LOGINพราวฟ้ายกมือที่สั่นเทาขึ้นอย่างช้าๆแล้วเกาะขอบประตูไม้สักเอาไว้เพื่อ พยุงร่างกายขอวตัวเองที่ปวดร้าวราวกับว่าจะแตกเป็นออกเสี่ยงๆ ก่อนที่เธอจะเดินกลับเข้ามาในห้องนอนอย่างเชื่องช้า ทันทีที่ประตูกระจกบานเลื่อนริมระเบียงปิดลง เสียงพายุฟ้าฝนที่โหมกระหน่ำภายนอกก็ซาลงไปบ้างเเล้ว แต่ทว่ากลับเป็นความเงียบสงัดที่เข้ามาแทนที่และมันทำให้อุณหภูมิภายในห้องนอนของพราวฟ้าลดฮวบลงจนเธอเริ่มหนาวสั่นมากขึ้นกว่าเดิมจนเธอมองเห็นได้ว่าลมหายใจของตัวเองที่พ่นออกมาเป็นไอขาวจางๆ
กริ๊ก... กริ๊ก...
พราวฟ้าพยายามกดเปิดสวิตช์ไฟฟ้าข้างผนังห้อง แต่ความมืดก็ยังคงครอบงำอยู่ดี มีเพียงแค่แสงไฟสลัวจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเธอที่วางอยู่บนหัวเตียงสว่างวาบขึ้นมา พราวฟ้าเดินไปตามแสงนั่นก่อรเธอจะยกมือถือขึ้นมาเปิดดู เป็นการแจ้งเตือนข้อความจากผู้จัดการส่วนตัวของเธอเอง
พี่บี {พราวลูก...หนูอย่าลืมนะจ๊ะ ว่าวันพรุ่งนี้จะมีกองถ่ายโฆษณาเครื่องสำอางในตอนแปดโมงเช้า ตัวนี้สำคัญมากเลยน่ะ ลูกค้าขอแบบหน้าเป๊ะๆห้ามโทรมเด็ดขาดเลยน่ะ นอนไวๆ นะลูก ฝันดีจ้ะ}
หน้าเป๊ะงั้นเหรอ พราวฟ้ายิ้มหยันให้กับตัวเอง สภาพแบบนี้ของเธอจะเอาอะไรมาหน้าเป๊ะกันล่ะ ขาแทบก้าวไม่ออก และเบ้าตาที่ดำคล้ำเหมือนกับไม่ได้นอนมาเป็นเดือนอย่างนี้ จะเอาอะไรมาเป๊ะกันล่ะ
พราวฟ้าทิ้งตัวนั่งลงขอบเตียงอย่างหมดแรง ข้อมือทั้งสองข้างของเธอยังคงรู้สึกเจ็บปวดแปร๊บปร๊าบอยู่เป็นระยะ จนเธอต้องก้มลงไปมอง และภาพที่เห็นก็ทำให้พราวฟ้าแทบหัวใจหยุดเต้น
ภายใต้เเสดงสลัวผ่านโทรศัพท์มือถือ บนผิวเนียนละเอียด ตรงข้อมือทุ้งสองข้างของเธอ มันกลับปรากฏรอยแดงช้ำที่เด่นชัดอย่างน่ากลัว รอยปื้นสีเขียวช้ำเป็นจ้ำหนา มันเหมือนกับมีมือใหญ่ๆมา
บีบขยี้อย่างรุนแรง รอยช้ำนั้นมันยาวขึ้นไปจนถึงต้นแขนของเธอ
"นี่มันอะไรกัน."
ใบหน้าสวยสั่นระริกพราวฟ้าทั้งกลัวทั้งตกใจและในที่สุดเธอก็อดไม่ใหวจนต้องร้องไห้ออกมา
เธอจำได้ว่าก่อนที่จะนอน เธอเพิ่งจะชโลมครีมบำรุงผิวลงไปเองและตอนนั้นแขนทั้งสองข้างของเธอก็ไม่ได้มีร่องรอยใดๆ ปรากฏขึ้นเลย แล้วรอยเหมือนกับมือพวกนี้มันจะมาจากทึ่ไหน? หรือว่า สิ่งที่เธอเห็นมันไม่ใช่ความฝันหรือการละเมอ ถ้าเป็นอย่างนั้นกลุ่มควันสีดำเล่านั้นที่รูปร่างคล้ายมือผีคู่นั้น หรือว่ามันคือเรื่องจริง!
ซ่า... ซ่า...ซ่า....
