แชร์

เสี่ยหนู!...

ผู้เขียน: พลับพลึงดำ
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-17 19:34:43

รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูคันหรูเคลื่อนตัวผ่านทางลาดชันแคบ ๆ ขึ้นสู่อาคารจอดรถของโรงแรมระดับสี่ดาวย่านใจกลางเมือง 

เสียงยางรถยนต์บดไปกับพื้นปูนขัดมันดัง เอี๊ยดอ๊าด สะท้อนก้องท่ามกลางความสลัว ไฟหน้ารถสาดกระทบเสาคอนกรีตต้นแล้วต้นเล่า ก่อนจะหักพวงมาลัยถอยเข้าซองจอดนิ่งสนิทในซองแคบที่มีเส้นสีขาวทึบกำกับ เครื่องยนต์ครางกระหึ่มต่ำเป็นครั้งสุดท้ายแล้วดับลง ทิ้งให้ความเงียบงันและไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศโรยตัวปกคลุมผู้โดยสารทั้งสองในเวลาเกือบหกโมงเย็น

“เสี่ยหนูแกเป็นคนใจป้ำ... ถ้าถูกใจขึ้นมานะแกเปย์ไม่อั้น น้ำต้องพยายามตามใจเสี่ยเขาหน่อยละกัน”

ติ๊กเอ่ยขึ้นทำลายความอึดอัดที่นิ่งสนิทมาตลอดทาง ปลายนิ้วเรียวเคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะเนิบช้า สายตาชำเลืองมองกระจกมองหลังเพื่อเช็กความเรียบร้อยของใบหน้า 

น้ำค้างที่นั่งขดตัวอยู่เบาะข้าง ๆ จิกเล็บเข้ากับเนื้อผ้ากระโปรงจนยับย่น ความเย็นเฉียบแล่นริ้วจากปลายนิ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอ ก่อนจะเค้นกระแสเสียงแผ่วเบาออกมาอย่างซื่อบริสุทธิ์

“น้ำ... น้ำต้องทำตัวยังไงบ้างคะ”

“ไม่ต้องทำอะไรหรอกจ๊ะ เดี๋ยวเสี่ยเขาจะพาทำเองแหละ” ติ๊กแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ ผินหน้ากลับมามองเด็กสาวรุ่นน้องพลางขยับรอยยิ้มมาดมั่น 

“จำไว้แค่อย่าพยายามขัดใจแขก ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงจริงๆ ...พูดง่าย ๆ คือทำยังไงก็ได้ที่จะเอาเงินออกจากกระเป๋าเขาให้ได้มากที่สุด… ถ้าเป็นพี่นะ พี่จะอ้อนให้สุดใจขาดดิ้นเลย ยิ่งสด ๆ ใหม่ ๆ สดซิงอย่างน้ำนี่ พี่รับรองว่าเสี่ยแกต้องหลงจนโงหัวไม่ขึ้นแน่”

ถ้อยคำไร้ยางอายที่พ่นออกมาพร้อมกลิ่นน้ำหอมฉุนจัดของรุ่นพี่สาว ทำให้อุณหภูมิในร่างกายของน้ำค้างแปรปรวน

 ฉับพลันนั้น ความร้อนสายหนึ่งวิ่งริ้วขึ้นไปประทับบนโหนกแก้มจนร้อนฉ่า มวลความรู้สึกขัดเขินปนเปกับความสะอิดสะเอียนตีตื้นขึ้นมาจนจุกอก ยามเมื่อสมองเผลอจินตนาการไปถึงภาพอุบาทว์ตาที่จะเกิดขึ้นบนเตียงนอนของคนแปลกหน้าในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ลมหายใจของเด็กสาวเริ่มติดขัด ช่องท้องบิดม้วนด้วยความคลื่นไส้

น้ำค้างหลับตาลงแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกจนอกเสื้อกระเพื่อมไหว กลิ่นหนังแท้ของเบาะรถและเคมีภัณฑ์ฟุ้งกระจายเต็มปอด ก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจระบายออกมายาวเหยียด คล้ายการตัดใจยอมรับโชคชะตาบัดซบที่กำลังยืนดักรออยู่ตรงหน้าหลังกระจกบานใหญ่นั้น

