ログインคุณย่าผัดกับข้าวขึ้นมาใหม่ แล้วทำข้าวอบหมูเค็มหอมกรุ่น เมิ่งเฉิงซ่งกินแค่ข้าวเปล่า ๆ ก็ซัดไปตั้งสองชามใหญ่ พอกินเสร็จก็เอนตัวพิงเก้าอี้ ลูบท้องพลางถอนใจ “คุณย่า อาหารที่คุณย่าทำอร่อยเกินไปแล้ว ผมขอจ่ายค่าอาหารแล้วมาฝากท้องที่นี่บ่อย ๆ ได้ไหมครับ?”เจี่ยนจือมองเขา ไม่รู้ทำไมเธอถึงได้รู้สึกว่าท่าทางอิ่มหนำสำราญแบบนี้ดูคุ้นตาอยู่หลายส่วนคุณย่ายิ้ม “มากินข้าวมื้อหนึ่งจะต้องจ่ายค่าอาหารอะไรอีก? ถ้าชอบอาหารที่ย่าทำก็มากินได้เลย!”“จริง ๆ นะครับคุณย่า ผมไม่ได้พูดเล่นนะ” เมิ่งเฉิงซ่งมีสีหน้าจริงจัง “ยังไงผมก็ต้องเอาเงินไปจ่ายให้ร้านอาหารอยู่แล้ว ผมกินอาหารพวกนั้นจนเบื่อ พอเอามาเทียบกับอาหารที่คุณย่าทำ ที่ผ่านมาผมกินอะไรเข้าไปกันเนี่ย!”เรื่องนี้เจี่ยนจือพอจะเป็นพยานให้ได้เธอพยักหน้า “พ่อแม่เขายุ่งกับธุรกิจ ต้องเดินทางทั้งในประเทศและต่างประเทศบ่อย ๆ ปกติก็กินที่โรงอาหาร ส่วนวันหยุดก็ไปกินตามร้านข้างนอก”“ได้ยังไงกัน?” คุณย่าเอ่ยขึ้นมาทันที “ต่อไปถ้ามีเวลาก็มากินข้าวที่บ้านย่านะ! จะกินข้างนอกตลอดได้ยังไง?”“ได้ครับคุณย่า งั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะ!” เมิ่งเฉิงซ่งเอ่ยยิ้ม ๆเจี่ยนจืออดไม่ได้ท
เวินถิงเยี่ยนใช้โทรศัพท์ถ่ายวิดีโอไปด้วย ขณะเดียวกันก็คอยปกป้องเธอไว้ด้านหลัง พอไอ้หัวทองพุ่งเข้ามา เขาก็ซัดอีกฝ่ายอย่างหนักไปหนึ่งยกตอนนั้นเธอกลัวมาก แต่เธอก็อัดเสียงเอาไว้ด้วยตอนกินข้าว พ่อแม่ของเธอกำลังคุยกับครอบครัวของไอ้หัวทองเรื่องหมั้นหมายอะไรทำนองนั้น เธอโกรธมาก แต่ตอนนั้นเธอยังอายุน้อย ไม่เคยผ่านเรื่องราวอะไรมากนัก อีกทั้งถูกพ่อกดดันจนไม่กล้าอาละวาดออกมาตรงนั้น เธอจึงเปิดโทรศัพท์อัดเสียงไว้ บทสนทนาทั้งหมดของพวกเขา รวมถึงเสียงตอนที่ไอ้หัวทองพยายามจะล่วงเกินเธอ เธอก็อัดไว้ทั้งหมด และโทรศัพท์ก็อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเธอไฟล์เสียงนี้มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการเผชิญหน้ากับครอบครัวไอ้หัวทองในภายหลัง รวมถึงการจัดการเรื่องนี้ให้จบลงอย่างเหมาะสม แต่ในเย็นวันนั้น หลังจากไอ้หัวทองถูกเวินถิงเยี่ยนต่อยจนหนีไปแล้ว เธอกลับไม่มีหน้าไปบอกเขาว่าเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเธอทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่พ่อแม่แท้ ๆ ของเธอเป็นคนจัดการไว้ครอบครัวแบบนี้น่าอดสูยิ่งกว่าครอบครัวของเวินถิงเยี่ยนเสียอีกดังนั้นเวินถิงเยี่ยนจึงไม่เคยรู้เลยว่าเธอมีพ่อแม่ที่น่ารังเกียจถึงขนาดนี้ ตอนแต่งงานกับเธอ เขายังปฏิบัติ
