Home / แฟนตาซี / บ่วง / ตอนที่4

Share

ตอนที่4

last update publish date: 2026-06-27 00:25:25

  “น้องพราวคะ ผิวหน้าแห้งมากเลยน่ะค่ะวันนี้ แถมนี่อีก... รอยอะไรคะตรงแก้มซ้าย? มันเหมือนรอยข่วนเลยค่ะ” ช่างแต่งหน้ามือหนึ่งของวงการทักขึ้นในขณะใช้แปรงปัดเบาๆ บนใบหน้าของเธอ

  หัวใจของพราวฟ้าหล่นวูบ “อ๋อ... พอดีแมวที่บ้านมันกระโดดใส่น่ะค่ะพี่ต้อย พราวก็หลบไม่ทัน” เธอรีบแก้ตัว น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย

  “อุ๊ย...ตายจริง! คราวหน้าก็ระวังหน่อยสิคะ หน้าตาระดับพันล้านเลยนะลูก ดีนะที่พี่ต้อยใช้รองพื้นสูตรพิเศษช่วยพราง ไม่งั้นถ้าลูกค้าเห็นคงได้บ่นแย่” ช่างแต่งหน้าเอ่ยขึ้นอย่างเอ็นดู ก่อนจะหันไปหยิบอุปกรณ์ชิ้นอื่นต่อ

  พราวฟ้านั่งนิ่งๆ เธอมองดูตัวเองในกระจกเงาที่มีไฟส่องสว่างล้อมรอบ แต่ทว่าในจังหวะที่ช่างแต่งหน้าหันหลังไปนั้นเอง แสงไฟรอบกระจกมันกลับกระพริบวูบวาบอยู่สองสามครั้ง ก่อนที่ภาพในกระจกที่ควรจะเป็นใบหน้าของพราวฟ้า... แต่มันกลับซ้อนทับด้วยภาพของหญิงสาวในอดีตโบราณที่สวมศิราภรณ์หักๆ บนศีรษะ ใบหน้าซีกหนึ่งของเธอถูกไฟคลอกจนเนื้อสุกพอง ดวงตาสีเลือดข้างนั้นจ้องเขม็งมาที่เธอผ่านกระจก!

  กรี๊ด!

  พราวฟ้าเผลอร้องอุทานออกมาเสียงดังลั่นห้อง เธอรีบยันตัวลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ล้มคว่ำเสียงดังโครม

  “พราว!....เกิดอะไรขึ้นลูก?!” พี่บีที่นั่งอยู่ตรงมุมห้องเธอรีบวิ่งเข้ามาหาพราวฟ้าด้วยความตกใจ รวมถึงช่างแต่งหน้าและทีมงานคนอื่นๆ ที่หันมามองมาที่เธอเป็นตาเดียวกัน

  พราวฟ้าเบิกตากว้าง หอบหายใจถี่ เธอมองไปยังกระจกอีกครั้ง... แต่ภาพที่น่าสยดสยองนั้นหายก็ไปแล้ว มีเพียงเงาสะท้อนของตัวเธอเองที่มีหน้าตาตื่นตระหนกสุดขีด ทุกคนในห้องต่างหันมามองเธอด้วยความฉงนและเริ่มซุบซิบ

  “ไม่มี... ไม่มีอะไรค่ะพราวแค่...แค่ เห็นแมลงสาบวิ่งผ่านคีย์บอร์ดน่ะค่ะ” เธอกล้ำกลืนความกลัวเอาไว้แล้วปั้นหน้ายิ้ม ขอโทษขอโพยกับทุกคนรอบห้องอย่างรอบน้อม

  พี่บีมองพราวฟ้าด้วยสายตาที่เป็นห่วงและเริ่มระแวง กับอาการของดาราสาวในสังกัดที่ดูแปลกไปมากในช่วงนี้ ทั้งเหม่อลอย หวาดระแวง และดูไร้ชีวิตชีวา ผิดกับ ‘พราวฟ้า’ คนเดิมที่เคยร่าเริงและมีความมั่นใจเต็มเปี่ยม

  การถ่ายทำโฆษณาเริ่มต้นขึ้นท่ามกลางความกดดัน พราวฟ้าที่อยู่ในชุดราตรีสีแดงเพลิงยืนอยู่หน้าไฟสปอตไลท์ดวงใหญ่ เธอต้องแสดงสีหน้าที่มั่นใจและเย้ายวนตามคำสั่งของฟิล์มไดเรกเตอร์

  “คัต! น้องพราวครับ พี่ขอสายตาที่มั่นใจกว่านี้หน่อยครับ ตอนนี้สายตาของน้องดูหวาดกลัวอะไรบางอย่างอยู่” เสียงผู้กำกับตะโกนผ่านลำโพง

  “ขอโทษค่ะ ขออีกทีนะคะ” พราวฟ้ายกมือไหว้ เธอพยายามรวบรวมสมาธิ

  “เอาละนะ...พร้อมยัง..... ห้า สี่ สาม สอง แอ็กชัน!”