“ถ้าเป็นพี่... พี่จะพยายามทำตัวให้กลมกลืนไปกับมัน ไม่ฝืน... แต่แกล้งทำเป็นสนุกไปกับมันซะ”

ติ๊กเอ่ยสำทับเสียงเบา น้ำเสียงราบเรียบคล้ายจะอ่านทะลุเข้าไปถึงความหวาดกลัวในส่วนลึกของจิตใจน้ำค้าง หล่อนพลิกข้อมือขึ้นดูนาฬิกาเรือนทองที่ส่องประกายวับแวมในความมืด

“ไปกันเถอะ... ป่านนี้เสี่ยคงรอแย่แล้ว”

สิ้นประโยค เสียงประตูรถฝั่งคนขับถูกเปิดออกพร้อมเสียงสัญญาณเตือนของประตูเปิดสลับกับลมร้อนของลานจอดรถที่พุ่งสวนเข้ามาปะทะ 

วินาทีนั้นเอง... หัวใจของน้ำค้างกระหน่ำเต้นรัวแรงราวกับกลองศึก ร่างกายท่อนล่างชาหนึบจนไร้ความรู้สึก ลำคอแห้งผากประหนึ่งผงฝุ่น เธอก้าวขาลงจากรถด้วยความรู้สึกแหลกสลายดั่งร่างที่ถูกพันธนาการไว้บนหลักประหารหิน สายตาเหม่อลอยมองแผ่นหลังของติ๊กที่เดินนำไป... ราวกับมองเห็นเพชฌฆาตในชุดคลุมทึบกำลังเงื้อดาบเล่มโตขึ้นฟ้าจนสุดหล้า และจดจ้องรอคอยจังหวะที่จะฟันฉับลงมาบนลำคอของเธอให้ขาดสะบั้นลงในคืนมรณะนี้…

เสียงเปียโนแจ๊สท่วงทำนองเนิบช้าสอดประสานไปกับกระแสเสียงแหบเสน่ห์ของนักร้องสาวบนเวทีเตี้ย คลอเคล้าอยู่ท่ามกลางบรรยากาศหรูหราโอ่อ่าของล็อบบี้โรงแรม แสงไฟสีส้มอบอุ่นสาดส่องจากโคมระย้าคริสตัลระยิบระยับ ทอดทับลงบนพื้นหินอ่อนขัดเงาและเฟอร์นิเจอร์บุผ้ากำมะหยี่เนื้อดี 

กลิ่นอายจาง ๆ ของดอกลิลลี่สดและและกลิ่นอโรมาที่อบอวลอยู่ในอากาศ  ชวนให้รู้สึกเคลิบเคลิ้มผ่อนคลาย

ที่มุมด้านในสุดอันเป็นส่วนตัวและสงบเงียบที่สุดของล็อบบี้ ชายวัยห้าสิบต้น ๆ ในชุดเสื้อเชิ้ตผ้าไหมเนื้อนุ่มลายทางสีสุภาพสวมใส่สบาย นอนเอนหลังพิงพนักโซฟาหนังแท้ตัวใหญ่หนานุ่ม ปลายนิ้วเรียวอวบหนาขยับแกว่งก้านแก้วคริสตัลทรงสูงเบา ๆ น้ำไวน์แดงก่ำภายในแก้วไหลวนทิ้งคราบแดงจางไว้บนเนื้อแก้วใส 

เขาจิบมันช้า ๆ ปล่อยให้รสฝาดหวานละมุนซึมซาบผ่านเรียวลิ้น สายตาหรี่มองเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรีสด พลางดื่มด่ำกับความสุขุมนุ่มลึกตามแบบฉบับของชายผู้มีเม็ดเงินล้นเหลือในกระเป๋า... เม็ดเงินที่พร้อมจะหยิบยื่นปรนเปรอความสำราญให้ตัวเองอย่างไม่มีวันสิ้นสุด

ฉับพลันนั้น กลิ่นน้ำหอมเคมีฉุนกริบอันคุ้นเคยก็โชยมาทับทาบ ติ๊กพาร่างบางขยับก้าวสะบัดเรียวขาตรงเข้ามาหาโซฟาตัวใหญ่ 

หล่อนผ่อนฝีเท้าลงยามเข้าประชิด ก่อนจะค้อมกายย่อตัวลงอย่างแช่มช้อย ยกสองมือขึ้นประนมไหว้พร้อมกับถอนสายบัวอย่างนอบน้อมนุ่มนวลราวกับหลุดมาจากภาพวาดกุลสตรี ติ๊กตวัดสายตาคมปลาบหันกลับมาหาน้ำค้างที่ยืนตัวแข็งทื่อ ส่งสัญญาณทางอารมณ์ผ่านนัยน์ตาเชิงบังคับให้เด็กสาวรุ่นน้องรีบทำตามในทันที

“สวัสดีค่ะเสี่ยขา...”

