مشاركة

ตอนที่ 7

last update تاريخ النشر: 2026-07-16 16:11:03

พราวฟ้ามองกระจกเงาบานใหญ่ที่ฉายภาพสะท้อนของตัวเองเธอลูบไปบนแก้มเบาๆก่อนที่มือเรียวจะ ค่อยๆ แกะผ้าก๊อซที่แก้มซ้ายออกช้าๆ ปรากฏรอยแผลที่เคยอักเสบเป็นสีแดงก่ำตอนนี้มันดูแห้งลงเล็กน้อยด้วยอานุภาพของสายสิญจน์มงคล แต่ทว่ารอยขูดขีดที่ดูคล้ายกับตัวอักษรโบราณนั้นมันยังคงเด่นชัดไม่จาง พราวฟ้ารีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกด ถ่ายรูปบาดแผลนั้นเอาไว้ แล้วกดส่งไลน์ไปหา ‘นิกส์’ เพื่อนสนิทตอนสมัยมหาวิทยาลัยที่เป็นถึงอาจารย์โบราณคดีและผู้ที่เชี่ยวชาญด้านอักษรศาสตร์โบราณ

พราวฟ้า:{ ‘นิกส์... แกช่วยดูให้ฉันหน่อยได้ไหมว่ารอยพวกนี้ มันคล้ายกับตัวอักษรโบราณชิ้นไหนที่แกรู้จักหรือเปล่า?’}

เวลาผ่านไปไม่ถึงสามนาทีหลังพราวฟ้ากดส่วข้อความ ปลายสายก็โทรสวนกลับเข้ามาทันทีด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตระหนก

[“เฮ้ยพราว!.....นี่หน้าของแกไปโดนอะไรมาว่ะ? ทำไมมันเป็นแผลแบบนั้นได้ แล้วรอยนั่นมัน...”] น้ำเสียงของนิกส์ที่ปลายสายดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันตา

“มันทำไมเหรอนิกส์? แกอ่านออกใช่ไหม..” พราวฟ้าถามขึ้นพลางบีบมือของตัวเองจนแน่น

{“พราว... รอยข่วนบนหน้าของแกมันไม่ใช่รอยเล็บธรรมดา

แล้วน่ะ แต่มันคือการจงใจขูดขีดให้เป็นอักษรไทยย่อในตอนสมัยอยุธยาตอนปลาย มันกับคล้ายอักษรที่ใช้ตราหน้าพวกนักโทษหรือพวกคนทรยศ”}

นิกส์เว้นจังหวะไปเล็กน้อย ก่อนที่จะเอ่ยคำแปลที่ทำให้พราวฟ้าเย็นวาบไปถึงขั้วหัวใจ

“มันอ่านว่า... ‘อีนังแพศยาใจทมิฬ’”

โทรศัพท์มือถือในมือแทบจะร่วงหลุดจากมือของพราวฟ้า คำแปลพวกนั้นมันได้ตอกย้ำว่าอดีตชาติอันดำมืดที่เธอจำไม่ได้อย่างโหดร้าย พราวฟ้ากล่าวขอบคุณเพื่อนสนิทสั้นๆ ก่อนที่เธอจะกดวางสาย ร่างบางระหงสั่นเทาไปด้วยความตื่นตระหนก

ในคืนนั้น พราวฟ้าที่นอนหลับไปด้วยความอ่อนล้า แต่ทว่าในความฝัน... เธอไม่ได้เดินละเมอลุกขึ้นมารำอีกต่อไป ด้วยอานุภาพของสายสิญจน์ของพระอาจารย์บุญส่งทำหน้าที่ปกป้องร่างเนื้อของเธอเอาไว้ แต่มันกลับเปิดทางให้ดวงจิตของเธอ ‘ดำดิ่งลึก’ ลงสู่อดีตชาติเพื่อรับรู้ความจริง

อื้ออึง....... เสียงระนาดเอกแว่วหวานดังกังวาน...

