Share

บทที่ 6: วันแรก

last update publish date: 2026-09-29 17:50:01

หลังจากกลับมาถึงห้องพัก เอเวอเรนน์ก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างหมดแรง

ความเหนื่อยล้าจากทั้งวันค่อยๆ กดทับเปลือกตา จนเธอเผลอหลับไปโดยไม่ทันตั้งตัว

และสิ่งสำคัญบางอย่าง…ก็ถูกลืมไปพร้อมกัน

— มื้ออาหารเย็นของวันนั้น

อีกด้านหนึ่งภายในคฤหาสน์

“เมลล์… เมลล์! ท่านหญิงเอเวอเรนน์ยังไม่มาทานอาหารอีกหรือ?”

เสียงหัวหน้าแม่ครัวดังขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ขณะยืนกอดอกอยู่หน้าห้องครัว

สาวใช้ร่างเล็กที่ถูกเรียกชื่อสะดุ้งเฮือก รีบก้มหน้าลงทันที

“คะ…คือ…ท่านหญิงหลับไปแล้วเจ้าค่ะ”

“ข้าลองไปเรียกแล้ว แต่พอเห็นว่าทรงหลับสนิท…ก็เลยไม่กล้าปลุกเจ้าค่ะ”

หัวหน้าแม่ครัวถอนหายใจยาว

“เฮ้อ…ถ้าเช่นนั้น มื้อดึกคืนนี้ เจ้าก็รับผิดชอบไปก็แล้วกัน”

“เจ้าค่ะ!”

เมลล์รับคำเสียงเบา แม้จะพยักหน้ารับ แต่ในใจกลับรู้ดีว่า คืนนี้คงไม่ง่ายแน่

ค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างเงียบงัน

ส่วนเอเวอเรนน์ยังคงหลับลึกอย่างไร้กังวล

...

เช้าวันถัดมา

เสียงนกร้องดังแว่วผ่านหน้าต่าง

“อือ…”

เอเวอเรนน์ครางเบาๆ ก่อนจะพลิกตัว และ—

“ตุบ!”

“โอ๊ย… เจ็บ…”

“คุณหนูเจ้าคะ…ท่านหลับบนโซฟาอีกแล้วนะเจ้าคะ”

เสียงซาร่าดังขึ้นอย่างคุ้นเคยปนเอือมระอา

เอเวอเรนน์ค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างงัวเงีย

“เช้าแล้วสินะ…”

ซาร่ารีบยกถาดน้ำล้างหน้ามาวางให้

“เชิญล้างหน้าก่อนนะเจ้าคะ เดี๋ยวจะต้องเตรียมตัวไปร่วมกิจกรรมแล้ว”

“อือ…ขอบใจนะ”

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”

“ท่านหญิงเอเวอเรนน์เจ้าค่ะ ขออนุญาตเข้าไปนะเจ้าคะ”

“เข้ามาสิ…”

ประตูถูกเปิดออก พร้อมกับเมลล์ที่เดินเข้ามาพร้อมเอกสารรายการกิจกรรมของวัน

เธอหยุดยืนตรงหน้าเอเวอเรนน์ ดวงตาสีเข้มจับจ้องนิ่ง

“ท่านหญิง…วันนี้จะไปทานอาหารเช้าด้วยใช่ไหมเจ้าคะ?”

น้ำเสียงเรียบเย็นจนบรรยากาศในห้องเหมือนเย็นวาบ

เอเวอเรนน์กับซาร่าถึงกับสะดุ้งพร้อมกัน

“ปะ…ไปสิ ไปอยู่แล้วเนาะซาร่า!”

“น่ากลัว…” ซาร่าพึมพำเบาๆ

เอเวอเรนน์รีบเปลี่ยนเรื่องทันที

“เอ่อ…ว่าแต่ เธอชื่ออะไรนะ?”

คำถามนั้นทำให้เมลล์ชะงัก ก่อนจะรีบก้มศีรษะ

“ขออภัยเจ้าค่ะ ดิฉันลืมแนะนำตัว ดิฉันชื่อเมลล์เจ้าค่ะ”

“เมลล์…สินะ”

เอเวอเรนน์ยิ้มบางๆ

“ชื่อเพราะดีนะ”

แสงเช้าสาดผ่านหน้าต่าง กระทบเส้นผมสีแดงเพลิงของเธอจนดูราวกับเปลวไฟอ่อนๆ

เมลล์เผลอใจเต้นแปลกๆ ก่อนรีบตอบกลับ

“ขะ…ขอบคุณเจ้าค่ะ!”

ไม่นานนัก ทั้งหมดก็มาถึงห้องอาหาร

“เชิญทางนี้เจ้าค่ะ ท่านหญิง”

เมลล์นำทางไปยังโต๊ะหลัก

แต่ก่อนที่เอเวอเรนน์จะได้นั่งลง—

“เลดี้เอเวอเรนน์ค่ะ!”

เสียงหนึ่งดังขึ้นจากอีกด้านของห้อง

เอเวอเรนน์หันไปมอง

เจ้าของเสียงคือ “ลูวินเน่”

หญิงสาวรีบเดินเข้ามาอย่างกระตือรือร้น

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ เลดี้เอเวอเรนน์!”

