Beranda / โรแมนติก / ผู้มอบแสงแห่งรัก / บทที่สอง ใจเย็นไว้...

Share

บทที่สอง ใจเย็นไว้...

last update Tanggal publikasi: 2026-04-19 11:09:08

บทที่สอง ใจเย็นไว้...

ช่วงบ่ายในวันเดียวกัน

กว่าทุกอย่างจะเสร็จเล่นเอาเธอล้าไม่น้อยเหมือนกัน วรดาเข้ามานั่งพักภายในห้องของตัวเอง ต่อจากนี้เธอจะใช้เป็นที่ซุกหัวนอนไปจนถึงตอนไหนก็ไม่รู้

คิดมาแล้วได้แต่เวทนากับชีวิตของตัวเองเหลือเกิน จากคนที่มีบ้านให้กลับ มีครอบครัวให้คิดถึง ต่อจากนี้คงเหลือไว้เพียงความทรงจำ ว่ากาลครั้งหนึ่งเธอเคยมีครอบครัวที่แสนอบอุ่นรออยู่

น้ำตาเม็ดเล็กร่วงหล่นกระทบบนแก้มป่อง หญิงสาวรีบยกมือขึ้นปาดออกอย่างรวดเร็วราวกับเป็นสิ่งต้องห้าม

สองสัปดาห์ที่ผ่านมาวรดาแทบไม่มีเวลาได้เสียใจ เนื่องจากต้องเตรียมจัดงานศพ และยังต้องหาเอกสารเบี้ยประกันชีวิตที่พ่อแม่ของเธอทำไว้ มันกลายเป็นภาระอันหนักอึ้งสำหรับเธอมากในเวลานั้น 

เอกสารสำคัญต่าง ๆ ได้ถูกเผาไปพร้อมกับบ้าน หัวเธอหมุนเป็นลูกข่างยุ่งตัวเป็นเกลียวจับต้นชนปลายอะไรไม่ถูก

จนไม่รู้ว่าจะเริ่มจากเรื่องไหนก่อนดี ทั้งเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดิน ทั้งการเตรียมหาที่อยู่ใหม่

นับว่ายังมีความโชคดี ที่เธอมีกานดาคอยให้คำปรึกษาอยู่ข้างๆ และยังเมตตาให้เธอได้อาศัยหลับนอน ที่บ้านของท่านในช่วงที่เธอกำลังตกที่นั่งลำบาก

หญิงสาวให้เวลากับตัวเองอ่อนแอสักพัก ก่อนจะลุกไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ภายในห้องพัก เช็ดหน้าเช็ดตาตัวเองเพื่อเรียกวรดาคนเดิมกลับมา คนที่เข้มแข็งให้กับทุกเรื่อง คนที่ยิ้มง่ายหัวเราะง่ายคนนั้น ต้องรีบกลับคืนมาโดยเร็ว

พอเดินออกมาจากห้องน้ำ เธอก็เริ่มมองสำรวจห้องใหม่อีกครั้ง

ห้องนอนขนาดสี่เหลี่ยมที่ไม่ใหญ่มาก มีชุดเตียงนอนขนาดห้าฟุต ตู้เสื้อผ้าที่มีโต๊ะเครื่องแป้งในตัวหนึ่งหลัง

และยังมีชุดโต๊ะกับเก้าอี้ขนาดเล็กสำหรับนั่งพักผ่อน ตั้งอยู่ตรงมุมห้องเยื้องกับเตียงนอน

จากการสำรวจเพียงเท่านั้นเธอกลับพบว่า แทบจะไม่ต้องทำความสะอาดอะไรเพิ่มเติมเลย

มีแค่เสื้อผ้าก็พร้อมเข้าอยู่ได้เลย แต่ที่เซอร์ไพรส์สำหรับเธอมากคือมีประตูด้านหลังสามารถเปิดออกไปรับลมได้ด้วย

ขณะที่วรดากำลังวุ่นวายอยู่กับการสำรวจห้องพักใหม่ของอย่างเพลิดเพลิน

หญิงสาวไม่ทันสังเกตว่า บนบ้านหลังใหญ่ตรงชานระเบียงที่ยื่นออกมา มีใครบางคนกำลังมองลงมาในห้องของเธอ ที่เปิดประตูห้องทิ้งเอาไว้แถมยังเปิดหน้าต่างออกอ้าซ่า เสมือนเปิดโอกาสให้เขามองอย่างโจ่งแจ้ง

แววตาคมกริบทอประกายเจ้าเล่ห์มองลงมาอย่างใจเย็น มุมปากหยักยิ้มขึ้นอย่างพอใจ

‘ใจเย็นไว้ เขายังมีเวลาอีกมากมายสำหรับเธอ’

ครืด..ครืด..ครืด

“ว่าไงจา”

ขณะที่เธอกำลังจะนำเสื้อผ้าออกมาจากกระเป๋าเพื่อนำไปแขวนไว้ในตู้ ต้องวางทุกอย่างลงก่อนแล้วมารับสาย

(เป็นไงบ้าง มีที่อยู่หรือยัง มาอยู่กับจาก่อนมั้ย อิพี่โจมันรู้ข่าวแล้วเร่งให้จาโทรมาถามวิวอยู่เนี่ย) ปลายสายเอ่ยเสียงติดรำคาญเล็กน้อย

จารวีร่ายยาวมาแบบนี้แสดงว่าคงรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว

“วิวขอบใจจามากเลย แล้วก็ฝากขอบคุณพี่โจด้วย วิวมีที่อยู่แล้ว เดี๋ยวเจอกันที่มหาวิทยาลัยพรุ่งนี้ จะเล่าให้ฟัง”

(ได้ๆ โอเค พรุ่งนี้วิวต้องมานะ เดี๋ยวจะเรียกพี่โจมันมาฟังด้วย ขี้เกียจตอบคำถามแล้ว)

