共有

บทที่ 6

作者: TanyaT
last update 公開日: 2026-08-31 00:04:47

แสงไฟจากรถกระบะปรากฏอยู่ไกลออกไปในที่สุด เมฆินทร์เร่งฝีเท้าจนมาถึงรถ เขาเปิดประตูฝั่งผู้โดยสารแล้ววางริสาลงบนเบาะก่อนหยิบผ้ายันต์สี่แผ่นติดไว้ตามกระจกทั้งสี่ด้าน

“ล็อกประตู”

“แล้วคุณล่ะ”

“ผมจะกันมันไว้”

ริสาคว้าแขนเขาทันที “คุณจะอยู่ข้างนอกคนเดียวหรือ”

เมฆินทร์ก้มมองมือของเธอที่จับแขนตนเอง สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ดึงมือออก

“มันตามคุณมา ไม่ใช่ตามผม ถ้าคุณอยู่ในรถ มันจะเข้ามาไม่ได้”

“แล้วถ้ามันทำร้ายคุณล่ะ”

“ผมจัดการเองได้”

“เห็นอยู่ว่าคุณมีแผล”

“ผมยังไม่ตาย”

คำตอบนั้นทำให้ริสาอ้าปากจะเถียงแต่เมฆินทร์กลับปิดประตูใส่หน้าเธอเสียก่อน เขาเดินอ้อมไปด้านหน้ารถแล้วหยิบมีดหมอออกมาอีกครั้ง ขณะที่เงาดำจำนวนมากค่อย ๆ ปรากฏขึ้นระหว่างต้นไม้ ล้อมรอบรถไว้ทุกด้าน

ริสามองผ่านกระจกด้วยหัวใจที่เต้นแรง เมฆินทร์ยืนเพียงลำพังท่ามกลางความมืด เสื้อสีดำเปื้อนเลือดตรงหัวไหล่ ทว่าแผ่นหลังกลับยังตั้งตรงอย่างมั่นคง เขากำมีดหมอไว้แน่นก่อนใช้นิ้วแตะเลือดจากบาดแผลแล้วลากลงบนพื้นดินเป็นวงกลมรอบตัว

“นะขีดเขต โมขีดแดน พุทตั้งวง ธากันภัย ยะกันวิญญาณ ผู้ใดก้าวล่วงเข้ามา จงถูกไฟครูเผาผลาญ”

แสงสีแดงลุกวาบขึ้นตามรอยเลือดเกิดเป็นวงอาคมรอบตัวชายหนุ่ม เงาดำที่พุ่งเข้ามากระแทกกับแนวแสงแล้วกรีดร้อง ร่างบางส่วนลุกไหม้และสลายกลายเป็นควันแต่สิ่งที่เหลือกลับยังคงโถมเข้ามาไม่หยุด

เมฆินทร์ฟันมีดหมอใส่ร่างหนึ่งก่อนหมุนตัวหลบกรงเล็บของอีกร่างอย่างรวดเร็ว ทุกการเคลื่อนไหวแม่นยำและหนักแน่น แต่เลือดจากบาดแผลกลับไหลมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเสื้อบริเวณหัวไหล่เปียกชุ่ม

ริสากำมือแน่นอยู่บนตัก ความรู้สึกผิดแล่นขึ้นกลางอก หากเธอไม่เข้ามาที่ศาล เขาคงไม่ต้องเสี่ยงอันตรายเช่นนี้ แม้ชายหนุ่มจะพูดจาเย็นชาและชอบออกคำสั่ง แต่ตั้งแต่พบกันเขาก็เป็นฝ่ายช่วยชีวิตเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า

จังหวะหนึ่ง เงาดำร่างใหญ่พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง เมฆินทร์กำลังรับมือกับอีกสองร่างจึงไม่ทันเห็น ริสาเผลอตบกระจกแล้วตะโกนออกไป

“ข้างหลัง!”

