Beranda / มาเฟีย / ปั้นรักมาเฟียร้าย / ตอนที่ 4 เกินจะรับไหว

Share

ตอนที่ 4 เกินจะรับไหว

last update Tanggal publikasi: 2026-06-12 16:22:14

ตอนที่ 4

เกินจะรับไหว

ทันทีที่สิ้นคำพูดทิ้งท้าย จีนก็หมุนตัวเดินจากไปทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่แสนอึดอัดปกคลุมไปทั่วห้องอาหาร ปั้นหยานั่งนิ่งราวกับถูกสาป มือบางทั้งสองข้างเย็นเฉียบอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกสับสนตีรวนอยู่ในอกจนยากจะเรียบเรียง ทว่าเมื่อเธอเงยหน้าขึ้น ก็พบว่าคิรันกำลังจดจ้องมองเธออยู่ก่อนแล้วด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา

“กลัว?”

น้ำเสียงทุ้มต่ำถามขึ้นสั้น ๆ ปั้นหยาเงยหน้าสบตาเขาในทันทีเพื่อซ่อนความหวั่นไหว

“ฉันไม่ได้กลัว”

“งั้นทำไมหน้าซีดขนาดนั้น”

“ฉันแค่...”

“อย่าไปใส่ใจคำพูดของจีนมาก” เขาเอ่ยแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ผู้หญิงคนนั้นชอบพูดจาเกินจริงไปเรื่อย”

“เธอเป็นแฟนเก่าคุณเหรอคะ” ปั้นหยากัดริมฝีปากล่างเบา ๆ ก่อนจะตัดสินใจโพล่งถามออกไปตรง ๆ ตามที่ใจคิด

คิรันนิ่งไปเพียงครู่คล้ายกำลังทบทวนความทรงจำ ก่อนจะตอบกลับสั้น ๆ

“เคยคุย”

“แค่นั้นเหรอคะ” เธอย้ำถามทั้งที่ยังแคลงใจ เพราะสถานะที่โชว์บนหน้าจอมันไม่เหมือนแค่คนเคยคุย

“อืม”

หญิงสาวไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าเหตุใดความรู้สึกหนักอึ้งในอกเมื่อครู่ถึงได้มลายหายไปจนรู้สึกโล่งใจขึ้นมาเมื่อเขายืนยัน และเธอก็ยิ่งนึกเกลียดตัวเองมากขึ้นไปอีก เมื่อเห็นว่าคิรันกำลังจ้องมองเธอราวกับสามารถอ่านความรู้สึกที่ซ่อนเร้นนั้นได้อย่างทะลุปรุโปร่ง

“ทำหน้าแบบนั้นทำไม” มุมปากหยักยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเล็ก ๆ ที่ดูเจ้าเล่ห์

“แบบไหนคะ”

“เหมือนคนกำลังโล่งใจ”

“คุณคิดไปเองทั้งนั้นแหละค่ะ” ปั้นหยาโต้ตอบกลับไปรวดเร็วเสียจนดูเหมือนเป็นการร้อนตัว

“อืม” คิรันมองเธอนิ่ง ๆ ก่อนจะหลุดหัวเราะในลำคอเบา ๆ

แม้เขาจะไม่ได้เอ่ยคำใดต่อ แต่สายตาที่ดูเหมือนจะรู้ทันไปเสียทุกอย่างนั้นกลับยิ่งทำให้หญิงสาวรู้สึกหงุดหงิดใจ เหมือนว่าเธอเป็นเพียงสมุดภาพที่เขาเปิดอ่านได้ทุกหน้าโดยที่เธอไม่มีสิทธิ์ขัดขืน

“ฉันอิ่มแล้วค่ะ” ปั้นหยาลุกขึ้นยืนทันทีด้วยความขัดใจ ทว่ายังไม่ทันที่จะก้าวพ้นโต๊ะอาหาร มือของคิรันก็เอื้อมมาคว้าข้อมือของเธอไว้เบา ๆ สัมผัสที่คาดไม่ถึงนั้น ทำให้หัวใจหญิงสาวกระตุกวูบและเต้นผิดจังหวะไปในทันที

“อะไรอีกคะ”

“นั่งลงก่อน”

“ฉันไม่...”