  เสียงของผู้กำกับดังขึ้น ทุกคนเข้าประจำที่ พราวฟ้าเองก็รีบรวบรวมสมาธิทันที

  สปอตไลท์ทุกดวงส่องสว่างวาบจับไปที่ร่างของเธอ พราวฟ้าพยายามจิกสายตามองกล้อง แต่ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงรอบตัวในสตูดิโอกลับเงียบกริบลงอย่างฉับพลัน เสียงพูดคุยของทีมงาน เสียงพัดลม สัญญาณไฟ ทุกอย่างคล้ายถูกกดปุ่มปิดเสียงลงทันที

  ตึ่ง... โจ๊ะ... ตึ่ง... ตึ่ง...

  เสียงระนาดเอกดังกังวานขึ้นมากลางสตูดิโอ! มันเป็นทำนองเพลงรัวกระชั้นที่บีบคั้นประสาท พราวฟ้าตัวแข็งทื่อ ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความสยองขวัญ เมื่อเธอมองเห็นว่าทีมงานทุกคนในสตูดิโอยังคงขยับตัวทำท่าทางเหมือนปกติ แต่กลับไม่มีเสียงใดๆ เล็ดลอดออกมา มีเพียงเสียงดนตรีไทยเดิมที่ดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ

  และที่ด้านหลังของกล้องถ่ายทำหลัก... ร่างของวิญญาณหญิงสาวสไบเปื้อนเลือดกำลังยืนนิ่ง หล่อนค่อยๆ ยกมือที่ผอมแห้งขดงอขึ้นตั้งวง ก่อนจะร่ายรำด้วยท่วงท่าที่หักเลี้ยวผิดมนุษย์ ดวงตาสีเลือดจับจ้องมาที่พราวฟ้าอย่างสะใจ

  แก๊ก... แกร๊ก...

  พลันนั้นเอง พราวฟ้ารู้สึกได้ถึงแรงกระชากอย่างมหาศาลที่ข้อมือทั้งสองข้างของเธอ ร่างกายของเธอมันไม่ฟังคำสั่งอีกต่อไป แขนเรียวทั้งสองข้างของเธอถูกแรงลึกลับยกขึ้นตั้งวงรำกลางเซตถ่ายทำ โครงหน้าสวยบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวดเมื่อกระดูกไหล่ถูกดึงจนตึงเปรี๊ยะ ขาของเธอเริ่มก้าวเยื้องย่างร่ายรำไปตามจังหวะระนาดที่รัวถี่กระชั้น

  “อึก... ปล่อย... ปล่อยฉัน...” พราวฟ้าครางพร้อมกับตะโกนขึ้นในใจ น้ำตาของเธอไหลอาบแก้ม รอยแผลถูกข่วนที่แก้มซ้ายเริ่มปริออกจนมีเลือดซึมไหลเป็นทางยาวตัดกับรองพื้นสีนวล

  เธอกำลังรำตลบตะแลง พลิกคว่ำพลิกหงายมือด้วยท่วงท่าที่รุนแรงและหักโหมท่ามกลางสายตาของทีมงานนับสิบชีวิตที่มองมาด้วยความช็อกสยดสยอง ทุกคนเห็นดาราสาวชื่อดังจู่ๆ ก็หยุดพูด แล้วลุกขึ้นมารำไทยด้วยท่าทางแปลกประหลาด ใบหน้าบิดเบี้ยวร้องไห้ และมีเลือดไหลออกจากแก้ม

  “น้องพราว! เป็นอะไรไปน่ะ! คัต! คัต!” เสียงผู้กำกับสติหลุดตะโกนลั่น

  “พราว!..ลูกพราว!” พี่บีร้องกรีดร้องอย่างตกใจ ก่อนที่เธอจะวิ่งถลันเข้าไปในเซตถ่ายทำ

  ทว่าก่อนที่ใครจะได้เข้าถึงตัวเธอ ร่างของพราวฟ้าก็ถูกแรงดึงลึกลับกระชากให้หมุนคว้างอยู่กับที่จนหัวหมุนเหวี่ยง ความเจ็บปวดทั่วร่างแล่นริ้วถึงขีดสุดจนประสาทรับไม่ไหว ภาพตรงหน้าเริ่มมืดดับไปพร้อมกับเสียงกระซิบสุดท้ายที่บาดลึกเข้าไปในจิตวิญญาณของเธอ

  “นี่แค่มันเริ่มต้น... กูจะทำให้มึงขาดใจตายคาชุดรำ เหมือนที่มึงเคยทำกับกู!”

