Home / แฟนตาซี / บ่วง / ตอนที่ 5

Share

ตอนที่ 5

last update publish date: 2026-07-07 23:34:15

ตื๊ด..ตื๊ด...

เสียงสัญญาณเตือนของเครื่องวัดชีพจรดังขึ้นมาเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับกลิ่นน้ำยาทำความสะอาดและกลิ่นยาที่ฉุนจนขึ้นจมูกของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของกรุงเทพฯที่ลอยมาแตะจมูก พราวฟ้าค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก เปลือกตาของเธอหนักอึ้งราวกับว่าถูกถ่วงด้วยก้อนหิน แสงไฟสีขาวนวลจากเพดานห้องพักฟื้นสว่างจ้าจนทำให้เธอต้องหยีตาเพื่อปรับแสงอยู่ครู่ใหญ่

ความรู้สึกแรกที่จู่โจมเข้ามาทันทีที่เธอตั้งสติได้คือ ความเจ็บปวด

มันไม่ใช่แค่เป็นอาการปวดเมื่อยธรรมดาๆ แต่มันทั้งเจ็บและระบมลึกเข้าไปถึงในกระดูกของเธอราวกับว่าร่างกายนี้ถูกบดขยี้ ข้อมือและข้อเท้าทั้งสองข้างก็เช่นเดียวกันมันระบมจนแทบระเบิดทุกครั้งที่ขยับเธอขยับแค่นิดเดียว และที่สำคัญคือ ความรู้สึกที่แสบร้อน

ตรงแก้มซ้ายมันเด่นชัดกว่าทุกส่วน

“พราว!..พราวฟื้นแล้วเหรอลูก!..”

เสียงอุทานด้วยความดีใจของพี่บีผู้จัดการสาวดังขึ้นพร้อมกับร่างท้วมที่รีบเดินเข้ามาเกาะขอบเตียง ใบหน้าของพี่บีตัวซีดเผือดและเต็มไปด้วยความเป็นห่วงปนวิตกกังวล ตาทั้งสองข้างของพี่บีบวมเป่งเหมือนกับว่าเธอพึ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก

“พี่... พี่บีพราวเป็นอะไรไปคะ?” พราวฟ้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้งพร่าราวกับกระดาษทราย

“นี่จำอะไรไม่ได้เลยเหรอค่ะ?.."ผู้จัดการสาวถามขึ้นด้วยความตกใจเมื่อเห็นว่าดาราสาวที่เธอดูแลส่ายหน้า"

"หนูสลบลงไปกลางกองถ่ายเลยลูก แล้วอยู่ๆ หนูก็..หนู ก็ลุกขึ้นมารำ ท่าทางน่ากลัวมาก..แล้วหนูก็ล้มพับลงไปเลย พี่ตกใจแทบบ้า!” พี่บียกมือทาบอก

“คุณหมอบอกพี่ว่าหนูคงเพลียมาก ร่างกายก็เลยอักเสบแบบเฉียบพลันเหมือนไปออกกำลังกายหักโหมมา แถมนี่...”

พี่บีชี้มือที่สั่นๆจนเห็นได้ชัด ไปที่แก้มซ้ายของพราวฟ้า ซึ่งตอนนี้มีผ้าก๊อซสีขาวแปะทับไว้

“รอยแผลที่แก้มของหนู... หมอบอกว่ามันเหมือนกับรอยเล็บข่วนเข้าไปลึกมากจนเนื้อเปิด พี่ล้างเครื่องสำอางออกให้แล้ว ถึงเห็นว่าที่ข้อมือกับข้อเท้าของหนูก็มีแต่รอยเขียวช้ำเต็มไปหมดมันเหมือนกับว่าถูกใครจับมัดขึงไว้อย่างนั้นแหละ พราว... บอกพี่บีมาตรงๆ เถอะนะลูก หนูโดนใครทำร้ายมาหรือเปล่าคะ? หรือว่ามีพวกแฟนคลับโรคจิตคอยสะกดรอยตาม?..บอกพี่ได้น่ะ”

