Share

บทที่ 5

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
หลังจากเหตุการณ์นี้ เธอก็หันไปหยิบตำราขึ้นมาเรียน

ตอนนั้นเธอไม่ได้คิดอะไรมาก แค่ต้องการให้ชีวิตที่ไร้ความหมายของเธอมีที่ยึดเหนี่ยวแฝงอยู่บ้าง พอมีอะไรให้ทำแล้ว เธอก็จะไม่เศร้าเสียใจเพราะคำพูดที่ผุดขึ้นมาในใจบ่อย ๆ อีก

ใครจะคิดว่าที่ยึดเหนี่ยวที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยตัวคนเดียว จะกลายเป็นสิ่งที่ช่วยให้ตัวเองหลุดพ้นในวันนี้

พรุ่งนี้เธอต้องตั้งใจสอบให้ดี

เธอจะต้องไปจากที่นี่ ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งไกลเท่าไรก็ยิ่งดี

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ในใจก็ยังเจ็บปวดมากอยู่ดี…

เธอถึงกับแยกไม่ออกว่าความเจ็บปวดนี้เป็นเพราะเขา หรือเป็นเพราะความทุ่มเทแบบผิด ๆ ของเธอตลอดห้าปีกันแน่

แต่มันก็ไม่สำคัญแล้ว สิ่งสำคัญคือ เธอไม่อนุญาตให้ตัวเองจมอยู่ในความเจ็บปวดแบบนี้อีกต่อไป

แม้ความเจ็บปวดนี้จะยังอยู่อีกนานกว่าจะจางหาย เธอก็จะต้องช่วยตัวเองออกมาให้ได้

เธอสั่งอาหารดิลิเวอรี เป็นอาหารเย็นแบบจืด ๆ และเสื้อผ้าเปลี่ยนแบบใช้แล้วทิ้ง

เธอโทรศัพท์ไปที่เคาน์เตอร์โรงแรม แจ้งให้พวกเขาบริการโทรปลุกในวันรุ่งขึ้น

จากนั้นก็บังคับตัวเองให้นอนหลับ

อาจเพราะเมื่อคืนก่อนเธอไม่ได้นอนเลย คืนนี้เธอจึงนอนหลับได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

วันรุ่งขึ้นเธอตื่นตรงเวลา แล้วเปิดโทรศัพท์มือถือ

มีข้อความนับไม่ถ้วนหลั่งไหลเข้ามา โทรศัพท์สั่นไม่หยุด ทั้งหมดมาจากคนเพียงคนเดียว เวินถิงเยี่ยนนั่นเอง

เธอไม่ได้อ่านข้อความเหล่านั้น กลัวว่าจะส่งผลกระทบกับการสอบของเธอ

เธอทานอาหารเช้าที่โรงแรมเล็กน้อย เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว เธอก็ออกจากโรงแรมมุ่งหน้าไปยังสนามสอบ

โรงแรมนี้อยู่ใกล้สนามสอบไอเอลมาก เดินไปน่าจะถึงภายในห้านาที

ทันทีที่ออกจากโรงแรม โทรศัพท์มือถือของเธอก็สั่นอยู่ในมือ

เวินถิงเยี่ยนโทรมา

เธอตกใจจนเกือบทำโทรศัพท์หลุดมือ รีบปัดปฏิเสธสาย แล้วปิดเครื่องอีกครั้ง

ตอนที่ออกมาจากสนามสอบ หัวใจของเธอก็ยังคงเต้นรัว

นั่นเป็นเพราะความดีใจ

ดูเหมือนเธอจะทำข้อสอบได้ดีเลย

ตอนที่ครูสอนภาษาพูดคุยกับเธอ ครูเอาแต่ยิ้มอยู่ตลอด การฟังก็เข้าใจเกือบทั้งหมด ส่วนการอ่านและการเขียนก็ทำเสร็จอย่างราบรื่นเช่นกัน

เธอไม่กล้าประเมินว่าตัวเองได้กี่คะแนน แต่อย่างน้อยเธอทำข้อสอบเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมด!

