تسجيل الدخولเมษาลืมตาขึ้นในเช้าวันใหม่ แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานเล็กของห้องนอน ความปวดเมื่อยรุมเร้าไปทั่วร่าง โดยเฉพาะช่วงล่างที่ยังคงเจ็บแปลบๆ อย่างหนักหน่วง แต่ความเจ็บปวดนั้นกลับแฝงด้วยความสุขสมที่ยากจะลืมเลือน
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอราวกับภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำ ใบหน้าคมเข้มของลุงชัช แผงอกกำยำที่เธอซบซบอยู่ตลอดคืน และสัมผัสอันเร่าร้อนของเขา ทุกอย่างยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่
เมษายกมือขึ้นลูบไล้ริมฝีปากของตัวเอง มันยังคงรู้สึกถึงรสจูบของเขา กลิ่นกายของเขายังคงติดอยู่ที่ปลายนิ้วของเธอ ราวกับเขาเพิ่งอยู่ข้างๆ เธอเมื่อครู่
เธอพลิกตัวนอนหงาย จ้องมองเพดานไม้เก่าๆ ของห้องนอน ความรู้สึกผิดบาปถาโถมเข้าใส่เธอในทันที เธอแต่งงานแล้ว มีสามีที่แสนดีอย่างวรินท์ แต่เธอกลับนอกใจเขา และที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือคนที่เธอมีสัมพันธ์ด้วยคือ ลุงชัช สามีของป้าที่เคยเป็นรักแรกและบทเรียนแรกในชีวิตรักของเธอ เมษาพยายามจะลืมเรื่องราวในอดีต แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไร มันก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น
เสียงไก่ขันยามเช้าดังแว่วเข้ามาจากภายนอก เป็นสัญญาณว่าวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เมษาถอนหายใจ เธอต้องลุกขึ้นไปทำหน้าที่ของตัวเอง เธอมาที่นี่เพื่อดูแลป้าสาย ไม่ใช่มาเพื่อดื่มด่ำกับความปรารถนาต้องห้าม
เมษาลุกขึ้นจากเตียงอย่างเชื่องช้า ทุกก้าวที่เดิน ความเจ็บแปลบที่ช่วงล่างยังคงย้ำเตือนถึงความจริงเมื่อคืนก่อน เธอเดินไปที่ห้องน้ำ มองตัวเองในกระจก ใบหน้าของเธอยังคงมีร่องรอยของความสุขสม ดวงตาของเธอฉายแววปรารถนาที่ไม่อาจปกปิดได้
เธออาบน้ำชำระล้างร่างกายอย่างพิถีพิถัน พยายามล้างกลิ่นอายของลุงชัช ออกไป แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไร กลิ่นกายของเขาก็ยิ่งฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของเธอมากขึ้นเท่านั้น
หลังอาบน้ำเสร็จ เมษาสวมชุดผ้าฝ้ายเนื้อเบาอีกชุดหนึ่ง เธอเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยความรู้สึกสดชื่นขึ้นเล็กน้อย แต่ความปรารถนาในใจก็ยังคงโหยหา เธอเดินไปที่หน้าต่างห้องนอน มองออกไปยังสวนมะม่วงที่เงียบสงบ
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงมา ทำให้เห็นเงามืดทอดยาวของต้นมะม่วงใหญ่… ต้นมะม่วงที่เคยเป็นพยานรักของเธอกับลุงชัช
