공유

บทที่ 5

작가: ปลาคาร์ปตัวน้อย
หลังจากเหตุการณ์นี้ เธอก็หันไปหยิบตำราขึ้นมาเรียน

ตอนนั้นเธอไม่ได้คิดอะไรมาก แค่ต้องการให้ชีวิตที่ไร้ความหมายของเธอมีที่ยึดเหนี่ยวแฝงอยู่บ้าง พอมีอะไรให้ทำแล้ว เธอก็จะไม่เศร้าเสียใจเพราะคำพูดที่ผุดขึ้นมาในใจบ่อย ๆ อีก

ใครจะคิดว่าที่ยึดเหนี่ยวที่เธอสร้างขึ้นมาด้วยตัวคนเดียว จะกลายเป็นสิ่งที่ช่วยให้ตัวเองหลุดพ้นในวันนี้

พรุ่งนี้เธอต้องตั้งใจสอบให้ดี

เธอจะต้องไปจากที่นี่ ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ ยิ่งไกลเท่าไรก็ยิ่งดี

เมื่อคิดถึงตรงนี้ ในใจก็ยังเจ็บปวดมากอยู่ดี…

เธอถึงกับแยกไม่ออกว่าความเจ็บปวดนี้เป็นเพราะเขา หรือเป็นเพราะความทุ่มเทแบบผิด ๆ ของเธอตลอดห้าปีกันแน่

แต่มันก็ไม่สำคัญแล้ว สิ่งสำคัญคือ เธอไม่อนุญาตให้ตัวเองจมอยู่ในความเจ็บปวดแบบนี้อีกต่อไป

แม้ความเจ็บปวดนี้จะยังอยู่อีกนานกว่าจะจางหาย เธอก็จะต้องช่วยตัวเองออกมาให้ได้

เธอสั่งอาหารดิลิเวอรี เป็นอาหารเย็นแบบจืด ๆ และเสื้อผ้าเปลี่ยนแบบใช้แล้วทิ้ง

เธอโทรศัพท์ไปที่เคาน์เตอร์โรงแรม แจ้งให้พวกเขาบริการโทรปลุกในวันรุ่งขึ้น

จากนั้นก็บังคับตัวเองให้นอนหลับ

อาจเพราะเมื่อคืนก่อนเธอไม่ได้นอนเลย คืนนี้เธอจึงนอนหลับได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ

วันรุ่งขึ้นเธอตื่นตรงเวลา แล้วเปิดโทรศัพท์มือถือ

มีข้อความนับไม่ถ้วนหลั่งไหลเข้ามา โทรศัพท์สั่นไม่หยุด ทั้งหมดมาจากคนเพียงคนเดียว เวินถิงเยี่ยนนั่นเอง

เธอไม่ได้อ่านข้อความเหล่านั้น กลัวว่าจะส่งผลกระทบกับการสอบของเธอ

เธอทานอาหารเช้าที่โรงแรมเล็กน้อย เมื่อเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว เธอก็ออกจากโรงแรมมุ่งหน้าไปยังสนามสอบ

โรงแรมนี้อยู่ใกล้สนามสอบไอเอลมาก เดินไปน่าจะถึงภายในห้านาที

ทันทีที่ออกจากโรงแรม โทรศัพท์มือถือของเธอก็สั่นอยู่ในมือ

เวินถิงเยี่ยนโทรมา

เธอตกใจจนเกือบทำโทรศัพท์หลุดมือ รีบปัดปฏิเสธสาย แล้วปิดเครื่องอีกครั้ง

ตอนที่ออกมาจากสนามสอบ หัวใจของเธอก็ยังคงเต้นรัว

นั่นเป็นเพราะความดีใจ

ดูเหมือนเธอจะทำข้อสอบได้ดีเลย

ตอนที่ครูสอนภาษาพูดคุยกับเธอ ครูเอาแต่ยิ้มอยู่ตลอด การฟังก็เข้าใจเกือบทั้งหมด ส่วนการอ่านและการเขียนก็ทำเสร็จอย่างราบรื่นเช่นกัน

เธอไม่กล้าประเมินว่าตัวเองได้กี่คะแนน แต่อย่างน้อยเธอทำข้อสอบเสร็จสมบูรณ์ทั้งหมด!

