LOGINตอนทีเมื่อก้าวผ่านประตูพระราชวังบานใหญ่เข้าไป
เอเวอเรนน์ก็เข้าใจในทันทีว่า... นี่ไม่ใช่เพียงการ “รับฟังคำชี้แจง” ธรรมดา เพราะภายในห้องโถงขนาดใหญ่เบื้องหน้า มีบุตรสาวจากตระกูลขุนนางจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ก่อนแล้ว ชุดเดรสหรูหราหลากสีสันแต่งแต้มทั่วทั้งห้อง เสียงพูดคุยดังคลอเบา ๆ ไม่ขาดสาย บางคนกำลังแนะนำตัว บางคนกำลังจับกลุ่มพูดคุย และบางคนก็กำลังใช้สายตาประเมินคู่แข่งรอบตัว … “อยากกลับบ้านจัง...” เอเวอเรนน์พึมพำกับตัวเอง เธอมองหาที่นั่ง และเหลือบไปเห็นที่นั่งในมุมอับสายตาที่หนึ่ง แล้วจึงรีบเดินไปนั่ง แต่ก็ได้มีสตรีท่านหนึ่งผ่านประตูเข้ามาในห้องโถง เธอสวมชุดสีฟ้าอ่อน สว่างไสวและงดงาม ทั้งเรื่องมารยาทการเดิน การทักทาย สมกับเป็นตระกูลขุนนางผู้ดีมาก ๆ เธอผู้เปล่งประกายดุจแสงอาทิตย์ในยามเช้า “โห! เลดี้ท่านนี้แหละเหมาะสมกับตำแหน่งนี้สุด ๆ” “ดูสิ ๆ... ออร่านางเอกมาเต็ม ๆ เลย” เอเวอเรนน์ยืนมองเธออย่างไม่ลดละสายตา แต่ยังไม่ทันได้ชื่นชมเธอผู้โดดเด่นให้หนำใจเลย ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะ “อะแฮ่ม... อะแฮ่ม... อะแฮ่ม...” “เอาล่ะ เหล่าเลดี้ทั้งหลาย” “ขอให้ทุกท่านอยู่ในความสงบด้วยเจ้าค่ะ” พอสิ้นเสียง ภายในห้องโถงขนาดใหญ่ก็เงียบลงอย่างสนิท “ดิฉันขอแนะนำตัวเองก่อนนะคะ” “ดิฉันมาเลีย วินแฮมท์ เป็นแม่นมขององค์จักรพรรดินี และเป็นแม่นมขององค์รัชทายาทด้วยเจ้าค่ะ” “ในการคัดเลือกว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาทครั้งนี้ ดิฉันจะเป็นผู้ทำการทดสอบทุกท่าน และคอยดูแลกำกับทุกท่านตลอดการคัดเลือกจนกว่าจะจบลงเจ้าค่ะ” เริ่มมีเสียงซุบซิบ ๆ ค่อย ๆ ดังขึ้นมา “อะแฮ่ม ๆ ๆ” เสียงทุกอย่างเงียบลงอีกครั้ง “เอาล่ะค่ะ ระหว่างนี้ดิฉันมีเรื่องจะแจ้งให้ทุกท่านทราบเจ้าค่ะ” “เรื่องแรก ทุกท่านที่อยู่ ณ ที่แห่งนี้” “นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เลดี้ทุกท่านจะต้องพักอยู่ที่พระราชวังเจ้าค่ะ” “หาาาาาา... จะ... จะต้องอยู่ที่พระราชวังงั้นเหรอ?” เอเวอเรนน์คิดในใจและทำสีหน้าตกใจอย่างหนัก “เรื่องที่สอง ดิฉันจะเรียกชื่อทุกท่านนะคะ” “ทันทีที่ดิฉันเรียกชื่อท่านใดไป ขอให้เดินออกมาด้านหน้าด้วยนะคะ” “ส่วนเรื่องสุดท้าย ดิฉันจะให้ทุกท่านได้ไปทำความคุ้นเคยกับห้องพักและรับประทานอาหารกลางวันก่อนนะคะ” “และในช่วงหลังจากที่พักผ่อนเสร็จแล้ว