Se connecterฝ่ามือที่บีบขยำเต้านมสาวชะงัก เขาหมั่นไส้ยัยคุณหนูนัก โดนเขาล่วงเกินขนาดนี้ แต่เธอด่าคำหยาบได้แค่นี้เองเหรอวะ
“ถ้าเลวแล้วได้เอาคุณหนูทำเมีย ผมก็จะยอมเป็นคนเลวครับ”
เขาว่าพลางเลื่อนมือลงต่ำ ถลกชายกระโปรงขึ้นมา แล้วล้วงมือบีบขยำเนินเนื้อสาว
ปาลิตาตื่นตระหนกและหวาดกลัวจับใจ เธอเกร็งขัดขืน แต่เขาก็ใช้หัวเข่ากดแทรกกลางหว่างขาเธอเอาไว้ ทำให้เธอหุบขาเข้าไม่ได้ และโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว เขาก็สอดมือผ่านขอบกางเกงชั้นใน ล้วงลงซอกสาว นิ้วหยาบกร้านกดแทรกกลางกลีบเนื้ออ่อนนุ่ม
“ตาลจะฟ้องคุณท่านว่านายมากทำร้ายตาล”
น้ำตาร่วงเผาะ เจ็บใจที่สู้แรงเขาไม่ไหว
“ทำร้ายที่ไหนกัน ผมกำลังจะทำให้คุณหนูมีความสุขต่างหาก”
นายมากใช้มือข้างหนึ่งจับลำคอขาวผ่อง บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นมา เขาก้มลงจูบเธออย่างดุดันอีกครั้ง นิ้วที่แทรกอยู่กลางกลีบเนื้อนุ่มเริ่มขยับ เขาจูบเธอพร้อมกับขยี้ติ่งเนื้ออ่อนนุ่ม ปลุกเร้าเธออย่างช่ำชอง
ปาลิตาพยายามขัดขืนแล้ว เธอดิ้นสุดแรง แต่กลับไม่มีผลใด ๆ เลย
แม้ไม่อยากรู้สึก แม้ไม่อยากยอมรับกับสิ่งที่เขากระทำ แต่ร่างกายเธอกลับตอบสนอง มันเป็นไปตามกลไกธรรมชาติ น้ำหวานลื่นใสหลั่งเต็มซอกสาว ความวูบวาบปลาบเสียวอัดแน่นเต็มร่อง และในที่สุด เธอก็ถูกเขาขยี้จนระเบิดพร่างพราว กายสาวสั่นสะท้าน น้ำหวานซ่านกระเซ็นเต็มซอกขา
นายมากกดปากแน่บแน่น เขาดูดปากอิ่มสุดแรงแล้วปล่อย
“หึ!” เขาส่งเสียงเยาะเย้ยในลำคอ
“ไง...รู้สึกดีไหมครับคุณหนูลูกตาล”
นายมากดึงนิ้วออกมาจากซอกสาว เขายกมันขึ้นมาตรงหน้าเธอ
“อ้าปาก!”
ปาลิตาเม้มปากแน่น เธอมองเขาด้วยความโกรธและเกลียดชัง
“เธอจะดูดนิ้ว หรือจะดูดอย่างอื่น”
เขาว่าพลางเลื่อนมืออีกข้างลงไปจับหัวเข็มขัด ปาลิตาไม่มีทางเลือกอื่นเลย หญิงสาวรีบอ้าปากตามที่เขาสั่ง
“ว่าง่าย ๆ จะได้ไม่เจ็บตัว ทีนี้ก็ดูด”
นายมากสอดนิ้วเข้าไปในปากอิ่ม เขากดนิ้วเข้าไปจนสุดโคนข้อ ปาลิตาดูดและกลืนกินน้ำที่ติดมากับนิ้วของเขา
“เก่งมากครับ...คุณหนู”
นายมากดึงนิ้วออกมา เขาส่งนิ้วเข้าปากตัวเองแล้วดูดเสียงดัง
“ทีนี้ก็กลับบ้านกันเถอะ”
นายมากจับข้อมือบาง เขาออกเดินนำไปก่อน แล้วออกแรงดึงให้ปาลิตาเดินตาม แต่เขาเดินเร็วมาก ทั้งขาก็ยาวกว่าเธอ ปาลิตาจึงต้องวิ่งตามเขา
ใช้เวลาครู่ใหญ่ นายมากก็พาคุณหนูลูกตาลมาถึงรถตู้ เขาเปิดประตูด้านข้าง ส่งเธอขึ้นไปบนรถ เมื่อเธอนั่งเรียบร้อย เขาก็ขู่เธอว่า
“อย่าคิดหนี เพราะถ้าคุณหนูหนีอีกครั้ง ถ้าผมตามจับคุณได้ ผมจะยัดเยียดความเป็นผัวให้คุณในป่านี่แหละ”
ปาลิตาเบียดตัวเองเข้ากับด้านข้างของรถ เธอไม่กล้ามองหน้าเขา ไม่กล้าพูดอะไรทั้งนั้น เพราะเธอกลัวว่าจะเป็นการยั่วโมโหเขา จะทำให้เขาทำร้ายเธออีก
นายมากกดปุ่มเลื่อนประตูรถปิด แล้วรีบวิ่งไปขึ้นนั่งประจำที่คนขับ เขาสตาร์ตรถ และขับตรงไปข้างหน้า ในตอนนี้นี่เอง ที่ปาลิตาได้รู้ว่า ที่เขาบอกว่าน้ำมันหมดนั้น เขาโกหกเธอ
ปาลิตานั่งตัวเล็กลีบอยู่บนเบาะหลังคนขับ หญิงสาวเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด เธอไม่แน่ใจแล้วว่า การที่เธอตัดสินใจยอมรับเงื่อนไขการแต่งงานล้างหนี้ เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือผิดพลาดกันแน่
ใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง นายมากก็ขับรถพาคุณหนูลูกตาลมาถึงบ้านไร่สิงขร บ้านไม้หลังใหญ่สองชั้นตั้งอยู่บนเนินกว้าง มีสวนไม้ดอกไม้ประดับสวย ๆ รอบบ้าน
นายมากขับรถเข้าไปจอดไว้ในโรงจอดรถ เขาลงจากรถมาเปิดประตูให้ปาลิตา แล้วเดินไปเปิดประตูหลังรถ ยกกระเป๋าใบใหญ่ลงมา
ปาลิตาลงจากรถแล้วมองไปที่ตัวบ้าน หญิงสาวถอนหายใจบางเบา ขาเรียวสั่นน้อย ๆ ในตอนที่เดินตามนายมากเข้าไปในบ้าน
ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว ไฟในบ้านเปิดสว่างจ้า แต่พอเข้ามาในบ้าน กลับไม่มีใครอยู่สักคน เมื่อไม่เห็นใครในบ้าน ปาลิตาก็ถอยห่างมาจากนายมาก เธอมองเขาอย่างหวาดหวั่น กลัวเขาจะทำเรื่องไม่ดีกับเธออีก
“ห้องคุณหนูอยู่ชั้นสอง ตามผมขึ้นมา”
“นายมากวางกระเป๋าไว้ตรงนี้แหละ ตาลจะเอากระเป๋าขึ้นไปเก็บเอง”
“ตัวเล็กเท่าลูกน้ำยุงลาย จะมีปัญญาหิ้วกระเป๋าใบใหญ่ขึ้นบันไดเหรอ ตามผมขึ้นมา ผมจะไปส่งที่ห้อง”
ปาลิตามองเขาอย่างไม่ไว้ใจ
“ไม่ต้องกลัวผมหรอกน่า ผมยังไม่ทำอะไรคุณหนูคืนนี้หรอก อีกอย่าง ถ้าผมจะทำจริง ๆ คุณหนูหนีไม่พ้นหรอก เพราะคุณท่านไม่อยู่บ้าน ท่านไปเที่ยวต่างประเทศ อีกหลายวันกว่าจะกลับ”
เมื่อปั่นจักรยานมาได้สักระยะ ปาลิตาก็พบว่าเส้นทางนี้เป็นหลุมเป็นบ่อเยอะมาก สองข้างทางก็เป็นต้นหญ้าสูงท่วมหัว เธอพยายามระวังให้มากแล้ว แต่ก็พลาดจนได้ ปาลิตาล้มลงพร้อมกับจักรยาน หัวเข่าเป็นแผลถลอกสองข้าง เลือดไหลซิบ ชายกระโปรงชุดเดรสสีขาวขาดและเปื้อนเลือด “เจ็บจัง” ปาลิตาเลิกชายกระโปรงขึ้นมาดูรอยแผลที่หัวเข่าทั้งสองข้าง ใบหน้าสวยบิดเบ้ เธอสูดปากเบา ๆ ทั้งเจ็บทั้งแสบ แต่ไม่ว่าอย่างไร เธอก็ต้องไปต่อ ปาลิตาหันไปมองข้างหลัง เส้นทางเล็ก ๆ ที่สองข้างมีแต่ต้นหญ้าสูง ยอดหญ้าปลิวลู่ตามแรงลมพัด พระอาทิตย์กำลังจะตกดิน เธอต้องออกจากไร่สิงขรให้ได้ก่อนมืด ร่างบางลุกขึ้นอย่างยากลำบาก เธอเจ็บหัวเข่า และพอก้มมองจักรยาน เธอก็เห็นว่าล้อหน้าเบี้ยวจนไม่สามารถปั่นต่อไปได้แล้ว ปาลิตาตัดสินใจทิ้งจักรยานไว้ตรงนี้ เธอเดินไปข้างหน้าอย่างไม่ย่อท้อ มือบางเช็ดเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายขึ้นมาข้างขมับ หัวใจเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งเหนื่อย ทั้งหวั่นใจ กลัวว่านายมากจะตามมาเจอ ยิ่งเดินก็ยิ่งไกล จุดหมายที่เธอคาดว่าจะพบเจอก็ยังไม่ถึง หรือว่าเธอจะหลงทางแล้ว ทว่าเธอมาไกลเกินกว่าจะถอยหลังกลับแล้ว ความมืดเริ่มปกคลุมไป
8 มิอาจหลีกหนี เป็นอีกหนึ่งค่ำคืน ที่ปาลิตาหวาดหวั่นกลัวคนสวนเข้าหา แต่เพราะความเหนื่อยล้า เธอจึงไม่อาจฝืนร่างกายได้ หญิงสาวหลับไปพร้อมกับหยาดน้ำตา ปล่อยให้ทุกอย่างมันเป็นไปแล้วแต่ชะตาฟ้าจะกำหนดเถอะ เธอเหนื่อยเหลือเกินแล้ว ถึงแม้ว่าจะคิดแบบนั้น แต่คนหวั่นใจก็ยังสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก พอมองไปรอบห้อง แล้วเห็นว่าทุกอย่างยังปกติ เธอจึงหลับตาลงอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่วาย หลับ ๆ ตื่น ๆ อยู่ทั้งคืน รุ่งเช้าวันใหม่ ปาลิตาตื่นมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเดินลงไปที่ชั้นล่าง ป้าไก่จัดโต๊ะอาหารไว้รอแล้ว อยู่ที่นี่ ปาลิตาแทบไม่ต้องทำอะไร เธอมีหน้าที่นอน พักผ่อน กินข้าว และก็รอให้เจ้าบ่าวของเธอกลับมา หากไม่มีคนสวนเลว เธอคงอยู่ที่นี่ได้อย่างสบายใจ “คุณหนูจะรับอะไรเพิ่มไหมคะ” ป้าไก่เดินเข้ามาถาม ตอนที่ปาลิตาดื่มน้ำเรียบร้อยแล้ว “ไม่ล่ะค่ะ ป้าไก่ ตาลอิ่มแล้วค่ะ เอ่อ...ป้าไก่คะ นายมากอยู่ที่สวนดอกไม้หรือเปล่าคะ คือตาลอยากไปเดินเล่นในสวนค่ะ แต่ถ้าเขาทำงานอยู่ในสวน ตาลก็ไม่อยากไปรบกวน” ปาลิตาเกลียดตัวเองนัก เกลียดที่ต้องบอกเหตุผลที่ไม่อ
“ตบหนึ่งที ปี้หนึ่งครั้ง” “คนเลว” นายมากถอนหายใจเหนื่อยหน่าย “วันหลังจะสอนคำด่าที่มันเจ็บกว่านี้ให้นะ คุณหนูคนสวย” “อย่า...” นายมากปิดปากคุณหนูคนสวยด้วยจูบดุดัน เขาสอดลิ้นควานไปทั่วในปากนุ่ม ดูดกลืนลมหายใจของเธอ บดขยี้อย่างรุนแรง เมื่อคนถูกจูบอ่อนระทวยอยู่กับอกกว้าง มือหนาจึงเลื่อนลงมาจากลำคอระหง ลูบไล้ไปทั่วเนื้อตัวสาว เล้าโลมให้เธอหลงกล ให้เธอตกอยู่ในวังวนสวาทที่มิอาจต้านทานได้ ใบหน้าหล่อเหลาก้มซุกไซ้ลำคอขาวผ่อง เขาแลบลิ้นเลียบางเบา สูดกลิ่นเนื้อสาวเย้ายวน ฝ่ามือหนาล้วงผ่านชายกระโปรงชุดสวย เขาสอดปลายนิ้วผ่านขอบเป้ากางเกงชั้นใน บดบี้ขยี้ติ่งระรัว “นายมาก...” ปาลิตาเรียกเสียงแผ่วพร่า เธออยากปฏิเสธความรู้สึกที่เกิดขึ้น แต่มันก็ยากเย็นเหลือเกิน และพอเขาปล่อยข้อมือบางสองข้างให้เป็นอิสระ แทนที่เธอใช้มันผลักไสเขา เธอกลับยกสองแขนขึ้นคล้องลำคอแกร่ง และเริ่มขยับบั้นท้ายเข้าหานิ้วที่พร่างพรมกลางซอกสาว “ยกก้นขึ้นหน่อยครับ คุณหนู” ปาลิตาส่ายหน้า ทั้งที่บั้นท้ายส่ายร่อนอยู่ไม่สุข น
ป้าไก่ออกจากห้องนั่งเล่นไปแล้ว ปาลิตานั่งมองขนมกับน้ำส้มในถาดแล้วก็ถอนหายใจ เธอไม่อยากมีปัญหากับนายมาก เธอกลัวว่าเขาจะหาเรื่องทำให้เธอต้องอับอาย มือบางหยิบขนมขึ้นมากัดกิน เธอฝืนใจกินจนเกือบหมด และดื่มน้ำส้มหมดแก้ว พออิ่มแล้ว ปาลิตาก็รู้สึกง่วง ขนมหวานและน้ำส้มคั้นทำให้เธอรู้สึกดีและผ่อนคลาย หญิงสาวจึงเอนตัวลงนอน และหลับยาวจนถึงเย็น พอตื่นขึ้นมาก็อยากจะไปปั่นจักรยานชมวิวในไร่ เธอจึงไปบอกป้าไก่ว่า “ป้าไก่คะ ตาลขอไปปั่นจักรยานในไร่ได้ไหมคะ” ป้าไก่มีสีหน้าลำบากใจ เพราะตอนนี้เป็นเวลาเย็นแล้ว นางเป็นห่วงคุณหนู “ตาลนอนทั้งวัน พอตื่นขึ้นมาก็รู้สึกมึนหัว ไม่สดชื่นเลยค่ะ ถ้าได้ปั่นจักรยานเข้าไปในไร่ ได้เห็นวิวสวย ๆ ได้รับลมเย็น ๆ น่าจะรู้สึกดีขึ้นค่ะ” ป้าไก่เงียบไปครู่หนึ่ง เห็นใจคุณหนูก็เห็นใจ กลัวนายมากจะรู้ก็กลัว แต่พอเห็นหน้าเศร้า ๆ กับสายตาอ้อนวอนของคุณหนู นางก็เลยพยักหน้า “อย่าไปนานนะคะ” “ค่ะ ป้าไก่” ปาลิตายิ้มดีใจ เธอออกจากบ้านไปจับจักรยานคันเดิม แล้วปั่นเข้าไปในไร่ ปาลิตาปั่นจักรยานไปตามทางเดิม เธอปั่นไปจนถ
ปาลิตาคับแค้นใจจนน้ำตาเอ่อ เธอทำอะไรเขาไม่ได้เลย หญิงสาวเมินหน้าหนีมองไปข้างหน้า เธอสงบเสงี่ยมไม่พูด ไม่ดิ้น ปล่อยให้เขาอุ้มไปจนถึงรถนายมากเปิดประตู และวางคุณหนูลงบนเบาะ เขาบอกเธอว่า“นั่งดี ๆ อย่าดิ้น ถ้ารถเป็นรอยขึ้นมา คุณหนูตกอับอย่างคุณ คงไม่มีปัญญาหาเงินมาจ่ายค่าเสียหายหรอก”ปาลิตากำสองมือแน่น เธอเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดีนายมากเห็นแล้วก็หมั่นไส้ เขาเลยก้มลงไปจูบปากอิ่มหนัก ๆ พอคุณหนูจะสะบัดหน้าหนี เขาก็ใช้มือซ้ายบีบแก้มเนียนเอาไว้ บังคับให้เธอรับจูบจากเขา แม้เธอจะไม่เต็มใจก็ตาม... พอนายมากขับรถมาจอดที่โรงรถ คนที่นั่งเงียบมาตั้งนานก็รีบร้อนเปิดประตูลงจากรถ เธอวิ่งเข้าไปในบ้านโดยไม่เหลียวหลังกลับไปมองคนที่ไปรับเธอถึงท้ายไร่ คนสวนที่เพิ่งปล้นจูบคุณหนูที่ท้ายไร่ถอนหายใจแรง เขามองตามเธอวิ่งเข้าบ้านด้วยสายตาดุ พอเดินเข้าไปในบ้าน เขาก็ตรงเข้าไปในห้องครัว เห็นป้าไก่กำลังจัดกับข้าว เขาบอกด้วยเสียงเข้มดุว่า “ห้ามให้คุณหนูไปท้ายไร่อีกเด็ดขาด ได้ข่าวว่าเถ้าแก่เจียงส่งคนมาสอดแนมในไร่ ไม่รู้ว่ามันจะทำเรื่องเหี้ยอะไรอีก” “ค่ะ” “ป้าไก่ช่วยไปเรียกคุณหนูลงม
วัดที่ป้าไก่พาคุณหนูลูกตาลมาทำบุญ เป็นวัดเล็ก ๆ มีพระสงฆ์แค่สองรูป หลังจากถวายภัตตาหาร รับศีลรับพรจากพระสงฆ์ กรวดน้ำอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลให้คุณแม่แล้ว คุณหนูลูกตาลก็ได้ไปกราบพระพุทธรูปองค์ใหญ่ใต้ต้นโพธิ์ ตรงหน้าพระพุทธรูปมีกระบอกเซียมซี และใบทำนายตามหมายเลขวางปนกันอยู่ในถาดใบใหญ่ ในถาดมีทั้งเศษน้ำตาเทียนและเถ้าธูป ป้าไก่เดินตามหลังมานั่งลงข้างคุณหนู นางกราบพระพุทธรูปสามครั้ง พอเงยหน้าขึ้นมาแล้วเห็นว่ามีกระบอกเซียมซีอยู่ตรงหน้า ก็บอกคุณหนูลูกตาลว่า “คุณหนูลองดูหน่อยไหมคะ” ถามพร้อมกับหยิบกระบอกเซียมซียื่นให้คุณหนู ปาลิตากลัวจะเสียน้ำใจป้าไก่ เธอจึงรับเอากระบอกเซียมซีมาเขย่า พอติ้วไม้ไผ่ชิ้นหนึ่งหล่นลงบนพื้น ป้าไก่ก็หยิบขึ้นมาดู “เลขเก้าค่ะ อุ๊ย! เลขมงคลด้วย ไหน ๆ ใบไหนนะ”ว่าแล้วก็ค้นหาใบคำทำนายเลขเก้าในถาด ค้น ๆ เขี่ย ๆ อยู่ครู่หนึ่งก็เจอ “เจอแล้วค่ะ เหลือใบเดียวด้วย นี่ค่ะ” ป้าไก่ยื่นแผ่นกระดาษให้คุณหนูลูกตาล หญิงสาวรับไปอ่าน แต่ยิ่งอ่านก็ยิ่งขมวดคิ้ว เพราะคำทำนายดีทุกอย่าง ทั้งชีวิต การเงิน การงาน และส่วนของคำทำนายเรื่องคู่ครอง เซีย







