แชร์

บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P
บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P
ผู้แต่ง: อ้ายเฟย

เดินทาง

ผู้เขียน: อ้ายเฟย
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-10 00:32:32

วันที่แปด  เดือนสิบเอ็ด  ช่วงคิมหันตฤดู  รถม้าคันงามที่บังคับด้วยสารถีร่างโตถึงสองคนด้วยกันกำลังวิ่งเหยาะย่างมาตามทางรถม้าด้วยความสง่าผ่าเผย

ดอกเหมยสีชมพูสดปลิวร่วงหล่นลงมาจากต้นต้องกระทบหลังคา

รถม้าอยู่เป็นระยะ  ราวกับกำลังเปิดทางต้อนรับโฉมสะคราญอยู่อย่าง

ใจจดใจจ่อ

"คุณหนูเจ้าคะ  คุณหนู"  เสียงร้องเรียกแผ่วเบาที่ดังขึ้นอยู่ข้างริมใบหูเล็ก  ทำให้ชางฉีดรุณีน้อยรูปงามบุตรีขุนนางขั้นหนึ่งท่านอัครมหาเสนาบดีชางหม่าเวินแห่งลั่วหลางต้องค่อยๆปรือเปลือกตาจากการหลับใหลตื่นขึ้นมาโดยทันที

"มีอันใดกันหรือเสี่ยวจู?" 

ร่างเล็กเอ่ยถามพร้อมทั้งกระชับเสื้อคลุมที่ปักลายวิหคชมบุปผาของตนให้แน่นขึ้นมาอีก

"ตอนนี้เป็นเวลารุ่งเช้าแล้วอากาศดียิ่งนัก  บ่าวเลยปลุกคุณหนูให้ตื่นขึ้นมาสูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าเจ้าค่ะ"   

เสี่ยวจูบ่าวสาวคนสนิทข้างกายของชางฉีบุตรีรูปงามเพียง

หนึ่งเดียวของท่านอัครมหาเสนาบดีชางหม่าเวินเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสดใส 

ทำเอาผู้เป็นนายถึงกับเปิดผ้าม่านรถม้าออกมาดูบรรยากาศภายนอกเช่นเดียวกัน

"ติงเกอ  เหอจิ้ง จอดรถม้าด้วย  ข้าอยากจะลงไปอาบแดด

รับความอบอุ่นจากแสงตะวันยามเช้าก่อน  แล้วเราค่อยเดินทางไปหา

ท่านราชครูเหวินเฉียนได้หรือไม่?" 

ชางฉีกล่าวกับสารถีของตนน้ำเสียงนุ่ม

"ขออภัยด้วยขอรับคุณหนู  ท่านอัครมหาเสนาบดีสั่งความเอาไว้ว่าห้ามจอดรถม้าในพื้นที่สุ่มเสี่ยงอันก่อให้เกิดอันตรายได้นะขอรับ" 

ติงเกอตอบกลับมาน้ำเสียงเคร่งขรึม

"อ้อ  เช่นนั้นเองหรอกหรือ  แล้วพอจะมีที่ใด  ที่ข้าสามารถลงไปเดินเล่นผ่อนคลายความเมื่อยล้าจากการเดินทางครั้งนี้ได้บ้างเล่า?"

ชางฉีเอ่ยถามด้วยความอ่อนโยน  ถึงแม้ว่านางจะมีชาติตระกูลที่สูงส่งแต่นางก็ไม่เคยถือตัวและวางท่าทางยิ่งใหญ่คับฟ้าแต่ประการใด 

อีกทั้งนางยังเป็นคนจิตใจดีงามเหมาะสมกับความงดงามของรูปร่างหน้าตาตนเองอีกด้วย

                                            

"เรียนคุณหนูผ่านไปอีกราวสิบลี้ก็จะถึงจุดพักรถม้าแล้วขอรับ  บริเวณนั้นถึงจะมีคนพลุกพล่านนัก  แต่ใกล้กันกับจุดพักรถม้า

จะมีสวนดอกไม้ตั้งอยู่ไม่ห่างไกลกันมากเท่าใดนัก  คุณหนูสามารถลงไปเดินเล่นได้นานราวหนึ่งเค่อขอรับ"  เหอจิ้งตอบขึ้นอย่างฉะฉาน

"ขอบใจพวกเจ้ามากนะ" 

ชางฉีเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งระบายรอยยิ้มน้อยๆออกมาทางสีหน้า 

ทำเอาเสี่ยวจูถึงกับนิ่งอึ้งตะลึงงันตัวแข็งค้างไปชั่วขณะ

"เสี่ยวจู  เสี่ยวจู  เจ้าเป็นอันใดไปหรือ?" 

