Share

บทที่ 5

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
หลังจากเหตุการณ์นี้ เธอก็หันไปหยิบตำราขึ้นมาเรียน

ตอนนั้นเธอไม่ได้คิดอะไรมาก แค่ต้องการให้ชีวิตที่ไร้ความหมายของเธอมีที่ยึดเหนี่ยวแฝงอยู่บ้าง พอมีอะไรให้ทำแล้ว เธอก็จะไม่เศร้าเสียใจเพราะคำพูดที่ผุดขึ้นมาในใจบ่อย ๆ อีก

ใครจะคิดว่าที่ยึดเหนี่ยวที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยตัวคนเดียว จะกลายเป็นสิ่งที่ช่วยให้ตัวเองหลุดพ้นในวันนี้

พรุ่งนี้เธอต้องตั้งใจสอบให้ดี

เธอจะต้องไปจากที่นี่ ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งไกลเท่าไรก็ยิ่งดี

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ในใจก็ยังเจ็บปวดมากอยู่ดี…

เธอถึงกับแยกไม่ออกว่าความเจ็บปวดนี้เป็นเพราะเขา หรือเป็นเพราะความทุ่มเทแบบผิด ๆ ของเธอตลอดห้าปีกันแน่

แต่มันก็ไม่สำคัญแล้ว สิ่งสำคัญคือ เธอไม่อนุญาตให้ตัวเองจมอยู่ในความเจ็บปวดแบบนี้อีกต่อไป

แม้ความเจ็บปวดนี้จะยังอยู่อีกนานกว่าจะจางหาย เธอก็จะต้องช่วยตัวเองออกมาให้ได้

เธอสั่งอาหารดิลิเวอรี เป็นอาหารเย็นแบบจืด ๆ และเสื้อผ้าเปลี่ยนแบบใช้แล้วทิ้ง

เธอโทรศัพท์ไปที่เคาน์เตอร์โรงแรม แจ้งให้พวกเขาบริการโทรปลุกในวันรุ่งขึ้น

จากนั้นก็บังคับตัวเองให้นอนหลับ

อาจเพราะเมื่อคืนก่อนเธอไม่ได้นอนเลย คืนนี้เธอจึงนอนหลับได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

วันรุ่งขึ้นเธอตื่นตรงเวลา แล้วเปิดโทรศัพท์มือถือ

มีข้อความนับไม่ถ้วนหลั่งไหลเข้ามา โทรศัพท์สั่นไม่หยุด ทั้งหมดมาจากคนเพียงคนเดียว เวินถิงเยี่ยนนั่นเอง

เธอไม่ได้อ่านข้อความเหล่านั้น กลัวว่าจะส่งผลกระทบกับการสอบของเธอ

เธอทานอาหารเช้าที่โรงแรมเล็กน้อย เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว เธอก็ออกจากโรงแรมมุ่งหน้าไปยังสนามสอบ

โรงแรมนี้อยู่ใกล้สนามสอบไอเอลมาก เดินไปน่าจะถึงภายในห้านาที

ทันทีที่ออกจากโรงแรม โทรศัพท์มือถือของเธอก็สั่นอยู่ในมือ

เวินถิงเยี่ยนโทรมา

เธอตกใจจนเกือบทำโทรศัพท์หลุดมือ รีบปัดปฏิเสธสาย แล้วปิดเครื่องอีกครั้ง

ตอนที่ออกมาจากสนามสอบ หัวใจของเธอก็ยังคงเต้นรัว

นั่นเป็นเพราะความดีใจ

ดูเหมือนเธอจะทำข้อสอบได้ดีเลย

ตอนที่ครูสอนภาษาพูดคุยกับเธอ ครูเอาแต่ยิ้มอยู่ตลอด การฟังก็เข้าใจเกือบทั้งหมด ส่วนการอ่านและการเขียนก็ทำเสร็จอย่างราบรื่นเช่นกัน

เธอไม่กล้าประเมินว่าตัวเองได้กี่คะแนน แต่อย่างน้อยเธอทำข้อสอบเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมด!