เธอไม่ได้ไร้ประโยชน์ขนาดนั้นซะหน่อย!

เธอเดินก้มหน้าอยู่บนทางเท้าเพียงลำพัง ทบทวนรายละเอียดของการสอบในวันนี้อยู่ในหัว จนกระทั่งมีรองเท้าหนังคู่หนึ่งปรากฏอยู่ตรงหน้า ซึ่งเธอไม่คาดคิดเลยว่าจะมีคนตั้งใจมายืนขวางทางอยู่บนถนน เธอจึงหดเท้าไม่ทัน ชนเข้ากับคนนั้นเข้าอย่างจัง

ถ้าไม่ใช่เพราะคนคนนั้นประคองเธอไว้ เธอก็คงล้มลงไปแล้ว

แต่คนคนนี้เป็นคนที่เธอไม่ต้องการเจอ

เวินถิงเยี่ยน

"เจี่ยนจือ!"

เธอดูออกว่าเขาโกรธมาก แต่เขายังพยายามอย่างหนักเพื่อระงับความโกรธเอาไว้

"เจี่ยนจือ ทำไมไม่กลับบ้าน" เขาจับไหล่เธอ แล้วลดเสียงลงถามอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยนเหมือนปกติ

เจี่ยนจือคิดในใจว่า "นายไม่รู้เหรอว่าทำไมฉันไม่กลับบ้าน?"

แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลามาเถียงกับเขาเรื่องนี้ กระเป๋าของเธอเพิ่งถูกชนตกพื้น กระเป๋าเปิดออก ปากกาไอเอลของเธอโผล่ออกมาเล็กน้อย

เธอไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอมาสอบไอเอล!

เธอออกแรงสะบัดมือเขาออก ย่อตัวลง รีบยัดปากกาเข้าไปในกระเป๋าแล้วปิดกระเป๋าให้แน่น

"นั่นอะไร?" เขาก้มลงมองกระเป๋าของเธอพลางถาม

"ไม่มีอะไร แค่ปากกาแท่งเดียว" เธอแสร้งทำเป็นสงบ แต่นิ้วกำกระเป๋าแน่นจนขาวซีด

"เอามา" เขาพูด

ไม่ จะให้เขาเห็นปากกาไม่ได้

"นายจะเอาปากกาไปทำไม" เธอกอดกระเป๋าแน่นขึ้น

"เอาโทรศัพท์มา" เขาสั่ง

เธอชะงักครู่หนึ่ง ก่อนล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ายื่นให้เขา

โทรศัพท์กำลังปิดเครื่องอยู่

เขามองเพียงแวบเดียว แล้วคืนโทรศัพท์ให้เธอ "ฉันโทรหาเธอหลายสาย ส่งข้อความไปตั้งเยอะ ทำไมไม่ตอบกลับ ยังโกรธอยู่เหรอ?"

เธอกำโทรศัพท์ไว้ในมือ คิดในใจว่าโล่งอกไปที เธอกลัวเขาจะค้นโทรศัพท์ของเธอ ถ้าเขาเปิดอีเมล แล้วเห็นข้อความเกี่ยวกับการสอบไอเอลของเธอจะขึ้นมาจะทำอย่างไร…

ถ้ามีปัญหาแค่นี้ก็ว่าไปอย่าง…

เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอไม่อยากโกรธเขาอีกแล้ว

เธอแค่อยากโบยบินไปให้ไกล

พอได้เจอเขาอีกครั้งในตอนนี้ ความคิดนี้ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น

เขาเห็นเธอไม่พูด นึกว่าเธอยังโกรธอยู่จริง ๆ จึงถอนหายใจแล้วบอกว่า "เจี่ยนจือ เธอเป็นคนมีเหตุผลมากไม่ใช่เหรอ? ทำไมครั้งนี้ถึงไม่กลับบ้านแค่เพราะเรื่องนี้ล่ะ"

เจี่ยนจือสาบานได้เลย ว่าเธอไม่อยากโกรธเพราะเรื่องพวกนี้แล้วจริง ๆ แต่คำพูดประโยคนี้ของเวินถิงเยี่ยน ต่อให้เป็นพระโพธิสัตว์ก็คงอดโกรธไม่ได้หรอกมั้ง?