เมฆินทร์หันกลับทันทีแต่ช้าไปเพียงเสี้ยววินาที กรงเล็บของมันฟาดเข้ากลางแผ่นหลังจนเขาเซไปข้างหน้า เลือดพุ่งออกจากรอยข่วนยาว ริสาหลุดเสียงร้องด้วยความตกใจก่อนจะรีบปลดล็อกประตูรถโดยไม่ทันคิด

ทันทีที่ประตูเปิดออก ลมเย็นจัดก็พัดกระแทกเข้ามาภายในรถ ผ้ายันต์บนกระจกสั่นไหวอย่างรุนแรง

เมฆินทร์หันมาทางเธอก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงของความไม่พอใจ

“ปิดประตู!”

แต่สายเกินไปแล้ว เงาหญิงชุดขาวปรากฏขึ้นตรงหน้ารถในชั่วพริบตา ใบหน้าซีดขาวแนบเข้ากับกระจกหน้าต่าง ดวงตาดำสนิทจ้องตรงมาที่ริสาก่อนริมฝีปากซึ่งถูกเย็บติดจะค่อย ๆ ฉีกกว้าง ด้ายสีดำขาดออกทีละเส้น ทีละเส้น พร้อมเสียงหัวเราะแหบพร่าที่ดังสะท้านไปทั่วป่า

“ในที่สุด...ข้าก็หาเจอ”

มือซีดขาวยื่นผ่านช่องประตูเข้ามา นิ้วยาวพุ่งตรงไปยังลำคอของริสาแต่ในวินาทีนั้น เมฆินทร์ก็ปรากฏตัวขึ้นข้างรถ เขาใช้ฝ่ามือที่เปื้อนเลือดคว้าข้อมือของมันไว้ แล้วแทงมีดหมอลงกลางฝ่ามือของร่างอาถรรพ์เต็มแรง

เสียงกรีดร้องดังสนั่น เงาดำทั้งหมดรอบรถสลายหายไปพร้อมกัน ร่างหญิงชุดขาวบิดเกร็งก่อนกระชากมือกลับและถอยหายเข้าไปในความมืด

เมฆินทร์ปิดประตูรถแรงจนเสียงดังสนั่นแล้วหันมาจ้องริสาด้วยแววตาโกรธจัด

“ฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องหรือยังไง ผมบอกให้ล็อกประตู!”

“ฉันเห็นคุณถูกทำร้าย”

“แล้วคุณคิดว่าการเปิดประตูออกมาจะช่วยอะไรได้”

“อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้เอาแต่นั่งดู!”

“ถ้าคุณถูกมันเอาตัวไป ทุกอย่างที่ผมทำมาก็สูญเปล่า!”

ริสาสะดุ้งกับน้ำเสียงที่ดังขึ้นของเขา นี่เป็นครั้งแรกที่ใบหน้าเย็นชานั้นแสดงอารมณ์ออกมาอย่างชัดเจน ดวงตาของเมฆินทร์เต็มไปด้วยทั้งความโกรธและความหวาดหวั่นบางอย่าง

ทั้งคู่สบตากันอยู่ท่ามกลางความเงียบก่อนเมฆินทร์จะเป็นฝ่ายเบือนหน้าหนี เขาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสงบอารมณ์แล้วจึงเดินอ้อมไปขึ้นรถฝั่งคนขับโดยไม่พูดอะไรอีก

เครื่องยนต์ติดขึ้นพร้อมเสียงคำรามต่ำ รถกระบะเคลื่อนออกจากป่าด้วยความเร็ว ทิ้งศาลร้างและเงาดำทั้งหลายไว้เบื้องหลัง ตลอดทางไม่มีใครพูดอะไร ริสานั่งกอดแขนตัวเองอยู่เงียบ ๆ ขณะที่เมฆินทร์จับพวงมาลัยแน่นจนเส้นเลือดปูดขึ้นบนหลังมือ ใบหน้าของเขาซีดลงเล็กน้อยจากการเสียเลือดแต่ยังคงขับต่อโดยไม่แสดงอาการเจ็บปวด

เมื่อออกพ้นเขตป่า แสงจากบ้านเรือนในหมู่บ้านเริ่มปรากฏให้เห็น ริสาจึงเอ่ยขึ้นเบา ๆ

