LOGINเวินหร่านตื่นขึ้นมาอีกครั้งซางเลี่ยรุ่ยไม่อยู่บนเตียงเสียแล้วสภาพแวดล้อมรอบตัวที่ทั้งคุ้นเคยและแปลกตา ทำให้เธอนึกขึ้นมาได้ในวูบหนึ่งว่านี่ไม่ใช่บ้านของเธอ แต่เป็นคฤหาสน์ของซางเลี่ยรุ่ยต่างหากเมื่อคืนนี้พวกเขาสองคน... มีอะไรกันอีกแล้ว...เวินหร่านนวดขมับเบา ๆ ด้วยความปวดหัวตุบ ๆ รู้สึกนึกเสียใจในการตามใจตัวเองเมื่อคืนทำไมพอต้องเผชิญกับการยั่วยวนครั้งแล้วครั้งเล่าของซางเลี่ยรุ่ย เธอถึงหักห้ามใจตัวเองไม่ได้ทุกทีนะ?ทั้งที่รู้ดีว่าผู้ชายคนนี้คือบอสของเธอ และพวกเขาก็ไม่ควรมีความสัมพันธ์แบบนี้กันแต่ก็ยังคงเปิดโอกาสให้เขาครั้งแล้วครั้งเล่า จนปล่อยให้เขาได้ใจอยู่เรื่อยเธอขาดผู้ชายขนาดนั้นเชียวหรือ?หรืออาจเป็นเพราะหลังแต่งงานเธอขาดเรื่องเซ็กส์มาเป็นเวลานาน ความต้องการในด้านนั้นจึงถูกกดทับเอาไว้ยามนี้พอรอยร้าวถูกเปิดออกเป็นรูโหว่แล้วก็เหมือนกับเขื่อนแตกที่พังทลายลงมา ไม่มีทางกดทับมันลงไปได้อีกแล้วเวินหร่านจัดการล้างหน้าแปรงฟันอย่างรวดเร็ว เตรียมตัวจะรีบหนีกลับใครจะรู้ว่าพอเดินลงมาชั้นล่าง ก็บังเอิญชนเข้ากับซางเลี่ยรุ่ยเข้าพอดีเขากำลังรับอาหารเช้าจากหน้าประตูที่ทางโร
เมื่อเสร็จสิ้นกิจกรรมเวินหร่านนอนแผ่หลาอยู่บนเตียง ไร้เรี่ยวแรงจนลุกขึ้นไม่ไหวอยู่เนิ่นนานซางเลี่ยรุ่ยยังคงติดใจไม่หายก้มหน้าลงพรมจูบแผ่นหลังเนียนชื้นเหงื่อของเธอครั้งแล้วครั้งเล่าคล้ายกับยังอยากจะต่ออีกรอบเวินหร่านอดไม่ได้ที่จะพลิกตัวกลับมา ยื่นมือไปปิดริมฝีปากบางของเขาไว้“คุณห้ามจูบฉันอีกนะ”ซางเลี่ยรุ่ยหรี่ตาลง “ผมไม่จูบคุณ แล้วจะให้ไปจูบใคร?”พูดจบก็เปลี่ยนไปจูบนิ้วมือเรียวหลายนิ้วที่กำลังปิดปากเขาอยู่แทนเวินหร่านรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็วคว้าผ้าห่มมาคลุมโปงปิดหน้าตัวเอง “คุณอยากจูบใครก็ไปจูบคนนั้นเลย”เธอขี้เกียจจะสนใจ และก็ไม่อยากจะสนด้วยซางเลี่ยรุ่ยก็มุดตามเข้าไปใต้ผ้าห่มด้วยเช่นกันพร้อมทั้งโอบกอดเธอไว้อีกครั้ง “ผมอยากจูบคุณ อยากจูบแค่คุณคนเดียวเท่านั้น”พูดจบก็ทำท่าจะเข้ามาจูบเธออีกรอบเวินหร่านหลบเลี่ยงตามสัญชาตญาณ“ฉันเหนื่อยมากเลย ไม่อยากเอาแล้วค่ะ”เมื่อครู่นี้พวกเขาย้ายจากโต๊ะอาหารมาต่อกันบนเตียงเวลานี้ดึกดื่นค่อนคืนแล้วเธอแค่อยากจะนอนหลับพักผ่อนให้เต็มอิ่มสักตื่นพรุ่งนี้ยังมีงานที่ต้องไปทำอีกซางเลี่ยรุ่ยขังกายเธอไว้ในอ้อมแขนของตนโน้มศีร