เธอไม่ได้ไร้ประโยชน์ขนาดนั้นซะหน่อย!

เธอเดินก้มหน้าอยู่บนทางเท้าเพียงลำพัง ทบทวนรายละเอียดของการสอบในวันนี้อยู่ในหัว จนกระทั่งมีรองเท้าหนังคู่หนึ่งปรากฏอยู่ตรงหน้า ซึ่งเธอไม่คาดคิดเลยว่าจะมีคนตั้งใจมายืนขวางทางอยู่บนถนน เธอจึงหดเท้าไม่ทัน ชนเข้ากับคนนั้นเข้าอย่างจัง

ถ้าไม่ใช่เพราะคนคนนั้นประคองเธอไว้ เธอก็คงล้มลงไปแล้ว

แต่คนคนนี้เป็นคนที่เธอไม่ต้องการเจอ

เวินถิงเยี่ยน

"เจี่ยนจือ!"

เธอดูออกว่าเขาโกรธมาก แต่เขายังพยายามอย่างหนักเพื่อระงับความโกรธเอาไว้

"เจี่ยนจือ ทำไมไม่กลับบ้าน" เขาจับไหล่เธอ แล้วลดเสียงลงถามอย่างนุ่มนวลและอ่อนโยนเหมือนปกติ

เจี่ยนจือคิดในใจว่า "นายไม่รู้เหรอว่าทำไมฉันไม่กลับบ้าน?"

แต่ตอนนี้เธอไม่มีเวลามาเถียงกับเขาเรื่องนี้ กระเป๋าของเธอเพิ่งถูกชนตกพื้น กระเป๋าเปิดออก ปากกาไอเอลของเธอโผล่ออกมาเล็กน้อย

เธอไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอมาสอบไอเอล!

เธอออกแรงสะบัดมือเขาออก ย่อตัวลง รีบยัดปากกาเข้าไปในกระเป๋าแล้วปิดกระเป๋าให้แน่น

"นั่นอะไร?" เขาก้มลงมองกระเป๋าของเธอพลางถาม

"ไม่มีอะไร แค่ปากกาแท่งเดียว" เธอแสร้งทำเป็นสงบ แต่นิ้วกำกระเป๋าแน่นจนขาวซีด

"เอามา" เขาพูด

ไม่ จะให้เขาเห็นปากกาไม่ได้

"นายจะเอาปากกาไปทำไม" เธอกอดกระเป๋าแน่นขึ้น

"เอาโทรศัพท์มา" เขาสั่ง

เธอชะงักครู่หนึ่ง ก่อนล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ายื่นให้เขา

โทรศัพท์กำลังปิดเครื่องอยู่

เขามองเพียงแวบเดียว แล้วคืนโทรศัพท์ให้เธอ "ฉันโทรหาเธอหลายสาย ส่งข้อความไปตั้งเยอะ ทำไมไม่ตอบกลับ ยังโกรธอยู่เหรอ?"

เธอกำโทรศัพท์ไว้ในมือ คิดในใจว่าโล่งอกไปที เธอกลัวเขาจะค้นโทรศัพท์ของเธอ ถ้าเขาเปิดอีเมล แล้วเห็นข้อความเกี่ยวกับการสอบไอเอลของเธอจะขึ้นมาจะทำอย่างไร…

ถ้ามีปัญหาแค่นี้ก็ว่าไปอย่าง…

เธอคิดอยู่ครู่หนึ่ง เธอไม่อยากโกรธเขาอีกแล้ว

เธอแค่อยากโบยบินไปให้ไกล

พอได้เจอเขาอีกครั้งในตอนนี้ ความคิดนี้ก็ยิ่งชัดเจนขึ้น

เขาเห็นเธอไม่พูด นึกว่าเธอยังโกรธอยู่จริง ๆ จึงถอนหายใจแล้วบอกว่า "เจี่ยนจือ เธอเป็นคนมีเหตุผลมากไม่ใช่เหรอ? ทำไมครั้งนี้ถึงไม่กลับบ้านแค่เพราะเรื่องนี้ล่ะ"

เจี่ยนจือสาบานได้เลย ว่าเธอไม่อยากโกรธเพราะเรื่องพวกนี้แล้วจริง ๆ แต่คำพูดประโยคนี้ของเวินถิงเยี่ยน ต่อให้เป็นพระโพธิสัตว์ก็คงอดโกรธไม่ได้หรอกมั้ง?

