LOGINตอนที่ 16: ปฏิบัติการตามง้อคนแก่หน้าตาย"แด่เกรดเอวิชาแคลคูลัส และความตายของมิดเทอมเว้ยพวกเรา! ชน!!!"เสียงแก้วเบียร์วุ้นกระทบกันดัง ‘แกร๊ก’ สนั่นลั่นโต๊ะไม้ตัวยาวภายในร้านเหล้ากึ่งบาร์สไตล์ลอฟท์กึ่งอินดัสเทรียลแถวหลังมหาวิทยาลัย แสงไฟสีส้มสลัวสลับเหลืองนวลขับเน้นให้บรรยากาศค่ำคืนวันศุกร์คึกคักไปด้วยกลุ่มนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่พากันมาเทกระจาดความเครียดหลังจากตรากตรำอ่านหนังสือสอบมาตลอดทั้งสัปดาห์‘เจเจ’ หัวโจกสายเสเพลประทับตราความเป็นเอ็นเตอร์เทนเนอร์ประจำกลุ่มด้วยการลุกขึ้นยืนกอดคอ ‘ภีม’ และ ‘ต้นน้ำ’ พลางหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี ทว่าคนที่กำลังตกเป็นเป้าหมายในการ ‘มอมเหล้า’ สูงสุดในค่ำคืนนี้ กลับเป็นคู่หมั้นป้ายแดงตระกูลดังอย่าง ‘นที’ "เอาหน่อยเว้ยไอ้คุณชายนที! อุตส่าห์หนีท่านประธานคิรากรมาฉลองสอบเสร็จได้ทั้งที คืนนี้มึงต้องหมดแก้ว! ห้ามอม ห้ามทิ้ง ห้ามเท!" เจเจรัวคำพูดท้าทายพลางเลื่อนแก้วน้ำเปลี่ยนนิสัยสีเข้มเพียว ๆ ชนิดที่กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนกึกโชยเตะจมูกส่งมาตรงหน้านทีนทีที่บัดนี้อยู่ในชุดดิบ ๆ เสื้อยืดสีดำกางเกงยีนส์ขาดเข่า สวมทับด้วยเสื้อช็อปวิศวะสีแดงเข้มที่พับแขนเสื้อขึ้นลวก
ตอนที่ 15: สานสัมพันธ์บ้านใหญ่กีรติวัฒน์กลิ่นอายความอุ่นซ่านจากรสจูบและคำสารภาพรักหนักแน่นในห้องทำงานประธานบริหารวันนั้น ยังคงหล่อเลี้ยงหัวใจของนทีให้เต้นผิดจังหวะอยู่จนถึงวันนี้ ทว่าความสัมพันธ์ที่คืบหน้าไปอย่างรวดเร็วภายใต้ชายคาเพ้นท์เฮ้าส์หรูกำลังก้าวเข้าสู่บททดสอบสำคัญอีกครั้ง เมื่อเช้าวันอาทิตย์นี้ คิรากรจัดการล็อกคิวของคู่หมั้นตัวแสบไว้ตั้งแต่หัววัน เพื่อพากลับไปเยือน ‘บ้านใหญ่’ ของตระกูลกีรติวัฒน์อย่างเป็นทางการ"พี่คิรากร... ผมแต่งตัวแบบนี้มันจะดูไร้มารยาทไปไหมอ่ะ?" นทีเอ่ยถามเสียงอ้อมแอ้พลางก้มลงมองตัวเองด้วยความไม่มั่นใจ ชายหนุ่มอยู่ในชุดเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อนพับแขนลวก ๆ กางเกงสแล็กสีดำทรงเข้ารูป แม้จะดูสุภาพเรียบร้อยขึ้นกว่าลุคเด็กช็อปวิศวะวันวานมาก ทว่าเมื่อนึกถึงความโอ่อ่าของตระกูลอภิมหาเศรษฐีระดับประเทศ ความกังวลลึก ๆ ก็แล่นเข้ามาจับจิตคิรากรที่กำลังบังคับพวงมาลัยรถยุโรปคันหรูละสายตาจากท้องถนนหันมามองคนข้างกาย ชายหนุ่มยกยิ้มละมุนละไม เอื้อมมือหนาข้างหนึ่งข้ามเบาะมาเกาะกุมมือบางของนทีไว้แล้วออกแรงบีบเบา ๆ เพื่อส่งผ่านกำลังใจ"น่ารักมากแล้วครับนที สุภาพและเป็นตัวเองที่สุดแ
