Beranda / โรแมนติก / ผู้มอบแสงแห่งรัก / บทที่หนึ่ง รู้สึกถูกชะตา…

Share

บทที่หนึ่ง รู้สึกถูกชะตา…

last update Tanggal publikasi: 2026-04-19 11:08:34

บทที่หนึ่ง รู้สึกถูกชะตา

คนนี้รึแม่ก้านที่ว่าน่ะ

เคียงดาวเอ่ยถามกานดาแม่ครัวประจำบ้านของตนด้วยสีหน้าครุ่นคิด

หลังจากได้ฟังเรื่องราวมาก่อนหน้านี้ ประจวบเหมาะกับวันนี้อีกฝ่ายบอกว่าจะพาหลานสาวมาแนะนำให้รู้จัก

คุณนายของบ้านหันไปสบตากับครองภพผู้เป็นสามี ซึ่งนั่งอยู่ข้างกันบนโซฟาตัวใหญ่ในเวลานี้

“ใช่ค่ะคุณเคียง พอจะให้อยู่ช่วยงานได้มั้ยคะ อีกไม่กี่วันก็จะจบมหาลัยแล้วค่ะ”

กานดารู้สึกสงสารหลานสาวจับใจ ถึงได้พามาแนะนำกับเจ้านายตัวเอง

ก่อนหน้านี้เธอเคยให้หลานมาช่วยงานแทนลูกสาว ก็ไม่ได้พาเจ้าตัวมาด้วย บอกคุณนายของบ้านแค่ว่าจะให้มาช่วยเป็นลูกมือแทนสักสองสามวัน

“หลานแม่ก้านเองเหรอ? ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแม่ก้านมีหลาน อืม...จะว่าไปก็สวยซะด้วย หน้าตาก็น่ารักทีเดียว ผิวขาวอย่างกับลูกคุณหนูในเมือง”

“อ๋อ ไม่ใช่หลานสาวแท้ๆหรอกค่ะ เป็นลูกของคนรู้จักกันแถวบ้านนี่เอง บ้านของเราสองคนอยู่ห่างกันแค่สองหลังเองค่ะ”

“อย่างนั้นเองรึ แล้วพ่อแม่ของหนูละจ๊ะ”

เคียงดาวหันมาถามวรดาแทนการหันไปพูดกับแม่ครัวของตน เธออยากคุยอยากฟังเสียงสักหน่อย ไม่รู้ว่ามันจะเข้ากันกับใบหน้าหวานๆนี้หรือเปล่า

“อะ...เอ่อ...คือหนู...” คนที่ตกเป็นหัวข้อสนทนา รู้สึกประหม่าขึ้นมาไม่น้อย เมื่อต้องตอบคำถามผู้ใหญ่

“ว่ายังไงจ๊ะ” ไม่ว่าเปล่า เคียงดาวยังจับแขนของหญิงสาวขึ้นมาสำรวจใกล้ๆ “ผิวหนูนี่เนียนดีจริง ๆ ดูสิแม่ก้านเนียนอย่างกับผิวเด็ก” เคียงดาวรู้สึกถูกชะตากับหญิงสาวขึ้นมาไม่น้อย

“ครอบครัวเสียกันหมดแล้วค่ะคุณ เหลือตัวคนเดียวบ้านก็ไม่มีให้อยู่ อย่างที่เขาลือกันนั่นแหละค่ะ” เป็นกานดาที่ตอบออกไปแทน

ถ้าอย่างนั้น ข่าวที่เขาลือกันเมื่ออาทิตย์ก่อน ว่ามีไฟไหม้บ้านคน แถวละแวกฟาร์มของเธอคงจะจริง โชคชะตาวาสนาของคนเราก็นะ

“งั้นก็ ให้อยู่บ้านพักด้านหลังนี้แล้วกัน หนูน่าจะพออยู่ได้ ถ้าขาดเหลืออะไรค่อยหาซื้อเอาแล้วกันจ้ะ ให้แม่ก้านพาไปดูนะ ไป”