“อื้ม ขาดไม่ได้อยู่แล้ว จะสอบแล้วนี่ ขอบใจมาก ๆ เลยนะที่เป็นห่วง”

เธอรู้สึกซาบซึ้งใจ ในความเป็นห่วงของสองพี่น้องคู่นี้อย่างแท้จริง นอกจากจารวีแล้วเธอก็ไม่มีเพื่อนที่สนิทคนอื่นอีก ไปไหนไปกันสองคน มีอะไรพวกเธอก็เล่าสู่กันฟังแทบจะทุกเรื่อง

“งั้นเดี๋ยวไว้เจอกันที่มหาวิทยาลัยนะ”

(โอเค ๆ)

เสียงหวานใสเอ่ยคุยกับเพื่อนไปอย่างเป็นกันเอง โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่า มีใครบางคนกำลังตั้งใจฟังบทสนทนาอยู่อย่างใจเย็น ทว่าแววตากลับแผ่รังสีบางอย่างออกมา จากดวงตาคมกริบคู่นั้นอย่างน่ากลัว

เสียงนกร้องเจื้อยแจ้วขับกล่อมต้อนรับเช้าวันใหม่อันแสนสดใส

อากาศในยามเช้ากับกลิ่นของธรรมชาติ ที่ลอยพัดมาตามสายลมเบาๆ ช่วยให้อาการของสาวน้อย ที่กำลังเร่งรีบได้ผ่อนคลายลงมาบ้าง

วันนี้คือวันสุดท้ายของการสอบ หลังจากเธอช่วยงานในครัวเสร็จ จึงใช้เวลาที่เหลือในการเตรียมตัว เธอมีสอบตอนเช้าลากยาวไปจนถึงบ่ายสอง

หญิงสาวเดินไปเปิดดูเวลาในมือถือตัวเองที่ชาร์จแบตทิ้งเอาไว้ตั้งแต่เมื่อคืน

“เฮ้อ...แล้วจะไปยังไงดีล่ะทีนี้”

เจ็ดโมงกับอีกสี่สิบห้านาที สองวันที่ผ่านมาเธอมีก้องภพขับมอเตอร์ไซค์ไปส่ง ทว่าวันนี้กลับโดนเจ้านายโทรตาม เข้าไปในฟาร์มตั้งแต่เช้ามืดซะงั้น

ที่เธอรู้นั่นเพราะ ก้องภพเป็นคนโทรมาบอกเอง ถ้าเธอจะโทรเรียกก็เกรงใจทั้งก้องภพและเจ้านาย

วรดาแต่งตัวด้วยชุดนักศึกษา กระโปรงทรงเอยาวเกือบถึงเข่า หญิงสาวเร่งรีบเดินออกจากบ้านพักโดยที่ไม่ลืมล็อกประตูห้องให้เรียบร้อย

ทว่าจังหวะหันกลับมา สายตาเธอสะดุดเข้ากับ ผู้ชายตัวสูงร่างใหญ่บึกบึนน่าหลงใหล รวมทั้งใบหน้าคมคายราวกับรูปปั้นแกะสลัก บุคลิกมาดขรึมนั้น ทำให้เขาดูดุน่าเกรงขามไม่น้อยเลยทีเดียว

สายตาที่เขามองมาว่างเปล่า จนเธอไม่สามารถเดาได้เลยว่า สิ่งที่เขากำลังมองเป็นเธอหรืออย่างอื่นกันแน่

ในขณะที่จ้องมองสำรวจเขาอยู่นาน พร้อมกับสมองพยายามครุ่นคิด ทว่าดวงตาคู่หวานกลับเบิกโพลงขึ้น พร้อมกับปากสวยที่อ้าค้างไว้ ‘ซวยแล้ว’ เป็นคำแรกที่เธอนึกออกในตอนนี้ หรือว่าเขาจะเป็นเจ้าของฟาร์ม ดูจากการแต่งตัวของเขาแล้วเหมือนกับวันนั้นไม่มีผิด

ไม่ผิดแน่!

เขาแน่นอน!

แกซวยแล้ว วรดาเอ้ย

ผู้ชายร่างสูงใหญ่บึกบึนที่เธอนั้นว่า คือคนเดียวกันกับที่เธอสะดุดขาตัวเอง ไปนั่งบนตักของเขา แล้วยังเป็นคนเดียวกันกับ ที่เธอเรียกเขาว่าลุง เมื่อครั้งที่มาช่วยงานกานดา

หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมานอกอก เธอได้ภาวนาขอให้สิ่งที่คาดเดาไปก่อนหน้านี้ ไม่เป็นความจริง และขอให้เขา เป็นเพียงแขกของเจ้าบ้านเท่านั้น

วรดารีบสาวเท้าลัดเลาะไปตามทางเชื่อมมุ่งหน้าสู่ห้องครัวด้านหลังบ้านทันที ทว่ายิ่งก้าวเดินเร็วเท่าไร ใจก็ยิ่งสั่นไหวไปตามจังหวะที่เร่งรีบ

เมื่อเดินมาถึงประตูด้านหลังครัว เธอก็เห็นกานดากำลังง่วนอยู่กับอาหารเช้าพอดี

เธอเลือกยืนปรับลมหายใจให้กลับมาคงที่ เพื่อไม่ให้กานดาจับสังเกตได้

จนเมื่อมั่นใจว่ากลับมาเป็นปกติ จึงเดินเข้าไปถามผู้เป็นป้าใกล้ๆ

“ป้าจ๊ะ มีใครพอจะให้หนูติดรถไปลงที่ตัวอำเภอได้บ้างมั้ย” เธอขอแค่ติดรถไปลงที่ตัวอำเภอก็พอ ไม่ต้องไปส่งที่มหาวิทยาลัยก็ได้

“ติดรถเหรอ ป้าก็ลืมบอกพี่กุ้งไว้ด้วยสิลูก โทรตอนนี้ไม่รู้ว่าจะทันมั้ย”