แต่หลังจากฟาดจอบลงไปครั้งนึงคุณย่าก็ยังไม่หยุด กลับยกจอบฟาดใส่เจี่ยนเฉิงจวินต่อ เจี่ยนเฉิงจวินตกใจจนลนลานคลานหนีออกไปพลางร้องเรียกพ่อเรียกแม่อีกครั้ง พอหลิวซิ่วอวิ๋นเห็นแบบนั้นก็ไม่สนใจความเจ็บอีกต่อไป รีบหนีหัวซุกหัวซุนออกไปพร้อมกับเจี่ยนเฉิงจวินคุณย่าถือจอบยันพื้น ยืนอยู่ตรงประตูรั้วแล้วตะโกนด่าตามหลังคนทั้งสอง “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ถ้าไอ้เดรัจฉานสองตัวอย่างพวกแกยังกล้าคิดทำอะไรคนที่ฉันให้กำเนิดอย่างจือจืออีก ฉันจะเอามันไปอยู่ด้วย!”เจี่ยนจือกลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับคุณย่า จึงตามออกมา พอได้ยินคุณย่าพูดประโยคนี้ แม้จะอยู่ในความฝัน เธอก็ยังสัมผัสได้อย่างชัดเจนถึงกระแสความอบอุ่นที่เอ่อล้นขึ้นมาในหัวใจเธอวิ่งเข้าไปกอดคุณย่าจากด้านหลัง เอาใบหน้าแนบลงบนไหล่ “คุณย่า พวกเขาไปแล้วค่ะ”คุณย่าหันกลับมาวางจอบลง แล้วกอดเจี่ยนจือเอาไว้ ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตา “จือจือ ย่าสั่งสอนพ่อของหนูไม่ดี เป็นความผิดของย่าเอง”เจี่ยนจือส่ายหน้า “ไม่ใช่ค่ะคุณย่า” เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับคุณย่าเลย ทั้งที่เป็นลูกของคุณย่าเหมือนกัน แล้วทำไมคุณป้าถึงได้ดีขนาดนั้นล่ะ?“แต่หนูวางใจได้” คุณย่าพูดทั้งน้ำตาอีก
เดิมทีท่าทีของเจี่ยนจือก็ทำให้เถ้าแก่ลู่ไม่พอใจอยู่แล้ว เขาเองก็ดูถูกตระกูลเจี่ยนเป็นอย่างมาก ตอนนี้ถ้าต้องไปมีเรื่องกับคนใหญ่คนโตขึ้นมา เขาก็เริ่มลังเลแต่ลูกชายของเขาไม่ยอมพอไอ้หนุ่มหัวทองตระกูลลู่เห็นสถานการณ์เป็นแบบนี้ ก็เริ่มโวยวายใส่แม่ของตัวเองตรงนั้นแม่ของเขาถลึงตาใส่เถ้าแก่ลู่อย่างแรงเถ้าแก่ลู่เองก็จนปัญญา จึงได้แต่เอ่ยกับเจี่ยนเฉิงจวินว่า “เจี่ยน วันนี้เอาแค่นี้ก่อน เรื่องอื่นไว้ค่อยคุยกันทีหลัง”ยังจะคุยกันอีกเหรอ?เมิ่งเฉิงซ่งชูโทรศัพท์ขึ้น “ผมอัดทุกอย่างที่เกิดขึ้นวันนี้ไว้หมดแล้ว ถ้าพวกคุณยังคิดจะทำเรื่องผิดกฎหมายแบบนี้อีก ผมจะเอาคลิปลงอินเทอร์เน็ต พวกคุณได้ดังแน่ รอให้ตำรวจมาตามถึงบ้านได้เลย!”สีหน้าของเถ้าแก่ลู่เปลี่ยนไป สิ่งที่เขากังวลมีมากกว่านั้นเสียอีก…ทันทีที่เขาคิดแบบนั้น เจี่ยนจือก็เดินออกมาจากด้านหลังเมิ่งเฉิงซ่ง พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงบนิ่งและหนักแน่นว่า “งั้นก็เอาเรื่องที่เขาเสพยาโพสต์ลงอินเทอร์เน็ตไปพร้อมกันเลยสิ”เพียงประโยคเดียว ทุกคนก็นิ่งค้างอยู่กับที่สีหน้าของคนตระกูลลู่ซีดเผือด“เธอ…เธอรู้ได้ยังไง…” แม่ของไอ้หนุ่มหัวทองลู่ยืนอยู่ตรงนั้นด
