بيت / โรแมนติก / บ่วงรักผีเสื้อ / บทที่ 4 18 มงกุฏ = รวิชา - 100%

مشاركة

บทที่ 4 18 มงกุฏ = รวิชา - 100%

last update تاريخ النشر: 2024-12-24 19:45:22

“แล้วอยากให้อาบอกพ่อกับแม่เรารึเปล่าล่ะ”

ภีมพลยิ้มระรื่น ทั้งที่ตอนแรกตั้งใจไว้ว่าจะเก๊กหน้าดุเอ็ดคนหนีเที่ยวสักหน่อย ทว่าพอเห็นหน้าใส ๆ งอง้ำจนปากจิ้มลิ้มนั่นยื่นออกมาก็ทำเอาเขาหลุดอาการจนได้

รวิชาช้อนสายตาขึ้นมองอย่างหวาดหวั่น ก่อนจะหันหน้าหนีไปอีกทางอย่างไม่สบอารมณ์ จึงไม่ได้สังเกตว่าตอนนี้ตนอยู่ใกล้ชิดกับเขามากแค่ไหน ทว่าชายหนุ่มกลับรู้สึกถึงความใกล้ชิดนี้ได้ เพราะกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากกายสาวแรกแย้ม และพวงแก้มอ่อนใสกำลังรบกวนสมาธิของเขา และความรู้สึกตอนที่เขาหาเศษหาเลยกับเธอตอนนอนสลบอยู่ในห้องเมื่อคืนก็ผุดขึ้นในหัว จึงส่งผลให้สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากอิ่มระเรื่อจนตาปรอย

“เอาเถอะ อาไม่บอกพ่อกับแม่เราหรอก แต่อย่าให้มีครั้งที่สอง รู้รึเปล่าว่าเมื่อคืนถ้าอาช่วยไว้ไม่ทันจะเกิดอะไรขึ้น”

ภีมพลเสียงเข้มขึ้นอย่างอดไม่อยู่ รู้สึกใจหายกับเหตุการณ์เมื่อคืนขึ้นมาทันที ไม่อยากนึกเลยว่าหากเขาไม่ตัดสินใจยื่นมือเข้าไปสอดผู้ชายสองคนนั้นไว้ ป่านนี้สาวน้อยตรงหน้าจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้

“ขอบคุณค่ะอาภีม น้องอายรับรองว่าจะไม่มีครั้งที่สองแน่นอน”

คราวนี้รวิชายิ้มกว้างพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้จนมือชิดหน้าอกของชายหนุ่ม ทำเอาใจคนมองกระตุกวาบกับรอยยิ้ม และการกระทำแบบนี้ขึ้นทันที มือที่ยันอยู่กับผนังจึงลดต่ำลงมาเกาะเอวบางไว้อย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว...ทั้งคนเกาะและคนถูกเกาะ

“พรุ่งนี้อาจะแวะเข้าไปคุยด้วยที่บ้าน เรามีเรื่องต้องคุยกันเยอะทีเดียว แล้วอย่าคิดหนีอาล่ะ แต่ตอนนี้รีบกลับไปที่โต๊ะก่อนเถอะ เดี๋ยวพ่อกับแม่จะสงสัยที่หายมานาน แล้วอาจะตามเข้าไปทีหลัง”

ภีมพลบอกพลางลดมือที่เกาะเอวบางให้ทิ้งลงข้างตัวอย่างนึกเสียดาย เขาไม่อยากทำรุ่มร่ามกับเธอนักเพราะยังเด็กเกินไป แม้ว่าใจจริงจะอยากทำมากแค่ไหนก็ตาม คืนก่อนที่เขาเข้าคลุกวงในก็เพราะไม่รู้ว่าสาวน้อยตรงหน้าอายุยังไม่ถึงยี่สิบปี

ให้ตายเถอะ เด็กมัธยมสมัยนี้โตเป็นสาวกันเร็วขนาดนี้เชียวหรือวะ!