ภาพที่อยู่ตรงหน้าของพราวฟ้าแปรเปลี่ยนไปจากห้องนอนหรูหรา กลายเป็นโรงละครไม้สมัยโบราณที่จุดคบเพลิงจนสว่างไสวแทนเเสงไฟนีออน กลิ่นของดอกมะลิและแป้งร่ำโชยอบอวลไปทั่ว พราวฟ้าเธอมองเห็นตัวเอง... ภาพนั้นมันไม่ใช่พราวฟ้าที่เป็นดาราดังในชุดสไบสมัยใหม่ แต่มันกลับเป็นหญิงสาวในเครื่องแต่งกายชุดนางรำหลวงที่ปักดิ้นทองระยิบระยับ ใบหน้าสวยงดงามอย่างไร้ที่ติ แต่ทว่าแววตาของเธอกลับเต็มไปด้วยความทะนงตนและริษยา

เธอคนนั้น... มีชื่อในอดีตว่า ‘แม่หญิงพราวผกา’

พราวฟ้าที่อยู่ในร่างวิญญาณเธอเฝ้ามองภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าด้วยความอึดอัด แม่หญิงพราวผกากำลังยืนชี้หน้าด่าทอนางรำอีกคนหนึ่งที่คุกเข่าร้องไห้อยู่บนพื้น ไม้เรียวในมือของพราวผกาหวดลงบนหลังของนางรำผู้นั้นอย่างไร้ความปราณี

“มึงมันขี้ข้าปลายแถว! คิดจะมาแย่งบทนางเอกละครหลวงไปจากกูงั้นหรือ ‘อีพิกุล’!” เสียงของพราวผกาตวาดกร้าว

นางรำที่ชื่อพิกุลสะอื้นไห้จนตัวโยน ใบหน้าของหล่อนงดงามอ่อนหวานไม่แพ้กัน แต่บัดนี้เต็มไปด้วยคราบน้ำตา “พี่พราวผกา... ฉันมิเคยคิดแข่งบุญบารมีกับพี่เลย เจ้าคุณท่านเป็นผู้เลือกฉันเอง...”

“อีตอแหล! มึงใช้หน้าตาซื่อๆ ของมึงอ่อยท่าน!” พราวผกาตาโตด้วยความคลั่งแค้น หล่อนหันไปคว้าคบเพลิงที่ตั้งอยู่ข้างผนังมา ถือมั่นไว้ในมือ “ในเมื่อมึงใช้หน้าตานี้แย่งทุกอย่างไปจากกู... กูจะทำให้มึงไม่มีหน้าไปเสนอให้ใครดูอีก!”

“ไม่นะพี่พราวผกา! อย่าทำฉันเลย! ฉันกราบล่ะ!” พิกุลพนมมือไหว้หัวซุกหัวซุน

ทว่าความริษยาได้บดบังจิตสำนึกของพราวผกาไปจนหมดสิ้น หล่อนสะบัดคบเพลิงลงไปที่ร่างของพิกุล ไฟลุกพรึบตะลุมพุกไปตามเสื้อผ้าและผ้าสไบโบราณ เสียงกรีดร้องด้วยความทุกข์ทรมานของพิกุลดังระงมเจาะลึกเข้าไปในจิตวิญญาณ พราวผกายังไม่สะใจ หล่อนใช้เศษไม้ติดไฟขูดขีดและกรีดลงบนใบหน้าของพิกุลอย่างบ้าคลั่ง ตราหน้าหญิงสาวผู้โชคร้ายให้ตายตกไปพร้อมกับเปลวเพลิงที่แผดเผาโรงละคร

“กูขอแช่งมึง... อีพราวผกา! เกิดอีกกี่ชาติกูจะตามจองล้างจองผลาญมึง! มึงทำหน้ากูพัง มึงทำกูตายคาชุดรำ... ชาติไหนมึงมีชื่อเสียง กูจะลากมึงลงนรกให้ย่อยยับยิ่งกว่ากู!!!”