“พาฉันไปโรงพยาบาลก็ได้ คุณเองก็ควรไปทำแผล”

“โรงพยาบาลช่วยคุณไม่ได้”

“แล้วคุณจะพาฉันไปไหน”

เมฆินทร์นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบโดยไม่หันมามอง

“บ้านผม”

ริสาหันขวับ “อะไรนะ”

“รอยที่ขาของคุณต้องถูกกดไว้ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ไม่อย่างนั้นมันจะลามถึงหัวใจ”

“แล้วที่บ้านคุณมีอะไร”

“ของที่ใช้รักษา”

“คุณเพิ่งบอกว่ายังไม่รู้ว่าจะช่วยได้เปล่า”

“ผมบอกว่าตอนนั้นยังตอบไม่ได้”

“แล้วตอนนี้ตอบได้แล้วหรือ”

เมฆินทร์ชะลอรถเมื่อถึงทางแยกก่อนเลี้ยวเข้าสู่ถนนสายเล็กๆซึ่งมืดและเงียบกว่าทางเดิม ดวงตาคมมองตรงไปข้างหน้า ขณะน้ำเสียงทุ้มต่ำดังขึ้น

“มีวิธีหนึ่ง”

ริสาจ้องเสี้ยวหน้าของเขา “วิธีอะไร”

ชายหนุ่มเงียบไปนานราวกับคำตอบนั้นหนักเกินกว่าจะเอ่ยออกมา

“ลงยันต์ทับรอยเดิม”

“ก็ทำสิ”

มือของเมฆินทร์บนพวงมาลัยเกร็งขึ้นในทันที

“ทำไม่ได้”

“ทำไม”

เขาเหลือบมองเธอเพียงชั่วครู่ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเย็นและหนักแน่น

“เพราะผมไม่สักยันต์ให้ผู้หญิง”

ริสานิ่งไปก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างไม่อยากเชื่อ

“นี่คุณกำลังจะบอกว่าฉันอาจตายแต่คุณจะไม่ช่วยเพราะฉันเป็นผู้หญิงหรือ”

“มันเป็นกฎของสำนัก”

“กฎสำคัญกว่าชีวิตคนหรือ”

คำถามนั้นทำให้เมฆินทร์เงียบไปอีกครั้ง ภาพรอยอาคมบนหัวไหล่ของริสาผุดขึ้นในความคิด รอยนั้นกำลังตอบรับกับเลือดของเขาและหากเขาลงเข็ม ทุกอย่างอาจไม่ใช่เพียงการรักษาแต่มันอาจกลายเป็นการผูกชะตาที่ไม่มีวันย้อนกลับ

“คุณไม่เข้าใจว่าการลงยันต์นี้ต้องแลกกับอะไร”

ริสาหันมองเขาตรง ๆ

“งั้นก็อธิบายมา”

เมฆินทร์ไม่ตอบ รถกระบะยังคงแล่นลึกเข้าไปตามถนนมืด ท่ามกลางแสงไฟหน้ารถที่ทอดยาวไปเบื้องหน้า

ในย่ามสีดำข้างตัว กำไลเงินซึ่งเก็บมาจากบ้านชายต้องอาคมค่อย ๆ ร้อนขึ้นทีละน้อย อักขระบนผิวกำไลเปลี่ยนเป็นสีแดงอีกครั้ง ก่อนเสียงกระซิบแผ่วเบาจะดังขึ้นภายในรถทั้งที่ไม่มีใครขยับริมฝีปาก

“สักให้นางสิ”

เมฆินทร์ชะงัก มือบนพวงมาลัยกำแน่นกว่าเดิม เสียงนั้นหัวเราะเบา ๆ แล้วกระซิบต่อ

“แล้วชะตาของเจ้าจะเป็นของนางตลอดไป”

