Home / รักโบราณ / ประกาศิตทรราช / ตอนที่ 8 ยืนรออะไร

Share

ตอนที่ 8 ยืนรออะไร

last update publish date: 2026-09-07 16:25:30

          ฟู่หรงซินกวาดตามองสาวใช้อีกครั้ง ชาติก่อนนางไม่มีสาวใช้ข้างกาย เมื่อเข้าไปตำหนักบูรพาแล้วก็มีแต่คนของหยางเซิน  หากจำไม่ผิด...วันหนึ่งมีสาวใช้ผู้หนึ่งเสี่ยงตายมาขวางเส้นทางที่นางจะไปไหว้พระขอพรตามคำขอร้องของของหยางเซิน  สาวใช้ผู้นั้นพยายามบอกนางว่าในจวนโหวเกิดเรื่องแล้ว แต่ยังไม่ได้ทันได้ซักถาม สาวใช้ก็สิ้นใจไปก่อน หากนางจำไม่ผิดชื่อของสาวใช้คือเสี่ยวสือ

            “ไม่จำเป็นต้องทำงานดี ไม่ต้องเอาอกเอาใจประจบประแจง ขอเพียงซื่อสัตย์กับข้าและสกุลฟู่ก็พอ”  ฟู่หรงซินกล่าวย้ำกับสาวใช้คนใหม่

            “เจ้าค่ะ”  เสี่ยวสือเอ่ยตอบ นางเป็นกำพร้าถูกบิดาขายเป็นสาวใช้ ตั้งแต่อายุเพียงสิบสี่ นางอยู่ที่จวนเจิ้งกั๋วโหวจนตอนนี้นางอายุสิบหกปีแล้ว  ความเป็นอยู่ที่นี่แตกต่างจากที่บ้านเกิดยิ่งนัก แม้มีฐานะเป็นเพียงสาวใช้แต่ก็ได้กินอิ่มนอนหลับ มีเสื้อผ้าใหม่ให้ทุกปี ทุกคนใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไม่แก่งแย่งหรือมีเรื่องปีนขึ้นเตียงผู้เป็นนาย อาจเพราะรู้ว่าสกุลฟู่นั้นเข้มงวดเรื่องกฎเกณฑ์มาก หากทำผิดย่อมได้รับโทษไม่มีผ่อนปรน   นางจึงรักจวนเจิ้งกั๋วโหวนี้มากกว่าบ้านเกิดที่มีบิดาทุบตีด่าทอสารพัด

          “ท่านพ่อบ้าน! ท่านพ่อบ้านขอรับ!” 

            บ่าวชายส่งเสียงเรียกร้อนรนอยู่หลังบ้านประตู  พ่อบ้านสีหน้าหงุดหงิดที่บ่าวไพร่ไร้มารยาทไม่สมกับอยู่จวนโหวที่ผู้คนนับหน้าถือตา  เขาลอบมองแม่ทัพน้อยที่พยักหน้าให้จึงส่งเสียงตอบอนุญาตให้เข้ามาได้

            “สำรวมกิริยาหน่อย ประเดี๋ยวผู้อื่นจะคิดว่าจวนโหวไม่สั่งสอนบ่าวไพร่”  พ่อบ้านตำหนิและอาจเพราะเป็นชายวัยห้าสิบจึงทำให้ใบหน้าดูดุดันจนคนถูกดุหดคอด้วยความกลัว “เอ้า!  พูดมา!”

