LOGINบุปผาแห่งสายลมเหนือ เมื่อโชคชะตาเล่นตลก... ดอกไม้งามที่ถูกดูแคลน จะผลิบานท้าพายุเพื่อพิสูจน์รักแท้! ในปลายรัชสมัยต้าถังที่อำนาจเริ่มเจือจาง เฟิงซื่อเฟิง บุตรีแม่ทัพผู้ถูกมองข้าม กลับได้รับภารกิจสำคัญเพื่อพิสูจน์คุณค่าของตน แต่แล้ว.. เธอกลับได้พบกับ หลี่จิ่งหยวน องค์ชายแห่งเป่ยเหลียง ผู้ซ่อนตัวตนและเปี่ยมด้วยความลับ! ทั้งสองต้องร่วมกันต่อสู้กับความชั่วร้ายในราชสำนัก เปิดโปงการทุจริต และก่อร่างสร้างความรักที่งดงามท่ามกลางเปลวไฟแห่งอันตราย ทว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาถูกราชสำนักจับตามอง! ฮ่องเต้มีพระบัญชาให้แยกจากกัน เฟิงซื่อเฟิงถูกกักดุจนกน้อยในกรงทอง ขณะที่หลี่จิ่งหยวนถูกส่งกลับไปราวกับมังกรถูกจองจำ! เมื่อความเข้าใจผิด การทรยศจากคนใกล้ตัว และอำนาจการเมืองถาโถมเข้าใส่ ความรักของพวกเขาจะยังคงอยู่ หรือจะแตกสลายไปตลอดกาล? หลี่จิ่งหยวนจะสามารถทวงคืน "บุปผาแห่งสายลมเหนือ" ของเขาจากวังวนแห่งโชคชะตาได้หรือไม่? ร่วมลุ้นไปกับตำนานรักอันยิ่งใหญ่ ที่จะทำให้คุณอินไปกับทุกอารมณ์! ห้ามพลาด "บุปผาแห่งสายลมเหนือ" ดอกไม้อันงดงามที่ผลิบานท้าทายโชคชะตา!
View Moreค่ำคืนนั้น หลังจากจัดส่งบุตรธิดาเข้านอนเรียบร้อย ทิ้งความวุ่นวายของวันไว้เบื้องหลัง เฟิงซือเฟิงรู้สึกอ่อนล้าทั้งกายและใจจากงานที่เบียดเสียด และจากความซุกซนของหลี่หยางฉีกับหลี่เหมยลี่ นางปรารถนาแต่ช่วงเวลาแห่งการผ่อนคลายในอ่างอาบน้ำที่อบอวลไปด้วยไอน้ำอุ่นห้องอาบน้ำส่วนพระองค์ของตำหนักมังกรเหมยนั้นกว้างขวางและงดงามเสมือนห้องโถงเล็กๆ แสงเทียนจากโคมไฟกระดาษที่แขวนอยู่รอบห้องส่องแสงนวลตา ขับไล่ความมืดและสร้างบรรยากาศอันอบอุ่น อ่างหินอ่อนขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง น้ำอุ่นที่ผสมสมุนไพรหอมส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่ว กลีบโบตั๋นสีชมพูอ่อนและดอกเหมยขาวลอยอยู่บนผิวน้ำที่ปล่อยไอเบาๆ ดุจม่านหมอกเฟิงซือเฟิงค่อยๆ ถอดผ้าไหมบางเบาออกทีละชิ้นอย่างเชื่องช้า ผิวพรรณเนียนใสของนางเปล่งประกายใต้แสงเทียน สวยงามราวหยกเนื้อดีที่เพิ่งขัดเกลา นางก้าวลงสู่น้ำอุ่นอย่างแผ่วเบา รู้สึกถึงความอุ่นที่ซึมซาบเข้าสู่ร่างที่เหนื่อยล้า ความสบายแผ่ซ่านไปทั่วกาย นางเอนตัวพิงขอบอ่าง หลับตาลง ดื่มด่ำกับความสงบที่โอบล้อมไม่นานนัก เสียงฝีเท้าคุ้นเคยก็ดังมาในห้อง หลี่จิ่งหยวนในชุดลำลองผ้าไหมสีเข้มเดินเข้ามาเงียบเชียบ ดวงตาคมกริบจับจ้องร
