บุปผาแห่งสายลมเหนือ

บุปผาแห่งสายลมเหนือ

last updateZuletzt aktualisiert : 30.06.2025
Sprache: Thai
goodnovel12goodnovel
10
1 Bewertung. 1 Rezension
109Kapitel
1.7KAufrufe
Lesen
Zur Bibliothek hinzufügen

Teilen:  

Melden
Übersicht
Katalog
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN

บุปผาแห่งสายลมเหนือ เมื่อโชคชะตาเล่นตลก... ดอกไม้งามที่ถูกดูแคลน จะผลิบานท้าพายุเพื่อพิสูจน์รักแท้! ในปลายรัชสมัยต้าถังที่อำนาจเริ่มเจือจาง เฟิงซื่อเฟิง บุตรีแม่ทัพผู้ถูกมองข้าม กลับได้รับภารกิจสำคัญเพื่อพิสูจน์คุณค่าของตน แต่แล้ว.. เธอกลับได้พบกับ หลี่จิ่งหยวน องค์ชายแห่งเป่ยเหลียง ผู้ซ่อนตัวตนและเปี่ยมด้วยความลับ! ทั้งสองต้องร่วมกันต่อสู้กับความชั่วร้ายในราชสำนัก เปิดโปงการทุจริต และก่อร่างสร้างความรักที่งดงามท่ามกลางเปลวไฟแห่งอันตราย ทว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาถูกราชสำนักจับตามอง! ฮ่องเต้มีพระบัญชาให้แยกจากกัน เฟิงซื่อเฟิงถูกกักดุจนกน้อยในกรงทอง ขณะที่หลี่จิ่งหยวนถูกส่งกลับไปราวกับมังกรถูกจองจำ! เมื่อความเข้าใจผิด การทรยศจากคนใกล้ตัว และอำนาจการเมืองถาโถมเข้าใส่ ความรักของพวกเขาจะยังคงอยู่ หรือจะแตกสลายไปตลอดกาล? หลี่จิ่งหยวนจะสามารถทวงคืน "บุปผาแห่งสายลมเหนือ" ของเขาจากวังวนแห่งโชคชะตาได้หรือไม่? ร่วมลุ้นไปกับตำนานรักอันยิ่งใหญ่ ที่จะทำให้คุณอินไปกับทุกอารมณ์! ห้ามพลาด "บุปผาแห่งสายลมเหนือ" ดอกไม้อันงดงามที่ผลิบานท้าทายโชคชะตา!

Mehr anzeigen

Kapitel 1

บทนำ บุปผาแห่งสายลมเหนือ

(เรื่องราว สถานที่ และชื่อตัวละครทั้งหมดในนิยายเรื่องนี้เป็นเหตุการณ์สมมติ ไม่ได้อ้างอิงถึงบุคคลหรือสถานที่จริงแต่อย่างใด)

ปลายรัชสมัยต้าถัง แม้แผ่นดินจะยังคงแผ่แสงแห่งอารยธรรม แต่ความอบอุ่นและอำนาจเริ่มเจือจางลงทุกขณะ เมืองเล่าหยาง ศูนย์กลางการค้าบนเส้นทางสายไหมอันรุ่งเรือง กลับคึกคักสวนกระแสความอ่อนแอของราชสำนัก กลิ่นอายเครื่องเทศหายาก กำยานหอม และเสียงต่อรองราคาของผู้คนหลากชนชาติยังคงดังก้องไปทั่ว

ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น รถม้าคันหนึ่งซึ่งประดับตราสกุลเฟิงอย่างเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความโอ่อ่าค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านประตูเมืองเข้ามา เฟิงซือเฟิง หญิงสาววัยสิบหกปีบริบูรณ์ ก้าวลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าสงบนิ่งมั่นคง ใบหน้ารูปไข่ของนางหมดจดเกลี้ยงเกลา

ผิวพรรณละเอียดผุดผ่องราวกับหยกเนื้อดี แม้มิได้แต่งแต้มสีสันจัดจ้าน แต่ริมฝีปากอิ่มเต็มตามธรรมชาติก็ยังคงมีสีแดงระเรื่อดุจกลีบบัวแรกแย้ม ดวงตาเรียวดุจหงส์ นัยน์ตาสดใสดั่งหยาดน้ำค้าง ภายใต้แพขนตางอนราวปีกผีเสื้อ กวาดมองรอบกายอย่างพิจารณาและสุขุม ผมดำขลับของนางถูกรวบขึ้นเป็นมวยเรียบง่าย ปักปิ่นไม้เนื้อดีสลักลายดอกเหมยเพียงอันเดียว แสดงถึงความงามอันบริสุทธิ์และไม่โอ้อวด