"เพราะงั้น เรื่องเมื่อวานก็ยังเป็นความผิดของฉันใช่ไหม ฉันไม่มีเหตุผลงั้นสิ? ฉันควรจะเข้าไปชมอาเหวินว่า นายเลียนแบบเก่งมาก เลียนแบบได้เหมือนจริง ๆ แบบนั้นสินะ?" เธออดทนไม่ไหวอีกต่อไป

เวินถิงเยี่ยนเผยสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อย "ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้น ฉันหมายถึงไม่ว่าคนอื่นจะพูดยังไง เธอก็ควบคุมไม่ได้หรอก ไม่จำเป็นต้องเอาคำพูดคนอื่น..."

"ฉันควบคุมไม่ได้ แต่นายควบคุมได้นะ!" เธอมองเขา "แต่ตอนนั้นนายทำอะไรอยู่ล่ะ นายกับเฉิงเฉิงของนาย หัวเราะกอดกันกลมเชียว"

"เจี่ยนจือ!" เขาสีหน้าเปลี่ยน บนใบหน้าเริ่มมีแววโกรธ

เจี่ยนจือเข้าใจแล้ว

ชื่อ "เฉิงเฉิง" คือเกล็ดมังกรของเขา คือพื้นที่หวงห้ามที่ห้ามแตะต้อง

ยังมีอะไรต้องพูดอีกล่ะ?

เธอกอดกระเป๋า แล้วเดินผ่านหน้าเขาไป

ทว่าเขาเหยียดแขนออกมา โอบเอวเธอเอาไว้

"ขอโทษ เจี่ยนจือ ฉันไม่ดีเอง เมื่อกี้ฉันเสียงดังใส่เธอ" เขาพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำ "ฉันแค่ไม่อยากให้เธอเข้าใจเฉิงเฉิงผิด พวกเราเป็นแค่เพื่อนกันเฉย ๆ เหมือนคนอื่น ๆ ฉันมองเธอเป็นเหมือนพี่น้อง เธอยังไม่แต่งงานนะ พูดถึงเธอแบบนี้ มันไม่ดีต่อเธอหรอก"

เจี่ยนจือไม่เข้าใจเลย เรื่องที่เกิดขึ้น พวกเขาทำกันเองไม่ใช่หรอกเหรอ? ลั่วอวี่เฉิงซบอยู่บนตัวเขาอย่างไม่เกรงใจ ทำแล้วยังกลัวคนว่าอีกเหรอ?

แต่เธอก็แค่ตอบเสียงเรียบ ๆ "อ๋อ"

"เจี่ยนจือ..." เขาสัมผัสได้ถึงความเย็นชาของเธอ "ทำไมเธอยังโกรธอยู่ล่ะ หนีมาพักโรงแรมคนเดียว ไม่ยอมกลับบ้าน ฉันยังไม่ว่าอะไรเธอเลยนะ เธอจะโกรธไม่เลิกเลยหรือไง"

อืม ๆ เป็นความผิดของเธอเอง

"เจี่ยนจือ เลิกโกรธได้แล้ว เราไปทานมื้อเที่ยงกันก่อน แล้วฉันก็พาเธอไปชอปปิงดีไหม"

เจี่ยนจือคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็ดีเหมือนกัน เธอเองมีเรื่องจะคุยกับเขา

เวินถิงเยี่ยนพาเธอไปร้านอาหารแห่งหนึ่งที่อยู่แถวนั้น

ตอนเดินเข้าร้านอาหาร แล้วเผชิญกับสายตาของพนักงานเสิร์ฟ ด้วยความเคยชิน เจี่ยนจือเกือบก้มศีรษะ ตั้งคอเสื้อขึ้น แล้วเดินหลบอยู่ด้านหลังเวินถิงเยี่ยนช้า ๆ เพื่อให้ท่าทางขาเป๋ของเธอไม่เป็นจุดสนใจเกินไป