            “ขะ..ขอรับ คือ...คือว่า รัชทายาทเสด็จมารอที่ห้องโถงแล้วขอรับ ต้องการเข้าพบแม่ทัพน้อยให้ได้”

            “เขามาแล้วหรือ?”   ฟู่หรงซินไม่นึกแปลกใจที่หยางเซินบุกมาเช่นนี้ “พ่อบ้านออกไปต้อนรับ ย้ำว่าข้าเจ็บป่วยหนัก ไม่ต้อนรับเขาได้ หากเขาเต็มใจพบก็ให้เชิญเข้ามาได้”

            พ่อบ้านอู่ซึ่งอยู่จวนโหวมานานกว่ายี่สิบห้าปี เขาเคยเป็นทหารที่บาดเจ็บหนักจากสนามรบ แต่สกุลก็ไม่ทอดทิ้งและยังรับเขาที่ไร้ญาติมาดูแลและทำงานที่เป็นพ่อบ้านแห่งนี้  แม้บางครั้งไม่เข้าใจว่าความคิดของแม่ทัพน้อย แต่เมื่อนางสั่ง เขาย่อมทำตาม

            “ทราบแล้วขอรับ” 

            แม่ทัพหญิงมองแผ่นหลังของพ่อบ้านและบ่าวชายเดินออกไปแล้วจึงสั่งการ “อาจั่ว เจ้าไปเฝ้าด้านนอกรั้งรัชทายาทไว้ก่อน”

            “ขอรับ”  อาจั่วกระโจนแผ่วออกไปอย่างรวดเร็ว

            “เสี่ยวสือไปจุดกำยาน”

            “เจ้าค่ะ”  สาวใช้ยกชายกระโปรงเร่งเดินไปจัดการตามคำสั่ง เพียงนางหันหลังให้ก็รู้สึกเหมือนมีลมวูบหนึ่งพัดผ่าน เมื่อหันไปมองก็พบว่าแม่ทัพหญิงสะบัดเสื้อนอกออกอย่างรวดเร็ว หมุนตัวไม่กี่ครั้งก็สวมชุดนอนตัวหลวมเรียบร้อย ปลายนิ้วเรียวงามดึงปิ่นปักผมออกปล่อยเส้นผมยาวสลวยทิ้งสยายเต็มแผ่นหลัง การเคลื่อนไหวไร้ที่ติทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนนางได้แต่อ้าปากค้าง

            “ยืนรออะไร”

            “เจ้าค่ะๆ”  เสี่ยวสือรีบสาวเท้าไปจุดกำยานให้ห้อง สาวใช้เดินกลับมาอีกครั้งก็พบว่าแม่ทัพน้อยนอนอยู่บนเตียงแล้ว เดิมทีแม่ทัพน้อยก็รูปโฉมงดงามไม่เป็นรองผู้ใด เพียงแค่นางประจำการอยู่ค่ายทหารเป็นส่วนใหญ่ นางสวมชุดทหารมากกว่าชุดนอนเสียด้วยซ้ำ เรื่องที่จะแต่งกายงดงามอวดโฉมเช่นสตรีทั่วไปจึงไม่เคยเกิดขึ้น ทว่ายามนี้แม่ทัพหญิงปล่อยผมยาวสยาย สีหน้าราวคนเพิ่งตื่นนอนดูเปราะบางจนใจสั่น แม้นางเป็นหญิงยังรู้สึกหวั่นไหว

            ฟู่หรงซินได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวด้านนอก นางตวัดมือเพียงครั้งเดียวม่านมุ้งก็ถูกปลดลง บดบังร่างงามที่ทิ้งตัวนอนอย่างรวดเร็ว

            “ข้าคิดว่าเจ้ารู้ว่าสิ่งใดควรพูดไม่ควรพูด”

            “เจ้าค่ะ บ่าวเป็นสาวใช้สกุลฟู่ ย่อมต้องซื่อสัตย์กับสกุลฟู่”

            “ดี”  นางกระแอมไอแล้วออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงแหบเครือ “เชิญรัชทายาทเข้ามาได้”

            เสี่ยวสือพยักหน้างึกหงัก นางเดินไปเปิดประตูก็ต้องตกใจที่เห็นชายหนุ่มรูปงามยืนรออยู่ก่อนแล้ว นางบังคับสายตาให้หลุบลง ทั้งๆ ที่ยังไม่มีคนรายงานแต่แม่ทัพกลับรู้ว่ารัชทายาทมาถึงแล้ว

            “ซินเอ๋อร์เป็นอย่างไร”

            “แม่ทัพน้อย...พักผ่อนอยู่เจ้าค่ะ”

            “ข้าจะเข้าไปเยี่ยมนาง”

            “แต่ชายหญิงไม่ควรใกล้ชิดกัน และยามนี้แม่ทัพน้อยล้มป่วยอยู่เกรงว่าจะไม่เหมาะสมขอรับ”  อาจั่วพยายามรั้งไว้

            “ข้าเป็นคู่หมั้นนาง ท่านโหวยังไม่ห้ามแล้วพวกเจ้าเป็นตัวอะไร!”