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ท่านหญิง…ลูวินเน่”

“หึ”

เสียงถอนหายใจเบาๆ ดังขึ้นจากลูวินเน่

“เลดี้ยังเรียกฉันห่างเหินเหมือนเดิมเลยนะคะ”

“ทั้งที่ฉันเรียกเลดี้ด้วยชื่อแท้ๆ"

เอเวอเรนน์ยิ้มเจื่อน

“ขอโทษค่ะ…”

ลูวินเน่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมา

“ช่างเถอะค่ะ เลดี้ลืมคำตอบของฉันไปแล้วหรือยังนะคะ?”

“คำตอบ…?”

“เฮ้อ…ลืมจริงๆ ด้วยสินะคะ”

จากนั้นเธอก็ก้าวเข้ามาใกล้ขึ้นเล็กน้อย

“เลดี้เอเวอเรนน์ค่ะ…ฉันจะพูดอีกครั้งนะคะ"

"...มาเป็นเพื่อนกันเถอะค่ะ”

เอเวอเรนน์ชะงัก

“ทำไมถึงอยากเป็นเพื่อนกับฉันล่ะคะ?”

“ทั้งที่มีคนอื่นอีกมาก…”

ลูวินเน่ยิ้มบาง ดวงตาเป็นประกาย

“เพราะฉันไม่สนใจคนพวกนั้นเลยค่ะ”

“แต่ฉันสนใจเลดี้”

“โดยเฉพาะดวงตาสีน้ำเงินเข้มคู่นั้น…และผมสีแดงเพลิงนั่น”

คำพูดตรงไปตรงมาทำให้เอเวอเรนน์หน้าแดงขึ้นเล็กน้อย

“ดะ…เดี๋ยวค่ะ…”

“อ๊ะ น่ารักจังเลยค่ะ ตอนนี้กำลังเขินอยู่สินะคะ?”

“พอแล้วค่ะ!”

เอเวอเรนน์รีบพูดตัดบท

ลูวินเน่หัวเราะเบาๆ

“เอาเป็นว่า…ฉันชอบเลดี้นะคะ”

“เพราะเลดี้ไม่เหมือนคนอื่นที่พยายามทำตัวสมบูรณ์แบบเกินไป”

“เลดี้เป็นตัวของตัวเอง”

เอเวอเรนน์ถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะยอมแพ้ในที่สุด

“…เข้าใจแล้วค่ะ”

“เรามาเป็นเพื่อนกันนะคะ”

“เย้!”

ลูวินเน่ยิ้มกว้างทันที

“ถ้าอย่างนั้น ฉันขอเรียกเลดี้ว่า ‘เอเรนน์’ ได้ไหมคะ?”

“ค่ะ ตามสบายเลยค่ะ”

“งั้นเอเรนน์ก็ต้องเรียกฉันว่า ‘วินเน่’ นะคะ!”

“วิน…เน่…”

“ค่ะ! ดีมากเลยค่ะ!”

หลังจากนั้น ลูวินเน่ก็เริ่มพูดไม่หยุด

ถามนั่น ถามนี่ จนเอเวอเรนน์แทบไม่มีโอกาสหายใจ

แต่ถึงอย่างนั้น…

เธอกลับไม่รู้สึกรำคาญเลยแม้แต่น้อย

และวันนั้นก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง

พร้อมกิจกรรมที่รออยู่ และความสัมพันธ์บางอย่างที่เริ่มก่อตัวอย่างเงียบงัน…

แต่สำหรับเอเวอเรนน์แล้วการมีเพื่อนสักคนก็ไม่ได้รู้สึกแย่อะไร

กลับแต่เรื่องที่น่ายินดีมากกว่า

และระหว่างนั้นลูวินเน่ก็เอาแต่ถามคำถามต่างๆ มากมายทำเอาเอเวอเรนน์เหนื่อยสุดๆ ไปเลยล่ะ

"อ๊ะ! จริงสิค่ะ เอเรนน์จะเข้าร่วมกิจกรรมอะไรบ้างหรอค่ะ?"

"อืมมม ฉันตั้งใจว่าจะเข้าสองอันนี้นะคะ"

"เอเรนน์จะเข้าร่วมกิจกรรมทำอาหาร กับจัดแจกันสินะคะ"

"ค่ะ แล้ววินเน่จะเข้าร่วมอันไหนหรอค่ะ"

"ฉันน่ะ จะต้องไปกับเอเวอเรนน์ด้วยสิค่ะ"

"เอ๊...ฉันว่าน่ะวินเน่น่ะเข้าร่วมเยอะๆ หน่อยก็ได้นะคะ"

"ไม่เอาหรอกค่ะ "

"ทะ...ทำไมล่ะค่ะ"

"เพราะไม่อยากอยู่ห่างเอเรนน์นะสิค่ะ"

"ถึงความเป็นจริงแล้วเราทำไปก็เพื่อปกป้องเอเรนน์ก็เถอะ"

"ห๊าาาาา ทำเแบบนั้นไม่ได้นะคะ"

"ทำไมจะไม่ได้ล่ะค่ะ"

"เพราะว่า..."

"จะให้บอกได้อย่างไรล่ะ เพราะเธอจะต้องได้เข้ารอบต่อไป ส่วนฉันน่ะจะตกรอบแล้วกลับบ้านไปยังไงล่ะ"

"เพราะอะไร? หรอค่ะ?"

เอเวอเรนน์โดนลูวินเน่ตามตื้ออยู่อย่างนั้นไปพักใหญ่

แต่เอเวอเรนน์ก็ไม่ได้ให้คำตอบแก่ลูวินเน่

สุดท้ายก็ได้เวลาที่ต้องไปเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ที่แต่ละคนวางแผนเอาไว้

เอเวอเรนน์และลูวินเน่ก็ได้เดินทางไปยังสถานที่จัดกิจกรรมแรกนั้นก็คือการทำอาหาร

...

"ยินดีต้อนรับเจ้าค่ะ"

"ดิฉันอเดลจะเป็นคนสอนทุกท่านในการทำขนมหนาวในวันนี้ค่ะ และเป็นคนให้คะแนนทุกท่านด้วยเช่นกันเจ้าค่ะ"

"เอาล่ะค่ะ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาเริ่มกันเลยดีกว่าเจ้าค่ะ"

"ขนมหวานในวันนี้จะเป็นการอบเค้กเจ้าค่ะ"

"ขั้นตอนแรก เราจะทำการเตรียมแป้งก่อนนะคะ ขอให้ทุกเริ่มลงมือทำได้เลยค่ะ"

เหล่าเลดี้ทุกคนเริ่มขั้นตอนแรกได้ออกมาดีมากทุกคน ยกเว้นก็แต่...เอเวอเรนน์ ที่แป้งหกกระจายไปทั่ว

เพราะเอเวอเรนน์นะไม่เคยทำอาหารไม่ว่าจะในโลกก่อนหน้าหรือโลกนิยายนี้เอเวอเรนน์ก็ไม่รู้วิธีทำอาหารเลยสักอย่าง

แต่ส่วนลูวินเน่นั่นเรียกได้ว่าคล่องแคล่วมากๆ เลยล่ะ

"แค่ก...แค่ก...แค่ก..."

"ฮิ... เอเรนน์"

"หือ..."

"เอเรนน์ไม่เคยทำมาก่อนสิน่ะ"

"ลองทำแบบนี้ดูสิ ค่อยๆ เคาะตรงนี้น่ะ"

"อ๊ะ...ได้แล้ว"

"อุ๊บ! คิก...คิก...คิกกกก"

"มีอะไรหรอ??"

"แป๊ปหนึ่งนะ"

ลูวินเน่หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาแล้วก็ค่อยๆ เช็ดผงแป้งที่เลอะตามตัวให้เอเวอเรนน์

"อ้าาา ขอบคุณนะคะ"

"ไม่เป็นไรจ้า ก็เราเป็นกันเพื่อนแล้วนิ"

พอมองกันทั้งสองก็หัวเราะออกมาอย่างสนุกสนาน

เอาทำเอเวอเรนน์เผลอตั้งใจทำเค้กอย่างตั้งใจมากขึ้น

และลืมเป้าหมายหลักของการทดสอบนี้ไปซะแล้ว

มารู้ตัวอีกทีก็ทำเค้กเสร็จและออกมาหน้าตาดูดีพอใช้

"ว้าว!!! เค้กของเอเรนน์ออกมาดูดีใช้ได้เลยน่ะเนี่ย ถือว่าการทำเค้กครั้งแรกก็ราบรื่นไปด้วยดีนะคะ"

"แหะ...ขอบใจสำหรับคำชมน่ะ...แหะ...แหะ"

"ฉันพูดจริงๆ น่ะ"

"โอ้ยยยย เราบ้าไปแล้วสินะเนี่ย เผลอตั้งใจทำมากเลย"

"แล้วยังมีหน้าคิดอีกว่าสนุก ถึงจะสนุกมากๆ เลยก็เถอะ"

"อันต่อไปนี่แหละ จะต้องมีสติเข้าไว้ เข้าใจไหมเอเวอเรนน์"

"เอาล่ะทุกท่านคงทำเสร็จหมดทุกท่านแล้วสินะคะ"

"ต่อไปดิฉันจะเดินตรวจและปักธงให้คะแนนว่าผ่านหรือไม่ผ่านนะเจ้าค่ะ"

หัวหน้าแม่ครัวเดินไปตามโต๊ะต่างๆ ไม่ใช่แค่เดินตรวจดูอย่างเดียว แต่เธอชิมรสชาติของเค้กด้วย

ซึ่งแต่ละโต๊ะที่เธอเดินผ่านส่วนใหญ่แทบจะไม่ผ่านเลย

มีน้อยคนมากที่ผ่าน

ดังนั้นเอเวอเรนน์จึงได้แต่ภาวนาให้ของตัวเองไม่ผ่าน

พอลูวินเน่เห็นสีหน้าเป็นกังวลของเอเวอเรนน์

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เค้กของเอเรนน์ต้องผ่านแน่นอนค่ะ"

เอเวอเรนน์ได้แต่ยิ้มแห้งๆ

จนหัวแม่หัวเดินมาหยุดที่โต๊ะของลูวินเน่

เธอหยิบช้อนตักเค้กเข้าปาก แล้วพูดว่า

"อือ...รสชาตหอมหวานกำลังดี และหน้าตาของเค้กก็ออกมาสวนงามน่ารับประทานมากๆ เลยนะเจ้าค่ะ"

"ผ่านเจ้าค่ะ ผ่านได้อย่างไม่ต้องสงสัยอะไรเลยค่ะ"

"ว้าว! ขอบคุณนะคะ"

จากนั้นเธอก็เดินมาหยุดตรงหน้าเอเวอเรนน์

"ท่านหญิงเอเวอเรนน์เจ้าค่ะ"

"คะ! ค่ะ..."

"เป็นการทำเค้กแรกสินะเจ้าค่ะ"

"ค่ะ!! ใช่ค่ะ"

เธอไม่ได้พูดอะไรต่อ แล้วตักเค้กขึ้นมาชิมและพยักหน้าเบาๆ

"ถือว่าประสบความสำเร็จมากเลยนะเจ้าค่ะ"

"ทั้งที่พึ่งแค่ทำครั้งแรกแท้ๆ "

และขนาดเดียวกันนั่นเอเวอเรนน์

"ไม่ผ่าน... ขอให้ไม่ผ่านทีเถอะนะคะ ขอร้องล่ะค่ะ"

สวดภาวนาอย่างเอาเป็นเอาตายสุดๆ

"ถือว่า..."

"ผ่านเจ้าค่ะ รสชาติใช้ได้ แต่การตกแต่งยังต้องปรับปรุงอีกเยอะเจ้าค่ะ"

"ครั้งนี้อาจจะผ่านแบบเฉียดฉิวเท่านั่นนะคะ"

"คะ!? ขอบคุณค่ะ"

ลูวินเน่หันหามาเอเวอเรนน์ ทำกลายๆ ว่าสำเร็จแล้วน่ะ

และจบกิจกรรมแรกไปทั้งอย่างนั่น

ในช่วงที่เป็นเวลาพักของเอเวอเรนน์และลูวินเน่นั่น

ก็ได้มีกิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่ใกล้ๆ และกำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้านี้

ลูวินเน่เห็นว่ากิจกรรมนั่นคือการวาดภาพจึงเกิดความสนใจขึ้นมา

ส่วนเอเวอเรนน์ที่กำลังเหม่ออยู่นั่น

ก็โดนลูวินเน่ลากไปเข้าร่วมกิจกรรมวาดภาพเสียแล้ว

เอเวอเรนน์รู้ตัวอีกทีก็มานั่งในห้องแล้ว...

เสียงกระดาษขยับเบาๆ ดังแทรกอยู่ในห้องวาดภาพ

บรรยากาศภายในห้องไม่ได้ผ่อนคลายอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับเต็มไปด้วยความเงียบที่หนักอึ้ง ราวกับทุกลมหายใจถูกจับจ้องจากสายตาของผู้ประเมินที่ยืนอยู่รอบห้อง

เลดี้หลายคนต่างตั้งใจสร้างผลงานของตนเองอย่างเคร่งเครียด

ไม่มีใครกล้าพูดคุยเกินจำเป็น

นี่ไม่ใช่กิจกรรมธรรมดา

แต่คือ “เวทีคัดเลือก”

เอเวอเรนน์นั่งอยู่หน้าผ้าใบ เธอพยายามควบคุมลมหายใจ ขณะมองอุปกรณ์วาดภาพตรงหน้า

“นี่มัน…จริงจังเกินไปหน่อยไหมนะ…”

เธอพึมพำเบาๆ ก่อนจะค่อยๆ เริ่มลงมือ

แต่เพียงแค่จรดพู่กันครั้งแรก สีที่ไหลออกมากลับไม่เป็นอย่างที่คิด

“แค่ก…!”

เธอไอเบาๆ เมื่อผงสีฟุ้งกระจาย

เสียงหัวเราะเบาๆ ดังมาจากโต๊ะข้างๆ แต่ไม่มีใครสนใจจะช่วย

ในสถานที่แบบนี้ ความอ่อนแอ…คือจุดด้อยที่ไม่มีใครยอมรับ

อีกมุมหนึ่งของห้อง

“ฮิๆ…นั่นน่ะหรือเลดี้จากตระกูลเรเวนฮาร์ท”

เสียงเยาะเย้ยเบาๆ ดังขึ้น

อิซาเบล เทเรนก้า หัวเราะในลำคอ ขณะมองเอเวอเรนน์จากระยะไกล

“ดูท่าทางยังไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่ากำลังอยู่ในที่แบบไหน”

และข้างเธอ

หญิงสาวผมเข้ม ดวงตาคมกริบ—ดิโอน่า มอร์เดรค

เธอไม่ได้พูดทันที

เพียงแต่มองนิ่งๆ ไปยังเอเวอเรนน์

สายตานั้นไม่ใช่ความเกลียดชัง

แต่มันคือ “การประเมิน”

เหมือนกำลังชั่งน้ำหนักว่าอีกฝ่าย…ควรถูกปล่อยไว้ หรือควรถูกกำจัดตั้งแต่ตอนนี้

“เธอคนนั้น…ยังไม่ถูกคัดออกอีกหรือ”

ดิโอน่าเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ

น้ำเสียงนิ่งจนฟังไม่ออกว่าเป็นคำถามหรือคำตัดสิน

อิซาเบลยิ้ม

“ตลกดีนะคะ ทั้งที่ดูไม่เหมาะกับที่นี่เลยสักนิด”

ดิโอน่าไม่ตอบทันที

เธอเพียงมองต่อไป

“คนที่ไม่รู้กฎของเกม…มักจะอยู่ได้ไม่นาน”

ขณะเดียวกัน เอเวอเรนน์ยังคงตั้งใจอยู่กับผลงานของตัวเอง

เธอไม่ได้รับรู้เลยว่า

ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในห้องนี้

สายตาของ “ผู้มีอำนาจ” บางคน…เริ่มจับจ้องเธอแล้ว

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า

จนกระทั่งผลงานเริ่มถูกส่งตรวจ

หัวหน้าผู้คุมกิจกรรมเดินไปทีละโต๊ะอย่างเงียบงัน ชมสี ชมงาน หรือปฏิเสธโดยไม่แสดงอารมณ์

บางคนถูกปัดตกโดยไม่แม้แต่จะได้รับคำอธิบาย

ความเงียบในห้องเริ่มหนักขึ้นทุกวินาที

“ผ่าน”

“ไม่ผ่าน”

เสียงนั้นเหมือนคมมีดที่ตัดอนาคตของแต่ละคนออกทีละเส้น

เมื่อถึงโต๊ะของเอเวอเรนน์

หญิงผู้ตรวจหยุดฝีเท้า

ดวงตาของเธอหยุดนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพตรงหน้า

สวนดอกไม้ที่ไม่สมบูรณ์แบบ

แต่กลับมี “ชีวิต”

เหมือนกำลังหายใจอยู่จริงๆ

เธอยกพู่กันขึ้นแตะเบาๆ ก่อนเอ่ย

“น่าสนใจ…”

เสียงเงียบไปชั่วครู่

เอเวอเรนน์แทบหยุดหายใจ

“ถือว่า…”

อีกด้านหนึ่ง

ดิโอน่ามองอยู่เงียบๆ

ดวงตาเธอหรี่ลงเล็กน้อย

“หึ...ต้องระวังไว้แล้วล่ะ"

เธอพึมพำเบาๆ จนแทบไม่มีใครได้ยิน

แต่ความรู้สึกบางอย่างเริ่มก่อตัว

ไม่ใช่ความอิจฉา

แต่คือ “ความระวัง”

“ผ่าน”

คำตัดสินถูกประกาศ

เอเวอเรนน์หลุดลมหายใจออกมาอย่างไม่รู้ตัว

แต่แทนที่จะโล่งใจ

เธอกลับรู้สึกเหมือน…เพิ่งถูกมองเห็นมากขึ้นกว่าเดิม

หลังจบกิจกรรม

ความอึดอัดก็เข้ามาเยือนทำให้ห้องอบอวลไปด้วยความเงียบที่หนักอึ้งกว่าทุกวัน

เอเวอเรนน์ก้าวออกจากห้องวาดภาพพร้อมลมหายใจที่ยังไม่เข้าที่ดีนัก เหมือนอะไรบางอย่างในอกยังคงค้างอยู่—ไม่ใช่ความตื่นเต้น แต่เป็น “แรงกดทับ” บางอย่างที่เธออธิบายไม่ได้

ไม่ใช่ทุกคนที่ยอมรับผลการตัดสินอย่างสงบ

“ก็แค่ภาพวาดธรรมดา…”

เสียงกระซิบดังขึ้นจากกลุ่มเลดี้ที่ยืนรวมกันไม่ไกลนัก ถ้อยคำแผ่วเบา แต่เจือความแหลมคมราวมีดบาง

“แค่บังเอิญผ่านเท่านั้นเองไม่ใช่เหรอ”

“คนแบบนั้นจะไปได้ไกลแค่ไหนกันเชียว”

เสียงหัวเราะเบาๆ ดังตามมาเป็นระยะ คล้ายตั้งใจให้ได้ยิน แต่ไม่ตั้งใจให้ถูกจับผิด

เอเวอเรนน์ไม่ได้ตอบอะไร เธอเพียงเดินต่อไปอย่างเงียบงัน ราวกับเสียงเหล่านั้นเป็นเพียงลมที่พัดผ่าน

ทว่า—

อากาศรอบตัวกลับเย็นลงอย่างประหลาด

เสียงพูดคุยค่อยๆ หยุดลงทีละคน ทีละเสียง ไม่ใช่เพราะใครสั่งให้เงียบ

แต่เพราะเงาหนึ่งที่กำลังเดินผ่านพวกเธอไป

ดิโอน่า มอร์เดรค

เธอไม่ได้แม้แต่จะหันมามอง เพียงแค่เดินผ่านอย่างเรียบเฉย สายตาคมนิ่งราวน้ำแข็งที่ไม่มีอุณหภูมิ

แต่เพียงเสี้ยววินาทีที่เธอเดินผ่าน—

บรรยากาศทั้งหมดก็เปลี่ยนไป

ความกลัวที่ไม่มีชื่อเรียกค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในความเงียบ จนไม่มีใครกล้าพูดต่อแม้แต่คำเดียว

ดิโอน่าหยุดฝีเท้าเพียงเล็กน้อย

ไม่ใช่เพื่อมองใคร

แต่เหมือนกำลัง “ฟัง”

ฟังความเงียบที่เธอเป็นคนสร้างขึ้นเอง

ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ แทบไร้ความรู้สึก

“อย่าคิดว่าการถูกมองเห็น…คือความโชคดีเสมอไปนะ เลดี้เรเวนฮาร์ท”

คำพูดนั้นไม่ได้ดัง แต่กลับหนักพอจะกดทุกคนในบริเวณนั้นให้แน่นิ่ง

เอเวอเรนน์ชะงักฝีเท้าเล็กน้อย

เธอไม่ทันได้ตอบอะไร หรือแม้แต่จะหันไปมอง

ดิโอน่าก็เดินจากไปแล้ว

เหลือเพียงความเงียบที่เย็นลงผิดธรรมชาติ เหมือนอุณหภูมิของสถานที่ถูกลดลงไปอีกระดับหนึ่ง

ลูวินเน่ที่ยืนอยู่ข้างๆ กดเสียงลงเบาๆ

“เอเรนน์…ไปกันเถอะค่ะ”

“อืม…”

เอเวอเรนน์พยักหน้า แต่สายตายังนิ่งอยู่กับทางที่อีกฝ่ายเดินจากไป

ในหัวเธอไม่ได้มีคำถามมากมาย มีเพียงความรู้สึกเดียวที่เริ่มก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆ

—ที่นี่ไม่ใช่แค่เวทีคัดเลือก

มันคือ “กระดานเกม”

และทุกคนที่อยู่ที่นี่…อาจเป็นทั้งผู้เล่น และตัวหมากในเวลาเดียวกัน

…

หลังจากออกจากห้องวาดภาพ ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังห้องถัดไปตามตารางกิจกรรม

“เอเรนน์คะ พักก่อนก็ได้นะคะ”

“ไม่เป็นไรค่ะ…”

เธอตอบเบาๆ ทั้งที่ในใจยังไม่คลายความหนัก

ไม่นานนัก ทั้งสองก็กลับมารับประทานอาหาร และใช้เวลาช่วงพักในสวน

แสงแดดอ่อนยามบ่ายส่องผ่านใบไม้ลงมาเป็นลวดลายระยิบระยับ แต่เอเวอเรนน์กลับเหมือนไม่ได้มองมันจริงๆ

จนกระทั่ง—

“เอเรนน์คะ ทางนี้ค่ะ”

เสียงลูวินเน่ดังขึ้น พร้อมดึงเธอออกจากภวังค์อีกครั้ง

แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะเดินไปยังเส้นทางถัดไป เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง

“เลดี้…เดี๋ยวก่อนครับ!”

ทั้งสองหยุดชะงัก

อาจารย์ชาร์ลจากห้องวาดภาพกำลังก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบ

“มีอะไรหรือคะ?”

เอเวอเรนน์ถาม

เขาหยุดตรงหน้า หายใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ผมมีเรื่องอยากคุยกับเลดี้ครับ…เกี่ยวกับภาพวาดเมื่อครู่นี้”

เอเวอเรนน์นิ่งไปครู่หนึ่ง

“ค่ะ?”

“ผมสนใจผลงานของเลดี้มากครับ” เขากล่าวต่อ “ถ้าเลดี้ไม่ว่าอะไร…ผมอยากขอซื้อไว้”

คำพูดนั้นทำให้เอเวอเรนน์ชะงักเล็กน้อย

“เอาไปเถอะค่ะ ถ้าท่านอาจารย์ชอบ”

“ไม่ได้ครับ แบบนั้นผิดระเบียบ” เขารีบตอบทันที “อย่างน้อยผมต้องให้ค่าตอบแทน”

เขาหยิบเหรียญออกมา

“ยี่สิบเหรียญเงิน…เป็นอย่างไรครับ”

เอเวอเรนน์นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ

“ไม่ต้องก็ได้ค่ะ”

“ไม่ได้นะครับ” น้ำเสียงเขาหนักแน่นขึ้น

“ผลงานนี้มีค่าเกินกว่าจะรับไปฟรีๆ”

"ผมค่อนข้างชอบภาพนี้น่ะครับ"

สุดท้าย เธอจึงพยักหน้าอย่างจำยอม

“งั้นก็…ตามนั้นค่ะ”

ซื่งตรงมุมด้านล่างเอเวอเรนน์ทำสัญลักษณ์อักษรย่อของชื่อตัวเองไว้

ลูวินเน่ที่ยืนอยู่ด้านข้างมองเหตุการณ์ทั้งหมดเงียบๆ ก่อนจะยิ้มบาง

แต่ในดวงตานั้น มีแววบางอย่างที่อ่านไม่ออก

ไม่นานหลังจากนั้น ทั้งสองก็เดินเล่นในสวนต่อไปอีกนิดหน่อย

แต่กลับต้องเจอกับเหตุไม่คาดฝัน...

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ปฏิบัติการสอบตกของคุณหนูตระกูลเคานต์   บทที่ 10: รายงาน

    หลังจากเอลเลนดอร์กลับไปได้ไม่นาน เอเวอเรนน์ก็เริ่มวางแผนจัดงานเลี้ยงน้ำชาสำหรับการทดสอบครั้งถัดไปทันที เป้าหมายของเธอในครั้งนี้เรียบง่ายมาก นั่นคือการจัดงานเลี้ยงที่ใช้เงินให้น้อยที่สุด และที่สำคัญ ต้องเป็นงานเลี้ยงที่แหกคำแนะนำของเอลเลนดอร์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้! ยิ่งงานออกมาไม่ถูกใจเหล่าขุนนางมากเท่าไร โอกาสที่รายงานของเธอจะถูกปัดตกก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น “ดีล่ะ! งั้นเรามาเริ่มแผนการกันเถอะ!” เอเวอเรนน์ตบมือลงบนโต๊ะเบา ๆ ด้วยความมุ่งมั่น ก่อนจะหันไปหาซาร่าที่กำลังยืนอยู่ข้าง ๆ “คุณหนูจะทำอย่างไรหรือคะ?” “ก็แค่…ทำตรงข้ามกับสิ่งที่เหล่าขุนนางชื่นชอบเสียก็สิ้นเรื่องแล้ว!” “อย่างไรหรือคะ?” “ลองคิดดูสิ เหล่าขุนนางไม่ชอบอะไรมากที่สุดล่ะ?” ซาร่ายกมือขึ้นแตะคาง พลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “อืม…สามัญชนหรือคะ?” “ใช่แล้ว!” เอเวอเรนน์ดีดนิ้วดังเป๊าะ ดวงตาเป็นประกายราวกับเพิ่งค้นพบแผนการอันยอดเยี่ยม “ฉันจะจัดงานเลี้ยงที่สามัญชนสามารถเข้าร่วมได้โดยไม่จำเป็นต้องมีบัตรเชิญยังไงล่ะ! ขอแค่มีหน้ากากก็สามารถเข้าร่วมงานได้อย่างอิสระ!” “แล้วแบบนี้…พวกขุนนางก็ต้องไม่พอใจแน่ ๆ เลยนะคะ”

  • ปฏิบัติการสอบตกของคุณหนูตระกูลเคานต์   บทที่ 9: โอกาสที่เลือนลาง

    หลังจากลูวินเน่กลับไปแล้ว ภายในห้องก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เอเวอเรนน์นั่งอยู่บนเตียง พลางมองไปยังประตูที่เพิ่งปิดลงด้วยสีหน้าครุ่นคิด คำพูดของลูวินเน่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมหายไปไหน “ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเอเรนน์อีกแล้ว” ตอนที่ได้ยินประโยคนั้น เธอรู้สึกซาบซึ้งใจอยู่หรอก แต่พอนึกถึงสีหน้าจริงจังของอีกฝ่ายก่อนจากไปแล้ว เธอกลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะเรื่องของคุณชายไคล์ ทำไมวินเน่ถึงดูตกใจขนาดนั้น เพียงเพราะเธอเรียกเขาว่าไคล์ หรือว่าเขาจะเป็นคนที่มีอิทธิพลมากกว่าที่เธอคิด? เอเวอเรนน์ยกมือขึ้นกุมขมับ แค่พยายามเอาตัวเองออกจากการคัดเลือกก็ยากพออยู่แล้ว เธอไม่อยากเข้าไปพัวพันกับเรื่องยุ่งยากของคนอื่นอีกจริง ๆ “คุณหนูคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” ซาร่าที่กำลังจัดของอยู่ข้างเตียงเอ่ยถาม เมื่อเห็นผู้เป็นนายทำสีหน้าเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาระดับชาติ “ซาร่า เธอคิดว่าคนเราจะมีเรื่องให้กังวลได้มากที่สุดกี่เรื่องในหนึ่งวันเหรอ?” “เอ๊ะ?” สาวใช้ชะงักมือ ก่อนจะหันมามองคุณหนูของตนอย่างงุนงง “ถ้าเป็นเรื่องของคุณหนู เกรงว่าจะนับไม่หมดนะคะ” “นี่เธอกำลังปลอบ

  • ปฏิบัติการสอบตกของคุณหนูตระกูลเคานต์   บทที่ 8 : เรื่องราวที่เริ่มต้นขึ้น

    “เอเรนน์ค่ะ...” เอเวอเรนน์หันกลับมา ลูวินเน่เงียบอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะมองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใคร แล้วถามเบา ๆ “เมื่อครู่นี้...คนที่อุ้มเอเรนน์กลับมา...” “ทั้งสองคนรู้จักกันเหรอคะ” เอเวอเรนน์ก็ตอบตามตรง “อ้อ...เขาคือคุณชายไคล์ค่ะ” ลูวินเน่ตกใจนิดหนึ่ง แต่เก็บอาการ “อย่างนั้นหรือคะ...” “น่าแปลก...” “เขาคนนั้นไม่น่าจะยอมให้ใครเรียกชื่อเล่นได้” “บางทีข้าอาจจะมองผิดไปสิน่ะ” ถึงอย่างนั้นลูวินเน่ก็ยังมองตามหลังของไคล์ไม่วางตาอยู่อย่างนั้น แม้ไคล์จะเดินทิ้งห่างไกลแล้วก็ตาม “วิน...” “วินเน่...” “วินเน่ค่ะ!...” เอเวอเรนน์เรียกลูวินเน่อยู่นานสองนาน เอเวอเรนน์เลยตะโกนออกมา “วินเน่ค่ะ...” “คะ! ค่ะ...ว่ายังไงคะ” “เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” “ฉันเรียกอยู่ตั้งนาน แต่วินเน่...กลับเงียบไป” “อ้า...ขอโทษด้วยนะคะ” “ช่างเถอะค่ะ” “ฉันว่าวินเน่กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ” “เอ๊ะ แต่ว่า...” “ซาร่า ช่วยไปส่งวินเน่ที่ห้องด้วยจ๊ะ” “ค่ะ คุณหนู” “แต่ว่า...” “เชิญค่ะ ท่านหญิงวาซาสต์” “ดะ...เดี๋ยวสิ...” “ดิฉันว่าวันนี้ท่านหญิงกลับไปพักก่อนเถอะค่ะ คุณหนูเอง