ขอให้ทุกท่านกลับมาที่นี่อีกครั้งด้วยนะคะ” “เพราะดิฉันจะได้ชี้แจงเรื่องกฎในการอาศัยอยู่ในพระราชวัง รวมไปถึงกฎในการคัดเลือกว่าที่พระชายาในครั้งนี้ด้วยเจ้าค่ะ” “เรื่องทั้งหมดที่ดิฉันแจ้งให้ทราบก็มีเท่านี้เจ้าค่ะ” “ต่อไปจะเป็นการเรียกชื่อนะคะ” “เลดี้ดิโอน่า มอร์เดรค เชิญเดินออกมาด้านหน้าด้วยเจ้าค่ะ” “แล้วเดินไปรับกุญแจห้องพัก” “ห้องพักของท่านจะอยู่ที่คฤหาสน์ทิศใต้ ส่วนห้องพักจะมีสาวใช้พาไป และนางจะคอยดูแลเรื่องต่าง ๆ ร่วมกับสาวใช้ที่ท่านพามาด้วยเจ้าค่ะ” “ท่านต่อไป เลดี้แม็กเวลล์ คาเลียม เชิญเจ้าค่ะ” “ท่านพักที่คฤหาสน์ฝั่งทิศใต้เจ้าค่ะ” “ท่านต่อไป เชิญเลดี้ลูวินเน่ วาซาสต์ ที่พักของท่านเป็นคฤหาสน์ฝั่งทิศเหนือเจ้าค่ะ” “โอ้! เธอคือเลดี้วาซาสต์ แห่งตระกูลดยุกวาซาสต์สินะ” “มิน่าล่ะ ถึงได้ดูมีภูมิฐานขนาดนั้น” “ถ้าจะมีใครสักคนที่เหมาะกับตำแหน่งพระชายา ก็คงเป็นเธอคนนี้” “ดีเลย...” “ถ้าเธอได้รับเลือก ฉันก็จะได้กลับบ้านเร็วขึ้น” “...ฉันจะคอยเอาใจช่วยเธอแล้วกันนะ” … เหล่าเลดี้ถูกเรียกตัวออกไปทีละคน จนคนในห้องโถงเหลือน้อยลงไปเยอะ และในที่สุดเอเวอเรนน์ก็โดนเรียกชื่อ “ขอเชิญเลดี้เอเวอเรนน์ เรเวนฮาร์ท เดินออกมาด้วยเจ้าค่ะ” เธอเดินออกมาจากมุมช้า ๆ ทุกคนที่เหลืออยู่ในห้องโถงต่างก็มองเธอกันหมด ซุบซิบ ซุบซิบ ซุบซิบ “ทำไมฉันไม่เคยได้ยินชื่อตระกูลนี้เลยน่ะ” “นั่นสิ! ฉันเหมือนกัน” “ใช่ไหม” ขณะที่เอเวอเรนน์เดินผ่านนั้น ทุกคนเอาแต่ซุบซิบนินทาเธอกันไม่หยุดหย่อนเลย “อะแฮ่ม!!” “ฉันได้กลับบ้านตอนไหนเนี่ย เห้อออออ” แต่เอเวอเรนน์ไม่ได้สนใจเสียงซุบซิบนินทาเลย “เลดี้เอเวอเรนน์ เรเวนฮาร์ท ท่านพักที่คฤหาสน์ฝั่งทิศเหนือนะเจ้าคะ” “ค่ะ” “เชิญเดินตามสาวใช้ไปเจ้าค่ะ” เอเวอเรนน์เดินตามสาวใช้ไปเรื่อย ๆ จนถึงหน้าห้องพัก สาวใช้หยุดเดิน แล้วเปิดประตูห้องพักให้เอเวอเรนน์ “เชิญเจ้าค่ะ ที่นี่คือห้องพักของเลดี้เจ้าค่ะ” “ขอบใจจ้ะ” “ถ้าท่านเลดี้มีเรื่องอะไร สามารถสั่นกระดิ่งเรียกดิฉันได้ทันทีเลยนะคะ” “และเมื่อถึงเวลาที่ต้องไปรวมกันอีกครั้ง ดิฉันจะมาเชิญนะเจ้าค่ะ” เอเวอเรนน์พยักหน้าตอบรับ “เชิญท่านพักผ่อนตามสบายเลยเจ้าค่ะ” เอเวอเรนน์เดินเข้าไปในห้อง และสำรวจห้อง เธอทิ้งตัวลงที่เตียงอย่างเหนื่อยล้า “เห้อออออ” “อยากกลับบ้านจัง...” “คุณหนู อีกแล้วนะคะ” “ก็มันจริงนี่น๊า” “ค่า ๆ ๆ คุณหนูค่ะ” “อืม