  ตึ้ง! เสียงตะโพนส่งท้ายดังลั่น ก่อนที่ร่างของพราวฟ้าจะทรุดฮวบร่วงลงไปกองกับพื้นสตูดิโอ สลบไสลไม่ได้สติ ท่ามกลางเสียงหวีดร้องและความโกลาหลของทีมงานทุกคน!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บ่วง   ตอนที่ 7

    พราวฟ้ามองกระจกเงาบานใหญ่ที่ฉายภาพสะท้อนของตัวเองเธอลูบไปบนแก้มเบาๆก่อนที่มือเรียวจะ ค่อยๆ แกะผ้าก๊อซที่แก้มซ้ายออกช้าๆ ปรากฏรอยแผลที่เคยอักเสบเป็นสีแดงก่ำตอนนี้มันดูแห้งลงเล็กน้อยด้วยอานุภาพของสายสิญจน์มงคล แต่ทว่ารอยขูดขีดที่ดูคล้ายกับตัวอักษรโบราณนั้นมันยังคงเด่นชัดไม่จาง พราวฟ้ารีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกด ถ่ายรูปบาดแผลนั้นเอาไว้ แล้วกดส่งไลน์ไปหา ‘นิกส์’ เพื่อนสนิทตอนสมัยมหาวิทยาลัยที่เป็นถึงอาจารย์โบราณคดีและผู้ที่เชี่ยวชาญด้านอักษรศาสตร์โบราณ พราวฟ้า:{ ‘นิกส์... แกช่วยดูให้ฉันหน่อยได้ไหมว่ารอยพวกนี้ มันคล้ายกับตัวอักษรโบราณชิ้นไหนที่แกรู้จักหรือเปล่า?’} เวลาผ่านไปไม่ถึงสามนาทีหลังพราวฟ้ากดส่วข้อความ ปลายสายก็โทรสวนกลับเข้ามาทันทีด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตระหนก [“เฮ้ยพราว!.....นี่หน้าของแกไปโดนอะไรมาว่ะ? ทำไมมันเป็นแผลแบบนั้นได้ แล้วรอยนั่นมัน...”] น้ำเสียงของนิกส์ที่ปลายสายดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันตา “มันทำไมเหรอนิกส์? แกอ่านออกใช่ไหม..” พราวฟ้าถามขึ้นพลางบีบมือของตัวเองจนแน่น {“พราว... รอยข่วนบนหน้าของแกมันไม่ใช่รอยเล็บธรรมดา แล้วน่ะ แต่มันคือการจงใจขูดขีดให้เป็นอักษ

  • บ่วง   ตอนที่6

    “ชาตินี้โยมจำอะไรไม่ได้... แต่ว่ากระแสจิตแห่งความแค้นของเขาไม่เคยลืม” พระอาจารย์หลับตาลงนั่งนิ่งระลึกจิตอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ท่านจะลืมตาขึ้น “ในอดีตชาตินั้น... โยมเคยเป็นนางละครหลวงผู้ที่มีชื่อเสียงอย่ทงมาก และเป็นที่โปรดปรานจนทำให้เกิดความทะนงตน และได้ลงมือทำการกระทำอันโหดร้ายยิ่ง โยมตัดสินใจที่จะทำลายชีวิตและใบหน้าของนางรำอีกคน ด้วยความอิจฉาริษยา จนหล่อนต้องตายตกลงไปพร้อมความทุกข์ทรมานในชุดรำ” คำบอกเล่าของพระอาจารย์มันคล้ายกับสายฟ้า ที่ผ่าลงมากลางใจของพราวฟ้าอย่างแรง ภาพสะท้อนของวิญญาณร้ายที่กรีดร้องว่า ‘ทุกรอยแผลที่มึงฝากไว้ในชาติตอนโน้น กูจะกรีดคืนบนหน้ามึงในชาตินี้!’ ลอยวาบผ่านเข้ามาในสมองของเธออย่างชัดเจน “แล้ว... แล้วพราวต้องทำยังไงคะหลวงพ่อ ถ้าพราวทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เขาๆจะยอมอโหสิกรรมให้ไหมคะ?” เธอกราบพระอาจารย์ถามด้วยความหวัง พระอาจารย์บุญส่งมองใบหน้าของพราวฟ้าก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ “จิตที่ผูกไปด้วยความอาฆาตและความแค้นมันไม่ได้แก้ได้ง่ายๆด้วยการ กรวดน้ำธรรมดาหรอกนะโยมพราวฟ้า บ่วงกรรมนี้มันผูกด้วยเงื่อนตาย ฝ่ายนั้นเขาไม่ได้ต้องการบุญ... เขาต้องการ ‘ชีวิต’ และ ต้อง