แต่ทันใดนั้น เธอก็รู้สึกโล่งใจ

ไม่คู่ควรก็ไม่คู่ควรสิไปสิ ยังไงซะ เธอก็ไม่คิดที่จะคู่ควรกับเขาอีกแล้ว

พวกเขานั่งลง

เวินถิงเยี่ยนสั่งอาหาร

เมื่ออาหารมาครบ เวินถิงเยี่ยนก็ยื่นตะเกียบให้เธอ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเช่นเคย "เจี่ยนจือ ทานสิ ของที่เธอชอบทั้งนั้นเลยนะ"

เจี่ยนจือมองดูอาหาร ซึ่งทั้งหมดเป็นอาหารรสเผ็ด

เธอยิ้มเจื่อนในใจ

เขาไม่รู้เลยว่าเธอกินเผ็ดไม่ได้ อาหารเย็นที่บ้านมีรสเผ็ดทุกมื้อ ก็เพราะเขาชอบทานเผ็ด

"เวินถิงเยี่ยน ฉันไม่หิว" เธอไม่ได้แตะตะเกียบ "ฉันมีเรื่องอยากพูดกับนาย"

"เรื่องอะไร" เขายกมุมปากขึ้นเล็กน้อย "อยากไปไหน ฉันจะไปเป็นเพื่อนเธอ วันนี้ฉันว่างทั้งวัน ตอนบ่ายฉันจะพาเธอไปเที่ยว ตอนค่ำเราก็กลับไปทานข้าวที่บ้านคุณพ่อคุณแม่"

เธอจ้องรอยยิ้มที่จืดชืดจนแทบมองไม่เห็นของเขา ขณะคิดถึงเรื่องที่ตัวเองกำลังจะพูด ความขมขื่นรุนแรงก็พุ่งพล่านขึ้นในใจ

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요
댓글 (1)
goodnovel comment avatar
Ann Da Wang
คุณเวินจอมเนรคุณ
댓글 더 보기

최신 챕터

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 632

    หลิวซิ่วอวิ๋นรีบพูดเสริม พร้อมกับดึงตัวเจ้าหนุ่มผมทองมายืนตรงหน้าเจี่ยนจือ “ลูกดูสิ เป็นผู้ชายที่ดีจะตาย ทั้งหล่อ ทั้งทันสมัยเลยไม่ใช่เหรอ?หล่อ?ทันสมัย?ผู้ชายที่ดี?เจี่ยนจือตีหน้าถมึงทึง “ผู้ชายที่ดีขนาดนี้ แม่ก็แต่งเองสิ!”“แก……” หลิวซิ่วอวิ๋นโดนสวนกลับจนพูดไม่ออกเจ้าหนุ่มหัวทองหน้าเจื่อนไปทันที เช่นเดียวกับเถ้าแก่ลู่และภรรยาที่เริ่มหน้าตึงขึ้นมาเจี่ยนเฉิงจวินกลัวว่าบรรยากาศจะเสียจนจบไม่สวย จึงรีบค้อมตัวให้เถ้าแก่ลู่ “เถ้าแก่ลู่ครับ ลูกสาวผมแค่ตั้งใจเรียนมากไปหน่อย เธอคงกลัวว่าถ้าต้องมาคุยเรื่องนี้ตอนมัธยมจะกระทบกับการเรียน เดี๋ยวผมค่อย ๆ กลับไปคุยกับเธอเองครับ”เจ้าหนุ่มหัวทองจึงได้โอกาสพูดขึ้นว่า “ไม่กระทบการเรียนหรอก ฉันจะเรียนไปพร้อมกับเธอด้วย”เถ้าแก่ลู่ไม่พอใจมาก พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “งั้นเอาไว้แค่นี้ก่อนแล้วกัน”ทั้งครอบครัวหันหลังเตรียมจะเดินออกไป“อยู่กินข้าวก่อนสิครับ เถ้าแก่ดู……” เจี่ยนเฉิงจวินนึกขึ้นได้ว่าที่บ้านมีกับข้าวอยู่แค่สองอย่าง แถมยังเก็บไปแล้วอีกต่างหาก “ไม่อย่างนั้นไปกินข้าวที่ร้านตรงทางเข้าหมู่บ้านกันดีไหมครับ?ผมเลี้ยงเอง”“ใช่ค่ะ ๆ เดี๋ยวก็จะเป็