ว่าไงซาร่า...” “ฉันจะขอตัวกลับคฤหาสน์ก่อนนะคะ” “ห๊ะ!!! ทำไมล่ะ หรือว่าเธอจะทิ้งฉันไว้คนเดียวเหรอ” “ไม่เอา!” “แต่ถ้าฉันไม่กลับไปที่คฤหาสน์ คุณหนูจะไม่มีเสื้อผ้าสวมใส่นะคะ” “แฮะ... แฮะ ๆ...” “ขะ... เข้าใจแล้ว” ระหว่างที่ซาร่ากลับไปที่คฤหาสน์นั้น เอเวอเรนน์ก็พักผ่อนในห้องรับรอง ไม่นานนัก ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก! “ขออนุญาตนะคะ” “เข้ามาสิ” แกร๊ก! “ดิฉันนำของว่างมาถวายเจ้าค่ะ” “ขอบใจจ้ะ” “ดิฉันไม่เห็นท่านไปทานอาหารที่ห้องอาหาร ไม่ทราบว่าติดปัญหาตรงไหนหรือเปล่าเจ้าคะ” “อ่าาา ไม่มีอะไรหรอก” “ฉันแค่ไม่ค่อยอยากอาหารน่ะ” “ไม่สบายหรือเจ้าคะ” “ไม่ใช่ ๆ...” “เอาเป็นว่า ตอนเย็นฉันจะไปก็แล้วกันนะ” “เจ้าค่ะ... ถ้าถึงเวลาดิฉันยังไม่เห็นท่าน ดิฉันจะมาตามนะเจ้าคะ” “อืม...” “ขอตัวก่อนนะเจ้าค่ะ” สาวใช้เดินออกจากห้องไป ห้องของเอเวอเรนน์ก็กลับมาเงียบสนิทเหมือนเดิม จนเวลาล่วงเลยมาถึงช่วงที่ต้องไปรวมตัวกันที่โถงใหญ่อีกครั้งแล้ว สาวใช้คนนั้นก็มาเรียกเอเวอเรนน์ไปที่โถงใหญ่ เธอรีบเดินออกมา แล้วตามสาวใช้ไปที่ห้องโถงใหญ่อีกครั้ง และระหว่างทางที่เดินไปนั้น ก็ได้มีหญิงสาวท่านหนึ่งเดินมาสะกิดเอเวอเรนน์ “นี่ ๆ... สวัสดีจ้ะ” “เจ้าคือเอเวอเรนน์ เรเวนฮาร์ท ใช่ไหม” เอเวอเรนน์หันไปตามเสียงเรียก “อ๊ะ! ท่านบุตรีดยุกวาซาสต์สินะคะ” “แหม ๆ ๆ เรียกกันซะห่างเหินเลยนะ เลดี้เอเวอเรนน์” “เอ๊ะ... ฉันจะพูดเสียมารยาทได้ยังไงกันล่ะคะ” “อุ๊บ!!! เลดี้นี่เป็นตลกจังเลยนะคะ” “ขนาดฉันยังเรียกเลดี้แบบเป็นกันเองแท้ ๆ” “แล้วทำไมเลดี้ไม่เรียกฉันแบบเป็นกันเองบ้างล่ะ” “ฉันน่ะ อยากรู้จักเลดี้นะคะ” “งั้นเอาอย่างนี้ไหมคะ พวกเรามาเป็นเพื่อนกันเถอะค่ะ” เอเวอเรนน์หันขวับทันที “คะ? ท่านบุตรีพูดเรื่องอะไรกันคะ” “ก็ฉันอยากเป็นเพื่อนกับเลดี้ไงคะ” “...ไม่ได้เหรอ...คะ” ลูวินเน่ทำหน้าเศร้าหมอง เหมือนโดนปฏิเสธคำขอ พอเอเวอเรนน์เห็นอย่างนั้น เธอก็เริ่มคิดที่จะทำความรู้จักกับเธอดีหรือไม่อยู่สักพัก แต่ว่าทั้งสองก็เดินมาถึงโถงใหญ่กันแล้ว “เอ่อ... ท่านบุตรีคะ เรื่องเป็นเพื่อนกัน ฉันขอคิดก่อนได้ไหมคะ” “หลังจากรับฟังรายละเอียดเสร็จแล้ว ฉันจะให้คำตอบค่ะ” “ถ้าท่าน...