เธอไม่ได้ไร้ประโยชน์ขนาดนั้นซะหน่อย!

เธอเดินก้มหน้าอยู่บนทางเท้าเพียงลำพัง ทบทวนรายละเอียดของการสอบในวันนี้อยู่ในหัว จนกระทั่งมีรองเท้าหนังคู่หนึ่งปรากฏอยู่ตรงหน้า ซึ่งเธอไม่คาดคิดเลยว่าจะมีคนตั้งใจมายืนขวางทางอยู่บนถนน เธอจึงหดเท้าไม่ทัน ชนเข้ากับคนนั้นเข้าอย่างจัง

ถ้าไม่ใช่เพราะคนคนนั้นประคองเธอไว้ เธอก็คงล้มลงไปแล้ว

แต่คนคนนี้เป็นคนที่เธอไม่ต้องการเจอ

เวินถิงเยี่ยน

"เจี่ยนจือ!"

เธอดูออกว่าเขาโกรธมาก แต่เขายังพยายามอย่างหนักเพื่อระงับความโกรธเอาไว้

"เจี่ยนจือ ทำไมไม่กลับบ้าน" เขาจับไหล่เธอ แล้วลดเสียงลงถามอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยนเหมือนปกติ

เจี่ยนจือคิดในใจว่า "นายไม่รู้เหรอว่าทำไมฉันไม่กลับบ้าน?"

แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลามาเถียงกับเขาเรื่องนี้ กระเป๋าของเธอเพิ่งถูกชนตกพื้น กระเป๋าเปิดออก ปากกาไอเอลของเธอโผล่ออกมาเล็กน้อย

เธอไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอมาสอบไอเอล!

เธอออกแรงสะบัดมือเขาออก ย่อตัวลง รีบยัดปากกาเข้าไปในกระเป๋าแล้วปิดกระเป๋าให้แน่น

"นั่นอะไร?" เขาก้มลงมองกระเป๋าของเธอพลางถาม

"ไม่มีอะไร แค่ปากกาแท่งเดียว" เธอแสร้งทำเป็นสงบ แต่นิ้วกำกระเป๋าแน่นจนขาวซีด

"เอามา" เขาพูด

ไม่ จะให้เขาเห็นปากกาไม่ได้

"นายจะเอาปากกาไปทำไม" เธอกอดกระเป๋าแน่นขึ้น

"เอาโทรศัพท์มา" เขาสั่ง

เธอชะงักครู่หนึ่ง ก่อนล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ายื่นให้เขา

โทรศัพท์กำลังปิดเครื่องอยู่

เขามองเพียงแวบเดียว แล้วคืนโทรศัพท์ให้เธอ "ฉันโทรหาเธอหลายสาย ส่งข้อความไปตั้งเยอะ ทำไมไม่ตอบกลับ ยังโกรธอยู่เหรอ?"

เธอกำโทรศัพท์ไว้ในมือ คิดในใจว่าโล่งอกไปที เธอกลัวเขาจะค้นโทรศัพท์ของเธอ ถ้าเขาเปิดอีเมล แล้วเห็นข้อความเกี่ยวกับการสอบไอเอลของเธอจะขึ้นมาจะทำอย่างไร…

ถ้ามีปัญหาแค่นี้ก็ว่าไปอย่าง…

เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอไม่อยากโกรธเขาอีกแล้ว

เธอแค่อยากโบยบินไปให้ไกล

พอได้เจอเขาอีกครั้งในตอนนี้ ความคิดนี้ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น

เขาเห็นเธอไม่พูด นึกว่าเธอยังโกรธอยู่จริง ๆ จึงถอนหายใจแล้วบอกว่า "เจี่ยนจือ เธอเป็นคนมีเหตุผลมากไม่ใช่เหรอ? ทำไมครั้งนี้ถึงไม่กลับบ้านแค่เพราะเรื่องนี้ล่ะ"

เจี่ยนจือสาบานได้เลย ว่าเธอไม่อยากโกรธเพราะเรื่องพวกนี้แล้วจริง ๆ แต่คำพูดประโยคนี้ของเวินถิงเยี่ยน ต่อให้เป็นพระโพธิสัตว์ก็คงอดโกรธไม่ได้หรอกมั้ง?