ชางฉีเอ่ยถามขึ้นพร้อมทั้งโบกมือไปมาข้างหน้าเสี่ยวจูเบาๆ

"คุณหนูเจ้าคะ  คุณหนูช่างงดงามนัก  หากบ่าวมิได้คอยติดตาม

รับใช้ใกล้ชิดคุณหนูมาตั้งแต่บ่าวยังเล็ก  บ่าวคงอดที่จะใจสั่นหวั่นไหวจนอกแตกตายมิได้เลยนะเจ้าคะกับความงดงามของคุณหนู" 

เสี่ยวจูเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเหม่อลอยก่อนจะดึงสติกลับคืนมาหาตนเองได้

"เจ้าก็ช่างกล่าวหนักเกินไปแล้ว  หญิงงามเมืองหลวงแคว้นซ่งมีมากมายนัก  ชาวเมืองลั่วหลางอย่างเราคงจะเทียบอันใดกับพวกนางมิติดหรอกกระมัง"  ชางฉีเอ่ยขึ้นยิ้มๆพร้อมทั้งส่ายศีรษะไปมาเบาๆ

"บ่าวพูดจริงๆนะเจ้าคะ"  เสี่ยวจูยังคงยืนยันน้ำเสียงหนักแน่น

เป็นจังหวะเดียวกันกับที่รถม้าได้หยุดลงเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าได้เดินทางมาถึงยังจุดพักรถม้าแล้ว

ชางฉีค่อยๆแง้มผ้าม่านเปิดออกมาดูบรรยากาศภายนอกด้วยความตื่นตาตื่นใจ 

                                         

แทบจะนับครั้งได้เลยกระมังที่นางได้รับอนุญาตให้เดินทางออกนอกจวนของท่านอัครมหาเสนาบดีชางหม่าเวินได้ 

และเหตุผลในการที่บิดาจำต้องกัดฟันหลั่งเลือดส่งนางออกนอกเมืองลั่วหลางคือ  ต้องการให้นางมาศึกษาหาความรู้กับท่านราชครู

เหวินเฉียนบุตรชายสหายสนิทของบิดาเพื่อเป็นการเพิ่มพูนความรู้และช่วยต่อดวงชะตาให้กับนางนั่นเอง

ย้อนไปเมื่อสองเดือนก่อนในวันที่ชางฉีอายุครบสิบห้าปีบริบูรณ์  จวนของท่านอัครมหาเสนาบดีชางหม่าเวินได้เกิดปรากฏการณ์

ฝนดาวตกครั้งใหญ่ขึ้น  ทั่วทั้งจวนได้มีม่านหมอกสีทองมาปกคลุมเอาไว้เป็นระยะเวลาถึงหนึ่งชั่วยามเต็ม  หลังจากนั้นท้องฟ้าจึงนิ่งสงบลงได้ดังเดิม  และพระจันทร์บนท้องฟ้าจึงสามารถกลับมาทอแสงเย็นนวลตาได้ดังเก่า      

เหตุการณ์ครานั้นสะเทือนไปถึงพระราชวังหลวงของแคว้นหลง 

อีกทั้งเหตุยังเกิดขึ้นที่เมืองลั่วหลางซึ่งเมืองหลวงของแคว้นหลงอีกด้วย 

จึงทำให้ท่านอัครมหาเสนาบดีชางหม่าเวินถึงกับกินไม่ได้นอนไม่หลับ

วันรุ่งขึ้นจึงได้ให้คนไปเชิญนักพรตผู้เก่งกล้าสามารถจากนอก

เมืองหลวงให้เข้ามายังจวนของตนโดยเร่งด่วน  

นักพรตผู้นั้นได้ทำนายดวงชะตาของผู้ที่เกี่ยวข้องโดยละเอียดพร้อมทั้งบอกถึงวิธีแก้ไขเอาไว้อย่างเสร็จสรรพ

หลังจากส่งท่านนักพรตกลับไปแล้ว  บิดาจึงได้เรียกพบนางเป็นการด่วนเพื่อชี้แจงให้นางได้รับทราบถึงคำทำนายนั้น  และขอให้นางช่วยเหลือครอบครัวโดยการปฏิบัติตามคำสั่งของบิดาอย่างเคร่งครัด นางจึง