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 631

    เถ้าแก่ลู่ได้ยินดังนั้นก็พอใจมากทว่าเมิ่งเฉิงซ่งที่ยืนอยู่ข้างเจี่ยนจือกลับมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆต่อให้จะเป็นแค่ความฝัน เจี่ยนจือก็ยังรู้สึกขายหน้ามากอยู่ดีใช่แล้ว ในเวลานี้เธอไม่ต่างอะไรจากสินค้าที่พ่อแม่นำมาวางโชว์ไว้บนเขียง รอให้ใครสักคนเดินผ่านมาเลือกซื้อ เขาคงไม่เคยเห็นสถานการณ์แบบนี้มาก่อนสินะ?ตั้งแต่ก้าวเข้ามาในบ้าน ลูกชายหัวทองของเถ้าแก่ลู่ก็เอาแต่จ้องเจี่ยนจือด้วยสายตาละโมบโลภมากอย่างไม่ปิดบัง ซึ่งเมิ่งเฉิงซ่งเองก็สังเกตเห็นเช่นกัน เขาถึงได้ก้าวขึ้นมาข้างหน้าแล้วใช้ตัวบังเจี่ยนจือเอาไว้ ผลที่ได้กลับเป็นสายตาโกรธเกรี้ยวจากเจ้าลูกชายหัวทองเมิ่งเฉิงซ่งก็มองกลับไปอย่างไม่เกรงกลัวเช่นกันคุณย่ายังคงอยู่ในห้อง ท่านไม่รู้เลยว่าสถานการณ์ข้างนอกเป็นอย่างไรบ้าง จึงทุบประตูสุดแรง “เปิดประตู!จือจือ เปิดประตูให้ย่าหน่อย เร็วเข้า!”เถ้าแก่ลู่ “แล้วนั่นมันอะไรอีก?”“แม่ผมเอง ท่านสุขภาพไม่ค่อยดี ป่วยอยู่น่ะครับเลยให้พักอยู่ด้านใน แต่ไม่ทันระวังประตูเลยล็อค” เจี่ยนเฉิงจวินขยับเข้าไปใกล้เถ้าแก่ลู่ แล้วกระซิบเสียงเบา “เดี๋ยวจะติดเชื้อ ผมเลยไม่ให้แกออกมา”หลิวซิ่วอวิ๋นยังรีบเสริมอีก

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 630

    แต่กลายเป็นว่าการล้มครั้งนี้ช่วยชีวิตเขาไว้พอดี เพราะมีดในมือเจี่ยนจือเฉือนผ่านหนังศีรษะของเขาไปอย่างหวุดหวิด จึงไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ เลยเขากลิ้งคลุกคลานหนีไปกับพื้น พลางตะโกนด่าเจี่ยนจือว่าเป็นลูกอกตัญญู พร้อมกับตะโกนลั่น “มันจะฆ่าคนแล้ว!ฆ่าคน!”คุณย่าที่อยู่ในห้องทุบประตูเสียงดังด้วยความร้อนใจ พลางตะโกนบอกเจี่ยนจือว่าอย่าทำอะไรโง่ ๆแต่ตอนนี้เจี่ยนจืออยู่ในความฝันนี่!อยู่ในฝันมีอะไรให้ต้องกลัวล่ะ!อีกอย่าง ต่อให้จะไม่ใช่ความฝัน ต่อให้จะเป็นเหมือนในนิยายที่ว่าเธอหลับไปแล้วตื่นขึ้นมาในช่วงมัธยมปลาย งั้นเธอยิ่งไม่มีอะไรให้ต้องกลัว!แค่ได้ใช้ชีวิตมากกว่าคนอื่นอีกหนึ่งชาติ ก็ถือว่ากำไรแล้ว!ชาตินี้มีแค้นก็ต้องชำระ เรื่องที่ติดค้างไว้ก็ต้องทวงคืนให้หมด!ตอนที่เจี่ยนจือไล่ตามเจี่ยนเฉิงจวินที่คลานหนีไปตามพื้นท่ามกลางเสียงกรีดร้องของเจี่ยนเฉิงจวินและหลิวซิ่วอวิ๋น จู่ ๆ ก็มีใครบางคนพุ่งเข้ามากอดเธอไว้จากด้านหลัง ใครคนนั้นกำข้อมือที่เธอถือมีดไว้แน่น“อย่าวู่วาม!เจี่ยนจือ!อย่าวู่วามนะ!”เธอฟังออกว่าคนที่กำลังห้ามเธออยู่คือเมิ่งเฉิงซ่ง“เจี่ยนจือ ไม่ต้องกลัวนะ ฉันมาแล้ว ฉันมาช่วยเธอแล้ว

