พวกเจ้าช่วยแวะร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับให้ข้าด้วยนะ"

"ขอรับคุณหนู" ติงเกอรับคำเสียงเบาด้วยความสงสัย ส่วนเหอจิ้งกลับแอบลอบอมยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย

"เจ้ายิ้มอันใดกัน?"  ติงเกอเลิกคิ้วถาม

"ก็เจ้ามิคิดบางหรือว่าเหตุใดคุณหนูของเราถึงต้องแวะไปหาซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับใหม่ หากมิใช่เพราะว่า"

เหอจิ้งพูดพลางถูฝ่ามือสองข้างไปมาเบาๆ

"เพราะอันใดกันจงเร่งกล่าวมา?"  ติงเกอเค้นเสียงถาม

แต่ก่อนที่เหอจิ้งจะตอบคำถามออกไปนั้น เสี่ยวจูก็ได้เปิดประตู

รถม้าออกมาเสียก่อน และชี้มือชี้ไม้ไปยังร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับอันใหญ่โตตรงหัวมุมถนนพร้อมทั้งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจว่า

"คุณหนูเจ้าคะ พวกเราพบเจอเข้ากับร้านขายเสื้อผ้าและ

เครื่องประดับกันแล้วเจ้าค่ะ  พวกเจ้ารีบบังคับรถม้าไปจอดที่หน้าร้านนั้นเร็วเข้า" เสี่ยวจูกล่าวกำชับ

เวลาผ่านไปอีกเพียงชั่วอึดใจเดียว  รถม้าก็มาจอดเทียบท่าอยู่ตรงหน้าร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับแล้ว 

คราวนี้ชางฉีเลือกที่จะใส่หมวกปีกกว้างมีชายผ้าขาวบางยาว

ลงมาปกคลุมใบหน้าด้วยว่าไม่อยากให้ผู้อื่นให้ความสนใจในรูปร่างหน้าตาของตนนัก

เสี่ยวจูช่วยประคองคุณหนูของนางให้ลงจากรถม้าและเดินตาม

ชางฉีเข้าไปในร้านติดๆ

วันนี้ทั่วทั้งร้านขายเสื้อผ้าและเครื่องประดับมีบรรยากาศครึกครื้นมากเป็นพิเศษ  ชางฉีได้ยินผู้คนพูดกันไปทั่วว่าใกล้จะถึงเทศกาลโคมไฟของแคว้นซ่งแล้ว  เหล่าผู้คนจึงได้พากันมาจับจ่ายใช้สอยเลือกซื้อเสื้อผ้าและเครื่องประดับใหม่เอาไว้ใส่ร่วมงานที่กำลังจะมาถึงนี้

นางเลือกชุดสีฟ้าอ่อนปักลายผีเสื้อชมดอกไม้ พร้อมทั้งรองเท้า

ที่ปักลายเข้าชุดกัน ส่วนเครื่องประดับนางเลือกปิ่นปักผมที่มีลวดลายเมฆมงคลลงสีก้อนเมฆอย่างสวยงามโดดเด่นดึงดูดสายตาหนึ่งอัน  และเดิน

มุ่งหน้ามายังห้องทดลองเสื้อที่เถ้าแก่ร้านชี้บอก

ในขณะที่นางกำลังลงมือเปลื้องชุดที่ตนใส่เดินทางมาด้วยในห้องทดลองเสื้ออยู่นั้น บุรุษผู้หนึ่งก็ได้เข้ามายืนอยู่ตรงหน้านางโดยมิได้คาดคิดมาก่อน

"ช่วย"

ชางฉีร้องออกมาได้เพียงเท่านั้น ก็ถูกเขาจับใบหน้าเล็กๆของนาง

เอาไว้มั่น และก้มหน้าลงมาจุมพิตริมฝีปากเล็กของนางเอาไว้โดยทันที

กลิ่นอำพันทะเลที่โชยออกมาจากกายของเขาทำให้ชางฉีรู้สึก

ผ่อนคลายและง่วงงุนขึ้นมาอย่างน่าประหลาด  บวกกับความเหนื่อยล้า

จากการเดินทางและความตกใจจนเกินขนาด  ทำให้ชางฉีเป็นลมล้มพับไปในอ้อมแขนของเขาในทันที

ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเองก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก  แม่นางน้อยผู้นี้เป็นใครกัน นางอ่านภาษาฮั่นไม่ออกหรืออย่างไร  จึงได้เข้ามาลองชุดในห้องทดลองเสื้อที่เขียนป้ายกำกับไว้อย่างชัดเจนว่า  “องค์จักรพรรดิ”

'หรือว่านางอาจจะเดินทางมาจากที่อื่นกระมัง ดูจากการแต่งกายของนางแล้ว'  

หลังจากพระองค์ทรงลอบทอดพระเนตรพิจารณาเรือนร่างอวบอิ่มขาวผ่องที่นอนหนุนตักตนอยู่ด้วยความทรมานใจแล้ว ก็ไม่รู้ว่าต้องทำเช่นใดนางถึงจะตื่นขึ้นมาได้เสียที  จึงตัดสินใจตบลงบนข้างแก้มของชางฉีไปมาเบาๆ และเอ่ยเรียกขึ้นมาว่า  "แม่นาง แม่นาง"

ได้ผลครั้งนี้ชางฉีค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ  ก่อนจะผุดลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งรีบดึงชุดที่นางเลือกมาเปลี่ยนด้วยขึ้นมาปิดบังหน้าอกของตนเอาไว้อย่างรวดเร็ว

'ช่างน่าอับอายขายขี้หน้ายิ่งนัก นางใส่เพียงเอี๊ยมตัวเดียวบางๆ

ต่อหน้าบุรุษอื่นที่ไม่ใช่สามีได้อย่างไร?'  ชางฉีนึกตำหนิตนเองขึ้นมาในใจพร้อมกับขบริมฝีปากล่างเอาไว้แน่นด้วยนึกโมโหตัวเองนัก

"จะ เจ้าเข้ามาอยู่ในห้องที่ข้าทดลองเสื้อได้อย่างไรกัน?"

ชางฉีเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P    (ตอนพิเศษ) NC ภรรยารักจอมยั่วยวน

    ชางฉีใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับทั้งสองสามีอย่างมีความสุข นางเดินทางไปมาหาสู่กันกับเหวินเฉียนอย่างไม่ขาดสาย สัมพันธภาพระหว่างผู้ที่นับถือกันดุจพี่น้องแน่นแฟ้นดังเก่าสามีทั้งสองเองต่างก็มอบความรักและปรนนิบัตินางอย่างถึงใจในแต่ละค่ำคืนอย่างไม่ขาดตกบกพร่องจวบจนกระทั่งวันเปิดภาคเรียนแรกของสถานศึกษาที่เหวินเฉียนทำการก่อสร้างได้เวียนมาถึงชางฉีตื่นนอนขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ นางรีบอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้า อีกทั้งยังช่วยสามีทั้งสองคนอาบน้ำแต่งตัวจนเสร็จเรียบร้อย ทั้งสามคนจึงร่วมกินอาหารเช้าร่วมกัน ก่อนจะเดินทางด้วยรถม้าคันเดียวกันมุ่งหน้าไปยังสถานศึกษาของเหวินเฉียนต่อในขณะที่กำลังนั่งรถม้าเดินทางไปยังสถานศึกษาอยู่นั้น ชางฉีก็เริ่มล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อของตนพร้อมทั้งพยายามเปิดคอเสื้อขึ้นแสร้งทำเป็นมองหาอะไรอยู่ในนั้นไปมาอยู่สักพัก ทำเอาสามีทั้งสองคนของนางถึงกับเริ่มพากันขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย“เจ้าเป็นอันใดไปเช่นนั้นหรืออาฉี?” อ๋องน้อยเฉินลู่เอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง ทางด้านองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเองก็จับมือเล็กของชางฉีเอาไว้มั่น และเริ่มแหวกคอเสื้อของชางฉีออกกว้างจนเผยให้เห็นถึ

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   ตอนจบ // NC คืนเข้าหอกันอีกครั้ง ณ ดินแดนแค้วนซ่ง 2

