Masukเรือนร่างของเวินหร่านพลันชะงักค้างไปในทันทีใบหน้าหมดจดซับสีแดงระเรื่อด้วยความอับอายอย่างไม่อาจหักห้าม“ฉัน... ฉันกลับไปนอนที่โรงแรมดีกว่าค่ะ”การจะมานอนร่วมเตียงกับเขาที่นี่มันคือเรื่องอะไรกัน?อย่างไรเสียเรื่องอย่างว่าก็ทำไปหมดแล้ว จะมาทำเรื่องซ้ำซ้อนให้วุ่นวายอีกทำไม?ซางเลี่ยรุ่ยมองดูสีหน้าเขินอายเคอะเขินของเธอ ช่องท้องส่วนล่างก็พลันหดเกร็งตึงเครียดขึ้นมาอีกครั้งเขาดึงตัวเธอให้ล้มตัวลงนอนบนเตียงไปด้วยกันชายหนุ่มตระกองกอดเรือนร่างที่แข็งเกร็งของเธอจากทางด้านหลังอย่างอ่อนโยน “คนก็ตกเป็นของผมแล้ว นอนด้วยกันแค่นี้ยังจะอายอีกเหรอ?”เวินหร่านฟังคำพูดตรงไปตรงมาอย่างไร้การปิดบังของเขา ใบหน้าทั้งใบก็พลันลุกโชนร้อนผ่าวขึ้นมาทันทีเธอเอ่ยโต้แย้งกลับไปตามสัญชาตญาณ “ใครเป็นของคุณกัน? ฉันเป็นของตัวฉันเองต่างหาก!”ซางเลี่ยรุ่ยหัวเราะในลำคอด้วยน้ำเสียงแผ่วต่ำ “ทำกันไปตั้งกี่ครั้งแล้ว คุณยังจะไม่ใช่ผู้หญิงของผมอยู่อีกเหรอ?”สีหน้าของเวินหร่านแข็งเกร็งขึ้นมาเล็กน้อยเรื่องราวบางเรื่อง ยามที่ยังคลุมเครือสลัวรางก็ยังพอจะแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ได้ทว่าเมื่อเยื่อกระดาษหน้าต่างแผ่นนั้นถูกท
ในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกซางเลี่ยรุ่ยประคองถาดอาหารที่ส่งไอร้อนและกลิ่นหอมฉุยปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเธอพอเห็นเธอยืนอยู่ตรงประตู เขาก็เลิกคิ้วขึ้นน้อย ๆ “ยังลุกจากเตียงไหวอยู่อีกเหรอ? ดูท่าคราวหน้า ผมคงทำเพิ่มได้อีกสักสองสามรอบสินะ”เวินหร่านได้ยินเข้าก็แทบจะอักเลือดออกมายังจะเอาอีกหลาย ๆ รอบอีกเหรอ?คราวนี้เธอแทบจะคลานลงจากเตียงอยู่แล้วเขายังจะคิดว่าไม่พออีกหรือไง?“ใครจะไปมีคราวหน้ากับคุณกัน?”เวินหร่านตวัดสายตาค้อนใส่เขา เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์นัยน์ตาของซางเลี่ยรุ่ยทอดแสงลึกล้ำ “แน่ใจหรือว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย?”เวินหร่านถูกคำพูดประโยคเดียวของเขาอุดปากจนพูดอะไรไม่ออกเธอแน่ใจได้จริงหรือว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย?เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ครั้งสุดท้ายแน่นอนใครจะไปรู้ได้ว่าอาการโรคฮิสทีเรียของเธอจะกำเริบขึ้นมาอีกทีตอนไหน?หากเกิดยาหมดขึ้นมา ย่อมต้องเป็นฝ่ายงอนง้อขอความช่วยเหลือจากเขาอีกอยู่ดีซางเลี่ยรุ่ยยกถาดอาหารวางลงบนโต๊ะข้างหัวเตียง“มาทานข้าวสิ”เวินหร่านลังเลเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ก้าวเดินเข้าไปหาเขา“ยา... ยาแก้โรคฮิสทีเรียของฉันหมดแล้วนะคะ! คุ