            น้ำเสียงที่ตวาดออกมาทำเอาบรรดาบ่าวไพร่ต่างพาคุกเข่าลงทันที อย่างไรก็เป็นถึงรัชทายาท พวกเขาแค่มดปลวกไม่กล้าต่อกร รวมทั้งอาจั่วแต่แววตาของเขาเข้มขึ้น เขาไม่คุกเข่าให้ผู้ใดแต่ที่ทำไปเพราะรู้ว่าแม่ทัพน้อยต้องการให้เป็นเช่นนี้

            เสียงไอแค่กๆ ดังขึ้นสองสามครั้งก่อนเสียงแผ่วเบาจะดังขึ้น

            “หากพี่หยางเซินไม่รังเกียจก็เข้ามาเถิด”

            อี้หยางเซินสะบัดแขนเสื้อแล้วก้าวยาวๆ เข้าไปในเรือนทันที  พ่อบ้านอู่ อาจั่วและเสี่ยวสือจึงค่อยๆ ถอนหายใจเบาๆ เสี่ยวสือชะเง้อมองไปด้านในแม้จะไม่เห็นอะไรก็ตามแต่ใจนางก็เป็นกังวลไม่น้อย

            “แม่ทัพน้อยรับมือได้ เราแค่รอฟังคำสั่งก็พอ”  อาจั่วเอ่ยบอก ภายนอกดูเป็นคนเหลาะแหละแต่แท้จริงเขาก็เป็นยอดฝีมือผู้หนึ่ง ไม่เช่นนั้นจะติดตามแม่ทัพน้อยได้อย่างไร

            “เจ้าค่ะ  ข้าเชื่อฟังพี่อาจั่ว”

            “แค่กๆๆ” อาจั่วสำลักน้ำลายตัวเอง ได้ยินเสียงใสเรียกพี่อาจั่วแล้วพลันคันยุบยิบในหัวใจชอบกล

พ่อบ้านอู่ส่ายหน้าไปมา เห็นทีเขาต้องอบรมบ่าวไพรในจวนครั้งใหญ่แล้ว     

           

           

           

           

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ประกาศิตทรราช    ตอนที่ 18 นี่มันอะไรกัน

    พ่อบ้านแซ่อู่ชื่อคำเดียวว่าเฉิง ในจวนเจิ้งกั๋วโหวเรียกเขาว่าพ่อบ้านอู่ผู้รับมือได้ทุกสถานการณ์ แต่ครั้งนี้พ่อบ้านถึงกับถอนหายใจเฮือกแล้วเฮือกเล่า กระทั่งร่างเพรียมบางที่สวมชุดรัดกุมสีดำเดินเข้ามา เขาจึงหยุดถอนหายใจ “มีเรื่องใดหรือ?” ฟู่หรงซินถามไม่อ้อมค้อม ด้านหลังนางคือเซี่นหลินและอาจั่วกับเสี่ยวสือที่ถูกลากให้ตามมาด้วยกัน “แม่ทัพน้อยมาเสียที” พ่อบ้านอู่ผายมือไปยังบนโต๊ะที่มีเทียบเชิญวางอยู่มากมาย “เทียบเชิญของแม่ทัพน้อยขอรับ” “เทียบเชิญ? ของข้า?” หญิงสาวชี้นิ้วที่หน้าตัวเอง “ข้าเพิ่งกลับมาเมืองหลวงไม่นาน ไม่รู้จักใครเสียหน่อย เหตุใดมีเทียบเชิญถึงข้ามากมายเพียงนี้” ‘นี่มันภูเขาย่อมๆ เลยนะเนี้ย!’ “ตั้งแต่แม่ทัพน้อยประกาศเลือกคู่ครองด้วยตนเอง ก็มีคนส่งเทียบเชิญมามากมาย แล้วสามวันมานี้ท่านแม่ทัพน้อยไม่ให้ผู้ใดเข้าพบ เทียบเชิญจึงสะสมเป็นกองภูเขาเช่นนี้” แค่นางกลับมาถึงเรือน พ่อบ้านอู่ก็รู้ได้ทันที สมแล้วที่เคยเป็นทหารฝีมือดีมาก่อน ฟู่หรงซินได้แต่ชื่นชมในใจ แต่ชื่นชมก็ส่วนหนึ่ง ทว่าปัญหาตรงหน้าก็อีกส่วน