    “การปรนนิบัติสามีมีมากมายหลากหลายรูปแบบและวิธีการนัก” ‘องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงทรงตรัสขึ้นมาสั้นๆ มิขยายความเช่นนี้แล้วจะให้นางเข้าใจในสิ่งที่ตนต้องให้การปรนนิบัติอย่างไรบ้างเช่นนั้นหรือ?’ชางฉีขบคิดขึ้นมาในใจ มิรอให้ชางฉีได้นึกถึงการปรนนิบัติสามีได้นานนัก อ๋องน้อยเฉินลู่ได้อุ้มเอาชางฉีขึ้นมาบนเตียงและกระซิบข้างริมใบหูเล็กแผ่วเบาว่า “อาฉีช่วยปรนนิบัติอาเหลียงเหมือนตอนที่พวกเราอยู่บนรถม้ากันด้วยเถอะนะ”ทำให้ชางฉีจำต้องโน้มใบหน้างดงามหวานซึ้งลงไปอ้าปากเข้าครอบครองแก่นกายขนาดใหญ่ขององค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเอาไว้ในอุ้งปากเล็กของนางโดยทันทีเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ช่องทางรักของนางโดนปลายลิ้นร้อนของอ๋องน้อยเฉินลู่ส่งเข้ามาทักทายและโดนเล้าโลมเลียอยู่อย่างนั้นจนน้ำหวานของนางไหลซึมออกมาไม่หยุด“ขย่มข้าลงมาแรงๆเลยอาฉี”องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสั่น พระองค์เฝ้ารอวันนี้มานานนัก วันที่จะถูกภรรยารักปรนนิบัติพระองค์เช่นนี้ชางฉีได้ยินดังนั้นจึงหันหน้ามามองดูอ๋องน้อยเฉินลู่ด้วยแววตายั่วยวนก่อนจะจับแก่นกายขององค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงมาจ่อเข้าที่ช่องทางรักของตนและเลื่อนตัวลงครอบครองเจ้าสิ

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   ตอนจบ // NC คืนเข้าหอกันอีกครั้ง ณ ดินแดนแค้วนซ่ง 1

    อรุณรุ่งของเช้าวันใหม่ได้มาเยือนอีกครั้ง ขบวนรถม้าได้พากันเดินทางมาถึงยังแคว้นซ่งแล้ว โดยจุดหมายปลายทางของขบวนรถม้าครานี้คือพากันมุ่งหน้ามาที่จวนของเหวินเฉียนก่อนนั่นเองทางด้านเหวินเฉียนเองก็เหมือนจะรับรู้ได้ว่าพวกเขาได้พากันเดินทางมาถึงแคว้นซ่งในวันนี้แล้ว จึงได้เตรียมการต้อนรับพวกเขาเอาไว้อย่างสมเกียรติพร้อมทั้งยังมอบของขวัญอันล้ำค่าและคำอวยพรมากมายให้กับพวกเขาด้วยทั้งสามสามีภรรยาต่างอยู่พูดคุยกันกับเหวินเฉียนมาได้สักพักใหญ่ ทางด้านแม่นมอี้หลัน และคนในขบวนเดินทางต่างได้รับพระบรมราชานุญาตให้แยกย้ายกันไปพักผ่อนได้ตามอัธยาศัยส่วนเสี่ยวจูได้รับมอบหมายให้ไปเก็บข้าวของต่างๆ ของตน และชางฉีออกมาจากเรือนน้อยจวี๋ฮวาให้หมด เพื่อที่จะได้พากันเดินทางไปยังเรือนหอที่ทางองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงจัดให้คนมาจัดตกแต่งเอาไว้รอคอยการกลับมาของพวกเขาทั้งสามคนเอาไว้อย่างงดงาม ใหญ่โตและโอ่โถงยิ่งแล้วหลังจากนั่งสนทนา จิบชาและพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันไปได้สักพักแล้ว ขบวนรถม้าคันใหม่จากทางพระราชวังก็ได้มาจอดเทียบท่ายังหน้าจวนของเหวินเฉียน ทั้งสามคนจึงพากันกล่าวคำร่ำลาและขอตัวกลับไปพักผ่อนยังเรื