น้ำค้างสูดลมหายใจติดขัด พยายามบังคับฝ่ามือที่เย็นเฉียบให้ยกขึ้นประกบเข้าหากันกลางอก ร่างกายสั่นเทาน้อย ๆ ยามค้อมศีรษะลงไหว้ชายแปลกหน้าตามคำสั่ง

“รอนานไหมคะเสี่ย...” ติ๊กขยับกายเข้าไปนั่งลงบนที่วางแขนโซฟาข้างตัวชายสูงวัย ทอดเสียงอ่อนเสียงหวานฉอเลาะ แย้มยิ้มกว้างอย่างเอาอกเอาใจ 

“นี่ ‘น้องน้ำหวาน’ ค่ะเสี่ย คนที่ติ๊กเคยเล่าให้ฟังทางโทรศัพท์วันก่อนไงคะ”

ติ๊กเอ่ยแนะนำพลางผายมือมาทางน้ำค้างที่ยืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้า ชายสูงวัยละสายตาจากเวทีดนตรี 

พลันนั้น... นัยน์ตาที่เคยเรียบนิ่งของเขากลับเบิกกว้างขึ้น แววตาประกายวาบฉายร่องรอยความตัณหาและความหื่นกระหายออกมาอย่างปิดไม่มิด สายตากวาดมองตั้งแต่เส้นผม ไล่ลงมาที่ลำคอระหง ตลอดจนเรือนร่างอ้อนแอ้นของเด็กสาวบ้านนาซ้ำแล้วซ้ำเล่าราวกับสัตว์ร้ายกำลังประเมินชิ้นเนื้อสดรสเลิศ รอยยิ้มพึงพอใจจุดขึ้นบนใบหน้ามันเยิ้มของเสี่ยหนูทันทีที่ได้เห็น

“ตรงสเปกที่เสี่ยต้องการทุกอย่างเลยค่ะ... ติ๊กรับรองความสดใหม่เลยนะคะคนนี้ เสี่ยเป็นคนเปิดคนแรกแน่นอนค่ะ”

ถ้อยคำอวดอ้างสรรพคุณและตีราคามูลค่าความบริสุทธิ์ถูกพ่นออกจากปากของรุ่นพี่สาวอย่างลื่นไหลและไร้ยางอาย 

เสียงนั้นก้องสะท้อนในหูของน้ำค้างจนอื้ออึง ใบหน้าของเด็กสาวชาวนาชาหนึบ ไร้ความรู้สึกไปถึงขั้วหัวใจ หล่อนทำได้เพียงยืนกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อฝ่ามือ กัดริมฝีปากล่างแน่นเพื่อกักเก็บก้อนความขมขื่นลึกซึ้งเอาไว้ในลำคอที่แห้งผาก จ้องมองติ๊กเร่ขายศักดิ์ศรีของเธอให้ชายแปลกหน้าอย่างหน้าตาเฉย โดยที่คนรอบข้าง... ไม่ได้รับรู้ถึงพายุความทุกข์ตรมที่กำลังระเบิดกรีดลึกอยู่ภายในอกซ้ายของเธอเลยแม้แต่น้อย

“มานี่สิจ๊ะน้ำหวาน... มานั่งตรงนี้สิ”

เสียงของติ๊กทอดนุ่มละมุน ชวนฝัน ทว่ารุกคืบกดดันอยู่ในที หล่อนเบือนหน้ามาทางน้ำค้างที่ยังคงยืนทื่อ แขนขาแข็งเกร็งทำตัวไม่ถูกอยู่ท่ามกลางแสงวอร์มไวต์ ติ๊กขยับปลายนิ้วเรียวยาวเคาะลงบนเบาะผ้ากำมะหยี่หนานุ่มพรม ๆ ตรงพื้นที่ว่างข้างกายเสี่ยหนู ปึก... ปึก... น้ำหนักมือที่ตกกระทบเบา ๆ นั้นไม่ต่างจากป้ายคำสั่งระบุตำแหน่งที่เด็กสาวจำเป็นต้องหย่อนสะโพกลงไปแอบอิง