ต้องออกเดินทางมาที่แคว้นซ่งโดยไม่มีทางเลี่ยง

"เราไปกันเถิดเจ้าค่ะคุณหนู" 

เสี่ยวจูเอ่ยขึ้นและรีบลงจากรถม้าไปยืนต้อนรับคุณหนูของนางด้านข้างรถม้า

ชางฉีค่อยๆก้าวขาเดินลงจากรถม้าไปด้วยท่วงท่าสง่างามยิ่ง

ผู้คนโดยรอบบริเวณนั้นต่างพากันหยุดนิ่งราวกับถูกแช่แข็ง

บ้างก็เผลอทำของหลุดจากมือ  บ้างก็เข่าอ่อนแรงจนทรุดลงไปกับพื้น

บ้างก็ตื่นตะลึงตาค้างอ้าปากหวอเสียจนแมลงวันบินเข้าไปวางไข่ได้จนเต็มท้อง  บางคนก็ถึงกับยกมือขึ้นมากอบกุมทรวงอกข้างซ้ายบริเวณตำแหน่งหัวใจเอาไว้แน่น  และพยายามอ้าปากสูดลมหายใจเข้าปอดไปด้วยอาการติดขัด

ชางฉีเห็นดังนั้นจึงรีบเดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่งด้วยความรวดเร็ว 

'ผู้คนแคว้นซ่งช่างแปลกประหลาดกันนัก  ทำราวกับมิเคยพบเจอคนต่างถิ่นมาก่อน!?' 

ชางฉีคิดขึ้นพลางทอดสายตาลงมองการแต่งกายของตนแล้วก็ต้องเผลอคิดหนักขึ้นมาในทันใด

หรือว่าก่อนจะเดินทางไปหาพี่เฉียนที่จวนท่านราชครู  นางควรแวะร้านขายเสื้อผ้าแล้วเลือกซื้อเครื่องแต่งกายใหม่ด้วยชุดของคนเมืองนี้กันดีนะ?

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P    (ตอนพิเศษ) NC ภรรยารักจอมยั่วยวน

    ชางฉีใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันกับทั้งสองสามีอย่างมีความสุข นางเดินทางไปมาหาสู่กันกับเหวินเฉียนอย่างไม่ขาดสาย สัมพันธภาพระหว่างผู้ที่นับถือกันดุจพี่น้องแน่นแฟ้นดังเก่าสามีทั้งสองเองต่างก็มอบความรักและปรนนิบัตินางอย่างถึงใจในแต่ละค่ำคืนอย่างไม่ขาดตกบกพร่องจวบจนกระทั่งวันเปิดภาคเรียนแรกของสถานศึกษาที่เหวินเฉียนทำการก่อสร้างได้เวียนมาถึงชางฉีตื่นนอนขึ้นมาตั้งแต่เช้าตรู่ นางรีบอาบน้ำแต่งตัวตั้งแต่เช้า อีกทั้งยังช่วยสามีทั้งสองคนอาบน้ำแต่งตัวจนเสร็จเรียบร้อย ทั้งสามคนจึงร่วมกินอาหารเช้าร่วมกัน ก่อนจะเดินทางด้วยรถม้าคันเดียวกันมุ่งหน้าไปยังสถานศึกษาของเหวินเฉียนต่อในขณะที่กำลังนั่งรถม้าเดินทางไปยังสถานศึกษาอยู่นั้น ชางฉีก็เริ่มล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อของตนพร้อมทั้งพยายามเปิดคอเสื้อขึ้นแสร้งทำเป็นมองหาอะไรอยู่ในนั้นไปมาอยู่สักพัก ทำเอาสามีทั้งสองคนของนางถึงกับเริ่มพากันขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย“เจ้าเป็นอันใดไปเช่นนั้นหรืออาฉี?” อ๋องน้อยเฉินลู่เอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง ทางด้านองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเองก็จับมือเล็กของชางฉีเอาไว้มั่น และเริ่มแหวกคอเสื้อของชางฉีออกกว้างจนเผยให้เห็นถึ

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   ตอนจบ // NC คืนเข้าหอกันอีกครั้ง ณ ดินแดนแค้วนซ่ง 2