เช้านี้กวินตายังไม่ออกมาจากบ้านด้วย เธอก็ลืมบอกลูกสาวไว้เสียสนิท หลังจากทราบเรื่องที่ลูกชาย ถูกโทรเรียกตามตัวไปตั้งแต่เช้ามืด ทั้งที่เป็นวันหยุดของก้องภพ แล้ววันนี้วรดาก็มีสอบแต่เช้าด้วยสิ

“เอ่อ...ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะป้า” วรดารีบห้ามญาติผู้ใหญ่ ที่นับถือประดุจเหมือนกับญาติตัวเองจริง ๆ “งั้นหนูให้เพื่อนมารับดีกว่า เกรงใจด้วยค่ะ”

“เอาแบบนั้นเหรอลูก จะไปทันสอบมั้ยล่ะถ้าอย่างนั้น” กานดาจ้องมองหลานสาว ที่รักเหมือนลูกเหมือนหลานแท้ๆ ของตัวเอง

“งั้นไปพร้อมกับฉันมั้ยล่ะ กำลังจะเข้าในเมืองพอดี” อติรุจน์เดินลงมาจากบันได กำลังจะเดินเข้าครัวมาทานมื้อเช้าได้ยินเข้าพอดี

ส่วนแม่กับพ่อเขา เข้าไปพักที่บ้านใหญ่ในตัวจังหวัด ตั้งแต่เมื่อวานตอนเย็นแล้ว เช้านี้จึงมีเพียงเขา

“ว่ายังไงล่ะ เราจะไปพร้อมกับฉันหรือเปล่า ถ้าไม่รีบเดี๋ยวจะสายนะ” อติรุจน์พูดกดดัน ให้คนตัวเล็กตัดใจอีกครั้ง

“...” 

“พอดีเลยคุณรุจ น้าขอฝากหลานไปด้วยนะคะ ลูกชายป้ายังอยู่ในฟาร์มอยู่เลย กว่ามันจะออกมา ก็กลัวว่าทางนี้จะสายอีก โชคดีที่เช้านี้คุณรุจยังไม่ได้เข้าฟาร์ม”

“ครับ” ยังไม่ได้เข้าฟาร์มหรือ เขาออกมาก่อนเวลาที่ตัวเองเคยทำปกติต่างหาก

ชายหนุ่มตอบรับ คนที่ตัวเองเคารพไม่ต่างจากญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง ออกไปอย่างสุภาพ ซึ่งมันเป็นปกติสำหรับเขาและคนใกล้ตัวอยู่แล้ว 

แต่สำหรับวรดาที่ยืนฟังกลับรู้สึกว่ามันแปลกหูตัวเองอย่างไรไม่รู้ เพราะมันไม่เข้ากันกับบุคลิกของเขาเลยสักนิด

"คุณรุจจะรับมื้อเช้าก่อนมั้ยคะ" 

"ไว้ค่อยกลับมาทานครับน้าก้าน"

ขอบคุณลุ...เอ่อ...” วรดาเม้มปากเป็นเส้นตรงด้วยความประหม่า ที่เกือบหลุดปากเรียกเขาว่าลุงออกไป “ขอบคุณ...คุณรุจมากเลยนะคะ ที่ให้หนูติดรถมาด้วย” หญิงสาวยิ้มเจื่อน ออกมาอย่างขอโทษ เกือบไปแล้ววรดา เธอเกือบเผลอเรียกเขาว่าลุงอีกครั้งแล้ว

อติรุจน์นึกขำแม่สาวน้อยในใจ ยังจะเรียกเขาว่าลุงอีกรึ ชายหนุ่มอมยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะหันไปมองคนที่นั่งข้างกัน

“ฉันดูแก่ขนาดนั้นเลย?” คิ้วหนาเลิกสูงขึ้นเป็นเชิงถาม มุมปากยังคงไม่หยุดส่งยิ้มไปให้คนตัวเล็ก ที่นั่งจ้องหน้าเขาตากลมแป๋ว “ฉันอายุสามสิบหกปียังไม่สี่สิบเลยด้วยซ้ำ เรียกพี่ก็พอแล้ว” ว่าพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม

“หืม~ ว่าไง ฉันดูแก่ขนาดนั้นเลยเหรอ” เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กยังนิ่งเงียบ อติรุจน์จึงถามย้ำอีกครั้ง พร้อมกลับยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้หญิงสาวมากกว่าเดิม

หัวใจเธอเต้นรัวจนผิดจังหวะ ร่างกายแข็งทื่อราวกับต้องมนต์สะกดไปชั่วขณะ ระบบการทำงานของร่างกายหยุดชะงักลง

เมื่อสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ที่เป่ารดกระทบผิวเธอ ตามจังหวะการหายใจเข้าออก

“เอ่อ...” วรดาหาเสียงตัวเองแทบไม่เจอ

ยังไงดีล่ะถ้าเขาสามสิบหกปี งั้นก็แสดงว่าเขาแก่กว่าเธอตั้งสิบห้าปีเชียวนะ ยังไงก็แก่กว่าเธออยู่ดี

“แก่..ที่ไหนกันล่ะคะ” วรดาคิดหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองอยู่นาน “แต่ก็แก่กว่าหนูอยู่ดี” เสียงหวานพึมพำเบาๆ กับตัวเอง ทำให้คนที่อยู่ใกล้อย่างเขาได้ยินชัดเจนทุกคำ

“แล้วที่ว่าแก่ กว่าเราน่ะ กี่ปี”

“สะ...สิบห้าค่ะ” เขาได้ยินเธอพูดเหรอ

“อืม...ฉันคงจะแก่แล้วจริง ๆ นั่นแหละ” คนร่างใหญ่พยักหน้าอย่างยอมรับความจริง

เขาไม่แก่เลยสักนิดสำหรับเธอ เขาดูดีมากกว่าคนที่อายุสามสิบหกจริง ๆ ด้วยซ้ำ ที่เธอเคยเรียกเขาว่าลุง ขอคืนคำนั้นทั้งหมด