"เพราะงั้น เรื่องเมื่อวานก็ยังเป็นความผิดของฉันใช่ไหม ฉันไม่มีเหตุผลงั้นสิ? ฉันควรจะเข้าไปชมอาเหวินว่า นายเลียนแบบเก่งมาก เลียนแบบได้เหมือนจริง ๆ แบบนั้นสินะ?" เธออดทนไม่ไหวอีกต่อไป

เวินถิงเยี่ยนเผยสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย "ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น ฉันหมายถึงไม่ว่าคนอื่นจะพูดยังไง เธอก็ควบคุมไม่ได้หรอก ไม่จำเป็นต้องเอาคำพูดคนอื่น..."

"ฉันควบคุมไม่ได้ แต่นายควบคุมได้นะ!" เธอมองเขา "แต่ตอนนั้นนายทำอะไรอยู่ล่ะ นายกับเฉิงเฉิงของนาย หัวเราะกอดกันกลมเชียว"

"เจี่ยนจือ!" เขาสีหน้าเปลี่ยน บนใบหน้าเริ่มมีแววโกรธ

เจี่ยนจือเข้าใจแล้ว

ชื่อ "เฉิงเฉิง" คือเกล็ดมังกรของเขา คือพื้นที่หวงห้ามที่ห้ามแตะต้อง

ยังมีอะไรต้องพูดอีกล่ะ?

เธอกอดกระเป๋า แล้วเดินผ่านหน้าเขาไป

ทว่าเขาเหยียดแขนออกมา โอบเอวเธอเอาไว้

"ขอโทษ เจี่ยนจือ ฉันไม่ดีเอง เมื่อกี้ฉันเสียงดังใส่เธอ" เขาพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ "ฉันแค่ไม่อยากให้เธอเข้าใจเฉิงเฉิงผิด พวกเราเป็นแค่เพื่อนกันเฉย ๆ เหมือนคนอื่น ๆ ฉันมองเธอเป็นเหมือนพี่น้อง เธอยังไม่แต่งงานนะ พูดถึงเธอแบบนี้ มันไม่ดีต่อเธอหรอก"

เจี่ยนจือไม่เข้าใจเลย เรื่องที่เกิดขึ้น พวกเขาทำกันเองไม่ใช่หรอกเหรอ? ลั่วอวี่เฉิงซบอยู่บนตัวเขาอย่างไม่เกรงใจ ทำแล้วยังกลัวคนว่าอีกเหรอ?

แต่เธอก็แค่ตอบเสียงเรียบ ๆ "อ๋อ"

"เจี่ยนจือ..." เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นชาของเธอ "ทำไมเธอยังโกรธอยู่ล่ะ หนีมาพักโรงแรมคนเดียว ไม่ยอมกลับบ้าน ฉันยังไม่ว่าอะไรเธอเลยนะ เธอจะโกรธไม่เลิกเลยหรือไง"

อืม ๆ เป็นความผิดของเธอเอง

"เจี่ยนจือ เลิกโกรธได้แล้ว เราไปทานมื้อเที่ยงกันก่อน แล้วฉันก็พาเธอไปชอปปิงดีไหม"

เจี่ยนจือคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ดีเหมือนกัน เธอเองมีเรื่องจะคุยกับเขา

เวินถิงเยี่ยนพาเธอไปร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่แถวนั้น