    “การปรนนิบัติสามีมีมากมายหลากหลายรูปแบบและวิธีการนัก” ‘องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงทรงตรัสขึ้นมาสั้นๆ มิขยายความเช่นนี้แล้วจะให้นางเข้าใจในสิ่งที่ตนต้องให้การปรนนิบัติอย่างไรบ้างเช่นนั้นหรือ?’ชางฉีขบคิดขึ้นมาในใจ มิรอให้ชางฉีได้นึกถึงการปรนนิบัติสามีได้นานนัก อ๋องน้อยเฉินลู่ได้อุ้มเอาชางฉีขึ้นมาบนเตียงและกระซิบข้างริมใบหูเล็กแผ่วเบาว่า “อาฉีช่วยปรนนิบัติอาเหลียงเหมือนตอนที่พวกเราอยู่บนรถม้ากันด้วยเถอะนะ”ทำให้ชางฉีจำต้องโน้มใบหน้างดงามหวานซึ้งลงไปอ้าปากเข้าครอบครองแก่นกายขนาดใหญ่ขององค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเอาไว้ในอุ้งปากเล็กของนางโดยทันทีเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ช่องทางรักของนางโดนปลายลิ้นร้อนของอ๋องน้อยเฉินลู่ส่งเข้ามาทักทายและโดนเล้าโลมเลียอยู่อย่างนั้นจนน้ำหวานของนางไหลซึมออกมาไม่หยุด“ขย่มข้าลงมาแรงๆเลยอาฉี”องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเอ่ยขึ้นน้ำเสียงสั่น พระองค์เฝ้ารอวันนี้มานานนัก วันที่จะถูกภรรยารักปรนนิบัติพระองค์เช่นนี้ชางฉีได้ยินดังนั้นจึงหันหน้ามามองดูอ๋องน้อยเฉินลู่ด้วยแววตายั่วยวนก่อนจะจับแก่นกายขององค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงมาจ่อเข้าที่ช่องทางรักของตนและเลื่อนตัวลงครอบครองเจ้าสิ

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   ตอนจบ // NC คืนเข้าหอกันอีกครั้ง ณ ดินแดนแค้วนซ่ง 1

    อรุณรุ่งของเช้าวันใหม่ได้มาเยือนอีกครั้ง ขบวนรถม้าได้พากันเดินทางมาถึงยังแคว้นซ่งแล้ว โดยจุดหมายปลายทางของขบวนรถม้าครานี้คือพากันมุ่งหน้ามาที่จวนของเหวินเฉียนก่อนนั่นเองทางด้านเหวินเฉียนเองก็เหมือนจะรับรู้ได้ว่าพวกเขาได้พากันเดินทางมาถึงแคว้นซ่งในวันนี้แล้ว จึงได้เตรียมการต้อนรับพวกเขาเอาไว้อย่างสมเกียรติพร้อมทั้งยังมอบของขวัญอันล้ำค่าและคำอวยพรมากมายให้กับพวกเขาด้วยทั้งสามสามีภรรยาต่างอยู่พูดคุยกันกับเหวินเฉียนมาได้สักพักใหญ่ ทางด้านแม่นมอี้หลัน และคนในขบวนเดินทางต่างได้รับพระบรมราชานุญาตให้แยกย้ายกันไปพักผ่อนได้ตามอัธยาศัยส่วนเสี่ยวจูได้รับมอบหมายให้ไปเก็บข้าวของต่างๆ ของตน และชางฉีออกมาจากเรือนน้อยจวี๋ฮวาให้หมด เพื่อที่จะได้พากันเดินทางไปยังเรือนหอที่ทางองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงจัดให้คนมาจัดตกแต่งเอาไว้รอคอยการกลับมาของพวกเขาทั้งสามคนเอาไว้อย่างงดงาม ใหญ่โตและโอ่โถงยิ่งแล้วหลังจากนั่งสนทนา จิบชาและพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันไปได้สักพักแล้ว ขบวนรถม้าคันใหม่จากทางพระราชวังก็ได้มาจอดเทียบท่ายังหน้าจวนของเหวินเฉียน ทั้งสามคนจึงพากันกล่าวคำร่ำลาและขอตัวกลับไปพักผ่อนยังเรื