“แล้วที่วันก่อนนู้นล่ะ ที่เราเรียกฉันว่าลุง” อติรุจน์ยังคงถามต่อ ไม่ยอมให้คนตัวเล็กได้ลงจากรถง่ายๆ

“อ๋อ...หนูคงมองผิดไปเองค่ะ ขอโทษนะคะ” คนตัวเล็กว่าอย่างสำนึกผิด พร้อมกับยกมือเรียวขึ้นไหว้เขาอย่างสวยงาม

“เอาเป็นว่าฉันจะเชื่อเราแล้วกัน” แก้มแดงๆ ปากอมชมพูน่าแกล้งมาก อติรุจน์มองใบหน้าสวยด้วยความหลงใหล

“งั้นหนูขอตัวไปก่อนนะคะ อีกสิบห้านาทีจะเข้าห้องสอบแล้วค่ะ” ยังดีที่เขาจอดรถไม่ไกลจากตึกที่เธอต้องสอบ

หญิงสาวทำท่าจะหันไปเปิดประตูรถ เพื่อพาตัวเองออกไปจากสถานการณ์ชวนใจสั่น

“วิว”

ทว่าเสียงเรียกจากคนตัวโตที่ขับมาส่งกลับรั้งเธอไว้ มือที่กำลังเตรียมจะเปิดประตูลงจากรถ หยุดชะงักตามเสียงเรียกไปด้วย

“คะ?” ใบหน้าเนียนสวยหันกลับมามองเขาด้วยความสงสัย

แปลกคนเขาเรียกเธอแล้วไม่ยอมพูด แถมยังส่งยิ้มมาให้เธออีก เขาไม่รู้หรืออย่างไร ว่ามันมีอานุภาพทำลายล้างต่อหัวใจเธอมากแค่ไหน

“คุณรุจมีอะไรหรือเปล่าคะ?” ถามเขากลับไปอีกครั้ง ถ้าครั้งนี้เธอไม่ได้คำตอบจะลงไปจากรถจริง ๆ แล้วนะ

“ขอมือถือเราหน่อยสิ” 

วรดาเลิกคิ้วขึ้นอย่างขอคำตอบ แต่ก็ยอมค้นหามือถือจากกระเป๋าสะพายตัวเอง แล้วส่งไปให้อติรุจน์เองกับมือ

จะเอามือถือเธอไปทำอะไรกัน

ชายหนุ่มรับมือถือของวรดามาไว้ในมือ แล้วจัดการกดบันทึกเบอร์ของตัวเอง ลงไปอย่างรวดเร็วราวกับเป็นเครื่องของตัวเอง ก่อนที่จะส่งคืนให้กับเจ้าของตามเดิม

“ถ้าสอบเสร็จแล้วโทรมานะ เบอร์พี่ในเครื่องเราก็มี พี่ขอเบอร์เราด้วย รหัส 061023”

ไม่ว่าเปล่า ผู้ชายร่างใหญ่ที่โมเมว่าตัวเองเป็นพี่เธอกลับยื่นมือถือของเขามาให้ พร้อมกับบอกรหัสล็อกหน้าจอมาแล้วเรียบร้อย วรดาได้แต่นั่งทำตาปริบๆ ราวกับไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

“เอ่อ..คุณรุจคะ” วรดามีสีหน้าที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เธออยากจะตะโกนใส่หน้าแรงๆ ‘คุณเป็นบ้าเหรอ ทำอะไรของคุณเนี่ย

อติรุจน์คงบ้าไปแล้วแน่ ๆ เธอกับเขาพึ่งจะเคยคุยกันครั้งแรก แล้วทำไมมันเป็นแบบนี้ไปได้

“เร็ว เดี๋ยวไม่ทันนะ สายแล้ว”

วรดากึ่งวิ่งกึ่งเดินขึ้นตึกอย่างไม่คิดชีวิต เพราะกลัวว่าจะเข้าห้องสอบไม่ทันเวลา เธอมัวแต่เสียเวลากับคนบ้าบนรถไปตั้งนาน

ถือว่าเธอยังพอมีความโชคดีเหลืออยู่บ้าง เมื่อมาถึงหน้าห้องสอบยังเหลือเวลาให้เธอได้หยุดยืนพักหายใจหายคออยู่บ้าง

แต่มันก็แค่เพียงหนึ่งนาทีเท่านั้น!

กว่าเขาจะปล่อยเธอลงมาได้ เล่นเอาเธอลุ้นแล้วลุ้นอีก ยังดีที่เขาไม่ได้จอดรถไกลมาก แต่นั่นก็ทำให้เธอรีบวิ่งมาแทบขาลาก

ร่างบางวิ่งขึ้นตึกไปจนลับสายตาแล้ว แต่ชายหนุ่มยังปักหลักอยู่ที่เดิม พอหันสายตากลับมาโฟกัสเบื้องหน้าใหม่

เขากลับต้องสะดุดเข้ากับ ผู้ชายสองคนกำลังยืนคุยกันอยู่ใต้ต้นไม้ฝั่งตรงข้าม ซึ่งมันอยู่ในระยะสายตาที่เขามองไปพอดิบพอดี

เขาจะไม่แปลกใจเลย ถ้าพวกมันไม่คุยกันแล้ว หันมาทางรถของเขาอย่างลับๆ ล่อๆ

“ครับนาย”

“เดินขึ้นตึกไปแล้วครับ”

“เหมือนจะมีคนมาส่งด้วยครับ ผมไม่เห็นว่าเป็นใครแต่รถคุ้นมากครับ”

“ได้ครับ”