อาภรณ์ที่นางสวมใส่เป็นชุดกระโปรงยาวผ้าไหมเนื้อดีสีฟ้าอ่อนราวกับสีครามจางของท้องฟ้ายามเช้า แม้จะดูเรียบง่ายแต่ตัดเย็บอย่างประณีตเข้ารูป ขับเน้นเรือนร่างอรชรที่เริ่มผลิบานสะพรั่งตามวัย ชายแขนเสื้อและคอเสื้อปักลวดลายเมฆมงคลด้วยเส้นไหมสีเงินอย่างละเอียดอ่อน แต่กลับไร้เครื่องประดับหรูหราใดๆ ที่จะบ่งบอกถึงฐานะอันสูงศักดิ์ของบุตรีแม่ทัพ มีเพียงต่างหูหยกขาวคู่เล็กๆ ประดับอยู่ที่ติ่งหูเท่านั้น ท่าทีสงบเยือกเย็นและความงามอันบริสุทธิ์ของนาง ผิดกับคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ทั่วไปที่มักจะประโคมเครื่องประดับและแต่งกายด้วยสีสันฉูดฉาด ทำให้ผู้ที่พบเห็นอดที่จะเหลียวมองด้วยความสนใจระคนประหลาดใจมิได้

การเดินทางมาเล่าหยางครั้งนี้มิใช่การมาท่องเที่ยวชมเมือง แต่เป็นบททดสอบสำคัญสำหรับเฟิงซือเฟิง บิดาของนาง แม่ทัพใหญ่เฟิงอวี่ซาน ผู้กุมอำนาจทางการทหารทางตอนเหนือ

แม้จะรักและเอ็นดูนางอยู่บ้าง แต่ฐานะบุตรีที่เกิดจากอนุภรรยาซึ่งมีพื้นเพมาจากตระกูลพ่อค้า ย่อมทำให้นางถูกมองข้ามและดูแคลนจากคนในจวน โดยเฉพาะจากฮูหยินใหญ่และเฟิงซือยวี่ พี่สาวต่างมารดาผู้เพียบพร้อม การถูกส่งมาดูแลกิจการค้าของตระกูลที่นี่จึงเป็นทั้งโอกาสและความท้าทาย หากทำสำเร็จ นางจะพิสูจน์ได้ว่าตนมิใช่เพียง "บุปผาไร้ค่า"

แต่หากล้มเหลว ชีวิตในจวนแม่ทัพคงมืดมนยิ่งกว่าเดิม เธอไม่ได้ร่ำเรียนเพียงการเย็บปักถักร้อยหรืองานบ้านงานเรือนอย่างสตรีชั้นสูงทั่วไป หากแต่มีความรู้เรื่องการค้า เส้นทางการขนส่ง และการเจรจาต่อรอง ซึมซับเข้าสู่สายเลือดผ่านทางมารดาผู้ล่วงลับ ยิ่งไปกว่านั้น ภายใต้ท่าทีสงบเยือกเย็น เธอซุกซ่อนความลับคือตำรายุทธศาสตร์การรบและการฝึกฝนการต่อสู้ขั้นพื้นฐานที่แอบศึกษาและฝึกฝนด้วยตนเองอย่างลับๆ เธอรู้ดีว่าในโลกที่อำนาจคือทุกสิ่ง ความอ่อนแอไม่เคยนำมาซึ่งความอยู่รอด

หลายวันผ่านไป เฟิงซือเฟิงเริ่มทำความคุ้นเคยกับกิจการและผู้คนในหอการค้า ความฉลาดเฉลียวและไหวพริบของนางทำให้เหล่าผู้จัดการอาวุโสที่ตอนแรกมองนางด้วยความกังขาเริ่มให้การยอมรับ

