Se connecterใบหน้างามเศร้าหมองลง ตรงหางตาคล้ายจะมีน้ำตา นางดูทุกข์ตรมเมื่อนึกถึงอดีต นางมีบาดแผลภายในจิตใจ อวิ๋นซีเอามือลูบแก้มนาง
“ข้ากลัวว่าข้าจะตาย จะไม่ได้พบเจ้าอีก...”
“เริ่มจะเสแสร้งเก่งเท่าข้าแล้ว ที่โดนตีก็ตั้งใจใช่หรือไม่ ไยไม่ขัดขืนท่านแม่รอง ขอให้นางตัดสินโทษตอนบิดากลับจวน คราวหน้าอย่าทำเช่นนี้อีกนะ”
อาหรูป้อนข้าว อาหรูทายา อาหรูนอนเฝ้าไข้ถึงรุ่งเช้า อาหรูเป็นห่วงเขา...
บ่าวคนสนิทมองคุณชายก็รู้ว่าเขาน่ะอยากโดนเฆี่ยนอีกสักร้อยที! จะได้ทำตัวน่าสงสาร นี่คนรักศักดิ์ศรีอย่างคุณชายอวิ๋นกลายเป็นสุนัขไปแล้วรึไง?
คุณหนูเสิ่นดุคุณชายไม่นาน พยุงเขาให้ลุกขึ้นนั่ง ป้อนโจ๊กทีละคำจนหมดชามแล้วตามด้วยยาขม
อวิ๋นซีหลับตา อ้าปากงับช้อนจากถ้วยยา เขาทำตัวเป็นเด็กดี แต่ดื้อรั้นอยู่พอประมาณ
ตอน ‘ขม’ ก็ทำหน้าตาไม่สู้ดี ตอน ‘ร้อน’ ก็ขอให้อาหรูเป่า เขาถึงจะดื่มยาได้ ยังขอขนมหวานแก้ขมด้วย แถมไล่ป๋ออวี้ให้ออกไปกินข้าวข้างนอก คุณหนูป้อนยาเขาจนหมดถ้วย ป้อนขนมให้เขาจนอิ่มแปล้ พอเสร็จงานแล้วนางหยิบผ้าผืนเล็กเช็ดตรงมุมปากหนา
“ทำไมท่านแม่รองถึงได้ตีท่าน รู้หรือไม่?”
“ไม่ใช่เพราะโถวิเศษของฮองเฮาแน่”
หญิงสาวรั้งช้อนวางบนถ้วยอย่างเบามือ คุณชายน้อยจ้องนาง แววตาล้ำลึกดั่งก้นบึ้งมหาสมุทร “ก็คงเป็นเรื่องสอบเลื่อนขั้นขุนนาง”
“อื้ม... เดือนหน้าจะมีสอบเลื่อนขั้น พวกเขาน่าจะหาเรื่องทำร้ายท่านเพื่อให้ท่านไปสอบไม่ได้ จวนนี้รู้ว่าท่านต้องการอำนาจ ความเคารพนับถือจากผู้คน ใครเล่าจะอยากให้ท่านรับภรรยาอย่างสมเกียรติ...”
