Masukเมษาลืมตาขึ้นในเช้าวันใหม่ แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานเล็กของห้องนอน ความปวดเมื่อยรุมเร้าไปทั่วร่าง โดยเฉพาะช่วงล่างที่ยังคงเจ็บแปลบๆ อย่างหนักหน่วง แต่ความเจ็บปวดนั้นกลับแฝงด้วยความสุขสมที่ยากจะลืมเลือน
ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนก่อนยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของเธอราวกับภาพยนตร์ที่ฉายซ้ำ ใบหน้าคมเข้มของลุงชัช แผงอกกำยำที่เธอซบซบอยู่ตลอดคืน และสัมผัสอันเร่าร้อนของเขา ทุกอย่างยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อครู่
เมษายกมือขึ้นลูบไล้ริมฝีปากของตัวเอง มันยังคงรู้สึกถึงรสจูบของเขา กลิ่นกายของเขายังคงติดอยู่ที่ปลายนิ้วของเธอ ราวกับเขาเพิ่งอยู่ข้างๆ เธอเมื่อครู่
เธอพลิกตัวนอนหงาย จ้องมองเพดานไม้เก่าๆ ของห้องนอน ความรู้สึกผิดบาปถาโถมเข้าใส่เธอในทันที เธอแต่งงานแล้ว มีสามีที่แสนดีอย่างวรินท์ แต่เธอกลับนอกใจเขา และที่เลวร้ายไปกว่านั้นคือคนที่เธอมีสัมพันธ์ด้วยคือ ลุงชัช สามีของป้าที่เคยเป็นรักแรกและบทเรียนแรกในชีวิตรักของเธอ เมษาพยายามจะลืมเรื่องราวในอดีต แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไร มันก็ยิ่งชัดเจนขึ้นเท่านั้น
เสียงไก่ขันยามเช้าดังแว่วเข้ามาจากภายนอก เป็นสัญญาณว่าวันใหม่ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว เมษาถอนหายใจ เธอต้องลุกขึ้นไปทำหน้าที่ของตัวเอง เธอมาที่นี่เพื่อดูแลป้าสาย ไม่ใช่มาเพื่อดื่มด่ำกับความปรารถนาต้องห้าม
เมษาลุกขึ้นจากเตียงอย่างเชื่องช้า ทุกก้าวที่เดิน ความเจ็บแปลบที่ช่วงล่างยังคงย้ำเตือนถึงความจริงเมื่อคืนก่อน เธอเดินไปที่ห้องน้ำ มองตัวเองในกระจก ใบหน้าของเธอยังคงมีร่องรอยของความสุขสม ดวงตาของเธอฉายแววปรารถนาที่ไม่อาจปกปิดได้
เธออาบน้ำชำระล้างร่างกายอย่างพิถีพิถัน พยายามล้างกลิ่นอายของลุงชัช ออกไป แต่ยิ่งพยายามมากเท่าไร กลิ่นกายของเขาก็ยิ่งฝังแน่นอยู่ในความทรงจำของเธอมากขึ้นเท่านั้น
หลังอาบน้ำเสร็จ เมษาสวมชุดผ้าฝ้ายเนื้อเบาอีกชุดหนึ่ง เธอเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยความรู้สึกสดชื่นขึ้นเล็กน้อย แต่ความปรารถนาในใจก็ยังคงโหยหา เธอเดินไปที่หน้าต่างห้องนอน มองออกไปยังสวนมะม่วงที่เงียบสงบ
แสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงมา ทำให้เห็นเงามืดทอดยาวของต้นมะม่วงใหญ่… ต้นมะม่วงที่เคยเป็นพยานรักของเธอกับลุงชัช
เธอเดินออกจากห้องนอน ตรงไปยังห้องครัว กลิ่นหอมของกาแฟและอาหารเช้าลอยอบอวลไปทั่วบ้าน เธอเห็นป้าสายกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารแล้ว โดยมีลุงชัชนั่งอยู่ตรงข้าม ลุงชัชในเช้าวันนี้ดูสดใสเป็นพิเศษ ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม ดวงตาของเขาวาววับเมื่อสบเข้ากับดวงตาของเมษา
“อรุณสวัสดิ์ค่ะป้าสาย อรุณสวัสดิ์ค่ะลุงชัช” เมษาเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เป็นปกติที่สุด
“อรุณสวัสดิ์จ้ะหนูเมษ์” ป้าสายตอบพลางยิ้มให้เมษา
“มานั่งกินข้าวเถอะลูก”
“อรุณสวัสดิ์หนูเมษ์” ลุงชัชตอบพร้อมกับส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความหมายแฝงมาให้เธอ เมษาหลบสายตาของเขา เธอรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า
เมษาเดินไปนั่งลงตรงข้ามกับลุงชัช ป้าสายตักข้าวต้มใส่ชามให้เมษา
“กินเยอะๆ นะลูก หนูผอมไปเยอะเลย”
“ค่ะป้าสาย” เมษาตอบพลางตักข้าวต้มเข้าปาก เธอก้มหน้าลงกินข้าวพยายามหลีกเลี่ยงการสบตากับลุงชัช แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน เพราะเธอรู้สึกได้ว่าสายตาของเขายังคงจ้องมองเธออยู่ตลอดเวลา
ป้าสายมองดูเมษาและลุงชัชสลับกันไปมา ใบหน้าของท่านยังคงเรียบเฉย แต่แววตาของท่านนั้นฉายแววรู้ทัน แกเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวหลานสาวตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ตั้งแต่ที่เมษามาถึงบ้าน แล้วรีบร้อนถามหาชัชทันทีที่มาถึง
เรื่องราวของตาชัชกับหนูเมษานั้น แกรับรู้มานานแล้ว และบางครั้งแกก็แอบเห็นทั้งคู่แอบมีอะไรกันกลางวันแสกๆ หลายคราวด้วยซ้ำ แกไม่ได้ตำหนิหรือห้ามปรามอะไร เพราะแกเองก็รักทั้งคู่ และรู้ดีว่าความรักของคนสองคนนี้มันยากเกินจะห้ามได้ แกทำได้เพียงแค่ปล่อยให้เป็นไปตามทางของมัน และภาวนาให้ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ ลุงชัชก็บอกว่าจะออกไปดูแลสวนผักกาดที่อยู่อีกฝั่งของไร่ เมษาเสนอตัวจะไปช่วย แต่ป้าสายห้ามไว้
“ไม่ต้องหรอกลูก หนูเมษ์ พักผ่อนเถอะ” ป้าสายเอ่ยขึ้น
“เดี๋ยวบ่ายๆ ค่อยมาช่วยป้าเก็บผักในสวนหลังบ้านก็แล้วกันนะ”
เมษาพยักหน้าเล็กน้อย “ค่ะป้าสาย” เธอรู้ว่าป้าสายคงอยากให้เธอพักผ่อนจริงๆ และอาจจะอยากให้เธอห่างจากลุงชัชสักพักด้วย
หลังจากลุงชัชออกไปแล้ว เมษาก็ช่วยป้าสายทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ เช่น กวาดบ้าน ถูบ้าน และจัดเก็บข้าวของ ป้าสายคอยสอนเมษาเรื่องการดูแลบ้านไร่ และเล่าเรื่องราวในอดีตให้ฟัง เมษารู้สึกอบอุ่นใจที่ได้อยู่กับป้าสายแบบนี้ มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนได้กลับมาเป็นเด็กอีกครั้ง
เมื่อถึงช่วงบ่าย เมษาก็ออกไปช่วยป้าสายเก็บผักในสวนหลังบ้าน สวนผักของป้าสายนั้นกว้างขวางและอุดมสมบูรณ์ไปด้วยพืชผักนานาชนิด เมษาช่วยป้าสายเก็บผักอย่างตั้งใจ พวกเขาคุยกันเรื่องผักสวนครัว การปลูกผัก และการดูแลต้นไม้
เมษารู้สึกสนุกกับการทำกิจกรรมเหล่านี้ มันทำให้เธอได้ปลดปล่อยความเครียดและความวุ่นวายในจิตใจ
ขณะที่เมษากำลังก้มลงเก็บผักบุ้ง เธอก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินเข้ามาใกล้ เธอเงยหน้าขึ้นมอง และเห็นชัชกำลังเดินเข้ามาหาเธอ เขาเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ เธอ ใบหน้าของเขามีรอยยิ้มกรุ่มกริ่ม
“ทำอะไรกันอยู่ล่ะยายสาย หนูเมษ์” ลุงชัชเอ่ยทัก
“เก็บผักน่ะสิตาชัช” ป้าสายตอบพลางยิ้มให้
“เมษ์ช่วยค่ะลุง” เมษาตอบ น้ำเสียงของเธอแหบพร่าเล็กน้อยเมื่ออยู่ใกล้เขา ลุงชัชมองสำรวจเมษาจากหัวจรดเท้า ดวงตาของเขาฉายแววปรารถนาอย่างเปิดเผย เมษารู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งใบหน้า เธอพยายามหลบสายตาของเขา แต่ก็ทำได้ยากเหลือเกิน
“เหนื่อยไหมหนูเมษ์” ลุงชัชถาม
“ไม่เหนื่อยค่ะ” เมษาตอบ
“มา...ลุงช่วยดีกว่านะจ๊ะ” ลุงชัชเอ่ยขึ้นพลางนั่งลงข้างๆ เมษา มือของเขาเอื้อมไปหยิบผักบุ้งที่อยู่ใกล้ๆ เธอ
ป้าสายถอนหายใจเบาๆ อย่างปลงๆ
“เดี๋ยวป้าเข้าไปพักผ่อนในบ้านก่อนนะ แดดมันร้อน ตาชัช ปกช่วยหนูเมษ์เก็บผักไปก่อนก็แล้วกันนะ” ป้าสายบอกแล้วเดินจากไปอย่างช้าๆ
เมื่อป้าสายเดินจากไปแล้ว ความเงียบก็เข้าปกคลุมบรรยากาศ มีเพียงเสียงนกร้องและเสียงลมพัดใบไม้ที่ดังแผ่วเบา ลุงชัชหันมามองเมษา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจปกปิดได้
“หนูเมษ์… ตอนนี้มีแค่เราสองคนแล้วนะ...” ลุงชัชกระซิบเสียงต่ำข้างหูของเธอ เมษาหน้าแดงก่ำ หัวใจของเธอเต้นรัวแรงขึ้น เธอรู้ว่าอีกไม่กี่อึดใจจะมีอะไรเกิดขึ้น
ชัชยื่นมือมาลูบไล้แก้มของเมษาอย่างอ่อนโยน แต่การสัมผัสของเขานั้นเต็มไปด้วยความปรารถนา
“ตลอดเวลาที่หนูไม่อยู่ที่นี่ ลุงคิดถึงหนูเหลือเกิน คิดถึงทุกวัน” ชัชจ้องตาเมษา เขาพุดกับเธออย่างอ่อนโยน
"ลุงคิดว่า หนูเองก็คงคิดถึงลุงเหมือนกัน ใช่มั้ยจ้ะ?..."
เมษาจ้องตาลุงชัชของเธอด้วยแววตาที่ชัชเข้าใจได้ท้นที เธอพยักหน้าเล็กน้อยอย่างช้าๆ เป็นการตอบรับคำพูดของลุงชัช
ชัชยิ้มกว้าง เขาดึงเมษาเข้ามาในอ้อมกอดอย่างโหยหา กอดของเขาแน่นหนาและเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ทำให้เมษารู้สึกปลอดภัยและเร่าร้อนไปพร้อมกัน
"หนูเมษ์ของลุง"เสียงชัชแตกพร่า แสดงถึงอารมณ์ที่กำลังถูกความปรารถนาเข้าครอบงำอยู่เต็มที่
"ขา.." เสียงตอบรับเบาๆสั่นเครื่อเล็กน้อยของเมษา ทำให้ชัชรับรู้ว่าเมษาอยู่ในอารมณ์ที่ไม่ต่างไปจากเขา
ชัชก้มลงจูบเธออย่างนุ่มนวล แต่ในความนุ่มนวลนั้นมันแฝงไว้ด้วยความดุดัน รุนแรง และโหยหา จูบของเขาไม่ใช่การจูบที่อ่อนโยนเหมือนวรินท์ แต่เป็นการจูบที่เต็มไปด้วยความต้องการอันดิบเถื่อน มันปลุกเร้าทุกอณูในร่างกายของเมษาให้ตื่นขึ้น ความร้อนผ่าวแล่นไปทั่วร่างกายของเธอ
"อือ... อืออ ลุงขา..." เมษาครางเสียงต่ำในลำคอ เธอรู้สึกพึงพอใจในรสสัมผัสนั้นเหลือเกิน
เธอตอบรับจูบของชัชอย่างเร่าร้อน เธอใช้มือโอบรอบคอของเขา ดึงเขาเข้ามาใกล้ขึ้นอีก ลิ้นของพวกเขากระหวัดพันกันอย่างเร่าร้อน จูบของทั้งสองดูดดื่มหวานซึ้ง ราวกับคู่รักที่โหยหาซึ่งกันและกันมานานแสนนาน ความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานานปีมันระเบิดออกมาอย่างเต็มที่ เธอรู้สึกเหมือนถูกไฟแผดเผาจากภายใน
ลุงชัชผละริมฝีปากออกเล็กน้อย ดวงตาของเขาจ้องมองเมษาอย่างลึกซึ้ง
"อือออ... ลุงขา..." เมษาลืมตามองหน้าชัชปรือปรอย หน้าแดงก่ำไปด้วยไฟปรารถนา
“ตรงนี้… ไม่สะดวก” เขาพยักเพยิดไปทางกระท่อมไม้เก่าๆ หลังเล็กที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากแปลงผักกาด กระท่อมที่พวกเขาเคยใช้หลบฝน และเป็นสถานที่ที่ความสัมพันธ์ของพวกเขาเริ่มต้นขึ้น
เมษาเข้าใจความหมายของเขา เธอพยักหน้าเบาๆ ใบหน้าของเธอแดงก่ำด้วยความปรารถนาและความขวยเขิน
ลุงชัชจูงมือเมษา พาเธอเดินลัดเลาะไปตามแปลงผักต่างๆ มุ่งหน้าไปยังกระท่อมไม้หลังนั้น บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดเบาๆ และเสียงนกร้องที่ดังแว่วมาเป็นระยะ เมษารู้สึกถึงความตื่นเต้นที่แล่นริ้วไปทั่วร่างกาย หัวใจของเธอเต้นรัวแรงขึ้นทุกย่างก้าว
"กระท่อมของเรา หนูเมษ์คงยังจำมันได้..." ชัชกระซิบกับเธอเบาๆ
"ค่ะ... กระท่อมของเรา.." เมษาเงยหน้ากระซิบตอยชัชเสียงแผ่ว
เมื่อมาถึงหน้ากระท่อม ลุงชัชเปิดประตูไม้ผุพังเข้าไป ภายในกระท่อมมืดสลัว มีเพียงแสงแดดรำไรที่ลอดผ่านช่องหลังคาลงมาเล็กน้อย กลิ่นดิน กลิ่นไม้เก่า และกลิ่นไอของความทรงจำเก่าๆ ลอยอบอวลอยู่ในอากาศ
ชัชปิดประตูลง กลอนไม้เก่าๆ ส่งเสียงดังแกรกเบาๆ ราวกับเป็นการปิดกั้นโลกภายนอกไว้ทั้งหมด เหลือเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้น
เขาหันมาเผชิญหน้ากับเมษา ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ไม่อาจควบคุมได้
"หนูรู้มั้ย ลุงเฝ้ารอวันนี้มานานเหลือเกิน วันที่หนูจะกลับมา..." ชัชกระซิบกับเธอเสียงแหบพร่า
"หนูก็คิดถึงลุงค่ะ ลุงขา... "เมษาเดินเข้าหาชัช ตาของเธอจับจ้องไปที่ดวงตาสีเหล็กของเขาอยู่ไม่วาง
เขายื่นมือมาลูบไล้แก้มของเมษาอย่างอ่อนโยน ก่อนที่จะโน้มใบหน้าลงมาจูบเธออีกครั้ง จูบครั้งนี้เนิ่นนานและลึกซึ้งกว่าครั้งใดๆ มันเต็มไปด้วยความโหยหา ความคิดถึง และความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานานแสนนาน
ภายในห้องสวีตหรูหรากว้างขวางบนชั้น 21 ของโรงแรมชื่อดังย่านสุขุมวิท 22 บรรยากาศยามค่ำคืนถูกโอบล้อมด้วยความเงียบสงบและเป็นส่วนตัว เบื้องหลังผนังกระจกใสบานใหญ่จากพื้นจรดเพดานเผยให้เห็นทัศนียภาพอันตระการตาของมหานครยามค่ำคืน แสงไฟระยิบระยับจากหมู่ตึกระฟ้าสูงตระหง่านทอดประกายระยับแข่งกับดวงดาวบนฟากฟ้า ขณะที่สายธารแห่งแสงไฟจากยานพาหนะบนท้องถนนเบื้องล่างไหลรินทอดยาวเป็นเส้นสายสีส้มแดงระเรื่อ งดงามราวกับภาพวาดที่มีชีวิตใหญ่ทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างเอนหลังพิงพนักโซฟาตัวใหญ่หนานุ่ม หันหลังให้กับวิวสวยริมกระจกหน้าต่างบานใหญ่ ใบหน้าคมคายประดับรอยยิ้มบาง ๆ อย่างคนคุมเกม ก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ"เอกมีข้อห้ามอะไรเป็นพิเศษไหม... เช่น เอ่อ… ห้ามประตูหลัง หรืออะไรที่น้องเมย์ไม่ชอบเป็นพิเศษหรือเปล่า..."วรินทร์ที่นั่งอยู่ใกล้กันชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาด้วยแววตาที่เริ่มฉายแววตื่นเต้นเร้าใจ"มีอยู่เรื่องเดียวครับพี่... อย่าบังคับฝืนใจจนเกินไป และอย่าทำให้น้องเมย์เจ็บตัวก็พอครับ... นอกนั้นพี่จัดเต็มที่ได้เลย..." วรินทร์เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่เจือความตื่นเต้นระคนกระสันซ่านอย่างปิดไม่ม
เสียงนกกาเหว่าตัวใหญ่ส่งเสียงร้องกังวานก้องกังสดาลรับอรุณรุ่งของวันหยุด ท่ามกลางบรรยากาศยามเช้าอันแสนสงบเงียบที่หาได้ยากยิ่งใจกลางกรุงเทพมหานคร สายลมธรรมชาติพัดโชยกลิ่นไอความชื้นของดินและกลิ่นหอมระรวยของมวลดอกไม้ นานาพันธุ์ที่แข่งกันผลิบานในสวนหลังบ้าน ลอดผ่านกรอบหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดกว้างรับอากาศบริสุทธิ์เข้ามาจนเต็มห้องเมษายืนพิงขอบหน้าต่างห้องนอน ทอดสายตามองออกไปเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย ภาพที่ปรากฏคือความร่มรื่นเขียวขจีของสวนกว้างขนาดใหญ่หลังบ้าน ซึ่งเต็มไปด้วยแมกไม้และต้นไม้ใหญ่ขึ้นรกครึ้มหนาแน่นตามธรรมชาติ ราวกับยกผืนป่าขนาดย่อมมาไว้กลางเมืองกรุง กิ่งก้านสาขาแผ่ขยายให้ร่มเงาร่มรื่น ฝูงนกน้อยตัวเล็ก ๆ ต่างพากันบินโฉบเฉี่ยวและกระโดดโลดเต้นหยอกล้อกันจากกิ่งนั้นไปยังกิ่งนี้อย่างอารมณ์ดีมือเรียวเล็กถือแก้วกาแฟเซรามิกอุ่น ๆ ไว้ ไอความร้อนสีขาวเป็นละอองบางพวยพุ่งลอยกรุ่นขึ้นปะทะอากาศยามเช้า ริมฝีปากอวบอิ่มยกยิ้มขึ้นน้อย ๆ อย่างมีความสุข ท่ามกลางความรื่นรมย์และความสงบเงียบสงัด ที่ถูกโอบล้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ซึ่งหลงเหลืออยู่เป็นพื้นที่สีเขียวอันล้ำค่า ท่ามกลางป่าคอนกรี
แสงแดดยามสายสาดส่องลอดผ่านรอยพับของผ้าม่านเนื้อบางเข้ามาภายในห้องนอน เคลื่อนตัวทาบทับลงบนผิวเนื้อและร่างที่นอนหลับสนิทของวรินทร์ ลมหายใจสม่ำเสมอยามหลับใหลค่อย ๆ สูดลึกยาวขึ้น ก่อนที่เปลือกตาหนาจะค่อย ๆ เผยอขึ้นกะพริบถี่ ๆ เพื่อปรับรับแสงสว่างจ้าที่สาดเข้ามาเขากระพริบตาถี่ ๆ หยัดกายขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับหยีตา,มองออกไปทางหน้าต่างบานใหญ่ สายลมยามสายพัดเอื่อยนำพาความเย็นสบายเข้ามาสัมผัสผิวแก้ม ก่อนที่เขาจะพลิกตัวหันกลับมาหมายจะโอบกอดร่างบางที่เคยนอนแนบชิดกันอยู่ตลอดทั้งคืนทว่า พื้นที่บนเตียงนอนข้างกายกลับว่างเปล่า...วรินทร์ขมวดคิ้วมุ่นเล็กๆ เขากวาดสายตามองสำรวจรอบห้องนอน ก่อนจะมองผ่าบบานประตูห้องน้ำที่เปิดแง้มเอาไว้เข้าไปข้างใน แต่ภายในห้องน้ำกลับว่างเปล่าไร้เงาของภรรยาเช่นกัน"ทำไมตื่นเช้าจังนะ..." วรินทร์พึมพำกับตัวเองเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล รอยยิ้มบาง ๆ ระบายขึ้นบนมุมปากอย่างผ่อนคลายจากความอิ่มเอมใจในค่ำคืนที่ผ่านมา ความรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวและความอบอุ่นยังคงหลงเหลืออยู่ในความรู้สึกเขาเลิกผ้าห่มผืนหนาออก ค่อย ๆ สไลด์ตัวขยับมานั่งห้อยขาลงที่ขอบเตียงนอน กวาดสายตามองบรรยากาศยามสายที่
เวลาเกือบตีสอง ภายในห้องนอนที่ควรจะสงบเงียบกลับอบอวลไปด้วยความร้อนรุ่มที่ยังคงคั่งค้างอยู่ในอกของวรินทร์ ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ที่ระเบียงห้องยังคงวนเวียนฉายซ้ำอยู่ในหัว สมองของเขาสั่งการให้จินตนาการถึงเรือนร่างเปลือยเปล่าของเมียรักที่ถูกชายอื่นกระหน่ำกระแทกกระทั้นจนน้ำรักพุ่งทะลัก ความเป็นชายภายใต้กางเกงนอนพองขยายและปวดหนึบบวมเป่งราวกับระเบิดเวลา แม้ว่าเขาจะเพิ่งใช้มือรูดรั้งปลดปล่อยลาวาความเร่าร้อนออกมาพร้อมกับคนทั้งคู่ไปแล้ว แต่มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะดับไฟตัณหาที่สุมอกอยู่ดีวรินทร์สไลด์ตัวขึ้นไปนอนราบลงบนเตียง ดึงผ้าห่มผืนหนามาคลุมกาย ดวงตาวาวโรจน์แข็งค้างจ้องมองเพดานในความมืดอย่างคนนอนไม่หลับ ในขณะที่หูคอยเงี่ยฟังเสียงความเคลื่อนไหวจากภายนอก เฝ้ารอคอยว่าเมื่อไหร่เมียรักจะกลับเข้ามาในห้องนอนเสียทีแกร็ก!เสียงลูกบิดโลหะดังขึ้นแผ่วเบาที่หน้าประตู ก่อนที่บานประตูไม้จะค่อย ๆ แง้มเปิดออกอย่างไร้เสียง ร่างเปลือยเปล่าเนียนนุ่มของเมษาเร้นกายเข้ามาในห้องอย่างเงียบเชียบ เธอเหลียวกลับไปจัดการงับบานประตูห้องปิดลงอย่างระมัดระวังที่สุด โดยที่เรือนร่างระหงไม่มีเสื้อผ้าอาภรณ์ติดกายเลยแม้แต่ชิ้นเด
ชัชเร่งจังหวะสะโพกแกร่งโหมกระหน่ำซอยกระแทกกระทั้นเข้าใส่ร่างระหงอย่างดุดันและบ้าคลั่งยิ่งกว่าเดิมตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! พรับ! พรับ!เสียงเนื้อกระทบกันดังสนั่นก้องกังวานไปทั่วระเบียงบ้านในยามวิกาล ประสานกับเสียงครางกระเส่าเร่าร้อนระรัวไม่เป็นศัพท์ของเมษา ทุกจังหวะการโถมกระหน่ำซอยยิบราวกับพายุไฟที่กำลังแผดเผาเสียงครางหวานกระเส่าและถ้อยคำร่านสวาทที่หลุดลอดออกมาจากริมฝีปากของเมียรัก ทำเอาวรินทร์ที่ยืนแอบซุ่มมองอยู่ถึงกับยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ได้ สองขาของเชาสั่นระริกด้วยความอัดอั้นที่ถั่งโถมอยู่ภายใน แก่นกายภายใต้กางเกงนอนปวดหนึบจนแทบจะระเบิด มือหนาต้องเอื้อมลงมากำรูดแก่นกายของตัวเองขึ้นลงตามจังหวะสวาทเบื้องหน้าอย่างลืมตัว เพื่อระบายความเสียวซ่านที่แผดเผาอยู่ในอกจนแทบทนไม่ไหว"อูยยย... ซี้ดดด... ผัวขา... เย็ดแรงอีกค่ะ... เมียชอบควยใหญ่ ๆ ของผัว... กระแทกเข้ามาให้มิดควยผัวเลยค่ะ... ซี้ดดด...!"เมษาร้องครวญครางยั่วเย้าด้วยแววตาฉ่ำเยิ้ม สองมือจิกเกร็งราวระเบียงไม้แน่นเพื่อรับแรงกระแทกที่โถมซัดเข้ามาอย่างไม่ยั้งมือ"อีร่านเอ๊ย... หีมึงนี่มันตอดรัดควยกูดีชิบหาย... ร่านนักนะมึง...!"ชัชคำรามลั่นด้วยค
เสียงกระซิบกระซาบแผ่วเบาของทั้งสองยังคงลอยมาปะทะโสตประสาทของวรินทร์เป็นระลอก ฟังได้ศัพท์บ้างไม่ได้ศัพท์บ้าง เนื่องจากน้ำเสียงที่พยายามกดให้ต่ำลงอย่างสุดกำลัง เพื่อไม่ให้ดังพอที่จะปลุกให้เขาตื่นขึ้นมารับรู้เรื่องราวอันน่าอัปยศอดสูที่กำลังดำเนินอยู่เบื้องหน้าเมื่อระแวงว่าสามีหนุ่มอาจจะรู้ตัว เมษาหันกลับมามองสำรวจท่าทีของเขาที่ยังนอนนิ่งสนิทอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโน้มใบหน้าเข้าไปกระซิบกระซาบกับชายสูงวัยด้วยแววตาที่พราวระยับไปด้วยประกายความกระสันซ่าน ทั้งคู่หยัดกายลุกขึ้นยืน นิ่งมองร่างที่ทำทีเป็นนอนหลับใหลไม่รู้เรื่องรู้ราวของเขานิ่งอยู่ชั่วครู่เพื่อความแน่ใจ ก่อนที่ภาพบาดตาจะปรากฏขึ้น—เมษาโน้มลำตัวลงประกบเรียวปากอวบอิ่มเข้ากับริมฝีปากของชายวัยดึกอย่างดูดดื่มและยาวนาน ราวกับคนหลงใหลในรสสวาทและติดตรึงในกามารมณ์ของอีกฝ่ายอย่างถอนตัวไม่ขึ้น"ไปค่ะ..." เสียงกระซิบแผ่วพร่าลอดมาจากริมฝีปากของเมีย ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปจับจูงมือหนาของชายชู้ให้ค่อย ๆ ก้าวเดินออกจากห้องนอนไปอย่างเงียบเชียบ เมษาหันกลับมาจัดการงับบานประตูห้องปิดลงอย่างแผ่วเบาที่สุด โดยที่ร่างเปลือยเปล่าทั้งสองร่างไม่ได้มีเสื้อผ้าอา
วันเวลาในบ้านไร่ของป้าสายผ่านไปอย่างเชื่องช้า แต่ทว่าเต็มไปด้วยความเร่าร้อนซ่อนเร้นสำหรับเมษา ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา แสงแดดยามเช้าสาดส่องกระทบผ้าม่านบางเบา เธอจะสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดระคนสุขสมที่ยังคงตราตรึงอยู่ในร่างกายจากการที่เธอและลุงชัชแอบลักลอบพบกันในยามค่ำคืนที่ผ่านมาเมษาพยายามทำตัวให้เป็นปก
เมษาตอบรับจูบของเขาอย่างเต็มใจและโหยหา เธอโอบรอบคอของเขา ดึงเขาเข้ามาใกล้ชิดจนแทบจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ลิ้นของพวกเขาสัมผัสและเกี่ยวพันกันอย่างเร่าร้อน เสียงจูบดูดดื่มดังกระเส่าอยู่ในความมืดสลัวของกระท่อมลุงชัชค่อยๆ เลื่อนมือลงมาลูบไล้ไปตามแผ่นหลังของเมษา ก่อนที่จะสอดเข้าไปใต้เสื้อผ้าของเธอ สัมผั
ชัชค่อยๆ ดันเมษาไปชิดกับผนังห้องครัว มือของเขาลูบไล้ไปทั่วร่างกายของเธออย่างเชื่องช้าและชำนาญ เขาปลดกระดุมเสื้อของเมษาออกอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นผิวขาวเนียนใต้เสื้อผ้าที่ซ่อนอยู่ เมษารู้สึกถึงความเย็นจากอากาศที่ปะทะกับผิว แต่ร่างกายของเธอกลับร้อนผ่าวไปทั้งตัว เธอหลับตาลง ซึมซับทุกสัมผัสของลุงชัช“ไป
รุ่งเช้าของอีกวัน แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ของคฤหาสน์หรู เมษาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกสดชื่นอย่างประหลาด ไม่ใช่เพราะเธอหลับเต็มอิ่ม แต่เป็นความรู้สึกตื่นเต้นที่ปะปนกับความหวาดหวั่นที่ก่อตัวขึ้นในใจเมื่อคืนที่ผ่านมา หลังจากวรินท์หลับไปแล้ว เมษาใช้เวลาหลายชั่วโมงครุ่นคิดถึงเรื่องรา







