Masukเวินหร่านไม่อยากมีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับเขาอีกต่อไปยิ่งไปกว่านั้น อาการป่วยของเธอเมื่อครู่ก็เพิ่งถูกเขายั่วเย้ากวนอารมณ์ขึ้นมา และยามนี้ก็ยังไม่ได้จางหายไปอย่างสิ้นเชิงใบหน้าจิ้มลิ้มฉายแววเย็นชา เอ่ยคำพูดด้วยความเหินห่างเฉยชา “ประธานซาง นึกไม่ถึงเลยนะคะว่าจะมาเจอคุณอยู่ที่นี่ด้วย?”เมื่อเห็นท่าทีของเธอที่แทบอยากจะวิ่งหนีไปให้พ้น ๆ คิ้วของซางเลี่ยรุ่ยก็ขมวดเกร็งเข้าหากันจนเป็นปมแน่นแววตาของเขาฉายประกายไอเย็นยะเยือก “ประธานซางอย่างนั้นเหรอ? ตอนที่อยู่บนเตียงก่อนหน้านี้ คุณไม่ได้เรียกผมแบบนี้นี่?”ใบหน้าสวยของเวินหร่านปรากฏรอยความกระดากอายและอับอายขึ้นวูบหนึ่งตอนที่อยู่บนเตียงก่อนหน้านี้ ไม่ใช่ว่าเธอถูกเขาบีบบังคับหรอกเหรอ?แบบนั้นจะเอามายึดเป็นจริงเป็นจังได้ด้วยเหรอ?เธอพยายามออกแรงสะบัดข้อมือออกจากการจับกุมของชายหนุ่ม ทว่ากลับไม่สามารถหลุดพ้นจากพันธนาการของเขาได้เลยซางเลี่ยรุ่ยยิ่งเพิ่มแรงบีบข้อมือของเธอแน่นขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความมืดมน“พูดสิ!”เขาเอ่ยปากสั่งด้วยเสียงทุ้มต่ำเวินหร่านมองดูสีหน้าเครียดตึงของชายหนุ่ม ก็รู้ได้ทันทีว่าซางเลี่ยรุ่ยกำลังโมโหทว่าเธอเองก็ไม่
เธอปล่อยให้ตัวเองผ่อนคลายลงอีกสักพัก บางทีอาจจะพออดทนผ่านมันไปได้เพราะอย่างไรเสีย ยามนี้เธอก็หย่าขาดกับฟู่จิ่งเฉิงไปแล้วคงไม่ได้มีปัญหาทางจิตใจในเรื่องนั้นอีกต่อไปการที่อาการกำเริบขึ้นมาในครั้งนี้ น่าจะเป็นเพียงเพราะความปรารถนาค้างคาเสียมากกว่าอย่างไรเสียผู้หญิงก็มีความต้องการทางร่างกายด้วยกันทั้งนั้นก่อนหน้านี้เธอเคยทำเรื่องอย่างว่ากับซางเลี่ยรุ่ย และเคยได้ลิ้มลองรสชาติเช่นนั้นมาแล้วเมื่อต้องหักดิบหยุดมันลงโดยฉับพลัน ร่างกายย่อมส่งสัญญาณประท้วงเป็นธรรมดาทว่ายังโชคดีที่ก่อนหน้านี้เธอมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับซางเลี่ยรุ่ยไปเพียงไม่กี่ครั้งอดทนอีกสักนิด ก็น่าจะผ่านพ้นมันไปได้ขณะกำลังคิดเพลิน ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้นเป็นสายโทรเข้าจากหลีลี่ที่โทรมาถามเวินหร่านว่าจะไปขึ้นเขาเกาะต้าอวี่ซานพร้อมกับทุกคนหรือไม่?ทางบริษัทได้จัดกิจกรรมให้ทุกคนปีนขึ้นเขาในช่วงบ่าย และตั้งแคมป์กางเต็นท์นอนค้างคืนบนยอดเขาในคืนนี้ ก่อนจะเดินทางลงมาจากเขาในวันพรุ่งนี้ซึ่งโดยปกติแล้ว เวินหร่านย่อมต้องเข้าร่วมกิจกรรมนี้ด้วยอย่างไม่ต้องสงสัยทว่าในยามนี้อาการป่วยของเธอยังไม่ได้จางหาย