พราวฟ้านิ่งเงียบไป ก่อนที่น้ำตาเม็ดโตจะไหลรินตรงทางหางตาช้าๆ เธอไม่รู้ว่าจะบอกพี่บีได้อย่างไรว่าคน..หรือ ‘สิ่งที่’ ทำร้ายเธอนั้นมัน ไม่ใช่มนุษย์ และไม่มีใครมองเห็นได้นอกจากตัวเธอเอง

“พราว... พราว..ไม่รู้ค่ะพี่บี” พราวฟ้าเลือกที่จะปิดปากเงียบ เพราะว่าเธอรู้ดีว่าพูดอะไรออกไปตอนนี้ก็คงไม่มีใครเชื่อ และมันอาจจะทำให้ทุกคนคิดว่าเธอเป็นบ้าก็ได้

“เอาเถอะๆ..ถ้าหนูไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไรพักผ่อนไปก่อน ส่วนเรื่องงานโฆษณาและงานอื่นๆ พี่ช่วยคุยกับทางผู้ใหญ่ให้แล้ว ดีที่เขาคุยง่ายและเข้าใจเลยยอมเลื่อนถ่ายเซตของหนูออกไปก่อนสองสัปดาห์ แต่หนูก็ต้องรีบรักษาตัวให้หายไวๆนะลูก หน้าตาและผิวพรรณของหนูคือเงินคือทองทั่งนั้นนะคะ” พี่บีตบหลังมือของเธอเบาๆ ก่อนที่เธอจะขอตัวออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอกกับนักข่าวที่เริ่มรุมโทรมาถามเรื่องอาการป่วยของดาราสาว

เมื่อได้อยู่คนเดียวในห้องพักฟื้นอันเงียบสงัด พราวฟ้าค่อยๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งอย่างลำบาก เธอเอื้อมมือไปหยิบกระจกบานเล็กออกมาจากกระเป๋าถือแบรนดังที่วางอยู่ข้างเตียงมาเปิดดู นิ้วเรียวสั่นเทาเล็กน้อยในขณะที่เธอค่อยๆ แกะขอบผ้าก๊อซที่แก้มซ้ายออกทีละน้อยเพื่อส่องดูแผล

พราวฟ้าลมหายใจสะดุดไปด้วยความช็อก...

รอยเล็บข่วนสามรอยบนแก้มมันไม่ได้เริ่มสมานตัว แต่มันกลับอักเสบเป็นเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ คล้ายกับผิวหนังที่กำลังไหม้เกรียม และเมื่อพราวฟ้าเพ่งมองดูดีๆ รอยแผลนั้นมันไม่ได้เรียงตัวกันอย่างสะเปะสะปะ แต่มันเริ่มปรากฏสัณฐานอย่างเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ จนดูคล้ายกับเป็นตัวอักษรไทยโบราณที่ถูกขูดขีดลงไปบนผิวเนื้อบนใบหน้าของเธอ

มันไม่ใช่แค่รอยข่วนธรรมดา... แต่มันคือการตีตราของความแค้น

แต่แล้วแสงไฟในห้องพักฟื้นก็เริ่มกระพริบวูบวาบและดับลงชั่วไปขณะหนึ่ง พร้อมกันนั้นก็มีเสียงดนตรีปี่พาทย์ที่ฟังดูโหยหวนแว่วดังเข้ามาในห้องของพราวฟ้าเสียงนั่นมันมาจากช่องแอร์ที่เย็นเฉียบ พราวฟ้าสะดุ้งเฮือกอย่างหวาดกลัว เธอรีบแปะผ้าก๊อซกลับที่เดิมอย่างลนลานแล้วซุกตัวลงไปใต้ผ้าห่ม ผิวหนังทั่วร่างลุกซู่ด้วยความหนาวสะท้าน

ปีนี้เธอกำลังจะอายุครบยี่สิบห้าปีพอดีในอีกไม่ถึงสองเดือนข้างหน้า และทุกวันทุกวินาทีที่ขยับเข้าใกล้วันเบญจเพส สิ่งลี้ลับสายนี้ก็ยิ่งเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกวันและแสดงตัวชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าเวลากำลังนับถอยหลัง... และเป้าหมายของมันคือชีวิตของเธอ