“มีเรื่องจะคุยด้วย”

น้ำเสียงของคิรันเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันดูจริงจังและหนักแน่นขึ้นจนปั้นหยาต้องชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง สุดท้ายเธอก็ยอมทรุดตัวลงนั่งอีกครั้งอย่างเสียไม่ได้ คิรันค่อย ๆ ปล่อยมือออกจากข้อมือเธอช้า ๆ ทว่าความอบอุ่นจากฝ่ามือหนานั้น กลับยังคงซึมลึกอยู่บนผิวหนังไม่จางหาย

“วันนี้ฉันต้องออกไปทำธุระข้างนอก”

“แล้วยังไง มาบอกฉันทำไม”

“เธอต้องอยู่ในบ้าน ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด”

คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่นเข้าหากันด้วยความไม่เข้าใจในทันที

“คุณจะขังฉันจริง ๆ ใช่ไหมคะ”

“เรียกว่าเป็นการป้องกันจะดีกว่า”

“แล้วมันต่างกันตรงไหนไม่ทราบ”

“ต่าง”

คิรันเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ด้วยท่าทีสงบนิ่ง ดวงตาคมเข้มจดจ้องมองเธออย่างจริงจัง

“ข้างนอกนั่น... ตอนนี้มีคนกำลังตามหาตัวเธออยู่”

“เจ้าหนี้เหรอคะ”

“มันมากกว่านั้น”

“คุณหมายความว่ายังไง”

ชายหนุ่มเงียบไปเพียงเสี้ยววินาที คล้ายกำลังประเมินว่าควรจะเปิดเผยข้อมูลให้เธอรับรู้มากน้อยเพียงใด สุดท้ายเขาก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“พี่ชายของเธอเอาข้อมูลบางอย่างไปขาย”

“ข้อมูลอะไรคะ”

“เรื่องที่คนทั่วไปไม่ควรรู้”

คำตอบแสนกำกวมนั้นยิ่งทำให้ปั้นหยารู้สึกอึดอัดและหวาดระแวงมากขึ้นกว่าเดิม

“แล้วคุณเกี่ยวอะไรกับเรื่องพวกนี้กันแน่”

คิรันยกแก้วกาแฟขึ้นจิบช้า ๆ อย่างไม่รีบร้อนก่อนเอ่ย

“ยิ่งรู้น้อยเท่าไหร่ เธอก็ยิ่งปลอดภัยเท่านั้น”

“แต่ฉันมีสิทธิ์ที่จะรู้นะ!”

“ไม่มี”

คำปฏิเสธสั้น ๆ ทว่าเด็ดขาดนั้น ทำให้ปั้นหยาหน้าเสียในทันที คิรันจ้องมองใบหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความสับสนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ

“ปั้นหยา” นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกชื่อเธอออกมาเต็ม ๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล หัวใจของหญิงสาวพลันเต้นผิดจังหวะไปอย่างไม่มีเหตุผล

“อยู่เฉย ๆ ในที่ของเธอ แล้วฉันจะจัดการทุกอย่างเอง”

“ฉันไม่ชอบให้ใครมาบงการชีวิต”

“แต่ตอนนี้เธอกำลังยืนอยู่ในโลกของฉัน” เขาเอ่ยช้า ๆ เน้นย้ำทุกถ้อยคำ

“และในโลกใบนี้ คนที่อ่อนแอไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือกอะไรได้ทั้งนั้น”

ปั้นหยากำมือแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ เธอเกลียดคำพูดแสนโอหังของเขา ทว่าสิ่งที่เกลียดที่สุดกลับเป็นความจริงที่เขาพูดออกมา  เพราะในยามนี้เธอช่างไร้กำลัง และไม่มีหนทางใดที่จะต่อกรกับผู้ชายคนนี้ได้เลยจริง ๆ

ทันใดนั้นเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ของคิรันก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันทีที่เห็นชื่อบนหน้าจอ แววตาที่เคยนิ่งสงบกลับดูเคร่งขรึมและดุดันขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า รังสีความกดดันแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบข้างดูหนักอึ้ง เขากดรับสายด้วยท่าทีที่เด็ดเดี่ยว

“ว่าไง”

ปลายสายเอ่ยรายงานบางอย่างสั้น ๆ ทว่าเพียงไม่กี่วินาที ดวงตาคมเข้มของคิรันก็มืดครึ้มลง ราวกับพายุกำลังตั้งเค้า

“ใครอนุญาตให้มันล่วงล้ำเข้าเขตโกดัง”

น้ำเสียงกดต่ำจนน่าขนลุกทำให้ปั้นหยานั่งนิ่งไปโดยอัตโนมัติ หัวใจเริ่มเต้นผิดจังหวะด้วยความหวาดหวั่น

