Accueil / รักโบราณ / บุปผาแห่งสายลมเหนือ / บทที่ 8 สัญญาใต้เงาจันทร์

Partager

บทที่ 8 สัญญาใต้เงาจันทร์

last update Date de publication: 2025-06-28 17:15:20

หลังจากวันนั้น เฟิงซือเฟิงและหลี่จิ่งหยวนได้มีโอกาสพูดคุยกันมากขึ้น ทั้งสองแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าและการเมืองในแถบชายแดนอย่างเปิดอก เฟิงซือเฟิงได้เรียนรู้ว่าหลี่จิ่งหยวนนั้นมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการปกครองและยุทธศาสตร์อย่างลึกซึ้งเกินกว่าที่นางคาดคิด ส่วนหลี่จิ่งหยวนก็ทึ่งในความเฉียบแหลมทางการค้าและความเข้าใจในกลไกตลาดของเฟิงซือเฟิง

"ข้าไม่เคยคิดว่าบุตรีของแม่ทัพจะมีความรู้เรื่องการค้าได้แตกฉานถึงเพียงนี้"

หลี่จิ่งหยวนเอ่ยชมอย่างจริงใจ ในค่ำคืนหนึ่งที่ทั้งสองนัดพบกันที่ศาลาริมสระบัวในสวนของหอการค้า แสงจันทร์นวลสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับ

เฟิงซือเฟิงยิ้มบางๆ

"ข้าเติบโตมากับเรื่องราวเหล่านี้จากมารดา และเห็นว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการอยู่รอดในโลกที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยอำนาจและผลประโยชน์"

นางหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ

"แล้วท่านเล่า เหตุใดคนจากเป่ยเหลียงจึงต้องมาเสี่ยงอันตรายสืบเรื่องคอร์รัปชันในต้าถังด้วยตัวเอง หรือว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อเป่ยเหลียงมากกว่าที่เราคิด?"

หลี่จิ่งหยวนถอนหายใจแผ่วเบา

 "การทุจริตของขุนนางต้าถังบางกลุ่มทำให้การค้าชายแดนปั่นป่วน สินค้าจากเป่ยเหลียงถูกกดราคาและกีดกันอย่างไม่เป็นธรรม ทั้งยังมีการลักลอบขนอาวุธเถื่อนเข้าไปในดินแดนของเรา สร้างความไม่สงบตามแนวชายแดน เรื่องเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของเป่ยเหลียงโดยตรง"

แววตาของเขาฉายประกายมุ่งมั่น

"ข้าไม่อาจนิ่งดูดายได้"

"เป้าหมายของท่าน...ดูจะยิ่งใหญ่กว่าแค่การเปิดโปงการคอร์รัปชันนะ" เฟิงซือเฟิงสังเกต

หลี่จิ่งหยวนมองหน้านาง ดวงตาของเขาลุ่มลึกดุจห้วงมหาสมุทรยามค่ำคืน

"ข้าต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่ในเป่ยเหลียง แต่รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างรัฐของเราด้วย"

คำพูดของเขาทำให้เฟิงซือเฟิงรู้สึกได้ถึงความทะเยอทะยานอันยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีเยือกเย็นนั้น

"ข้าเข้าใจแล้ว" นางพยักหน้า

"และข้าก็เห็นด้วยว่าการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งจำเป็น"

"ถ้าเช่นนั้น" หลี่จิ่งหยวนมองสบตานางอย่างจริงจัง

"ข้อเสนอเรื่องการร่วมมือกันของท่าน ข้าตกลง"

เฟิงซือเฟิงยิ้มออกมาอย่างยินดี

"ข้าดีใจที่ท่านเห็นด้วย"

"แต่มีเงื่อนไข" หลี่จิ่งหยวนกล่าวต่อ

"การร่วมมือของเราจะต้องเป็นความลับขั้นสูงสุด จะต้องไม่มีใครล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์นี้ โดยเฉพาะคนในราชสำนักของทั้งสองฝ่าย"

"ข้าเข้าใจ"

เฟิงซือเฟิงรับคำ

"เรื่องนี้ย่อมต้องระมัดระวังเป็นพิเศษอยู่แล้ว"

"และอีกอย่าง"

หลี่จิ่งหยวนเสริม

"แม้เราจะร่วมมือกัน แต่ข้าหวังว่าท่านจะเข้าใจว่าเป้าหมายสูงสุดของข้าคือผลประโยชน์ของเป่ยเหลียง หากวันใดวันหนึ่งผลประโยชน์ของเราขัดแย้งกัน..."

"ข้าก็เข้าใจเช่นกันว่าท่านย่อมต้องเลือกเป่ยเหลียง"

เฟิงซือเฟิงพูดต่อให้จบประโยค

"และข้าก็เช่นกัน หากถึงจุดนั้น ข้าก็ย่อมต้องเลือกต้าถังและสกุลเฟิง"

ทั้งสองสบตากันอย่างเข้าใจ ไม่มีคำพูดใดๆ อีก แต่กลับมีความรู้สึกหนักแน่นของสัจจะและข้อตกลงที่มองไม่เห็นผูกพันคนทั้งคู่ไว้ใต้เงาจันทร์ในค่ำคืนนั้น

"ถ้าเช่นนั้น เพื่อการเริ่มต้นที่ดี ข้ามีข้อมูลบางอย่างที่อาจจะเป็นประโยชน์ต่อท่าน"

เฟิงซือเฟิงเอ่ยขึ้น

"เกี่ยวกับขุนนางคนหนึ่งในเล่าหยางที่ร่ำรวยผิดปกติ และมีพฤติกรรมน่าสงสัยมานานแล้ว เขาชื่อว่า เฉินกุ้ย เป็นนายด่านเก็บภาษี"

หลี่จิ่งหยวนพยักหน้ารับ

"ข้าเคยได้ยินชื่อเขามาบ้าง และกำลังจับตามองอยู่พอดี ข้อมูลของท่านจะช่วยยืนยันความสงสัยของข้าได้มาก"

"ข้ายินดีให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่"

เฟิงซือเฟิงกล่าว

"เครือข่ายการค้าของข้าสามารถช่วยท่านสืบหาข้อมูล หรือแม้กระทั่ง...สร้างสถานการณ์บางอย่างเพื่อเปิดโปงเขาได้"

"ขอบคุณมาก คุณหนูเฟิง"

หลี่จิ่งหยวนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลงกว่าปกติ

"ความช่วยเหลือของท่านมีค่าอย่างยิ่ง"

"เรียกข้าว่าซือเฟิงเถอะ" เฟิงซือเฟิงบอก

"ในเมื่อเราตกลงที่จะร่วมมือกันแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมากพิธีรีตองอีก"

หลี่จิ่งหยวนยิ้มบางๆ

"ถ้าเช่นนั้น ท่านก็เรียกข้าว่าจิ่งหยวนได้เช่นกัน"

เป็นครั้งแรกที่ทั้งสองเรียกชื่อต้นของกันและกัน สร้างความรู้สึกใกล้ชิดและผูกพันที่แปลกใหม่ขึ้นในใจ แม้ว่าหนทางข้างหน้าจะเต็มไปด้วยอันตรายและความไม่แน่นอน แต่การมีสหายร่วมอุดมการณ์ที่เข้าใจและไว้ใจได้ ก็ทำให้พวกเขารู้สึกมีกำลังใจมากขึ้น

ใต้แสงจันทร์นวลกระจ่าง สองหนุ่มสาวจากต่างแคว้น ต่างสถานะ แต่มีเป้าหมายเดียวกัน ได้จับมือกันอย่างลับๆ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ สัญญาที่ไม่ได้เอ่ยเป็นคำพูด แต่หนักแน่นด้วยความมุ่งมั่นและความไว้ใจ ได้ถูกก่อร่างขึ้นในคืนนั้น ณ เมืองเป่ยซุยแห่งนี้เอง...