สามวันต่อมา พราวฟ้าดื้อดึงที่จะออกจากโรงพยาบาลแม้ว่าร่างกายของเธอจะยังไม่หายดีอย่างเต็มร้อย แต่เธอก็ปฏิเสธที่จะไปพักที่คอนโดหรูใจกลางเมืองตามที่พี่บีอ้อนวอน แต่เธอกลับเลือกที่จะเดินทางไปยัง ‘วัดศรีสะอาด’ วัดเก่าแก่ริมแม่น้ำที่ตั้งอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตามคำแนะนำที่คนเก่าคนแก่ที่เคยรู้จัก กันเพื่อไปหาทางแก้ไขในสิ่งที่เธอพบเจอและเป็นอยู่

ร่างบางระหงที่อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวและกางเกงขายาวมิดชิด พราวฟ้าสวมแว่นกันแดดสีดำและหมวกปีกกว้างเพื่อปกปิดใบหน้าของเธอ ก่อนจะก้าวเข้าไปในเขตวัดที่เก่าแกอันร่มรื่น แต่ทว่าความเย็นของต้นไม้ใหญ่ในวัดมันกลับไม่ได้ทำให้พราวฟ้ารู้สึกปลอดภัยเลยสักนิด พราวฟ้ายังคงรู้สึกเหมือนกับว่ามีสายตาที่เคียดแค้นคอนจับจ้องตามหลังของเธอมาทุกย่างก้าว

“มาหาอาตมา... เพราะเรื่องในอดีตใช่ไหมโยม”

เสียงทุ้มต่ำแต่ทว่ากับเต็มเปี่ยมด้วยความเมตตาของ ‘พระอาจารย์บุญส่ง’ พระเกจิอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านจิตตภาวนาเอ่ยทักขึ้นมาทันทีที่พราวฟ้าก้าวขาขึ้นมาบนศาลาไม้เก่าแก่ โดยที่เธอยังไม่ทันได้เอ่ยปากเล่าอะไรเลย

พราวฟ้าเดินเข้ามาทรุดตัวลงกราบพระอาจารย์สามครั้งด้วยความรู้สึกที่เหมือนคนกำลังจะจมน้ำแล้วเจอขอนไม้ที่ลอยมา

“พระอาจารย์รู้... รู้ได้ยังไงคะ” เธอกราบเรียนถาม และถอดแว่นกันแดดออกเผยให้เห็นดวงตาที่อิดโรยและผ้าก๊อซบนใบหน้า

พระอาจารย์บุญส่งมองดาราสาวด้วยสายาที่สงบนิ่ง แต่กลับแฝงไปด้วยความเวทนา “เงาดำมืดเคียดแค้นที่ตามติดหลังของโยมมามันใหญ่โตนัก และมันยังผูกจิตพยาบาทอาฆาตโยมแม้จะข้ามภพข้ามชาติก็ตาม โดยที่ไม่ยอมไปเวียนว่ายตายเกิด และยิ่งโยมเข้าใกล้วัยเบญจเพสเข้าไปเท่าไหร่ ธาตุในตัวยิ่งอ่อนแรงลงมาก แรงกรรมเก่าก็ยิ่งจำแลงกายมาทำร้ายโยมได้ง่ายขึ้น”

“พราว..พราวไม่รู้ว่าไปทำอะไรให้เขาคะพระอาจารย์? พราวจำอะไรไม่ได้เลย และชาตินี้พราวก็ไม่เคยทำร้ายใคร ไม่เคยรู้จักกับผู้หญิงคนนั้นเลย!” พราวฟ้าเริ่มร้องไห้ออกมาอย่างอัดอั้น ความเข้มแข็งที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาตลอดหลายวันพังทะลายลง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วง   ตอนที่ 5