“จะคุยเรื่องอะไรคะ”

รวิชาขมวดคิ้วมุ่น ไม่เข้าใจว่าเธอกับเขายังต้องมีเรื่องอะไรคุยกันอีก ก็ไหนเขาพูดว่าจะไม่บอกเรื่องของเธอให้บิดามารดารู้ไม่ใช่หรือ

“หลายเรื่อง แต่ตอนนี้รีบกลับไปที่โต๊ะก่อนเถอะ”

ชายหนุ่มจับไหล่เธอให้หันไปตรงทางเดินแล้วดันหลังเธอเบา ๆ ให้กลับไปที่โต๊ะ หญิงสาวหันมองเขาแวบหนึ่งก่อนจะเดินจากไปช้า ๆ

ภีมพลกวาดตามองร่างระหงของคนที่เพิ่งเดินจากไป ไม่น่าเชื่อว่ายายหนูของเขาจะโตขึ้นเป็นสาวสะพรั่งงดงาม น่ารักน่าใคร่ไปทั้งเนื้อทั้งตัวขนาดนี้ แม้ว่าจะยังไม่โตเป็นสาวเต็มตัวแต่ก็ดูน่าเสน่หา และน่าหลงใหลจนไม่อาจละสายตา เขาเชื่อว่าอีกห้าปีสิบปีข้างหน้า รวิชาจะต้องเป็นสาวสวยอย่างหาตัวจับยากคนหนึ่งเลยทีเดียว

“หมั้นงั้นหรือ...ก็น่าสนใจดีนะ”

พูดแล้วก็ยืนยิ้มกริ่มอยู่คนเดียว ชายหนุ่มลูบปลายคางอย่างใช้ความคิด เพราะปฏิเสธไปแล้วว่าไม่ต้องการหมั้นหมายกับรวิชา แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนใจแล้ว ทว่าเขาไม่รู้จะหาข้ออ้างอะไรมาพูดให้บิดามารดาของเธอต้องมองเขาในแง่ร้าย และติดใจสงสัยที่จู่ ๆ ก็กลับลำอยากหมั้นขึ้นมาเสียอย่างนั้น

“รู้แล้ว”

ภีมพลเผลอยิ้มกว้างอย่างลืมตัว เมื่อนึกถึงข้ออ้างที่จะใช้ในวันรุ่งขึ้น คิดได้ดังนั้นจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่อาหารเริ่มทยอยมาเสิร์ฟ

มื้อค่ำจบลงด้วยความชื่นมื่นของทุกฝ่ายโดยเฉพาะภีมพล เขาแทบทนรอให้ถึงพรุ่งนี้ไม่ไหว เพราะเชื่อว่าเหตุผลที่ตนยกขึ้นมากล่าวอ้างนั้นจะต้องทำให้สองสามีภรรยารีบเห็นด้วยกับเขาทันที

ระหว่างเดินมาที่รถ ภีมพลอาศัยจังหวะที่อาทิตย์กับรวิวรรณเผลอ รีบยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูของรวิชาพอให้ได้ยินกันแค่สองคน

“คืนนี้อย่าลืมนอนกอดหมีที่อาซื้อให้นะ คิดเสียว่าแทนตัวอาก็แล้วกันเพราะเห็นเมื่อคืนเรานอนกอดอาเสียแน่นเชียว”

พูดจบเขาก็เดินยิ้มพรายไปกล่าวลาสองสามีภรรยาที่เดินล่วงหน้าไปก่อน ทิ้งให้คนฟังถึงกับนิ่งชะงัก หน้าแดงก่ำอยู่ข้างหลังเพียงลำพัง

ก่อนขึ้นรถ ชายหนุ่มหันมองหน้าใส ๆ นั้นอีกครั้ง เห็นเธอยกมือไหว้ราวกับโดนบังคับเพราะสายตามองเมินไปทางอื่นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ ดูท่าคงจะกำลังคิดหนักแน่ว่าเมื่อคืนตนเองทำอย่างที่เขาพูดจริงหรือเปล่า เพราะความจริงแล้วเขาก็แค่อำเธอเล่น แต่ดูสาวน้อยทำหน้าราวกับมันคือปัญหาระดับชาติ...เด็กหนอเด็ก...

