เข้าสู่ระบบผมก้าวเท้าเดินเข้ามาในโรงแรมแห่งหนึ่งมันดูมีระดับมากนะเอาจริงๆ นี่เขาลงทุนขนาดนี้เลยหรอเนี้ย! แต่ก็นะระดับพีรพัฒน์จะให้ไปม่านรูดคงเสียภาพพจน์แย่เลย คงต้องขอบคุณเขานะเลือกสถานที่ได้ดีทีเดียว
~Ding Dong~ เสียงกดออดดังขึ้น ผมมายืนอยู่หน้าประตูห้องหนึ่งก่อนที่มันจะถูกเปิดออก ร่างสูงตรงหน้าเล่นเอาผมถึงกับนิ่งอยู่ครู่หนึ่งใบหน้าหล่อตี๋ กับรอยยิ้มที่มีอิทธิพลต่อหัวใจ นี่เขากำลังจะทำให้ผมละลายตรงหน้าเลยหรือไง "มาเร็วกว่าที่คิดอีกนะครับ" พี่ทัชเอ่ยทักผมพร้อมกับรอยยิ้มกระชากใจ ใบหน้าผมร้อนผ่าว "นายพรานก็ต้องออกล่าเหยื่อสิ จะรอให้เหยื่อไปหาคงไม่ใช่เรื่อง!" พูดจบผมก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งให้เขาไปก่อนจะเบียดร่างของตัวเองเข้ามายังด้านในห้อง พี่ทัชปิดประตูก่อนจะเดินตามผมเข้ามาก่อนที่เราทั้งคู่จะมาหยุดอยู่ที่โซฟาและนั่นยิ่งทำให้ผมต้องชะงักกึก นี่มันอะไร? ไม่เห็นเหมือนที่คุยกันไว้เลยจะกลับก็ไม่ได้ในเมื่อมาแล้วจะต้องกลัวอะไร เดี๋ยวจะถูกมองว่าปอดแหก จะไม่คิดมากเลยถ้าสายตาของคนที่นั่งอยู่บนโซฟาไม่มองผมมาด้วยสายตาที่นิ่งเรียบแต่นัยน์ตามันแฝงไปด้วยอะไรมากมาย ภายใต้ใบหน้านั่นมันซ่อนความรู้สึกไว้หลากหลายชั่งน่าค้นหาเสียจริงกับเดือนคณะที่ใครๆก็ต่างต้องการเข้าหา หึ! เสร็จกูแน่... "ไม่คิดว่าพวกพี่จะมาด้วย" ผมเอ่ยทัก "ทำไม กลัวขึ้นมาหรือไงจะกลับตอนนี้ยังทันนะ"พี่โฟร์ทเอ่ยออกมา คิ้วของเขาเลิกสูงขึ้นรอยยิ้มที่กระตุกขึ้นยังมุมปาก พร้อมกับกระดกเหล้าในแก้วจนหมดเกลี้ยง "คนอย่างพีรพัฒน์ไม่เคยกลัวใคร แต่ถ้าไม่ทีถุงก็อดนะบอกเลย" "หึ! แรดดีนี่คิดว่าตัวเองจะท้องหรือไง" ผมเบปากใส่ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปยืนอยู่ด้านหน้าของเขา พี่โฟร์ทเงยหน้าขึ้นมามองผมสายตาของเขาหรี่ลง "ผมไม่ได้กลัวท้องแค่กลัวว่าจะ...ติดโรคต่างหาก!" พรึ่บ! บ้าเอ้ย! เขาทำจะอะไรเนี้ยอยู่ๆ ก็คว้ารั้งเอวของผมให้ลงมานั่งอยู่บนตักของเขา ก่อนจะใช้มืออีกข้างจับล็อคใบหน้าของผมเอาไว้และบดขยี้ริมฝีปากร้อนลงมา คำพูดของผมถูกกลืนลงไปพร้อมกับสัมผัสที่ดูตื่นเต้นนี่ ใจผมสั่นมือก็พยายามผลักดันเขาออกไปแต่มันกลับไร้เรี่ยวแรงต่อต้านร่างของผมอ่อนระทวย ความรู้สึกเจ็บหนึบที่กลีบปากพร้อมกับกลิ่นคาวคลุ้งมันแสดงชัดเจนว่าการกระทำของเขามันป่าเถื่อนสุดๆ เฮ้อ! ผมพยายามกอบโกยอากาศเมื่อถูกปล่อยจูบนั้นออกก่อนจะหันไปค้อนตาขวางใส่เขาทันที "ทำไมโกรธหรอ? หึ! อย่ามาเก่งกับกู เพราะกูไม่ใช่เพื่อนเล่นของมึง" ผมเม้มปากแน่นแต่ภายในใจมันแทบอยากจะระเบิด ไอ้บ้า...