ตอนเดินเข้าร้านอาหาร แล้วเผชิญกับสายตาของพนักงานเสิร์ฟ ด้วยความเคยชิน เจี่ยนจือเกือบก้มศีรษะ ตั้งคอเสื้อขึ้น แล้วเดินหลบอยู่ด้านหลังเวินถิงเยี่ยนช้า ๆ เพื่อให้ท่าทางขาเป๋ของเธอไม่เป็นจุดสนใจเกินไป

แต่ทันใดนั้น เธอก็รู้สึกโล่งใจ

ไม่คู่ควรก็ไม่คู่ควรสิไปสิ ยังไงซะ เธอก็ไม่คิดที่จะคู่ควรกับเขาอีกแล้ว

พวกเขานั่งลง

เวินถิงเยี่ยนสั่งอาหาร

เมื่ออาหารมาครบ เวินถิงเยี่ยนก็ยื่นตะเกียบให้เธอ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นเคย "เจี่ยนจือ ทานสิ ของที่เธอชอบทั้งนั้นเลยนะ"

เจี่ยนจือมองดูอาหาร ซึ่งทั้งหมดเป็นอาหารรสเผ็ด

เธอยิ้มเจื่อนในใจ

เขาไม่รู้เลยว่าเธอกินเผ็ดไม่ได้ อาหารเย็นที่บ้านมีรสเผ็ดทุกมื้อ ก็เพราะเขาชอบทานเผ็ด

"เวินถิงเยี่ยน ฉันไม่หิว" เธอไม่ได้แตะตะเกียบ "ฉันมีเรื่องอยากพูดกับนาย"

"เรื่องอะไร" เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย "อยากไปไหน ฉันจะไปเป็นเพื่อนเธอ วันนี้ฉันว่างทั้งวัน ตอนบ่ายฉันจะพาเธอไปเที่ยว ตอนค่ำเราก็กลับไปทานข้าวที่บ้านคุณพ่อคุณแม่"

เธอจ้องรอยยิ้มที่จืดชืดจนแทบมองไม่เห็นของเขา ขณะคิดถึงเรื่องที่ตัวเองกำลังจะพูด ความขมขื่นรุนแรงก็พุ่งพล่านขึ้นในใจ
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 30

    "นายแกะเองสิ!" เธอยืนนิ่งอยู่ที่เดิม หันหน้าไปอีกทาง พิงหลังกับกำแพง กดซองจดหมายที่อยู่ในมือไว้เขามองเธอด้วยสายตาจจนใจมากขึ้น "นิสัยเธอนี่ ช่วงนี้ดูหนักขึ้นเรื่อย ๆ นะ"แต่เขาก็ไม่ได้บังคับเธออีก ไม่ได้สงสัยด้วยว่าเธอซ่อนอะไรไว้ด้านหลัง เดินเข้าบ้านไปแล้วสุดท้าย ป้าเฉินก็เป็นคนแกะพัสดุนั้น ส่วนเจี่ยนจือก็รีบซ่อนผลสอบไว้ แล้วกลับเข้าห้องรับแขกไป"เจี่ยนจือ เตรียมตัวได้แล้ว" เวินถิงเยี่ยนเรียกเธอจากด้านนอก"เวินถิงเยี่ยน!" เธอหันกลับมา "นายให้เกียรติฉันบ้างได้ไหม อย่าบอกทุกเรื่องกะทันหันแบบนี้"เขาเดินมาหน้าประตูห้องรับแขก "คุณนายเวิน วันนี้ก็ถือว่าแจ้งกะทันหันเหรอ วันนี้เป็นวันเกิดพ่อของเธอนะ"เจี่ยนจือพูดไม่ออก"หรือว่าจะให้ฉันไปคนเดียว" เขาเลิกคิ้วขึ้นถามต่อ"รอแป๊บหนึ่ง ฉันจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า" เธอพูดจบแล้วปิดประตูแต่ที่ผิดคาดมากก็คือ เขาเอื้อมมือมาขวางประตูไว้ กล่าวด้วยแววตาล้ำลึกปนสงสัย "จำเป็นต้องปิดประตูด้วยเหรอ เป็นเพราะไอ้หนุ่มนักเต้นคนนั้นใช่ไหม""พิลึกคน!" เธอออกแรงปิดประตูลงแต่งงานกันมาห้าปี มีครั้งไหนที่พวกเขาไม่ปิดประตูตอนเปลี่ยนเสื้อผ้า? ยิ่งไปกว่านั้น คนที