หลังจากวางสายเสร็จ หนึ่งมีสีหน้าที่หนักใจ จนเพื่อนอีกคน อดที่จะถามออกไปไม่ได้

“ว่าไงบ้างวะ” ชัยถามเพื่อนตัวเองหลังจากที่วางสายสำคัญไป

“จับตาดูต่อไป” หนึ่งหันมองหน้าเพื่อนด้วยสีหน้าที่ดูกดดันเล็กน้อย 

“แล้วมึงเป็นอะไร ทำหน้าอย่างกับคนมีเรื่องให้หนักใจ”

“มึงดูรถคันนั้นสิ มองดูดี ๆ ว่ารถใคร”

ชัยไม่ปล่อยให้ตัวเองได้สงสัยในสิ่งที่เพื่อนพูดนาน รีบตวัดสายตากลับไปมองดูรถคันดังกล่าวทันที ทว่าคราวนี้ชายหนุ่มกลับต้องรีบเบือนหน้ากลับมาหาเพื่อนอย่างรวดเร็ว

“หยาบแล้วงานนี้” ใคร ๆ ในจังหวัดนี้ ต่างก็รู้ดีว่า อติรุจน์เป็นที่นับหน้าถือตา ไม่ต่างไปจากเจ้านายของพวกเขาเลย อาจจะมากกว่าเจ้านายตัวเองเสียด้วยซ้ำ

“เออ!” หนึ่งตอบเพื่อนด้วยสีหน้าเครียดจัด

“แล้วมึงบอกนายไปรึยัง”

“ยัง”

“อ้าว”

“กูพึ่งนึกออกตอนวางสายนายพอดี”

“เอาไงต่อวะ”

“กลับ” เขาคิดไม่ออกนอกจากคำนี้แล้วจริง ๆ คงต้องกลับไปตั้งหลักอย่างที่บอกเพื่อนไป

“ห๊ะ!! แล้วเราไม่ตามต่อเหรอวะ กลับไปมีหวังโดนเล่นงานแน่”

“หรือมึงจะอยู่ให้ไอ้นั่นเล่นงานล่ะ กลับไปตั้งหลักก่อนค่อยว่ากันใหม่” หนึ่งว่าอย่างไม่ยอมแพ้ 

รถยนต์ของผู้ชายสองคนนั้น ขับออกไปจากอีกฝั่งนานแล้ว แต่ชายหนุ่มยังนั่งปักหลักอยู่ในรถอย่างเดิม ไม่ยอมขยับไปไหน

ครั้นพอหันหน้ากลับเข้าไปมองในตัวอาคารอีกครั้ง เขากลับต้องสะดุดกึก เมื่อพบว่ามีใบหน้าของผู้ชายสวมแว่นตา กับใบหน้าที่ออกไปทางตี๋ๆ หน่อย แนบหน้าลงมาติดกับกระจกรถ

เอ๊ะ!

“เฮ้ย!!” อติรุจน์อุทานออกมาด้วยความตกใจ

ส่วนคนด้านนอกรถที่เห็นแบบนั้น รีบยกมือขึ้นเคาะกระจกรถอย่างแรง

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“ตกใจอะไรของมึงครับคุณดอกเตอร์ แล้วนี่คุณมาทำอะไรที่นี่ไม่ทราบครับ” ทันทีที่อติรุจน์ลดกระจกลง วีรภัทรก็ร่ายยาวถามเพื่อนตัวเองแบบไม่รอฟังคำตอบ

“แล้วอาจารย์วีรภัทร มาทำอะไรแถวนี้ครับ” เขาถามกลับด้วย น้ำเสียงติดรำคาญเล็กน้อย เมื่อเห็นชัดๆว่าคนที่เอาหน้าติดกระจกรถคือใคร

มาได้จังหวะพอดีมาก!

“ผมก็มาสอนสิครับ ผมเป็นอาจารย์นะ” วีรภัทรมองหน้าเพื่อนตัวเองอย่างสงสัย “หรือว่ามึงจะมาหาเด็กนักศึกษามหาลัยกูครับ” ต้องใช่อย่างที่เขาว่าแน่ ไม่เคยเห็นมันควงใครนานมากแล้ว มันต้องมีเด็กซุกไว้แน่นอน

“นั่นมันมึงครับไม่ใช่กู”

“แล้วมึงมาทำอะไรที่นี่”

“ไม่เสือกนะครับอาจารย์” อติรุจน์ว่าเพียงเท่านั้นก่อนจะขับรถออกไปอย่างไม่เร่งรีบ จนได้ยินเสียงเพื่อนที่ตะโกนตามหลังมา

“อ้าวเฮ้ย!ไอ้รุจ” มันต้องมีอะไรในก่อไผ่แน่นอน ไม่อย่างนั้นเขาไม่มาเห็นมันที่นี่แน่ แถมยังเป็นตอนเช้าแบบนี้แล้วด้วย ไม่มีทางเป็นอย่างอื่นได้ ปกติอติรุจน์เป็นพวกบ้างานตัวเองจะตาย เป็นเพื่อนที่ตามตัวยากมาก เช้าๆแบบนี้มันต้องเข้าไปอยู่ในฟาร์มแล้ว

จมูกหายใจสูดลมเข้าออกดังฟืดฟาด ไม่รอช้าวีรภัทรอาจารย์หนุ่มหน้าตี๋ลูกเสี้ยวจากจีนแผ่นดินใหญ่ รีบค้นหาโทรศัพท์มือถือตัวเองออกมาจากกระเป๋าต่อสายหาเพื่อนอีกคนทันที

“ไอ้วินกูได้กลิ่นแปลก ๆ จากเพื่อนตัวดีของมึง” รอสายอยู่สักพักหลังจากที่เพื่อนกดรับแล้ว แต่ยังไม่มีคำใดพูดออกมา คนรอสายที่ใจร้อนอยู่แล้วอย่างเขา จึงอดทนรอไม่ไหว รีบร่ายยาวออกไปจนลิ้นแทบพันกัน

(อะไรของมึงเนี่ยไอ้ภัทร) 'คุณวินขา~' เสียงที่เล็ดลอดออกมาทางปลายสาย ทำให้วีรภัทรรู้ได้โดยไม่ต้องมีคำอธิบายอะไรเพิ่มเติม ว่าตัวเองโทรมาขัดจังหวะของเพื่อนตัวดีแล้วอีกคน 

ให้มันได้อย่างนี่สิวะ!