หลิวซิ่วอวิ๋นรีบพูดเสริม พร้อมกับดึงตัวเจ้าหนุ่มผมทองมายืนตรงหน้าเจี่ยนจือ “ลูกดูสิ เป็นผู้ชายที่ดีจะตาย ทั้งหล่อ ทั้งทันสมัยเลยไม่ใช่เหรอ?หล่อ?ทันสมัย?ผู้ชายที่ดี?เจี่ยนจือตีหน้าถมึงทึง “ผู้ชายที่ดีขนาดนี้ แม่ก็แต่งเองสิ!”“แก……” หลิวซิ่วอวิ๋นโดนสวนกลับจนพูดไม่ออกเจ้าหนุ่มหัวทองหน้าเจื่อนไปทันที เช่นเดียวกับเถ้าแก่ลู่และภรรยาที่เริ่มหน้าตึงขึ้นมาเจี่ยนเฉิงจวินกลัวว่าบรรยากาศจะเสียจนจบไม่สวย จึงรีบค้อมตัวให้เถ้าแก่ลู่ “เถ้าแก่ลู่ครับ ลูกสาวผมแค่ตั้งใจเรียนมากไปหน่อย เธอคงกลัวว่าถ้าต้องมาคุยเรื่องนี้ตอนมัธยมจะกระทบกับการเรียน เดี๋ยวผมค่อย ๆ กลับไปคุยกับเธอเองครับ”เจ้าหนุ่มหัวทองจึงได้โอกาสพูดขึ้นว่า “ไม่กระทบการเรียนหรอก ฉันจะเรียนไปพร้อมกับเธอด้วย”เถ้าแก่ลู่ไม่พอใจมาก พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “งั้นเอาไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน”ทั้งครอบครัวหันหลังเตรียมจะเดินออกไป“อยู่กินข้าวก่อนสิครับ เถ้าแก่ดู……” เจี่ยนเฉิงจวินนึกขึ้นได้ว่าที่บ้านมีกับข้าวอยู่แค่สองอย่าง แถมยังเก็บไปแล้วอีกต่างหาก “ไม่อย่างนั้นไปกินข้าวที่ร้านตรงทางเข้าหมู่บ้านกันดีไหมครับ?ผมเลี้ยงเอง”“ใช่ค่ะ ๆ เดี๋ยวก็จะเป็
เถ้าแก่ลู่ได้ยินดังนั้นก็พอใจมากทว่าเมิ่งเฉิงซ่งที่ยืนอยู่ข้างเจี่ยนจือกลับมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆต่อให้จะเป็นแค่ความฝัน เจี่ยนจือก็ยังรู้สึกขายหน้ามากอยู่ดีใช่แล้ว ในเวลานี้เธอไม่ต่างอะไรจากสินค้าที่พ่อแม่นำมาวางโชว์ไว้บนเขียง รอให้ใครสักคนเดินผ่านมาเลือกซื้อ เขาคงไม่เคยเห็นสถานการณ์แบบนี้มาก่อนสินะ?ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบ้าน ลูกชายหัวทองของเถ้าแก่ลู่ก็เอาแต่จ้องเจี่ยนจือด้วยสายตาละโมบโลภมากอย่างไม่ปิดบัง ซึ่งเมิ่งเฉิงซ่งเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน เขาถึงได้ก้าวขึ้นมาข้างหน้าแล้วใช้ตัวบังเจี่ยนจือเอาไว้ ผลที่ได้กลับเป็นสายตาโกรธเกรี้ยวจากเจ้าลูกชายหัวทองเมิ่งเฉิงซ่งก็มองกลับไปอย่างไม่เกรงกลัวเช่นกันคุณย่ายังคงอยู่ในห้อง ท่านไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง จึงทุบประตูสุดแรง “เปิดประตู!จือจือ เปิดประตูให้ย่าหน่อย เร็วเข้า!”เถ้าแก่ลู่ “แล้วนั่นมันอะไรอีก?”“แม่ผมเอง ท่านสุขภาพไม่ค่อยดี ป่วยอยู่น่ะครับเลยให้พักอยู่ด้านใน แต่ไม่ทันระวังประตูเลยล็อค” เจี่ยนเฉิงจวินขยับเข้าไปใกล้เถ้าแก่ลู่ แล้วกระซิบเสียงเบา “เดี๋ยวจะติดเชื้อ ผมเลยไม่ให้แกออกมา”หลิวซิ่วอวิ๋นยังรีบเสริมอีก