“ไม่!!!”

พราวฟ้ากรีดร้องสุดเสียง สะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก เหงื่อกาฬไหลท่วมตัวจนชุดนอนเปียกชุ่ม เธอนั่งหอบหายใจรัวสั่น ภาพความโหดร้ายในอดีตชาติที่เธอเป็นคนก่อยังคงติดตา มันชัดเจน เสียจนเธอปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไปว่า... เธอคือคนผิด

กริ๊ก... กริ๊ก...

สายสิญจน์มงคลที่ข้อมือขวาของเธอจู่ๆ ก็ขาดผึ่งออกเองราวกับถูกใบมีดกรีด! พร้อมกันนั้น เสียงดนตรีไทยที่กระชั้นถี่โหยหวนก็ดังขึ้นรอบห้องนอนอีกครั้ง ลมพายุภายนอกพัดหน้าต่างไม้สักเปิดออกโครมใหญ่ ควันสีดำสนิทม้วนตัวพุ่งเข้ามาจากความมืด มันก่อตัวเป็นร่างของ ‘พิกุล’ วิญญาณสาวสไบไหม้เกรียม ใบหน้าเน่าเฟะกึ่งหนึ่งลอยเด่นอยู่เหนือเตียงนอน

“มึงเห็นแล้วใช่ไหม... อีพราวผกา! มึงจำความชั่วของมึงได้แล้วใช่ไหม!” เสียงหวีดร้องของผีพิกุลทรงพลังและเต็มไปด้วยความแค้นจนกระจกในห้องเริ่มร้าว

พราวฟ้าตัวสั่นเทา ทว่าในครั้งนี้ แววตาของเธอไม่มีเพียงความหวาดกลัว... แต่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดลึกซึ้ง เธอก้าวลงจากเตียง คุกเข่าลงบนพื้นไม้ ก้มลงกราบวิญญาณพยาบาทตรงหน้าด้วยหัวใจที่ยอมจำนน

“ฉันขอโทษ... พิกุล ฉันขอโทษ...” พราวฟ้าร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน “ฉันยอมรับกรรมทุกอย่าง... ยอมแล้ว”

วิญญาณของพิกุลแสยะยิ้มอัปลักษณ์ มือผอมแห้งเล็บยาวสีดำยื่นเข้ามาใกล้ใบหน้าของดาราสาว ชะตากรรมของพราวฟ้าในวัยใกล้ยี่สิบห้าปีกำลังดิ่งลงสู่จุดวิกฤตที่แลกด้วยชีวิต!

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • บ่วง   ตอนที่ 7

    พราวฟ้ามองกระจกเงาบานใหญ่ที่ฉายภาพสะท้อนของตัวเองเธอลูบไปบนแก้มเบาๆก่อนที่มือเรียวจะ ค่อยๆ แกะผ้าก๊อซที่แก้มซ้ายออกช้าๆ ปรากฏรอยแผลที่เคยอักเสบเป็นสีแดงก่ำตอนนี้มันดูแห้งลงเล็กน้อยด้วยอานุภาพของสายสิญจน์มงคล แต่ทว่ารอยขูดขีดที่ดูคล้ายกับตัวอักษรโบราณนั้นมันยังคงเด่นชัดไม่จาง พราวฟ้ารีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกด ถ่ายรูปบาดแผลนั้นเอาไว้ แล้วกดส่งไลน์ไปหา ‘นิกส์’ เพื่อนสนิทตอนสมัยมหาวิทยาลัยที่เป็นถึงอาจารย์โบราณคดีและผู้ที่เชี่ยวชาญด้านอักษรศาสตร์โบราณ พราวฟ้า:{ ‘นิกส์... แกช่วยดูให้ฉันหน่อยได้ไหมว่ารอยพวกนี้ มันคล้ายกับตัวอักษรโบราณชิ้นไหนที่แกรู้จักหรือเปล่า?’} เวลาผ่านไปไม่ถึงสามนาทีหลังพราวฟ้ากดส่วข้อความ ปลายสายก็โทรสวนกลับเข้ามาทันทีด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตระหนก [“เฮ้ยพราว!.....นี่หน้าของแกไปโดนอะไรมาว่ะ? ทำไมมันเป็นแผลแบบนั้นได้ แล้วรอยนั่นมัน...”] น้ำเสียงของนิกส์ที่ปลายสายดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันตา “มันทำไมเหรอนิกส์? แกอ่านออกใช่ไหม..” พราวฟ้าถามขึ้นพลางบีบมือของตัวเองจนแน่น {“พราว... รอยข่วนบนหน้าของแกมันไม่ใช่รอยเล็บธรรมดา แล้วน่ะ แต่มันคือการจงใจขูดขีดให้เป็นอักษ