“หนูขอบคุณมากเลยค่ะคุณนาย” น้ำเสียงสุภาพทั้งอ่อนโยน ทำให้วรดารู้สึกตื้นตันใจขึ้นมาเป็นอย่างมาก เธอยิ้มออกมาด้วยความดีใจ นิ้วเรียวสวยยกมือขึ้นไหว้ จากนั้นจึงเดินตามกานดาออกไป

คุณนายของบ้านกับผู้เป็นสามี มองตามไปจนลับสายตา พร้อมทั้งกับเผยรอยยิ้มออกมาด้วยความยินดี

แต่เดิมบ้านหลังนั้นเคยเป็นที่พักของกานดา ทว่าในช่วงสองสามปีมานี้ ตนตัดสินใจขอเปลี่ยนเป็นแบบไป-กลับแทน

แม้บ้านจะอยู่ไม่ไกลจากฟาร์มนัก แต่กานดาก็อดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะบ้านหลังข้างๆมักมีวัยรุ่นมาจับกลุ่มมั่วสุมกันอยู่บ่อยเป็นประจำ

หญิงวัยกลางคนจึงกลัวว่าทรัพย์สินของมีค่าที่สั่งสมมาจะถูกขโมยตามไปด้วย

ถึงแม้ว่าทรัพย์สินของมีค่าที่ว่านั้นจะไม่ได้มากมายอะไร แต่มันมีคุณค่าทางจิตใจมากมายสำหรับเจ้าของบ้านมาก

“พักผ่อนก่อนนะลูก แล้วค่อยไปช่วยป้า” กานดาพูดขึ้นหลังจากไขกุญแจบ้านพักเสร็จ พร้อมกับยื่นมือไปผลักประตูบานไม้ให้เปิดออก

วรดาใช้สายตามองสำรวจก่อน จากนั้นจึงก้าวขาเรียวเดินเข้าไป“หนูไปช่วยป้าก่อนดีกว่าค่ะ ไว้ค่อยกลับมาพักทีเดียว จะได้เก็บข้าวของด้วย” ว่าพร้อมกับวางกระเป๋าที่ถือมาลงบนพื้น

“เอาอย่างนั้นก็ได้”

เมื่อตกลงกันได้แล้ว สองสาวต่างวัยป้าหลานไม่แท้ ก็พากันเดินออกจากบ้านพัก ตรงไปยังห้องครัวเพื่อช่วยงานกันต่อ

ความคิดแรกของวรดาในเวลานี้ เธอกลับรู้สึกขอบคุณในโชคชะตาที่ยังพอเมตตาต่อชีวิตน้อย ๆ ของเธออยู่บ้าง

แรกเริ่มเดิมทีเธออาศัยอยู่บ้านหลังเล็กของตัวเอง กับครอบครัวอย่างมีความสุขดี

แต่ใครจะคิดว่าเหตุการณ์ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น ดันมาเกิดกับครอบครัวของเธอเมื่อสองอาทิตย์ก่อน

บ้านเธอถูกไฟไหม้ทั้งหลัง!

คนก่อเหตุก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นลุงแท้ๆ ซึ่งเป็นพี่ชายของแม่เธอ มิหนำซ้ำก็เอาผิดไม่ได้ด้วย

นั่นเพราะลุงเธอเป็นคนวิกลจริตหรือคนบ้า!

แล้วแบบนี้ครอบครัวเธอ จะไปถามหาความรับผิดชอบได้จากใคร

คำตอบที่ได้คือไม่มี!