    หลังพิธีประจุธาตุและการประสานกายในเงามืดอันเร่าร้อน นลินเคลิ้มหลับไปในอ้อมกอดอันอบอุ่นของคเชนทร์ ทว่าในมโนนิทรา... จิตของเธอที่ถูกเปิดออกด้วยกระแสอาคมกลับดิ่งลึกลงสู่อดีตชาตินับร้อยปี อื้ออึง... เสียงมโหรีและดนตรีมงคลโบราณดังกังวาน ภาพตรงหน้าของนลินแปรเปลี่ยนเป็นคุ้มหลวงอันยิ่งใหญ่แห่ง ‘นครสาบสูญ’ ในอดีต เธอมองเห็นตัวเองสวมชุดผ้าแถบไหมทอง ศิราภรณ์และเครื่องประดับอัญมณีงดงามประดอยไปทั่วร่าง ใบหน้าสวยสะกดตาแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและทะเยอทะยาน เธอคนนั้น... คือ ‘เจ้าจอมขวัญ’ นลินในร่างวิญญาณเฝ้ามองเหตุการณ์ในอดีตด้วยหัวใจที่สั่นสะท้าน เจ้าจอมขวัญกำลังยืนจ้องมองหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ถูกมัดพันธนาการไว้กับเสาเรือนไม้... หญิงสาวผู้นั้นคือ ‘เจ้านางสร้อยสายคำ’ เจ้าหญิงแห่งเมืองขึ้นผู้มีใบหน้าอ่อนหวานงดงาม “เจ้าจอมขวัญ! ปล่อยข้า! เจ้าไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนี้กับข้า!” สร้อยสายคำร้องตะโกนทั้งน้ำตา “สิทธิ์งั้นรึ?” เจ้าจอมขวัญหัวเราะเสียงแหลม ยื่นหน้าเข้าใกล้ “แม่ทัพสิงหราชหลงใหลในความซื่อซื่อของเจ้างั้นรึ? แต่ตราบใดที่ข้ายังอยู่... ไม่มีผู้หญิงหน้าไหนจะเสน่หาเหนือกว่าข้าได้!” เจ้าจอมขวั

  • บ่วง   ตอนที่ 4

    รถเอสยูวีสีดำทรงพลังแล่นเข้ามาจอดสนิทที่หน้าสตูดิโอถ่ายแบบ คเชนทร์ในเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนก้าวลงจากรถด้วยสีหน้าเครียดขรึม นัยน์ตาคู่คมกริบฉายแววว้าวุ่น ทันทีที่เห็นนลินเดินสะโอดสะองออกมาในสภาพใช้ผ้าพันคอแบรนด์เนมปิดบังใบหน้าซีกขวาและลำคอ ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างน่าสงสาร ชายหนุ่มก็ถลันเข้ามาประคองร่างระหงไว้ในอ้อมแขนทันทีโดยไม่แคร์สายตาของใคร “ฉันเชื่อแล้ว... ฉันเชื่อคุณแล้ว ดร.คเชนทร์!” นลินสะอื้นไห้โฮ ซุกใบหน้าลงกับอกกว้างของเขาอย่างไร้ที่พึ่งพิง “ช่วยฉันด้วย... หน้าฉันพังหมดแล้ว มันจะฆ่าฉัน! มันตามฉันมาจริงๆ!” “ผมเตือนคุณแล้ว นลิน” คเชนทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแฝงความรวดร้าว เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นเพื่อมอบความอบอุ่นและปลอดภัย “ขึ้นรถก่อน อยู่ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว” คเชนทร์ขับรถออกนอกเมืองด้วยความเร็วสูง มุ่งหน้าสู่แถบปริมณฑลริมแม่น้ำสายใหญ่ รถเลี้ยวเข้าสู่เขตสวนอันร่มรื่นและเงียบสงบ ลึกเข้าไปจนถึงริมคลองโบราณ ที่ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของ ‘เรือนไม้สักทรงไทยโบราณหมู่ใหญ่’ อายุเก่าแก่นับร้อยปี บรรยากาศโดยรอบเงียบสงบและเต็มไปด้วยบารมีอาคม สายสิญจน์ถักอักขระสีครามล้อมรอบอาณา