เวินหร่านเกือบจะหลุดเสียงครางเสียงต่ำออกมาอีกรอบหลีลี่กำชับด้วยความหวังดี “แกก็ระวังหน่อยสิ...”เวินหร่านพยายามสะกดข่มอารมณ์อย่างสุดชีวิต “อืม ฉันรู้แล้ว”สัมผัสจูบของซางเลี่ยรุ่ยยังคงดำเนินไปอย่างไม่หยุดยั้งประหนึ่งหมาป่าหิวโหยที่ยังคงเรียกร้องอยากได้มากกว่านี้เธอขยุ้มคอเสื้อเชิ้ตตรงหน้าอกของเขาไว้แน่น เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีเสียงผิดปกติใด ๆ เล็ดลอดออกไปอีกหลีลี่ “สัญญาณตรงนี้ไม่ค่อยดีเลย ไว้เดี๋ยวฉันปีนขึ้นไปบนเขาแล้วสัญญาณคงแย่กว่าเดิม คืนนี้อาจจะติดต่อกับแกไม่ได้แล้วนะ”เวินหร่านรีบตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว “โอเค ฉันรู้แล้ว... อ๊ะ...”ทว่าเธอก็ยังคงอดทนไว้ไม่ไหว หลุดเสียงครางแผ่วหวานออกมาอีกจนได้“เสียงอะไรน่ะ?”คราวนี้หลีลี่ได้ยินอย่างชัดเจนเต็มสองหูลมหายใจของเวินหร่านติดขัดเกร็งตึงขึ้นมาทันใดละล่ำละลักรีบอธิบาย “มะ ไม่มีอะไร...”หลีลี่ยังคงรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ “แต่ว่า...”ทำไมเธอถึงรู้สึกว่ามันเหมือนเสียงเวลาทำเรื่องอย่างว่าอยู่เลยล่ะ?หรือว่าเวินหร่านกำลังทำเรื่องอย่างว่ากับผู้ชายอยู่จริง ๆ ?คงไม่ใช่หรอกมั้ง?“ลี่ลี่ ฉันมีธุระพอดี แค่นี้ก่อนนะ”เวินหร่
และผู้ชายคนนั้นก็คือเขา“ให้ผมสอนไหม?” น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนลงโดยไม่รู้ตัวใบหน้าหมดจดของเวินหร่านฉายแววเคอะเขินเธอรีบส่ายหัวทันควัน “ไม่เอาค่ะ!”ขืนให้เขาสอน มีหวังคงได้อับอายยิ่งกว่าเดิมแน่ซางเลี่ยรุ่ย “ถ้าอย่างนั้นก็ทำเอง!”เวินหร่านลอบกลืนน้ำลายลงคอตามสัญชาตญาณแต่เธอก็ยังคงหลับตาลง แล้วลงมือรูดซิปกางเกงให้เขา...เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอเป็นฝ่ายลงมือทำเรื่องแบบนี้ด้วยตัวเองมือไม้จึงสั่นไหวไปหมดแถมยังเผลอไปสัมผัสโดนของเขาเข้าโดยไม่ตั้งใจ...ใบหน้างามยิ่งทวีความร้อนผ่าวขึ้นมาอีกหลายเท่าตัวเรือนร่างของซางเลี่ยรุ่ยตึงเครียดเกร็งจนถึงขีดสุดเพราะการกระทำของเธอ ทำให้เขาแทบจะ...“เร็วเข้า!”น้ำเสียงของเขาพร่าแหบระโหยขาดเพียงแค่ขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้นแล้วเวินหร่านตื่นตระหนกจนถึงขีดสุดเธออยากได้ ทว่ายังมีความลังเลอยู่เล็กน้อย“จะมีคนเดินผ่านไปมาไหมคะ?”เธอเอ่ยถามด้วยความหวาดหวั่นที่ยังคงตกค้างในใจสายตาล้ำลึกของซางเลี่ยรุ่ยสบประสานกับเธอ “กลัวคนมาเห็นเหรอ?”เวินหร่านเม้มริมฝีปากแน่น “พวกเรากลับเข้าบ้านพักก่อนดีไหมคะ?”อย่างน้อย ๆ ภายในบ้านพักก็ปลอดภัยไร้คนกวน