รวิชาเห็นรถของภีมพลแล่นออกไปจึงอดมองตามไม่ได้ คิดถึงคำพูดที่เขาทิ้งท้ายเอาไว้ก็ชวนให้คิดหนัก เมื่อคืนเธอทำเรื่องน่าอับอายอย่างนั้นลงไปจริงหรือเปล่า แล้วทำไมเขาถึงนอนแก้ผ้าเนื้อตัวเปลือยเปล่าจนเธอเห็นหนอนชาเขียวของเขาเต็มสองตา คิดมาถึงตรงนี้หญิงสาวก็เอามือขึ้นมาแนบแก้มทันที

ว้าย! ทำยังไงดี ภาพเมื่อเช้ายังติดตาอยู่เลย

“น้องอายง่วงแล้วหรือลูก”

อาทิตย์ถามบุตรสาว เห็นเจ้าตัวยกมือขึ้นแนบแก้มทั้งสองข้างแล้วหลับตานิ่งราวกับง่วงงุนเต็มที จึงอดแปลกใจไม่ได้เพราะเพิ่งจะสามทุ่มเท่านั้น ปกติแล้วรวิชานอนดึกกว่านี้

“นิดหน่อยค่ะคุณพ่อ หนังท้องตึงหนังตาก็ต้องหย่อนเป็นธรรมดา ไม่ได้มากินตั้งนานรู้สึกว่าวันนี้อาหารอร่อยจังค่ะ” หญิงสาวคลี่ยิ้มกว้างอย่างเอาใจ

“อร่อยเพราะเรามีสมาชิกมาเพิ่มคนหนึ่งด้วยรึเปล่า”

อาทิตย์พูดโดยไม่ได้คิดอะไร เพราะเท่าที่เห็นบรรยากาศบนโต๊ะอาหารเมื่อครู่ก็ดูปกติดี ภีมพลเองก็เอ็นดูรวิชาไม่ต่างจากเดิม

“ตอนน้องอายเป็นเด็ก น้องอายติดอาภีมจริงหรือคะ...ไม่ยักกะจำได้”

รวิชาขมวดคิ้วมุ่นอย่างใช้ความคิด ในความทรงจำแทบไม่มีใบหน้าของคนที่พูดถึงอยู่แม้แต่น้อย

“จริงสิจ๊ะ แต่เราคงจำไม่ได้หรอก ตอนนั้นน้องอายแค่สี่ขวบเองลูก”

รวิวรรณตอบโดยไม่ได้หันไปมองหน้าของคนฟัง ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวกำลังแลบลิ้นออกมาเมื่อนึกถึงใบหน้าของคนที่เป็นหัวข้อสนทนา

“หรือไม่ก็อาภีมคงจะแก่ลงมากแน่ ๆ เลยค่ะ น้องอายถึงจำไม่ได้” เธอพูดอย่างที่ใจคิด ทำเอาคนฟังหัวเราะร่วนกับประโยคก๋ากั่นนั่น

“ทำไมไปว่าอาภีมเขาอย่างนั้นละลูก อาเขายังไม่แก่สักหน่อย” อาทิตย์พูดกลั้วหัวเราะ นี่ถ้าเจ้าตัวมาได้ยินกับหู สงสัยคงจะเคืองน่าดูชม

“สำหรับน้องอาย อาภีมแก่แล้วค่ะ” เธอทำปากยื่น ก็เขาแก่จริง ๆ นี่นา อย่างน้อยเขาก็เรียกบิดามารดาของเธอว่าพี่ และแทนตัวเองว่าอา จะไม่ให้เรียกว่าแก่ได้อย่างไร

เมื่อกลับถึงบ้าน รวิชาเดินผ่านห้องรับแขกแล้วก็ต้องสะดุดตากับหมีใหญ่ยักษ์ที่ยังคงวางนิ่งอยู่ที่เดิม ทีแรกว่าจะทำเป็นไม่สนใจมัน ทว่าพอก้าวขาขึ้นบันไดไปได้เพียงสองขั้น เจ้าตัวก็เกิดเปลี่ยนใจ

“คุณพ่อขา อุ้มพี่หมีไปไว้ในห้องให้น้องอายหน่อยสิคะ ตัวมันโต น้องอายอุ้มไม่ไหว”

รวิชาเขย่าแขนบิดาอย่างออดอ้อน อาทิตย์จึงหอบเอาตุ๊กตาตัวใหญ่ยักษ์มาไว้ในอ้อมแขน แล้วนำไปไว้ในห้องบุตรสาวตามที่เจ้าตัวร้องขอ

หญิงสาวยิ้มอย่างอารมณ์ดีเมื่อมองหมีตัวใหญ่ที่วางอยู่ในห้อง

เอาเถอะ คนก็ส่วนคน ตุ๊กตาก็ส่วนตุ๊กตา ไม่เกี่ยวกันสักหน่อย น่ารักขนาดนี้ใครจะทิ้งได้ลงคอ

รวิชาเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูพันกายเพียงผืนเดียว หญิงสาวหยิบขวดโลชั่นหน้าโต๊ะเครื่องแป้งมานั่งทาบนเตียงระหว่างที่เปิดรายการเกมโชว์ของต่างประเทศจากอินเทอร์เน็ตดูไปด้วย แต่เมื่อเดินกลับมาที่เตียงนอน เห็นตุ๊กตาหมีที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางเตียงจึงยู่หน้าใส่มัน

“มองอะไร จะแอบดูเขาหรือ ไม่ให้ดูหรอกตาแก่ผีดิบเอ๊ย...ชิ!”

พูดจบก็คว้าผ้าห่มขึ้นมาคลุมตุ๊กตาหมีไว้ทั้งตัว ขณะทาโลชั่น หญิงสาวครุ่นคิดถึงเหตุการณ์เมื่อคืนวาน จนป่านนี้เธอยังไม่รู้อยู่ดีว่าทำไมถึงได้ไปนอนอยู่บนเตียงของเขาได้ ถามจากพรรณราย รายนั้นก็บอกแค่ว่าเธอเมาหลับไปเองจนกลวิชรต้องพาไปส่งบ้าน

แล้วกระเป๋าของเธอล่ะ ไปอยู่เสียที่ไหน

ครั้นพอนึกถึงคำพูดของภีมพลที่ว่าหากเขามาช่วยไว้ไม่ทันนั่นอีกเล่า เขาหมายถึงช่วยเธอจากใคร จากกลวิชรหรือเปล่า เห็นทีพรุ่งนี้คงต้องถามเขาให้รู้เรื่อง และให้เขาเล่าว่าตกลงแล้วเรื่องราวทั้งหมดเป็นอย่างไรกันแน่

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทส่งท้าย หยุดอยู่กับเธอคนเดียว - 100%

    “อ้าว! วันนี้คุณอายไม่เข้าบริษัทหรือ” เมื่อเช้าก็ออกมาด้วยกันแท้ ๆ แต่แม่เจ้าประคุณแอบหนีไปเที่ยวไหนกันล่ะนี่ ชายหนุ่มคิดอย่างเข่นเขี้ยวในใจเมื่อเจอ “เซอร์ไพรส์” สุดพิเศษจากศรีภรรยาภีมพลยิ้มกริ่มอย่างหมายมาด เห็นทีต้องรีบกลับไปรับขวัญก่อนเวลาเสียแล้ว ชายหนุ่มหยิบกระเป๋าสตางค์กับกุญแจรถออกมา เหลือบไปเห็นแฟ้มงานสองแฟ้มที่ยังคงแผ่หราอยู่เต็มโต๊ะ แล้วนึกขึ้นได้ว่ายังดูค้างเอาไว้ เขากวาดตามองอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ใจจริงเขามีตัวเลือกเอาไว้อยู่แล้ว เมื่อตัดสินใจได้เขาก็คว้าแฟ้มขวามือเดินออกจากห้องทันที จากนั้นจึงไปยื่นให้กับเลขาฯ ส่วนตัว“ผมเลือกของบริษัทนี้ ให้ฝ่ายจัดซื้อทำเรื่องได้เลย อ้อ วันนี้ผมไม่เข้าแล้วนะ” พูดจบชายหนุ่มก็ผละออกไป และต้องหยุดชะงักเมื่อเลขาฯ รีบวิ่งมาถามถึงงานบางอย่างที่เขาให้เตรียมไว้สำหรับช่วงบ่ายนี้“คุณภีมคะ แล้วเรื่องที่ให้เตรียมเอาไว้บ่ายนี้ล่ะคะ”“ยังคอนเฟิร์มอยู่ แต่ว่าคุณช่วยอะไรผมหน่อยสิ”ภีมพลหันมายิ้มพรายเต็มวงหน้าเมื่อคิดอะไรดี ๆ ขึ้นมาได้