จู่ๆ โทรทัศน์จอยักษ์ที่ตั้งอยู่ปลายเตียงซึ่งพราวฟ้าจำได้ว่าเธอไม่ได้เสียบปลั๊กไฟเอาไว้แต่มันก็เปิดขึ้นเองอย่างกระทันหัน หน้าจอเป็นภาพซ่าๆคล้ายกับตอนที่สัญญาณไม่มี ส่องแสงสีสะท้อนไปทั่วทั้งห้องนอน พราวฟ้าสะดุ้งสุดตัว เธอรีบขยับตัวหนีด้วยสัญชาตญาณจนแผ่นหลังของเธอชนเข้ากัยพนักหัวเตียง ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจและสยดสยอง
เสียงซ่าๆของทีวีเริ่มเปลี่ยนไป มันค่อยๆ กลับกลายเป็นเสียงลมหายใจที่แหบพร่า และตามมาด้วยเสียงของอะไรบางอย่างที่เหมือนกับว่าถูกลากถูไปกับพื้นไม้ในห้อง
ครืด... ครืด...
จากมุมมืดของเพดานห้อง จะเห็นได้ว่ามีกลุ่มควันสีดำขมุกขมัว
ที่มันเริ่มก่อตัวกันเป็นรูปเป็นร่างและสิ่งนั้นมันก็ค่อยๆลอยลงมา
หยุดอยู่ที่ปลายเตียงหรู และตามมาด้วยกลิ่นสาบสางคล้ายกับ
ซากศพที่เหม็นเน่าและกลอ่นธูปที่โชยคละคลุ้งเต็มห้องจนทำให้
พราวฟ้าแทบสำลัก เธออยากจะกรีดร้องให้คนใช้เข้ามาช่วย
แต่ลำคอของเธอกลับแห้งฝาก ร่างกายของเธอแข็งทื่อมันคล้ายกับว่าตัวเธอโดนผีอำทั้งที่ยังลืมตา
และไม่นานกลุ่มควันเหล่านั้นก็รวมตัวกันจนเห็นเป็นหญิงสาวคนหนึ่งที่ใส่ชุดสไบสีสลด ขาดหวิ่นและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือด
แห้งกรัง ใบหน้าครึ่งหนึ่งของเธอเน้าเฟะ จนเห็นกระดูกกราม
แต่อีกครึ่งหนึ่งยังคงเห็นเนื้อหนังแต่มันกลับฉายแววความเกลียดชังและเคียดแค้นอย่างถึงที่สุด ดวงตาแดงฉานที่เหมือนโลหิตจับจ้องตรงมาที่พราวฟ้า
"มึงจำกูไม่ได้...แต่กูจำมึงได้อย่างแม่นยำ ทุกการกระทำของมึงในชาติก่อนชาตินี้กูจะสนองมึงคืนเป็นร้อยเท่า..!!!ทุกบาดแผลที่มึงฝากไว้ในชาติก่อน..กูจะกรีดคืนบนหน้ามึงในชาตินี้!"
เสียงของมันไม่ได้ดังออกมาจากปากแต่มันเหมือนกับดังออกมาในหัวของราวฟ้าจนหัวของเธอแทบจะระเบิด ร่างอันน่ากลัวของวิญญาณร้ายคืบคลานเข้ามาใกล้ๆเธออย่างช้าๆ มือที่ผอมแห้งและเล็บที่ยาวสีดำสนิทค่อยๆเอื้อมเข้ามาหาพราวฟ้าไม้จะคว้าเอาลำคอของดาราสาว
"ไม่...ออกไปนะ..ออกไป...!!"
พราวฟ้าคึดเฮือกสุดท้ายเธอรีบคว้าหมอนแล้วปาใส่สุดแรง พร้อมกับแสงสว่างวาบของสายฟ้าที่ผ่าลงมาบนต้นไม้ข้างเรือนเสียงดังสนั่นสะเทือนไปทั้งพื้นดิน
เปรี๊ยง!!!!!