“จับตาดูไว้ก่อน อย่าเพิ่งลงมือ”

สิ้นประโยคนั้น เขาก็ตัดสายทิ้งทันที บรรยากาศรอบตัวพลันตึงเครียดขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก คิรันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะหยิบปืนพกสีดำสนิทจากลิ้นชักข้างโต๊ะขึ้นมาเหน็บไว้ที่ด้านหลังเอวอย่างชำนาญ ภาพนั้นทำให้ใบหน้าของปั้นหยาเริ่มซีดเผือด แม้จะรู้ดีว่าเขาเป็นบุคคลอันตราย แต่การได้เห็นอาวุธร้ายแรงต่อหน้าต่อตาเช่นนี้ ก็ทำให้เธอตระหนักได้ว่า โลกของผู้ชายคนนี้ช่างโหดร้ายและห่างไกลจากชีวิตปกติของเธอเสียเหลือเกิน คิรันหันกลับมามองเธอ สายตาของเขาหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าหวานครู่หนึ่ง

“ขึ้นห้องไปซะ”

“เกิดอะไรขึ้นคะ”

“ไม่ใช่เรื่องที่เธอต้องรู้”

“แต่ว่า...”

“ปั้นหยา” เขาเรียกชื่อเธออีกครั้ง คราวนี้น้ำเสียงเข้มขึ้นและแฝงไปด้วยคำสั่งที่ไม่อาจขัดขืน

“อย่าดื้อ”

หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความอึดอัดใจ ทว่าก่อนที่เธอจะได้โต้ตอบอะไร เสียงกัมปนาทจากปลายกระบอกปืนก็ดังสนั่นมาจากภายนอกคฤหาสน์

ปัง!

ปั้นหยาสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจสุดขีด ตามมาด้วยเสียงโวยวายและเสียงฝีเท้าที่วิ่งวุ่นวายอยู่ด้านนอก หัวใจของเธอเต้นรัวแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ทว่าคิรันกลับนิ่งสงบ ราวกับว่าเขาคุ้นชินกับสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้เป็นอย่างดี เขารีบดึงร่างของปั้นหยาให้มาหลบอยู่ด้านหลังตนเองทันที ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด

“อยู่ข้างหลังฉันไว้ ห้ามโผล่ออกมาเด็ดขาด”

ปั้นหยาถูกดึงเข้าไปชิดแผ่นหลังกว้างอย่างไม่ทันตั้งตัว กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวเขาปะทะเข้ากับจมูกจนหัวใจเธอเต้นแรงยิ่งกว่าเดิม ทว่าครั้งนี้ความตื่นเต้นนั้นถูกกลบด้วยความหวาดกลัวจากเสียงปืนที่ยังคงดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย

ปัง! ปัง!

“โธ่เว้ย! มันบุกเข้ามาถึงข้างในแล้ว!” เสียงลูกน้องตะโกนก้องมาจากโถงด้านหน้าด้วยความตระหนก

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ...”

คิรันไม่ได้ตอบคำถามนั้น ดวงตาคมเข้มจดจ้องไปยังทิศทางของเสียงอย่างระแวดระวัง ก่อนจะดันตัวเธอไปทางบันไดอย่างรวดเร็ว

“ขึ้นไปข้างบน เดี๋ยวนี้!”

“แต่คุณ...”

“ไป!”

เสียงตวาดที่ดังกว่าทุกครั้งทำให้เธอสะดุ้งโหยง และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง

เพล้ง!

กระจกบานใหญ่ด้านหน้าคฤหาสน์ก็แตกกระจาย เสียงกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวของแม่บ้านดังระงมไปทั่ว ปั้นหยาตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นชายชุดดำหลายคนบุกเข้ามาด้านในพร้อมอาวุธครบมือ นี่ไม่ใช่แค่การข่มขู่ธรรมดา แต่มันคือการหมายเอาชีวิต คิรันยกปืนขึ้นเล็งอย่างรวดเร็ว

ปัง! ชายคนหนึ่งล้มฟุบลงต่อหน้าต่อตาเธอ ปั้นหยาช็อกจนพูดไม่ออก ก้าวขาก็แทบไม่ขยับ ภาพหยดเลือดที่กระเซ็นลงบนพื้นหินอ่อนทำให้เธอหน้าซีดเผือด ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มอย่างไม่อาจควบคุม คิรันหันกลับมามองเธอเพียงเสี้ยววินาทีด้วยแววตาที่ยากจะอ่านออก

“อย่ามอง”

ทว่ามันสายเกินไปเสียแล้ว เธอเห็นทุกอย่างชัดเจนเต็มสองตา

“พาเธอขึ้นไปข้างบน!” คิรันสั่งลูกน้องเสียงเข้ม ก่อนจะหันไปยิงสวนกลับศัตรูอีกครั้ง

ปัง! ลูกน้องคนสนิทรีบถลาเข้ามาดึงแขนปั้นหยาอย่างรวดเร็ว

“เร็วครับคุณปั้นหยา!”

หญิงสาวแทบจะไม่มีแรงก้าวเดิน แต่สุดท้ายก็ถูกกึ่งลากกึ่งจูงขึ้นบันไดไปอย่างทุลักทุเล เสียงปืนยังคงดังไล่หลังไม่หยุดหย่อน หัวใจดวงน้อยของเธอเต้นแรงจนเหมือนจะระเบิดออกมา

“พวกมันเป็นใครคะ...”

“ศัตรูของนายครับ”

“แล้วทำไมต้องบุกมาถึงที่นี่ด้วย”

ลูกน้องชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด

“เพราะคุณอยู่ที่นี่ไงครับ”

ปั้นหยาชะงักงันทันที ทว่ายังไม่ทันจะได้ซักไซ้ต่อ เสียงระเบิดก็ดังสนั่นหวั่นไหวมาจากชั้นล่าง ตู้ม! แรงสั่นสะเทือนมหาศาลทำให้เธอเกือบล้มคะมำ

“กรี๊ด!”

แสงไฟในคฤหาสน์ดับวูบลงทันที เหลือเพียงแสงสลัวจากไฟฉุกเฉินสีแดงที่ยิ่งทำให้บรรยากาศดูน่าสะพรึงกลัวราวกับฝันร้าย

“เข้าไปหลบห้องนี้ครับ!”

ลูกน้องรีบเปิดประตูห้องหนึ่งแล้วดันเธอเข้าไปด้านใน ปั้นหยาหันกลับไปถามด้วยความกังวลที่พุ่งพล่าน

“แล้วคิรันล่ะคะ!” คำถามนั้นหลุดออกมาจากปากเธอโดยไม่ทันตั้งตัว อีกฝ่ายมองเธอแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบเรียบ ๆ

“นายดูแลตัวเองได้ครับ”

พูดจบเขาก็ปิดประตูลงทันที ปั้นหยาถูกทิ้งให้อยู่เพียงลำพังในห้องที่มืดมิด เสียงปืนยังคงดังลอดเข้ามาเป็นระยะให้ได้ยิน เธอกอดตัวเองไว้แน่น พยายามควบคุมลมหายใจที่สั่นพร่า นี่มันบ้าบอเกินกว่าที่เธอจะรับไหว...

ชีวิตของเธอควรจะเป็นเพียงเจ้าของร้านดอกไม้ธรรมดา ไม่ใช่ต้องมาติดอยู่ท่ามกลางสงครามที่เดิมพันด้วยชีวิตแบบนี้ ทว่ายิ่งพยายามหาทางหนี ภาพสุดท้ายที่เห็นก่อนจะถูกพาขึ้นมากลับผุดขึ้นมาในหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า... ภาพของคิรันที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าเธอ

เขาเลือกที่จะยกปืนขึ้นปกป้องเธอโดยไม่ลังเล ทั้งที่เขาสามารถทิ้งเธอไว้ตรงนั้นเพื่อเอาตัวรอดก็ได้

ปั้นหยากัดริมฝีปากแน่น พยายามสลัดความคิดฟุ้งซ่านเหล่านั้นทิ้งไป เขาคงไม่ได้ทำเพราะเป็นห่วงเธอหรอก... เธอเป็นแค่หลักประกันที่มีค่าเท่านั้น

ใช่... มันต้องเป็นแบบนั้นแน่ ๆ

ทว่าในวินาทีนั้นเอง เสียงเปิดประตูก็ดังขึ้น ปั้นหยาสะดุ้งโหยง หันไปมองตามเสียงทันที หัวใจแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในห้อง ทว่านั่นไม่ใช่คิรัน...ชายแปลกหน้าคนนั้นถือปืนอยู่ในมือ พร้อมกับรอยยิ้มที่ดูเหี้ยมเกรียมและน่าขนลุก

“เจอตัวจนได้”

ปั้นหยาถอยร่นไปด้านหลังทันทีจนขาชนเข้ากับขอบเตียง หัวใจเต้นรัวแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก ชายคนนั้นปิดประตูลงช้า ๆ ก่อนจะยกปืนขึ้นควง ราวกับว่ามันเป็นเพียงของเล่นชิ้นหนึ่ง

“ไม่นึกเลยว่าไอ้คิรันจะซ่อนผู้หญิงไว้จริง ๆ”

น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความเหยียดหยามและดูแคลน ปั้นหยาพยายามรวบรวมสติที่กระเจิดกระเจิง แม้ว่ามือไม้จะเย็นเฉียบไปหมดแล้วก็ตาม

“คุณ... เป็นใครคะ”

“คนที่จะพาเธอออกไปจากที่นี่ไง” เขายกยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย “ถ้าเธอยังอยากจะมีลมหายใจอยู่ต่อไปล่ะนะ”

หญิงสาวกวาดสายตามองหาทางหนีอย่างรวดเร็ว ทว่าภายในห้องนี้กลับไม่มีทางออกอื่นใดให้เธอเลยสักทางเดียว...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ปั้นรักมาเฟียร้าย    ตอนที่ 58 หลุมฝังศพใต้เม็ดฝน

    ตอนที่ 58 หลุมฝังศพใต้เม็ดฝนยามที่ทั้งเมืองตกอยู่ในห้วงนิทรา สายฝนระลอกใหญ่เริ่มตกลงมาอย่างบ้าคลั่ง หยดน้ำฝนหลั่งไม่ขาดสาย สาดกระหน่ำซัดเข้าใส่บานกระจกรถยนต์สีดำคันหรูอย่างไม่ลืมหูลืมตา บรรยากาศภายในห้องโดยสารเงียบสงัด มีเพียงเสียงกลไกการขึ้นลำกล้องปืนดังแว่วขึ้นเบา ๆ จากฝีมือของคีร์ซึ่งนั่งอยู่เบาะหน้าแกร๊ก!“พร้อมนะมึง” คีร์ปรายตามองนิ่ง ราวกับต้องการย้ำความมั่นใจเป็นครั้งสุดท้าย“พร้อมฝังคน” ข้างกันนั้น ซิ่วอิงกำลังใช้ผ้าสะอาดรูดเช็ดใบมีดสั้นในมืออย่างชำนาญส่วนทางด้านของคิรัน ชายหนุ่มนั่งอยู่บริเวณเบาะหลังเพียงลำพัง ใบหน้าคมไร้ความรู้สึก แววตาดูเยือกเย็นราวกับเกล็ดน้ำแข็งขั้วโลก บรรยากาศรอบ ๆ ตัวเขาแผ่แรงกดดันมหาศาล จนแม้แต่ลูกน้องการ์ดชุดดำที่นั่งประจำการอยู่ในรถยนต์อีกคัน ยังพลอยไม่กล้าเอ่ยปากพูดเล่นหยอกล้อเหมือนเช่นทุกวัน“คนของจ้าวเฟิงอยู่ด้านในทั้งหมดสิบสองคน”คีร์เริ่มรายงานรายละเอียดข้อมูลต่อ“มีการ์ดเฝ้ารอบโกดัง ติดอาวุธครบ”คิรันพยักหน้ารับช้า ๆ ก่อนจะทอดสายตามองดูภาพถ่ายพิกัดจากหน้าจอแท็บเล็ตในมือ โกดังร้างริมท่าเรือสถานที่ที่พวกของจ้าวเฟิงใช้เป็นจุดนัดพบ เพื่อรับส่งข้

  • ปั้นรักมาเฟียร้าย    ตอนที่ 57 คนเดียวที่เป็นทุกอย่าง

    ตอนที่ 57 คนเดียวที่เป็นทุกอย่างช่วงเย็นวันเดียวกันบรรยากาศภายในคฤหาสน์หลังงามของคิรันตกอยู่ในความเงียบผิดปกติ ทีมการ์ดชุดดำติดอาวุธครบมือต่างพากันกระจายตรวจตราความเรียบร้อยรอบบริเวณพื้นที่อย่างแน่นหนาและเข้มงวดกว่าเดิมหลายเท่าตัว จนทำให้บรรยากาศโดยรอบดูคล้ายกับการเตรียมความพร้อมเพื่อเปิดรับศึกสงครามครั้งใหญ่มากกว่าจะเป็นบ้านพักอาศัยธรรมดาปั้นหยานั่งนิ่งอยู่บนโซฟาภายในห้องนั่งเล่น แม้ว่าเธอจะจัดการอาบน้ำชำระล้างร่างกาย เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ และพยายามบังคับตัวเองให้แสดงท่าทางเป็นปกติมากแค่ไหน ทว่าสีหน้าหวานกลับยังคงดูหมองหม่นไม่สดใสเอาเสียเลย แววตาคู่สวยเหม่อลอยเป็นระยะอย่างห้ามไม่อยู่ เพราะภาพเหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อคืนวานมันยังคงฝังแน่นติดตาอยู่ในหัวไม่ยอมเลือนหายไปไหนป้าแย้มค่อย ๆ ย่อกายวางถ้วยชาร้อนส่งกลิ่นหอมกรุ่นลงตรงหน้าของหญิงสาวอย่างเบามือ“ดื่มหน่อยนะคะคุณปั้น”หญิงสาวยกมุมปากยิ้มบาง ๆ ส่งกลับไปให้“ขอบคุณค่ะป้า”ทว่ายังไม่ทันที่มือจะยกแก้วชาขึ้นดื่ม สายลมพัดพาเอาเสียงเครื่องยนต์ของรถยนต์ที่แล่นเข้ามาจอดบริเวณด้านหน้าตัวตึกขัดจังหวะขึ้นเสียก่อน ปั้นหยาชะงักงันไปในทันที ก้

  • ปั้นรักมาเฟียร้าย    ตอนที่ 56 เริ่มสงสารศัตรู

    ตอนที่ 56 เริ่มสงสารศัตรูณ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง พื้นที่บริเวณชั้นบนสุดของอาคารถูกสั่งปิดตาย กั้นสิทธิ์ห้ามบุคคลภายนอกเข้าออกทั้งชั้นอย่างเด็ดขาด ทีมการ์ดชุดดำในสังกัดของคิรันยืนกระจายกำลังเฝ้าระวังความปลอดภัยอย่างหนาแน่นทุกจุด ทันทีที่ร่างสูงใหญ่ทรงพลังของคิรันสาวเท้าเดินก้าวเข้ามาด้านใน การ์ดทุกคนต่างพากันก้มหัวน้อมทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียงทันที“นายครับ”คิรันเดินสาวเท้าผ่านหน้าทุกคนไปโดยไม่คิดจะเอ่ยปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว จนกระทั่งฝีเท้ามาหยุดยืนนิ่งอยู่บริเวณหน้าบานประตูห้องพักฟื้นของเหนือภายในห้องพักฟื้นผู้ป่วยระดับวีไอพี เหนือนอนกําลังนั่งเอนกายพิงเข้ากับหัวเตียงผู้ป่วย ใบหน้าของเขาหล่อเหลาทว่ายังคงซีดเซียวไร้สีเลือด ผ้าพันแผลสีขาวสะอาดพาดพันผ่านช่วงสีข้างที่ได้รับบาดเจ็บ ทว่าแววตากลับเบิกตื่นเต็มที่และระแวดระวังอยู่ตลอดเวลา ทันทีที่เขาเห็นร่างสูงใหญ่ของคิรันสาวเท้าก้าวเดินเข้ามาด้านใน บรรยากาศกดดันภายในห้องก็พลันหน่วงขึ้นมาในทันที โดยมีคีร์กับซิ่วอิงเดินตามเข้ามาขนาบข้าง และยืนนิ่งเงียบอยู่ทางด้านหลัง ไร้ซึ่งใครหน้าไหนที่จะกล้าเอ่ยปากพูดสอดแทรกขึ้นมาทำลายความเงียบเหน

  • ปั้นรักมาเฟียร้าย    ตอนที่ 55 ศัตรูตัวจริงที่ยังไม่เผยตัวตน

    ตอนที่ 55 ศัตรูตัวจริงที่ยังไม่เผยตัวตนตลอดการเดินทางกลับคฤหาสน์ ปั้นหยานั่งนิ่งไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ร่างกายบอบบางของเธอยังคงแสดงอาการสั่นเทาอยู่เป็นระยะด้วยความผวา จนคิรันต้องเอื้อมแขนแกร่งไปดึงรั้งร่างของเธอเข้ามากระชับกอดเอาไว้แน่นตลอดเส้นทาง ฝ่ามือใหญ่คอยลูบแผ่นหลังของเธอช้า ๆ อย่างอ่อนโยน เพื่อปลอบประโลมให้คลายความหวาดกลัว“ปลอดภัยแล้ว ไม่มีใครแตะต้องเธอได้อีก”ปั้นหยาเม้มริมฝีปากแน่นเข้าหากัน ก่อนจะซุกใบหน้าลงกับอกแกร่งของเขาเงียบ ๆ เพื่อหาที่พึ่งพิง เพราะภาพของอาวุธปืน ภาพของหยาดเลือดสีแดงฉาน และเสียงกระหน่ำยิงอย่างบ้าคลั่งเมื่อครู่ มันยังคงฉายวนเวียนซ้ำไปซ้ำมาอยู่ในหัวของเธอไม่ยอมหยุดหย่อน“ฮึก ฮึก คิรัน”“ไม่เป็นไร ไม่มีอะไรแล้ว เรากลับบ้านกันนะ” เป็นคำพูดปลอบที่ยาวที่สุดเท่าที่คนอย่างคิรันเอ่ยคืนนั้นหลังจากเดินทางกลับมาถึงคฤหาสน์เป็นที่เรียบร้อย คิรันก็แทบไม่ยอมแยกกายห่างจากเธอเลยแม้แต่ก้าวเดียว แม้กระทั่งในยามที่ปั้นหยากำลังนั่งเหม่อลอยอยู่บนเตียงนอนกว้าง ชายหนุ่มก็ยังคงนั่งอยู่ข้าง ๆ ไม่ห่าง คอยยื่นมือไปลูบกลุ่มผมและกุมมือเล็ก ๆ ของเธอเอาไว้เงียบ ๆ เพื่อ

  • ปั้นรักมาเฟียร้าย    ตอนที่ 54 ของล้ำค่าที่ควรอยู่ในพิพิธภัณฑ์

    ตอนที่ 54 ของล้ำค่าที่ควรอยู่ในพิพิธภัณฑ์ช่วงบ่ายภายในร้านดอกไม้ยังคงตกอยู่ในความวุ่นวายอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน ปั้นหยากำลังใช้สมาธิทั้งหมดตั้งอกตั้งใจจัดช่อดอกไม้ขนาดใหญ่ สำหรับลูกค้าที่จะนำไปใช้ในงานสำคัญอย่างการขอแต่งงาน ใบหน้าหวานแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มสดใสละมุนละไม จนทำให้คนที่ลอบมองอยู่พลอยเผลอยิ้มตามออกมาโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งคิรัน ที่ในเวลานี้นั่งเงียบอยู่ตรงมุมหนึ่งของร้าน ทว่าสายตาแทบไม่เคยละไปจากเรือนร่างของเธอเลยแม้แต่วินาทีเดียว“มึงเลิกมองเมียสักห้านาทีได้ไหม” คีร์พึมพำเตือนสติเบา ๆ ในระหว่างที่มือยังคงสาละวนพันริบบิ้นรอบช่อดอกไม้“ยุ่ง”“อาการโคม่า” ซิ่วอิงพยักหน้าเห็นพ้องเรียบเรื่อยตามประสาจื่อเยี่ยนหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างนึกขำกับบทสนทนาจิกกัดของสามหนุ่ม ก่อนที่เธอจะก้มลงตรวจทานเอกสารในมือต่อ ทว่าจู่ ๆ เสียงกระดิ่งทองเหลืองหน้าร้านก็ส่งเสียงดังขึ้นมาอีกครั้งอย่างกะทันหันกรุ๊งกริ๊ง“ยินดีต้อนรับค่ะ” พนักงานสาวเอ่ยปากทักทายพลางเงยหน้าขึ้นฉีกยิ้มตามสัญชาตญาณ ทว่ารอยยิ้มพิมพ์ใจนั้นกลับต้องแข็งค้างไปในทันที เพราะผู้ชายที่เพิ่งก้าวขาเดินเข้ามาภายในร้าน มีสภาพ

  • ปั้นรักมาเฟียร้าย    ตอนที่ 53 เมื่อมาเฟียต้องมาทำงานบริการ

    ตอนที่ 53 เมื่อมาเฟียต้องมาทำงานบริการภายในร้านดอกไม้ของปั้นหยา บรรยากาศที่ควรจะอบอวลไปด้วยความสดใส และหอมกรุ่นไปด้วยหมู่ดอกไม้นานาพันธุ์ ทว่าในวันนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก เพราะที่มุมหนึ่งของร้าน มีร่างของชายหนุ่มตัวสูงใหญ่กำยำหน้าตาดุดันสามคนกำลังนั่งจับเจ่าจัดดอกไม้อยู่เงียบ ๆคนหนึ่งกำลังใช้กรรไกรขลิบตัดก้านดอกกุหลาบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ราวกับกำลังจะไปเชือดคอใคร ส่วนอีกคนก็กำลังสาละวนพันริบบิ้นด้วยแววตาไร้อารมณ์และว่างเปล่า ขณะที่หญิงสาวผู้มีอิทธิพลสุดในร้านนั่งนิ่ง ๆ แผ่รังสีกดดันบรรยากาศไปทั่วทั้งร้านโดยแทบไม่ต้องขยับตัวทำอะไรเลยสักนิดภาพเหตุการณ์แสนแปลกตานั้น ทำให้พนักงานสาวสองคนที่แอบซุ่มมองอยู่หลังเคาน์เตอร์ถึงกับต้องกระซิบกระซาบกันด้วยน้ำเสียงสั่นเครือด้วยความหวาดผวา“พี่มาย นี่ร้านดอกไม้หรือฐานมาเฟียคะ”พนักงานอีกคนพยักหน้ารัวเร็วเห็นด้วยจนหัวแทบหลุด“หนูกลัวมาก พี่คีร์เมื่อกี้ใช้กรรไกรตัดขาดอกไม้เหมือนจะไปตัดขาคนเลย”ตัดกลับมาทางฝั่งของคีร์ที่กำลังนั่งถือดอกลิลลี่สีหวานด้วยสีหน้าหงุดหงิด“เชี่ย ทำไมมันต้องมีขั้นตอนเยอะขนาดนี้วะ”ซิ่วอิงที่กำลังขะมัก

  • ปั้นรักมาเฟียร้าย    ตอนที่ 11 หนีไม่พ้น

    หัวใจของปั้นหยาสั่นสะท้านจนแทบควบคุมไม่ได้ ความใกล้ชิดในระดับที่ลมหายใจอุ่นของคิรันปะทะเข้ากับผิวแก้วนั้น รุนแรงและจู่โจมความรู้สึกเธออย่างหนักหน่วง ใกล้เสียจนเธอรู้ดีว่านาทีนี้ เธอหนีหัวใจตัวเองไม่พ้นอีกแล้ว“คุณพูดเหมือนคนคลั่งรักฉันงั้นแหละ”ปั้นหยาพยายามเค้นเสียงให้ดูเป็นปกติที่สุด ทว่ามันกลับแ

  • ปั้นรักมาเฟียร้าย    ตอนที่ 10  เสียใจไหม?

    คิรันจ้องมองเธอเนิ่นนานโดยไม่เอ่ยคำใด ก่อนจะค่อย ๆ โน้มตัวลงดึงร่างอรชรเข้าหาตัวอย่างช้า ๆ อ้อมกอดครั้งนี้ปราศจากความดุดันหรือการบังคับขู่เข็ญ มีเพียงความเงียบงันและไออุ่นที่โอบล้อมกายเธอไว้ คล้ายเป็นที่พักพิงเดียวท่ามกลางพายุ“เสียใจไหม” เสียงทุ้มต่ำถามชิดใบหู ปั้นหยาหลับตาลงอย่างอ่อนแรง ใจหนึ่งเธ

  • ปั้นรักมาเฟียร้าย    ตอนที่ 9 มีเวลาทั้งชีวิต

    ทั่วทั้งโกดังตกอยู่ในความเงียบงันอย่างสมบูรณ์ ปั้นหยาเบิกตากว้างด้วยความคาดไม่ถึง“คิรัน”“ฉิบหายแล้ว” พี่ชายของเธอกลับสบถออกมาแผ่วเบาเขาย้ำคำนั้นออกมาอย่างหมดแรง ส่วนปั้นหยาในตอนนี้สมองขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก เธอมองผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก“คุณพูดอะไรออกมารู้ตัวไหม”“รู้”

  • ปั้นรักมาเฟียร้าย    ตอนที่ 8 ไม่มีวันปล่อย

    ปัง!ประตูโกดังถูกกระแทกจนระเบิดออก ชายชุดดำกรูเข้ามาพร้อมกับพายุขวากหนามของกระสุนปืนที่ดังระงมไปทั่วพื้นที่ ปั้นหยาใจหายวูบเมื่อร่างของลูกน้องที่คุมตัวเธออยู่ถูกยิงล้มพับลงข้างกาย เหตุการณ์ทุกอย่างชุลมุนวุ่นวายจนประสาทสัมผัสของเธอประผลตามไม่ทัน และท่ามกลางกลุ่มควันและเสียงปืนนั้นเอง... เธอเห็นเขา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status