  • บ่วง   ตอนที่ 3

    เสียงรัว shutter ของกล้องถ่ายภาพราคาหลักแสนดังก้องสลับกับแสงไฟสปอตไลท์กำลังสูงที่ส่องสว่างจับไปทั่วร่างทรงเสน่ห์ของนลิน ภายในสตูดิโอถ่ายแบบสุดหรูใจกลางเมืองใหญ่ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเร่งรีบของเหล่าทีมงานมืออาชีพ วันนี้ไฮโซสาวและอินฟลูเอนเซอร์อันดับหนึ่งอยู่ในชุดเดรสราตรีเกาะอกสีทองปักเลื่อมระยิบระยับที่เน้นเรือนร่างเพรียวระหง อกอิ่มฟู และเอวคอดกิ่วอย่างสมบูรณ์แบบ แม้อาการหวาดผวาจากเหตุการณ์ประหลาดเมื่อคืนจะทำให้เธอแทบไม่ได้ล้มตัวลงนอน และลำคอขาวเนียนยังคงมีรอยปื้นช้ำสีเลือดซุกซ่อนอยู่ใต้ชั้นคอนซีลเลอร์เนื้อหนาพิเศษ แต่ด้วยสัญชาตญาณความทะนงตนและจิตวิญญาณความเป็นมืออาชีพ นลินจึงฝืนปั้นยิ้มทรงเสน่หา เชิดหน้าขึ้นรับแสงไฟอย่างมั่นใจ เธอพยายามบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าเรื่องของ ‘ดร.คเชนทร์’ และ ‘เจ้านางสร้อยสายคำ’ เป็นเพียงเรื่องไร้สาระที่คนบ้าคนหนึ่งอุปโลกน์ขึ้นมาเพื่อล่อลวงเธอ ส่วน 'ตระกรุดเงิน' ที่ชายหนุ่มแปลกหน้าทิ้งไว้ให้ นลินทำเพียงขว้างมันลงไปในซอกลึกสุดของกระเป๋าถือแบรนด์เนมราคาแพงที่วางอยู่ข้างเซตถ่ายทำ เธอไม่เชื่อ... และไม่มีวันยอมรับเรื่องงมงายพวกนี้เด็ดขาด “ดีมากครับคุณนลิน! ขอสายตาย

  • บ่วง   ตอนที่ 2

    ตอนที่ 2: ชายผู้สืบสายสิญจน์ ความเงียบสงัดภายในเพนท์เฮาส์หรูชั้นสูงสุดชวนให้กดดันจนแทบหายใจไม่ออก นลินก้าวถอยหลังหนีจนแผ่นหลังชนเข้ากับขอบโต๊ะกระจกกลางห้องรับแขก สายตาจ้องมองชายหนุ่มแปลกหน้าตรงหน้าอย่างหวาดระแวง มือเรียวยังคงกำแจกันแก้วทรงสูงไว้แน่นจนข้อสลักขาว ชายตรงหน้าเธอสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อแขน เผยให้เห็นข้อมือหนาที่ผูก ‘ด้ายสายสิญจน์สีครามถักอักขระ’ ไว้อย่างประณีต ใบหน้าของเขาคมคาย รอยสันกรามเด่นชัด นัยน์ตาสีเข้มลึกซึ้งฉายแววทรงอำนาจจนยากจะคาดเดาความคิด แต่สิ่งที่ทำให้นลินรู้สึกขนลุกซู่ คือบรรยากาศบางอย่างรอบตัวเขา... บรรยากาศที่ดูลึกลับ ลึกล้ำ และน่าเกรงขามคล้ายกับไม่มีอยู่จริงในยุคปัจจุบัน “ออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้!” นลินตวาดเสียงแข็ง พยายามปั้นหน้ามั่นใจกลบเกลื่อนความกลัว “เจ้านางสร้อยสายคำ? บ่วงกรรมอดีตชาติ? เหอะ! คุณเป็นพวก stalker หรือจิตป่วยหลุดมาจากไหนกันแน่! ฉันจะโทรแจ้งนิติและตำรวจเดี๋ยวนี้!” เธอรีบเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้แตะหน้าจอ... ฟึ่บ! คเชนทร์ก้าวเข้ามาประชิดตัวเธอด้วยความเร็วที่ไร้เสียง ร่าง