  • ประกาศิตทรราช    ตอนที่ 17 เรือนแม่ทัพน้อย 4

    ชาติก่อนฟู่หรงซินไม่เคยสนใจเรื่องที่สตรีควรรู้ แม้เป็นพระชายาก็ยังยุ่งกับเรื่องปกป้องชายแดน จนกระทั่งอี้หยางเซินขึ้นเป็นฮ่องเต้และนางนั่งตำแหน่งฮองเฮา นางบกพร่องไม่รู้เรื่องวังหลัง กิจการงานที่สตรีควรรู้ก็ไม่รู้ กลายเป็นที่หัวเราะขบขันของคนไปทั่ว ในครั้งนั้น หลี่เมิ่งหยุน ถูกแต่งตั้งเป็นสนมเข้ามาและช่วยงานวังหลัง ครานั้นนางกลับคิดไปว่าอี้หยางเซินหวังดีกับนางที่ไม่รู้จะจัดการเรื่องเหล่านั้นอย่างไร แท้ที่จริงเขาปูเส้นทางให้หญิงในดวงใจของเขาเอง เมื่อมีโอกาสกลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง นางจึงตั้งใจจะเรียนรู้เรื่องที่สตรีควรรู้ อย่างน้อยก็ไม่ให้ผู้อื่นมาหัวเราะเยาะนางได้ เซี่ยหลินไม่เข้าใจความคิดของฟู่หรงซิน สำหรับเขาที่เคยได้ยินชื่อเสียงของนางผู้คนต่างเรียกขานว่า ‘แม่ทัพปีศาจ’ แต่ไม่คิดว่าตัวจริงของนางก็มีแง่มุมที่ดูไร้เดียงสาเช่นนี้ ไร้เดียงสา...นี่เขากล้าใช้คำนี้กับแม่ทัพปีศาจรึ? มุมปากของชายหนุ่มยกยิ้มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ฟู่หรงซินมองใบหน้าที่ระบายยิ้มน้อยๆ อย่างพอใจ คนผู้นี้ทำหน้าเหมือนแบกโลกไว้บนบ่า เอ่อ...ก้จริง เขามาอยู่ที่แคว้นเหลียนอวิ๋น ในฐานะตัวประกัน จะให้หน้าตาเบิกบานก็