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 29

    เจี่ยนจือรู้สึกจนปัญญา ไม่ใช่สิ ตอนนี้เธอไม่ต้องการตำแหน่ง "คุณนายเวิน" มากขนาดนั้นแล้ว! "เวินถิงเยี่ยน นายยึดมั่นถือมั่นอะไรนักหนาถึงคิดว่าฉันต้องเป็นภรรยาให้นายในบ้านหลังนี้ ฉันไม่ต้องการเป็นคุณนายเวินตลอดไปอะไรนั่นหรอก นายลองให้ลั่วอวี่เฉิงมาคุกคามตำแหน่งฉันหน่อยสิ ได้ไหมล่ะ?"เวินถิงเยี่ยนชะงักเล็กน้อย แต่ก็แค่ยิ้มเยาะ ยังคิดว่าเธอกำลังทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจ จากนั้นเดินเข้าไปอาบน้ำในห้องนอนหลักเจี่ยนจือเองก็เหงื่อท่วมตัวเพราะเรื่องที่เผชิญเมื่อครู่นี้ เธอจึงอาบน้ำอีกครั้ง เปลี่ยนเป็นเสื้อยืดแล้วเข้านอนใหม่กลางดึกมีฝนตกหนัก เสียงฝนกระทบหน้าต่างกระจกให้ความรู้สึกเหมือนเสียงสีขาวที่ช่วยให้หลับได้ดี อุณหภูมิก็ลดลงฉับพลันเช่นกัน เธอฟังเสียงฝนและค่อย ๆ หลับไปเช้าวันรุ่งขึ้น เธอตื่นขึ้นมาเองตามธรรมชาติ เมื่อดูเวลาก็เก้าโมงแล้ว เวินถิงเยี่ยนยังคงคุยอยู่กับป้าเฉินด้านนอก ยังไม่ได้ไปบริษัท นี่ไม่ใช่สไตล์ของคนบ้างานอย่างเขาเลยหลังจากกำชับป้าเฉินเสร็จ เขาก็ออกไป ตอนนี้เจี่ยนจือถึงได้ลุกจากเตียงขณะทานอาหารเช้า ป้าเฉินก็เดินมาบอกว่า "คุณนายคะ คุณผู้ชายบอกว่าเขาจะออกไปทำธุระนิดหน่อยแล้ว

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 28

    ท่าทางของเวินถิงเยี่ยนตอนอาละวาดเป็นอย่างไร เธอไม่เคยรู้มาก่อนจริง ๆตั้งแต่เธอรู้จักเขามา เขาเป็นเหมือนหมอกยามเย็นบนภูเขา เหมือนไผ่เขียวในป่า เป็นคนเรียบ ๆ เหมือนมีม่านบาง ๆ กั้นระหว่างเขากับคนอื่นอยู่เสมอ มองไม่ชัดและสัมผัสไม่ได้แม้แต่ตอนที่เธอแต่งงานกับเขาแล้ว เขาก็ยังเป็นแบบนี้อยู่แต่เขาในตอนนี้ ดูบ้าคลั่งผิดปกติจริง ๆเธอจ้องมองเสื้อเชิ้ตที่ฉีกออก เห็นมัดกล้ามเนื้อคมชัดที่เผยออกมา เธอรู้สึกตกใจมาก"เวินถิงเยี่ยน นายจะทำอะไร" เธอใช้ผ้าห่มห่อตัวเองไว้แน่น"เธอคิดว่าฉันจะทำอะไรล่ะ" สายตาของเขาเผยความดุดันที่เห็นได้ไม่บ่อย "เธอเป็นเมียฉัน กินของฉัน ใช้ของฉัน แต่เธอร่วมมือกับคนอื่นมาทำร้ายฉัน เธอว่าฉันจะทำอะไร""ฉันไม่ได้..." เดิมทีเธอรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องอธิบาย แต่ดูจากท่าทางแบบนี้ของเขา เหมือนจะใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างมาทำเรื่องบ้าคลั่งจริง ๆเห็นว่าจู่ ๆ เวินถิงเยี่ยนปลดเข็มขัด เจี่ยนจือก็รีบห่อผ้าห่มแล้วลงจากเตียงอีกด้านอย่างรวดเร็วผลปรากฏว่าเธอถูกเวินถิงเยี่ยนโถมตัวลงมาดึงกลับไป ทั้งคนทั้งผ้าห่ม"เวินถิงเยี่ยน ปล่อยฉันนะ!"แต่เขาทำเหมือนไม่ได้ยินไม่นาน ผ้าห่มที่เธ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 27