ไม่ติดเรื่องที่ตระกูลดิฉันไม่มีชื่อเสียงนะคะ” ทันทีที่ลูวินเน่ได้ยินอย่างนั้น เธอดีใจสุด ๆ และรีบตอบทันที “ค่ะ! เข้าใจแล้วค่ะ เรื่องนั้นน่ะฉันไม่ติดเลยค่ะ” “เพราะฉันน่ะ ชอบเลดี้นะคะ” “แปลกคนซะจริง ทั้งที่เธอน่ะพร้อมทุกอย่างแท้ ๆ” “แล้วทำไมต้องอยากมาเป็นเพื่อนกับฉันด้วยนะ?” “อืม... ช่างเถอะ คิดไปก็ไม่ช่วยอะไรหรอก” “อะแฮ่ม ๆ ๆ... เอาล่ะ ในเมื่อทุกท่านมาถึงกันแล้ว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ดิฉันจะเริ่มเลยนะคะ” “กิจกรรมจะประกอบด้วยการประเมินมารยาทในราชสำนัก การบริหารจัดการคฤหาสน์ ความรู้ทางการเมือง การเข้าสังคม และความสามารถในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า รวมไปถึงความสามารถพิเศษของทุกท่าน” “สรุปง่าย ๆ ก็คือ” “ทุกท่านจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมประเมินผลวันละหลายรายการ” “ทุกสามวันจะมีการประกาศผล” “ผู้ที่มีผลการประเมินไม่ผ่าน จะถูกคัดออกจากการคัดเลือก” “ทั้งหมดก็เพียงเท่านี้เจ้าค่ะ” “และข้อควรระวัง คือการปฏิบัติของทุกท่านในแต่ละวันด้วยนะเจ้าคะ” “ท่านใดมีข้อสงสัยอะไรหรือไม่เจ้าคะ เชิญยกมือได้เลยค่ะ” เอเวอเรนน์ค่อย ๆ ยกมือขึ้น “เชิญเลดี้เอเวอเรนน์เจ้าค่ะ” “ค่ะ คือว่า... สามารถปฏิเสธการเข้ากิจกรรมได้ไหมคะ” ทันทีที่สิ้นสุดคำถามของเอเวอเรนน์ ทุกคนในโถงต่างก็พากันฮือฮาขึ้นมาทันที “อุ๊บ! คิก ๆ ๆ...” “จะมีคนบ้าไหนที่คิดจะไม่เข้าบ้างล่ะนั่น” “สมกับเป็นคนบ้านนอกจริงสินะ” “อะแฮ่ม... เป็นคำถามที่ดีมากเจ้าค่ะ” “ทุกท่านสามารถปฏิเสธการเข้าร่วมได้เจ้าค่ะ แต่ในหนึ่งวันจะต้องเข้าอย่างน้อยสองกิจกรรม ส่วนที่เหลือสามารถปฏิเสธได้เจ้าค่ะ” “เพราะในแต่ละวันสาวใช้ประจำตัวที่รับผิดชอบดูแลทุกท่านจะนำข้อมูลของกิจกรรมในแต่ละวันไปให้ทุกท่านที่ห้องพักเจ้าค่ะ และทุกท่านสามารถเลือกทำกิจกรรมได้ตามความต้องการเลยเจ้าค่ะ” “ซึ่งกิจกรรมจะถูกจัดขึ้นตามสถานที่ วันเวลาที่ได้ระบุไว้ ถ้าต้องการเข้า ทุกท่านจะต้องไปรอยังสถานที่นั้น ๆ ก่อนเวลาด้วยนะเจ้าค่ะ” “มีคำถามเพิ่มเติมอีกไหมเจ้าคะ” ทุกคนในห้องเงียบสนิทไปพักหนึ่ง “ถ้าไม่มีข้อสงสัย เชิญทุกท่านพักผ่อนได้ตามสะดวกเจ้าค่ะ” ทุกคนค่อย ๆ ทยอยออกจากห้องโถงไปเรื่อย ๆ เอเวอเรนน์เดินกลับห้องพักไปพร้อมกับความคิดที่สับสนวุ่นวาย จะทำอย่างไรถึงจะถูกคัดออกโดยไม่ให้ใครสงสัย หญิงสาวไม่รู้เลยว่า แผนการตกรอบอย่างแนบเนียนของเธอ กำลังจะพังทลายลง ตั้งแต่วันแรกของการคัดเลือกหลังจากเอลเลนดอร์กลับไปได้ไม่นาน เอเวอเรนน์ก็เริ่มวางแผนจัดงานเลี้ยงน้ำชาสำหรับการทดสอบครั้งถัดไปทันที