เวินหร่านอดไม่ได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตกใจผู้ชายคนนี้บ้าไปแล้วหรือเปล่าเนี่ย?ก่อนหน้านี้แอบกุมมือเธอยังไม่พอ คราวนี้กลับลูบไล้ขึ้นมาถึงเรียวขาของเธอเนี่ยนะ!ภายนอกเธอดูสงบนิ่งเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นทว่าความจริงภายในใจกลับกัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้นถึงขั้นอยากจะหยิบแก้วน้ำผลไม้ข้างมือสาดใส่หน้าเขาไปตรง ๆ เสียให้รู้แล้วรู้รอดแต่เมื่อพิจารณาว่ามีคนอยู่มากมาย ณ ที่แห่งนี้สุดท้ายจึงทำได้เพียงแสร้งทำเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นหากเธอเกิดพรวดพราดลุกขึ้นมาโวยวายชี้หน้าตราหน้าว่าซางเลี่ยรุ่ยลวนลามเธอ คนอื่นก็มีแต่จะคิดว่าเธอเป็นฝ่ายอ่อยเสียมากกว่าเพราะอย่างไรเสียฐานะของพวกเขาก็ต่างกันฟ้ากับดิน ไม่มีทางที่ใครจะเชื่อคำพูดของเธออย่างแน่นอนเวินหร่านสะกดกลั้นความรู้สึกเอาไว้เงียบ ๆ เธอไขว่ห้างเปลี่ยนท่าโดยไม่ให้เป็นที่สังเกต พร้อมกับขยับเรือนกายไปทางข้างๆ อีกเล็กน้อยสลัดหลุดจากการก่อกวนของเขาได้อย่างแยบยลทว่าผ่านไปได้ไม่นาน ซางเลี่ยรุ่ยก็ขยับตัวตามเขยิบเข้ามาทางฝั่งเธออีกครั้งมือเรียวยาวของเขาถือดีสอดคืบคลานเข้ามาใต้ชายกระโปรงของเธออีกรอบเรือนร่างของเวินหร่านเกร
เวินหร่านกำลังหิวพอดี จึงไม่ได้คิดอะไรมากแล้วลงมือกินอาหารทันทีทว่ากินไปได้ไม่ทันกี่คำ มือใหญ่อันอบอุ่นข้างหนึ่งพลันเอื้อมมากุมมือเรียวบางของเธอที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวไว้แน่นสอดประสานนิ้วมือแนบแน่นเรือนร่างของเวินหร่านแข็งทื่อขึ้นมาในทันใดเธอคาดไม่ถึงเลยสักนิดว่าซางเลี่ยรุ่ยจะมากุมมือเธอเอาในเวลานี้ถึงแม้โต๊ะของพวกเขาจะมีคนน้อย แต่ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีคนอื่นอยู่เลยข้างกายอีกฝั่งของเธอก็มีหลีลี่ เพื่อนสนิทของเธอนั่งอยู่ส่วนเจียงฮ่าวก็นั่งอยู่ตรงข้ามผู้จัดการสถานที่ท่องเที่ยวคนนั้นก็นั่งอยู่ข้างกายอีกฝั่งของซางเลี่ยรุ่ย คอยเอ่ยขอคำชี้แจงจากเขาเป็นระยะ ๆ สายตาเหลือบมองไปทางซางเลี่ยรุ่ยที่อยู่ข้างกายผ่านหางตาเห็นเพียงเสี้ยวหน้าอันเรียบเฉยของเขา ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยผู้ชายคนนี้ช่างเสแสร้งเก่งจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่อุ้งมือมารใต้โต๊ะอาหารข้างนั้นยังคงเกาะกุมกุมมือเธอไว้แน่นไม่ยอมปล่อยเวินหร่านสูดหายใจเข้าลึก ๆ พลางกวาดสายตาไปมองคนอื่น ๆ ร่วมโต๊ะด้วยความกระสับกระส่ายและหวาดระแวงยังดีที่คนอื่น ๆ กำลังตั้งหน้าตั้งตารับประทานอาหารกลางวันกันอยู่ จึงไม่ได้สังเกตเห็น