ค่ำคืนหนึ่ง หลังจากการตรวจบัญชีและวางแผนการขนส่งสินค้ารอบใหม่เสร็จสิ้น เฟิงซือเฟิงรู้สึกอึดอัดกับบรรยากาศในห้องทำงาน เธอตัดสินใจเปลี่ยนเสื้อผ้า จากอาภรณ์ผ้าไหมเนื้อนุ่มที่สวมใส่ในเวลากลางวัน มาเป็นชุดกางเกงและเสื้อตัวยาวสีน้ำเงินเข้มทึบทำจากผ้าฝ้ายเนื้อหยาบ ซึ่งเป็นแบบที่บุรุษธรรมดาทั่วไปนิยมสวมใส่ เสื้อตัวนอกนั้นหลวมเล็กน้อย ช่วยอำพรางสัดส่วนของสตรีได้เป็นอย่างดี นางรัดเอวด้วยผ้าคาดสีดำสนิท และไม่ลืมที่จะรวบผมยาวสลวยขึ้นซ่อนไว้ใต้หมวกผ้าปีกกว้างสีเดียวกันที่ดึงลงมาต่ำเพื่ออำพรางใบหน้าอันงดงามให้พ้นจากสายตาผู้คน ก่อนจะแอบออกไปเดินสำรวจตลาดกลางคืนพร้อมกับเสี่ยวชุ่ย ซึ่งถูกกำชับให้แต่งกายคล้ายกัน เสี่ยวชุ่ยอยู่ในชุดเสื้อกางเกงผ้าป่านสีเทาหม่น สวมหมวกสานใบเล็กที่พอจะบดบังใบหน้าได้บ้าง ทำให้ทั้งสองดูคล้ายบัณฑิตหนุ่มกับผู้ติดตาม มากกว่าจะเป็นคุณหนูสูงศักดิ์กับสาวใช้

ตลาดกลางคืนของเล่าหยางนั้นมีชีวิตชีวายิ่งกว่ากลางวัน แสงไฟจากโคมนับร้อยส่องสว่างราวกับกลางวัน เสียงดนตรี การแสดงริมทาง และกลิ่นอาหารหอมกรุ่นยั่วน้ำลายลอยอบอวลไปทั่ว

ท่ามกลางความคึกคักนั้น เฟิงซือเฟิงได้พบกับบุรุษผู้หนึ่ง ซึ่งต่อมาจะพลิกผันโชคชะตาของเธอไปตลอดกาล เขายืนโดดเด่นอยู่ท่ามกลางฝูงชน แม้จะพยายามกลมกลืนเพียงใดก็ตาม รูปร่างสูงโปร่งกว่าบุรุษทั่วไปเล็กน้อย บ่งบอกถึงพละกำลังที่ซ่อนเร้นภายใต้อาภรณ์ผ้าป่านหยาบๆ สีเทาเข้มที่สวมใส่ ซึ่งแม้จะดูเหมือนพ่อค้าทั่วไป แต่กลับสะอาดสะอ้านและตัดเย็บอย่างได้สัดส่วน ผิดกับชาวบ้านร้านตลาดที่มักสวมเสื้อผ้าเก่าซอมซ่อ ใบหน้าของเขาคมคาย แม้จะถูกบดบังด้วยเงาของหมวกที่สวมอยู่เล็กน้อย แต่ก็ยังพอมองเห็นสันจมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางเฉียบเม้มสนิท และโครงส่วนคางที่บ่งบอกถึงความดื้อรั้นและเด็ดเดี่ยว

แต่สิ่งที่จับความสนใจของเฟิงซือเฟิงได้มากที่สุดคือแววตาคมกริบคู่นั้น ดุจเหยี่ยวที่พร้อมจะโฉบเหยื่อ มันฉายประกายความเย็นชาและเฉียบแหลมเกินคนธรรมดา มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่บุคคลที่ควรจะต่อกรด้วยโดยง่าย เขาผู้นั้นคือ หลี่จิ่งหยวน องค์ชายแห่งเป่ยเหลียง

รัฐบรรณาการทางทิศเหนือของต้าถัง ผู้เดินทางมาเล่าหยางอย่างลับๆ พร้อมกับองครักษ์ไม่กี่คน เพื่อสืบหาหลักฐานการทุจริตของเหล่าขุนนางต้าถังที่ส่งผลกระทบต่อการค้าและเสถียรภาพของเป่ยเหลียง แผนการปฏิรูปอาณาจักรอันยิ่งใหญ่ซุกซ่อนอยู่ในใจเขา รอวันที่จะทำให้เป่ยเหลียงผงาดขึ้นอย่างแท้จริง

การพบกันโดยบังเอิญในตลาดกลางคืนของเล่าหยาง คือจุดเริ่มต้นของพายุแห่งโชคชะตาที่กำลังจะพัดพาคนทั้งคู่เข้าหากัน โดยที่ต่างฝ่ายต่างยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของอีกคน

Erweitern
Nächstes Kapitel
Herunterladen

Aktuellstes Kapitel

Weitere Kapitel

Rezensionen

หลิน จิ่นชู
หลิน จิ่นชู
เรื่องนี้ โคตรปัง! นางเอกเฟิงซือเฟิงคือตัวแม่สุดๆ ฉลาดเบอร์สิบ เป็นไอดอลให้สาวๆ เลยอ่ะ ส่วนพระเอกหลี่จิ่งหยวนก็หล่อกร้าวใจ สุขุมขั้นเทพ พร้อมเปย์ความรักและปกป้อง! เคมีคู่นี้คือแบบ...ฟินทะลุเพดาน! เรื่องราวไม่ได้มาเล่นๆ นะ มีทั้งการเมือง การค้า ดราม่า และอุปสรรคที่ต้องลุย ต้องสอยกันนะ
2025-06-30 23:17:40
1
0
109 Kapitel
บทนำ บุปผาแห่งสายลมเหนือ
(เรื่องราว สถานที่ และชื่อตัวละครทั้งหมดในนิยายเรื่องนี้เป็นเหตุการณ์สมมติ ไม่ได้อ้างอิงถึงบุคคลหรือสถานที่จริงแต่อย่างใด)ปลายรัชสมัยต้าถัง แม้แผ่นดินจะยังคงแผ่แสงแห่งอารยธรรม แต่ความอบอุ่นและอำนาจเริ่มเจือจางลงทุกขณะ เมืองเล่าหยาง ศูนย์กลางการค้าบนเส้นทางสายไหมอันรุ่งเรือง กลับคึกคักสวนกระแสความอ่อนแอของราชสำนัก กลิ่นอายเครื่องเทศหายาก กำยานหอม และเสียงต่อรองราคาของผู้คนหลากชนชาติยังคงดังก้องไปทั่วท่ามกลางความวุ่นวายนั้น รถม้าคันหนึ่งซึ่งประดับตราสกุลเฟิงอย่างเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความโอ่อ่าค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านประตูเมืองเข้ามา เฟิงซือเฟิง หญิงสาววัยสิบหกปีบริบูรณ์ ก้าวลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าสงบนิ่งมั่นคง ใบหน้ารูปไข่ของนางหมดจดเกลี้ยงเกลาผิวพรรณละเอียดผุดผ่องราวกับหยกเนื้อดี แม้มิได้แต่งแต้มสีสันจัดจ้าน แต่ริมฝีปากอิ่มเต็มตามธรรมชาติก็ยังคงมีสีแดงระเรื่อดุจกลีบบัวแรกแย้ม ดวงตาเรียวดุจหงส์ นัยน์ตาสดใสดั่งหยาดน้ำค้าง ภายใต้แพขนตางอนราวปีกผีเสื้อ กวาดมองรอบกายอย่างพิจารณาและสุขุม ผมดำขลับของนางถูกรวบขึ้นเป็นมวยเรียบง่าย ปักปิ่นไม้เนื้อดีสลักลายดอกเหมยเพียงอันเดียว แสดงถึงความงามอันบริส
Mehr lesen
บทที่ 1 บุปผาในสายลมแห่งเล่าหยาง
แคว้นต้าถังยามปลายรัชสมัยดุจตะวันยามอัสดง แม้ยังสาดแสงทว่าความอบอุ่นและอำนาจเริ่มเจือจางลงทุกขณะ เมืองเล่าหยาง ศูนย์กลางการค้าบนเส้นทางสายไหมอันรุ่งเรือง กลับคึกคักสวนกระแสความอ่อนแอของราชสำนัก กลิ่นอายเครื่องเทศหายาก กำยานหอม และเสียงต่อรองราคาของผู้คนหลากชนชาติยังคงดังก้องไปทั่วท่ามกลางความวุ่นวายนั้น รถม้าคันหนึ่งซึ่งประดับตราสกุลเฟิงอย่างเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความโอ่อ่าค่อยๆ เคลื่อนตัวผ่านประตูเมืองเข้ามา เฟิงซือเฟิง หญิงสาววัยสิบหกปีบริบูรณ์ ก้าวลงจากรถม้าด้วยท่วงท่าสงบนิ่งมั่นคง ใบหน้ารูปไข่ของนางหมดจดเกลี้ยงเกลา ผิวพรรณละเอียดผุดผ่องราวกับหยกเนื้อดี แม้มิได้แต่งแต้มสีสันจัดจ้าน แต่ริมฝีปากอิ่มเต็มตามธรรมชาติก็ยังคงมีสีแดงระเรื่อดุจกลีบบัวแรกแย้ม ดวงตาเรียวดุจหงส์ นัยน์ตาสดใสดั่งหยาดน้ำค้าง ภายใต้แพขนตางอนราวปีกผีเสื้อ กวาดมองรอบกายอย่างพิจารณาและสุขุม ผมดำขลับของนางถูกรวบขึ้นเป็นมวยเรียบง่าย ปักปิ่นไม้เนื้อดีสลักลายดอกเหมยเพียงอันเดียว แสดงถึงความงามอันบริสุทธิ์และไม่โอ้อวดอาภรณ์ที่นางสวมใส่เป็นชุดกระโปรงยาวผ้าไหมเนื้อดีสีฟ้าอ่อนราวกับสีครามจางของท้องฟ้ายามเช้า แม้จะดูเรียบง