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 222

    “ทำไมคุณไม่เคยบอกฉัน” “รอยนั้นหายไปภายในไม่กี่ชั่วโมง ผมเลยคิดว่าอาจเป็นเพียงรอยกดจากผ้าห่อตัว” “คุณไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ” เมฆินทร์นิ่ง ริสารู้จักเขาดีพอจะมองออกว่า ชายหนุ่มปิดบังความกังวลนี้มานานเพียงใด “แล้วมีอะไรอีกไหมคะ” “ตอนอายุสองขวบ รดาเคยเดินเข้าไปในห้องเก็บของ” “ห้องที่คุณเก็บสมุดข่อ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 221

    รินรดาในวัยเจ็ดขวบป่วยบ่อยกว่าภูริณมาก บางครั้งเป็นเพียงไข้ต่ำในช่วงหัวค่ำ แต่พอตกดึก อุณหภูมิกลับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เด็กหญิงตัวเล็กจะนอนกระสับกระส่าย เหงื่อซึมเต็มหน้าผาก มือทั้งสองกำผ้าห่มแน่น ริมฝีปากพึมพำถ้อยคำซึ่งไม่มีใครฟังเข้าใจ หมอตรวจไม่พบความผิดปกติร้ายแรง ผลเลือดปกติ ไม่มีการติดเชื้อและ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 220

    “โอ๊ย!” “บอกแล้วว่าอย่าวิ่งเร็ว” ภูริณหันไปจับไหล่รินรดาไว้ไม่ให้ล้มก่อนมองไปยังพาขวัญที่กำลังวิ่งมาหา เด็กหญิงวัยห้าขวบสะดุดก้อนหินจนร่างเล็กเซไปข้างหน้าแต่โชคดีที่ภูริณรีบก้าวเข้าไปรับตัวไว้ได้ทันทำให้พาขวัญตกใจจนสองแขนกอดคอพี่ชายแน่น “เกือบล้มแล้วค่ะ” “เพราะวิ่งไม่ดูทาง” เขาอุ้มเด็กหญิงขึ้นม

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 219

    “พี่ภูริณอย่าแกล้งน้องนะคะ” รินรดากางแขนปกป้องคนตัวเล็กทันที ภูริณเลิกคิ้ว “ยังไม่ได้ทำอะไรเลย” “พี่ทำหน้าน่ากลัว” “หน้าพี่เป็นแบบนี้อยู่แล้ว” “งั้นพี่ก็หน้าดุอยู่แล้วค่ะ” คำตอบตรงไปตรงมาของรินรดาทำให้ริสาหลุดหัวเราะ ส่วนเมฆินทร์ยกมือขึ้นปิดมุมปาก กลั้นรอยยิ้มเอาไว้ ภูริณมองเด็กหญิงวัยเจ็ดขวบ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 218

    ภรันยังไม่หลับ เขาจ้องมองลูกสาวอยู่เงียบ ๆ จนพลอยเอื้อมมือมาวางทับหลังมือของเขา “พี่กลัวไหม” หญิงสาวถามเบา ๆ “กลัว” คำตอบตรงไปตรงมาทำให้พลอยชะงัก “พี่ก็กลัวเป็นด้วยเหรอ” “กลัวสิ” เขาหันมองเธอ “พี่กลัวเสียเธอกับขวัญไป” ดวงตาของเธอค่อย ๆ แดงขึ้น “พี่จะไม่เสียใครไปหรอก” “อืม” ภรันก้มลงมองพาขวัญ

  • บ่วงอาคม (มนตราอาคม The Series)   บทที่ 217

    เสียงฝนตกกระทบหลังคาเรือนไม้ดังสม่ำเสมอตั้งแต่หัวค่ำ ลมเย็นพัดลอดช่องหน้าต่างเข้ามาเป็นระยะ ทำให้ม่านสีขาวบางขยับไหวราวกับมีมือที่มองไม่เห็นคอยแตะต้อง พลอยนั่งพิงหัวเตียง มือหนึ่งลูบเส้นผมดำขลับของเด็กหญิงตัวน้อยที่นอนขดอยู่ข้างกาย พาขวัญเพิ่งอายุครบห้าขวบได้ไม่กี่เดือน ใบหน้ากลมละม้ายคล้ายแม่ แต่ด

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status