“ไว้กูโทรไปใหม่” ว่าจบพร้อมตัดสายทิ้งทันที ‘เฮ้อ..’ ถอนหายใจออกมาอย่างปลงๆ ให้มันได้อย่างนี้สิวะ เพื่อนแต่ล่ะคน

เขาต้องรู้ให้ได้ว่าวันนี้อติรุจน์มาทำอะไรที่นี่ ไอ้เพื่อนรักมึงเจอนักสืบอย่างกูแน่

คิดจะปิดบังกันเหรอ 

อย่าได้ฝัน!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   ตอนพิเศษ3...

    ตอนพิเศษ3...ปัจจุบัน“วิวรู้หรือเปล่า วันนั้นทำไมวิวหันมาถึงเห็นพี่ยืนอยู่ข้างหลังเรา” อติรุจน์พูดขึ้นหลังจากที่พาวรดาขับรถเอทีวีเข้ามาในสวน ก่อนเขาจะพาหญิงสาวเดินเข้ามาหลบแดดในศาลากลางสวนวรดานึกย้อนไปถึงหนก่อนที่เธอเข้ามาในสวนคนเดียว “ทำไมคะ” หญิงสาวหันหน้ามายิ้มละมุน “พี่รุจตามวิวเข้ามาเหรอคะ”คนอายุมากกว่านึกขำ “ก็ไม่เชิง พี่เข้ามาตามไอ้พลมันน่ะ แต่ตอนขากลับออกมาเห็นจักรยานวิวจอดอยู่ พี่ก็เลยจะเข้ามาเคลียร์ปัญหากับเรา”“อ๋อค่ะ”“แล้วตอนนั้นเราไม่ได้ยินเดสียงรถพี่เลยเหรอ”หญิงสาวขมวดคิ้วพร้อมกับเอียงคอ “ไม่เลยค่ะ” ตอนนั้นเธอไม่ได้ยินเสียงรถของเขาจริง ๆ เพราะมัวแต่ใจลอยคิดเรื่องของเขานั้นแหละ“คิดอะไรอยู่ ฮึ” อติรุจน์นึกเอ็นดูเมียตัวน้อยของตัวเอง “ไม่ใช่ว่ากำลังคิดถึงคนอื่นที่ไม่ใช่พี่อยู่หรอกนะ”เจ้าของใบหน้ารูปไข่รีบส่ายหน้าไปมาพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม “วิวยอมรับตรงนี้เลยค่ะ ตั้งแต่ที่วิวรู้จักพี่รุจมาไม่มีเลยสักครั้งที่จะไม่นึกถึง”คนฟังอมยิ้มปลื้มปริ่มเข้าไปอีก “แล้วตกลงว่าวันนั้นเราเหม่ออะไรอยู่ครับ”“เหม่อหาพี่รุจเลยค่ะ”“หื้ม?”“ค่ะ” วรดาพยักหน้ารับ“ยังไงครับ”“เรื่องพี

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   ตอนพิเศษ2...

    ตอนพิเศษ2...สองปีก่อน“ตอนนี้จากับพี่โจอยู่ที่ไหนกันแล้ว”วรดารีบก้าวเท้าไปตามทางเดินข้างตึกเรียน ที่เธอเพิ่งเดินลงมาถึงชั้นล่างด้วยความเร่งรีบเธอมีนัดกับพี่สาวของเพื่อนตอนเที่ยงพอดี ก่อนหน้านี้พี่สาวของจารวีโทรมาหาบอกว่าถึงแล้วเพื่อนของเธอเลยขอตัวไปรับก่อน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอขอแยกไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำด้วยก็เลยคาดกัน(ร้านคาเฟ่ข้างตึกเรียนเราเลยวิว ตอนนี้วิวอยู่ที่ไหน)“เดินลงมาจากตึกแล้ว กำลังจะเดินไปหาจ้ะ”พอวางสายจากเพื่อนเสร็จวรดาก็รีบเดินไปให้ถึงเร็วที่สุดมุมด้านในของร้านคาเฟ่ขนาดเล็ก มีสองหนุ่มเพื่อนซี้กำลังนั่งสนทนากันด้วยท่าทีสบาย ซึ่งตรงที่ทั้งสองนั่งอยู่นั้นเป็นมุมที่ติดกับกระจกใสบานกว้าง เผยให้เห็นทางเดินภายนอกได้อย่างชัดเจน“แล้วตกลงมึงจะว่างตอนไหน กูจะได้แจ้งผู้ใหญ่ไป” วีรภัทรพูดขึ้นหลังจากวางแก้วกาแฟที่จิบลง “แต่ถ้ามึงไม่ว่างก็ไม่เป็นไร”อติรุจน์ขมวดคิ้ว “หาคนได้แล้วรึ” แก้วกาแฟที่กำลังจะยกขึ้นถูกวางลงไปทันที“ไม่เชิงหรอก ก็ถ้ามึงไม่ว่างไง อาจารย์พ่ออาจารย์แม่ในคณะก็ต้องมีตัวเลือกสำรองถูกต้องมั้ย” แต่ที่เลือกอติรุจน์มาเป็นอันดับแรกคือเพื่อนเขามันเก่งไง ปริ

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   ตอนพิเศษ1...