"เพราะงั้น เรื่องเมื่อวานก็ยังเป็นความผิดของฉันใช่ไหม ฉันไม่มีเหตุผลงั้นสิ? ฉันควรจะเข้าไปชมอาเหวินว่า นายเลียนแบบเก่งมาก เลียนแบบได้เหมือนจริง ๆ แบบนั้นสินะ?" เธออดทนไม่ไหวอีกต่อไป

เวินถิงเยี่ยนเผยสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย "ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น ฉันหมายถึงไม่ว่าคนอื่นจะพูดยังไง เธอก็ควบคุมไม่ได้หรอก ไม่จำเป็นต้องเอาคำพูดคนอื่น..."

"ฉันควบคุมไม่ได้ แต่นายควบคุมได้นะ!" เธอมองเขา "แต่ตอนนั้นนายทำอะไรอยู่ล่ะ นายกับเฉิงเฉิงของนาย หัวเราะกอดกันกลมเชียว"

"เจี่ยนจือ!" เขาสีหน้าเปลี่ยน บนใบหน้าเริ่มมีแววโกรธ

เจี่ยนจือเข้าใจแล้ว

ชื่อ "เฉิงเฉิง" คือเกล็ดมังกรของเขา คือพื้นที่หวงห้ามที่ห้ามแตะต้อง

ยังมีอะไรต้องพูดอีกล่ะ?

เธอกอดกระเป๋า แล้วเดินผ่านหน้าเขาไป

ทว่าเขาเหยียดแขนออกมา โอบเอวเธอเอาไว้

"ขอโทษ เจี่ยนจือ ฉันไม่ดีเอง เมื่อกี้ฉันเสียงดังใส่เธอ" เขาพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ "ฉันแค่ไม่อยากให้เธอเข้าใจเฉิงเฉิงผิด พวกเราเป็นแค่เพื่อนกันเฉย ๆ เหมือนคนอื่น ๆ ฉันมองเธอเป็นเหมือนพี่น้อง เธอยังไม่แต่งงานนะ พูดถึงเธอแบบนี้ มันไม่ดีต่อเธอหรอก"

เจี่ยนจือไม่เข้าใจเลย เรื่องที่เกิดขึ้น พวกเขาทำกันเองไม่ใช่หรอกเหรอ? ลั่วอวี่เฉิงซบอยู่บนตัวเขาอย่างไม่เกรงใจ ทำแล้วยังกลัวคนว่าอีกเหรอ?

แต่เธอก็แค่ตอบเสียงเรียบ ๆ "อ๋อ"

"เจี่ยนจือ..." เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นชาของเธอ "ทำไมเธอยังโกรธอยู่ล่ะ หนีมาพักโรงแรมคนเดียว ไม่ยอมกลับบ้าน ฉันยังไม่ว่าอะไรเธอเลยนะ เธอจะโกรธไม่เลิกเลยหรือไง"

อืม ๆ เป็นความผิดของเธอเอง

"เจี่ยนจือ เลิกโกรธได้แล้ว เราไปทานมื้อเที่ยงกันก่อน แล้วฉันก็พาเธอไปชอปปิงดีไหม"

เจี่ยนจือคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ดีเหมือนกัน เธอเองมีเรื่องจะคุยกับเขา

เวินถิงเยี่ยนพาเธอไปร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่แถวนั้น