คิดว่าตัวเองเป็นใคร อย่าให้ถึงตาฉันบ้างก็แล้วกัน!! "พี่มันหยาบคายสุดๆ หล่อแต่รูป ปากก็หมา ไม่รู้ว่าคนอื่นเขาชอบไปได้ยังไง โอ๊ย! เจ็บนะ" ผมสะดุ้งเฮือกพร้อมกับโวยวายออกมาทันทีเมื่อถูกมือหนาบีบเข้าที่สะโพก ไอ้ห่านี่โรคจิตรึไงว่ะ! "มึงด่ากูก่อนนะพีรพัฒน์!" ผมนิ่งอึ้งเมื่อถูกคนตรงหน้าดุและเอ่ยเรียกชื่อจริงของผม เสียงที่เข้มและสายตาที่กราดเกรี้ยวมันทำให้ผมนึกถึงใครคนหนึ่งภาพก็ฉายเขามาในหัว 'มึงเป็นของกูพีรพัฒน์!' 'มึงอยากเจ็บตัวมากรึไง ห๊ะ!' 'พีรพัฒน์! มึงทำอะไรไว้รู้ตัวมั้ย มึงกล้ามากนะที่ไปเที่ยวกับไอ้กัสสองคน มันจะหยามกูเกินไปแล้ว!' ฮึก! อยู่ๆใต้ตาของผมก็รู้สึกร้อนผ่าวพร้อมกับหยดน้ำตาที่เอ่อไหล "เฮ้ย! แค่นี้เองมึงร้องไห้ทำว่ะ" "พี เป็นอะไรไป ร้องไห้ทำไมครับ" เสียงอ่อนโยนของพี่ทัชเรียกสติผมกลับคืนมา ผมรีบผละตัวลุกขึ้นหันหลังปาดเช็ดหยาดน้ำตาทันที บ้าที่สุดทำไมกันนะ ทำไมถึงได้นึกถึงเรื่องราวในอดีตขึ้นมาได้ พอนึกถึงทีไรมันกลับรู้สึกเจ็บปวด หวาดกลัวและไม่สามารถห้ามหยดน้ำตาตัวเองได้ ผมรีบกลับมาทำตัวปกติ "เปล่าครับ ผมแค่ตกใจนิดหน่อย" "แน่ใจหรอว่าแค่ตกใจ?" เสียงเข้มกับสายตาเรียบของพี่คริสที่นั่งเงียบอยู่นานก็ดังขึ้น "นั่นสิพี มีเรื่องอะไรรึเปล่า" พี่ทัชเดินเข้ามาจับใบหน้าผมตอนนี้เราต่างสบตากัน ผมรู้สึกอบอุ่นทุกครั้งที่ได้สบกับดวงตาคู่นี้อย่างบอกไม่ถูก วินาทีนั้นผมไม่สามารถพูดเรื่องราวในอดีตออกมาได้ เพราะผมไม่ต้องการนึกถึงมันและไม่อยากให้ใครรับรู้ "ผม...เอ่อ..ผมแค่รู้สึกปวดหัวนิดหน่อยน่ะครับพี่ทัช ผมขอ..." ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบก็ถูกขัดขึ้นมาทันควัน "เหอะ! กลัวก็พูดมาเถอะ อย่ามาเสแสร้งทำเป็นปวดหัว" "ไอ้โฟร์ทปากมึงนี่นะ" "มึงจะอะไรกับมันนักหนาว่ะไอ้ทัช ทำอย่างกับว่ามันเป็นเด็กอนุบาลไปได้ที่ต้องมาปลอบ ปัญญาอ่อน!" "ผมไม่ได้ต้องการให้ใครมาปลอบ ก็แค่ไม่อยากเอากับคนอย่างพี่ ปากหมาจะตายห่าเอาไม่ลงจริงๆ" "ไอ้เด็กนี่! ปากมึงนี้นะต้องหาอะไรอุดหน่อยแล้วมั้ง" "ทะเลาะกันอยู่ได้ มึงทำตัวเป็นเด็กไปได้ไอ้โฟร์ท เราก็อีกคนเถียงเป็นเด็กไปได้" "เหะ! พี่ก็ดูไอ้ผีบ้านี่สิ ใครได้เป็นผัวคงปวดหัวตาย" "งั้นเหรอ! งั้นมึงคงปวดหัวตายไปตลอดชีวิตเลยล่ะพีรพัฒน์!" "..."