น้ำค้างเม้มริมฝีปากจนห่อเลือด จำใจขยับช่วงขาที่หนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยโซ่ตรวน ก้าวเข้าไปหย่อนตัวลงนั่งอย่างเสียไม่ได้ หล่อนจงใจเบียดกระแซะสะโพกเข้าหาท่อนขาของติ๊กจนแทบจะเกยทับขึ้นไปบนตัก เพื่อใช้ร่างของรุ่นพี่สาวเป็นปราการด่านสุดท้าย ทว่า... ทันใดนั้น ฝ่ามืออุ่นหนาของแม่เล้าสาวกลับยื่นมาแปะเข้าที่แผ่นหลังบาง ก่อนจะออกแรงกดและดันไสร่างของน้ำค้างให้เลื่อนไถลเข้าไปหาชายสูงวัยตรงหน้า จนผิวกายสาวเบียดชิดติดกับท่อนขาเนื้อแน่นของแขกผู้มีเกียรติอย่างพอดิบพอดี

“เสี่ยขา... น้องเขายังใหม่อยู่นะคะ ยังไม่ค่อยรู้ประสีประสาเท่าไหร่... ยังไงคืนนี้เสี่ยก็บันยะบันยังกับน้องหน่อยนะคะ ค่อย ๆ บอก ค่อย ๆ สอนเอาค่ะ”

ติ๊กจีบปากจีบคอเอื้อยเอ่ย ถ้อยคำฉอเลาะลอยล่องปะปนไปกับเสียงดนตรีแจ๊สหวานเลี่ยน หล่อนพ่นคำอวดอ้างสรรพคุณความ ‘สดซิง’ ออกมาคำแล้วคำเล่า ราวกับน้ำค้างเป็นเพียงสินค้าเกรดพรีเมียมชิ้นหนึ่งในตู้โชว์ที่ไร้หัวใจ ไร้ความรู้สึก สิ้นเชิง

“ไม่เป็นไรหรอก... แบบนี้แหละที่เสี่ยชอบ”

กระแสเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าหลุดรอดจากลำคอของเสี่ยหนูเป็นประโยคแรก พร้อมกับรอยยิ้มกว้างขวางฉายความพึงพอใจจนเนื้อแก้มปริ 

วินาทีนั้นเอง... ลำแขนอวบใหญ่ที่พาดอยู่บนพนักพิงพลันตกลงมาโอบหมับรอบเอวคอดกิ่วของน้ำค้างอย่างถือวิสาสะ สัมผัสอุ่นชื้นและแรงบีบเฟ้นเบา ๆ จากฝ่ามือหนาผ่านเนื้อผ้าบางเบา ทำให้น้ำค้างสะดุ้งเฮือก ร่างกายทุกส่วนคัดเกร็งขึ้นมาโดยอัตโนมัติ กลิ่นเหล้าและกลิ่นโคโลญจน์ฉุนกึกจากแผ่นอกกว้างของชายรุ่นพ่อโชยเข้าจมูกจนเธอขยาด ขนอ่อนทั่วสรรพางค์กายลุกซู่ด้วยความขยะแขยงจนแทบสำรอก

“ถ้าเสี่ยโอเคแล้ว... งั้นหนูจะได้ขอตัวเลยนะคะ”

ติ๊กขยับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางตวัดสายตาฉ่ำวาวส่งซิกให้กับชายสูงวัย นัยน์ตาคู่นั้นแพรวพราวยิ้มกริ่ม แฝงความหมายเชิงทวงถามสัญญากลางอากาศอย่างมีชั้นเชิง

“อ้อ! เอาสิ ได้เลย”

เสี่ยหนูพยักหน้ารับอย่างรู้แกว เขาลดมืออีกข้างล้วงลงไปในกระเป๋าเอกสารหนังแท้ใบหรูที่วางอยู่ข้างตัว หยิบสมาร์ตโฟนเครื่องหรูขึ้นมา ปลายนิ้วอวบจิ้มลงบนหน้าจอสัมผัสย้ำ ๆ อยู่ชั่วอึดใจ...