  • ปฏิบัติการสอบตกของคุณหนูตระกูลเคานต์   บทที่ 7: เหตุไม่คาดฝัน

    ระหว่างที่เอเวอเรนน์และลูวินเน่เดินเล่นในสวนรอบนอกของพระราชวังอยู่นั้นได้เกิดเหตุการณ์ที่น่าตกใจอย่างมากนั่นก็คือ...ทั้งสองได้ยินเสียงร้องของเด็กผู้ชาย จึงรีบวิ่งไปดูและพบกับเด็กผู้ชายคนนั้นล้มลงอยู่กับพื้นหญ้า และข้างหน้ายังมีงูหนึ่งตัว ที่ตั้งท่าจะฉกเด็กชายคนนั้นอยู่“อย่า!...อย่าเข้ามานะ!”เด็กชายคว้าก้อนหินได้ กำลังจะขว้างออกไป“หยุด! หยุดน่ะ...” เสียงเอเวอเรนน์พูดห้าม“ฮื่ออออ ช่วย...ช่วยผมด้วยครับ”“เข้าใจแล้ว เจ้าหนูใจเย็นก่อนนะ”“แล้วค่อย ๆ วางหินลงช้า ๆ นะ”เด็กชายค่อย ๆ วางหินลงตามที่เอเวอเรนน์บอกเอเรนน์หันไปพูดกับลูวินเน่“วินเน่ ช่วยไปเรียกทหารยามมาให้หน่อยนะ”“แต่ว่า...”“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการเองค่ะ”จากนั้นลูวินเน่ก็รีบไปตามทหารยาม“เอาล่ะ ทีนี้เรามาจัดการกับเจ้างูตัวปัญหากันเถอะ”“เจ้าหนูตั้งใจฟังให้ดีนะ”“ครับ...”“ทันทีที่ฉันให้สัญญาณ เจ้าจะต้องวิ่งมาทันทีเลยนะ”“พร้อมไหม...”เด็กชายพยักหน้าเบา ๆ“1...2...3...วิ่ง!”พรึ่บ!!เอเวอเรนน์โยนผ้าเช็ดหน้าของตนปิดหัวของงูตัวนั้นเพื่อปิดการมองเห็นของงูแล้วรีบวิ่งออกจากตรงนั้นทันทีพอวิ่งออกมาได้สักระยะ

  • ปฏิบัติการสอบตกของคุณหนูตระกูลเคานต์   บทที่ 6: วันแรก

    หลังจากกลับมาถึงห้องพัก เอเวอเรนน์ก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างหมดแรง ความเหนื่อยล้าจากทั้งวันค่อยๆ กดทับเปลือกตา จนเธอเผลอหลับไปโดยไม่ทันตั้งตัว และสิ่งสำคัญบางอย่าง…ก็ถูกลืมไปพร้อมกัน — มื้ออาหารเย็นของวันนั้น อีกด้านหนึ่งภายในคฤหาสน์ “เมลล์… เมลล์! ท่านหญิงเอเวอเรนน์ยังไม่มาทานอาหารอีกหรือ?” เสียงหัวหน้าแม่ครัวดังขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ขณะยืนกอดอกอยู่หน้าห้องครัว สาวใช้ร่างเล็กที่ถูกเรียกชื่อสะดุ้งเฮือก รีบก้มหน้าลงทันที “คะ…คือ…ท่านหญิงหลับไปแล้วเจ้าค่ะ” “ข้าลองไปเรียกแล้ว แต่พอเห็นว่าทรงหลับสนิท…ก็เลยไม่กล้าปลุกเจ้าค่ะ” หัวหน้าแม่ครัวถอนหายใจยาว “เฮ้อ…ถ้าเช่นนั้น มื้อดึกคืนนี้ เจ้าก็รับผิดชอบไปก็แล้วกัน” “เจ้าค่ะ!” เมลล์รับคำเสียงเบา แม้จะพยักหน้ารับ แต่ในใจกลับรู้ดีว่า คืนนี้คงไม่ง่ายแน่ ค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างเงียบงัน ส่วนเอเวอเรนน์ยังคงหลับลึกอย่างไร้กังวล ... เช้าวันถัดมา เสียงนกร้องดังแว่วผ่านหน้าต่าง “อือ…” เอเวอเรนน์ครางเบาๆ ก่อนจะพลิกตัว และ— “ตุบ!” “โอ๊ย… เจ็บ…” “คุณหนูเจ้าคะ…ท่านหลับบนโซฟาอีกแล้วนะเจ้าคะ” เสียงซาร่าดังขึ้นอย่างคุ้นเคย

  • ปฏิบัติการสอบตกของคุณหนูตระกูลเคานต์   บทที่ 5 พระราชวัง

    ตอนทีเมื่อก้าวผ่านประตูพระราชวังบานใหญ่เข้าไปเอเวอเรนน์ก็เข้าใจในทันทีว่า...นี่ไม่ใช่เพียงการ “รับฟังคำชี้แจง” ธรรมดาเพราะภายในห้องโถงขนาดใหญ่เบื้องหน้ามีบุตรสาวจากตระกูลขุนนางจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ก่อนแล้วชุดเดรสหรูหราหลากสีสันแต่งแต้มทั่วทั้งห้องเสียงพูดคุยดังคลอเบา ๆ ไม่ขาดสายบางคนกำลังแนะนำตัวบางคนกำลังจับกลุ่มพูดคุยและบางคนก็กำลังใช้สายตาประเมินคู่แข่งรอบตัว…“อยากกลับบ้านจัง...”เอเวอเรนน์พึมพำกับตัวเองเธอมองหาที่นั่งและเหลือบไปเห็นที่นั่งในมุมอับสายตาที่หนึ่งแล้วจึงรีบเดินไปนั่งแต่ก็ได้มีสตรีท่านหนึ่งผ่านประตูเข้ามาในห้องโถงเธอสวมชุดสีฟ้าอ่อน สว่างไสวและงดงาม ทั้งเรื่องมารยาทการเดิน การทักทาย สมกับเป็นตระกูลขุนนางผู้ดีมาก ๆเธอผู้เปล่งประกายดุจแสงอาทิตย์ในยามเช้า“โห! เลดี้ท่านนี้แหละเหมาะสมกับตำแหน่งนี้สุด ๆ”“ดูสิ ๆ... ออร่านางเอกมาเต็ม ๆ เลย”เอเวอเรนน์ยืนมองเธออย่างไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status