เป้าหมายของเธอในครั้งนี้เรียบง่ายมาก นั่นคือการจัดงานเลี้ยงที่ใช้เงินให้น้อยที่สุด และที่สำคัญ ต้องเป็นงานเลี้ยงที่แหกคำแนะนำของเอลเลนดอร์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้! ยิ่งงานออกมาไม่ถูกใจเหล่าขุนนางมากเท่าไร โอกาสที่รายงานของเธอจะถูกปัดตกก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น “ดีล่ะ! งั้นเรามาเริ่มแผนการกันเถอะ!” เอเวอเรนน์ตบมือลงบนโต๊ะเบา ๆ ด้วยความมุ่งมั่น ก่อนจะหันไปหาซาร่าที่กำลังยืนอยู่ข้าง ๆ “คุณหนูจะทำอย่างไรหรือคะ?” “ก็แค่…ทำตรงข้ามกับสิ่งที่เหล่าขุนนางชื่นชอบเสียก็สิ้นเรื่องแล้ว!” “อย่างไรหรือคะ?” “ลองคิดดูสิ เหล่าขุนนางไม่ชอบอะไรมากที่สุดล่ะ?” ซาร่ายกมือขึ้นแตะคาง พลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “อืม…สามัญชนหรือคะ?” “ใช่แล้ว!” เอเวอเรนน์ดีดนิ้วดังเป๊าะ ดวงตาเป็นประกายราวกับเพิ่งค้นพบแผนการอันยอดเยี่ยม “ฉันจะจัดงานเลี้ยงที่สามัญชนสามารถเข้าร่วมได้โดยไม่จำเป็นต้องมีบัตรเชิญยังไงล่ะ! ขอแค่มีหน้ากากก็สามารถเข้าร่วมงานได้อย่างอิสระ!” “แล้วแบบนี้…พวกขุนนางก็ต้องไม่พอใจแน่ ๆ เลยนะคะ”
หลังจากลูวินเน่กลับไปแล้ว ภายในห้องก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เอเวอเรนน์นั่งอยู่บนเตียง พลางมองไปยังประตูที่เพิ่งปิดลงด้วยสีหน้าครุ่นคิด คำพูดของลูวินเน่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมหายไปไหน “ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเอเรนน์อีกแล้ว” ตอนที่ได้ยินประโยคนั้น เธอรู้สึกซาบซึ้งใจอยู่หรอก แต่พอนึกถึงสีหน้าจริงจังของอีกฝ่ายก่อนจากไปแล้ว เธอกลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะเรื่องของคุณชายไคล์ ทำไมวินเน่ถึงดูตกใจขนาดนั้น เพียงเพราะเธอเรียกเขาว่าไคล์ หรือว่าเขาจะเป็นคนที่มีอิทธิพลมากกว่าที่เธอคิด? เอเวอเรนน์ยกมือขึ้นกุมขมับ แค่พยายามเอาตัวเองออกจากการคัดเลือกก็ยากพออยู่แล้ว เธอไม่อยากเข้าไปพัวพันกับเรื่องยุ่งยากของคนอื่นอีกจริง ๆ “คุณหนูคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” ซาร่าที่กำลังจัดของอยู่ข้างเตียงเอ่ยถาม เมื่อเห็นผู้เป็นนายทำสีหน้าเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาระดับชาติ “ซาร่า เธอคิดว่าคนเราจะมีเรื่องให้กังวลได้มากที่สุดกี่เรื่องในหนึ่งวันเหรอ?” “เอ๊ะ?” สาวใช้ชะงักมือ ก่อนจะหันมามองคุณหนูของตนอย่างงุนงง “ถ้าเป็นเรื่องของคุณหนู เกรงว่าจะนับไม่หมดนะคะ” “นี่เธอกำลังปลอบ