ตอนเดินเข้าร้านอาหาร แล้วเผชิญกับสายตาของพนักงานเสิร์ฟ ด้วยความเคยชิน เจี่ยนจือเกือบก้มศีรษะ ตั้งคอเสื้อขึ้น แล้วเดินหลบอยู่ด้านหลังเวินถิงเยี่ยนช้า ๆ เพื่อให้ท่าทางขาเป๋ของเธอไม่เป็นจุดสนใจเกินไป

แต่ทันใดนั้น เธอก็รู้สึกโล่งใจ

ไม่คู่ควรก็ไม่คู่ควรสิไปสิ ยังไงซะ เธอก็ไม่คิดที่จะคู่ควรกับเขาอีกแล้ว

พวกเขานั่งลง

เวินถิงเยี่ยนสั่งอาหาร

เมื่ออาหารมาครบ เวินถิงเยี่ยนก็ยื่นตะเกียบให้เธอ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นเคย "เจี่ยนจือ ทานสิ ของที่เธอชอบทั้งนั้นเลยนะ"

เจี่ยนจือมองดูอาหาร ซึ่งทั้งหมดเป็นอาหารรสเผ็ด

เธอยิ้มเจื่อนในใจ

เขาไม่รู้เลยว่าเธอกินเผ็ดไม่ได้ อาหารเย็นที่บ้านมีรสเผ็ดทุกมื้อ ก็เพราะเขาชอบทานเผ็ด

"เวินถิงเยี่ยน ฉันไม่หิว" เธอไม่ได้แตะตะเกียบ "ฉันมีเรื่องอยากพูดกับนาย"

"เรื่องอะไร" เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย "อยากไปไหน ฉันจะไปเป็นเพื่อนเธอ วันนี้ฉันว่างทั้งวัน ตอนบ่ายฉันจะพาเธอไปเที่ยว ตอนค่ำเราก็กลับไปทานข้าวที่บ้านคุณพ่อคุณแม่"

เธอจ้องรอยยิ้มที่จืดชืดจนแทบมองไม่เห็นของเขา ขณะคิดถึงเรื่องที่ตัวเองกำลังจะพูด ความขมขื่นรุนแรงก็พุ่งพล่านขึ้นในใจ

Continue to read this book for free
Scan code to download App
Comments (4)
goodnovel comment avatar
Khruor Yawichai
เนื้อเรื่องดีมาก
goodnovel comment avatar
Satitar Sukkarn
ชอบมากสนุกดี
goodnovel comment avatar
กิตติทัต
ชอบมากครับที่รัก
VIEW ALL COMMENTS

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 748

    “นั่นสิ สรุปแล้วเจี่ยนจือไปทำให้ใครไม่พอใจกันแน่? ถึงได้ถูกใส่ร้ายแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า? หร่านเฉิน ทำไมเธอดูไม่โกรธเลยล่ะ?”หร่านเฉินจะไม่โกรธได้ยังไง?เพียงแต่เธอเองก็รู้จักผู้ชายคนนี้จริง ๆ เขาคือพี่ชายของเจี่ยนจือเธอเหลือบมองเวินถิงเยี่ยนแวบหนึ่ง ดูเหมือนเวินถิงเยี่ยนเองก็ไม่ได้โกรธเหมือนกันสาเหตุที่ไม่โกรธก็เพราะไม่รู้ว่าเวินถิงเยี่ยนไปได้ข่าวมาจากไหน ว่าคนที่จะมาบริจาคเงินในวันนี้ก็คือพี่ชายของเจี่ยนจือ ตอนนี้เธอกับเวินถิงเยี่ยนคงกำลังคิดเหมือนกันใช่ไหม?นั่งรอให้พี่ชายของเจี่ยนจือปรากฏตัว แล้วคอยดูว่าเรื่องตลกวุ่นวายครั้งนี้จะจบลงยังไงหร่านเฉินหันไปมองทางฝั่งห้องเรียนสายศิลป์แล้ว ก่อนจะเห็นว่าแม้แต่เจี่ยนจือเองก็ยังนั่งอยู่อย่างสงบนิ่ง ไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจอะไรเลยในบริเวณแถวของห้องเรียนสายศิลป์ เจี่ยนจือเองก็รู้ว่าเพื่อนร่วมชั้นต่างกำลังมองมาที่เธอ มีบางคนกระซิบถามเมิ่งเฉิงซ่ง เพราะเมิ่งเฉิงซ่งสนิทกับเธอมากแต่เมิ่งเฉิงซ่งเพียงแค่นหัวเราะเท่านั้นกลับกลายเป็นว่าครูเหมียวซึ่งเป็นครูประจำชั้นต่างหากที่โกรธมากที่สุด เธอเดินมาหาเจี่ยนจือ ก่อนจะก้มตัวลงถามด้วยความเป็นห่วง