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • บุปผาแห่งสายลมเหนือ   ตอนพิเศษที่ 10 เปลวไฟในวารี

    ค่ำคืนนั้น หลังจากจัดส่งบุตรธิดาเข้านอนเรียบร้อย ทิ้งความวุ่นวายของวันไว้เบื้องหลัง เฟิงซือเฟิงรู้สึกอ่อนล้าทั้งกายและใจจากงานที่เบียดเสียด และจากความซุกซนของหลี่หยางฉีกับหลี่เหมยลี่ นางปรารถนาแต่ช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายในอ่างอาบน้ำที่อบอวลไปด้วยไอน้ำอุ่นห้องอาบน้ำส่วนพระองค์ของตำหนักมังกรเหมยนั้นกว้างขวางและงดงามเสมือนห้องโถงเล็กๆ แสงเทียนจากโคมไฟกระดาษที่แขวนอยู่รอบห้องส่องแสงนวลตา ขับไล่ความมืดและสร้างบรรยากาศอันอบอุ่น อ่างหินอ่อนขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง น้ำอุ่นที่ผสมสมุนไพรหอมส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว กลีบโบตั๋นสีชมพูอ่อนและดอกเหมยขาวลอยอยู่บนผิวน้ำที่ปล่อยไอเบาๆ ดุจม่านหมอกเฟิงซือเฟิงค่อยๆ ถอดผ้าไหมบางเบาออกทีละชิ้นอย่างเชื่องช้า ผิวพรรณเนียนใสของนางเปล่งประกายใต้แสงเทียน สวยงามราวหยกเนื้อดีที่เพิ่งขัดเกลา นางก้าวลงสู่น้ำอุ่นอย่างแผ่วเบา รู้สึกถึงความอุ่นที่ซึมซาบเข้าสู่ร่างที่เหนื่อยล้า ความสบายแผ่ซ่านไปทั่วกาย นางเอนตัวพิงขอบอ่าง หลับตาลง ดื่มด่ำกับความสงบที่โอบล้อมไม่นานนัก เสียงฝีเท้าคุ้นเคยก็ดังมาในห้อง หลี่จิ่งหยวนในชุดลำลองผ้าไหมสีเข้มเดินเข้ามาเงียบเชียบ ดวงตาคมกริบจับจ้องร

  • บุปผาแห่งสายลมเหนือ   ตอนพิเศษที่ 9 สัญญาใต้ผืนฟ้า

    ในค่ำคืนสุดท้ายก่อนที่ดวงตะวันจะทอแสงแห่งการจากลา เฟิงซือเฟิงและหลี่จิ่งหยวนกลับมายังศาลาริมน้ำอันเป็นที่โปรดปรานของพวกเขา ศาลาแห่งนี้ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในสวนลับของเรือนพัก ที่ซึ่งพวกเขาเคยแบ่งปันทั้งแผนการลับและหัวใจให้แก่กันยามค่ำคืน แสงจันทร์สีเงินนวลสาดส่องลงมายังผิวน้ำในสระบัวที่นิ่งสงบ สร้างประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวนับพันดวงได้หล่นลงมาเต้นระบำอยู่บนผิวน้ำยามราตรี กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกบัวยามค่ำคืนลอยอบอวลมาตามสายลมบางเบา คลอเคล้ากับเสียงหรีดหริ่งเรไรที่ขับขานเป็นบทเพลงแห่งความอาลัยอาวรณ์ทั้งสองยืนเคียงข้างกันบนศาลาไม้ สัมผัสถึงไอเย็นจากผิวน้ำที่พัดขึ้นมาปะทะกาย อ้อมแขนของหลี่จิ่งหยวนโอบรอบเอวบางของเฟิงซือเฟิงอย่างหลวมๆ แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นคงอันหนักแน่น ราวกับจะบอกว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยนางไป สายตาของพวกเขาเงยขึ้นมองไปยังดวงดาวนับล้านดวงที่ส่องแสงระยิบระยับเต็มท้องฟ้ายามค่ำคืนของเล่าหยาง เป็นดวงดาวที่สว่างไสวกว่าทุกค่ำคืนที่ผ่านมา ราวกับเป็นพยานรู้เห็นถึงพันธสัญญาแห่งหัวใจที่กำลังจะเกิดขึ้น"ข้ากลัวเหลือเกินจิ่งหยวน" เฟิงซือเฟิงเอ่ยเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน เสียงของนางสั่นเครือเ