  • บ่วง   ตอนที่ 5

    ตื๊ด..ตื๊ด... เสียงสัญญาณเตือนของเครื่องวัดชีพจรดังขึ้นมาเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับกลิ่นน้ำยาทำความสะอาดและกลิ่นยาที่ฉุนจนขึ้นจมูกของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของกรุงเทพฯที่ลอยมาแตะจมูก พราวฟ้าค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก เปลือกตาของเธอหนักอึ้งราวกับว่าถูกถ่วงด้วยก้อนหิน แสงไฟสีขาวนวลจากเพดานห้องพักฟื้นสว่างจ้าจนทำให้เธอต้องหยีตาเพื่อปรับแสงอยู่ครู่ใหญ่ ความรู้สึกแรกที่จู่โจมเข้ามาทันทีที่เธอตั้งสติได้คือ ความเจ็บปวด มันไม่ใช่แค่เป็นอาการปวดเมื่อยธรรมดาๆ แต่มันทั้งเจ็บและระบมลึกเข้าไปถึงในกระดูกของเธอราวกับว่าร่างกายนี้ถูกบดขยี้ ข้อมือและข้อเท้าทั้งสองข้างก็เช่นเดียวกันมันระบมจนแทบระเบิดทุกครั้งที่ขยับเธอขยับแค่นิดเดียว และที่สำคัญคือ ความรู้สึกที่แสบร้อน ตรงแก้มซ้ายมันเด่นชัดกว่าทุกส่วน “พราว!..พราวฟื้นแล้วเหรอลูก!..” เสียงอุทานด้วยความดีใจของพี่บีผู้จัดการสาวดังขึ้นพร้อมกับร่างท้วมที่รีบเดินเข้ามาเกาะขอบเตียง ใบหน้าของพี่บีตัวซีดเผือดและเต็มไปด้วยความเป็นห่วงปนวิตกกังวล ตาทั้งสองข้างของพี่บีบวมเป่งเหมือนกับว่าเธอพึ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก “พี่... พี่บีพราวเป็นอะ

  • บ่วง   ตอนที่4

    “น้องพราวคะ ผิวหน้าแห้งมากเลยน่ะค่ะวันนี้ แถมนี่อีก... รอยอะไรคะตรงแก้มซ้าย? มันเหมือนรอยข่วนเลยค่ะ” ช่างแต่งหน้ามือหนึ่งของวงการทักขึ้นในขณะใช้แปรงปัดเบาๆ บนใบหน้าของเธอ หัวใจของพราวฟ้าหล่นวูบ “อ๋อ... พอดีแมวที่บ้านมันกระโดดใส่น่ะค่ะพี่ต้อย พราวก็หลบไม่ทัน” เธอรีบแก้ตัว น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย “อุ๊ย...ตายจริง! คราวหน้าก็ระวังหน่อยสิคะ หน้าตาระดับพันล้านเลยนะลูก ดีนะที่พี่ต้อยใช้รองพื้นสูตรพิเศษช่วยพราง ไม่งั้นถ้าลูกค้าเห็นคงได้บ่นแย่” ช่างแต่งหน้าเอ่ยขึ้นอย่างเอ็นดู ก่อนจะหันไปหยิบอุปกรณ์ชิ้นอื่นต่อ พราวฟ้านั่งนิ่งๆ เธอมองดูตัวเองในกระจกเงาที่มีไฟส่องสว่างล้อมรอบ แต่ทว่าในจังหวะที่ช่างแต่งหน้าหันหลังไปนั้นเอง แสงไฟรอบกระจกมันกลับกระพริบวูบวาบอยู่สองสามครั้ง ก่อนที่ภาพในกระจกที่ควรจะเป็นใบหน้าของพราวฟ้า... แต่มันกลับซ้อนทับด้วยภาพของหญิงสาวในอดีตโบราณที่สวมศิราภรณ์หักๆ บนศีรษะ ใบหน้าซีกหนึ่งของเธอถูกไฟคลอกจนเนื้อสุกพอง ดวงตาสีเลือดข้างนั้นจ้องเขม็งมาที่เธอผ่านกระจก! กรี๊ด! พราวฟ้าเผลอร้องอุทานออกมาเสียงดังลั่นห้อง เธอรีบยันตัวลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ล้มคว่ำเสียงดังโครม “พรา