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 747

    บนเวทีหลัก เสียงดนตรีเริ่มบรรเลงขึ้น บรรดาผู้บริหารทยอยเข้าประจำที่ ส่วนแขกผู้มีเกียรติก็กำลังเตรียมตัวเข้าประจำที่นั่ง พิธีการใกล้จะเริ่มขึ้นแล้วผู้อำนวยการเดินมาที่หลังเวทีด้วยตัวเองเพื่อตรวจสอบลำดับขั้นตอนและความพร้อมเป็นครั้งสุดท้าย แต่กลับพบว่าติงรั่วหลานกำลังถือช่อดอกไม้อยู่ในมือสีหน้าของเขาเปลี่ยนไปทันที ก่อนจะหันไปถามครูที่รับผิดชอบสภานักเรียนด้วยน้ำเสียงคาดคั้น “ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะให้เจี่ยนจือเป็นคนมอบดอกไม้?”สีหน้าของครูที่ดูแลสภานักเรียนแข็งค้างไป ก่อนจะเหลือบมองครูฝ่ายปกครองแวบหนึ่งผู้อำนวยการเป็นคนหัวไว เพียงเห็นท่าทางนั้นก็หันขวับไปถามทันที “เป็นความคิดของคุณใช่ไหม?”เหงื่อเริ่มผุดซึมบนหน้าผากของครูฝ่ายปกครอง เขาฝืนยิ้มประจบแล้วเอ่ยว่า “ก็เพราะว่า...ช่วงนี้เจี่ยนจือมีข่าวฉาวออกมาตั้งเยอะนี่ครับ แถมเมื่อวานนี้ยังมีคนถ่ายรูปตอนที่เจี่ยนจือแสดงท่าทีสนิทสนมกับผู้ชายข้างนอกได้อีก เรื่องที่มีผู้ชายเลี้ยงดูเธอก็แพร่สะพัดไปทั่วโรงเรียนแล้ว ถ้าให้เธอขึ้นไปมอบดอกไม้ คนอื่นก็คงไม่ยอมรับหรอกครับ แถมยังจะขายหน้าแขกผู้มีเกียรติอีกต่างหาก”“คุณนี่มัน...” ผู้อำนวยการโกรธ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 746