  • บ่วง   ตอนที่6

    “ชาตินี้โยมจำอะไรไม่ได้... แต่ว่ากระแสจิตแห่งความแค้นของเขาไม่เคยลืม” พระอาจารย์หลับตาลงนั่งนิ่งระลึกจิตอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ท่านจะลืมตาขึ้น “ในอดีตชาตินั้น... โยมเคยเป็นนางละครหลวงผู้ที่มีชื่อเสียงอย่ทงมาก และเป็นที่โปรดปรานจนทำให้เกิดความทะนงตน และได้ลงมือทำการกระทำอันโหดร้ายยิ่ง โยมตัดสินใจที่จะทำลายชีวิตและใบหน้าของนางรำอีกคน ด้วยความอิจฉาริษยา จนหล่อนต้องตายตกลงไปพร้อมความทุกข์ทรมานในชุดรำ” คำบอกเล่าของพระอาจารย์มันคล้ายกับสายฟ้า ที่ผ่าลงมากลางใจของพราวฟ้าอย่างแรง ภาพสะท้อนของวิญญาณร้ายที่กรีดร้องว่า ‘ทุกรอยแผลที่มึงฝากไว้ในชาติตอนโน้น กูจะกรีดคืนบนหน้ามึงในชาตินี้!’ ลอยวาบผ่านเข้ามาในสมองของเธออย่างชัดเจน “แล้ว... แล้วพราวต้องทำยังไงคะหลวงพ่อ ถ้าพราวทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เขาๆจะยอมอโหสิกรรมให้ไหมคะ?” เธอกราบพระอาจารย์ถามด้วยความหวัง พระอาจารย์บุญส่งมองใบหน้าของพราวฟ้าก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ “จิตที่ผูกไปด้วยความอาฆาตและความแค้นมันไม่ได้แก้ได้ง่ายๆด้วยการ กรวดน้ำธรรมดาหรอกนะโยมพราวฟ้า บ่วงกรรมนี้มันผูกด้วยเงื่อนตาย ฝ่ายนั้นเขาไม่ได้ต้องการบุญ... เขาต้องการ ‘ชีวิต’ และ ต้อง