“เอเรนน์ค่ะ...” เอเวอเรนน์หันกลับมา ลูวินเน่เงียบอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะมองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใคร แล้วถามเบา ๆ “เมื่อครู่นี้...คนที่อุ้มเอเรนน์กลับมา...” “ทั้งสองคนรู้จักกันเหรอคะ” เอเวอเรนน์ก็ตอบตามตรง “อ้อ...เขาคือคุณชายไคล์ค่ะ” ลูวินเน่ตกใจนิดหนึ่ง แต่เก็บอาการ “อย่างนั้นหรือคะ...” “น่าแปลก...” “เขาคนนั้นไม่น่าจะยอมให้ใครเรียกชื่อเล่นได้” “บางทีข้าอาจจะมองผิดไปสิน่ะ” ถึงอย่างนั้นลูวินเน่ก็ยังมองตามหลังของไคล์ไม่วางตาอยู่อย่างนั้น แม้ไคล์จะเดินทิ้งห่างไกลแล้วก็ตาม “วิน...” “วินเน่...” “วินเน่ค่ะ!...” เอเวอเรนน์เรียกลูวินเน่อยู่นานสองนาน เอเวอเรนน์เลยตะโกนออกมา “วินเน่ค่ะ...” “คะ! ค่ะ...ว่ายังไงคะ” “เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” “ฉันเรียกอยู่ตั้งนาน แต่วินเน่...กลับเงียบไป” “อ้า...ขอโทษด้วยนะคะ” “ช่างเถอะค่ะ” “ฉันว่าวินเน่กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ” “เอ๊ะ แต่ว่า...” “ซาร่า ช่วยไปส่งวินเน่ที่ห้องด้วยจ๊ะ” “ค่ะ คุณหนู” “แต่ว่า...” “เชิญค่ะ ท่านหญิงวาซาสต์” “ดะ...เดี๋ยวสิ...” “ดิฉันว่าวันนี้ท่านหญิงกลับไปพักก่อนเถอะค่ะ คุณหนูเอง
ระหว่างที่เอเวอเรนน์และลูวินเน่เดินเล่นในสวนรอบนอกของพระราชวังอยู่นั้นได้เกิดเหตุการณ์ที่น่าตกใจอย่างมากนั่นก็คือ...ทั้งสองได้ยินเสียงร้องของเด็กผู้ชาย จึงรีบวิ่งไปดูและพบกับเด็กผู้ชายคนนั้นล้มลงอยู่กับพื้นหญ้า และข้างหน้ายังมีงูหนึ่งตัว ที่ตั้งท่าจะฉกเด็กชายคนนั้นอยู่“อย่า!...อย่าเข้ามานะ!”เด็กชายคว้าก้อนหินได้ กำลังจะขว้างออกไป“หยุด! หยุดน่ะ...” เสียงเอเวอเรนน์พูดห้าม“ฮื่ออออ ช่วย...ช่วยผมด้วยครับ”“เข้าใจแล้ว เจ้าหนูใจเย็นก่อนนะ”“แล้วค่อย ๆ วางหินลงช้า ๆ นะ”เด็กชายค่อย ๆ วางหินลงตามที่เอเวอเรนน์บอกเอเรนน์หันไปพูดกับลูวินเน่“วินเน่ ช่วยไปเรียกทหารยามมาให้หน่อยนะ”“แต่ว่า...”“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการเองค่ะ”จากนั้นลูวินเน่ก็รีบไปตามทหารยาม“เอาล่ะ ทีนี้เรามาจัดการกับเจ้างูตัวปัญหากันเถอะ”“เจ้าหนูตั้งใจฟังให้ดีนะ”“ครับ...”“ทันทีที่ฉันให้สัญญาณ เจ้าจะต้องวิ่งมาทันทีเลยนะ”“พร้อมไหม...”เด็กชายพยักหน้าเบา ๆ“1...2...3...วิ่ง!”พรึ่บ!!เอเวอเรนน์โยนผ้าเช็ดหน้าของตนปิดหัวของงูตัวนั้นเพื่อปิดการมองเห็นของงูแล้วรีบวิ่งออกจากตรงนั้นทันทีพอวิ่งออกมาได้สักระยะ