    ครูที่ดูแลสภานักเรียนถึงกับชะงักไป “ครูฝ่ายปกครองครับ แต่ว่า...รายชื่อกับลำดับขั้นตอนก็กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว เจี่ยนจือเองก็เตรียมตัวพร้อมแล้วด้วย ถ้าจู่ ๆ จะเปลี่ยนคนเอาตอนนี้...”“ฉันบอกให้เปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยน!” ครูฝ่ายปกครองขัดขึ้นอย่างหงุดหงิด เขาหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเปิด ก่อนจะยื่นหน้าจอไปตรงหน้าครูผู้ดูแลอย่างกระแทกกระทั้น แล้วใช้นิ้วจิ้มหน้าจอแรง ๆ “ดูเอาเองสิ! นักเรียนแบบนี้มีสิทธิ์อะไรมาเป็นตัวแทนโรงเรียนมอบดอกไม้ในงานสำคัญขนาดนี้? นี่มันเป็นการทำให้โรงเรียนขายหน้าชัด ๆ!”บนหน้าจอโทรศัพท์ของเขาเป็นภาพถ่ายของเจี่ยนจือกับเจี่ยนหลานที่ถ่ายตรงหน้าโรงเรียนพอดี เป็นจังหวะที่เจี่ยนหลานยกมือขึ้นจัดผมที่ถูกลมพัดจนยุ่งให้เจี่ยนจือครูฝ่ายปกครองเลื่อนดูทีละภาพ มีทั้งภาพที่เจี่ยนจือกับเจี่ยนหลานไปกินหม้อไฟด้วยกัน ภาพที่เจี่ยนหลานคีบอาหารใส่จานให้เจี่ยนจือระหว่างกินหม้อไฟ รวมถึงภาพตอนที่ทั้งสองเดินเล่นด้วยกัน แล้วเจี่ยนจือกินอิ่มจนแน่นท้อง เลยต้องเอามือเกาะไหล่พี่ชายเอาไว้...บรรดาครูที่รับผิดชอบลำดับขั้นตอนของงานและคณะกรรมการสภานักเรียนหลายคนที่อยู่รอบ ๆ ต่างก็เหลือบเห็นภาพเหล่านั้น

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 745

    ไม่มีกะจิตกะใจจะมาสนใจติงรั่วหลานแล้ว เธอรีบวิ่งออกไปรับโทรศัพท์ “พี่คะ พี่กลับมาแล้วเหรอ ?กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?”“เพิ่งถึงวันนี้น่ะ” เสียงของเจี่ยนหลานดังลอดปลายสาย “ไม่รู้เราจะพอมีเวลาให้พี่พาไปเลี้ยงข้าวรึเปล่า?”เจี่ยนจือหัวเราะ “มีสิคะ!”“ออกมาสิ”“หา?” เจี่ยนจือกำโทรศัพท์ไว้แล้ววิ่งลงจากตึก นี่พี่เขามาถึงแล้วเหรอ?เธอวิ่งออกจากประตูโรงเรียน ก่อนจะเห็นรถของพี่ชายจอดอยู่ใต้ร่มไม้ฝั่งตรงข้ามประตูโรงเรียนกระจกรถเลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าคมคายด้านข้างของเจี่ยนหลาน พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนที่แต่งแต้มอยู่บนใบหน้าพอเห็นเธอเดินออกมา เจี่ยนหลานก็ลงจากรถมารับเธอด้วยตัวเองเจี่ยนจือวิ่งเหยาะ ๆ ไปหาพี่ชาย “พี่คะ ทำไมพี่ไม่กลับไปกินข้าวที่บ้านล่ะ?”เจี่ยนจือเงยหน้ามองพี่ชาย เธอมักจะแสดงความสนิทสนมกับเขาเป็นพิเศษ เพราะในอีกห้วงเวลาหนึ่ง เธอกับพี่ชายใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาหลายปี จนกลายเป็นครอบครัวที่ผูกพันกันอย่างแท้จริง“ทางผ่านน่ะ เลยแวะมาดูโรงเรียนเราด้วย” เจี่ยนหลานคลี่ยิ้มพลางยกมือจัดทรงผมหน้าม้าที่ยุ่งเหยิงให้เธอ “อยากกินอะไร?”“ก็กินแถว ๆ โรงเรียนก็ได้มั้งคะ?อีกเดี๋ยวก็ต้องเรียนภ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 744

