Share

บทที่ 5

Author: ปลาคาร์ปตัวน้อย
หลังจากเหตุการณ์นี้ เธอก็หันไปหยิบตำราขึ้นมาเรียน

ตอนนั้นเธอไม่ได้คิดอะไรมาก แค่ต้องการให้ชีวิตที่ไร้ความหมายของเธอมีที่ยึดเหนี่ยวแฝงอยู่บ้าง พอมีอะไรให้ทำแล้ว เธอก็จะไม่เศร้าเสียใจเพราะคำพูดที่ผุดขึ้นมาในใจบ่อย ๆ อีก

ใครจะคิดว่าที่ยึดเหนี่ยวที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยตัวคนเดียว จะกลายเป็นสิ่งที่ช่วยให้ตัวเองหลุดพ้นในวันนี้

พรุ่งนี้เธอต้องตั้งใจสอบให้ดี

เธอจะต้องไปจากที่นี่ ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งไกลเท่าไรก็ยิ่งดี

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ในใจก็ยังเจ็บปวดมากอยู่ดี…

เธอถึงกับแยกไม่ออกว่าความเจ็บปวดนี้เป็นเพราะเขา หรือเป็นเพราะความทุ่มเทแบบผิด ๆ ของเธอตลอดห้าปีกันแน่

แต่มันก็ไม่สำคัญแล้ว สิ่งสำคัญคือ เธอไม่อนุญาตให้ตัวเองจมอยู่ในความเจ็บปวดแบบนี้อีกต่อไป

แม้ความเจ็บปวดนี้จะยังอยู่อีกนานกว่าจะจางหาย เธอก็จะต้องช่วยตัวเองออกมาให้ได้

เธอสั่งอาหารดิลิเวอรี เป็นอาหารเย็นแบบจืด ๆ และเสื้อผ้าเปลี่ยนแบบใช้แล้วทิ้ง

เธอโทรศัพท์ไปที่เคาน์เตอร์โรงแรม แจ้งให้พวกเขาบริการโทรปลุกในวันรุ่งขึ้น

จากนั้นก็บังคับตัวเองให้นอนหลับ

อาจเพราะเมื่อคืนก่อนเธอไม่ได้นอนเลย คืนนี้เธอจึงนอนหลับได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

วันรุ่งขึ้นเธอตื่นตรงเวลา แล้วเปิดโทรศัพท์มือถือ

มีข้อความนับไม่ถ้วนหลั่งไหลเข้ามา โทรศัพท์สั่นไม่หยุด ทั้งหมดมาจากคนเพียงคนเดียว เวินถิงเยี่ยนนั่นเอง

เธอไม่ได้อ่านข้อความเหล่านั้น กลัวว่าจะส่งผลกระทบกับการสอบของเธอ

เธอทานอาหารเช้าที่โรงแรมเล็กน้อย เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว เธอก็ออกจากโรงแรมมุ่งหน้าไปยังสนามสอบ

โรงแรมนี้อยู่ใกล้สนามสอบไอเอลมาก เดินไปน่าจะถึงภายในห้านาที

ทันทีที่ออกจากโรงแรม โทรศัพท์มือถือของเธอก็สั่นอยู่ในมือ

เวินถิงเยี่ยนโทรมา

เธอตกใจจนเกือบทำโทรศัพท์หลุดมือ รีบปัดปฏิเสธสาย แล้วปิดเครื่องอีกครั้ง

ตอนที่ออกมาจากสนามสอบ หัวใจของเธอก็ยังคงเต้นรัว

นั่นเป็นเพราะความดีใจ

ดูเหมือนเธอจะทำข้อสอบได้ดีเลย

ตอนที่ครูสอนภาษาพูดคุยกับเธอ ครูเอาแต่ยิ้มอยู่ตลอด การฟังก็เข้าใจเกือบทั้งหมด ส่วนการอ่านและการเขียนก็ทำเสร็จอย่างราบรื่นเช่นกัน

เธอไม่กล้าประเมินว่าตัวเองได้กี่คะแนน แต่อย่างน้อยเธอทำข้อสอบเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมด!