หลีลี่กลอกตาบน “แกตาบอดหรือไงกัน ชัดเจนขนาดนี้ยังมองไม่ออกอีกเหรอ?”เวินหร่าน “แกเข้าใจผิดไปเองหรือเปล่า? ผู้จัดการเจียงเพิ่งจะมารับตำแหน่งใหม่ เขาก็ดีกับทุกคนนั่นแหละ...”คงไม่ใช่แค่เพราะผู้จัดการเจียงช่วยเธอยกกระเป๋าเดินทางเที่ยวเดียว แล้วจะเหมาว่าเขาแอบชอบเธอหรอกนะ?หลีลี่เอ่ยเตือนสติ “แกไม่ได้สังเกตสายตาที่ผู้จัดการเจียงใช้มองแกเมื่อกี้เลยหรือไง มันไม่เหมือนที่มองคนอื่นเลยสักนิด”เวินหร่าน “...”เธอไม่ได้สังเกตจริง ๆ นั่นแหละหลีลี่ส่งสายตากรุ้มกริ่มให้เธอ “เดิมทีแกก็เป็นตัวท็อปอยู่แล้ว มีคนมาตามจีบมันก็ปกติปะ! ยิ่งตอนนี้หย่ากลับมาเป็นโสดแล้วด้วย เริ่มพิจารณารักครั้งใหม่ได้แล้วนะ!”ทว่าเวินหร่านกลับส่ายหน้า “รักครั้งใหม่อะไรกันล่ะ? ฉันตกลงกับฟู่จิ่งเฉิงไว้แล้วว่าจะยังไม่เปิดเผยเรื่องหย่าร้างตอนนี้”นั่นหมายความว่า ในระยะเวลาหนึ่งปีนี้ ในสายตาของคนนอก เธอยังคงมีสถานะแต่งงานแล้วอยู่นั่นเองหลีลี่เอ่ยแนะนำ “ถ้าอย่างนั้นก็เริ่มมองหาคนที่เหมาะสมไว้ก่อนได้เลย พอครบหนึ่งปีก็แต่งงานใหม่ไปเลย ให้ฟู่จิ่งเฉิงอกแตกตายไปเลย!”เวินหร่านสีหน้าเรียบเฉย “ตอนนี้ฉันยังไม่ได้คิดเรื่องแต่งงาน
พลันสายตาไปเหลือบเห็นว่าในกล่องใส่อาหารของเวินหร่านมีข้าวปั้นหายไปสองชิ้น“เอ๊ะ ทำไมมันหายไปสองชิ้นล่ะเนี่ย?”เวินหร่าน “เอ่อ คือว่า...”เธอคงไม่สามารถพูดออกไปตรง ๆ ได้หรอกว่าบอสใหญ่แอบซุ่มกินเข้าไปน่ะ?ที่สำคัญที่สุดคือ ถึงเธอพูดออกไปจริง ๆ หลีลี่ก็คงไม่มีทางเชื่ออยู่ดี“หร่านหร่าน แกแอบกินเองใช่ไหมเนี่ย?” หลีลี่อดไม่ได้ที่จะคาดเดา“ประมาณนั้นแหละ” เวินหร่านทำได้เพียงกัดฟันยอมรับไปแบบเนียน ๆ ...สองชั่วโมงต่อมา รถบัสของพวกเขาก็เดินทางมาถึงเขตท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติเกาะต้าอวี่ซานและเข้าจอด ณ ลานจอดรถของโรงแรมรีสอร์ตบริเวณเชิงเขาทุกคนทยอยกันเดินลงมาจากรถบัสทีละคนพอเวินหร่านก้าวลงจากรถ หลีลี่ก็ดึงแขนเธอพลางเอ่ยด้วยความตื่นเต้น “ดูสิ ประธานซางไม่ได้กลับไปนี่นา เขากำลังลงมาจากรถหรูโน่นแล้ว”เวินหร่านมองตามทิศทางที่นิ้วของเพื่อนสนิทชี้ไป ก็เห็นซางเลี่ยรุ่ยก้าวลงมาจากรถโรลส์ รอยซ์ส่วนตัวของเขาที่แท้รถโรลส์ รอยซ์ของเขาก็ขับตามหลังมาตลอดเส้นทางจนถึงเกาะต้าอวี่ซานแห่งนี้นี่เองเพียงแต่ในเมื่อคนขับรถก็นำรถหรูของเขาตามมาด้วยแล้ว ทำไมในช่วงครึ่งแรกของการเดินทาง เขาถึงต้องมาร่วมตก
เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส
เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ
เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ