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   NC บทรักบนรถม้า 2

    ชางฉีได้ยินดังนั้นแล้วจึงช้อนสายตาขึ้นไปมององค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงราวกับจะขอความคิดเห็นไปในตัว นางหวังว่าเขาจะส่ายศีรษะปฏิเสธอ๋องน้อยเฉินลู่ไปเพื่อที่นางจะได้ไม่ต้องทำอันใดบัดสีบนรถม้านี่ ท่านอ๋องน้อยเฉินลู่มิคิดบ้างหรอกหรือว่าหากคนบังคับรถม้าได้ยินเสียงร้องครวญครางของพวกเขาและนางเข้า แล้วนางจะเอาหน้าไปไว้ ณ ที่ใดกันแต่องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงกลับพยักหน้าลงน้อยๆ เป็นเชิงอนุญาตให้นาง และท่านอ๋องสามารถร่วมรักกันบนรถม้านี้ได้ตามอำเภอใจ ก่อนที่พระองค์จะทรงเปิดผ้าม่านรถม้าออกไปพูดกับคนบังคับรถม้าทั้งสองคนว่า “พวกเจ้าเป็นคนหูหนวกตาบอดใช่หรือไม่ พวกเจ้าจะมิสามารถรับรู้ถึงเหตุการณ์ใด และเสียงใดในรถม้าคันนี้ใช่หรือไม่?” องค์ฮ่องเต้จู้อี้เหลียงเอ่ยขึ้นน้ำเสียงวางอำนาจ และดุดันเหี้ยมเกรียมเป็นอย่างยิ่ง“กระหม่อมล้วนแต่หูหนวกและเป็นใบ้พ่ะย่ะค่ะ” สารถีทั้งสองคนเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสั่นงันงกอย่างพร้อมเพรียงกัน“เช่นนั้นก็ดี หากเรื่องราวครั้งนี้ถูกแพร่ออกไปล่ะก็ข้าจะสั่งประหารชีวิตพวกเจ้าจนเก้าชั่วโคตรเลยทีเดียวเข้าใจหรือไม่?” องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงกล่าวย้ำขึ้นมาอีกครั้ง“รับด้วยเกล้าพะย

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   NC บทรักบนรถม้า 1

    เมื่อเช้าวันที่แปดหลังการเข้าหอมาเยือน ชางฉีตื่นนอนตั้งแต่เมื่อยามเช้าตรู่ นางเข้าไปพูดคุยกับบิดาที่จวนหลักหลังใหญ่มาได้นานราวหนึ่งชั่วยามแล้ว พร้อมทั้งบรรดาพี่ชายอีกสามคนก็กำลังนั่งพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกับนางด้วยเช่นกัน แต่ละคนต่างก็ให้คำอวยพรให้นางมีความสุขในการใช้ชีวิตคู่ มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมือง ท่านอัครมหาเสนาบดีชางหม่าเวินเองก็ได้ให้คำอบรมสั่งสอนชางฉีถึงการใช้ชีวิตคู่ และการดูแลปรนนิบัติเอาใจสามีให้ชางฉีได้รับฟังเช่นเดียวกันก่อนเหล่าบรรดาพี่ชายของชางฉีจะพากันร่ำลาขอกลับจวนของตนไปก่อนแต่ชางฉีกลับยังคิดมิตกในเรื่องของลูกที่อาจจะกำลังมาเกิดในเร็ววันนี้นัก เนื่องด้วยนางมีสามีพร้อมกันทีเดียวถึงสองคนแล้วลูกที่เกิดมาจะรู้สึกมีปมด้อยอันใดหรือไม่นะ เห็นทีว่านางคงต้องได้ตั้งคำถามนี้กับองค์ฮ่องเต้ และท่านอ๋องดูเสียแล้วกระมังหลังจากนั้นมินานนัก อ๋องน้อยเฉินลู่และองค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงจึงได้เข้ามาร่ำลาท่านอัครมหาเสนบดีชางหม่าเวินก่อนจะพากันเดินทางกลับแคว้นซ่งไปขบวนการเดินทางเริ่มออกเดินทางกันในช่วงเช้ายามเฉิน (เวลา 08.00น.) ชางฉีนั่งรถม้ามาด้วยท่าทีที่นิ่งขรึมจนผิด

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   NC พวกท่านพี่หน้าไม่อาย 2

    “ตัวข้าพอจะมีวิชาความรู้ด้านการรักษาบาดแผลมาอยู่บ้าง มิสู้อาฉีลองให้ข้าตรวจดูลักษณะบาดแผลให้บ้างเล่า เพื่อที่ข้าจะได้ให้การรักษาได้” อ๋องน้อยเฉินลู่พูดขึ้นน้ำเสียงจริงจังเคร่งขรึม แต่หากชางฉีสังเกตให้ดีจะพบว่าใบหน้าของผู้พูดนั้นแดงจัดซับสีมากเพียงใด‘มิมีวิธีใดในการขอดูช่องทางรักและช่อบุปผางามของภรรยารักได้ดีเท่ากับวิธีนี้อีกแล้ว’ อ๋องน้อยเฉินลู่นึกขึ้นมาในใจ“ใช่แล้วอาฉี เจ้าเจ็บมากหรือไม่ ให้พวกเราช่วยดูบาดแผลของเจ้าทีเถอะ เผื่อมีอันใดที่พวกเราสามารถช่วยเจ้าได้ พวกเรายินดีขอยอมมอบกายถวายชีวิตให้การช่วยเหลือเจ้าอย่างเต็มที่เลยที่เดียวเชียวล่ะ” องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงเอ่ยขึ้นเป็นปี่เป็นขลุ่ย“พวกท่านพี่พากันหน้าไม่อายกันหนักมากแล้วนะ รู้ตัวบ้างหรือไม่เจ้าคะ?” ชางฉีพูดขึ้นอย่างเหลืออด“ทีของพวกเรา อาฉียังจับดูได้ ลูบคลำได้ เรายังมิเห็นว่าจะเขินอายเจ้าเลยแม้แต่เพียงนิด แต่ของเจ้ากลับหวงมิอยากจะให้พวกเราดูเช่นนั้นหรือ อาฉีไม่รักพวกเราแล้ว” อ๋องน้อยเฉินลู่แสร้งเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเศร้า“จริงด้วยอาลู่ อาฉีไม่รักพวกเราแล้ว” องค์ฮ่องเต้จูอี้เหลียงตรัสขึ้นน้ำเสียงเศร้าสร้อ

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   ผู้อื่นมีสิทธิ์โกรธองค์ฮ่องเต้ด้วยเช่นนั้นรึ?

    ชางฉีเดินตามหลังอ๋องน้อยเฉินลู่ไปด้วยใจที่เหม่อลอย ดูเอาเถอะเดินทางมาถึงวันแรกนางก็เจอคนใจร้ายใช้คำพูดทำร้ายจิตใจเข้าเสียแล้ว'อีกทั้งเขายังบอกว่าจะเข้าเรียนที่สถานศึกษาของพี่เฉียนด้วยเช่นนั้นหรือ?' ชางฉีขบคิดขึ้นมาในใจพร้อมทั้งสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆหวังเรียกความเข้มแข็งและความเชื่อมั่นของตนกลับคื

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   ชางฉีน้อยโดนรังแก

    เหวินเฉียนเห็นดังนั้นจึงคว้าอุ้มเอาร่างเล็กขึ้นมาแนบอกเดินมุ่งหน้านำชางฉีไปวางไว้บนตั่งกุ้ยเฟยในมุมหนึ่งของห้องโดยทันที"อาฉี อาฉีตื่นขึ้นมาเถิด พี่เฉียนอยู่ตรงนี้แล้ว" เหวินเฉียนพูดพลางเขย่าตัวของชางฉีไปมาเบาๆ'ตีข้าให้ตาย ข้าก็จะไม่ยอมลืมตาตื่นขึ้นมาเป็นอันขาด' ชางฉีคิดขึ้นมาในใจ ก็ในเมื่อน

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   แสร้งเป็นลม

    เหวินเฉียนเดินมาที่ห้องรับรองด้านหน้าราวกับเหาะได้ เขาหยุดชะงักนิ่งอยู่หน้าประตูทางเข้าราวกับคนวิญญาณแทบหลุดออกมาจากร่างดรุณีน้อยรูปงามราวสรวงสวรรค์สร้าง คืออาฉีน้องรักของเขาเมื่อหลายปีก่อนจริงๆหรือ? 'เจ้ามันงดงามเกินกว่านางเซียนไปแล้วนะอาฉี!' เหวินเฉียนนึกขึ้นมาในใจพร้อมทั้งก้าวขาเดินเข้าไปข

  • บุปผาเขย่าบัลลังก์มังกร 3P   แขกผู้มาเยือน

    ณ จวนท่านราชครูเหวินเฉียนบุรุษรูปร่างสูงโปร่ง ท่างท่าสง่างามยิ่งกำลังนั่งจิบชาดอกเหมยอยู่ด้วยอาการนิ่งสงบ เขานั่งนับนิ้วมือไปมาอยู่สักพัก จึงเอ่ยขึ้นมาว่า"อาฟุ เจ้าช่วยจัดเตรียมของว่างขนมหวานและชาขาวผสมน้ำผึ้งไว้สำหรับต้อนรับแขกสามคนของข้าที่กำลังจะมาเยือนในตอนนี้ด้วยนะ""ขอรับคุณชาย" อาฟุพ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status