สิ้นเสียงฟ้าผ่าร่างของวิญญาณร้ายก็พลันหายไปทันทีในพริบตา
ทีวีก็ดับวูบลง พร้อมกับไฟฟ้าในห้องที่กลับมาใช้ได้เหมือนเดิม
เรากลับไม่มีอะไรเกิดขึ้นมีเพียงแค่สายฝนและเสียงลมที่ยังคงพัดตกปรอยๆ
ราวฟ้านั่งหอบหายใจพร้อมกับร้องไห้ออกมาด้วยความตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอร่างกายที่ยังคงเจ็บปวดทรมานมันยังคงตอกย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอไม่ใช่ภาพร้อนและเธอไม่ได้ตาฝาด
พราวฟ้ากอดเข่าตัวเองแน่นขึ้นกว่าเดิมความอบอุ่นจากแสงไฟในห้องไม่ได้ช่วยหายหนาวสั่นเลยแม้แต่นิด อีกสอ
งเดือนข้างหน้าก็จะเป็นวันครบรอบวันเกิดปีที่ ยี่สิบห้า ของเธอแล้ว แต่พราวฟ้าก็ยังไม่แน่ใจแล้วว่าตัวของเธอจะอยู่รอดไปจนถึงครบรอบวันเบญจเพสของตัวเองหรือไม่ในเมื่อเจ้ากรรมนายเวรตั้งแต่ชาติปางก่อน ได้ตามมาทวงเอาเป็นเอาตายถึงขนาดนี้
พราวฟ้ามองกระจกเงาบานใหญ่ที่ฉายภาพสะท้อนของตัวเองเธอลูบไปบนแก้มเบาๆก่อนที่มือเรียวจะ ค่อยๆ แกะผ้าก๊อซที่แก้มซ้ายออกช้าๆ ปรากฏรอยแผลที่เคยอักเสบเป็นสีแดงก่ำตอนนี้มันดูแห้งลงเล็กน้อยด้วยอานุภาพของสายสิญจน์มงคล แต่ทว่ารอยขูดขีดที่ดูคล้ายกับตัวอักษรโบราณนั้นมันยังคงเด่นชัดไม่จาง พราวฟ้ารีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกด ถ่ายรูปบาดแผลนั้นเอาไว้ แล้วกดส่งไลน์ไปหา ‘นิกส์’ เพื่อนสนิทตอนสมัยมหาวิทยาลัยที่เป็นถึงอาจารย์โบราณคดีและผู้ที่เชี่ยวชาญด้านอักษรศาสตร์โบราณ พราวฟ้า:{ ‘นิกส์... แกช่วยดูให้ฉันหน่อยได้ไหมว่ารอยพวกนี้ มันคล้ายกับตัวอักษรโบราณชิ้นไหนที่แกรู้จักหรือเปล่า?’} เวลาผ่านไปไม่ถึงสามนาทีหลังพราวฟ้ากดส่วข้อความ ปลายสายก็โทรสวนกลับเข้ามาทันทีด้วยน้ำเสียงที่ตื่นตระหนก [“เฮ้ยพราว!.....นี่หน้าของแกไปโดนอะไรมาว่ะ? ทำไมมันเป็นแผลแบบนั้นได้ แล้วรอยนั่นมัน...”] น้ำเสียงของนิกส์ที่ปลายสายดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันตา “มันทำไมเหรอนิกส์? แกอ่านออกใช่ไหม..” พราวฟ้าถามขึ้นพลางบีบมือของตัวเองจนแน่น {“พราว... รอยข่วนบนหน้าของแกมันไม่ใช่รอยเล็บธรรมดา แล้วน่ะ แต่มันคือการจงใจขูดขีดให้เป็นอักษ
“ชาตินี้โยมจำอะไรไม่ได้... แต่ว่ากระแสจิตแห่งความแค้นของเขาไม่เคยลืม” พระอาจารย์หลับตาลงนั่งนิ่งระลึกจิตอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ท่านจะลืมตาขึ้น “ในอดีตชาตินั้น... โยมเคยเป็นนางละครหลวงผู้ที่มีชื่อเสียงอย่ทงมาก และเป็นที่โปรดปรานจนทำให้เกิดความทะนงตน และได้ลงมือทำการกระทำอันโหดร้ายยิ่ง โยมตัดสินใจที่จะทำลายชีวิตและใบหน้าของนางรำอีกคน ด้วยความอิจฉาริษยา จนหล่อนต้องตายตกลงไปพร้อมความทุกข์ทรมานในชุดรำ” คำบอกเล่าของพระอาจารย์มันคล้ายกับสายฟ้า ที่ผ่าลงมากลางใจของพราวฟ้าอย่างแรง ภาพสะท้อนของวิญญาณร้ายที่กรีดร้องว่า ‘ทุกรอยแผลที่มึงฝากไว้ในชาติตอนโน้น กูจะกรีดคืนบนหน้ามึงในชาตินี้!’ ลอยวาบผ่านเข้ามาในสมองของเธออย่างชัดเจน “แล้ว... แล้วพราวต้องทำยังไงคะหลวงพ่อ ถ้าพราวทำบุญอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้เขาๆจะยอมอโหสิกรรมให้ไหมคะ?” เธอกราบพระอาจารย์ถามด้วยความหวัง พระอาจารย์บุญส่งมองใบหน้าของพราวฟ้าก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ “จิตที่ผูกไปด้วยความอาฆาตและความแค้นมันไม่ได้แก้ได้ง่ายๆด้วยการ กรวดน้ำธรรมดาหรอกนะโยมพราวฟ้า บ่วงกรรมนี้มันผูกด้วยเงื่อนตาย ฝ่ายนั้นเขาไม่ได้ต้องการบุญ... เขาต้องการ ‘ชีวิต’ และ ต้อง
ตื๊ด..ตื๊ด... เสียงสัญญาณเตือนของเครื่องวัดชีพจรดังขึ้นมาเป็นจังหวะอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับกลิ่นน้ำยาทำความสะอาดและกลิ่นยาที่ฉุนจนขึ้นจมูกของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังของกรุงเทพฯที่ลอยมาแตะจมูก พราวฟ้าค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างยากลำบาก เปลือกตาของเธอหนักอึ้งราวกับว่าถูกถ่วงด้วยก้อนหิน แสงไฟสีขาวนวลจากเพดานห้องพักฟื้นสว่างจ้าจนทำให้เธอต้องหยีตาเพื่อปรับแสงอยู่ครู่ใหญ่ ความรู้สึกแรกที่จู่โจมเข้ามาทันทีที่เธอตั้งสติได้คือ ความเจ็บปวด มันไม่ใช่แค่เป็นอาการปวดเมื่อยธรรมดาๆ แต่มันทั้งเจ็บและระบมลึกเข้าไปถึงในกระดูกของเธอราวกับว่าร่างกายนี้ถูกบดขยี้ ข้อมือและข้อเท้าทั้งสองข้างก็เช่นเดียวกันมันระบมจนแทบระเบิดทุกครั้งที่ขยับเธอขยับแค่นิดเดียว และที่สำคัญคือ ความรู้สึกที่แสบร้อน ตรงแก้มซ้ายมันเด่นชัดกว่าทุกส่วน “พราว!..พราวฟื้นแล้วเหรอลูก!..” เสียงอุทานด้วยความดีใจของพี่บีผู้จัดการสาวดังขึ้นพร้อมกับร่างท้วมที่รีบเดินเข้ามาเกาะขอบเตียง ใบหน้าของพี่บีตัวซีดเผือดและเต็มไปด้วยความเป็นห่วงปนวิตกกังวล ตาทั้งสองข้างของพี่บีบวมเป่งเหมือนกับว่าเธอพึ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก “พี่... พี่บีพราวเป็นอะ
“น้องพราวคะ ผิวหน้าแห้งมากเลยน่ะค่ะวันนี้ แถมนี่อีก... รอยอะไรคะตรงแก้มซ้าย? มันเหมือนรอยข่วนเลยค่ะ” ช่างแต่งหน้ามือหนึ่งของวงการทักขึ้นในขณะใช้แปรงปัดเบาๆ บนใบหน้าของเธอ หัวใจของพราวฟ้าหล่นวูบ “อ๋อ... พอดีแมวที่บ้านมันกระโดดใส่น่ะค่ะพี่ต้อย พราวก็หลบไม่ทัน” เธอรีบแก้ตัว น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย “อุ๊ย...ตายจริง! คราวหน้าก็ระวังหน่อยสิคะ หน้าตาระดับพันล้านเลยนะลูก ดีนะที่พี่ต้อยใช้รองพื้นสูตรพิเศษช่วยพราง ไม่งั้นถ้าลูกค้าเห็นคงได้บ่นแย่” ช่างแต่งหน้าเอ่ยขึ้นอย่างเอ็นดู ก่อนจะหันไปหยิบอุปกรณ์ชิ้นอื่นต่อ พราวฟ้านั่งนิ่งๆ เธอมองดูตัวเองในกระจกเงาที่มีไฟส่องสว่างล้อมรอบ แต่ทว่าในจังหวะที่ช่างแต่งหน้าหันหลังไปนั้นเอง แสงไฟรอบกระจกมันกลับกระพริบวูบวาบอยู่สองสามครั้ง ก่อนที่ภาพในกระจกที่ควรจะเป็นใบหน้าของพราวฟ้า... แต่มันกลับซ้อนทับด้วยภาพของหญิงสาวในอดีตโบราณที่สวมศิราภรณ์หักๆ บนศีรษะ ใบหน้าซีกหนึ่งของเธอถูกไฟคลอกจนเนื้อสุกพอง ดวงตาสีเลือดข้างนั้นจ้องเขม็งมาที่เธอผ่านกระจก! กรี๊ด! พราวฟ้าเผลอร้องอุทานออกมาเสียงดังลั่นห้อง เธอรีบยันตัวลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ล้มคว่ำเสียงดังโครม “พรา