ไฟไหม้บ้านเธอในครั้งนี้ ทำให้คนที่ก่อเหตุเสียชีวิตลงในกองเพลิง ส่วนสาเหตุและแรงจูงใจในการวางเพลิง ถ้าเธอบอกว่าไม่ทราบคงจะเป็นไปไม่ได้

แถมที่ดินที่เคยเป็นของบ้านเธอ ตอนนี้มันกลับตกไปอยู่ในมือของคนที่มีอำนาจในละแวกนี้

เท่านั้นยังไม่พอ เคราะห์ซ้ำกรรมซัดบาปบุญคุณโทษเวรกรรมที่ตามทันมาแต่ชาติปางไหนก็ไม่รู้

ยังทำให้พ่อกับแม่เธอพอทราบข่าวพวกท่านก็รีบปิดร้าน ที่เปิดเป็นร้านอาหารตามสั่งอยู่ในตัวอำเภอต้องรีบกลับมาดูบ้าน

แต่ในระหว่างทาง กลับเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น รถพ่วงสิบแปดล้อเกิดเบรกแตกในระหว่างที่จะชะลอตัวลดความเร็วลง เพื่อเข้าแถวรอสัญญาณไฟจราจร

ทำให้ไม่สามารถเบรกได้ นั่นจึงทำให้ชนท้ายรถของพ่อแม่เธอ ที่จอดรอสัญญาณ อยู่คันข้างหน้าเข้าอย่างจัง

เหตุการณ์ในครั้งนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุสองราย คือพ่อกับแม่ของเธอ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกหลายราย และมีรถยนต์ที่เสียหายจากอุบัติเหตุในครั้งนี้อีกหกคัน

เหตุการณ์ทั้งหมดก็เป็นแบบนั้นครับนาย

ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ไม่ต่างจากเจ้านาย บวกกับมีศักดิ์เป็นพี่ชายที่นับถือกันมา ได้พูดจบลงพลางลอบสังเกตปฏิกิริยาของคนฟังไปด้วย

ทว่าความเงียบภายในห้องทำงาน กลับทำให้อิทธิพลเริ่มรู้สึกบรรยากาศที่เริ่มเปลี่ยนไป

ทั้งที่เครื่องปรับอากาศยังคงทำงานไปตามหน้าที่ของมัน แต่เขากลับมีความรู้สึกเย็นที่สันหลังอย่างประหลาด

“แล้วที่มึงว่า ที่ดินบ้านของเธอถูกยึดล่ะ ใคร?” อติรุจน์พูดขึ้นหลังจากที่ปล่อยเวลาผ่านเป็นสักพัก ในละแวกนี้ยังมีใครที่มีอำนาจอิทธิพลมากกว่าเขาอีกงั้นรึ

“คุณเชนครับ”

“คเชนทร์”

หึ!

“จับตาดูให้หน่อย เหมือนจะได้กลิ่นที่ไม่พึงประสงค์”

“ครับ” รับคำเสร็จอิทธิพลก็เตรียมตัวจะออกห้องจากทำงาน ทว่ากลับต้องเปลี่ยนใจนั่งลงแทน

“พี่...” เขาจะถามดีมั้ยวะ เสี่ยงโดนตีนมากเลยนะเว้ยกับเรื่องนี้

“อะไรของมึง เรียกแล้วไม่พูด”

อติรุจน์มองหน้าอิทธิพลด้วยความสงสัย เขากับอิทธิอายุห่างกันเพียงสี่ปีเท่านั้น รู้จักกันมาตั้งแต่ตอนเด็ก

อิทธิพลเป็นลูกลุงชมคนสวนเก่าของที่นี่ แต่ลุงแกเสียไปตั้งแต่ที่อิทธิพลเรียนอยู่มอปลาย ครอบครัวของเขารู้สึกสงสารที่นอกจากลุงชมแล้วอิทธิพลก็ไม่มีญาติที่ไหน เลยรับอุปการะต่อจนเรียนจบมหาวิทยาลัย

พอเรียนจบแล้วครอบครัวของเขา ก็ไม่ได้ให้เจ้าตัวมาทำงานที่นี่ต่อ เพื่อทดแทนบุญคุณอะไรทั้งนั้น แต่อิทธิพลกลับเป็นคนขอเอง

“พี่สนใจเหรอครับ ผมไม่เห็นว่าพี่อยากมีเมียมาตั้งนานแล้ว จนนึกว่าพี่ตายด้าน”

“...”