เธอไม่ได้ไร้ประโยชน์ขนาดนั้นซะหน่อย!

เธอเดินก้มหน้าอยู่บนทางเท้าเพียงลำพัง ทบทวนรายละเอียดของการสอบในวันนี้อยู่ในหัว จนกระทั่งมีรองเท้าหนังคู่หนึ่งปรากฏอยู่ตรงหน้า ซึ่งเธอไม่คาดคิดเลยว่าจะมีคนตั้งใจมายืนขวางทางอยู่บนถนน เธอจึงหดเท้าไม่ทัน ชนเข้ากับคนนั้นเข้าอย่างจัง

ถ้าไม่ใช่เพราะคนคนนั้นประคองเธอไว้ เธอก็คงล้มลงไปแล้ว

แต่คนคนนี้เป็นคนที่เธอไม่ต้องการเจอ

เวินถิงเยี่ยน

"เจี่ยนจือ!"

เธอดูออกว่าเขาโกรธมาก แต่เขายังพยายามอย่างหนักเพื่อระงับความโกรธเอาไว้

"เจี่ยนจือ ทำไมไม่กลับบ้าน" เขาจับไหล่เธอ แล้วลดเสียงลงถามอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยนเหมือนปกติ

เจี่ยนจือคิดในใจว่า "นายไม่รู้เหรอว่าทำไมฉันไม่กลับบ้าน?"

แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลามาเถียงกับเขาเรื่องนี้ กระเป๋าของเธอเพิ่งถูกชนตกพื้น กระเป๋าเปิดออก ปากกาไอเอลของเธอโผล่ออกมาเล็กน้อย

เธอไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอมาสอบไอเอล!

เธอออกแรงสะบัดมือเขาออก ย่อตัวลง รีบยัดปากกาเข้าไปในกระเป๋าแล้วปิดกระเป๋าให้แน่น

"นั่นอะไร?" เขาก้มลงมองกระเป๋าของเธอพลางถาม

"ไม่มีอะไร แค่ปากกาแท่งเดียว" เธอแสร้งทำเป็นสงบ แต่นิ้วกำกระเป๋าแน่นจนขาวซีด

"เอามา" เขาพูด

ไม่ จะให้เขาเห็นปากกาไม่ได้

"นายจะเอาปากกาไปทำไม" เธอกอดกระเป๋าแน่นขึ้น

"เอาโทรศัพท์มา" เขาสั่ง

เธอชะงักครู่หนึ่ง ก่อนล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ายื่นให้เขา

โทรศัพท์กำลังปิดเครื่องอยู่

เขามองเพียงแวบเดียว แล้วคืนโทรศัพท์ให้เธอ "ฉันโทรหาเธอหลายสาย ส่งข้อความไปตั้งเยอะ ทำไมไม่ตอบกลับ ยังโกรธอยู่เหรอ?"

เธอกำโทรศัพท์ไว้ในมือ คิดในใจว่าโล่งอกไปที เธอกลัวเขาจะค้นโทรศัพท์ของเธอ ถ้าเขาเปิดอีเมล แล้วเห็นข้อความเกี่ยวกับการสอบไอเอลของเธอจะขึ้นมาจะทำอย่างไร…

ถ้ามีปัญหาแค่นี้ก็ว่าไปอย่าง…

เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอไม่อยากโกรธเขาอีกแล้ว

เธอแค่อยากโบยบินไปให้ไกล

พอได้เจอเขาอีกครั้งในตอนนี้ ความคิดนี้ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น

เขาเห็นเธอไม่พูด นึกว่าเธอยังโกรธอยู่จริง ๆ จึงถอนหายใจแล้วบอกว่า "เจี่ยนจือ เธอเป็นคนมีเหตุผลมากไม่ใช่เหรอ? ทำไมครั้งนี้ถึงไม่กลับบ้านแค่เพราะเรื่องนี้ล่ะ"

เจี่ยนจือสาบานได้เลย ว่าเธอไม่อยากโกรธเพราะเรื่องพวกนี้แล้วจริง ๆ แต่คำพูดประโยคนี้ของเวินถิงเยี่ยน ต่อให้เป็นพระโพธิสัตว์ก็คงอดโกรธไม่ได้หรอกมั้ง?