ติ๊ง!

เสียงสัญญาณแจ้งเตือนสั้นห้วนดังขึ้นเบา ๆ จากกระเป๋าถือของติ๊ก เจ้าตัวรีบล้วงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดสแกนใบหน้าตรวจสอบตัวเลขบนหน้าจอทันที ฉับพลันนั้น ดวงตาของติ๊กก็ลุกวาวส่องประกายระยิบระยับ ริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีสดแย้มยิ้มหวานชื่นกว้างขวางกว่าครั้งไหน ๆ ยามเมื่อยอดเงินเด้งเข้าบัญชีอย่างงดงาม

“ขอให้เป็นค่ำคืนที่มีความสุขนะคะเสี่ยขา... ขอให้สนุกกับหมอนข้างดิ้นได้ทั้งคืนไปเลยนะคะ มีอะไรด่วนก็โทรหาติ๊กได้เลยค่ะ ติ๊กยินดีให้บริการตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่แล้ว... ไปนะคะเสี่ยขา”

ติ๊กจีบนิ้วยกมือขึ้นประนมไหว้ลาด้วยท่วงท่าอ่อนช้อยงดงาม ก่อนจะหมุนกายหันหลังขยับเรียวขาก้าวฉับ ๆ เดินจากไปอย่างอารมณ์ดี โดยไม่หันกลับมามองน้ำค้างที่นั่งตัวสั่นเทิ้ม หน้าซีดเผือดจมอยู่ในวงแขนแกร่งของชายแปลกหน้าแม้เพียงหางตา

บรรยากาศรอบกายของน้ำค้างพลันดิ่งฮวบลงสู่ความมืดมนลวงตา เสียงดนตรีแจ๊สที่เคยหวานแว่วบัดนี้กลับฟังดูคล้ายเสียงสวดส่งวิญญาณ ความเงียบอันเยือกเย็นขยายตัวบีบรัดรอบคอจนเธอหายใจไม่ออก เด็กสาวทำได้เพียงนั่งเบิกตาโพลง มองแผ่นหลังของรุ่นพี่สาวที่ค่อย ๆ กลืนหายไปกับแสงไฟด้านนอกร้าน... รับรู้ได้ในวินาทีนี้เองว่า เกราะกำบังชิ้นสุดท้ายได้หลุดลอยไปแล้ว และชะตากรรมอันโหดร้ายในคืนมรณะนี้... กำลังเริ่มต้นขึ้นอย่างแท้จริง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   รักแท้ไร้ข้อจำกัด (ตอนพิเศษ 6 -ตอนจบ) [NC-20+]

    แกร็ก!เสียงประตูห้องเปิดออกและปิดลงอย่างรวดเร็ว พร้อมกับการปรากฏตัวของตะวันในสภาพผมยุ่งเหยิง ใบหน้าซูบมันแววเนื่องจากการกรำงานหนักเอกสารประมูลมาทั้งวัน ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนขึ้นมาถึงข้อศอก ชายเสื้อบางส่วนหลุดลุ่ยออกมานอกขอบกางเกงสแล็กสีเข้ม ชายหนุ่มยืนเบิ่งตากลมโตเบิกกว้าง ทอดสายตาจ้องมองตรงไปยังโซฟาตัวใหญ่กลางห้องรับแขก ซึ่งบัดนี้กลายเป็นจุดศูนย์กลางตัณหาของทุกคนภาพของน้ำค้าง เมียรักร่างบางที่กำลังนั่งคร่อมทับอยู่บนตักแกร่งของเจิด โดยที่อดีตบอดี้การ์ดหนุ่มกำลังนอนกัดฟันกรอด สองมือหนาใหญ่กร้านงานหนักบีบเฟ้นเค้นหนั่นเนื้อสะโพกขาวงอนอย่างมันมือ ทำให้ความเหนื่อยล้าสะสมจากการทำงานมาตลอดทั้งวันของตะวันปลิวหายไปเป็นปลิดทิ้ง!ทว่าสิ่งที่สร้างความรัญจวนใจจนเขาใจกระตุกวูบและเต้นระรัว คือภาพมุมต่ำของสองกลีบแคมสีสดสวยของน้ำค้างที่บัดนี้กำลังอ้าอมลำแท่งเนื้อยาวใหญ่ที่อวบอ้วนสีเข้มเอาไว้มิดโคน กลีบเนื้อสีหวานเบียดรั้งรัดติ้วจนปลิ้นเข้าปลิ้นออกราวกับจะฉีกขาด พร้อมกับคราบน้ำรักสีขาวขุ่นที่ทะลักเอ่อล้นไหลย้อยลงมาชโลมฉ่ำทั่วพวงไข่เบื้องล่าง นั่นคือภาพวิชวลความร่านร้อนที่ตอกอัดเข้าเต