  • บุปผาแห่งสายลมเหนือ   ตอนพิเศษที่ 8 ลมพัดเปลี่ยนใจ

    ยามค่ำคืนที่แสงจันทร์สีเงินนวลสาดส่องลงมายังเรือนพักลับอันเงียบสงัดของเฟิงซือเฟิง แสงนั้นขับไล่ความมืดมิดภายนอกให้เลือนหายไป แต่กลับมิอาจขับไล่เงามืดแห่งความกังวลที่กำลังปกคลุมจิตใจของคนทั้งสอง แผนการปฏิรูปประเทศที่หลี่จิ่งหยวนและเฟิงซือเฟิงร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นนั้น แม้จะเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม นำพาความเจริญรุ่งเรืองมาสู่เมืองเล่าหยางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หากแต่คลื่นใต้น้ำแห่งความไม่พอใจจากเหล่าขุนนางเก่าที่เสียผลประโยชน์ก็เริ่มก่อตัวขึ้น ราชสำนักต้าถังที่เคยนิ่งเฉย บัดนี้เริ่มแสดงความกังวลถึงอิทธิพลของหลี่จิ่งหยวนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงกระซิบกระซาบถึง "อำนาจที่เติบโตเกินกว่าจะควบคุม" และ "ความสัมพันธ์ที่คลุมเครือกับบุตรีแม่ทัพ" เริ่มแพร่สะพัดดุจไฟลามทุ่ง เฟิงซือเฟิงเองก็รู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา ทั้งจากสายตาที่จับจ้อง และความระแวงที่แผ่กระจายไปทั่วในค่ำคืนที่เงียบสงัดนั้น หลังจากที่เฟิงซือเฟิงผล็อยหลับไปบนเตียง หลี่จิ่งหยวนยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ข้างเตียงของนาง ไม่ยอมหลับลง แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้อง เผยให้เห็นใบหน้าที่หมดจดเกลี้ยงเกลาของนางที่ดูสงบยามหลับใหล แพขนต

  • บุปผาแห่งสายลมเหนือ   ตอนพิเศษที่ 7 สัมผัสต้องห้าม

    ค่ำคืนนั้น หลังจากการหลบหนีจากการตามล่าของเหล่ามือสังหารเงาตามตัวมาได้อย่างหวุดหวิด เฟิงซือเฟิงและหลี่จิ่งหยวนก็กลับมายังเรือนพักลับของเขาที่ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของเมืองเล่าหยางที่เงียบสงัดราวกับถูกซ่อนไว้จากโลกภายนอก เสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ยังคงหอบถี่ด้วยความเหนื่อยล้าและหวาดกลัวที่ยังคงเกาะกุมอยู่ในจิตใจ แม้กายจะพ้นจากอันตราย แต่ใจก็ยังคงสั่นระริกราวกับใบไม้ต้องลมยามพายุโหมกระหน่ำ สายฝนภายนอกเริ่มซาลง เหลือเพียงเสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาแผ่วเบา คลอเคล้ากับเสียงฟืนในเตาผิงที่ลุกไหม้อย่างช้าๆ ให้ความอบอุ่นแก่เรือนพักภายในห้องที่สว่างไสวด้วยแสงเทียนสีนวลอ่อนๆ จากตะเกียงทองเหลืองเก่าแก่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง แสงนั้นขับไล่ความมืดมิดและสร้างบรรยากาศอันอบอุ่นละมุนละไม หลี่จิ่งหยวนในชุดที่เปรอะเปื้อนคราบดินโคลนและร่องรอยของการต่อสู้ กำลังบรรจงปฐมพยาบาลบาดแผลเล็กน้อยที่หัวไหล่ของเฟิงซือเฟิงอย่างอ่อนโยน ใบหน้าคมคายของเขาฉายแววเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างเห็นได้ชัด ทุกการเคลื่อนไหวของเขาล้วนแผ่วเบาและพิถีพิถัน ราวกับกลัวว่าการสัมผัสเพียงน้อยนิดจะทำให้นางเจ็บปวดไปมากกว่านี้ เฟิงซือเฟิงอยู่ใ

  • บุปผาแห่งสายลมเหนือ   ตอนพิเศษที่ 6 ใต้เงาเพลิงไฟ

    งานเลี้ยงเฉลิมฉลองความสำเร็จในการฟื้นฟูเมืองเล่าหยางถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ตระการตา ณ โถงกลางของจวนผู้ว่าการเมืองที่เพิ่งได้รับการบูรณะขึ้นใหม่ แสงไฟจากโคมนับพันดวงส่องสว่างเรืองรองขับไล่ความมืดมิดยามค่ำคืน ผ้าแพรไหมเนื้อดีสีแดงสดและสีทองอร่ามประดับประดาไปทั่วทุกซอกมุมของโถง แสดงถึงความมั่งคั่งและปิติยินดี เสียงดนตรีบรรเลงขับขานก้องกังวานไปทั่วงาน เสียงพิณที่ไพเราะราวเสียงน้ำตก เสียงขลุ่ยที่อ่อนหวานราวสายลมพัดต้องกลีบดอกไม้ และเสียงกลองที่เร่งเร้าราวจังหวะหัวใจที่เต้นรัว ผู้คนมากมายทั้งขุนนาง พ่อค้าใหญ่ และผู้มีอิทธิพลจากทั่วสารทิศต่างมารวมตัวกันอย่างคับคั่ง ใบหน้าของทุกคนเปื้อนยิ้มแห่งความสุขและความพึงพอใจ กลิ่นหอมของสุราเลิศรส อาหารเลิศรส และเครื่องหอมนานาชนิดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ สร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและมีชีวิตชีวา แต่ภายใต้ความคึกคักนั้น ยังคงมีกระแสคลื่นใต้น้ำแห่งการเมืองและผลประโยชน์ที่มองไม่เห็นไหลวนอยู่เฟิงซือเฟิงในชุดผ้าไหมสีเข้มเรียบง่าย ซึ่งเป็นชุดที่นางจงใจเลือกเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกตมากเกินไป แต่ก็ยังคงความสง่างามตามธรรมชาติของบุตรีแม่ทัพไว้ได้อย่างครบถ้วน เส้นผมดำขลับ

  • บุปผาแห่งสายลมเหนือ    ตอนพิเศษที่ 5 แววตาใต้ตะเกียง

    ค่ำคืนนั้น หลังจากการวิ่งหนีการตามล่าของเหล่ามือสังหารเงาตามตัวมาได้อย่างหวุดหวิด เฟิงซือเฟิงและหลี่จิ่งหยวนก็กลับมายังเรือนพักลับของเขาที่ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของเมืองเล่าหยางที่เงียบสงัด เสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ยังคงหอบถี่ด้วยความเหนื่อยล้าและหวาดกลัวที่ยังคงเกาะกุมอยู่ในจิตใจ แม้กายจะพ้นจากอันตราย แต่ใจก็ยังคงสั่นระริกราวกับใบไม้ต้องลมยามพายุโหมกระหน่ำ แสงเทียนจากตะเกียงทองเหลืองเก่าแก่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง ส่องสว่างนวลตาขับไล่ความมืดมิดและสร้างบรรยากาศอันอบอุ่นเล็กๆ ให้กับห้องพักที่เรียบง่ายแต่เป็นที่พึ่งพิงในยามนี้หลี่จิ่งหยวนในชุดที่เปรอะเปื้อนคราบดินโคลนและร่องรอยของการต่อสู้ กำลังบรรจงปฐมพยาบาลบาดแผลเล็กน้อยที่แขนของเฟิงซือเฟิงอย่างอ่อนโยน ใบหน้าคมคายของเขาฉายแววเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างเห็นได้ชัด ทุกการเคลื่อนไหวของเขาล้วนแผ่วเบาและพิถีพิถัน ราวกับกลัวว่าการสัมผัสเพียงน้อยนิดจะทำให้นางเจ็บปวดไปมากกว่านี้ เฟิงซือเฟิงในชุดผ้าไหมบางเบาที่บัดนี้เปื้อนคราบเลือดแห้งกรังเล็กน้อย มองดูเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้งใจ แสงเทียนส่องกระทบใบหน้าของเขา เผยให้เห็นรอยเหนื่อยล