ครืด! ครืด!เสียงสั่นจากมือถือทำให้ผมรีบลุกขึ้นมาจากที่นอนทันที เพราะวันนี้ผมนัดกับพี่ทามเอาไว้มันตื่นเต้นไปหมดแต่เมื่อหยิบมือถือขึ้นมาดูชื่อที่โชว์อยู่บนจอนั่นทำรอยยิ้มของผมหายไปทันที ผมตัดสินใจกดรับทันทีที่รู้ว่าใครโทรมา.."ครับพ่อ"[วันนี้กลับมาที่บ้านด้วย อาหญิงจะมาทานมือเย็นที่บ้านเราพร้อมกับหนูฟ้าห้ามช้าแกคงรู้ว่าฉันไม่ชอบอะไรที่ต้องรอ!]"ผมรู้ครับ แค่นี้ก่อนนะครับ" ผมรีบกดวางสายทันทีที่พูดจบ พ่อไม่เคยที่จะปล่อยให้พวกเราได้มีชีวิตเป็นของตัวเองเลยตั้งแต่เฮียพอร์ชก็หาคู่ให้ เฮียพีชก็ถูกคลุมถุงชน นี่มาผมก็คงไม่พ้นใช่มั้ย?ผมรีบลุกไปเข้าห้องน้ำทันที เสร็จผมก็ออกมาจับมือถือเป็นอันดับแรกและสิ่งที่ผมรอคอยก็มาถึง พี่ทามทั้งแชททั้งโทรมาแต่ผมไม่ได้อ่านไม่ได้รับ ผมเห็นข้อความที่ส่งมาก็พอจะรู้ว่าพี่ทามมาไม่ได้P'Time: ขอโทษนะครับหนู พี่ไปไม่แล้ว พอดีต้องไปทำธุระกับพ่อ ยังไงพี่จะค่อยพาไปหาอะไรอร่อยๆกินเพื่อไถ่โทษนะครับPP:ครับ ไม่เป็นไรครับ ผมก็ต้องกลับบ้านเหมือนกันพอดีพ่อตามน่ะครับP'Time: ครับ ดูแลตัวเองด้วยนะครับพี่เป็นห่วงผมไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองต้อง
สิ้นสุดเสียงเรียกชื่อจริงของผมก็ถูกพามายังภายในห้องเก็บของประตูถูกปิดทันทีที่ร่างของผมถุผลักเข้ามา ผมรู้ว่าพี่คริสจะทำอะไร ร่างสูงตรงหน้าค่อยๆเดินเข้ามาหาผมสายตาที่มองหรี่ก่อนที่จะแสยะยิ้มขึ้นที่มุมปาก"ที่ยืนนิ่งนี่รู้ใช่มั้ยว่าพี่ต้องการอะไรจากหนู?""หึ! ครับผมรู้แต่ถ้าพี่จะทำช่วยไปทำที่คอนโดไม่ได้หรอ""ไม่อ่ะ! ที่นี้แหละตื่นเต้นดี" จบประโยคมือหนาก็ดึงรั้งหน้าผมเข้าไปกดจูบทันที ริมฝีปากที่บดขยี้ เรียวลิ้นที่สอดเกี่ยวพันกันอยู่ภายในโพรงปากเพื่อลิ้มรสชาติความหวานจากกัน มือหนาค่อยๆปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาของร่างเล็กอย่างรีบร้อน ในทุกอณูสัมผัสของเขามันทำให้คนตัวเล็กรู้สึกเสียวซ่านไปทั่วร่าง เรียวปากอุ่นๆ ทาบจูบลงยังแผงอกขาวใบหน้าหล่อซุกไซร้ไปทั่วซอกคอเนียนด้วยอารมณ์ที่พลุ้งพล่าน กางเกงสีดำของทั้งคู่ถอดออกพร้อมกัน ตามด้วยบ๊อกเซอร์ของพวกเขาที่ถูกโยนไปกองรวมกันอยู่ด้านข้าง พรึ่บ! ร่างเล็กถูกจับพลิกหน้าลงไปเกาะอยู่กับขอบโต๊ะตามด้วยร่างหนาที่ไล่พรมจูบไปทั่วแผ่นหลังขาวเนียน มือหนาสาวชักลำแข็งก่อนจะคว้าหยิบถุงยางในกระเป๋าสตางค์ของตน "เตรียมพร้อมเชียวนะ จะเอาไว้ใช้กับ
เป็นอย่างที่ทุกคนได้รู้ตั้งแต่วันนั้นผมก็......แอบแซ่บกับพวกเขาบ่อยๆ บ่อยจนติดใจและก็เป็นดั่งหวัง แต่ไม่มีใครรู้ความสัมพันธ์ของเราเพราะพวกพี่เขาบอกว่ามันยังไม่ถึงเวลา ตอนนี้กินกันเล่นๆไปก่อน คืออะไร? ผมไม่เข้าใจตัวเองว่าจะหงุดหงิดทำไมที่พวกพี่เขาต้องการปิดมันเป็นความลับ!เฮ้ออ!"ถอนหายใจอยู่ได้ คิดมากอีกแล้วใช่มั้ย?" กัสเอ่ยถามผมด้วยสายตาที่บ่งบอกได้ว่ารู้ความคิดของผม"อืม! ทำไมว่ะเอากันเกินสิบครั้งล่ะ กูก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะได้เป็นอะไรจริงจังกันเลยว่ะ!""กูเคยบอกแล้วนี่ ว่าพวกพี่เขาคือเสือ เสือที่ไม่ยอมอะไรง่ายๆ เสือที่ไม่ยอมเสียเหยื่อ เสือที่เลือกว่าเหยื่อของเขาถ้ากินแล้วจะทิ้งเลยหรือว่ากินแล้วเก็บไว้กินต่อจนกว่าจะเบื่อ"ประโยคของกัสทำเอาผมรู้สึกหวิวใจแปลกๆ ผมไม่ควรจะเป็นเหยื่อที่รอวันโดนทิ้งซิ!"กูไม่ใช่เหยื่อของพวกเขาป่ะ ถ้าคิดจะเล่นกับพีรพัฒน์แล้วอย่าหวังว่าจะยอมให้เป็นฝ่ายคุมเกม เพราะเกมนี้กูต่างหากที่เป็นคนคุม!"รอยยิ้มแสยะมุมปากบนใบหน้าหวานเผยขึ้น พีรพัฒน์ไม่ใช่คนที่อ่อนแอซะจนต้องยอมตามคนอื่น ความคิดริเริ่มร่างเล็กก็ลุกขึ้นเดินไปทันทีโดยมีเพื่อนหนุ
พรึ่บ! ไม่ทันได้ตั้งตัวก็ถูกเหวี่ยงลงเตียงซะได้ เจ็บนะไอบ้า!! พี่โฟร์คลงมานั่งคร่อมร่างของผมก่อนจะค่อยๆถอดเสื้อผ้าผมออกทีละชิ้นจนหมดในตอนนี้ร่างกายของผมเปลือยเปล่า ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก รอยยิ้มอ่อนๆของพี่คริสทำผมรู้สึกประหม่าจนเม้มริมฝีปากแน่นเป็นเส้นตรง "เขินหรอครับ รู้ไหมว่าเวลาเขินพีน่ารักมากนะ" พี่ทัชเอ่ยในขณะที่เขากำลังถอดเสื้อผ้าของตัวเองออก รวมถึงพี่โฟร์คและพี่คริส อึก! ผมกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อเห็นเอ็นเนื้อทั้งสามที่กำลังขยายตัว "อมให้หน่อยสิคะ" พี่คริสเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มหวานและมันก็ทำให้ผมขยับคลานเข่าเข้าไปใกล้ๆ คว้าจับลำแข็งของพี่คริสมาจ่อที่ปาก เรียวลิ้นเริ่มแตะลงไปที่ปลายหัวหยักไล่เลียท่อนจะใช้ปากดูดครอบลงไป จ๊วบ! บ๊วบ! และสลับไปด้านข้างสองฝั่ง อื้ม! ผมโยกศรีษะตัวเองตามความยาวของเอ็นแข็งที่ตอนนี้วาววับเพราะเคลือบเต็มไปด้วยน้ำลาย มือหนาของพวกเขาลูบหัวผมบ้าง แขนบ้างไม่ทันที่จะได้ตั้งตัวก็ถูกล็อคใบหน้าพร้อมกับลำใหญ่ที่แย่งกันเข้ามาในช่องปากของผม อ๊อก! อ๊อก! แอ่ก! มันรู้สึกคับแน่นและอึดอัดเหมือนจะหายใจไม่ออกจนตาเหลือก พวกเขาขยับเอวรัวถี่ผมได้แต่