    ใจเธอเคลื่อนไหวไปตามเขาดังนั้นเธอจึงจัดเตรียมอาหารให้เขาอย่างดี ดูแลบ้านนี้อย่างใส่ใจ อยากมอบท่าเรือที่อบอุ่นให้เขา แม้ว่าเขามักจะกลับมาดึกมาก เธอก็หวังว่าขอแค่เขากลับถึงบ้านแล้วจะได้พักผ่อนอย่างสบายก็พอ...น่าเสียดาย เขาดูเหมือนจะไม่ต้องการมันดังนั้น ก็ปล่อยให้คนที่เขาต้องการเป็นเป็นห่วงไปแล้วกันเธอกะว่าจะอาบน้ำ แล้วจะค้นหาข้อมูลเรื่องเรียนต่อต่างประเทศอีกหน่อยก็จะเข้านอนเพียงแต่บางครั้งอัลกอริทึมก็น่ารำคาญมาก มักจะทำให้เลื่อนไปเจอสิ่งที่ไม่อยากเห็นอยู่เสมอเมื่อเปิดโซเชียลมีเดียแอปหนึ่ง โพสต์ของลั่วอวี่เฉิงก็เด้งขึ้นมาในหน้าแรกของเธออีกแล้วโพสต์เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว เนื้อหาคือเรื่องราวของคืนนี้รูปภาพหนึ่งที่ถ่ายการจับมือ มือของเวินถิงเยี่ยนกำลังจับมือของเธออยู่ข้อความที่เขียนไว้คือ [เขาเป็นเหมือนต้นไม้ใหญ่เสมอมา เย่อหยิ่ง มีปณิธาน ไม่ว่าจะเจอลมฝนหนักขนาดไหนก็ยังตั้งตระหง่าน แต่คืนนี้กลับยอมกล้ำกลืนเพื่อฉัน ขอบคุณนะ ที่ต่อสู้กับคนทั้งโลกเพื่อฉัน ถึงนายจะถูกคนมากมายตำหนิ แต่ในใจฉัน นายยังคงสง่างามเหมือนภูผา]เจี่ยนจือยิ้มอย่างขมขื่น ใช้นิ้วกดดิสไลก์โพสต์นี้ หวังว่าครั