เวินหร่านเบิกตากว้างขึ้นมาทันใดนี่เขาคิดจะฉวยโอกาสกอบโกยเอาผลประโยชน์หรือไร?“คุณ... ฉวยโอกาสข่มขู่ฉันเหรอคะ?” เธอส่งเสียงร้องโวยวายด้วยความแค้นเคืองนัยน์ตาของซางเลี่ยรุ่ยทอดแสงเข้มคล้ำลงเขาจ้องมองใบหน้าหมดจดซาบซ่านที่ยามนี้ขึ้นสีแดงระเรื่อประหนึ่งคนเมาสุราของเธอหัวใจพลันเร่งจังหวะเต้นระรัวขึ้นเรื่อย ๆ เขาเดาทางได้แล้วว่า การที่เวินหร่านมีท่าทีผิดปกติและเป็นฝ่ายเอ่ยปากเรียกร้องเรื่องอย่างว่าจากเขาก่อนเช่นนี้น่าจะเป็นเพราะโรคฮิสทีเรียของเธอกำเริบขึ้นมาแน่ ๆ หากเขาไม่ฉวยโอกาสนี้ใช้ประโยชน์ เกรงว่าเธอคงยากที่จะยอมก้าวผ่านเส้นแบ่งนี้ไปได้“คุณจะไม่ทำก็ได้นี่?”ซางเลี่ยรุ่ยไม่ได้ปฏิเสธ ตรงกันข้ามเขากลับเอ่ยประโยคนั้นแนบชิดใบหูเธอด้วยน้ำเสียงแฝงเจตนาร้ายอยู่หลายส่วนเวินหร่านกำหมัดแน่นด้วยความเจ็บแค้นใจผู้ชายคนนี้มันจะเกินไปแล้วทั้งที่รู้เต็มอกว่ายามนี้เธอทนอั้นไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมเป็นฝ่ายเอ่ยปากอ้อนวอนเขาหรอกทว่าเขากลับฉวยโอกาสนี้ยื่นข้อเสนอเสียอย่างนั้นเธอไม่มีวันยอมเป็นผู้หญิงของเขาเด็ดขาดเธอเพียงแค่อยากทำกับเขาแค่ครั้งนี้ เพื่อกดข่มอาการโรคฮ
สายตาของเธอกำลังจ้องมองเขาเขม็งโดยไม่กะพริบตาแม้แต่น้อยลมหายใจของซางเลี่ยรุ่ยพลันตึงเครียดขึ้นมาทันใดหัวใจเต้นโครมครามขึ้นมาอย่างแรง“คุณเป็นอะไรไป?”เสียงของเขายังไม่ทันขาดคำ มือเรียวบางของเวินหร่านก็ยื่นมากุมมือเขาเอาไว้แน่นดวงตาของเธอทอประกายลุกโชนอย่างร้อนแรง “ฉันอยากทำกับคุณ!”ซางเลี่ยรุ่ยตะลึงงันไปเขาแทบคิดว่าตัวเองหูแว่วไปเอง“คุณว่าไงนะ?”แม่คุณคนนี้ไม่ใช่เคยเอ่ยปากเองหรอกหรือว่า ครั้งก่อนจะเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างพวกเขาน่ะ?เขาคิดไปว่าตัวเองคงต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างหนัก กว่าจะได้ครอบครองเธออีกครั้งไม่นึกเลยว่าเพียงแค่พาเธอมาที่นี่ และยังไม่ทันได้ก้าวเท้าเข้าประตูบ้านพักด้วยซ้ำเธอกลับเป็นฝ่ายเอ่ยปากชวนทำเรื่องอย่างว่ากับเขาเองเสียอย่างนั้น?ยามนี้ เวินหร่านกำลังถูกเพลิงราคะแผดเผาจนแทบมอดไหม้ไปทั้งเรือนร่างเธอลืมเลือนสิ้นทุกสิ่งทุกอย่างไปเสียแล้วทั้งเรื่องศีลธรรม มโนธรรม หรือกรอบความเหมาะสมใด ๆ ถูกโยนทิ้งไปข้างทางจนหมดสิ้นยามที่โรคฮิสทีเรียกำเริบขึ้นมาทุกอย่างล้วนถูกควบคุมโดยแรงปรารถนาแต่เพียงผู้เดียวเธอถอดเสื้อคลุมตัวนอกออกต่อหน้าต่อตาซางเลี่ยรุ่ย
เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส
เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ
เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ