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทส่งท้าย หยุดอยู่กับเธอคนเดียว - 70%

    อดคิดไปถึงบิดามารดาผู้ล่วงลับไปแล้วไม่ได้ ท่านทั้งสองช่างมีความอดทนและมุมานะอย่างล้นเหลือที่สู้ฝ่าฟันจนกระทั่งบริษัทเป็นรูปเป็นร่างได้ขนาดนี้ นึกมาถึงตอนนี้แล้วก็โกรธตัวเองที่ตอนนั้นเอาแต่น้อยใจ คิดว่าท่านทำแต่งานจนไม่สนใจใยดีกับเธอผู้เป็นลูกสาวเพียงคนเดียว‘รวิชา แปลว่าลูกพระอาทิตย์ เพราะฉะนั้นหนูต้องเข้มแข็ง อดทนให้สมกับที่เป็นลูกสาวของพ่อ ชีวิตของหนูจะต้องรุ่งโรจน์สดใสเหมือนกับดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างอยู่บนท้องฟ้า’ถ้อยคำจากบิดายังคงดังก้องอยู่ในหัวทุกครั้งที่นึกถึงเวลาเมื่อรู้สึกอ่อนล้าทั้งร่างกายและจิตใจ ถ้าไม่มีแม่นมชราและสามีที่คอยเป็นกำลังใจให้ ป่านนี้ชีวิตเธอจะหักเหไปทางไหนแล้วบ้างก็สุดรู้“อรุณสวัสดิ์จ้ะ”เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับจุมพิตเบา ๆ ที่ข้างแก้ม จากนั้นคนตัวโตก็ทรุดตัวลงนั่งซ้อนหลังไว้พร้อมกับดึงบ่าของเธอให้เอนซบลงมาบนตัวเขา“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ตื่นเช้าจังเลยนะคะ” หญิงสาวทักทายกลับไปก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างเมื่อได้ยินประโยคถัดมาของสามี“จำเป็นต้องตื่นเช้าน่ะ จู่

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทส่งท้าย หยุดอยู่กับเธอคนเดียว - 35%

    หลังจากถวายสังฆทานจนกระทั่งกรวดน้ำเสร็จเรียบร้อย ภีมพล รวิชา และนมพิมก็พากันเดินออกมาเทน้ำที่ใต้ต้นไม้ใหญ่หน้ากุฏิ ชายหนุ่มสวดบทกรวดน้ำพึมพำโดยไม่ออกเสียง ในขณะที่หญิงสาวและนมพิมอธิษฐานเพื่อส่งผลบุญให้แก่ผู้ล่วงลับอยู่ในใจวันนี้เป็นวันครบรอบวันเสียชีวิตของบิดามารดาของรวิชา นมพิมเปรยเอาไว้หลายวันก่อนหน้าแล้วว่าอยากมาทำบุญให้ท่านทั้งสอง ซึ่งเธอเองก็เห็นด้วยเพราะคิดไว้เหมือนกันว่าจะมาทำบุญวันนี้ จึงชวนสามีหนุ่มให้มาด้วยกัน และเขาก็ไม่ขัดข้อง เพราะตั้งแต่ผ่านพ้นพิธีแต่งงานมาได้สองเดือน ภีมพลก็ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับพุทธศาสนาอีกเลยจากนั้นทั้งสามคนก็เดินทางกลับบ้าน พอมาถึง ชายหนุ่มปล่อยให้รวิชาได้อยู่กับแม่นมตามลำพังเพราะคิดว่าทั้งสองคนคงมีเรื่องอยากพูดคุยกัน เขาเองก็เห็นใจคนแก่อย่างนมพิม เพราะตั้งแต่รวิชาเรียนจบมาก็เอาแต่ทำงาน แถมหลังจากนั้นสองเดือนก็เข้าพิธีแต่งงานกับเขา ทำให้บางคืนรวิชาไม่ได้กลับไปนอนบ้านตัวเอง ถึงแม้เขากับรวิชาจะแก้ปัญหาด้วยการสลับบ้านนอนเป็นวันเว้นวันแล้วก็ตาม แต่หัวอกคนแก่ก็คงหงอยเหงาเป็นธรรมดา