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 629

    เห็นได้ชัดเลยว่าตอนนี้พ่อเธอโกรธจนฟิวส์ขาดแล้ว แต่ที่ตอนนี้ยังยอมทนอยู่ก็เพราะมีเรื่องที่ต้องการ แถมดูเหมือนจะไม่ใช่น้อย ๆ เลยด้วยหลิวซิ่วอวิ๋นแม่ของเธอ ยังคงทำหน้าที่เป็นคนกลางคอยไกล่เกลี่ยสถานการณ์ “จือจือ พ่อเขาไม่ได้ด่าลูกนะ แค่พลั้งปากพูดเฉย ๆ”“พลั้งปากด่าลูกตัวเองขนาดนี้เลยเหรอ?ยังมีความเป็นพ่ออยู่ไหม?” คุณย่าพูดพลางกอดเจี่ยนจือไว้แน่น “พวกแกกลับไปเถอะ ที่นี่ไม่ได้ทำกับข้าวเผื่อพวกแก กลับไปกินที่บ้านตัวเองนู่น”“แม่คะ!” หลิวซิ่วอวิ๋นรีบพูดต่อ“ ไม่ใช่นะคะ ๆ พวกเราไม่ได้มาเพื่อด่าจือจือนะ พวกเรามาหาเจี่ยนจือเพราะมีข่าวดีต่างหากค่ะ”คุณย่าไม่เชื่อเลยว่าพวกเขาสองคนมาหาเพราะมีเรื่องดี ๆ มาให้เจี่ยนจือ ท่านชี้ไปที่ประตูอย่างหนักแน่น แสดงออกชัดเจนว่าต้องการไล่ให้พวกเขากลับไป“แม่ อีกเดี๋ยวจะมีแขกคนสำคัญมา แม่จะไล่ผมทำไม?” เจี่ยนเฉิงจวินพูดอย่างหงุดหงิด “แม่คิดว่าผมอยากจะมาที่บ้านนอกแบบนี้หรือไง?ก็เพราะนังเด็ก……ยัยนี่ไม่ยอมไปกินข้าวด้วยนั่นแหละ คนเขาอุตส่าห์เตรียมอาหารไว้เสียใหญ่โตเพราะจะเลี้ยงข้าวแท้ ๆ ”ตอนแรกเขาตั้งใจจะด่าว่าเด็กเหลือขอ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าคำด่านั้นอาจจะเข้าตัว