  • ประกาศิตทรราช    ตอนที่ 16 เรือนแม่ทัพน้อย 3

    “คุณชายเซี่ยอยู่ที่นี่ถือว่าเป็นแขกของข้า รับคำสั่งของข้าเพียงผู้เดียวไม่ต้องสนใจคำพูดของผู้ใด” ‘เป็นแขก แต่ให้รับคำสั่ง แม่ทัพน้อยช่างใช้ถ้อยคำได้ย้อนแย้งสิ้นดี’ “ผู้น้อยทราบแล้ว” “ปกติข้าเองก็ไม่ค่อยได้กินขนมเท่าไรนัก” หญิงสาวเปลี่ยนเรื่องแล้วหยิบขนมขึ้นมาพลิกไปมา “นี่เรียกว่าอะไร?” “ขนมดอกกุ้ยฮวาเจ้าค่ะ” เสี่ยวสือออกจะแปลกใจที่แม่ทัพน้อยไม่รู้จักขนมธรรมดาๆ อย่างนี้ “เอ่อ...ปกติแม่ทัพน้อยใช้ชีวิตในค่ายทหาร ทหารกินอยู่อย่างไรแม่ทัพน้อยก็ทำเช่นเดียวกัน ก็เลยไม่ค่อยได้กินขนมหน้าตาสวยงามเช่นนี้” อาจั่วรีบพูดขึ้นเพราะเกรงว่าคนอื่นจะเข้าใจแม่ทัพน้อยของเขาผิดไป แต่ที่เขาพูดไปก็เป็นความจริง เนื้อแห้ง หมันโถวแข็งๆ แม่ทัพน้อยก็กินได้โดยไม่ปริปากบ่นสักคำ ทำให้เป็นที่รักใคร่ของทหารทุกระดับชั้น เรื่องที่อาจั่วพูดก็เป็นเรื่องจริง แต่ส่วนหนึ่งก็เพราะฟู่หรงซินไม่ค่อยกินขนมหวาน นางใช้ชีวิตในกองทัพ หากเลือกได้ก็กินอาหารที่หนักท้อง เมื่อได้กลับมาอยู่เมืองหลวงจึงอยากเปลี่ยนจากแม่ทัพน้อยมาเป็นคุณหนูฟู่หรงซ

  • ประกาศิตทรราช     ตอนที่ 15 เรือนแม่ทัพน้อย 2

    ฟู่หรงซินมองชายหนุ่มยกมือวางบนโต๊ะไร้ท่าทีอิดออดหรือตั้งคำถาม มีเพียงการทำตามคำสั่ง ซึ่งการกระทำนี้ทำให้มุมปากของแม่ทัพยิ้มยกยิ้มน้อยๆ ดวงตางามมองข้อมือที่มีรอยช้ำตรงหน้า นางเลิกคิ้วเล็กน้อย หากจำไม่ผิดน่าจะเป็นรอยโซ่ตรวนตั้งแต่วันที่นางพบเขาครั้งแรกแล้ว ฟู่หรงซินวางนิ้วของตนจับชีพจร เซี่ยหลินรู้สึกถึงสัมผัสอุ่นที่สัมผัสผิวกาย เขาเข้าใจไปว่านางต้องการรู้ว่าร่างกายของเขาถูกทำลายวรยุทธจริงหรือไม่ แม่ทัพหญิงพยักหน้ากับตัวเองแล้วชักมือกลับเพื่อหยิบตลับยาเล็กๆ ออกมาจากอกเสื้อ นางใช้นิ้วโป้งดีดฝาตลับยาออกแล้วหยิบยาลูกกลอนสีดำจ่อที่ริมฝีปากของชายหนุ่ม ซึ่งเขาก็อ้าปากรับและกลืนยาลงคอโดยไม่ถามอะไร ปลายนิ้วของนางสัมผัสริมฝีปากที่แห้งเป็นขุย นางขมวดคิ้วยุ่งเหยิงก่อนเอ่ยปากสั่งการอย่างรวดเร็ว “อาจั่วไปหาชารากบัวมาให้คุณชายเซี่ย” “อ่า...” “หรือเจ้าจะให้ข้าไปทำเอง” “ขอรับ!” อาจั่วกลัวแม่ทัพน้อยเป็นที่สุด แค่ถูกถลึงตาใส่เขาก็วิ่งหนีอย่างรวดเร็ว “เสี่ยวสือไปดูในครัว มีของว่างอะไรก็ยกมา” “เจ้าค่ะ”