"เพราะงั้น เรื่องเมื่อวานก็ยังเป็นความผิดของฉันใช่ไหม ฉันไม่มีเหตุผลงั้นสิ? ฉันควรจะเข้าไปชมอาเหวินว่า นายเลียนแบบเก่งมาก เลียนแบบได้เหมือนจริง ๆ แบบนั้นสินะ?" เธออดทนไม่ไหวอีกต่อไป

เวินถิงเยี่ยนเผยสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย "ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น ฉันหมายถึงไม่ว่าคนอื่นจะพูดยังไง เธอก็ควบคุมไม่ได้หรอก ไม่จำเป็นต้องเอาคำพูดคนอื่น..."

"ฉันควบคุมไม่ได้ แต่นายควบคุมได้นะ!" เธอมองเขา "แต่ตอนนั้นนายทำอะไรอยู่ล่ะ นายกับเฉิงเฉิงของนาย หัวเราะกอดกันกลมเชียว"

"เจี่ยนจือ!" เขาสีหน้าเปลี่ยน บนใบหน้าเริ่มมีแววโกรธ

เจี่ยนจือเข้าใจแล้ว

ชื่อ "เฉิงเฉิง" คือเกล็ดมังกรของเขา คือพื้นที่หวงห้ามที่ห้ามแตะต้อง

ยังมีอะไรต้องพูดอีกล่ะ?

เธอกอดกระเป๋า แล้วเดินผ่านหน้าเขาไป

ทว่าเขาเหยียดแขนออกมา โอบเอวเธอเอาไว้

"ขอโทษ เจี่ยนจือ ฉันไม่ดีเอง เมื่อกี้ฉันเสียงดังใส่เธอ" เขาพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ "ฉันแค่ไม่อยากให้เธอเข้าใจเฉิงเฉิงผิด พวกเราเป็นแค่เพื่อนกันเฉย ๆ เหมือนคนอื่น ๆ ฉันมองเธอเป็นเหมือนพี่น้อง เธอยังไม่แต่งงานนะ พูดถึงเธอแบบนี้ มันไม่ดีต่อเธอหรอก"

เจี่ยนจือไม่เข้าใจเลย เรื่องที่เกิดขึ้น พวกเขาทำกันเองไม่ใช่หรอกเหรอ? ลั่วอวี่เฉิงซบอยู่บนตัวเขาอย่างไม่เกรงใจ ทำแล้วยังกลัวคนว่าอีกเหรอ?

แต่เธอก็แค่ตอบเสียงเรียบ ๆ "อ๋อ"

"เจี่ยนจือ..." เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นชาของเธอ "ทำไมเธอยังโกรธอยู่ล่ะ หนีมาพักโรงแรมคนเดียว ไม่ยอมกลับบ้าน ฉันยังไม่ว่าอะไรเธอเลยนะ เธอจะโกรธไม่เลิกเลยหรือไง"

อืม ๆ เป็นความผิดของเธอเอง

"เจี่ยนจือ เลิกโกรธได้แล้ว เราไปทานมื้อเที่ยงกันก่อน แล้วฉันก็พาเธอไปชอปปิงดีไหม"

เจี่ยนจือคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ดีเหมือนกัน เธอเองมีเรื่องจะคุยกับเขา

เวินถิงเยี่ยนพาเธอไปร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่แถวนั้น

ตอนเดินเข้าร้านอาหาร แล้วเผชิญกับสายตาของพนักงานเสิร์ฟ ด้วยความเคยชิน เจี่ยนจือเกือบก้มศีรษะ ตั้งคอเสื้อขึ้น แล้วเดินหลบอยู่ด้านหลังเวินถิงเยี่ยนช้า ๆ เพื่อให้ท่าทางขาเป๋ของเธอไม่เป็นจุดสนใจเกินไป

แต่ทันใดนั้น เธอก็รู้สึกโล่งใจ

ไม่คู่ควรก็ไม่คู่ควรสิไปสิ ยังไงซะ เธอก็ไม่คิดที่จะคู่ควรกับเขาอีกแล้ว

พวกเขานั่งลง

เวินถิงเยี่ยนสั่งอาหาร

เมื่ออาหารมาครบ เวินถิงเยี่ยนก็ยื่นตะเกียบให้เธอ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นเคย "เจี่ยนจือ ทานสิ ของที่เธอชอบทั้งนั้นเลยนะ"

เจี่ยนจือมองดูอาหาร ซึ่งทั้งหมดเป็นอาหารรสเผ็ด

เธอยิ้มเจื่อนในใจ

เขาไม่รู้เลยว่าเธอกินเผ็ดไม่ได้ อาหารเย็นที่บ้านมีรสเผ็ดทุกมื้อ ก็เพราะเขาชอบทานเผ็ด

"เวินถิงเยี่ยน ฉันไม่หิว" เธอไม่ได้แตะตะเกียบ "ฉันมีเรื่องอยากพูดกับนาย"

"เรื่องอะไร" เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย "อยากไปไหน ฉันจะไปเป็นเพื่อนเธอ วันนี้ฉันว่างทั้งวัน ตอนบ่ายฉันจะพาเธอไปเที่ยว ตอนค่ำเราก็กลับไปทานข้าวที่บ้านคุณพ่อคุณแม่"

เธอจ้องรอยยิ้มที่จืดชืดจนแทบมองไม่เห็นของเขา ขณะคิดถึงเรื่องที่ตัวเองกำลังจะพูด ความขมขื่นรุนแรงก็พุ่งพล่านขึ้นในใจ
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 100

    ถ้าจะพูดแบบนั้น มันก็ไม่ได้ผิดอะไร..."ฉันแค่กะว่าจะจ้างนายให้...""มันต่างกันตรงไหน"เธอยังพูดประโยค 'จ้างให้นายช่วยสอนโจทย์' ไม่ทันจบ เขาก็ชิงขัดจังหวะเธอเสียก่อนจากนั้น เงินยี่สิบห้าบาทก็ถูกยัดกลับใส่กระเป๋าเธอ เขาเดินปลิวผ่านตัวเธอไปราวกับสายลม พร้อมกับทิ้งประโยคหนึ่งลอยละล่องมาว่า 'พี่น่ะยังไม่ตกอับถึงขั้นนั้นหรอกนะ!'นี่คือสิ่งที่เขาบอกว่า เธอเคยไปถามโจทย์เขาเขาคงจำได้แค่ราง ๆ ว่าเคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น แต่กลับลืมเหตุและผลแวดล้อมทั้งหมดไป มีเพียงเธอที่ยังจำได้ ในช่วงเวลาที่สับสนแต่มั่นคงเหล่านั้น ต่างฝ่ายต่างเคยเป็นพยานในมุมที่น่าสมเพชของกันและกันแต่ก็นั่นแหละ มันก็แค่รอยขีดเขียนสีหม่น ๆ ในความทรงจำวัยเยาว์ ลืมไปซะได้ก็คงจะดีกว่า..."เจี่ยนจือลูก..." คุณย่าเรียกเธอ ขัดจังหวะการคิดหวนอดีต "หลาน...เขารู้เรื่องหรือยัง?"คุณย่ากระซิบถามเธอเบา ๆเธอเหลือบมองแผ่นหลังของเวินถิงเยี่ยนในห้องครัวปราดหนึ่ง แล้วส่ายหน้าเบา ๆ พลางลดเสียงต่ำ "คุณย่าคะ หนูยังไม่อยากพูดตอนนี้ แต่หนูจะบอกเขาแน่ค่ะ"คุณย่ายิ้มออกมาพลางลูบผมเธอ "เอาเถอะ ย่าสนับสนุนทุกการตัดสินใจของหลาน ขอแค่หลานมี