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   พี่ฝันอยากเย็Dน้องน้ำมานานแล้ว (ตอนพิเศษ 5) [NC-20+]

    "ทีนี้ตาพี่บ้างนะ... พี่ขอนะน้องติ๊ก"เจิดกัดฟันกรอดด้วยความกระสันที่พุ่งขึ้นจนถึงขีดสุด ชายหนุ่มหันไปสบตากับโต้งที่นั่งไขว่ห้างเอนหลังพิงเบาะ จิบเบียร์เย็นฉ่ำในมือพลางยิ้มกริ่มส่งสัญญาณให้เหมือนกำลังบอกว่า 'จัดไปเลยพี่... เต็มที่!'ฝ่ามือหนาใหญ่กร้านงานหนักสอดอุ้มบั้นท้ายกลมกลึงของติ๊กยกขึ้นอย่างง่ายดาย ก่อนจะหมุนเรือนร่างระหงวางลงเอนนอนแทนที่เขาบนเบาะโซฟา แล้วพลิกตัวขึ้นทาบทับอยู่เบื้องบนอย่างดุดัน สองขาเรียวงามของแม่เล้าสาวถูกจับแยกออกกว้าง ยกเข่าขึ้นวางตั้งบนเบาะโซฟาเปิดเปลือยเรือนร่างเป็นรูปตัวเอ็มอย่างน่าหวาดเสี้ยว"ว้าว... โคตรใหญ่เลยอะ! เป็นไงบ้างพี่ติ๊ก!"ฟางก้มตัวลงต่ำ จ้องมองดูจุดสนามรบที่สัดส่วนสองแคมสีสดสวยกำลังอ้าปลิ้น คาบครอบลำแท่งเนื้อยักษ์ปูดโปนขรุขระไว้แน่นมิดโคน พร้อมกับช่องทางรักที่ตอดขมิบรัดเอวหนายวบ ๆ เป็นจังหวะถี่ระรัว"อูยยยย... สุด ๆ เลยฟาง... โอ๊ยยยย... ซี้ดดดด..."ติ๊กหลับหูหลับตาตอบกลับเสียงกระเส่าพร่า ลมหายใจขาดช่วงเป็นจังหวะ"อ๋าาาาา... อูยยยย!"ดวงตาของติ๊กเหลือกปลิ้น อ้าปากค้างหวอเมื่อเจิดถอนลำเอ็นยักษ์ยาวเหยียดออกมาจนเกือบหลุดสุดปลายหัวถอก ก่อนจะกดสะโพ

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   เกณฆ์ทดสอบของบาร์โฮสต์...(ตอนพิเศษ 4) [NC-20+]

    เจิดค่อย ๆ ผละริมฝีปากออกจากความอวบอิ่มของติ๊ก ทว่าชายหนุ่มกลับไม่หยุดความเร่าร้อนไว้เพียงเท่านั้น เขาซุกปลายจมูกฝังลงกับต้นคอขาวเนียนที่กรุ่นกลิ่นหอมผสานดีกรีแอลกอฮอล์ ไซ้จูบละเลียดไปตามผิวกายอุ่นร้อน ไล่เรื่อยขึ้นไปจนถึงติ่งหู ก่อนจะเม้มขบเบา ๆ อย่างหยอกเย้าและช่ำชอง"อูยยยย... อาาา... พี่เจิด..."ติ๊กตาลอยครางเสียงกระเส่าแว่ว ร่างบางเกร็งกระตุกวูบรับความเสียวซ่านที่พุ่งพุ่งพล่าน นิ้วมือหนาใหญ่กร้านงานหนักของเจิดเลื่อนขึ้นมาประคองเต้างามอวบอูมของเธอ บีบคลึงเค้นหนักเบาตามจังหวะอารมณ์อย่างคล่องแคล่ว จนร่างระหงสั่นสะท้านไปทั้งร่าง ทว่าติ๊กผู้ช่ำชองในเกมกามมีหรือจะยอมให้เขาเป็นฝ่ายรุกอยู่ฝ่ายเดียวฝ่ามือเรียวเล็กของเธอเลื่อนลูบไล้ไปตามต้นขาแน่นเครียดที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามของบอดี้การ์ดหนุ่ม ก่อนจะลูบวกเข้าไปยังเป้ากางเกงตรงจุดสำคัญอย่างหญิงเจนโลกกามารมณ์"อุ๊ย... มันใหญ่ดีจัง แบบนี้ต้องขอดูชัด ๆ หน่อยแล้วล่ะ..."ติ๊กเอ่ยเสียงยานคางด้วยอารมณ์ดิบที่ถูกจุดติด นิ้วเรียวยาวค่อย ๆ ปลดกระดุมกางเกงของเจิด รูดซิปลงอย่างชำนาญ พลางช้อนสายตาฉ่ำปรือขึ้นมองชายหนุ่มอย่างยั่วเย้า ก่อนจะสอดมือเรียวเล็กผ่า

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   อย่าท้าผมนะ!... พี่เจิดออกศึก. (ตอนพิเศษ 3)

    สายตาของติ๊กทอดมองผ่านกระจกใสบานใหญ่ตั้งแต่พื้นจรดเพดานภายในห้องรับแขกของคอนโดหรู ชั้น 32 ย่านจตุจักร ทัศนียภาพอันงดงามยามเย็นของกรุงเทพมหานครคลี่กางออกตรงหน้าอย่างประณีต แสงอาทิตย์อัสดงสีส้มทอประกายทองไล้เฉดสาดส่องไปทั่วผืนฟ้า ทอดเงายาวพาดผ่านสวนจตุจักรผืนใหญ่เบื้องล่างที่เปรียบเสมือนปอดสีเขียวขจีกว้างใหญ่ อาคารสูงตระหง่านน้อยใหญ่รายล้อมเรียงตัวตัดกับเส้นขอบฟ้า ขณะที่สายถนนเบื้องล่างเริ่มเปิดไฟส่องสว่าง ทอดตัวเป็นสายเส้นแสงเคลื่อนตัวไปตามจังหวะชีวิตของเมืองหลวงที่ไม่มีวันนอนหลับ"ห้องนี้วิวสวยจังเลยนะน้ำ..."ติ๊กเอ่ยขึ้นเบา ๆ พลางหันกลับมายิ้มกริ่มให้กับน้ำค้าง เจ้าของคอนโดหรูสามห้องนอนที่กำลังเดินตรงเข้ามา ร่างบางถือกระป๋องเบียร์แช่เย็นเจี๊ยบยื่นส่งให้ติ๊กที่ยืนรับไปด้วยความยินดี ก่อนที่จะส่งอีกกระป๋องให้โต้ง ชายหนุ่มร่างกำยำวัยสามสิบกลาง ๆ ซึ่งกำลังนั่งผ่อนคลายอยู่บนโซฟาหนังนุ่มตัวใหญ่ข้าง ๆ แฟนสาว"บรรยากาศดีสุด ๆ ไปเลยน้องน้ำ มองเห็นทั้งสวนทั้งกรุงเทพฯ ยามเย็นแบบนี้ จิบเบียร์เย็น ๆ ไปด้วยนี่ได้อารมณ์ชะมัด"โต้งเอ่ยขึ้นพลางรับกระป๋องเบียร์มาถือไว้ สายตาฉายแววชื่นชมทั้งวิวสวยตรงหน้

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   อยากเห็นค*ยฝังมุกเย็D Xี.เมีย (ตอนพิเศษ 2) [NC-20+]