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   NC บทรักบนรถม้า 2

    ชางฉีได้ยินดังนั้นแล้วจึงช้อนสายตาขึ้นไปมององค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงราวกับจะขอความคิดเห็นไปในตัว นางหวังว่าเขาจะส่ายศีรษะปฏิเสธอ๋องน้อยเฉินลู่ไปเพื่อที่นางจะได้ไม่ต้องทำอันใดบัดสีบนรถม้านี่ ท่านอ๋องน้อยเฉินลู่มิคิดบ้างหรอกหรือว่าหากคนบังคับรถม้าได้ยินเสียงร้องครวญครางของพวกเขาและนางเข้า แล้วนางจะเอาหน้าไปไว้ ณ ที่ใดกันแต่องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงกลับพยักหน้าลงน้อยๆ เป็นเชิงอนุญาตให้นาง และท่านอ๋องสามารถร่วมรักกันบนรถม้านี้ได้ตามอำเภอใจ ก่อนที่พระองค์จะทรงเปิดผ้าม่านรถม้าออกไปพูดกับคนบังคับรถม้าทั้งสองคนว่า “พวกเจ้าเป็นคนหูหนวกตาบอดใช่หรือไม่ พวกเจ้าจะมิสามารถรับรู้ถึงเหตุการณ์ใด และเสียงใดในรถม้าคันนี้ใช่หรือไม่?” องค์ฮ่องเต้จู้อี้เหลียงเอ่ยขึ้นน้ำเสียงวางอำนาจ และดุดันเหี้ยมเกรียมเป็นอย่างยิ่ง“กระหม่อมล้วนแต่หูหนวกและเป็นใบ้พ่ะย่ะค่ะ” สารถีทั้งสองคนเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นงันงกอย่างพร้อมเพรียงกัน“เช่นนั้นก็ดี หากเรื่องราวครั้งนี้ถูกแพร่ออกไปล่ะก็ข้าจะสั่งประหารชีวิตพวกเจ้าจนเก้าชั่วโคตรเลยทีเดียวเข้าใจหรือไม่?” องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงกล่าวย้ำขึ้นมาอีกครั้ง“รับด้วยเกล้าพะย

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   NC บทรักบนรถม้า 1

    เมื่อเช้าวันที่แปดหลังการเข้าหอมาเยือน ชางฉีตื่นนอนตั้งแต่เมื่อยามเช้าตรู่ นางเข้าไปพูดคุยกับบิดาที่จวนหลักหลังใหญ่มาได้นานราวหนึ่งชั่วยามแล้ว พร้อมทั้งบรรดาพี่ชายอีกสามคนก็กำลังนั่งพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกับนางด้วยเช่นกัน แต่ละคนต่างก็ให้คำอวยพรให้นางมีความสุขในการใช้ชีวิตคู่ มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง ท่านอัครมหาเสนาบดีชางหม่าเวินเองก็ได้ให้คำอบรมสั่งสอนชางฉีถึงการใช้ชีวิตคู่ และการดูแลปรนนิบัติเอาใจสามีให้ชางฉีได้รับฟังเช่นเดียวกันก่อนเหล่าบรรดาพี่ชายของชางฉีจะพากันร่ำลาขอกลับจวนของตนไปก่อนแต่ชางฉีกลับยังคิดมิตกในเรื่องของลูกที่อาจจะกำลังมาเกิดในเร็ววันนี้นัก เนื่องด้วยนางมีสามีพร้อมกันทีเดียวถึงสองคนแล้วลูกที่เกิดมาจะรู้สึกมีปมด้อยอันใดหรือไม่นะ เห็นทีว่านางคงต้องได้ตั้งคำถามนี้กับองค์ฮ่องเต้ และท่านอ๋องดูเสียแล้วกระมังหลังจากนั้นมินานนัก อ๋องน้อยเฉินลู่และองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงจึงได้เข้ามาร่ำลาท่านอัครมหาเสนบดีชางหม่าเวินก่อนจะพากันเดินทางกลับแคว้นซ่งไปขบวนการเดินทางเริ่มออกเดินทางกันในช่วงเช้ายามเฉิน (เวลา 08.00น.) ชางฉีนั่งรถม้ามาด้วยท่าทีที่นิ่งขรึมจนผิด

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   NC พวกท่านพี่หน้าไม่อาย 2

