LOGIN
“ไม่ได้เป็นอะไรกัน แต่ดูเธอแคร์ไอ้หมอนั่นนะ” ชายหนุ่มแค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงประชดประชันออกนอกหน้าจนบรรยากาศรอบโต๊ะเริ่มเย็นยะเยือก “ก็คนมันเคยคบกันนี่คะ ตอนนั้นมันบอกเลิกหนูเพราะมันว่าหนูอกเล็ก” อุ้มตอบตามตรงด้วยความน้อยใจที่ยังแอบฝังลึก “มันเคยมาจับหรือไง” แตมถามสวนขึ้นมา แววตาวาวโรจน์อย่างน่ากลัว “ไม่เคยค่ะ!” อุ้มปฏิเสธ “แล้วจะไปแคร์คำพูดมันทำไม” แตมจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโต “ก็หนูไม่ชอบให้ใครมาว่านี่นา หรือว่าหนูควรจะไปทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกให้มันดูตูมๆ ดีคะ เวลาไปไหนมาไหนจะได้มีคนหันมาสนใจบ้างไง” อุ้มเอ่ยพลางก้มมองหน้าอกตัวเองอย่างจริงจัง “หยุดความคิดนั้นเดี๋ยวนี้เลยนะ” แตมสั่งเสียงเข้ม คิ้วเข้มขมวดมุ่นเข้าหากันแทบเป็นปม “เคยได้ยินข่าวซิลิโคนเน่าไหม อยากเป็นอย่างนั้นหรือไง” “พี่แตมก็พูดเกินไป คลินิกดีๆ สมัยนี้มีเยอะแยะไปค่ะ” แตมโน้มตัวข้ามโต๊ะเข้ามาใกล้ ใบหน้าหล่อเหลาจริงจังจนอุ้มเผลอหดคอหนี นัยน์ตาคมกริบหลุบมองทรวงอกอวบอิ่มใต้เสื้อไหมพรมของเธอก่อนเลื่อนกลับมาสบตา กระซิบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและแหบพร่า “ของเดิมที่แม่ให้มามันเต็มไม้เต็มมือและสวยมากอยู่แล้ว คนอื่นมอ
วันหยุดสุดสบายเริ่มต้นขึ้นด้วยบรรยากาศแสนผ่อนคลาย อุ้มเลือกหยิบเสื้อไหมพรมแขนกุดสีครีมเข้ารูปแมตช์กับกระโปรงยีนส์สั้นเหนือเข่า แต่งหน้าโทนส้มพีชบางเบาขับผิวขาวเนียนน่ารักจนน่ามอง ส่วนแตมสวมเสื้อยืดสีดำพอดีตัวทับด้วยแจ็กเก็ตยีนส์และกางเกงสแล็กสีเข้ม ลุคลำลองสุดเท่ที่เปลี่ยนเสือร้ายมาดขรึมให้กลายเป็นหนุ่มหล่อกระชากใจจนสาวๆ แถวนั้นเหลียวมองตามกันตาเป็นมัน อุ้มเลือกตั๋วหนังแนวโรแมนติกคอมเมดี้ฟีลกู๊ดที่เพิ่งเข้าฉาย ตลอดสองชั่วโมงในโรงหนัง ทั้งคู่หัวเราะไปกับมุกตลกเบาสมอง แตมคอยชำเลืองมองเสี้ยวหน้าหวานข้างกายอยู่บ่อยครั้ง เสียงหัวเราะสดใสและท่าทางเป็นธรรมชาตินั้นช่างมีเสน่ห์ เธอไม่เคยเสแสร้ง ชอบก็บอกว่าชอบ ไม่ชอบก็พูดตรงไปตรงมาจนเขารู้สึกสบายใจอย่างประหลาด ลึกๆ ในสายตานักสืบของเขา เขายังรู้สึกได้รางๆ ว่ายัยตัวแสบคนนี้ยังมีความลับบางอย่างซุกซ่อนอยู่ เมื่อเดินเคียงกันออกจากโรงหนัง แสงไฟวิบวับของโซนตู้เกมก็ดึงดูดสายตาของอุ้มเข้าอย่างจัง “พี่แตม หนูอยากได้ตุ๊กตา คีบให้หนูหน่อยสิคะ อยากรู้จังว่านอกจากยิงปืนแม่นแล้ว พี่จะคีบตุ๊กตาได้แม่นเหมือนกันหรือเปล่า” อุ้มส่งสายตาอ้อน พลางชี้ไปที่ตู้
อำพลแอบกระตุกยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ เพราะเมื่อคืนเขาเพิ่งสั่งให้ลูกน้องลบไฟล์หลักฐานและแอบยัดไฟล์ใบเสร็จปลอมใส่เข้าไปในคอมพิวเตอร์เครื่องกลางเพื่อจัดฉากให้แตมเป็นคนรับผิดชอบ ก่อนเจ้าหน้าที่จะลงมือยกเครื่อง แตมก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นดังกังวานไปทั่วห้อง “เพื่อความถูกต้องและโปร่งใสที่สุด คุณอารียา ส่งแฟลชไดรฟ์กับเอกสารในมือคุณให้สารวัตรทีสิ” อุ้มก้าวออกมาข้างหน้า ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลและแฟลชไดรฟ์ที่แตมเตรียมไว้ให้ตั้งแต่เมื่อวานส่งให้เจ้าหน้าที่ “นี่คือข้อมูลสำรองและประวัติบันทึกระบบย้อนหลังทั้งหมด รวมถึงรหัสประจำเครื่องทุกเครื่องในแผนกนี้ ที่ระบบเซิร์ฟเวอร์กลางของผมบันทึกไว้แบบเรียลไทม์ครับสารวัตร” แตมปรายสายตาคมกริบไปหยุดที่อำพลซึ่งเริ่มหน้าถอดสี “ในนี้จะระบุชัดเจนหมดเลยครับว่า ไฟล์ใบเสร็จปลอมพวกนั้นถูกสร้างขึ้นจากเครื่องไหน ใครเป็นคนกดแก้ไข และเพิ่งแอบส่งเข้ามาในระบบเมื่อคืนนี้ตอนเวลาห้าทุ่มสี่สิบห้านาที” สิ้นเสียงของแตม ทั่วทั้งห้องบัญชีก็เงียบกริบลงราวกับป่าช้า อำพลตาเบิกโพลง ขาสองข้างสั่นพั่บๆ เหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผากราวกับคนจับไข้ เมื่อรู้ตัวว่ากับดักที่ตัวเ
มื้อค่ำดำเนินไปอย่างเรียบง่ายทว่าอบอุ่นบนโต๊ะอาหารตัวเดิม ทั้งสองคนนั่งฝั่งตรงข้าม แลกเปลี่ยนเสียงหัวเราะและคำกัดจิกกันตลอดมื้อ แตมตักเนื้อหมูชิ้นโตใส่จานให้อุ้ม ส่วนเธอก็คอยค้อนสายตาวิบวับที่เขาคอยส่งมาป่วนหัวใจไม่หยุด กระทั่งช่วยกันเก็บล้างจานชามเสร็จ แตมก็คว้าข้อมือเธอจูงตรงดิ่งไปยังระเบียงกว้างที่มองเห็นวิวแสงสีของกรุงเทพฯ ยามราตรี ลมเย็นพัดเอื่อยๆ พัดพาปอยผมสลวยให้ปลิวกระจาย ชายหนุ่มดึงร่างเล็กให้นั่งลงบนเก้าอี้หวายตัวยาวก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงนั่งซ้อนด้านหลัง โอบกอดเธอไว้ในวงแขนแกร่ง “พรุ่งนี้เจอของจริงแล้วนะอาย” แตมเอ่ยเสียงนิ่งลึก ลมหายใจอุ่นเป่ารดขมับเนียน อุ้มเอนหลังพิงอกเขาอย่างผ่อนคลาย มือเล็กกุมมือหนาที่วางทาบอยู่บนหน้าท้องของเธอไว้ “พี่แตมกังวลเหรอคะ” “คนอย่างฉันไม่เคยกลัวพวกขี้ขลาดที่เล่นลับหลังหรอก” แตมยกยิ้มเย็น แววตาเด็ดขาดสะท้อนแสงไฟเบื้องล่าง “แต่ฉันแค่เป็นห่วง... ถ้าเรื่องมันบานปลาย เธอจะต้องยืนข้างฉันและอาจจะโดนเพ่งเล็งไปด้วย” คำพูดที่เจือกระแสความห่วงใยอย่างจริงใจทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นแรงผิดจังหวะ อุ้มหันใบหน้ากลับไปสบตากับเขาในความมืดสลัว “หนูไม่ได้อ่อ
รถสปอร์ตคันหรูแล่นเลียบไปตามถนนยามเย็น ก่อนที่สายตาของอุ้มจะเหลือบไปเห็นแสงไฟและบรรยากาศอันคึกคักของตลาดนัดริมทาง “พี่แตม... เราแวะไปเดินเล่นคลองถมกันก่อนไหมคะ อายอยากได้ของนิดหน่อย” แตมหักพวงมาลัยชะลอรถ เหลือบมองใบหน้าหวานที่ส่งสายตาเป็นประกายอ้อนวอนแล้วก็ใจอ่อนยวบ “อือ ไปสิ พี่ก็ไม่ได้เดินตลาดแบบนี้นานแล้วเหมือนกัน” ทั้งคู่หาที่จอดรถแล้วพากันเดินลัดเลาะเข้าไปในตลาดนัดคลองถม อุ้มดูตื่นตาตื่นใจเป็นพิเศษ เดินแวะร้านนู้นออกร้านนี้ตามประสาผู้หญิง ได้ของกระจุกกระจิกติดไม้ติดมือมาเพียบ ทั้งกิ๊บติดผมลายการ์ตูน ยางรัดผม และต่างหูแฟชั่นคู่ละร้อยกว่าบาท แตมยืนกอดอกมองต่างหูโลหะชุบวิบวับในมือเล็กพลางขมวดคิ้วมุ่น “ทำไมเธอถึงซื้อต่างหูแบบนี้มาใส่ มันดูไม่ค่อยทนเลยนะ” “มันก็สวยดีนี่คะ อีกอย่างมันก็ไม่แพง ใครๆ เขาก็ใส่กันทั้งนั้นแหละ” อุ้มยกต่างหูขึ้นทาบกับใบหูตัวเองแล้วยิ้มแป้นอย่างภูมิใจในของราคาประหยัด “ไว้วันหลังฉันจะซื้อให้ใหม่ เอาของดีๆ ไปเลย” ชายหนุ่มส่ายหัวเบาๆ อย่างเอ็นดู ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าถุงของฝากมาถือไว้ให้เอง “เรารีบไปซื้อของสดกันเถอะ... อีกอย่าง ของสำคัญก็หมดแล้วด้วย”
ช่วงบ่ายหลังจากอุ้มเสร็จสิ้นจากการเรียนรู้งานในแผนกแม่บ้าน เธอก็ถูกเรียกตัวขึ้นมายังห้องทำงานรองประธาน บนโต๊ะตัวใหญ่มีแฟ้มเอกสารงบประมาณและการเบิกจ่ายย้อนหลังสองไตรมาสวางเรียงรายอยู่เป็นตั้ง “ตรวจดูตัวเลขในนี้ให้ละเอียด” แตมสั่งเสียงขรึม พลางเลื่อนแฟ้มเอกสารไปตรงหน้าเธอ “เปรียบเทียบใบเสนอราคากับยอดสั่งซื้อจริงของแผนกจัดซื้อและสต็อกกลาง ดูว่ามีอะไรผิดสังเกตไหม” อุ้มพยักหน้ารับอย่างกระตือรือร้น เธอตั้งใจใช้ทักษะความละเอียดรอบคอบที่เคยช่วยแม่ทำบัญชีร้านข้าวแกงมาช่วยตรวจทาน เวลาผ่านไปร่วมสองชั่วโมง ปลายนิ้วเรียวชะงักกึกที่หน้างบจัดซื้อของแห้งและวัตถุดิบครัวพรีเมียม “พี่แตม... เอ่อ ท่านรองฯ คะ ดูตรงนี้สิคะ” อุ้มชี้ปลายปากกาลงบนเอกสาร “ใบเสร็จสั่งซื้อเนื้อวัวและไวน์นำเข้าจากซัพพลายเออร์เจ้านี้ มียอดเบิกจ่ายสูงกว่าราคาตลาดเกือบสามสิบเปอร์เซ็นต์ แถมบริษัทคู่ค้าเพิ่งจดทะเบียนได้ไม่กี่เดือน และที่สำคัญ... ปริมาณวัตถุดิบที่ลงว่ารับเข้าสต็อก กับยอดที่ครัวเบิกไปใช้จริงในแต่ละเดือนไม่สัมพันธ์กันเลย ตัวเลขหายไปเยอะมากค่ะ” แตมก้มมองตามรอยชี้ สายตาคมกริบหรี่ลง ประกายอำมหิตวาบผ่านในแววตาทันที