ตอนที่ 14: ข้อหาหึงหวงและคำเตือนสติเสียงบานประตูไม้โอ๊กเคลือบเงาบานยักษ์ปิดลงพร้อมกับความเงียบสงัดที่ตีแผ่กลับเข้ามาในห้องทำงานท่านประธานบริหารอีกครั้ง ร่างของอรินลับหายไปจากสายตาแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกชวนเวียนหัวที่ยังคงลอยอบอวลเจือจางอยู่ในอากาศ นทีหน้านิ่วคิ้วขมวด ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ความรู้สึกพลุ่งพล่านอัดแน่นอยู่ในอกจนเนื้อตัวสั่นเทา มันทั้งหงุดหงิด ขัดใจ และพาลชวนให้อารมณ์เสียอย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน‘หึ... อรินคิดถึงคุณที่สุดเลยค่ะ... ฟังแล้วอยากจะอ้วก!’ปัง!นทีแกล้งทุบฝ่ามือลงบนตำราแคลคูลัสเล่มหนาจนเกิดเสียงดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานอันกว้างขวาง ก่อนจะกระแทกปากกาเคมีลงบนโต๊ะกระจกอย่างไม่ใยดี ร่างโปร่งลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง หมุนตัวหันหลังเดินจ้ำอ้าวตรงไปยังผนังกระจกบานยักษ์ กอดอกแน่นพลางทอดสายตามองออกไปข้างนอก ขบเคี้ยวเคี้ยวฟันมุ่ยริมฝีปากจนเจ่อรั้นคิรากรที่นั่งอยู่โต๊ะทำงานลอบมองปฏิกิริยา ‘แมวป่าพองขน’ ของคู่หมั้นตัวแสบด้วยความนึกสนุก ชายหนุ่มระบายยิ้มหยักลึกที่มุมปาก นัยน์ตาคู่คมไร้กรอบแว่นสายตาบดบังฉายประกายระยับวาววับล้อเลียน ร่างสูงใหญ่ลุกข
ตอนที่ 13: แขกไม่ได้รับเชิญและความหึงหวงความอบอุ่นในเช้าวันหยุดผ่านพ้นไป พร้อมกับอาการไข้ของนทีที่หายเป็นปลิดทิ้ง ทว่าพันธนาการระลอกใหม่กลับเริ่มต้นขึ้นเมื่อเข้าสู่สัปดาห์แห่งการสอบมิดเทอม คณะวิศวกรรมศาสตร์อันขึ้นชื่อเรื่องความโหดหินทำให้นทีต้องหอบหิ้วตำราเล่มหนาเท่าดิกชันนารีติดตัวอยู่ตลอดเวลา และแน่นอนว่า ‘ผู้ปกครองชั่วคราว’ อย่างคิรากรไม่มีทางปล่อยให้เด็กดื้อคลาดสายตา"พี่คิรากร! ผมบอกว่าจะไปอ่านหนังสือที่คณะกับพวกไอ้เจเจไงล่ะ คุณจะลากผมมาที่นี่ทำไมเนี่ย!" นทีโวยวายอุบอิบขณะก้าวเท้าออกจากลิฟต์ส่วนตัวของประธานบริหารบนชั้นสูงสุดของตึกกีรติวัฒน์ทาวเวอร์"อ่านที่คณะเดี๋ยวเธอก็แอบหนีไปตากฝนตากแดดจนไข้กลับอีก" คิรากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีกรมท่าเเนี้ยบกริบตามมาตรฐาน มือหนาข้างหนึ่งถือกระเป๋าเอกสาร ส่วนอีกข้างจับจูงข้อมือบางของคู่หมั้นตัวแสบให้เดินตามเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวอย่างถือสิทธิ์ห้องทำงานประธานบริหารกว้างขวางและตกแต่งอย่างหรูหราด้วยผนังกระจกบานยักษ์ที่มองเห็นทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครได้อย่างสุดสายตา คิรากรชี้ไปที่โซฟารับรองหนังแท้สีครีมตัวใหญ่ที่ม