    "ทำไมวันนี้พี่เสร็จไวอย่างนี้ล่ะคะ..."น้ำค้างยื่นนิ้วเรียวสวยขึ้นไปสะกิดเขี่ยเล่นที่คางสากของผัวรักอย่างออดอ้อน ริมฝีปากอวบอิ่มแย้มยิ้มเย้ายวน ขณะที่ร่างแกร่งของเขายังคงนอนเกยซบอยู่บนร่างบางของเธอ อกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะลมหายใจ"พี่ตื่นเต้นน่ะสิจ๊ะ... พอนึกเห็นภาพเมียพี่กำลังโดนพี่โต้งเย็ดกระเด้าหีเมียพี่อยู่ ตั๊บ! ตี๊บ! แล้ว มันได้อารมณ์สุด ๆ ไปเลย..."ตะวันยิ้มกรุ่มกริ่มให้เมียรัก ฝ่ามือหนาลูบไล้แผ่นหลังเนียนนุ่ม เคลิ้มไปตามมโณความคิด ก่อนจะก้มลงจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตของเธอ พลางเอ่ยถามคำถามด้วยน้ำเสียงแผ่วต่ำแทบจะเป็นเสียงกระซิบ"ควยพี่โต้งใหญ่ไหมจ๊ะ?"น้ำค้างอมยิ้มแก้มใสขึ้นสีแดงระเรื่อ เธอรีบหลบสายตาคมของผัวรัก ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ อย่างเอียงอาย"ใหญ่กว่าของพี่นิดหน่อยค่ะ..." เธอเอ่ยตอบเสียงเบาหวิวพร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ ที่พยายามซ่อนความขวยเขินไว้ไม่มิด"แล้ว... แล้วพี่เขาอึดแค่ไหน?"ตะวันยังคงถามต่ออย่างหิวโหยในข้อมูล ชายหนุ่มต้องการเสพรับความสะใจและรับรู้ทุกอณูความรู้สึกเสียวซ่านที่เมียรักเคยได้รับจากชายอื่น"อึดค่ะพี่... พี่เขาอึดแบบสั่งได้เลย..." พูดเสร็จน้ำค้างก็รีบห

  • บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]   ใครเคยทำให้เมียติดใจไหม?... บอกพี่หน่อย! (ตอนพิเศษ 1) [NC-20+]

    "อาทิตย์หน้าน้ำก็ต้องกลับไปเรียนต่อแล้วเหรอเนี่ย..."น้ำค้างพึมพำขึ้นเบา ๆ เสียงหวานใสทอดนุ่มซบศีรษะอยู่กับอกแกร่งของตะวัน ชายหนุ่มนอนหงายสบายตัวอยู่บนเตียงนุ่ม มือหนาลูบไล้ปอยผมที่เรียงตัวสวยบนหน้าผากของเมียรักอย่างแผ่วเบา สัมผัสถึงความนุ่มนวลและอุ่นไอของกันและกันในห้องนอนแสนสงบ"ดีแล้วไม่ใช่เหรอคะ จะได้จบ ๆ ซะที นี่ต้องขอบคุณฟางเขานะที่วิ่งเต้นเรื่องดรอปเรียนให้เรา จนไม่ต้องเสียสิทธิ์ ไม่งั้นคงโดนคัดชื่อออกไปแล้ว"ตะวันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนุ่ม ทว่าเปี่ยมด้วยความหวังและห่วงใย"ดีค่ะ... อีกเรื่องที่ทำให้น้ำสบายใจ เรื่องที่แม่ยอมย้ายมาอยู่กับเราที่บ้านหลังนี้ แบบนี้ น้ำจะได้ไม่ต้องคอยเป็นห่วงแกอีก ยัยหนูก็จะได้ไม่ต้องสับสนที่ต้องกลับไปอยู่กับยายที่บ้านหลังเก่าเวลาน้ำกับพี่ไม่อยู่บ้าน"น้ำค้างพูดออกมาพลางถอนหายใจยาวอย่างผ่อนคลาย ความวิตกกังวลในอดีตปลดล็อกออกไปจนหมดสิ้น ก่อนที่เธอจะค่อย ๆ ยันตัวเล็กน้อย เอียงหน้าเงยขึ้นสบตาชายหนุ่มตรง ๆ"กลับไปคราวนี้น้ำจะให้ฟางมันย้ายไปอยู่คอนโดกับน้ำด้วย พี่จะว่าอะไรไหมคะ?""พี่ก็ว่าดีออก คอนโดออกจะกว้างขวาง มีตั้งสามห้องนอน เราอยู่กันแค่ห้องเดียว

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status