  • บ่วง   ตอนที่ 5

    ตื๊ด..ตื๊ด... เสียงสัญญาณเตือนของเครื่องวัดชีพจรดังขึ้นมาเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับกลิ่นน้ำยาทำความสะอาดและกลิ่นยาที่ฉุนจนขึ้นจมูกของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของกรุงเทพฯที่ลอยมาแตะจมูก พราวฟ้าค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก เปลือกตาของเธอหนักอึ้งราวกับว่าถูกถ่วงด้วยก้อนหิน แสงไฟสีขาวนวลจากเพดานห้องพักฟื้นสว่างจ้าจนทำให้เธอต้องหยีตาเพื่อปรับแสงอยู่ครู่ใหญ่ ความรู้สึกแรกที่จู่โจมเข้ามาทันทีที่เธอตั้งสติได้คือ ความเจ็บปวด มันไม่ใช่แค่เป็นอาการปวดเมื่อยธรรมดาๆ แต่มันทั้งเจ็บและระบมลึกเข้าไปถึงในกระดูกของเธอราวกับว่าร่างกายนี้ถูกบดขยี้ ข้อมือและข้อเท้าทั้งสองข้างก็เช่นเดียวกันมันระบมจนแทบระเบิดทุกครั้งที่ขยับเธอขยับแค่นิดเดียว และที่สำคัญคือ ความรู้สึกที่แสบร้อน ตรงแก้มซ้ายมันเด่นชัดกว่าทุกส่วน “พราว!..พราวฟื้นแล้วเหรอลูก!..” เสียงอุทานด้วยความดีใจของพี่บีผู้จัดการสาวดังขึ้นพร้อมกับร่างท้วมที่รีบเดินเข้ามาเกาะขอบเตียง ใบหน้าของพี่บีตัวซีดเผือดและเต็มไปด้วยความเป็นห่วงปนวิตกกังวล ตาทั้งสองข้างของพี่บีบวมเป่งเหมือนกับว่าเธอพึ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก “พี่... พี่บีพราวเป็นอะ

  • บ่วง   ตอนที่4

    “น้องพราวคะ ผิวหน้าแห้งมากเลยน่ะค่ะวันนี้ แถมนี่อีก... รอยอะไรคะตรงแก้มซ้าย? มันเหมือนรอยข่วนเลยค่ะ” ช่างแต่งหน้ามือหนึ่งของวงการทักขึ้นในขณะใช้แปรงปัดเบาๆ บนใบหน้าของเธอ หัวใจของพราวฟ้าหล่นวูบ “อ๋อ... พอดีแมวที่บ้านมันกระโดดใส่น่ะค่ะพี่ต้อย พราวก็หลบไม่ทัน” เธอรีบแก้ตัว น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย “อุ๊ย...ตายจริง! คราวหน้าก็ระวังหน่อยสิคะ หน้าตาระดับพันล้านเลยนะลูก ดีนะที่พี่ต้อยใช้รองพื้นสูตรพิเศษช่วยพราง ไม่งั้นถ้าลูกค้าเห็นคงได้บ่นแย่” ช่างแต่งหน้าเอ่ยขึ้นอย่างเอ็นดู ก่อนจะหันไปหยิบอุปกรณ์ชิ้นอื่นต่อ พราวฟ้านั่งนิ่งๆ เธอมองดูตัวเองในกระจกเงาที่มีไฟส่องสว่างล้อมรอบ แต่ทว่าในจังหวะที่ช่างแต่งหน้าหันหลังไปนั้นเอง แสงไฟรอบกระจกมันกลับกระพริบวูบวาบอยู่สองสามครั้ง ก่อนที่ภาพในกระจกที่ควรจะเป็นใบหน้าของพราวฟ้า... แต่มันกลับซ้อนทับด้วยภาพของหญิงสาวในอดีตโบราณที่สวมศิราภรณ์หักๆ บนศีรษะ ใบหน้าซีกหนึ่งของเธอถูกไฟคลอกจนเนื้อสุกพอง ดวงตาสีเลือดข้างนั้นจ้องเขม็งมาที่เธอผ่านกระจก! กรี๊ด! พราวฟ้าเผลอร้องอุทานออกมาเสียงดังลั่นห้อง เธอรีบยันตัวลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ล้มคว่ำเสียงดังโครม “พรา