  • บ่วง   บทที่1

    เสียงดนตรีบีตหนักๆ ดังกังวานก้องไปทั่วเลานจ์หรูชั้นบนสุดของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางกรุงเทพฯ แสงไฟสปอตไลท์ย้อนแสงและไฟนีออนสีม่วงสว่างวาบสะท้อนกับแก้วแชมเปญราคาแพง ‘นลิน’ หญิงสาวเจ้าของเรือนร่างเพรียวระหงในชุดราตรีสายเดี่ยวสีแดงเพลิง กำลังหัวเราะต่อกระซิบอยู่กับกลุ่มเพื่อนไฮโซและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง วงหน้าสวยคมเข้ม ดวงตากลมโตเฉี่ยวคม และริมฝีปากอวบอิ่มที่ทาลิปสติกสีแดงสด ทำให้เธอโดดเด่นและกลายเป็นจุดศูนย์กลางของงานปาร์ตี้คืนนี้อย่างสมบูรณ์แบบ “ชนแก้วให้คุณนลินหน่อยค่ะ! อินฟลูเอนเซอร์ยอดเยี่ยมแห่งปี แถมคืนนี้ยังเป็นวันเกิดอายุครบยี่สิบห้าปีเต็มอีกต่างหาก!” เสียงเพื่อนสาวไฮโซร้องตะโกนขึ้นพร้อมเสียงเฮฮา นลินยกแก้วทรงสูงขึ้นจิบแชมเปญด้วยรอยยิ้มมั่นใจ “ขอบคุณทุกคนมากนะ คืนนี้ไม่อั้น นลินจ่ายเองทั้งหมด!” ความสุข ชื่อเสียง และเงินทอง ทุกอย่างดูเพียบพร้อมจนไม่มีใครคาดคิดว่า ชะตากรรมของเธอกำลังจะพลิกผันดิ่งลงสู่นรกในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ตื๊ด... ตื๊ด... นาฬิกาเรือนหรูบนข้อมือของเธอแจ้งเตือนเวลา 00:00 น. เข้าสู่เช้าวันใหม่ของวันเกิดเบญจเพสอย่างเป็นทางการ จู่ๆ... ไฟนีออนและแสงสปอตไลท์ในเลา

  • บ่วง   ตอนที่ 14

    บทที่ 4: ปลุกเงื่อนอดีตในกองเพลิง สายฝนกระหน่ำซัดสาดลงมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงฟ้าร้องเปรี้ยงปร้างสลับกับแสงสายฟ้าที่ผ่าลงบนยอดไม้ใหญ่รอบเรือนไม้โบราณ ลมพายุหมุนกรรโชกแรงจนกระเบื้องหลังคาโบราณปลิวว่อน เสียงดนตรีปี่พาทย์โหยหวนดังรัวกระชั้นชิดทวีความถี่บีบคั้นประสาท “กรี๊ดดด! พราว! ลูกพราว!” เสียงพี่บีกรีดร้องแทบขาดใจ ภาพตรงหน้าทำให้ทีมงานและนักแสดงนับสิบชีวิตที่ติดอยู่บนเรือนไม้อยู่ในอาการขวัญผวา ร่างระหงของพราวฟ้าในชุดไทยโบราณเปียกปอนแนบเนื้อ เธอกำลังเยื้องกรายร่ายรำอยู่ตรงขอบระเบียงที่ไร้ราวกั้น แขนเรียวทั้งสองข้างถูกกลุ่มควันสีดำกระชากและดึงดัดท่วงท่าอย่างหักโหม ข้อต่อกระดูกส่งเสียงลั่น กร๊อบ... แกร๊บ... อย่างน่ากลัว ใบหน้าสวยซูบซีดไร้สีเลือด ปากแผลบนนวลแก้มทั้งสองข้างปริแยกออกจนเลือดสดๆ ไหลอาบลงมาผสมปนเปไปกับสายฝน “พราวฟ้า! ตั้งสติไว้ลูก!” ผู้กำกับพยายามจะถลันเข้าไปช่วย แต่เพียงแค่ก้าวเข้าใกล้เขตระเบียง ลมพายุสีดำมืดก็พุ่งกระแทกร่างของเขาลอยกระเด็นกลับมาชนผนังเรือนอย่างแรง! วิญญาณของพิกุลลอยเด่นอยู่เบื้องหลังของพราวฟ้า ใบหน้าเน่าเฟะกึ่งหนึ่งแสยะยิ้มสะใจ เล็บยาวสีดำแหลมคมแทรกเข้าไป

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status