Mehr lesen
บทที่ 2 ประกายไฟในความมืด
เฟิงซือเฟิงยังคงจับตามอง "พ่อค้า" ปริศนาผู้นั้นอยู่ห่างๆ นางเห็นเขาเดินดูสินค้าหลายร้าน แต่กลับไม่ได้ซื้อหาสิ่งใดเป็นชิ้นเป็นอันนอกเสียจากพู่กันและกระดาษเพียงไม่กี่ม้วน ท่าทีของเขาเหมือนกำลังมองหาบางสิ่ง หรือบางคน มากกว่าจะมาเดินซื้อของอย่างแท้จริง"คุณหนู เราตามเขาไปดีหรือไม่เจ้าคะ"เสี่ยวชุ่ยกระซิบถาม เมื่อเห็นนายสาวของตนให้ความสนใจบุรุษผู้นั้นเป็นพิเศษ"ไม่จำเป็น" เฟิงซือเฟิงส่ายหน้า"เพียงแต่รู้สึกว่าเขาดูไม่เหมือนพ่อค้าทั่วไปเท่านั้นเอง บางทีอาจจะเป็นสายสืบของทางการ หรืออาจจะเป็น...คู่แข่งทางการค้าที่เรายังไม่รู้จัก" นางครุ่นคิด ในสมองประมวลความเป็นไปได้ต่างๆ "จดจำลักษณะของเขาไว้ หากพบเห็นอีกให้รีบมารายงานข้า"หลี่จิ่งหยวนเองก็รับรู้ได้ถึงการถูกจับตามอง แม้จะไม่ได้หันกลับไปมองโดยตรง แต่สัมผัสอันเฉียบคมของเขาสามารถรับรู้ได้ถึงสายตาคู่หนึ่งที่คอยติดตามอยู่ไม่ห่าง"พ่อค้าหนุ่มน้อยคนนั้นช่างมีสายตาที่เฉียบแหลมและช่างสังเกตยิ่งนัก หรือว่าแผนการของเราจะรั่วไหล?"เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ความระแวดระวังเพิ่มสูงขึ้นเป็นทวีคูณค่ำคืนนั้นผ่านไปโดยไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นเป็นพิเศษเฟิงซือเฟิงกลับ
Mehr lesen
บทที่ 3 ลมหายใจแห่งบุปผา
รุ่งสางของวันที่กำหนด ขบวนสินค้ายาวเหยียดของสกุลเฟิงค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากประตูเมืองเล่าหยาง เฟิงซือเฟิงในชุดเดินทางรัดกุมทะมัดทะแมง นางเลือกสวมเสื้อแขนกระบอกเข้ารูปสีน้ำเงินเข้มทับด้วยเสื้อกั๊กหนังตัวสั้นสีน้ำตาลอ่อนที่ช่วยให้เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่ว ส่วนล่างเป็นกางเกงทรงกระบอกสีเดียวกัน สอดปลายขาไว้ในรองเท้าบูทหนังเนื้อนิ่มที่สูงขึ้นมาเกือบถึงเข่า ผมยาวสลวยถูกถักเป็นเปียยาวแล้วม้วนเก็บอย่างเรียบร้อยแน่นหนาภายใต้หมวกผ้าปีกแคบสีดำ เพื่อไม่ให้เกะกะรุงรังยามต้องบัญชาการหรือเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว แม้จะดูเรียบง่ายแต่ก็แฝงไว้ด้วยความสง่างามและทะมัดทะแมงของผู้ที่พร้อมจะเผชิญกับทุกสถานการณ์ นั่งอยู่บนหลังม้ามองดูขบวนด้วยแววตามุ่งมั่นนางไม่ได้หลบอยู่แต่ในรถม้าอย่างคุณหนูทั่วไป แต่เลือกที่จะบัญชาการอยู่ด้านหน้าด้วยตนเอง เสี่ยวชุ่ยและองครักษ์อีกจำนวนหนึ่งขนาบข้างกาย คอยระแวดระวังภัย บรรยากาศในการเดินทางค่อนข้างตึงเครียด เหล่าองครักษ์ต่างจับจ้องไปยังพุ่มไม้และแนวป่าสองข้างทางด้วยความระมัดระวังเฟิงซือเฟิงพยายามทำใจให้สงบ ทบทวนแผนการในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า นางรู้ดีว่าการตัดสินใจครั้งนี้มีความเสี