    ตอนพิเศษ1...เสียงนกร้องลอยมาตามลมช่วยปลุกให้หญิงสาวที่กำลังหลับไหลอยู่บนเตียงนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายของอีกวันแสงแดดที่แทรกผ่านผ้าม่านผืนบางเข้ามา ทำให้คนที่พึ่งรู้สึกตัวรู้ว่าเวลานี้น่าจะสายมากแล้ว เธอจากนั้นจึงหันไปสำรวจห้องกว้างเพื่อมองหาใครบางคนทว่าทั้งห้องกลับตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงนกร้องที่ดังสอดแทรกเข้ามาอยู่เป็นระยะ แสดงว่าอติรุจน์คงอยู่ในฟาร์มแล้ว หญิงสาวจึงมองหาโทรศัพท์มือถือเพื่อมองดูเวลา ในขณะเดียวกันเครื่องมือสื่อสารก็แผดเสียงออกมาเช่นเดียวกัน“ค่ะ พี่รุจ” หญิงสาวขานรับด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง(พึ่งตื่น?)วรดาทำหน้าบึ้งส่งให้คนในสาย “ค่ะ กี่โมงแล้วคะ?” เมื่อสักครู่เธอยังไม่ทันได้ดูเวลา อติรุจน์ก็โทรเข้ามาก่อน(จะเที่ยงแล้วครับ)“ห๊ะ!” จากที่ยังรู้สึกเพลียๆอยู่ ตอนนี้เธอตื่นเต็มตาแล้วตอนแรกที่รู้สึกตัว เธอนึกว่าแค่ช่วงประมานเก้าโมงเช้าไม่เกินนี้แน่นอนแต่ทว่าสิ่งที่อติรุจน์ตอบกลับมาทำให้เธอแทบกระโดดลงจากเตียงแม่เจ้าเธอทุบสถิติจากเมื่อวานได้อย่างไม่คาดคิดเสียงหัวเราะดังมาจากปลายสายยิ่งทำให้เธอรู้สึกมีน้ำโหขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย“ทำไมพี่ไม่ปลุกวิวคะ? ไม่รู้ว

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่สามสิบเก้า สามีที่ดีไม่ควรจะเอาเปรียบภรรยา...

    บทที่สามสิบเก้า สามีที่ดีไม่ควรจะเอาเปรียบภรรยา...มือหนาจับลูกบิดประตูหมุน ก่อนจะผลักบานประตูไม้เข้าไปด้านในและปิดกลับลงไปตามเดิมเท้าแกร่งพาวรดาก้าวไปหยุดยืนที่ปลายเตียงก่อนจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ“มีอะไรเหรอคะ?” หรือเขางอนที่เธอหายไปนาน เธอมองสบตากับเขาที่ยังทำสีหน้าเรียบนิ่งอติรุจน์ก้าวขาเดินต้อนคนตัวเล็กไปอย่างเชื่องช้า จนเข้ามุมของห้องได้จนสำเร็จ ลำแขนแกร่งยกขึ้นขังคนตัวเล็กไว้ทั้งสองข้างสีหน้าของวรดาดูตกใจมากที่โดนเขาไล่ต้อนแบบนี้ ทว่าก็ยังไม่ได้กระโตกกระตากออกมาให้เขาได้เห็น เวลาต่อมาเป็นเขาเสียเองที่อดทนทำหน้าเรียบนิ่งต่อไม่ไหววรดารู้สึกสับสนไปกับอาการของอีกคน เมื่อกี้ยังดูขึงขังจนน่ากลัวอย่างกับยักษ์ ทำไมตอนนี้กลายมาเป็นคนอารมณ์ดีไปแล้ว“ตกลงพี่รุจเป็นอะไรคะ?” หญิงสาวถามออกไปอีกครั้ง เป็นบ้าน่ะสิเธอว่า แต่เธอไม่มีทางพูดออกไปหรอก เธอยังห่วงความปลอดภัยของตัวเองอยู่“อยากโกรธที่เราหายไปนาน พอดวงตาคู่นี้มองกลับมาหาพี่ตาแป๋ว กลับโกรธเราไม่ลง” อติรุจน์ตอบออกไปยิ้มๆ ทั้งยังขำตัวเองในใจ แค่ตาหวานคู่นี้มองมาอย่างคนซื่อ เขากลับโกรธคนตัวเล็กไม่ลง มันกลายเป็นความหมั่นเขี้ยวเข้ามาแทนว

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่สามสิบแปด ท้อง...

    บทที่สามสิบแปด ท้อง...19.58 น.เสียงกุกกักดังมาจากห้องครัว ทำให้สองแม่ลูกที่กำลังนั่งทานข้าวอยู่ใต้ต้นมะยม ห่างจากประตูด้านหลังครัวไปไม่มาก หันมองพร้อมกัน“เดี๋ยวกุ้งไปดูเอง” กวินตาหันมาบอกคนเป็นแม่ก่อน จากนั้นจึงลุกเดินเข้าไปดู เห็นหญิงสาวร่างบางหน้าตาคุ้นเคย กำลังจะล้างอะไรบางอย่างอยู่ที่ซิงค์ล้างมือ“เฮ้ย! วิวไม่ต้องเดี๋ยวพี่ล้างเอง” กวินตารีบเข้าไปห้ามน้องสาวแทบไม่ทันแล้วมันก็ไม่ทันแล้วด้วย กวินตามองเห็นเหลือจานอยู่เพียงไม่กี่ใบวรดาก็จะล้างเสร็จแล้ว “อะไรกันเนี่ย แย่งงานพี่กับแม่ไปทำหมดแล้ว แบบนี้กะจะเลิกจ้างกันเลยหรือไง”วรดาละมือจากจานที่กำลังล้างอยู่ ก่อนจะหันหน้าไปมอง “ไม่เอาหรอกค่ะ ให้วิวช่วยดีกว่า” ทานข้าวพึ่งเสร็จเธอก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว จึงเป็นคนอาสาเก็บถ้วยจานเข้ามาในครัวล้างเองทีแรกคุณนายเคียงดาวกับอติรุจน์ห้ามเธอแล้ว แต่เธอบอกว่าขอเป็นคนทำเพราะไม่ชินกับการที่จะต้องมานั่งกินนอนกิน“ยัยคนนี้นี่ห้ามก็ไม่ยอมฟัง ดื้อมาก” กวินตาเดินเข้าไปใกล้วรดาแล้วใช้แขนกอดน้องรักไว้จนแน่นเธอกับแม่เคยบอกวรดาไปแล้วตั้งแต่ที่เกิดเรื่องขึ้น ว่าไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องกลัวว่าเธอกับแม่จะรู้สึกไม

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่สามสิบเจ็ด อบอุ่น...