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 99

    เธอตะลึงค้าง ไม่เคยรู้เลยว่าสถานการณ์ทางบ้านของเขาจะเป็นแบบนี้เขาเป็นคนเด็ดเดี่ยวมาก เขาไม่ได้ก้มลงเก็บเงินเหล่านั้นเลยเธอได้ยินเขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "ไม่จำเป็น ตั้งแต่นี้ต่อไป ผมจะไม่ขอเงินคุณอีกแม้แต่บาทเดียว!"พูดจบเขาก็หันหลังเดินจากไปทันทีคนในรถลงวิ่งตามมา "ได้! แกเก่งนักก็อย่ากลับมาขอเงินแล้วกัน! ฉันจะคอยดูว่าแกจะเอาชีวิตรอดได้ยังไง!"แสงอาทิตย์ยามเย็นของวันนั้นสว่างจ้ามาก มันฉาบลงบนตัวเขาจนดูเหมือนเคลือบด้วยทองคำ เขาหัวเราะอย่างทระนง และพูดทิ้งท้ายโดยไม่หันกลับไปมองว่า "ไม่ต้องห่วง ต่อให้ต้องไปให้ผู้หญิงรวย ๆ เลี้ยงดู ผมก็จะไม่กลับไปหาคุณแน่!"นั่นมันคำพูดอะไรกัน! มันทำให้เจี่ยนจือในวัยสมัยมัธยมปลายถึงกับอึ้งไปเลย!แต่จะว่าไป คำพูดทำนองนี้เธอก็ได้ยินมาไม่น้อยเหมือนกัน เวลาแม่ด่าเธอ มักจะพูดอยู่บ่อย ๆ ว่าเลี้ยงเธอไปก็เปลืองข้าวสุก สู้ให้เธอไปขายดีกว่า...ทุกครั้งที่แม่ด่าเธอแบบนั้น เธอจะรู้สึกอับอายและเสียใจจนอยากจะหายไปจากโลกนี้ให้รู้แล้วรู้รอด เธอทำได้เพียงกัดริมฝีปากตัวเองไว้แน่น กัดจนเจ็บจนเลือดซึม เพื่อไม่ให้น้ำตาไหลออกมา แต่ว่าคำพูดแบบนี้ออกมาจากปากของ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 98

    เขาทำอาหารเป็น แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะทำอาหารกลางแจ้งเป็นด้วยขั้นตอนการก่อไฟกลายเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของเขาเขาออกแรงเยอะมากจนหน้าเปื้อนเขม่าดำเป็นปื้น แต่ไฟก็ยังไม่ยอมติดสักที เธอไม่เหมือนเขา เพราะตอนเด็ก ๆ เวลาปิดเทอมเธอมักจะกลับไปเล่นที่หมู่บ้าน ทั้งก่อไฟ ปีนต้นไม้ แย่งไข่นกกับเด็กคนอื่น ๆ เธอทำมาหมดทุกอย่างแล้วดังนั้น ในฐานะที่อยู่กลุ่มข้าง ๆ เธอจึงทนดูต่อไม่ไหว เดินเข้าไปเขี่ยฟืนในเตาให้มีช่องว่าง แล้วจัดการก่อไฟให้เขาใหม่เขามองดูเปลวไฟที่ลุกโชนขึ้นมาด้วยอาการตะลึงงันอยู่ครู่หนึ่ง อาจเป็นเพราะรู้ตัวว่าสภาพตัวเองดูทุลักทุเลเกินไป เขาจึงไม่ได้แม้แต่จะกล่าวคำขอบคุณกับเธอแต่หลังจากนั้น เขาก็กลับมาคุมสถานการณ์ได้อย่างมั่นคง แค่ดูจากท่าทางตอนผัดผักทำกับข้าว ก็รู้ได้ทันทีว่าเขาเป็นงานบ้านงานเรือนนั่นเป็นเพียงครั้งเดียวที่เธอได้ทานอาหารฝีมือเขาคนในกลุ่มของเขายังพอมีมโนธรรมอยู่บ้าง รู้ว่าที่มื้อนี้ได้กินกันจนอิ่มหนำสำราญส่วนใหญ่เป็นเพราะเขา ดังนั้นตอนกินข้าวพวกเพื่อน ๆ จึงยกน่องไก่ให้เขาเขาไม่ได้กินมัน แต่ตอนที่เดินผ่านกลุ่มของเธอ เขาเดินเข้ามาใกล้แล้ววางน่องไก่ชิ้นนั้นล