ในค่ำคืนสุดท้ายก่อนที่ดวงตะวันจะทอแสงแห่งการจากลา เฟิงซือเฟิงและหลี่จิ่งหยวนกลับมายังศาลาริมน้ำอันเป็นที่โปรดปรานของพวกเขา ศาลาแห่งนี้ตั้งอยู่ลึกเข้าไปในสวนลับของเรือนพัก ที่ซึ่งพวกเขาเคยแบ่งปันทั้งแผนการลับและหัวใจให้แก่กันยามค่ำคืน แสงจันทร์สีเงินนวลสาดส่องลงมายังผิวน้ำในสระบัวที่นิ่งสงบ สร้างประกายระยิบระยับราวกับดวงดาวนับพันดวงได้หล่นลงมาเต้นระบำอยู่บนผิวน้ำยามราตรี กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกบัวยามค่ำคืนลอยอบอวลมาตามสายลมบางเบา คลอเคล้ากับเสียงหรีดหริ่งเรไรที่ขับขานเป็นบทเพลงแห่งความอาลัยอาวรณ์ทั้งสองยืนเคียงข้างกันบนศาลาไม้ สัมผัสถึงไอเย็นจากผิวน้ำที่พัดขึ้นมาปะทะกาย อ้อมแขนของหลี่จิ่งหยวนโอบรอบเอวบางของเฟิงซือเฟิงอย่างหลวมๆ แต่แฝงไว้ด้วยความมั่นคงอันหนักแน่น ราวกับจะบอกว่าเขาจะไม่มีวันปล่อยนางไป สายตาของพวกเขาเงยขึ้นมองไปยังดวงดาวนับล้านดวงที่ส่องแสงระยิบระยับเต็มท้องฟ้ายามค่ำคืนของเล่าหยาง เป็นดวงดาวที่สว่างไสวกว่าทุกค่ำคืนที่ผ่านมา ราวกับเป็นพยานรู้เห็นถึงพันธสัญญาแห่งหัวใจที่กำลังจะเกิดขึ้น"ข้ากลัวเหลือเกินจิ่งหยวน" เฟิงซือเฟิงเอ่ยเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน เสียงของนางสั่นเครือเ
ยามค่ำคืนที่แสงจันทร์สีเงินนวลสาดส่องลงมายังเรือนพักลับอันเงียบสงัดของเฟิงซือเฟิง แสงนั้นขับไล่ความมืดมิดภายนอกให้เลือนหายไป แต่กลับมิอาจขับไล่เงามืดแห่งความกังวลที่กำลังปกคลุมจิตใจของคนทั้งสอง แผนการปฏิรูปประเทศที่หลี่จิ่งหยวนและเฟิงซือเฟิงร่วมกันสร้างสรรค์ขึ้นนั้น แม้จะเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม นำพาความเจริญรุ่งเรืองมาสู่เมืองเล่าหยางอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน หากแต่คลื่นใต้น้ำแห่งความไม่พอใจจากเหล่าขุนนางเก่าที่เสียผลประโยชน์ก็เริ่มก่อตัวขึ้น ราชสำนักต้าถังที่เคยนิ่งเฉย บัดนี้เริ่มแสดงความกังวลถึงอิทธิพลของหลี่จิ่งหยวนที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เสียงกระซิบกระซาบถึง "อำนาจที่เติบโตเกินกว่าจะควบคุม" และ "ความสัมพันธ์ที่คลุมเครือกับบุตรีแม่ทัพ" เริ่มแพร่สะพัดดุจไฟลามทุ่ง เฟิงซือเฟิงเองก็รู้สึกถึงแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามา ทั้งจากสายตาที่จับจ้อง และความระแวงที่แผ่กระจายไปทั่วในค่ำคืนที่เงียบสงัดนั้น หลังจากที่เฟิงซือเฟิงผล็อยหลับไปบนเตียง หลี่จิ่งหยวนยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ข้างเตียงของนาง ไม่ยอมหลับลง แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาในห้อง เผยให้เห็นใบหน้าที่หมดจดเกลี้ยงเกลาของนางที่ดูสงบยามหลับใหล แพขนต