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 24 ผีเสื้อสยายปีก - 100%

    “ตอบแบบนี้ค่อยชื่นใจหน่อย อย่างนี้ต้องให้รางวัล”ชายหนุ่มจับล็อกปลายคางมนของหญิงสาวไว้ แล้วก้มลงตบรางวัลให้คนปากหวานช่างจำนรรจาจนเขากระชุ่มกระชวยทุกทีที่ได้ฟังนาทีนี้ภีมพลเหมือนจะคลั่งเสียให้ได้ สาวน้อยช่างหวานจับจิตจับใจสมกับที่รอคอยมานานแสนนาน ถ้าไม่ติดว่าเธอยังใหม่กับความสัมพันธ์แบบนี้แล้วล่ะก็ รับรองได้เลยว่าทั้งเขาและเธอยังคงนัวเนียกันอยู่บนเตียงเป็นแน่“อื้ม...อาภีมขา นี่มันริมถนนนะคะ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า”แค่หญิงสาวพูดเบา ๆ แต่สำหรับชายหนุ่มแล้วน้ำเสียงสั่นพร่านิด ๆ นั้นช่างฟังดูเซ็กซี่ยั่วยวนดีเหลือเกิน เขานึกถึงตอนเธอครวญครางอยู่ใต้ร่างของเขา ทั้งภาพทั้งเสียงยังคงติดตาตรึงใจเสียจนอะไร ๆ มันพรักพร้อมขึ้นมาอีกแล้ว“เราเข้าหมู่บ้านมาแล้ว ไม่ค่อยมีคนเดินผ่านมาหรอก รถอาก็มืด ใครจะมองเข้ามาเห็นล่ะคะ”เอาอีกแล้ว ลงท้ายด้วยคะ ขาแบบนี้แปลว่าเริ่มไม่ปลอดภัยแล้วเป็นแน่ ยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูดอะไร แต่ชายหนุ่มก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน“แวะบ้านอาก่อนนะคะ”แค่เห็นแววตาระยิบระยับแพรวพราวของเข

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 24 ผีเสื้อสยายปีก - 70%

    “ถ้าอย่างนั้น...คืนนี้อยู่กับอาทั้งคืนได้ไหม ตามใจอาหน่อยได้ไหมคะ”เขาถามพร้อมกับประพรมจุมพิตไปทั่วหน้าอย่างหลงใหล ก่อนจะเอ่ยประโยคสำคัญที่ทำให้คนฟังหัวใจพองฟูคับอก“อาก็รักน้องอาย ไม่ใช่แค่คืนนี้ที่อาอยากให้น้องอายอยู่ด้วยแต่เป็นทุก ๆ คืน และตื่นมาตอนเช้าก็เห็นหน้าน้องอายเป็นคนแรกในทุก ๆ เช้า”ชายหนุ่มหยุดพูด แล้วก้มลงจุมพิตที่หน้าผากอีกครั้งหนึ่งแล้วไต่ระเรื่อยมาจนถึงใบหู ใจอยากจะโจนจ้วงเข้าหาร่างเย้ายวนนี้ให้สมกับที่รอคอยมานานแสนนาน แต่ก็อยากให้หญิงสาวได้สัมผัสกับความสวยงามจากประสบการณ์ในรักครั้งแรกมากกว่า เขาจึงต้องอ่อนโยนให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ แม้ว่าความต้องการจะอัดแน่นจนแทบระเบิดแล้วก็ตาม“แต่งงานกับอานะคะ”ไหน ๆ เธอก็เรียนจบแล้ว มีงานมีการทำถือว่าเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว หนำซ้ำยังจดทะเบียนสมรสเป็นคนคนเดียวกันในทางกฎหมายแล้วด้วย เขาจึงคิดว่าไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องรออีกต่อไป เพราะเขากับเธอก็แทบจะเป็นของกันและกันอยู่แล้ว จะเหลือก็แต่การอยู่ร่วมบ้านเดียวกันในฐานะของสามีภรรยาเท่านั้นรวิชาคลี่ยิ้มกว้างพล