  • บ่วง   ตอนที่ 3

    แสงสว่างจากหลอดไฟนีออนบนเพดานที่กลับมาติดสว่างอีกครั้ง มันไม่ได้ช่วยให้ความเย็นเยียบในใจของพราวฟ้าลดน้อยลงไปเลย ดาราสาวนั่งกอดเข่าตัวสั่นงันงกอยู่บนเตียงหนานุ่ม สายตาก็จับจ้องไปยังจุดที่ร่างของวิญญาณผู้หญิงคนนั้นเพิ่งสลายตัวไปอย่างไมวางตา เสียงหอบหายใจอย่างแรงและเหนื่อยหอยเป็นดสียงเดียวที่ดังอยู่ในห้องมันดังแข่งกับเสียงซ่าของเม็ดฝนภายนอกเรือนไม้ไทยโบราณหลังนี้ พราวฟ้าก้มลงมองข้อมือของตัวเองอีกครั้ง รอยปื้นเขียวซ้ำอมม่วงเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับแขนของเธอถูกบดขยี้อย่างรุนแรง มันเจ็บปวดลึกเข้าไปถึงกระดูกจนเธอต้องขบฟันแน่น น้ำใสๆ ไหลรินออกจากหางตาอย่างคนไม่รู้ตะทำนังไง ความหวาดกลัวที่เข้าขั้นขีดสุดทำให้สมองของเธอมึนชาไปหมด “ทำไม... ชาติก่อนงั้นเหรอ? ฉันไปทำอะไรให้เธอกัน...” เธอกระซิบถามออกมากับความว่างเปล่าด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและสั่นกลัว พราพราวฟ้าใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงในการรวบรวมความกล้าและกำลังใจอันน้อยนิด เธอพยายามพยุงร่างกายที่ระบมไปทั้งตัวลงจากเตียงอย่างยากลำบาก ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบรับน้ำหนักของเธอไม่ไหว ทุกก้าวที่เรียวขาสวยเดินผ่านพื้นไม้สักทองส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดชวนให้ประ

  • บ่วง   ตอนที่2

    พราวฟ้ายกมือที่สั่นเทาขึ้นอย่างช้าๆแล้วเกาะขอบประตูไม้สักเอาไว้เพื่อ พยุงร่างกายขอวตัวเองที่ปวดร้าวราวกับว่าจะแตกเป็นออกเสี่ยงๆ ก่อนที่เธอจะเดินกลับเข้ามาในห้องนอนอย่างเชื่องช้า ทันทีที่ประตูกระจกบานเลื่อนริมระเบียงปิดลง เสียงพายุฟ้าฝนที่โหมกระหน่ำภายนอกก็ซาลงไปบ้างเเล้ว แต่ทว่ากลับเป็นความเงียบสงัดที่เข้ามาแทนที่และมันทำให้อุณหภูมิภายในห้องนอนของพราวฟ้าลดฮวบลงจนเธอเริ่มหนาวสั่นมากขึ้นกว่าเดิมจนเธอมองเห็นได้ว่าลมหายใจของตัวเองที่พ่นออกมาเป็นไอขาวจางๆ กริ๊ก... กริ๊ก... พราวฟ้าพยายามกดเปิดสวิตช์ไฟฟ้าข้างผนังห้อง แต่ความมืดก็ยังคงครอบงำอยู่ดี มีเพียงแค่แสงไฟสลัวจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเธอที่วางอยู่บนหัวเตียงสว่างวาบขึ้นมา พราวฟ้าเดินไปตามแสงนั่นก่อรเธอจะยกมือถือขึ้นมาเปิดดู เป็นการแจ้งเตือนข้อความจากผู้จัดการส่วนตัวของเธอเอง พี่บี {พราวลูก...หนูอย่าลืมนะจ๊ะ ว่าวันพรุ่งนี้จะมีกองถ่ายโฆษณาเครื่องสำอางในตอนแปดโมงเช้า ตัวนี้สำคัญมากเลยน่ะ ลูกค้าขอแบบหน้าเป๊ะๆห้ามโทรมเด็ดขาดเลยน่ะ นอนไวๆ นะลูก ฝันดีจ้ะ} หน้าเป๊ะงั้นเหรอ พราวฟ้ายิ้มหยันให้กับตัวเอง สภาพแบบนี้ของเธอจะเอาอะไรมาหน้าเป๊ะ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status