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 628

    “ยังดีที่ก่อนหน้านี้พื้นฐานเธอไม่ได้แย่มาก ถ้าพยายามอีกหน่อยน่าจะ……”ขณะที่พูด ๆ อยู่ ทั้งสองคนก็มาถึงบอร์ดประกาศตอนนี้หน้าบอร์ดประชาสัมพันธ์เต็มไปด้วยนักเรียน ทุกคนกำลังคุยกันเจี๊ยวจ๊าวว่าใครได้อยู่ห้องไหนบ้าง ถ้าเห็นว่าตัวเองได้อยู่ห้องเดียวกับเพื่อนสนิท เสียงโห่ร้องดีใจก็จะดังขึ้นเป็นระยะเจี่ยนจือไม่ได้มองทางฝั่งสายวิทย์เลย เธอเดินตรงไปดูรายชื่อของสายศิลป์“ทางนี้ เธอจะไปไหน……” เวินถิงเยี่ยนพูดยังไม่ทันจบ ทันใดนั้นเองเขาก็ฉุกคิดอะไรขึ้นได้จึงรีบตามเธอไปแล้วเขาก็เห็นชื่อของเจี่ยนจืออยู่ในรายชื่อห้องทดลองสายศิลป์ 1“เธอหลอกฉัน?”ทั้งที่วันนี้อากาศร้อนจัด แต่เจี่ยนจือกลับรู้สึกเหมือนว่ามีไอเย็นยะเยียบแผ่ออกมาจากด้านหลัง หลังจากนั้น เธอก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกตอนที่เจี่ยนจือหันกลับไป คนที่ยืนอยู่ด้านหลังก็หายไปแล้ว กลับเป็นเมิ่งเฉิงซ่งที่เดินเข้ามาหาเธอ พร้อมหัวเราะอย่างดีใจ “เจี่ยนจือ!พวกเราได้อยู่ห้องเดียวกันจริงด้วย!”ใช่ เมิ่งเฉิงซ่งก็มีชื่ออยู่ในห้องทดลองสายศิลป์ 1 เช่นกัน“วันนี้ฉันต้องเลี้ยงข้าวเธอให้ได้!ฉลองกันหน่อย!” เมิ่งเฉิงซ่งกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจเจี่ยนจ

  • ปีที่ห้าของการแต่งงานกับคุณเวิน   บทที่ 627

    เจี่ยนจือรู้สึกสังหรณ์ไม่ดีเท่าไหร่แต่ตอนนี้เวินถิงเยี่ยนเห็นเธอแล้ว และจากสายตาของเขาก็ดูท่าว่าจะไม่ยอมปล่อยเธอไปง่าย ๆ เธอได้แต่เดินเข้าไปอย่างไม่เต็มใจนัก ซึ่งในมือของเวินถิงเยี่ยนกำลังถือใบคะแนนของนักเรียนในห้องอยู่จริงสิ เขาเป็นกรรมการฝ่ายการศึกษา ย่อมต้องได้เห็นคะแนนทั้งหมดก่อนอยู่แล้ว“ดูเธอสิ” เขาชี้ไปที่ใบคะแนน “ดูสิว่าเธอสอบออกมาเป็นยังไงบ้าง?วิชาสายวิทย์ไม่ผ่านเลยสักวิชา!”เจี่ยนจือไม่มีอะไรจะเถียงสิบกว่าปีแล้ว เธอไม่ได้แตะความรู้พวกนั้นเลยตั้งแต่เรียนจบมัธยม จะให้จำได้ยังไงล่ะ?ยิ่งไปกว่านั้น ตอนเรียนเธอก็แทบจะเอาตัวไม่รอด ที่ทุ่มเทไปทั้งหมดก็เพราะอยากเรียนสายวิทย์กับเขา“คะแนนตกลงแบบนี้ เธอจะยังสอบเข้ามหาวิทยาลัยอยู่ไหม?หรือต่อให้เธอเป็นนักเรียนศิลปะ แต่คะแนนวิชาสามัญแย่ขนาดนี้ก็สอบไม่ติดหรอกมั้ง?” เวินถิงเยี่ยนชี้ไปที่ใบคะแนน พลางมองเธอด้วยแววตาราวกับตัวเองเป็นครูประจำชั้นเสียเอง“ฉันรู้แล้ว ต่อจากนี้ฉันจะตั้งใจให้มากขึ้น” เธอเดินผ่านเขาแล้วตรงไปข้างหน้าวันนี้เป็นวันประกาศผลการจัดห้องเรียน น่าจะมีการเอารายชื่อไปติดไว้ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์“หยุดนะ!เธอจะรีบไปไ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status