ผมก้าวเท้าเดินเข้ามาในโรงแรมแห่งหนึ่งมันดูมีระดับมากนะเอาจริงๆ นี่เขาลงทุนขนาดนี้เลยหรอเนี้ย! แต่ก็นะระดับพีรพัฒน์จะให้ไปม่านรูดคงเสียภาพพจน์แย่เลย คงต้องขอบคุณเขานะเลือกสถานที่ได้ดีทีเดียว ~Ding Dong~ เสียงกดออดดังขึ้นผมมายืนอยู่หน้าประตูห้องหนึ่งก่อนที่มันจะถูกเปิดออก ร่างสูงตรงหน้าเล่นเอาผมถึงกับนิ่งอยู่ครู่หนึ่งใบหน้าหล่อตี๋ กับรอยยิ้มที่มีอิทธิพลต่อหัวใจ นี่เขากำลังจะทำให้ผมละลายตรงหน้าเลยหรือไง "มาเร็วกว่าที่คิดอีกนะครับ" พี่ทัชเอ่ยทักผมพร้อมกับรอยยิ้มกระชากใจ ใบหน้าผมร้อนผ่าว "นายพรานก็ต้องออกล่าเหยื่อสิ จะรอให้เหยื่อไปหาคงไม่ใช่เรื่อง!" พูดจบผมก็ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ส่งให้เขาไปก่อนจะเบียดร่างของตัวเองเข้ามายังด้านในห้อง พี่ทัชปิดประตูก่อนจะเดินตามผมเข้ามาก่อนที่เราทั้งคู่จะมาหยุดอยู่ที่โซฟาและนั่นยิ่งทำให้ผมต้องชะงักกึก นี่มันอะไร? ไม่เห็นเหมือนที่คุยกันไว้เลยจะกลับก็ไม่ได้ในเมื่อมาแล้วจะต้องกลัวอะไร เดี๋ยวจะถูกมองว่าปอดแหก จะไม่คิดมากเลยถ้าสายตาของคนที่นั่งอยู่บนโซฟาไม่มองผมมาด้วยสายตาที่นิ่งเรียบแต่นัยน์ตามันแฝงไปด้วยอะไรมากมาย ภายใต้ใบหน้านั่นมันซ่
บอร์ดคณะวิศวะนายกาญดิษฐ์ ประมุขเลิศรัตน์ เดือนคณะวิศวะฯนายภาศกร ภิรมย์ชัย ประธานชมรมบาสฯนายอัศวิน เคลอีเดรียน ประธานชมรมดนตรีรายชื่อของนักศึกษาที่มีกลุ่มแฟนคลับมากที่สุดปรากฏบนหน้าจอโน๊ตบุ๊ค สายตาเรียวเฉียบจ้องมองรูปที่อยู่ข้างๆ ใบหน้าหล่อคม ใบหน้าหล่อตี๋ ใบหน้าหล่อสไตล์ลูกครึ่ง แต่ละคนมีความหล่อที่ต่างกันแต่นิสัยคล้ายกัน ใครๆก็ต่างบอกว่าพวกเขาเป็นเสือที่พร้อมจะล่าเหยื่ออยู่ตลอดเวลา ความเจ้าชู้ กะล่อน เปย์หนักที่ใครๆก็ต่างพูด มันทำให้ภายความคิดของเขารู้สึกอยากลิ้มลองรสชาตินี้ขึ้นมา..."เสือสามตัวอยู่ถ้ำเดียวกันได้เพราะชอบอะไรที่เหมือนกัน หึ! น่าสนุกแฮะ!" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อแต่มีความละมุนจนใครๆก็บอกว่าเขาหล่อเหมือนลูกคุณหนู ก็จริงอย่างเขาว่ากันเพราะเขาคือลูกชายคนเล็กของท่านนายพลพงษ์ศรันย์ ดุจดวง เป็นคนที่มีฐานะพอตัว ยิ่งเป็นคนที่มียศสูงเป็นที่รู้จักกว้างขวางนั่นยิ่งทำให้เขาคาดหวังในตัวลูกชายทั้งสามเป็นอย่างมาก พีรพัฒน์หรือพี ลูกชายคนเล็กที่เป็นคนเขาคาดหวังมากกว่าบบรรดาลูกชายทั้งหมด เพราะยังเรียนอยู่เพียงปีหนึ่งของคณะวิศวะฯ