    “ก็ไม่มีเหตุผลอะไร”“ ไม่ได้ นายพูดมาให้เคลียร์เลยนะ!” อาเฟิงยังคงคาดคั้นไม่เลิกเวินถิงเยี่ยนถอนหายใจ “ บรรพบุรุษฉันสั่งห้ามน่ะ……”“อะ……อะไรนะ บรรพบุรุษสั่งห้าม?” อาเฟิงสับสนยิ่งกว่าเก่า “ นี่นายเล่นบาสนะ ต้องจุดธูปอัญเชิญบรรพบุรุษด้วยเหรอ?”“บรรพบุรุษมาแล้ว” เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้น พร้อมกับถาดอาหารที่ถูกวางลงบนโต๊ะของเวินถิงเยี่ยนกับอาเฟิงเมิ่งเฉิงซ่งและการเคลื่อนไหวนี้ ทำให้เจี่ยนจือกับหร่านเฉินที่แอบฟังอยู่ถูกจับได้ทันทีเวินถิงเยี่ยนเงยหน้ามองเธอ ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนสายตาคู่คมจะเลื่อนจากถาดอาหารของเธอไปหยุดที่ข้อมือบางเธอยังสวมสร้อยข้อมือเส้นนั้นอยู่เวินถิงเยี่ยนคลี่ยิ้มบาง “อาเฟิงกินเสร็จแล้ว พวกเธอมานั่งสิ”อาเฟิงก้มมองบะหมี่ผัดของตัวเองที่ยังเหลือกว่าครึ่งจาน:???เมื่อหันไปเห็นแววตาแน่วแน่ของพี่ใหญ่ อาเฟิงก็จำใจยกถาดอาหารของตัวเองขึ้นมาอย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะพูดขึ้นอย่างไม่เต็มใจ “อาซ่ง นายรู้จักบรรพบุรุษของพี่ใหญ่ด้วยเหรอ?”เวินถิงเยี่ยน:……เมิ่งเฉิงซ่ง:……เจี่ยนจือ:……หร่านเฉินมองตามอาเฟิงที่เดินไปกินไป ขณะที่กำลังจะนั่งลงบนที่ว่าง เธอก็อยากถามเหลือเกินว่

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 743

    เสียงกริ่งเตรียมเข้าเรียนภาคค่ำดังฉีกผ่านม่านสนธยาย่ามค่ำคืนเจี่ยนจือตกใจเพราะเสียงกริ่ง รีบผละตัวออกจากอ้อมกอดของเวินถิงเยี่ยน ก่อนจะออกวิ่งไปทางห้องเรียนพลางยกมือเช็ดน้ำตาไปด้วย “ได้เวลาเรียนแล้ว”เวินถิงเยี่ยนทอดสายตามองแผ่นหลังบางของเธอ ฝ่ามือหนาวางทาบลงบนจุดที่เสื้อของเขาถูกน้ำตาเธอซึมจนเปียกชุ่ม ใบหน้าหล่อเผยรอยยิ้มจนใจที่แฝงความขมขื่นอยู่เล็ก ๆ สรุปแล้วฉันควรจะรั้งเธอไว้ หรือปล่อยเธอไปกันแน่?เจี่ยนจือรีบวิ่งกลับห้องเรียนตอนที่กำลังหยิบหนังสือออกจากใต้โต๊ะ สายตาของเธอก็เผลอเหลือบไปมองสร้อยข้อมือที่ส่องประกายอยู่บนข้อมือไม่รู้ทำไม ทั้งที่มันเป็นเพียงสร้อยเส้นบาง ๆ ที่เพิ่มขึ้นมาอีกเส้นหนึ่ง แต่ตลอดทางที่วิ่งกลับมา เธอกลับรู้สึกเหมือนข้อมือกำลังแบกรับอะไรบางอย่างไว้ บางอย่างที่หนักเป็นพิเศษเวินถิงเยี่ยนบอกว่าตัวล็อกสร้อยข้อมือสลักชื่อของเธอไว้เธอพลิกตัวล็อกขึ้นดู แล้วก็เห็นตัวอักษรเล็ก ๆ แถวหนึ่งที่สลักอยู่บนนั้น:จือจือเธอมองตัวอักษรไม่กี่ตัวนั้นอย่างเหม่อลอยทั้งสองห้วงเวลา ทั้งสองช่วงชีวิต เวินถิงเยี่ยนไม่เคยเรียกเธออย่างสนิทสนมแบบนี้เลย จือจือ เป็นชื่อเล่นที่สง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status