“จริงด้วย ใครเล่าไม่รู้ว่าข้าพึงใจคุณหนูตระกูลเสิ่น ข้าจะต้องสอบผ่านให้ได้”
คุณชายอวิ๋นซีมีสติปัญญาเป็นเลิศ ความจำดีมาตั้งแต่วัยเยาว์ จะบู๊หรือบุ๋นก็เก่งฉกาจไม่แพ้บุตรชายคนโต ตอนอายุสิบปีเขายิงธนูชนะองค์ชายใหญ่ ตอนอายุสิบสามปีเขาแต่งบทกวีที่ไพเราะ ชื่อเสียงเลื่องลือในต้าฉี ตอนอายุสิบห้าปีเขารู้จักวรรณกรรมคำสอนจากนักปราชญ์มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ งานล่าสัตว์หรืองานสังคมไหน ๆ เขาไม่น้อยหน้าพี่ใหญ่ ตัวเขาย่อมลำบากแค่ในจวน ในอนาคตเขาจะเป็นผู้มีอำนาจบารมี ชาติก่อนเป็นเช่นนั้น ชาตินี้ก็เป็นเช่นเดียวกัน ช้าหรือเร็วเท่านั้น
“ถึงข้าจะเป็นคุณหนูกำพร้าบิดามารดา ชื่อเสียงมิได้โด่งดังนัก งานแข่งขันสตรีไม่โดดเด่นเท่าคุณหนูผู้ดีบ้านอื่น แต่ข้ามีท่านลุงเป็นถึงรองเสนาบดีกรมคลัง ตำแหน่งไล่เลี่ยกับบิดาท่าน การเกี่ยวดองกันไม่เกิดประโยชน์กับแม่เลี้ยงใจร้าย ตระกูลซูโลภไม่สิ้นสุด พวกลูกอนุก็ริษยาท่าน ไม่ยอมให้ท่านแต่งลูกสาวบ้านไหนที่มีหน้ามีตากว่าลูกของพวกเขาแน่”
ไม่มีทางที่อนุทั้งสองจะนิ่งเฉยดูดาย ฮูหยินซูยิ่งแล้วใหญ่ ถึงแม้ว่าบิดาลึก ๆ แล้วอยากให้บุตรชายแต่งกับบุตรสาวผู้ใหญ่ที่มีผลประโยชน์ร่วม แต่ด้วยความที่มีบุตรหลายคน จะเป็นคนอื่นก่อนย่อมเหมาะสมกว่าบุตรคนเล็ก
ได้ดีก็มีประโยชน์ แต่ถ้าได้ดีทีหลังสุดหรือย่ำแย่สุด ๆ ไปเลยน่าจะดีกว่า
“อาหรู... เจ้ารอข้าหน่อย ข้าสอบเลื่อนขั้นได้แน่ งานชุมนุมกวีปีนี้ฮ่องเต้จะพระราชทานรางวัลใหญ่ ข้าจะไปคว้ารางวัลมาเป็นสินสอดสู่ขอเจ้า”
“ดีสิ ดีเลย...”
หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวแรง ทว่าความสุขนั้นกลับสั้นดุจน้ำค้างต้องแสงตะวัน...
พี่อวิ๋นถึงจะประสบพบความยากลำบากเพียงใด เขามีจิตใจที่ซื่อตรง มั่นคงในรัก ในอดีตเขาทะเยอทะยานจนภายหลังกลายเป็นคนเจ้าเล่ห์ ที่เขาทำไปทั้งหมดก็เพื่อจะใช้อำนาจในมือมาช่วยเหลือนาง ช่วงชิงนางจากพี่ชาย มอบอิสรภาพให้นางรอดพ้นจากตระกูลซู เขายอมเหยียบหัวคนขึ้นที่สูง ยอมตายเพื่อให้นางมีชีวิตรอด ตายไปแล้วเขาไม่มีแม้ที่กลบฝัง
รองแม่ทัพชั่วนั่นใส่ร้ายเขาข้อหากบฏ ในวันที่เขานำกำลังคนมาช่วยนางจากคุกทหาร นำศพของเขาโยนให้หมาป่าและอีแร้งในป่าฉีกทึ้ง ไม่มีชิ้นดี
จะให้เกิดขึ้นอีกไม่ได้!
เสิ่นหรูซีเม้มริมฝีปากแน่นจนไร้สีเลือด ขอบตาที่แดงก่ำฟ้องชัดถึงความกรุ่นโกรธจนอีกฝ่ายถึงกับชะงักนิ่งไป นางระงับโทสะของตนไว้ หน้าตาเคร่งเครียด
“เช่นนั้นก็ตัดขาดตระกูลซู มาอยู่กับตระกูลเสิ่น พวกเขาไม่คู่ควร...”
อวิ๋นซีราวอ่านใจนางได้ทีเดียว นางไม่ทันอ้าปากพูดต่อ สองคนเอ่ยพร้อม ๆ กัน
“ข้ายินดีเป็นเขยแต่งเข้า...”
“ท่านจะยอมเป็นเขยแต่งเข้าหรือไม่?”
คุณหนูเสิ่นขอคุณชายอวิ๋นแต่งงานแล้ว!
ป๋ออวี้ทำความสะอาดโต๊ะกินข้าวอยู่ด้านนอก สะดุ้งเฮือก วิ่งเข้าไปในห้องนอนเพื่อแสดงความยินดี เขาเลยได้เห็นคุณชายน้อยผู้มีอุปนิสัยเคร่งขรึม ทว่าช่างอ้อนเฉพาะกับคุณหนูเสิ่น ไฉนเลยหน้าบานเท่านี้...
“การแต่งเข้าจวนแม่ทัพถือเป็นการตัดขาดจากบิดาที่ลำเอียง แม่เลี้ยงใจยักษ์ มาเป็นประมุขจวนแม่ทัพ ข้ารับรองว่าในวันที่ท่านเป็นเขยแต่งเข้าจะไม่มีผู้ใดดูถูกท่าน จะเป็นเขยแต่งเข้าที่บุรุษทั่วทั้งใต้หล้าอิจฉา ไม่มีใครกล้ารังแกท่านอีก” นางให้คำมั่นสัญญา ลึกลงไปในดวงตาปรากฏความสัตย์จริง ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบา ๆ
ห่างออกไปในเงามืด ซูจื่อหาวทำได้เพียงยืนมองภาพเหล่านั้นอยู่ไกล ๆ เขามองเห็นสองสามีภรรยาหยอกล้อและดูแลกันอย่างหวานชื่นอยู่หน้ากองไฟที่ลุกโชนกลิ่นเนื้อย่างที่อวิ๋นซีบรรจงทำด้วยความใส่ใจ ตอกย้ำถึงสิ่งที่เขาไม่เคยคิดจะทำให้นาง... น้องชายของเขาช่างแสนดีเสียเหลือเกิน ดีพอที่จะทำให้สตรีผู้หนึ่งกลายเป็นทั้งฮูหยินและมารดาที่มีความสุขที่สุดในใต้หล้ายิ่งหวนนึกถึงอดีต หัวใจของเขาก็ยิ่งหนักอึ้ง หลังจากหย่าขาดถึงสามครั้งสามครา ชีวิตรักกลับกลายเป็นความอ้างว้างอย่างน่าประหลาด เขาพานพบแต่ฮูหยินที่แสนร้ายกาจ คนที่สองลอบมีชู้ในจวน สร้างความอัปยศให้กับตระกูลซู คนที่สามเป็นคุณหนูผู้ดีแสนเกียจคร้าน วัน ๆ ไม่ทำสิ่งใดนอกจากผลาญทรัพย์สินจนเกลี้ยง จนเขาต้องหย่าขาดจากนางเขากลับไปกราบกรานถามแม่เฒ่าผู้หยั่งรู้ถึงชะตาชีวิต แต่นางกลับเพียงหลับตาลงแล้วเอ่ยประโยคที่กรีดลึกเข้าไปถึงดวงวิญญาณ‘ข้าก็มอบคำทำนายให้เจ้าไปแล้ว เจ้าไม่ต้องถามหาความรักอีกต่อไป เพราะกรรมที่เจ้าก่อไว้มันใหญ่หลวงนัก... ชะตาของเจ้าในชาตินี้ มิได้ถูกกำหนดให้ตายตกตามกัน ทว่าถูกสาปให้ต้องมีชีวิตอยู่ เพื่อเฝ้ามองฮูหยินที่เจ้าเคยทารุณทรมาน มีความสุ
หัวใจของเขาเต้นระรัวแรงทุกชั่วขณะ กระทั่งภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าทำให้เขาต้องชะงักนิ่ง...หมูป่าร่างยักษ์เขี้ยวโง้งตัวหนึ่งถูกพันธนาการด้วยเชือกอาคมสีทองละเอียดยิบ นอนแน่นิ่งอยู่แทบเท้าสตรีในชุดผ้าป่านอย่างชาวบ้าน นางรวบผมไว้อย่างลวก ๆ ทว่ากลับขับเน้นใบหน้าผุดผาดให้น่ามองยิ่งขึ้น แม้ครรภ์ที่แก่จัดจะนูนเด่นชัดเจน นางยังคงส่งยิ้มละไมเหมือนไม่มีเรื่องอะไร“พี่อวิ๋นมาพอดีเลยเจ้าค่ะ ดูสิ... เจ้าตัวนี้มันวิ่งเข้ามาหาข้าเอง ข้าเห็นว่าท่านพี่ทำงานหนักจนซูบผอมไปนิด เลยตั้งใจจะเอามาทำอาหารบำรุงเลือดลมให้ท่านสักหน่อย”อวิ๋นซีกระโจนกายลงจากม้า เข้าไปประคองร่างภรรยาพลางตรวจดูตามเนื้อตัวด้วยความลนลาน “อาหรู! เจ้าทำข้าหัวใจจะวายรู้หรือไม่ เจ้ากำลังตั้งครรภ์อยู่นะ หากเจ้าหน้ามืดหรือเจ้าหมูหน้าโง่นี่ทำอันตรายเจ้าขึ้นมา ข้าจะทำเช่นไร!”หรูซีซบลงบนอกสามีอย่างออดอ้อน “ข้าเป็นเซียนนะเจ้าคะ สัตว์ป่าพวกนี้ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก อีกอย่าง... ลูกในท้องยังกระซิบบอกข้าเลยว่า ‘ท่านแม่ล่ามาให้ท่านพ่อเถิด ท่านพ่อจะได้มีแรงกอดพวกเรานาน ๆ’”เมื่อเจอไม้อ้อนประสานเสียงของทั้งแม่และลูก อวิ๋นซีที่ตั้งท่าจะดุภรรยา ก็พลันใจอ่อนย
กลิ่นธูปหอมอ่อนอบอวลอยู่ภายใต้บรรยากาศอันสงบเงียบในศาลเทพชะตา ดวงตาสองคู่ทอดมองไปยังเปลวเทียนที่ไหวระริกส่องสว่าง มือหนาวางทาบบนหน้าท้องที่ยังแบนราบตามอายุครรภ์อย่างแผ่วเบา พลางโอบบ่าประคองภรรยาให้ยืนเคียงข้างอย่างทะนุถนอม“ลูกพ่อ... เจ้ามีมารดาเป็นเซียนผู้เก่งกาจ มีบิดารักใคร่ในมารดายิ่งนัก”“เจ้าก้อนแป้งเพิ่งกระซิบบอกข้าว่าเขาอยากออกมาเห็นหน้าท่านเสนาบดีไว ๆ เจ้าค่ะ” หรูซีคลี่ยิ้มละไม “เขาจะต้องภูมิใจที่สุด หากรู้ว่าท่านพ่อของเขายอมสละได้แม้กระทั่งดวงวิญญาณเพื่อปกป้องท่านแม่”“ข้าสัญญาด้วยชีวิตของข้า จะดูแลทั้งเจ้าและลูกให้ดีที่สุด” อวิ๋นซีก้มมองอาภรณ์ขาวสะอาด ราวกับจะมองทะลุผ่านไปถึงเจ้าตัวน้อยในครรภ์ หรูซีจึงวางมือทับบนมือของสามีอีกชั้นหนึ่งอย่างปลอบประโลม ก่อนที่เขาจะคุกเข่าลงเบื้องหน้าศาลเทพชะตา ประสานมือตั้งจิตอธิษฐานด้วยความสัตย์จริง“ข้าแต่องค์เทพ... ข้าขอวิงวอนให้วาสนาที่ข้าแลกมาด้วยดวงวิญญาณจงยั่งยืนตลอดไป ขอให้ข้าและอาหรูได้ครองรักเคียงคู่จนผมหงอกขาว ขอให้ข้าและนางมีวาสนาต่อกัน เป็นสามีภรรยาที่รักใคร่กลมเกลียวในทุกภพชาติ”หรูซีหลับตาลงอธิษฐานตาม “ขอให้คำสาบานของพวกเราสว่าง
“วันนี้ท่านมีธุระอะไรกับท่านอ๋องหรือ รองแม่ทัพซู?”“ข้าแวะมาดูท่านย่า... มาดูน้องชายของข้าด้วยว่าเขายังสบายดีหรือไม่ ช่วงนี้เขาดูแปลกไปนะเจ้าว่าไหม? หรูซี” จื่อหาวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงมีนัยแอบแฝง เขายังเรียกนางอย่างสนิทสนมเหมือนเมื่อครั้งก่อนในเมื่อทั้งสองคนอนุญาตเขาแล้ว“พี่อวิ๋นของข้ามีอะไรแปลกไปงั้นหรือ?”“เจ้ามีความคิดเห็นอย่างไรเล่า ไหนเจ้าว่าเป็นเซียนผู้หยั่งรู้... เรื่องแค่นี้เจ้ากลับมองไม่ออก?” จื่อหาวแค่นยิ้ม ยั่วยุให้นางสงสัยในตัวอวิ๋นซีอวิ๋นซีพลันสบตาภรรยาด้วยความรู้สึกผิด เขากลัวว่าจะถูกภรรยาโกรธงอน รีบเอ่ยขัดขึ้นเสียก่อน “อาหรู... ข้ามีเรื่องปิดบังเจ้า หากข้าจะบอกความจริงทุกอย่างแก่เจ้าในตอนนี้ เจ้าจะยอมรับฟังข้าหรือไม่...?”หรูซีส่งยิ้มอ่อนโยนให้สามี “ไม่ว่าท่านพี่จะทำอะไร ข้าก็ไม่โกรธท่านหรอกเจ้าค่ะ... ท่านดูเขาสิ” นางปรายตามองบุรุษในฝั่งตรงกันข้ามด้วยความสมเพช “คนผู้นั้นเคยทำเรื่องเลวทรามต่ำช้ากับข้าขนาดไหน ข้ายังละวางความแค้นลงได้ แล้วพี่อวิ๋นแสนดีกับข้าถึงเพียงนี้ ท่านทำให้ข้าเป็นฮูหยินที่สตรีทั้งใต้หล้าล้วนริษยา ทุกวันนี้มิตรสหายต่างเข้ามารุมล้อมถามข้าถึงเคล็ดลับ เห
อวิ๋นซีหัวเราะเบา ๆ อย่างรู้ทัน ความตั้งใจของพี่ชายนั้นชัดเจนว่าไม่ยอมแพ้และต้องการสร้างผลงานบางอย่างเพื่อกอบกู้ชื่อเสียงของตนกลับมาหลายวันมานี้ชาวบ้านลือกันทั่วว่ารองแม่ทัพไร้น้ำยา งานปราบกบฏอันควรเป็นเกียรติประวัติ ดันถูกองครักษ์ของคุณหนูเยว่และน้องชายที่เขาเคยดูแคลนช่วงชิงความดีความชอบไปเสียสิ้น ผู้คนต่างพากันนินทาลับหลังว่าวัน ๆ เขาอุดอู้อยู่แต่ในกระโจมแม่ทัพจนภรรยาอยากจะหย่าขาดเต็มทน ซึ่งนางก็สมหวังไปแล้วเพราะองครักษ์หนุ่มผู้จงรักภักดี“ท่านจะตามจับปีศาจด้วยกระดิ่งนั่นหรือ?” อวิ๋นซีถามพลางจิบชาอย่างใจเย็น แววตาคมปลาบจับจ้องไปที่แขนเสื้อของพี่ชาย “อาหรูนางเลือกเดินหนทางเซียน ต่อให้นางมีกู่ปีศาจในร่าง ทว่าจิตมารดวงนั้นดับสูญไปแล้ว กระดิ่งนี่ไม่น่าจะดังได้ ข้าว่ามันคงเสียแล้วล่ะ”“ไม่มีทางที่มันจะเสีย เจ้าลองไปตามนางมาพิสูจน์ดูก็แล้วกัน” จื่อหาวเอ่ยแกมสั่ง ทว่าน้ำเสียงกลับไร้ความมั่นใจยามเผชิญหน้ากับน้องชายที่มีฐานะเหนือกว่าตนในทุกด้าน“ท่านมีสิทธิอะไรมากล่าวหาฮูหยินของข้า อย่าลืมสิว่านางเป็นถึงปรมาจารย์ราชครูของแผ่นดินนะพี่ใหญ่ หากท่านคิดจะตรวจสอบนาง มิควรขอพระบรมราชานุญาตจากฝ่าบา
ค่ำคืนนั้นเขามองเห็นอาหรูนั่งร้องไห้กอดป้ายวิญญาณอยู่ในศาลบรรพชนเพียงลำพัง จึงแอบไปเก็บดอกไม้ป่าที่นางชอบ เขาเดินฝ่าลมหนาวด้วยรองเท้าคู่เก่าของพี่ชายทำให้หิมะกัดเท้าแห้งแตกจนเลือดไหลซึม ทว่าใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม เพียงเพราะคิดว่านางจะต้องดีใจแน่ ๆแต่เมื่อเขากลับไปที่ศาลบรรพชนตระกูลเสิ่นอีกครั้ง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับเป็นจื่อหาว! ลูกอนุผู้แย่งทุกสิ่งไปจากเขาและมารดา กำลังปลอบประโลมเด็กสาวตัวน้อยและพานางขึ้นรถม้าของตระกูลไปอย่างง่ายดายเขาในเวลานั้นคิดปลอบใจตนเองว่าขอแค่นางไม่ต้องเหน็บหนาว ก็นับว่าดีแล้ว ในเมื่อเขาไม่มีสิทธิแม้จะมีรถม้าส่วนตัวเหมือนบุตรคนอื่นในบ้าน ทว่าเขาคิดผิดไปทั้งหมด เพราะนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา หัวใจของนางก็ไม่เคยหันมองมาที่เขาอีกเลย‘ทำไมต้องเป็นท่าน... พี่ใหญ่... ทำไมทุกอย่างในโลกนี้ต้องเป็นของท่าน!’เสียงกรีดร้องในใจวันนั้น กลายเป็นรอยแผลที่ฝังลึกจนไม่อาจลบเลือน แม้กระทั่งนางแต่งเข้าจวนตระกูลซูในฐานะพี่สะใภ้ ทั้งที่เขาอยากตบแต่งกับนางเจียนคลั่ง กลับถูกพี่ชายแย่งชิงวาสนาไป ถึงกระนั้นเขาก็ไม่เคยคิดจะทำร้ายเกียรติของนาง เพราะรู้ดีว่าหัวใจของนางมีเพียงซูจื่อหาวสอ
ทว่าขณะที่เสียงค้อนตอกตะปูดังประสานกัน สาวใช้คนสนิทวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางรีบร้อน“ท่านอ๋อง... คุณหนู... คุณหนูเยว่มาขอพบเจ้าค่ะ!”หรูซีวางถ้วยชาลงอย่างใจเย็น นางคาดการณ์ไว้แล้วว่าหากคุณหนูเยว่ยอมบากหน้ามาถึงจวนอ๋อง ย่อมมิใช่เรื่องอื่นใดนอกจากอาการของฉางเฉิน องครักษ์คนรักของนางคงพิษกำเริบหนัก เกินมือห
ยามเอ่ยถึงมารดาผู้ล่วงลับ แววตาของอวิ๋นซีพลันหม่นแสง ทอดมองไปยังท้องนทีอันกว้างใหญ่เบื้องหน้าบางค่ำคืนเขายังคงสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย หวาดกลัวแหล่งน้ำทุกแห่งหน ทว่าเขากลับต้องฝืนเรียนรู้การว่ายน้ำเพื่อเอาตัวรอด มิให้ถูกพวกลูกอนุผลักตกน้ำจนตาย“อาหรู...” เสียงทุ้มพร่าหนักแน่นขึ้น เขาก้มลงมองสตรีในอ้อม
ทว่าคุณหนูเสิ่นออกไปเดินตลาดในเมืองจนฟ้ามืด ส่วนเสนาบดีอวิ๋นก็ไปทำหน้าที่ในราชสำนัก กว่าคนพวกนั้นจะทันเห็นรถม้าประดับไม้แกะสลักลายเมฆามงคล ตัวรถบุผ้าไหมเนื้อละเอียดสีม่วงเข้ม สีประจำฐานันดรสูงเคลื่อนผ่านประตูจวน แสงไฟภายในก็ถูกดับจนมืดสนิท เหลือเพียงเงาเงียบงันของจวนอ๋องที่ไม่คิดเปิดรับแขกผู้ไม่พึง
“ข้าแล้วแต่เจ้า! ฮูหยินน้อย... ข้าจะยืนนิ่งเงียบไม่เอ่ยอะไรทั้งสิ้น ข้าเชื่อฟังเจ้า ตามใจเจ้าเถิด” เขาละล่ำละลักยืนยันหนักแน่นจนบิดาถึงกับตะคอกด้วยโทสะ“เจ้าเห็นภรรยาดีกว่าบิดารึ!?”“ท่านพ่อก็เชื่อฟังภรรยามากกว่าบุตรชายคนเล็กมาตลอดมิใช่หรือ?” อวิ๋นซีสวนกลับด้วยแววตาเฉยชา บัดนี้เขาคือสามีของเจ้าสำนั