  • ประกาศิตทรราช     ตอนที่ 14 เรือนแม่ทัพน้อย 1

    ข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวง อ่า...ไม่ซิ จะเรียกข่าวลือได้อย่างไร ในเมื่อเป็นความจริง และความจริงที่ว่าก็คือแม่ทัพน้อยฟู่หรงซิน ขอเลือกบุรุษที่จะเป็นสามีด้วยตนเอง ทั้งที่มีคู่หมั้นคู่หมายเป็นถึงรัชทายาทแห่งแคว้น แต่น้อยคนนักจะพูดถึงเรื่องที่แม่ทัพน้อยขอตัวองค์ชายตัวประกัน เซี่ยหลินเองก็ยังไม่เข้าใจ ตัวเขาไม่มีสัมภาระใด เมื่อถูกส่งมาอยู่กับแม่ทัพน้อยฟู่หรงซิน ก็แค่ถูกจับยัดใส่รถม้าแล้วนำมาส่งถึงจวนเจิ้งกั๋วโหว เดิมทีเขาก็คิดว่าคงถูกส่งตัวไปค่ายทหาร แต่สามวันแล้วยังคงอยู่ที่เรือนเล็กข้างเรือนหลักของแม่ทัพน้อย จะเรียกว่าถูกคุมตัวก็ไม่เชิง มีอาหารส่งมาให้ทั้งสามมื้อ รวมทั้งเสื้อผ้าชุดใหม่สำหรับผลัดเปลี่ยน ที่หลับนอนก็สะอาดดี ขาดก็แค่บ่าวรับใช้ ไม่เช่นนั้นเขาคงลืมตัวว่าตนอยู่ในฐานะเชลยตัวประกัน เสียงเคาะประตูปลุกเซี่ยหลินตื่นจากภวังค์ เขาย้ายสายตาจากนอกหน้าต่างมาที่ประตูห้อง ชายหนุ่มรูปร่างปราดเปรียวก้าวเข้ามา แม้ไม่ได้มีท่าทีนอบน้อมแต่ก็ไม่ถึงกับดูแคลนฐานะของเขา “องค์ชายเซี่ยหลิน...” “ตอนนี้ข้าอยู่ในฐา

  • ประกาศิตทรราช    ตอนที่ 13 เข้าวังหลวง 3

    เสียงอื้ออึงยังคงดังไปทั่ว ฟู่เทียนจิ้งรู้ว่าไม่อาจเปลี่ยนใจบุตรสาวได้จึงลุกขึ้นแล้วก้าวออกมาค้อมเอวขออภัยต่อหน้าพระพักตร์องค์ฮ่องเต้ “เป็นความผิดของกระหม่อมที่ตามใจบุตรสาวมากเกินไป..พ่ะย่ะค่ะ” “ช่างเถอะ เราก็เอ็นดูหรงซินราวกับเป็นลูกสาวของตนเอง ย่อมเข้าใจความรู้สึกของผู้เป็นพ่อดี ไม่มีพ่อคนไหนกล้าขัดใจลูกสาวสุดที่รักได้” ฮ่องเต้ทรงหัวเราะขึ้น “หยางเซินเล่า เจ้าคิดอย่างไร” รัชทายาทหยางเซินได้ยินก็ลุกขึ้นและก้าวมายืนใกล้กับฟู่หรงซิน ถูกถามเช่นนี้เขาจะพูดได้หรือว่า ‘ไม่ยินยอม’ หากพูดไปก็เหมือนว่าตนเองไม่มั่นใจว่าหัวใจของแม่ทัพหญิงอยู่ที่เขา “เรื่องนี้...” “กระหม่อมเห็นด้วยพ่ะย่ะค่ะ” สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังองค์ชายสามที่ส่งเสียงขึ้นก่อนจะก้าวออกมาด้านหน้า สายตาของเขาปะทะกับรัชทายาทแล้วยิ้มน้อยๆ “เจ้ามีสิทธิ์อันใดเอ่ยวาจาเช่นนี้” รัชทายาทหยางเซินเลิกคิ้วเล็กน้อย “ข้ารู้ว่าไม่มีสิทธิ์ แต่เมื่อครู่ได้ยินแม่ทัพฟู่หรงซินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจึงรู้สึกชื่นชมยิ่งนัก หา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status