LOGINเวินหร่านเบนสายตาหลบ พลันแย้มยิ้มขมขื่น “แม่ใหญ่ฉันเองค่ะ!”คิ้วของซางเลี่ยรุ่ยขมวดแน่นเข้าหากันยิ่งกว่าเดิมเขารู้ดีว่าตระกูลเวินมักจะมีเสิ่นอ้าวหลัน ผู้เป็นภรรยาหลวงของคุณพ่อเธอเป็นผู้กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเขาก็พอจะคาดเดาออกว่า ช่วงหลายปีมานี้การใช้ชีวิตในตระกูลเวินของเธอคงไม่ง่ายดายนักทว่ากลับนึกไม่ถึงว่าจะเลวร้ายถึงเพียงนี้เติบใหญ่จนโตป่านนี้แล้ว ยังต้องโดนลงไม้ลงมืออีก!สายตาของซางเลี่ยรุ่ยจับจ้องอยู่ที่แก้มขวาของเธอตาไม่กะพริบมันบวมช้ำขึ้นมาอย่างหนักคาดว่าเส้นเลือดฝอยใต้ชั้นผิวหนังคงจะแตกเสียแล้วผิวพรรณของเธอมักจะขาวผ่องบอบบางอยู่เสมอแต่คนที่ลงมือกลับไม่ละเว้นหรือเมตตาไว้หน้าให้เลยสักนิดซางเลี่ยรุ่ยยื่นมือออกไปสัมผัสลงบนแก้มขวาของเธอการเคลื่อนไหวแผ่วเบานุ่มนวลแฝงไว้ด้วยความทะนุถนอมระมัดระวังอย่างถึงที่สุดฝ่ามืออันอบอุ่นของเขา ขัดกับสีหน้าเย็นชาประดุจน้ำแข็งอย่างสิ้นเชิง“เจ็บไหม?”ซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยถามด้วยความปวดใจเวินหร่านผลักมือของเขาออกไปเบา ๆ เม้มริมฝีปากสีสด รู้สึกกระดากอายและยากจะเผชิญหน้าเหตุผลที่เธอลาหยุด และไม่อยากออกไปทำงานที่บริษัทในวันพรุ่งนี
ผลปรากฏว่ายัยเด็กนั่นกลับได้ใจปีนเกลียว ไม่เห็นหัวเธอและ “ลูกสาว” ของเธอเลยสักนิดเวินจ้าวเหลียงอดไม่ได้ที่จะพึมพำงึมงำ “จะพูดยังไง เธอก็เป็นลูกแท้ ๆ ของคุณพ่อ เป็นน้องสาวของผมอยู่วันยันค่ำ!”“พูดจาเพ้อเจ้อ!” เสิ่นอ้าวหลันตวาด “น้องสาวของแกมีแค่คนเดียวเท่านั้น คือเวินฉี!”เอ่ยจบเธอก็ยื่นมือไปบิดดึงหูลูกชายอย่างแรง “แกจำใส่หัวเอาไว้ให้ดี ๆ ล่ะ”เวินจ้าวเหลียงร้องเจ็บปวดขึ้นมาทันควัน รีบเอ่ยปากขอร้องอ้อนวอน “แม่ ผมเจ็บนะ ปล่อยนะครับ!”เสิ่นอ้าวหลันทำสีหน้าเข้มงวดดุดัน “ถ้าไม่เจ็บแกก็ไม่รู้จักจำใส่หัว!”เวินฉีนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วย มองดูผู้เป็นแม่สั่งสอนพี่ชาย โดยมีสีหน้าเรียบเฉยไร้ความรู้สึกทว่าในส่วนลึกของดวงตากลับแฝงไว้ด้วยความสมน้ำหน้าและสะใจวูบหนึ่งแม่ใหญ่ในยามนี้ยังคงไม่รู้เลยว่า เวินหร่านต่างหากที่เป็นลูกสาวแท้ ๆ สายเลือดเดียวกันของตนเองการได้เห็นสองแม่ลูกต้องมาระหองระแหงแตกหักกันต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ ในใจของเธอจึงรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก...เวินหร่านเดินทางกลับมาถึงบ้านใบหน้าซีกขวาข้างที่โดนเสิ่นอ้าวหลันตบยังคงปวดแสบปวดร้อนระบมไม่หายพอลองส่องกระจกดูกลับพบว่า มันปู
“แก!”เวินฉีถลึงตาจ้องมองเธอ โดนโทสะเล่นงานในทันใดเสิ่นอ้าวหลัน “เวทนาสงสาร” ลูกสาวของตนเอง จึงตวาดแผดเสียงใส่เธอทันที “ไสหัวออกไป!”เวินหร่านยักคิ้วข้างหนึ่งขึ้นสูง “ที่นี่ไม่ใช่บ้านตระกูลเวิน แม่ใหญ่ไม่มีสิทธิ์มาไล่หนู!”สีหน้าที่แต่งแต้มประดิดประดอยอย่างวิจิตรบรรจงของเสิ่นอ้าวหลันพลันถอดสีเปลี่ยนไปทันตานึกไม่ถึงเลยว่ายามนี้เวินหร่านจะกล้าแข็งข้อไม่ฟังคำพูดของเธอเสียแล้วยัยเด็กว่านอนสอนง่ายหัวอ่อนอ้อมแอ้มในวันวาน เอาความกล้ามาจากไหนถึงได้กล้าขัดคำสั่งของเธอ?น้ำเสียงของเสิ่นอ้าวหลันเข้มขึ้นเล็กน้อย แฝงไว้ด้วยท่าทีคุกคามข่มขู่ “ฉันจะพูดอีกครั้งเดียว ออกไปซะ!”เวินหร่านทอดสายตามองเธอด้วยความเย็นชาอันน่าประหลาดใจย้อนกลับไปเพียงคำเดียวสั้น ๆ “ไม่!”คล้ายกับโดนความเย็นชาประดุจน้ำแข็งบนใบหน้าของเธอข่มขวัญ ร่างของเสิ่นอ้าวหลันสั่นสะท้านขึ้นมาวูบหนึ่งจนต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง“แม่ ไม่เป็นอะไรใช่ไหมคะ?” เวินฉียื่นมือมาจากด้านหลังช่วยประคองเธอไว้ เอ่ยถามด้วยความห่วงใยอย่างเร่งร้อนเสิ่นอ้าวหลันส่ายหน้าปฏิเสธเธอ พลันตบลงบนมือของลูกสาวเบา ๆ ด้วยความใส่ใจ“เวินหร่าน แกยังไม่รีบขอโ
การเอาชีวิตไปทิ้งให้ผู้ชายที่ไม่รักเรา มันช่างไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย!“ก็อก ๆ !”เวินหร่านยื่นมือไปเคาะประตูสองทีพอเป็นพิธี ก่อนจะผลักประตูห้องพักผู้ป่วยแล้วก้าวเดินเข้าไป“แกมาทำไม?”วินาทีที่ได้พบหน้าเธอ แววตาของเสิ่นอ้าวหลันพลันฉายความแปลกใจออกมาวูบหนึ่งเวินหร่านชะงักไปเล็กน้อยพลันเข้าใจได้ทันทีว่าการปรากฏตัวของตนเองนั้น เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อถือเพียงใดแม่ใหญ่กับเวินฉีคงคิดไม่ถึงแน่ ๆ ว่าเธอจะเดินทางมาเยี่ยมเวินฉีถึงที่นี่เวินหร่านพยายามฝืนยิ้มออกมาบาง ๆ “มาเยี่ยมพี่สาว!” ที่ก่อเรื่องสมเพชทว่าคำหลังนั้น เธอซุกซ่อนไว้ในใจโดยไม่ได้เอ่ยปากพูดออกมาสีหน้าระแวดระวังของเสิ่นอ้าวหลันจึงค่อย ๆ คลายลงเล็กน้อย“ถือว่าแกยังพอมีน้ำใจอยู่บ้าง”“เป็นเรื่องที่ควรกระทำอยู่แล้วค่ะ!” เวินหร่านเอ่ยตอบกลับไปอย่างเสแสร้งสายตาของเธอทอดข้ามแม่ใหญ่ ไปยังเวินฉีที่นั่งเหม่อลอยอยู่บนเตียงผู้ป่วยยามที่โดนขอหย่า ในเวลานี้เธอไม่เหลือคราบความเอาแต่ใจอย่างคุณหนูในวันวานเลยแม้แต่น้อยใบหน้าซีดเผือด ไร้ประกายในดวงตาดูราวกับเปลี่ยนสภาพจากคุณหนูผู้สูงศักดิ์ กลายเป็นเพียงตัวตลกไปเสียแล้วเวินหร
ยามเมื่อเวินหร่านเดินทางมาถึงโรงพยาบาล สายฝนก็โหมกระหน่ำลงมาอย่างไม่ทันตั้งตัวเธอวิ่งฝ่าฝนพุ่งตรงไปยังอาคารผู้ป่วยในพลันมีร่มคันสีดำกางขยายบดบังหยาดฝนเหนือศีรษะให้แก่เธอ“เวินหร่าน!”น้ำเสียงอันคุ้นเคยดังก้องขึ้นข้างหูเธอหันขวับไปมองตามสัญชาตญาณเป็นเวินจ้าวเหลียง พี่ชายของเธอนั่นเองนับ ๆ ดูแล้ว พวกเขาก็ไม่ได้พบหน้ากันเป็นเวลานานพอสมควรแล้ว“พี่ก็มาเยี่ยมเวินฉีเหมือนกันเหรอ?” เวินหร่านอดไม่ได้ที่จะเอ่ยคาดเดา“พี่มาหาเธอจริง ๆ นั่นแหละ” สีหน้าของเวินจ้าวเหลียงดูแปลกพิกลเวินหร่านไม่ได้คิดอะไรมาก เพียงเอ่ยว่า “งั้นไปพร้อมกัน”พวกเขาก้าวเข้าไปในลิฟต์ด้วยกันเวินจ้าวเหลียงยื่นมือไปกดชั้นที่เวินฉีพักรักษาตัวอยู่“ตอนนี้เธอไปอยู่กับประธานซางแล้วเหรอ?”ภายในลิฟต์ มีเพียงสองพี่น้องอยู่กันตามลำพังเวินจ้าวเหลียงขยับเข้ามาใกล้เธอ พลันเปิดปากเอ่ยถามขึ้นมาสีหน้าของเวินหร่านพลันเปลี่ยนไปทันทีเรื่องระหว่างเธอกับซางเลี่ยรุ่ย เธอคิดว่าตนเองปกปิดเอาไว้เป็นอย่างดี และไม่มีทางที่คนอื่นจะจับได้ทว่าเธอดันลืมตัวปัญหาอย่างเวินจ้าวเหลียงไปเสียสนิทก่อนหน้านี้ที่เขาติดหนี้นอกระบบแก๊งห
ผู้เป็นแม่ด่าทอและกล่าวโทษฉินเยว่เชาเสียยกใหญ่ผ่านสายโทรศัพท์ทว่ากลับลืมไปเสียสนิทว่า การที่เวินฉีได้แต่งงานเข้าตระกูลใหญ่อย่างตระกูลฉินนั้น แต่แรกเริ่มเดิมทีก็เป็นตระกูลเวินของพวกเธอเองต่างหากที่โหนกระแสไขว่คว้าอ้อนวอนขอมาตระกูลฉินมอบสินสอดทองหมั้นให้อย่างมหาศาล นอกเหนือไปจากเรื่องที่ฉินเยว่เชาไม่ได้ชอบในตัวเวินฉีแล้ว แง่มุมอื่นล้วนไม่เคยปฏิบัติไม่ดีต่อเธอเลยแม้แต่น้อยยิ่งในยามหย่าร้างยิ่งไม่ต้องพูดถึงค่าชดเชยด้านเงินทองและข้าวของสิ่งของล้วนชำระสะสางให้อย่างครบถ้วนจัดเต็มไม่ได้ปล่อยให้เวินฉีต้องเดินออกจากบ้านไปตัวเปล่าเล่าเปลือยอย่างแน่นอนตรงกันข้าม ทั้งเวินฉีและตระกูลเวินกลับได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ไปอย่างมากมายมหาศาลจากการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์อันแสนสั้นในครั้งนี้กระทั่งหลังแต่งงาน เวินฉียังมีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดากับฟู่จิ่งเฉิงผู้เป็นน้องเขยของตนเองเสียด้วยซ้ำกล่าวโดยรวมแล้ว เวินฉีไม่ได้เสียเปรียบเลยสักนิดเดียวเรียกว่ากำไรเนื้อ ๆ เน้น ๆ เสียด้วยซ้ำไปเวินหร่านไม่อาจทำความเข้าใจได้จริง ๆ ว่า มีอะไรให้เธอต้องมาก่อเรื่องเรียกร้องความสนใจด้วยการฆ่าตัวตายกัน?เมื่อหันกล
เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ
เวินหร่านไม่ได้นอนทั้งคืนความว่างเปล่าทางกายและจิตใจที่บอบช้ำทำให้เธอไม่อาจข่มตาหลับได้เลยโชคดีที่เช้าวันรุ่งขึ้นเธอไม่ได้ไปทำงานสายแต่ตอนที่เวินหร่านเดินหาวเข้าไปในบริษัทกลับพบว่าบรรยากาศวันนี้แปลกชอบกล“อยู่ดี ๆ วันนี้ก็มีท่านประธานคนใหม่มารับตำแหน่งล่ะ...” หลีลี่เพื่อนสนิทบอกข่าวใหญ่นี้กับ
เวินหร่านสีหน้าแข็งทื่อฟู่จิ่งเฉิงมองเห็นความผิดหวังที่วาบผ่านดวงตาของเธอแต่ริมฝีปากบางยังคงขยับต่อไปอย่างเย็นชา “โทษที บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะว่าผมเป็นโรครักความสะอาด!”เวินหร่านกล่าวอย่างลนลาน “แต่ที่รักคะ...ฉัน...”ตอนนี้เธอป่วยเป็นโรคฮิสทีเรีย จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากสามีเธอทนไม่