  • บุปผาแห่งสายลมเหนือ   บทที่ 65 ความห่วงใยของบิดา

    สายลมหวนพัดพาข่าวสารดุจใบไม้ร่วงหล่นสู่ผืนดินฉันใด ข่าวคราวความสัมพันธ์ของ เฟิงซือเฟิง และ องค์ชายหลี่จิ่งหยวน แห่งเป่ยเหลียงก็แผ่ซ่านไปทั่วจวน แม่ทัพเฟิงอวี่ซาน ดุจไฟลามทุ่งฉันนั้น แสงจันทร์เย็นยะเยียบส่องต้องห้องทำงานอันกว้างใหญ่ คลอเคล้าด้วยบรรยากาศที่หนักอึ้งราวกับมีเมฆดำทะมึนก่อตัวขึ้นเหนือศีร

  • บุปผาแห่งสายลมเหนือ   บทที่ 62 ช่วงเวลาแห่งความสุขที่หอมหวาน

    หลังจากพ้นขีดอันตรายแล้ว อาการของเฟิงซือเฟิงก็ค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ นางฟื้นคืนสติขึ้นมาในอีกสองวันต่อมา สิ่งแรกที่นางรู้สึกไม่ใช่ความเจ็บปวดจากบาดแผล แต่เป็น "ความเย็นเยียบ" ประหลาดที่ยังคงหลงเหลืออยู่ลึกๆ ภายในร่าง เป็นความรู้สึกที่บอกว่าร่างกายยังไม่กลับมาเป็นปกติอย่างแท้จริงเมื่อนางลืมตาขึ้น สิ่

  • บุปผาแห่งสายลมเหนือ   บทที่ 60 คำสารภาพใต้เงื้อมมือมัจจุราช

    "ซือเฟิง!!!"เสียงคำรามของหลี่จิ่งหยวนดังก้องไปทั่วห้องเมื่อเห็นร่างคนรักทรุดฮวบลงไป เขารู้สึกราวกับหัวใจถูกกระชากออกจากอก ความกลัวที่จะสูญเสียนางไปอีกครั้งถาโถมเข้ามาอย่างรุนแรงยิ่งกว่าพายุคลั่ง เขาเคยเกือบจะเสียนางไปแล้วครั้งหนึ่งเพราะพิษร้ายและคมดาบในสนามรบครั้งที่แล้ว และครั้งนี้...เขาจะไม่ยอมใ

  • บุปผาแห่งสายลมเหนือ   บทที่ 59 คมดาบในเงาจันทร์

    ค่ำคืนนั้นที่เมืองเล่าหยาง แสงจันทร์นวลสาดส่องอาบไล้บ้านเรือนและท้องถนนที่เริ่มกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แม้จะเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานเพื่อฟื้นฟูเมือง แต่หัวใจของเฟิงซือเฟิงก็เปี่ยมสุข ด้วยรู้ว่ามีหลี่จิ่งหยวนอยู่เคียงข้างคืนนี้ นางขอตัวกลับมาพักผ่อนที่หอการค้าของสกุลเฟิงเร็วกว่าปกติ หลังจากที่เสี่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status