Mehr lesen
บทที่ 4 เงาในพายุ
"คุณหนูเล็ก ระวัง!"เสี่ยวชุ่ยกรีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อเห็นหัวหน้าโจรพร้อมดาบเล่มใหญ่พุ่งตรงเข้ามาหมายจะฟันเฟิงซือเฟิงเฟิงซือเฟิงเบิกตากว้าง นางยกกระบี่สั้นขึ้นเตรียมป้องกัน แต่รู้ดีว่าด้วยกำลังของนางคงต้านทานดาบหนักหน่วงนั้นไม่ไหวเป็นแน่ ในเสี้ยววินาทีแห่งความเป็นความตายนั้นเอง ร่างของบุรุษผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นราวกับเงา พุ่งเข้ามาระหว่างนางกับหัวหน้าโจรอย่างรวดเร็วเคร้ง!เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น ประกายไฟแตกกระจาย หลี่จิ่งหยวนในคราบพ่อค้าธรรมดา ใช้ดาบยาวที่ดูเรียบง่ายแต่คมกริบรับดาบของหัวหน้าโจรไว้ได้อย่างมั่นคง แรงปะทะทำให้แขนของหัวหน้าโจรถึงกับสั่นสะท้าน"เจ้าเป็นใคร?!"หัวหน้าโจรตวาดด้วยความตกใจ ไม่คาดคิดว่าจะมีคนยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเหยื่อของมันหลี่จิ่งหยวนไม่ตอบ แต่ตวัดดาบสวนกลับอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด ท่วงท่าการใช้ดาบของเขานั้นงดงามแต่แฝงไว้ด้วยอันตรายถึงชีวิต ทุกกระบวนท่าล้วนเป็นเพลงดาบชั้นสูงที่เน้นประสิทธิภาพและความรุนแรง หัวหน้าโจรที่โอ้อวดในฝีมือของตนเมื่อครู่ บัดนี้กลับต้องถอยร่นอย่างเสียขบวน ถูกเพลงดาบอันดุดันของหลี่จิ่งหยวนกดดันจนแทบหายใจไม่ทันเฟิงซือเฟิงมองเหตุการณ
Mehr lesen
บทที่ 5 ปริศนาในสายลม
หลังจากการต่อสู้จบสิ้นลง เฟิงซือเฟิงสั่งให้คนของตนดูแลผู้บาดเจ็บและตรวจสอบสินค้า ซึ่งโชคดีที่สินค้าสำคัญส่วนใหญ่ยังคงปลอดภัยดังที่นางวางแผนไว้ ส่วนหลี่จิ่งหยวนและคนของเขาก็ช่วยควบคุมตัวเหล่าโจรป่าอย่างแข็งขัน"พวกเจ้าเป็นใครกันแน่ เหตุใดจึงมาป้วนเปี้ยนแถวนี้?"หัวหน้าโจรที่ถูกมัดแน่นหนาตวาดถามอย่างไม่พอใจ แม้จะสิ้นฤทธิ์แล้วก็ตามจ้าวอู่เดินเข้าไปตบหน้ามันฉาดใหญ่"หุบปากไปซะ! พวกข้าเป็นใครแล้วจะทำไม? ดีกว่าพวกแกที่เป็นแค่เดนสังคม ปล้นชิงชาวบ้านไปวันๆ!"เฟิงซือเฟิงมองการกระทำนั้นอย่างเงียบๆ นางสังเกตเห็นว่ากลุ่มคนของ "หยวนจิ่ง" ผู้นี้มีระเบียบวินัยและความชำนาญในการจัดการกับนักโทษอย่างมาก ไม่เหมือนกลุ่มพ่อค้าหรือทหารรับจ้างทั่วไปเลยแม้แต่น้อย"ท่านหยวนจิ่ง"เฟิงซือเฟิงเดินเข้าไปหาหลี่จิ่งหยวน"ข้าอยากจะตอบแทนน้ำใจของท่านและสหาย หากไม่รังเกียจ เชิญร่วมเดินทางไปกับขบวนของข้าจนถึงจุดหมายปลายทางถัดไปได้หรือไม่ ข้าจะจัดหาที่พักและอาหารให้อย่างดี"นี่เป็นทั้งการแสดงความขอบคุณและเป็นโอกาสที่นางจะได้สังเกตการณ์พวกเขาใกล้ชิดยิ่งขึ้นหลี่จิ่งหยวนครุ่นคิดเล็กน้อย การร่วมเดินทางกับขบวนสินค้าของสกุลเ
Mehr lesen
บทที่ 6 ประกายแห่งความรู้สึก
เช้าวันต่อมา ขบวนสินค้าออกเดินทางแต่เช้ามืด บรรยากาศระหว่างเฟิงซือเฟิงและหลี่จิ่งหยวนเริ่มเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย แม้จะยังคงมีความระแวดระวังอยู่บ้าง แต่ก็มีการพูดคุยกันมากขึ้น ส่วนใหญ่เป็นเรื่องทั่วไปเกี่ยวกับการค้า สภาพอากาศ หรือข่าวสารต่างๆ ที่ได้ยินมาตามรายทาง"เส้นทางนี้ดูเหมือนจะปลอดภัยขึ้นมาก หลังจากที่พวกโจรกลุ่มนั้นถูกจับ"เฟิงซือเฟิงเอ่ยขึ้น ขณะที่ม้าของนางเดินเคียงข้างกับม้าของหลี่จิ่งหยวน"แต่ก็ไม่ควรประมาท" หลี่จิ่งหยวนตอบ"ความสงบสุขมักจะไม่ยั่งยืน หากต้นตอของปัญหายังไม่ถูกแก้ไข"สายตาของเขามองไปยังทิศทางของเมืองเล่าหยางอย่างมีความหมายเฟิงซือเฟิงจับความนัยในคำพูดของเขาได้"ท่านหมายถึง...ข้าราชการกังฉินที่อยู่เบื้องหลังงั้นหรือ?"นางลองถามตรงๆหลี่จิ่งหยวนเหลือบมองนางเล็กน้อย ประหลาดใจที่นางกล้าพูดถึงเรื่องนี้อย่างเปิดเผย"คุณหนูรู้เรื่องนี้ด้วยรึ?""เรื่องแบบนี้ในวงการค้าไม่ใช่ความลับอะไรนักหรอกเจ้าค่ะ"เฟิงซือเฟิงยิ้มบางๆ"เพียงแต่ไม่มีใครกล้าพอที่จะลุกขึ้นมาต่อต้านอย่างจริงจังเท่านั้นเอง""แล้วคุณหนูคิดว่าควรทำอย่างไร?"หลี่จิ่งหยวนลองหยั่งเชิงความคิดของนาง"ตระกูลข้าเป็
Mehr lesen
บทที่ 7 ลมกระซิบแห่งความจริง
เมื่อขบวนสินค้าเดินทางมาถึงเมืองเป่ยซุย ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเล่าหยาง และเป็นจุดพักสำคัญก่อนจะเข้าสู่เขตอิทธิพลของเป่ยเหลียง เฟิงซือเฟิงตัดสินใจที่จะพักอยู่ที่นี่หลายวันเพื่อจัดการเรื่องการค้าและติดต่อกับคู่ค้าในท้องถิ่น ที่นี่เองที่นางเริ่มสืบหาข้อมูลเกี่ยวกับ "หยวนจิ่ง" อย่างจริงจังมากขึ้นนางใช้เครือข่ายและสายข่าวของตระกูลเฟิง ซึ่งแม้จะเน้นไปที่การค้าเป็นหลัก แต่ก็พอจะมีหูมีตาอยู่บ้างในเมืองสำคัญต่างๆ"ชายหนุ่ม รูปพรรณสง่างาม เดินทางพร้อมผู้ติดตามฝีมือดี และดูเหมือนจะสนใจเรื่องกิจการภายในของทางการเป็นพิเศษ"เฟิงซือเฟิงให้ข้อมูลกับสายข่าวของนางในขณะเดียวกัน หลี่จิ่งหยวนก็ใช้เวลาในเมืองเป่ยซุยนี้ในการติดต่อกับสายลับของเขาที่แฝงตัวอยู่ในต้าถัง เขาต้องการทราบความเคลื่อนไหวล่าสุดของเหล่าขุนนางกังฉิน และประเมินสถานการณ์เพื่อวางแผนขั้นต่อไป"ฝ่าบาท มีข่าวลือหนาหูว่าแม่ทัพเฟิงอวี่ซานกำลังจะส่งบุตรสาวคนเล็กมาดูแลกิจการค้าที่เล่าหยางพ่ะย่ะค่ะ"สายลับคนหนึ่งรายงาน"กล่าวกันว่านางมีความสามารถด้านการค้าไม่น้อย และดูเหมือนจะมีความคิดอ่านที่แตกต่างจากคุณหนูในห้องหอทั่วไ
Mehr lesen