“อื้อ อื้อ...”เวินหร่านถูกเขาจูบจนเนื้อตัวอ่อนปวกเปียกแทบจะหายใจไม่ทันอยู่แล้วซางเลี่ยรุ่ยผละจากริมฝีปากนุ่ม เปลี่ยนมาจู่โจมซอกคอขาวผ่องของเธอแทนมือหนาของเขาซุกซนลูบไล้ไปทั่วเรือนร่าง“ปล่อยฉันนะ...”เวินหร่านเอื้อมมือไปคว้ามือใหญ่ที่กำลังลูบไล้ไปทั่วของเขา พร้อมกับปฏิเสธตามสัญชาตญาณ“ปล่อยได้นะ ถอดเสื้อผ้าเองแล้วขึ้นไปนั่งบนโต๊ะอาหารสิ” จู่ ๆ ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยกระซิบต่ำด้วยน้ำเสียงแหบพร่าเวินหร่านเบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อนี่เขาไม่ได้ล้อเล่นว่าจะกินเธอจริง ๆ ใช่ไหมเนี่ย?กินแบบไหนกัน?ให้เธอนอนลงบนโต๊ะอาหารแล้วกินงั้นเหรอ?พูดตามตรง พวกเขายังไม่เคยมีอะไรกันบนโต๊ะอาหารมาก่อนเลย“คุณอย่าทำแบบนี้เลยค่ะ กลับห้องกันเถอะ อย่าทำตรงนี้เลย...”เวินหร่านรับไม่ได้กับการมีอะไรกับเขาบนโต๊ะอาหารทว่าซางเลี่ยรุ่ยกลับดื้อรั้นยืนกรานไม่ยอม“ไม่ได้! เมื่อกี้คุณอิ่มคนเดียวแล้ว แต่ผมยังไม่ได้กินเลย เร็ว ขึ้นไปนั่ง!”เขารู้สึกหิวโหยจนแทบคลั่งหลายวันนี้เขาไม่ได้แตะต้องตัวเธอเลยฟ้าดินเท่านั้นที่รู้ว่าเขาคิดถึงเธอมากแค่ไหนเขาฝันถึงเธออยู่ทุกค่ำคืนแทบอยากจะอยู่ติดกับเธอตลอด
“เยอะขนาดนี้เลยเหรอ?”เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยความประหลาดใจอาหารมากมายขนาดนี้ พวกเขาสองคนไม่มีทางทานหมดแน่ ๆ “เลือกจานที่คุณชอบเถอะ” ซางเลี่ยรุ่ยส่งยิ้มมองเธอเขาไม่แน่ใจว่าเธอชอบรสชาติแบบไหนเป็นพิเศษ ครั้งนี้เลยสั่งมาหลายเมนูก็แค่อยากรู้ว่าตกลงแล้วเธอชอบทานอะไรกันแน่เวินหร่านนั่งลงตรงข้ามกับเขาก้มหน้าใช้ตะเกียบคีบอาหารจานหนึ่งเข้าปากปรากฏว่ารสชาติอร่อยกลมกล่อมคาดไม่ถึงทว่าพอคิดถึงจุดประสงค์ที่เธอมาที่นี่ในวันนี้ความอยากอาหารก็พลันมลายหายเกลี้ยงด้วยความประหม่าขึ้นมาทันทีเธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อกินของอร่อยเสียหน่อยแต่มาเพื่อขึ้นเตียงกับเขาต่างหากเวินหร่านตักข้าวเข้าปากส่ง ๆ ไปไม่กี่คำ“อิ่มแล้วค่ะ!”เธอวางตะเกียบลงแล้วเอ่ยบอกเขามีความคิดเพียงแค่ว่าต้องการทำเรื่องอย่างว่ากับเขาให้เสร็จโดยเร็วที่สุดสำหรับเธอแล้ว จะทานอาหารค่ำหรือไม่ หรือทานอะไรนั้น ล้วนไม่ใช่เรื่องสำคัญซางเลี่ยรุ่ยเหลือบมองผู้หญิงที่นั่งหลังตรงแหน่วอยู่ฝั่งตรงข้าม และข้าวในชามที่ยังเหลืออยู่อีกค่อนใหญ่หัวคิ้วหนาขมวดเข้าหากันโดยอัตโนมัติเธอเพิ่งจะกินไปแค่เท่าไหร่กันเชียว? อิ่มแล้วอย่างนั้น