แสงสว่างจากหลอดไฟนีออนบนเพดานที่กลับมาติดสว่างอีกครั้ง มันไม่ได้ช่วยให้ความเย็นเยียบในใจของพราวฟ้าลดน้อยลงไปเลย ดาราสาวนั่งกอดเข่าตัวสั่นงันงกอยู่บนเตียงหนานุ่ม สายตาก็จับจ้องไปยังจุดที่ร่างของวิญญาณผู้หญิงคนนั้นเพิ่งสลายตัวไปอย่างไมวางตา เสียงหอบหายใจอย่างแรงและเหนื่อยหอยเป็นดสียงเดียวที่ดังอยู่ในห้องมันดังแข่งกับเสียงซ่าของเม็ดฝนภายนอกเรือนไม้ไทยโบราณหลังนี้ พราวฟ้าก้มลงมองข้อมือของตัวเองอีกครั้ง รอยปื้นเขียวซ้ำอมม่วงเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ ราวกับแขนของเธอถูกบดขยี้อย่างรุนแรง มันเจ็บปวดลึกเข้าไปถึงกระดูกจนเธอต้องขบฟันแน่น น้ำใสๆ ไหลรินออกจากหางตาอย่างคนไม่รู้ตะทำนังไง ความหวาดกลัวที่เข้าขั้นขีดสุดทำให้สมองของเธอมึนชาไปหมด “ทำไม... ชาติก่อนงั้นเหรอ? ฉันไปทำอะไรให้เธอกัน...” เธอกระซิบถามออกมากับความว่างเปล่าด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและสั่นกลัว พราพราวฟ้าใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมงในการรวบรวมความกล้าและกำลังใจอันน้อยนิด เธอพยายามพยุงร่างกายที่ระบมไปทั้งตัวลงจากเตียงอย่างยากลำบาก ขาทั้งสองข้างสั่นเทาจนแทบรับน้ำหนักของเธอไม่ไหว ทุกก้าวที่เรียวขาสวยเดินผ่านพื้นไม้สักทองส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดชวนให้ประ
พราวฟ้ายกมือที่สั่นเทาขึ้นอย่างช้าๆแล้วเกาะขอบประตูไม้สักเอาไว้เพื่อ พยุงร่างกายขอวตัวเองที่ปวดร้าวราวกับว่าจะแตกเป็นออกเสี่ยงๆ ก่อนที่เธอจะเดินกลับเข้ามาในห้องนอนอย่างเชื่องช้า ทันทีที่ประตูกระจกบานเลื่อนริมระเบียงปิดลง เสียงพายุฟ้าฝนที่โหมกระหน่ำภายนอกก็ซาลงไปบ้างเเล้ว แต่ทว่ากลับเป็นความเงียบสงัดที่เข้ามาแทนที่และมันทำให้อุณหภูมิภายในห้องนอนของพราวฟ้าลดฮวบลงจนเธอเริ่มหนาวสั่นมากขึ้นกว่าเดิมจนเธอมองเห็นได้ว่าลมหายใจของตัวเองที่พ่นออกมาเป็นไอขาวจางๆ กริ๊ก... กริ๊ก... พราวฟ้าพยายามกดเปิดสวิตช์ไฟฟ้าข้างผนังห้อง แต่ความมืดก็ยังคงครอบงำอยู่ดี มีเพียงแค่แสงไฟสลัวจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือของเธอที่วางอยู่บนหัวเตียงสว่างวาบขึ้นมา พราวฟ้าเดินไปตามแสงนั่นก่อรเธอจะยกมือถือขึ้นมาเปิดดู เป็นการแจ้งเตือนข้อความจากผู้จัดการส่วนตัวของเธอเอง พี่บี {พราวลูก...หนูอย่าลืมนะจ๊ะ ว่าวันพรุ่งนี้จะมีกองถ่ายโฆษณาเครื่องสำอางในตอนแปดโมงเช้า ตัวนี้สำคัญมากเลยน่ะ ลูกค้าขอแบบหน้าเป๊ะๆห้ามโทรมเด็ดขาดเลยน่ะ นอนไวๆ นะลูก ฝันดีจ้ะ} หน้าเป๊ะงั้นเหรอ พราวฟ้ายิ้มหยันให้กับตัวเอง สภาพแบบนี้ของเธอจะเอาอะไรมาหน้าเป๊ะ