บทที่ 8 สัญญาใต้เงาจันทร์
หลังจากวันนั้น เฟิงซือเฟิงและหลี่จิ่งหยวนได้มีโอกาสพูดคุยกันมากขึ้น ทั้งสองแลกเปลี่ยนข้อมูลและความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์การค้าและการเมืองในแถบชายแดนอย่างเปิดอก เฟิงซือเฟิงได้เรียนรู้ว่าหลี่จิ่งหยวนนั้นมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องการปกครองและยุทธศาสตร์อย่างลึกซึ้งเกินกว่าที่นางคาดคิด ส่วนหลี่จิ่งหยวนก็ทึ่งในความเฉียบแหลมทางการค้าและความเข้าใจในกลไกตลาดของเฟิงซือเฟิง"ข้าไม่เคยคิดว่าบุตรีของแม่ทัพจะมีความรู้เรื่องการค้าได้แตกฉานถึงเพียงนี้"หลี่จิ่งหยวนเอ่ยชมอย่างจริงใจ ในค่ำคืนหนึ่งที่ทั้งสองนัดพบกันที่ศาลาริมสระบัวในสวนของหอการค้า แสงจันทร์นวลสาดส่องลงมากระทบผิวน้ำเป็นประกายระยิบระยับเฟิงซือเฟิงยิ้มบางๆ"ข้าเติบโตมากับเรื่องราวเหล่านี้จากมารดา และเห็นว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการอยู่รอดในโลกที่ทุกอย่างขับเคลื่อนด้วยอำนาจและผลประโยชน์"นางหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดต่อ"แล้วท่านเล่า เหตุใดคนจากเป่ยเหลียงจึงต้องมาเสี่ยงอันตรายสืบเรื่องคอร์รัปชันในต้าถังด้วยตัวเอง หรือว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบต่อเป่ยเหลียงมากกว่าที่เราคิด?"หลี่จิ่งหยวนถอนหายใจแผ่วเบา "การทุจริตของขุนนางต้าถังบางกลุ่มทำให้
Mehr lesen
บทที่ 9 เงามืดที่เคลื่อนไหว
หลังจากตกลงร่วมมือกัน เฟิงซือเฟิงและหลี่จิ่งหยวนก็เริ่มวางแผนปฏิบัติการอย่างลับๆ เป้าหมายแรกของพวกเขาคือการรวบรวมหลักฐานมัดตัวเฉินกุ้ย นายด่านเก็บภาษีจอมฉ้อฉลแห่งเล่าหยางเฟิงซือเฟิงใช้เครือข่ายพ่อค้าของนางในการปล่อยข่าวลือและสังเกตพฤติกรรมของเฉินกุ้ย นางให้คนสนิทแฝงตัวเข้าไปทำงานในโรงเตี๊ยมและหอนางโลมที่เฉินกุ้ยมักจะไปใช้บริการ เพื่อดักฟังข้อมูลและจับตาดูว่ามีใครบ้างที่เข้าพบเขาอย่างลับๆส่วนหลี่จิ่งหยวนก็ให้จ้าวอู่และองครักษ์ของเขาคอยสะกดรอยตามคนสนิทของเฉินกุ้ย และพยายามหาช่องทางที่จะเข้าไปค้นหาหลักฐานในจวนของเขา จ้าวอู่ซึ่งมีความสามารถในการปลอมตัวและแทรกซึมเป็นเลิศ ได้ปลอมเป็นคนงานเข้าไปซ่อมแซมหลังคาในจวนของเฉินกุ้ย และลอบทำแผนผังภายในจวนออกมาได้สำเร็จ"จากข้อมูลที่ได้มา เฉินกุ้ยมักจะเก็บเอกสารสำคัญและของมีค่าไว้ในห้องลับใต้ดินห้องหนึ่งในห้องหนังสือของเขา"จ้าวอู่รายงานต่อหลี่จิ่งหยวนและเฟิงซือเฟิงในการนัดพบครั้งล่าสุด ซึ่งจัดขึ้นในกระท่อมร้างแห่งหนึ่งนอกเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงสายตาของผู้คน"ห้องลับใต้ดินรึ?" เฟิงซือเฟิงทวนคำ"ทางเข้าคงจะถูกปิดบังไว้อย่างดีเป็นแน่""ขอรับ จากการสังเกต
Mehr lesen
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status