สายโทรศัพท์ของฉินเยว่เชาโทรเข้ามาอีกครั้ง“เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย? คืนนี้ฉันฉลองกลับมาโสดสนิททั้งที ทำไมนายไม่มา? หรือว่าไม่เห็นฉันเป็นเพื่อนแล้ว?”เดิมทีซางเลี่ยรุ่ยตั้งใจจะตอบกลับไปว่า ต่อให้เทวดาฟ้าดินที่ไหนมาหาคืนนี้ก็ไม่มีประโยชน์ทั้งนั้น เขาก็อยากจะเดตกับเวินหร่านเท่านั้นแต่พอได้ยินประโยคแรกของอีกฝ่ายเข้า เขาก็อดชะงักไปไม่ได้ “เมื่อกี้นายบอกว่าอะไรนะ กลับมาโสด?”ฉินเยว่เชาเอ่ยอวดความดีความชอบด้วยความลำพองใจ “ในที่สุดวันนี้กูก็หย่ากับเวินฉีสำเร็จแล้วโวย!”ตอนนี้เขาเป็นหนุ่มโสดขนานแท้อย่างเต็มตัวแล้วซางเลี่ยรุ่ยได้ยินดังนั้นก็พลอยดีใจขึ้นมาทันที “นายหย่าแล้วงั้นเหรอ?”ฉินเยว่เชา “ใช่สิ ศาลเพิ่งพิพากษาตัดสินวันนี้เลย! เห้ยพวก ฉันได้รับอิสรภาพคืนกลับมาแล้ว! คืนนี้จะมาฉลองให้ฉันหน่อยไหม?”ซางเลี่ยรุ่ยตอบกลับโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย “ไม่ไป!”ฉินเยว่เชาแทบจะโมโหจนสำลักลมหายใจ“นายทำแบบนี้กับเพื่อนเนี่ยนะ? เรื่องใหญ่สำคัญขนาดที่ฉันกลับมาโสดทั้งทียังจะไม่มาอีกเหรอ?”ซางเลี่ยรุ่ยส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ “นายน่ะกลับมาโสดแล้ว แต่ฉันกำลังจะพ้นจากความโสดแล้วต่างหาก อย่ามาขัดจังหวะความสุขของ
เวินหร่าน “...”แม้ภายนอกเธอจะไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาแต่ภายในใจกลับอดไม่ได้ที่จะนึกสงสัยไม่ใช่จริง ๆ น่ะเหรอ?หากไม่ใช่จริง ๆ ทำไมฟู่ตานฉิงถึงได้มาที่ห้องทำงานประธานของเขาครั้งแล้วครั้งเล่าแถมมักจะอ้างตัวว่าตนเป็นคู่หมั้นของเขาต่อหน้าคนนอกอยู่เสมอเล่า?เวินหร่าน “ถึงยังไงไม่ว่ากำไลหยกวงนี้จะเป็นสมบัติประจำตระกูลของคุณหรือไม่ ฉันก็รับไว้ไม่ได้ค่ะ”น้ำเสียงของเธอฟังดูมีความดื้อรั้นเป็นพิเศษใบหน้าหล่อเหลาของซางเลี่ยรุ่ยหมองลงเล็กน้อย “ทำไม?”ในเมื่อเธอดูไม่เต็มใจที่จะรับความหวังดีจากเขาขนาดนี้ แล้วเหตุใดถึงยอมมีอะไรกับเขาในคืนนี้ล่ะ?เวินหร่าน “ฉันไม่ชอบรับของจากผู้ชายไปเรื่อยค่ะ”โดยเฉพาะเมื่อคืนนี้เธอยังคิดจะมีอะไรกับเขาเสียด้วยหากรับกำไลหยกวงนี้มา เวินหร่านมักจะมีความรู้สึกคล้ายกับว่าเธอกำลังขายตัวอย่างไรอย่างนั้นแต่หากไม่รับ อย่างมากพวกเขาก็แค่ช่วยแก้ความต้องการทางกายให้แก่กันต่างฝ่ายต่างก็ได้สิ่งที่ต้องการก็เท่านั้นซางเลี่ยรุ่ยเลิกคิ้วขึ้น “คุณไม่ควรรับของจากผู้ชายคนอื่นไปเรื่อยจริง ๆ นั่นแหละ ยกเว้นผมที่เป็นข้อยกเว้น”ในใจของเขา ตอนนี้เขากลายเป็นผู้ชายของเธอไปแล้ว
เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่
เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ
เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ