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 97

    "ได้สิ" ฟังจากน้ำเสียงแล้วดูเหมือนเขาจะอารมณ์ดีมาก อารมณ์ที่รื่นรมย์ของเขาคงอยู่เช่นนั้นไปตลอดทางจนกระทั่งถึงบ้านคุณย่าตอนนี้คุณย่ากำลังเตรียมตัวจะกินมื้อเที่ยงพอดี บนโต๊ะมีเพียงโจ๊กธัญพืชหนึ่งถ้วย ผักดองหนึ่งจานและผักใบเขียวอีกหนึ่งจาน เมื่อเห็นพวกเขาทั้งสองมาถึง ท่านดูทั้งประหลาดใจและขัดเขินเล็กน้อยจนต้องรีบเก็บถ้วยชาม"พวกหลานมากันตอนนี้ได้ยังไง กินข้าวกันมาหรือยัง เดี๋ยวย่าไปทำกับข้าวให้!"เจี่ยนจือมองดูอาหารที่เรียบง่ายบนโต๊ะ ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับอาหารมื้อใหญ่ที่จัดเต็มทุกครั้งที่เธอมาหาคุณย่า "คุณย่าคะ ทำไมกินแค่ของพวกนี้ล่ะ!"คุณย่ารีบยกโจ๊กกับผักดองขึ้นมา "นี่มันของที่เหลือจากมื้อเช้าน่ะ ทิ้งไปก็น่าเสียดาย เลยเอามากินต่ออีกมื้อ ปกติย่าไม่ได้กินแบบนี้หรอก"เจี่ยนจือไม่เชื่อหรอก เธอจ้องมองคุณย่าพลางทำปากยื่น"เอาล่ะ ดูทำหน้าทำตาเข้า เดี๋ยวย่าไปทำของอร่อย ๆ ให้กินเดี๋ยวนี้เลย รอเดี๋ยวนะ!" คุณย่าถือจานเดินเข้าครัวไป ราวกับกำลังหลบหน้าเจี่ยนจือเจี่ยนจือรู้สึกเศร้าใจเล็กน้อยเธอไม่เชื่อหรอกว่าคุณย่าจะกินแบบนี้แค่บางครั้ง...เวินถิงเยี่ยนวางของที่ซื้อมาฝากคุณย่าลง แล้วเดิ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 96

    "ใช่ค่ะคุณนาย หลังนี้ทำเลดีที่สุดของเราเลยนะคะ อยู่ติดริมทะเลสาบเลย ช่วงที่อากาศอุ่นจะมีหงส์บินมาด้วย บรรยากาศรื่นรมย์มากค่ะ" พนักงานขายช่วยเสริมเวินถิงเยี่ยนจูงมือเธอเดินออกไปที่ระเบียง เพื่อให้เธอได้สัมผัสกับทัศนียภาพของบ้านไอจากผิวน้ำริมทะเลสาบพัดเข้ามาปะทะหน้า เธอสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่ง มันเต็มไปด้วยกลิ่นอายของต้นไม้ใบหญ้า รื่นรมย์มากจริง ๆ"เป็นยังไง ชอบไหม" เขาถามพลางกุมมือเธอไว้เธอก้มลงมองมือของเขาที่วางทับซ้อนอยู่บนมือเธอ...เอาเถอะ เห็นแก่ที่บ้านหลังนี้ถูกใจเธอมาก เธอจะยอมอดทนแล้วกัน!เธอพยักหน้าเมื่อเขาเห็นแบบนั้นก็ยิ่งพอใจ "ฉันก็ว่าไม่เลว หรือไม่ก็รอให้ตกแต่งเสร็จ พวกเราย้ายมาอยู่ที่นี่กันเองก็ได้ ส่วนเรื่องที่เจี่ยนโจวจะแต่งงาน... ค่อยว่ากันอีกที"เจี่ยนจือยืนอยู่บนระเบียง ในหัวเอาแต่คิดว่าจะแบ่งพื้นที่สวนชั้นหนึ่งไว้ปลูกผักยังไงดี ถึงเวลาคุณย่าย้ายมาอยู่ มีสวนให้ปลูกผักแบบนี้ ท่านต้องมีความสุขมากแน่ ๆ แน่นอนว่าเวินถิงเยี่ยนพูดอะไรไปบ้าง เธอก็ไม่ได้ตั้งใจฟังสักเท่าไร"ไปเถอะ เข้าไปดูข้างในกันต่อ" เพราะจู่ ๆ ก็นึกอยากจะย้ายมาอยู่เอง เวินถิงเยี่ยนจึงตั้งใจจะดูผังบ้าน

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 95

    เวินถิงเยี่ยนเริ่มขับรถต่อ แต่ทิศทางนั้นยังคงไม่ใช่ทางไปบ้านคุณย่า"ฉันจะพาเธอไปดูบ้าน" เขาถอนหายใจแผ่วเบา "ที่เอาบัตรประชาชนเธอไปเมื่อวาน จริง ๆ แล้วคือจะซื้อบ้านให้เธอน่ะ"เจี่ยนจือขมวดคิ้ว "ซื้อบ้าน?""พ่อกับแม่จะซื้อบ้านให้เจี่ยนโจวเพื่อแต่งงานไม่ใช่หรอกเหรอ" เขาถาม"พวกเขาส่งคนมาหานายอีกแล้วเหรอ?" เจี่ยนจือถามด้วยความระแวดระวังเวินถิงเยี่ยนไม่พูดอะไรความเงียบคือการยอมรับ"เมื่อไรกัน ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย"เขาชำเลืองมองเธอแวบหนึ่ง ดวงตาแฝงรอยยิ้มอย่างประหลาด "เธอดุขนาดนั้น พวกเขาจะกล้าให้เธอรู้เหรอ"เจี่ยนจือไม่รู้ว่าไอ้ท่าทางกึ่งยิ้มกึ่งไม่ยิ้มนี่มันมาจากไหน เธอแค่รู้สึกโกรธ ครอบครัวของเธอ มักจะเก่งที่สุดเรื่องคอยถ่วงแข้งถ่วงขา! มีวิธีทำให้เธอเงยหน้าไม่ขึ้นต่อหน้าเวินถิงเยี่ยนได้ตลอดเวลา!"เวินถิงเยี่ยน นายช่วยเลิกเจอใครก็แจกบ้านไปทั่วได้ไหม คนอื่นเขาเป็นแค่ต้นไม้เขย่าเงิน แต่นายเป็นต้นไม้เขย่าบ้านหรือไง เขย่าทีไรบ้านร่วงลงมาทุกที" ใครเขย่าก็แจกไปหมด!แต่เขากลับทำเหมือนไม่ได้ยินที่เธอพูด เอาแต่พูดในส่วนของตัวเองต่อ "ไม่นึกเลยว่าเธอจะมีมุมที่อารมณ์ร้ายขนาดนั้นด้วย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status