หลังจากกลับมาถึงห้องพัก เอเวอเรนน์ก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างหมดแรง ความเหนื่อยล้าจากทั้งวันค่อยๆ กดทับเปลือกตา จนเธอเผลอหลับไปโดยไม่ทันตั้งตัว และสิ่งสำคัญบางอย่าง…ก็ถูกลืมไปพร้อมกัน — มื้ออาหารเย็นของวันนั้น อีกด้านหนึ่งภายในคฤหาสน์ “เมลล์… เมลล์! ท่านหญิงเอเวอเรนน์ยังไม่มาทานอาหารอีกหรือ?” เสียงหัวหน้าแม่ครัวดังขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ขณะยืนกอดอกอยู่หน้าห้องครัว สาวใช้ร่างเล็กที่ถูกเรียกชื่อสะดุ้งเฮือก รีบก้มหน้าลงทันที “คะ…คือ…ท่านหญิงหลับไปแล้วเจ้าค่ะ” “ข้าลองไปเรียกแล้ว แต่พอเห็นว่าทรงหลับสนิท…ก็เลยไม่กล้าปลุกเจ้าค่ะ” หัวหน้าแม่ครัวถอนหายใจยาว “เฮ้อ…ถ้าเช่นนั้น มื้อดึกคืนนี้ เจ้าก็รับผิดชอบไปก็แล้วกัน” “เจ้าค่ะ!” เมลล์รับคำเสียงเบา แม้จะพยักหน้ารับ แต่ในใจกลับรู้ดีว่า คืนนี้คงไม่ง่ายแน่ ค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างเงียบงัน ส่วนเอเวอเรนน์ยังคงหลับลึกอย่างไร้กังวล ... เช้าวันถัดมา เสียงนกร้องดังแว่วผ่านหน้าต่าง “อือ…” เอเวอเรนน์ครางเบาๆ ก่อนจะพลิกตัว และ— “ตุบ!” “โอ๊ย… เจ็บ…” “คุณหนูเจ้าคะ…ท่านหลับบนโซฟาอีกแล้วนะเจ้าคะ” เสียงซาร่าดังขึ้นอย่างคุ้นเคย
ตอนทีเมื่อก้าวผ่านประตูพระราชวังบานใหญ่เข้าไปเอเวอเรนน์ก็เข้าใจในทันทีว่า...นี่ไม่ใช่เพียงการ “รับฟังคำชี้แจง” ธรรมดาเพราะภายในห้องโถงขนาดใหญ่เบื้องหน้ามีบุตรสาวจากตระกูลขุนนางจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ก่อนแล้วชุดเดรสหรูหราหลากสีสันแต่งแต้มทั่วทั้งห้องเสียงพูดคุยดังคลอเบา ๆ ไม่ขาดสายบางคนกำลังแนะนำตัวบางคนกำลังจับกลุ่มพูดคุยและบางคนก็กำลังใช้สายตาประเมินคู่แข่งรอบตัว…“อยากกลับบ้านจัง...”เอเวอเรนน์พึมพำกับตัวเองเธอมองหาที่นั่งและเหลือบไปเห็นที่นั่งในมุมอับสายตาที่หนึ่งแล้วจึงรีบเดินไปนั่งแต่ก็ได้มีสตรีท่านหนึ่งผ่านประตูเข้ามาในห้องโถงเธอสวมชุดสีฟ้าอ่อน สว่างไสวและงดงาม ทั้งเรื่องมารยาทการเดิน การทักทาย สมกับเป็นตระกูลขุนนางผู้ดีมาก ๆเธอผู้เปล่งประกายดุจแสงอาทิตย์ในยามเช้า“โห! เลดี้ท่านนี้แหละเหมาะสมกับตำแหน่งนี้สุด ๆ”“ดูสิ ๆ... ออร่านางเอกมาเต็ม ๆ เลย”เอเวอเรนน์ยืนมองเธออย่างไ