เธอเดินออกจากห้องนอน ตรงไปยังห้องครัว กลิ่นหอมของกาแฟและอาหารเช้าลอยอบอวลไปทั่วบ้าน เธอเห็นป้าสายกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว โดยมีลุงชัชนั่งอยู่ตรงข้าม ลุงชัชในเช้าวันนี้ดูสดใสเป็นพิเศษ ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม ดวงตาของเขาวาววับเมื่อสบเข้ากับดวงตาของเมษา
“อรุณสวัสดิ์ค่ะป้าสาย อรุณสวัสดิ์ค่ะลุงชัช” เมษาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด
“อรุณสวัสดิ์จ้ะหนูเมษ์” ป้าสายตอบพลางยิ้มให้เมษา
“มานั่งกินข้าวเถอะลูก”
“อรุณสวัสดิ์หนูเมษ์” ลุงชัชตอบพร้อมกับส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความหมายแฝงมาให้เธอ เมษาหลบสายตาของเขา เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า
เมษาเดินไปนั่งลงตรงข้ามกับลุงชัช ป้าสายตักข้าวต้มใส่ชามให้เมษา
“กินเยอะๆ นะลูก หนูผอมไปเยอะเลย”
“ค่ะป้าสาย” เมษาตอบพลางตักข้าวต้มเข้าปาก เธอก้มหน้าลงกินข้าวพยายามหลีกเลี่ยงการสบตากับลุงชัช แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน เพราะเธอรู้สึกได้ว่าสายตาของเขายังคงจ้องมองเธออยู่ตลอดเวลา
ป้าสายมองดูเมษาและลุงชัชสลับกันไปมา ใบหน้าของท่านยังคงเรียบเฉย แต่แววตาของท่านนั้นฉายแววรู้ทัน แกเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวหลานสาวตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ตั้งแต่ที่เมษามาถึงบ้าน แล้วรีบร้อนถามหาชัชทันทีที่มาถึง
เรื่องราวของตาชัชกับหนูเมษานั้น แกรับรู้มานานแล้ว และบางครั้งแกก็แอบเห็นทั้งคู่แอบมีอะไรกันกลางวันแสกๆ หลายคราวด้วยซ้ำ แกไม่ได้ตำหนิหรือห้ามปรามอะไร เพราะแกเองก็รักทั้งคู่ และรู้ดีว่าความรักของคนสองคนนี้มันยากเกินจะห้ามได้ แกทำได้เพียงแค่ปล่อยให้เป็นไปตามทางของมัน และภาวนาให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ ลุงชัชก็บอกว่าจะออกไปดูแลสวนผักกาดที่อยู่อีกฝั่งของไร่ เมษาเสนอตัวจะไปช่วย แต่ป้าสายห้ามไว้
“ไม่ต้องหรอกลูก หนูเมษ์ พักผ่อนเถอะ” ป้าสายเอ่ยขึ้น
“เดี๋ยวบ่ายๆ ค่อยมาช่วยป้าเก็บผักในสวนหลังบ้านก็แล้วกันนะ”
เมษาพยักหน้าเล็กน้อย “ค่ะป้าสาย” เธอรู้ว่าป้าสายคงอยากให้เธอพักผ่อนจริงๆ และอาจจะอยากให้เธอห่างจากลุงชัชสักพักด้วย
หลังจากลุงชัชออกไปแล้ว เมษาก็ช่วยป้าสายทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ เช่น กวาดบ้าน ถูบ้าน และจัดเก็บข้าวของ ป้าสายคอยสอนเมษาเรื่องการดูแลบ้านไร่ และเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟัง เมษารู้สึกอบอุ่นใจที่ได้อยู่กับป้าสายแบบนี้ มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้กลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง
เมื่อถึงช่วงบ่าย เมษาก็ออกไปช่วยป้าสายเก็บผักในสวนหลังบ้าน สวนผักของป้าสายนั้นกว้างขวางและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชผักนานาชนิด เมษาช่วยป้าสายเก็บผักอย่างตั้งใจ พวกเขาคุยกันเรื่องผักสวนครัว การปลูกผัก และการดูแลต้นไม้
เมษารู้สึกสนุกกับการทำกิจกรรมเหล่านี้ มันทำให้เธอได้ปลดปล่อยความเครียดและความวุ่นวายในจิตใจ
ขณะที่เมษากำลังก้มลงเก็บผักบุ้ง เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินเข้ามาใกล้ เธอเงยหน้าขึ้นมอง และเห็นชัชกำลังเดินเข้ามาหาเธอ เขาเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ เธอ ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม
“ทำอะไรกันอยู่ล่ะยายสาย หนูเมษ์” ลุงชัชเอ่ยทัก
“เก็บผักน่ะสิตาชัช” ป้าสายตอบพลางยิ้มให้
“เมษ์ช่วยค่ะลุง” เมษาตอบ น้ำเสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อยเมื่ออยู่ใกล้เขา ลุงชัชมองสำรวจเมษาจากหัวจรดเท้า ดวงตาของเขาฉายแววปรารถนาอย่างเปิดเผย เมษารู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า เธอพยายามหลบสายตาของเขา แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน
“เหนื่อยไหมหนูเมษ์” ลุงชัชถาม
“ไม่เหนื่อยค่ะ” เมษาตอบ
“มา...ลุงช่วยดีกว่านะจ๊ะ” ลุงชัชเอ่ยขึ้นพลางนั่งลงข้างๆ เมษา มือของเขาเอื้อมไปหยิบผักบุ้งที่อยู่ใกล้ๆ เธอ
ป้าสายถอนหายใจเบาๆ อย่างปลงๆ
“เดี๋ยวป้าเข้าไปพักผ่อนในบ้านก่อนนะ แดดมันร้อน ตาชัช ปกช่วยหนูเมษ์เก็บผักไปก่อนก็แล้วกันนะ” ป้าสายบอกแล้วเดินจากไปอย่างช้าๆ
เมื่อป้าสายเดินจากไปแล้ว ความเงียบก็เข้าปกคลุมบรรยากาศ มีเพียงเสียงนกร้องและเสียงลมพัดใบไม้ที่ดังแผ่วเบา ลุงชัชหันมามองเมษา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปกปิดได้
“หนูเมษ์… ตอนนี้มีแค่เราสองคนแล้วนะ...” ลุงชัชกระซิบเสียงต่ำข้างหูของเธอ เมษาหน้าแดงก่ำ หัวใจของเธอเต้นรัวแรงขึ้น เธอรู้ว่าอีกไม่กี่อึดใจจะมีอะไรเกิดขึ้น
ชัชยื่นมือมาลูบไล้แก้มของเมษาอย่างอ่อนโยน แต่การสัมผัสของเขานั้นเต็มไปด้วยความปรารถนา
“ตลอดเวลาที่หนูไม่อยู่ที่นี่ ลุงคิดถึงหนูเหลือเกิน คิดถึงทุกวัน” ชัชจ้องตาเมษา เขาพุดกับเธออย่างอ่อนโยน
"ลุงคิดว่า หนูเองก็คงคิดถึงลุงเหมือนกัน ใช่มั้ยจ้ะ?..."
เมษาจ้องตาลุงชัชของเธอด้วยแววตาที่ชัชเข้าใจได้ท้นที เธอพยักหน้าเล็กน้อยอย่างช้าๆ เป็นการตอบรับคำพูดของลุงชัช
ชัชยิ้มกว้าง เขาดึงเมษาเข้ามาในอ้อมกอดอย่างโหยหา กอดของเขาแน่นหนาและเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ทำให้เมษารู้สึกปลอดภัยและเร่าร้อนไปพร้อมกัน
"หนูเมษ์ของลุง"เสียงชัชแตกพร่า แสดงถึงอารมณ์ที่กำลังถูกความปรารถนาเข้าครอบงำอยู่เต็มที่
"ขา.." เสียงตอบรับเบาๆสั่นเครื่อเล็กน้อยของเมษา ทำให้ชัชรับรู้ว่าเมษาอยู่ในอารมณ์ที่ไม่ต่างไปจากเขา
ชัชก้มลงจูบเธออย่างนุ่มนวล แต่ในความนุ่มนวลนั้นมันแฝงไว้ด้วยความดุดัน รุนแรง และโหยหา จูบของเขาไม่ใช่การจูบที่อ่อนโยนเหมือนวรินท์ แต่เป็นการจูบที่เต็มไปด้วยความต้องการอันดิบเถื่อน มันปลุกเร้าทุกอณูในร่างกายของเมษาให้ตื่นขึ้น ความร้อนผ่าวแล่นไปทั่วร่างกายของเธอ
"อือ... อืออ ลุงขา..." เมษาครางเสียงต่ำในลำคอ เธอรู้สึกพึงพอใจในรสสัมผัสนั้นเหลือเกิน
เธอตอบรับจูบของชัชอย่างเร่าร้อน เธอใช้มือโอบรอบคอของเขา ดึงเขาเข้ามาใกล้ขึ้นอีก ลิ้นของพวกเขากระหวัดพันกันอย่างเร่าร้อน จูบของทั้งสองดูดดื่มหวานซึ้ง ราวกับคู่รักที่โหยหาซึ่งกันและกันมานานแสนนาน ความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานานปีมันระเบิดออกมาอย่างเต็มที่ เธอรู้สึกเหมือนถูกไฟแผดเผาจากภายใน
ลุงชัชผละริมฝีปากออกเล็กน้อย ดวงตาของเขาจ้องมองเมษาอย่างลึกซึ้ง
"อือออ... ลุงขา..." เมษาลืมตามองหน้าชัชปรือปรอย หน้าแดงก่ำไปด้วยไฟปรารถนา
“ตรงนี้… ไม่สะดวก” เขาพยักเพยิดไปทางกระท่อมไม้เก่าๆ หลังเล็กที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากแปลงผักกาด กระท่อมที่พวกเขาเคยใช้หลบฝน และเป็นสถานที่ที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาเริ่มต้นขึ้น
เมษาเข้าใจความหมายของเขา เธอพยักหน้าเบาๆ ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความปรารถนาและความขวยเขิน
ลุงชัชจูงมือเมษา พาเธอเดินลัดเลาะไปตามแปลงผักต่างๆ มุ่งหน้าไปยังกระท่อมไม้หลังนั้น บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดเบาๆ และเสียงนกร้องที่ดังแว่วมาเป็นระยะ เมษารู้สึกถึงความตื่นเต้นที่แล่นริ้วไปทั่วร่างกาย หัวใจของเธอเต้นรัวแรงขึ้นทุกย่างก้าว
"กระท่อมของเรา หนูเมษ์คงยังจำมันได้..." ชัชกระซิบกับเธอเบาๆ
"ค่ะ... กระท่อมของเรา.." เมษาเงยหน้ากระซิบตอยชัชเสียงแผ่ว
เมื่อมาถึงหน้ากระท่อม ลุงชัชเปิดประตูไม้ผุพังเข้าไป ภายในกระท่อมมืดสลัว มีเพียงแสงแดดรำไรที่ลอดผ่านช่องหลังคาลงมาเล็กน้อย กลิ่นดิน กลิ่นไม้เก่า และกลิ่นไอของความทรงจำเก่าๆ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ
ชัชปิดประตูลง กลอนไม้เก่าๆ ส่งเสียงดังแกรกเบาๆ ราวกับเป็นการปิดกั้นโลกภายนอกไว้ทั้งหมด เหลือเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น
เขาหันมาเผชิญหน้ากับเมษา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจควบคุมได้
"หนูรู้มั้ย ลุงเฝ้ารอวันนี้มานานเหลือเกิน วันที่หนูจะกลับมา..." ชัชกระซิบกับเธอเสียงแหบพร่า
"หนูก็คิดถึงลุงค่ะ ลุงขา... "เมษาเดินเข้าหาชัช ตาของเธอจับจ้องไปที่ดวงตาสีเหล็กของเขาอยู่ไม่วาง
เขายื่นมือมาลูบไล้แก้มของเมษาอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จะโน้มใบหน้าลงมาจูบเธออีกครั้ง จูบครั้งนี้เนิ่นนานและลึกซึ้งกว่าครั้งใดๆ มันเต็มไปด้วยความโหยหา ความคิดถึง และความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานานแสนนาน
ภายในกระท่อมไม้หลังเก่าที่ซ่อนตัวอยู่ท้ายสวนอันเงียบสงัด กลิ่นอายของฟางข้าวแห้งที่ถูกปูลาดไว้บนพื้นไม้กระดานส่งกลิ่นหอมกรุ่นจางๆ อบอวลไปทั่วบริเวณ แสงแดดรำไรที่ลอดผ่านช่องว่างของฝาขัดแตะตกลงมาเป็นลำแสงสีทองพาดผ่านร่างอรชรที่นอนทอดกายอยู่บนเสื่อกกผืนเก่าที่คุ้นเคย กลิ่นสาบดินและกลิ่นอายของคืนวันเก่าๆ ระหว่างเธอกับชายรุ่นพ่อคนนี้ยังคงอบอวลอยู่ทุกอณูอากาศ ราวกับจะย้ำเตือนถึงจุดเริ่มต้นของ "ความร่าน" ที่สลักลึกอยู่ในทุกเส้นประสาทของเธอ"อูยยย... ลุงขา... เมษ์เสียว... ซี๊ดดด..."เสียงครางที่หลุดรอดจากริมฝีปากบางเฉียบนั้นแหบพร่าและสั่นสะท้อน มันไม่ใช่เสียงครางเพียงเพื่อเอาใจ แต่เป็นเสียงที่กลั่นออกมาจากส่วนลึกของความโหยหาที่มีต่อชายตรงหน้า ชัช ชายวัยห้าสิบเศษที่มีร่างกายกำยำแบบคนทำงานหนัก ผิวกร้านแดดและแววตาดุดันของเขาจ้องมองร่างของเมษาด้วยความหิวกระหายที่สั่งสมมานานปีชัชไม่ได้รีบร้อน เขาใช้ความเก๋าเกมที่สะสมมานานปีค่อยๆ เลื่อนใบหน้าที่สากระคายด้วยหนวดเคราจางๆ ลงสู่จุดยุทธศาสตร์ของเมษา ปลายลิ้นที่หยาบร้อนแต่นุ่มนวลอย่างประหลาดเริ่มตวัดไล้ไปตามแนวรอยแยกสีสดที่บวมเป่งและฉ่ำวาว เมษาแอ่นสะโพกผ
เสียงน้ำในสระยังคงกระเพื่อมไหวส่งเสียงกระทบขอบหินเบาๆ แต่บรรยากาศรอบข้างกลับเงียบงันจนน่าใจหาย วรินทร์ยังคงยืนนิ่งอยู่ในเงามืด ลมหายใจของเขาหอบถี่ กลิ่นคาวรักที่เปรอะเปื้อนอยู่บนฝ่ามือเตือนให้รู้ว่าสิ่งที่เขาเพิ่งเห็นไม่ใช่ความฝันทันใดนั้น ร่างเปลือยเปล่าสามร่างที่เปียกโชกก็ก้าวเดินขึ้นจากสระ เมษาเดินอยู่ตรงกลางโดยมีวิทย์และเก่งขนาบข้าง ผิวขาวผ่องของเธอบัดนี้แดงเป็นจ้ำๆ จากรอยจูบและแรงบีบเค้น ขาเรียวสวยสั่นเทาจนก้าวแทบไม่ออก ทุกย่างก้าวที่เธอเดินผ่านหน้าวรินทร์ ร่องรักที่อ้าค้างจากการโดนรุกรานอย่างหนักยังคงมีน้ำกามสีขาวขุ่นหยดติ๋งลงบนพื้นไม้ทิ้งเป็นทางยาวเมษาไม่ได้หยุดทักทายสามี เธอเพียงแต่ปรายตาที่ฉ่ำปรือและว่างเปล่ามองเขาเพียงเสี้ยววินาที มุมปากที่ยังมีคราบน้ำรักติดอยู่เผยอยิ้มจางๆ ราวกับจะเยาะเย้ยในโชคชะตาที่วรินทร์หยิบยื่นให้ ทั้งสามเดินผ่านเขาไปราวกับเขาเป็นเพียงวิญญาณที่คอยเฝ้าดู ทิ้งไว้เพียงกลิ่นคาวกามและกลิ่นคลอรีนที่บาดลึกเข้าสู่ประสาทสัมผัสวรินทร์เดินตามหลังเข้าไปในห้องน้ำหรู ไอน้ำอุ่นจากอ่างน้ำวน (Jacuzzi) พวยพุ่งจนทำให้กระจกฝ้ามัว เมษาถูกสองหนุ่มประคองลงไปนั่งกลางอ่างน้
วรินทร์ขึ้นหยัดกายลุกขึ้นจากโซฟาช้าๆ จงใจจัดปกเสื้อให้เรียบร้อย สายตาของเขาจดจ้องไปที่ เมษา ซึ่งบัดนี้กึ่งนั่งกึ่งนอนหมดแรงอยู่ท่ามกลางชายหนุ่มสองคน ทรวงอกอวบหยุ่นภายใต้ซาตินสีแชมเปญสะท้อนแสงไฟวิบวับตามจังหวะหอบหายใจที่ยังไม่คงที่"เดี๋ยวพี่จะออกไปซื้อของมาเติมสักหน่อย ตอนเย็นกะปิดไปหน่อย" วรินทร์พุดขึ้นในขณะที่เมษากำลังระทดระทวยอยู่ท่ามกลางการระดมจูบของเด้กหนุ่มทั้งสอง"รีบไปรีบมานะคะ... เมษ์ไม่รอนะ จะบอกให้.." เมษาตอบพลางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เป็นจังหวะเดียวกับที่วิทย์เริ่มเลื่อนมือไปลูบไล้ขาอ่อนของเธออย่างย่ามใจต่อหน้าวรินทร์วรินทร์เดินออกจากวิลล่า สตาร์ทรถและขับออกไปที่มินิมาร์ทหน้าปากซอยจริงๆ เขาใช้เวลาเดินเลือกซื้อเครื่องดื่มและของขบเคี้ยวด้วยหัวใจที่ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ภาพจินตนาการถึงเมียรักที่กำลังโดนรุมทึ้งทำให้เขารู้สึกเงี่ยนจนลำเอ็นแข็งปั๋งปวดหนึบไปหมด เขาแทบจะรอให้ถึงวินาทีที่จ่ายเงินไม่ไหว ทันทีที่ถุงเสบียงวางลงเบาะข้าง วรินทร์ก็รีบบึ่งรถกลับมายังวิลล่าโดยไม่เสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว"ป่านนี้จะโดนไปกี่ดอกแล้วก็ไม่รู้" เขาคิด ภาพในหัวมีแต่ความเร่าร้อนของเมียรักที่กำลังโดนส
ภายในพูลวิลล่าหรูริมชายหาด กลิ่นหอมจางๆ ของน้ำมันอโรม่าผสมกับกลิ่นไอทะเลที่พัดแว่วเข้ามาสร้างบรรยากาศที่ชวนให้ผ่อนคลายแต่ก็หนักอึ้งไปด้วยมวลสารบางอย่าง วรินทร์ นั่งอยู่ที่อาร์มแชร์ตัวใหญ่ มือหนึ่งถือแก้ววิสกี้ชั้นเลิศ สายตาของเขาจับจ้องไปที่ เมษา ภรรยาสาวที่กำลังจัดเตรียมเครื่องดื่มอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์วันนี้เมษาจงใจแต่งตัวเพื่อ "ต้อนรับแขก" โดยเฉพาะ เธอสวมชุดเดรสสายเดี่ยวผ้าไหมซาตินสีแชมเปญ เนื้อผ้าที่ลื่นและบางเบาแนบไปกับทุกสัดส่วนโค้งเว้า ยามเธอขยับตัว แสงไฟจะตกกระทบลงบนแผ่นหลังที่เปลือยเปล่าและร่องอกที่ลึกสุดใจ เพราะเธอไม่ได้สวมใส่อะไรไว้ข้างใต้เลยเสียงออดหน้าประตูดังขึ้น วรินทร์ลุกไปเปิดรับ เก่ง และ วิทย์ สองรุ่นน้องหนุ่มที่ก้าวเข้ามาด้วยความประหม่าปนตื่นเต้น ทั้งคู่สวมเสื้อเชิ้ตลายทางที่ปลดกระดุมเม็ดบนออก เผยให้เห็นแผงอกสีแทนและบุคลิกของชายหนุ่มวัยฉกรรจ์"สวัสดีครับพี่เอก... สวัสดีครับพี่เมษา" ทั้งคู่ยกมือไหว้ตามมารยาท แต่สายตานั้นกลับปิดความกระหายไม่มิดก่อนหน้านี้ประมาณหนึ่งสัปดาห์ วรินทร์ได้ติดต่อเด็หหนุ่มสองคนนี้ไว้ เขาเมษาได้คิดเลือกอย่างรอบคอบ สื่อโซเชียลที่ทั้งสองช่วยกั
ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องนอนอีกครั้งหลังจากเสียงคำรามสุดท้ายของชัชสิ้นสุดลง มีเพียงเสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงของคนสองคนที่สอดประสานกันในความสลัววรินทร์ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม ร่างกายของเขาสั่นระริกจากความสุขสมที่เพิ่งปะทุออกมา น้ำรักที่เปรอะเปื้อนเต็มมือและขากางเกงเริ่มเย็นชืด แต่มันกลับตอกย้ำภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปให้เด่นชัดขึ้นในหัวเขามองดูเมษา ภรรยาผู้แสนเรียบร้อยของเขา ที่บัดนี้ซบหน้าอยู่กับอกแกร่งของชัช ร่างกายเปลือยเปล่าของเธออาบไปด้วยเหงื่อจนผิวกายมันวาวราวกับเคลือบด้วยน้ำมัน กลิ่นคาวกามรุนแรงอบอวลอยู่ในอากาศ มันเป็นกลิ่นของเมษาผสมกับกลิ่นดิบเถื่อนของชัช ซึ่งมันกำลัง ปั่นประสาทของวรินทร์ให้คลั่งเมษาค่อยๆ ผละออกจากอ้อมกอดของชัช เธอคลานลงจากเตียงด้วยท่วงท่าที่อ่อนแรงแต่ทว่ากลับดูเย้ายวนอย่างประหลาด ร่องรักของเธอมีน้ำกามสีขาวขุ่นที่ชัชเพิ่งฉีดอัดเข้าไป มันล้นทะลักออกมาหยดย้อยตามง่ามขาขาวเนียนเธอคลานตรงมาหาเขา หยุดลงตรงหน้าสามีที่นั่งจ้องเธอไม่วางตา เมษาคุกเข่าลงระหว่างขาของวรินทร์ ดวงตาปรือปรอยแฝงไปด้วยความร่านที่ยังไม่มอดดับ เธอยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนจมูกแทบ
ห้องนอนเล็ก ๆ ในบ้านไร่ถูกกลืนกินด้วยความมืดสนิท แสงสลัวสีเทาหม่น จากนอกหน้าต่างแทรกผ่านม่านผ้าดิบบางเบาเข้ามาเพียงริบหรี่ สร้างเงาที่ยาวและบิดเบี้ยว วรินท์ไม่ได้อยู่บนเตียง แต่เลือกนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ข้างเตียง ในมุมที่เงาทอดทับเขาไว้เกือบมิด มือของเขากำแน่น บนพนักแขนจนข้อนิ้วขาวโพลน ดวงตาของเขาวาววับเป็นประกาย ราวกับสัตว์ที่กำลังเฝ้ารอเหยื่ออย่างอดทน ความคาดหวังที่รุนแรงแผ่ออกมาจากร่างเขาอย่างสัมผัสได้ความคิดของวรินท์ย้อนกลับไปยังบทสนทนาเมื่อหัวค่ำ ในห้องครัวที่อบอุ่นด้วยไอจากกาแฟ:“ผมอยากเห็นเมษ์ในแบบที่เมษ์เป็นตอนที่อยู่กับลุง”น้ำเสียงของวรินท์ในตอนนั้น ราบเรียบ แต่แฝงด้วยอำนาจและคำสั่ง เขาโน้มตัวข้ามโต๊ะไปยังชัช ดวงตาจับจ้องราวกับสะกดจิต“เอ็งหมายความว่า...”ชัชเลิกคิ้วสูง แก้วกาแฟในมือหยุดนิ่งกลางอากาศ“ใช่แล้วลุง ผมอยากเห็นลุงเย็ดเมียผมแบบจะ ๆ ก่อนที่จะกลับกรุงเทพฯ”วรินท์เน้นย้ำทุกพยางค์ ความต้องการที่บิดเบือนของเขารุนแรงจนน่ากลัว ชัชกระพริบตาถี่อย่างไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยิน ใบหน้าของเขาซีดเผือดไปชั่วขณะ“เอ็งแน่ใจนะ ลุงไม่เคยทำแบบนี้ต่อหน้าใครเลยว่ะ”เสียงของชัชแผ่วลง ทว่าในดว