    บทที่สามสิบเจ็ด อบอุ่น...“ไอ้พล! มึงดู๊ มึงดูพี่มึงงง”กรวิชญ์ชี้มือไปข้างหลังของอิทธิพลอย่างรวดเร็ว เมื่อมองเห็นอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนตัวออกไปจากฟาร์ม ใจของคนเรียกเต้นแรงจนรูจมูกขยายออกกว้าง ราวกับคนกำลังอยู่ในอารมณ์โกรธจัด มือที่กำลังชี้ให้เพื่อนดูเริ่มสั่นขึ้นเรื่อย ๆอิทธิพลหันหลังไปตามมือของกรวิชญ์ที่กำลังชี้ไป ปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างเข้าใจในอารมณ์ของเพื่อนตัวเอง“เข้ามายังไม่ถึงยี่สิบนาทีด้วยซ้ำ ออกไปอีกแล้ว”กูยังไม่หายเหนื่อยเลย !พี่มึงขับรถพาเมียออกไปข้างนอกอีกแล้วไอ้พล!“เออน่า..มึงก็เข้าใจเจ้านายมึงหน่อย”“เข้าใจบ้าอะไรกูเหนื่อย!”“แล้วจะทำยังไง ลาออกเลยมั้ยล่ะ” อิทธิพลว่าขึ้นมาอย่างใจเย็น ทั้งยังขำเพื่อนตัวเองไปด้วย“ไม่! กูยอมเหนื่อยเพิ่มก็ได้โว้ย!” ไอ้ห่าพลมันก็รู้ว่าเขาไม่กล้า ยังมาบอกให้ลาออกอีกถ้าลาออกแล้วกูจะเอาเงินที่ไหนกินว่ะ!แถวนี้ก็มีแค่ที่นี่ที่เดียวที่เงินดี แถมยังได้อยู่ใกล้บ้านตัวเองด้วย“งั้นก็ไปทำงาน เลิกน้อยใจเจ้านายมึงอย่างกับเป็นเมียเขาอีกคน” ส่ายหัวเมื่อพูดกับเพื่อนจบ เตรียมตัวจะก้าวขาเดินเข้าไปในออฟฟิศต่อ เขาตั้งใจว่าจะเข้าไปเคลียร์งานเอกสารที่ยัง

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่ยี่สิบสี่ พาแมวกลับไปรับโทษ...

    บทที่ยี่สิบสี่ พาแมวกลับไปรับโทษ...“คุณรุจ!!”หญิงสาวอุทานออกมาด้วยความตกใจ แทนที่เธอจะความรู้สึกกลัว แต่มันกลับตรงกันข้ามอติรุจน์มาทำอะไรที่นี่หรือว่า..เขาพาเดินห้างกับแฟนไวเท่าความคิด วรดาก็พยายามสอดส่ายสายตาไปทางนั้นทีทางนี้ที ผลปรากฏว่ามีเพียงเขาคนเดียวที่ยืนอยู่จุดนี้ ถ้าไม่นับรวมกับคนอื่น

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่ยี่สิบสอง คิดจะทำอะไร...

    บทที่ยี่สิบสอง คิดจะทำอะไร...หญิงสาวเดินตามชายแปลกหน้า มาจนถึงรถตู้คันสีดำ จากนั้นชายหนุ่มจึงเปิดประตูให้เธอขึ้นไปคุยกับใครอีกคนตามลำพังภายในรถมีเพียงผู้ชายตัวสูงผิวขาวมากคนหนึ่ง กำลังนั่งหลับตาเอนหลังไปกับเบาะรถยนต์ด้วยท่าทางสบายลมหายใจถูกพ่นเข้าออกอย่างสม่ำเสมอเหมือนคนกำลังนอนหลับสนิท“เอ่อ...

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่สิบหก ยอมพี่รุจแล้ว...NC

    บทที่สิบหก ยอมพี่รุจแล้ว...NCริมฝีปากของหญิงสาวถูกอติรุจน์ครอบครองอีกครั้ง คราวนี้คนเอาแต่ใจใช้ปลายลิ้นอันเร่าร้อน สอดผ่านริมฝีปากบาง เพื่อเข้าไปเล่นซุกซนในปากของเธอ อย่างไม่เกรงใจ มือทั้งสองข้างโอบเอวบางเอาไว้อย่างหวงแหน ราวกับว่ากลัวเธอจะลุกหนีไปจากตรงนี้อย่างไรอย่างนั้นความรู้สึกอบอุ่นและปลอดภ

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่สิบสาม เสน่ห์แรงเหลือร้าย...

    บทที่สิบสาม เสน่ห์แรงเหลือร้าย...“ของพี่เอาทุกอย่างเลยครับ” น้ำเสียงสุภาพของผู้มาใหม่ ทำให้ร่างบางที่มัวแต่ก้มหน้าก้มตา ตักกับข้าวอย่างเดียวต้องเงยหน้าขึ้นมาดู“ค่ะ”รับคำเสร็จวรดาก็รีบจัดการให้ ไม่ลืมที่จะส่งรอยยิ้มบนมุมปากที่เผยขึ้นมาเล็กน้อย ทำให้คนที่ทำงานมาเหนื่อย ๆ หายเป็นปลิดทิ้ง“วันนี้พี่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status