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 24 ผีเสื้อสยายปีก - 35%

    ภีมพลยืนยิ้ม มองภรรยาทางนิตินัยที่กำลังยักย้ายส่ายสะโพกอย่างสนุกสนานกับเพื่อนกลุ่มใหญ่อยู่ข้างล่างด้วยแววตาทอดอ่อน เมื่อวานสอบวันสุดท้าย วันนี้รวิชาจึงขออนุญาตเขาพาเพื่อน ๆ มาสนุกกันที่คลับอย่างเต็มที่เพื่อเป็นการฉลองจบการศึกษา อีกทั้งฉลองที่ยอดขายผลิตภัณฑ์ในกลุ่มสปานั้นทะลุเป้าเกินกว่าที่คาดหมายไว้พอสมควรสาวน้อยของเขาเรียนจบแล้ว...ปีกว่ากับการอยู่ในตำแหน่งคู่หมั้น สองปีกว่ากับการอยู่ในตำแหน่งสามีตามกฎหมาย รวมแล้วร่วมสี่ปีเต็มกับการเฝ้าดูแลเด็กสาวคนหนึ่งให้เติบโตเป็นหญิงสาวแสนสวย และมากความสามารถจนเป็นที่ยอมรับของคนทั่วไปเมื่อก่อนเขาเอาแต่นั่งนับวันเวลาว่าเมื่อไรเธอจะเรียนจบ เพราะอยากตีตราจองเธอเอาไว้ด้วยร่างกาย ไม่ใช่แค่กระดาษแผ่นเดียวตามประสาผู้ชายทั่วไปที่คิดอยากมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนรัก ทว่าพอวันเวลาผ่านไป ความคิดของเขาก็ค่อยปรับเปลี่ยนไปทีละนิดตามความผูกพันที่เพิ่มขึ้นระหว่างเขากับเธอเซ็กซ์ไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่เขาต้องการจากเธอเพียงอย่างเดียวเหมือนเมื่อก่อน เพราะมันถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกมั่นคงในรัก และการรับรู้ถึงการเป็นส่วนหนึ่งขอ

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 13 ทิ้งระยะห่าง - 50%

    “ได้ข่าวว่าเรียนเก่งด้วยนี่ใช่ไหม...ทำเกรดให้ดีนะ ถ้าผลงานเข้าตาเกรดเฉลี่ยเป็นที่น่าพอใจ ผมมีตำแหน่งรองรับไว้ให้ไม่ต้องกลัวว่าจะตกงาน”ภีมพลพูดอย่างใจป้ำ เขาชอบคนเก่ง ซื่อสัตย์ และขยัน เพราะหากได้คนแบบนี้มาร่วมงานจะยิ่งช่วยส่งเสริมให้บริษัทก้าวหน้ามั่นคงยิ่งขึ้น“ข

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 12 สาวน้อยช่างยั่ว - 100%

    “เขาบอกไว้ก่อนแล้วล่ะ แต่ไม่คิดว่าจะออกไปเลย” พูดจบชายหนุ่มก็เดินเข้าห้อง เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร. หารวิชา แต่รอสายอยู่นานก็ยังไม่มีทีท่าว่าเจ้าตัวจะรับสายจนเขาต้องถอดใจภีมพลทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ สีหน้าครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่พักหนึ่ง จากนั้นจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 12 สาวน้อยช่างยั่ว - 70%

    “เค้กร้านเดิมนั่นแหละค่ะ อาภีมจะกินเลยไหมคะน้องอายไปเอาจานกับช้อนมาให้” รวิชาเดินตามมาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ภีมพลยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาก่อนเอ่ยตอบ“ยังดีกว่า อายังไม่ได้กินมื้อเที่ยงเลย น้องอายกินมาหรือยัง”“กินมากับตีตี้แล้วค่ะ”หญิงสาวเดิน

  • บ่วงรักผีเสื้อ   บทที่ 12 สาวน้อยช่างยั่ว - 35%

    เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นจากในกระเป๋า ส่งผลให้คนที่กำลังจะเอื้อมหยิบหนังสือนิยายบนชั้นวางต้องลดมือลงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แว้บแรกที่เห็นรายชื่อของคนโทร. เข้า ใบหน้าเนียนใสก็คลี่ยิ้มกระจ่างเต็มวงหน้าทันที“อาภีมกลับมาแล้วหรือคะ”รวิชาทักทายคนปลายสายเสียงใส

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status