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 26

    "ใช่" เจี่ยนจือขี้เกียจจะอธิบายแล้วเวินถิงเยี่ยนก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว จู่ ๆ ก็เข้าใกล้เธอมาก มากจนสามารถมองเห็นรอยตีนกาภายใต้ความอ่อนล้าของเขาได้อย่างชัดเจนสามสิบตั้งตัว เขายังไม่ถึงสามสิบด้วยซ้ำ แต่กลับมีร่องรอยของกาลเวลาแล้ว"เจี่ยนจือ" เขากุมไหล่ของเธอ กลิ่นน้ำหอมอ่อนจางโชยมาจากตัวเขา "หลายปีมานี้ ฉันทำดีกับเธอไม่พอหรือไง"ตอนที่เขาพูดประโยคนี้ ความเหนื่อยล้าทั้งหมดได้เผยออกมาจากคิ้วที่ขมวดมุ่นและขอบตาที่ดำคล้ำของเขาเธอถอนหายใจเบา ๆ เฮือกหนึ่งดีเธอยอมรับ ว่าเขาพยายามทำดีกับเธออย่างสุดความสามารถแล้ว ทั้งเรื่องอาหาร ของใช้ ที่อยู่ เงิน รวมถึงการทุ่มเทเงินทองมากมายให้คุณย่าและครอบครัวของเธอโดยไม่ปริปากบ่นแต่เวินถิงเยี่ยน ความดีของนายแบบนี้ สู้ให้เงินสักก้อนซื้อขาดขาที่เดินพิการของฉันตั้งแต่แรกยังดีกว่า..."ถ้าฉันไม่ได้ทำอะไรผิดต่อเธอ แล้วเธอใจแข็งทำลงได้ยังไง" ขณะที่เขาพูด ดวงตาก็เริ่มแดงเล็กน้อย "เธอทำลงได้ยังไง ที่ร่วมมือกับคนนอกมาจัดการกับฉันแบบนี้ ของฉันไม่ใช่ของเธอเหรอ ธุรกิจของฉันไม่ใช่ธุรกิจของเธอเหรอ เงินของฉันไม่ใช่เงินของเธอหรือไง เราสองสามีภรรยาไม่ใช่คนคนเดี

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 25

    ลั่วอวี่เฉิงหน้าแดงก่ำทันที น้ำตาแห่งความคับข้องใจคลอเบ้า เธอถูกเวินถิงเยี่ยนจูงมือออกไปแล้วอาจารย์จ้าวถลึงตาคุณอู๋แวบหนึ่ง ราวกับว่าเรื่องราวทั้งหมดในวันนี้เป็นผลมาจากคุณอู๋ แล้วหันมาถามเจี่ยนจือ "โครงการนี้ เธอคิดเห็นยังไง เราจะฟังความเห็นของเธอ!""ไม่ต้องคำนึงถึงหนูเลยค่ะ อาจารย์ การตัดสินใจของอาจารย์กับคุณอู๋ ไม่ต้องคำนึงถึงหนูเลยค่ะ" เจี่ยนจือขยิบตาให้อาจารย์ "อาจารย์คะ หนูคือนกนางแอ่นน้อยนะคะ หนูจะโบยบินไปให้ได้ค่ะ"อาจารย์จ้าวได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจโล่งอก "แบบนี้ค่อยยังชั่วหน่อย! ที่พวกเราดูการแสดงความรักลึกซึ้งนั่นอยู่ตั้งนาน หลัก ๆ ก็เพราะคำนึงถึงเธอ ไม่อยากทำร้ายเธอโดยไม่ตั้งใจ ในเมื่อเธอพูดแบบนี้ ฉันก็วางใจได้แล้ว"คนอื่น ๆ ต่างไม่สนิทสนมกับเจี่ยนจือและเวินถิงเยี่ยน จึงไม่สะดวกที่จะเข้ามายุ่ง พอได้ยินอาจารย์จ้าวพูดแบบนี้ บรรยากาศก็ผ่อนคลายลงเช่นกัน"เอาล่ะ พวกเรามาต่อกันเถอะ" อาจารย์จ้าวเรียกทุกคนพร้อมรอยยิ้มเจี่ยนจือใช้ค่ำคืนอันสุขสันต์กับอาจารย์จ้าว ทุกคนเป็นมิตรมาก ได้แลกเปลี่ยนช่องทางการติดต่อกัน โดยเฉพาะเด็กสาวที่เป็นนักเต้นเหมือนกัน เธออบอุ่นและกระตือรือร้นเหม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status