ค่ำคืนนั้น หลังจากการหลบหนีจากการตามล่าของเหล่ามือสังหารเงาตามตัวมาได้อย่างหวุดหวิด เฟิงซือเฟิงและหลี่จิ่งหยวนก็กลับมายังเรือนพักลับของเขาที่ตั้งอยู่ในมุมหนึ่งของเมืองเล่าหยางที่เงียบสงัดราวกับถูกซ่อนไว้จากโลกภายนอก เสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ยังคงหอบถี่ด้วยความเหนื่อยล้าและหวาดกลัวที่ยังคงเกาะกุมอยู่ในจิตใจ แม้กายจะพ้นจากอันตราย แต่ใจก็ยังคงสั่นระริกราวกับใบไม้ต้องลมยามพายุโหมกระหน่ำ สายฝนภายนอกเริ่มซาลง เหลือเพียงเสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาแผ่วเบา คลอเคล้ากับเสียงฟืนในเตาผิงที่ลุกไหม้อย่างช้าๆ ให้ความอบอุ่นแก่เรือนพักภายในห้องที่สว่างไสวด้วยแสงเทียนสีนวลอ่อนๆ จากตะเกียงทองเหลืองเก่าแก่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง แสงนั้นขับไล่ความมืดมิดและสร้างบรรยากาศอันอบอุ่นละมุนละไม หลี่จิ่งหยวนในชุดที่เปรอะเปื้อนคราบดินโคลนและร่องรอยของการต่อสู้ กำลังบรรจงปฐมพยาบาลบาดแผลเล็กน้อยที่หัวไหล่ของเฟิงซือเฟิงอย่างอ่อนโยน ใบหน้าคมคายของเขาฉายแววเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความห่วงใยอย่างเห็นได้ชัด ทุกการเคลื่อนไหวของเขาล้วนแผ่วเบาและพิถีพิถัน ราวกับกลัวว่าการสัมผัสเพียงน้อยนิดจะทำให้นางเจ็บปวดไปมากกว่านี้ เฟิงซือเฟิงอยู่ใ
รุ่งอรุณแห่งวันใหม่มาเยือนเมืองเล่าหยางอย่างนุ่มนวล แสงแดดสีทองอ่อนระเรื่อค่อยๆ สาดส่องผ่านช่องหน้าต่างบานไม้แกะสลักเข้ามาในห้องพักของเฟิงซือเฟิง ขับไล่ความมืดมิดและนำพาความอบอุ่นเข้ามาแทนที่ กลิ่นหอมอบอวลของชาสมุนไพรลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณ ผสมผสานกับกลิ่นดอกเหมยยามเช้าที่โชยมาตามลมเย็นๆ จากภายนอก ราวก
ลมหนาวพัดโชยมาปะทะร่างบอบบางของเฟิงซือเฟิงจนนางอดที่จะกอดตัวเองแน่นไม่ได้ อากาศในเมืองเล่าหยางยามค่ำคืนช่างแตกต่างจากที่นางคุ้นเคยนัก ความเย็นยะเยือกแทรกซอนเข้าถึงกระดูก แม้จะสวมอาภรณ์ผ้าไหมเนื้อหนามาแล้วก็ตาม หลี่จิ่งหยวนที่เดินเคียงข้างสังเกตเห็นอาการของนางได้อย่างรวดเร็ว เขายื่นเสื้อคลุมตัวหนาขอ
หลายปีผันผ่านไปอย่างรวดเร็วดุจสายน้ำแห่งกาลเวลาที่รินไหลไม่หยุดนิ่ง ทิ้งร่องรอยแห่งความเปลี่ยนแปลงไว้เบื้องหลัง ความมืดมิดและเสียงห่ากระสุนที่เคยปกคลุมดินแดนทางตอนเหนือของต้าถังได้เลือนหายไปสิ้น คงเหลือไว้แต่เพียงแสงแห่งสันติและความเจริญรุ่งเรืองที่สาดส่องเจิดจรัส ภายใต้การปกครองอันชาญฉลาดและเปี่ยม
หลายปีนับตั้งแต่ที่เฟิงซือเฟิงและหลี่จิ่งหยวนได้ปักหลัก ณ ตำหนักใหม่ที่ชายแดนทางตอนเหนือ ดินแดนแห่งพันธสัญญาที่พวกเขาเลือกสรรด้วยหัวใจ ดินแดนแห่งนี้ภายใต้การปกครองร่วมกันของพวกเขา ได้พลิกโฉมจากผืนแผ่นดินที่เคยแห้งแล้งและร้อนระอุด้วยเพลิงสงคราม กลายเป็นโอเอซิสแห่งความเจริญรุ่งเรืองและสันติสุข ดุจดัง
reviews