    “ตัวข้าพอจะมีวิชาความรู้ด้านการรักษาบาดแผลมาอยู่บ้าง มิสู้อาฉีลองให้ข้าตรวจดูลักษณะบาดแผลให้บ้างเล่า เพื่อที่ข้าจะได้ให้การรักษาได้” อ๋องน้อยเฉินลู่พูดขึ้นน้ำเสียงจริงจังเคร่งขรึม แต่หากชางฉีสังเกตให้ดีจะพบว่าใบหน้าของผู้พูดนั้นแดงจัดซับสีมากเพียงใด‘มิมีวิธีใดในการขอดูช่องทางรักและช่อบุปผางามของภรรยารักได้ดีเท่ากับวิธีนี้อีกแล้ว’ อ๋องน้อยเฉินลู่นึกขึ้นมาในใจ“ใช่แล้วอาฉี เจ้าเจ็บมากหรือไม่ ให้พวกเราช่วยดูบาดแผลของเจ้าทีเถอะ เผื่อมีอันใดที่พวกเราสามารถช่วยเจ้าได้ พวกเรายินดีขอยอมมอบกายถวายชีวิตให้การช่วยเหลือเจ้าอย่างเต็มที่เลยที่เดียวเชียวล่ะ” องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเอ่ยขึ้นเป็นปี่เป็นขลุ่ย“พวกท่านพี่พากันหน้าไม่อายกันหนักมากแล้วนะ รู้ตัวบ้างหรือไม่เจ้าคะ?” ชางฉีพูดขึ้นอย่างเหลืออด“ทีของพวกเรา อาฉียังจับดูได้ ลูบคลำได้ เรายังมิเห็นว่าจะเขินอายเจ้าเลยแม้แต่เพียงนิด แต่ของเจ้ากลับหวงมิอยากจะให้พวกเราดูเช่นนั้นหรือ อาฉีไม่รักพวกเราแล้ว” อ๋องน้อยเฉินลู่แสร้งเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเศร้า“จริงด้วยอาลู่ อาฉีไม่รักพวกเราแล้ว” องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงตรัสขึ้นน้ำเสียงเศร้าสร้อ

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   ผู้อื่นมีสิทธิ์โกรธองค์ฮ่องเต้ด้วยเช่นนั้นรึ?

    ชางฉีเดินตามหลังอ๋องน้อยเฉินลู่ไปด้วยใจที่เหม่อลอย ดูเอาเถอะเดินทางมาถึงวันแรกนางก็เจอคนใจร้ายใช้คำพูดทำร้ายจิตใจเข้าเสียแล้ว'อีกทั้งเขายังบอกว่าจะเข้าเรียนที่สถานศึกษาของพี่เฉียนด้วยเช่นนั้นหรือ?' ชางฉีขบคิดขึ้นมาในใจพร้อมทั้งสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆหวังเรียกความเข้มแข็งและความเชื่อมั่นของตนกลับคื

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   ติดหนี้บุญคุณ2

    "ข้าควรจะถามเจ้ามากกว่าว่าเจ้าอ่านภาษาฮั่นไม่ออกหรือนี่เป็นห้องทดลองเสื้อสำหรับบุรุษ มิใช่ของสตรีเสียหน่อยแล้วเจ้าเข้ามาได้อย่างไรกัน?" ฮ่องเต้จูอี้เหลียงถามกลับ"ข้า ข้า" ชางฉีเอ่ยออกมาน้ำเสียงขาดๆหายๆ นางยอมรับว่ามีภาษาฮั่นบางคำที่นางอ่านไม่ออกจริงๆ เนื่องด้วยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมานางชอบแอบหนี

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   พบเจอ

    เสี่ยวจูเดินตามหลังคุณหนูของตนมาติดๆ จนกระทั่งชางฉีแอบลอบใช้วิชาตัวเบาโผทะยานขึ้นสู่ปลายยอดไม้เพื่ออาบแดด ด้วยไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาผู้ใดอีก เสี่ยวจูก็พลันตกตะลึงอ้าปากค้างขึ้นมาในทันที"คุณหนูเจ้าคะ!!" เสี่ยวจูร้องขึ้นด้วยความตกใจมือเล็กทั้งสองข้างถูกยกขึ้นมาปิดปากเอาไว้ด้วยคาดไม่ถึง"เสี่ยวจู

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   เดินทาง

    วันที่แปด เดือนสิบเอ็ด ช่วงคิมหันตฤดู รถม้าคันงามที่บังคับด้วยสารถีร่างโตถึงสองคนด้วยกันกำลังวิ่งเหยาะย่างมาตามทางรถม้าด้วยความสง่าผ่าเผยดอกเหมยสีชมพูสดปลิวร่วงหล่นลงมาจากต้นต้องกระทบหลังคารถม้าอยู่เป็นระยะ ราวกับกำลังเปิดทางต้อนรับโฉมสะคราญอยู่อย่างใจจดใจจ่อ"คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู" เสียงร้อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status