  • บ่วง   ตอนที่ 3

    แสงสว่างจากหลอดไฟนีออนบนเพดานที่กลับมาติดสว่างอีกครั้ง มันไม่ได้ช่วยให้ความเย็นเยียบในใจของพราวฟ้าลดน้อยลงไปเลย ดาราสาวนั่งกอดเข่าตัวสั่นงันงกอยู่บนเตียงหนานุ่ม สายตาก็จับจ้องไปยังจุดที่ร่างของวิญญาณผู้หญิงคนนั้นเพิ่งสลายตัวไปอย่างไมวางตา เสียงหอบหายใจอย่างแรงและเหนื่อยหอยเป็นดสียงเดียวที่ดังอยู่ในห้องมันดังแข่งกับเสียงซ่าของเม็ดฝนภายนอกเรือนไม้ไทยโบราณหลังนี้ พราวฟ้าก้มลงมองข้อมือของตัวเองอีกครั้ง รอยปื้นเขียวซ้ำอมม่วงเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับแขนของเธอถูกบดขยี้อย่างรุนแรง มันเจ็บปวดลึกเข้าไปถึงกระดูกจนเธอต้องขบฟันแน่น น้ำใสๆ ไหลรินออกจากหางตาอย่างคนไม่รู้ตะทำนังไง ความหวาดกลัวที่เข้าขั้นขีดสุดทำให้สมองของเธอมึนชาไปหมด “ทำไม... ชาติก่อนงั้นเหรอ? ฉันไปทำอะไรให้เธอกัน...” เธอกระซิบถามออกมากับความว่างเปล่าด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและสั่นกลัว พราพราวฟ้าใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงในการรวบรวมความกล้าและกำลังใจอันน้อยนิด เธอพยายามพยุงร่างกายที่ระบมไปทั้งตัวลงจากเตียงอย่างยากลำบาก ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบรับน้ำหนักของเธอไม่ไหว ทุกก้าวที่เรียวขาสวยเดินผ่านพื้นไม้สักทองส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดชวนให้ประ

  • บ่วง   ตอนที่2

    พราวฟ้ายกมือที่สั่นเทาขึ้นอย่างช้าๆแล้วเกาะขอบประตูไม้สักเอาไว้เพื่อ พยุงร่างกายขอวตัวเองที่ปวดร้าวราวกับว่าจะแตกเป็นออกเสี่ยงๆ ก่อนที่เธอจะเดินกลับเข้ามาในห้องนอนอย่างเชื่องช้า ทันทีที่ประตูกระจกบานเลื่อนริมระเบียงปิดลง เสียงพายุฟ้าฝนที่โหมกระหน่ำภายนอกก็ซาลงไปบ้างเเล้ว แต่ทว่ากลับเป็นความเงียบสงัดที่เข้ามาแทนที่และมันทำให้อุณหภูมิภายในห้องนอนของพราวฟ้าลดฮวบลงจนเธอเริ่มหนาวสั่นมากขึ้นกว่าเดิมจนเธอมองเห็นได้ว่าลมหายใจของตัวเองที่พ่นออกมาเป็นไอขาวจางๆ กริ๊ก... กริ๊ก... พราวฟ้าพยายามกดเปิดสวิตช์ไฟฟ้าข้างผนังห้อง แต่ความมืดก็ยังคงครอบงำอยู่ดี มีเพียงแค่แสงไฟสลัวจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเธอที่วางอยู่บนหัวเตียงสว่างวาบขึ้นมา พราวฟ้าเดินไปตามแสงนั่นก่อรเธอจะยกมือถือขึ้นมาเปิดดู เป็นการแจ้งเตือนข้อความจากผู้จัดการส่วนตัวของเธอเอง พี่บี {พราวลูก...หนูอย่าลืมนะจ๊ะ ว่าวันพรุ่งนี้จะมีกองถ่ายโฆษณาเครื่องสำอางในตอนแปดโมงเช้า ตัวนี้สำคัญมากเลยน่ะ ลูกค้าขอแบบหน้าเป๊ะๆห้ามโทรมเด็ดขาดเลยน่ะ นอนไวๆ นะลูก ฝันดีจ้ะ} หน้าเป๊ะงั้นเหรอ พราวฟ้ายิ้มหยันให้กับตัวเอง สภาพแบบนี้ของเธอจะเอาอะไรมาหน้าเป๊ะ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status