ตอนที่ 12: หัวใจเต้นผิดจังหวะยามเช้าไออุ่นที่โอบรัดรอบเอวบางบวกกับความนุ่มยืดหยุ่นของเตียงนอนคิงไซส์สีเทาอ่อน ทำให้ความรู้สึกแรกหลังจากหลุดพ้นจากห้วงนิทราของนทีเต็มไปด้วยความอบอวลจนไม่อยากลืมตาเปลือกตาบางขยับไหวเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ปรือขึ้นเพื่อรับแสงตะวันสีทองอ่อนยามเช้าที่เล็ดลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านทึบแสงเข้ามา นทีสูดหายใจเข้าลึก ความรู้สึกหนักอึ้งในหัวสมองและอาการครั่นเนื้อครั่นตัวจากพิษไข้ป่าเมื่อคืนลดน้อยลงไปกว่าครึ่ง ทว่าสิ่งที่เข้ามาแทนที่กลับเป็นความรู้สึกอุ่นจัดที่ทาบทับอยู่บริเวณแผ่นหลังและเอวคอดกิ่ว‘กบดานอยู่ในอ้อมกอดใครวะ...’ สมองที่เพิ่งฟื้นตัวประมวลผลช้าไปสามวินาที ก่อนสติทั้งหมดจะดีดผุดขึ้นมาอย่างเต็มตาราวกับโดนน้ำเย็นสาดนทีค่อย ๆ พลิกตัวกลับมาอย่างเชื่องช้าเพราะกลัวว่าคนด้านหลังจะตื่น และทันทีที่หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างที่หลงเหลืออยู่ไม่ถึงคืบก็ทำให้นทีลืมวิธีหายใจไปในทันทีคิรากร...ชายหนุ่มรุ่นพี่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ประธานบริหารจอมเก๊กเผด็จการ’ บัดนี้กำลังนอนหลับใหลอยู่ข้างกายเขาในระยะประชิดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในยามที่แสงสว่างส่องถึง ใบหน้าคมคายหล่อเ
ตอนที่ 11: เมื่อเด็กดื้อล้มป่วยความลับเมื่อสามปีก่อนที่ถูกเปิดเผยออกมาจากปากของคิรากร คล้ายเป็นแรงกระเพื่อมมหาศาลที่พลิกผันความรู้สึกในใจของนทีไปโดยสิ้นเชิง กำแพงอคติที่เคยสร้างไว้หนาแน่นพังทลายลงจนเหลือเพียงความหวั่นไหวทว่าอบอุ่น ทว่าสัญชาตญาณความดื้อรั้นอันเป็นเอกลักษณ์ของเด็กวิศวะปีสามมีหรือจะยอมสยบให้ราบคาบง่าย ๆ ถึงในใจจะยอมรับความอบอุ่นของร่างสูงเข้ามาเต็มอก แต่ภายนอกนทีก็ยังคงพยายามรักษาฟอร์ม ‘ม้าพยศ’ เอาไว้ไม่ให้เสียเชิงชายและนั่นคือกิมมิกที่นำพาความวุ่นวายมาสู่ร่างกายของเขาในสัปดาห์ต่อมาช่วงนี้เป็นเทศกาลเตรียมงานกิจกรรมใหญ่ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ นทีในฐานะพี่ปีสามหัวเรี่ยวหัวแรงหลักต้องคอยคุมรุ่นน้องทำฉากและซ่อมแซมซุ้มกิจกรรมกลางสนามหญ้าตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ท้องฟ้ากรุงเทพมหานครในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมเดาใจยากชะมัด ยามบ่ายแดดเปรี้ยงจนผิวแทบไหม้ พอตกเย็นจู่ ๆ เมฆฝนก้อนมหึมาก็ตั้งเค้าก่อนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา"เฮ้ย! นที! หลบฝนก่อนมึง! ฉากพังช่างมันเถอะเดี๋ยวค่อยทำใหม่!" เจเจตะโกนข้ามสายฝนพลางกวักมือเรียกเพื่อนสนิทให้วิ่งเข้าหลบใต้ถุนตึกคณะ"ไม่ได้เว้ย! ไอ้เจ! ฉากนี้ต้องส่


![นายบำเรอของมาเฟีย [Mpreg]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