“คือแบบว่า มีคนมาชอบพี่ตั้งมากมาย มีแต่คนสวยทั้งนั้น ผมไม่เห็นว่าพี่จะสนใจ ก็เลยสงสัยว่าพี่ตายด้านหรือว่าพี่ยังไม่เจอคนที่ถูกใจแค่นั้น”

“ความคิดของมึงนะไอ้พล กูก็ผู้ชายมั้ยวะ อีกอย่างกูยังไม่แก่ถึงขนาดตายด้าน”

“ใครจะไปรู้ละ ก็ไม่เห็นว่าพี่จะสนใจใครเลย ตอนที่พาพวกผมไปเปิดหูเปิดตาในเมือง มีสาวๆมาอ่อยถึงที่ พี่ยังไม่มองเลยด้วยซ้ำ” อิทธิพลยังไม่เลิกสงสัยระคนอยากใส่ใจเรื่องของเจ้านาย “หรือว่าพี่ชอบผู้ชาย?”

“ไอ้บ้า! ไปเลยไป” แทบควันออกหูเมื่อได้ยินอิทธิพลว่ามาแบบนั้น ว่าเขาตายด้านยังไม่พอยังมาว่าเขาชอบผู้ชายด้วยกันอีก เดี๋ยวมันจะได้รู้ว่าเขาตายด้านหรือว่าชอบผู้ชายด้วยกัน

“แน่นะพี่ ไม่ใช่ว่าเปลี่ยนแนวแล้วนะ” อิทธิพลยังทำหน้าแบบไม่อยากเชื่อสักเท่าไหร่

“รีบไปก่อนที่มึงจะไม่มีโอกาสได้เจอหน้าหลานเลยไอ้พล” 

เท่านั้นแหละความกระจ่างชัดก็ผุดขึ้นมาแทนโดยที่ไม่ต้องถามอะไรอีก นอกจากพยักหน้ารับพร้อมกับยิ้มกว้างกลับคืนไป “จะรอเลี้ยงหลานนะครับพี่ชาย” อิทธิพลพูดทิ้งท้ายก่อนจะลุกออกไป

หลังจากอิทธิพลกลับออกไป ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ

สายตาคมมองนิ่งไปยังภาพถ่ายที่วางไว้บนโต๊ะทำงาน พร้อมกันนั้นยังมีประวัติส่วนตัวของหญิงสาว ที่อิทธิพลได้ยื่นให้เขาก่อนหน้านี้

ในรูปคือหญิงสาวร่างเล็กกำลังยิ้มสดใสจนตาหยีในชุดนักศึกษา

ผมสีดำออกสีน้ำตาลปนมานิดหน่อย ยาวจนถึงเกือบข้อพับแขน ดัดเป็นลอนตรงปลายผม กับหน้าม้าที่ปกคลุมใบหน้ารูปไข่ลงมาเพียงเล็กน้อย แก้มป่องอมชมพูกับริมฝีปากสีแดงระเรื่อ

ชายหนุ่มจ้องมองรูปถ่ายอยู่ครู่หนึ่ง พลันความรู้สึกบางอย่างกลับบอกเขาว่าเหมือนเคยเจอกับวรดาที่ไหนสักที่หนึ่ง

ใบหน้าหล่อเหลาเรียบนิ่งเวลาคุยงานกับลูกน้อง ทว่าตอนนี้กลับมีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์แย้มออกมาทีละนิด

‘ไม่สนใจใครเลยอย่างนั้นหรือ?’

เขายังไม่เจอคนที่ถูกใจจะให้รีบมีไปไหน แต่ตอนนี้เขาคิดว่าตัวเองเจอคนที่ถูกใจเข้าแล้ว และคงต้องรีบด้วย เดี๋ยวมีหลานไม่ทันให้แม่กับพ่ออุ้ม

วรดา พรรณนาขวัญ

หึ หึ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   ตอนพิเศษ3...

    ตอนพิเศษ3...ปัจจุบัน“วิวรู้หรือเปล่า วันนั้นทำไมวิวหันมาถึงเห็นพี่ยืนอยู่ข้างหลังเรา” อติรุจน์พูดขึ้นหลังจากที่พาวรดาขับรถเอทีวีเข้ามาในสวน ก่อนเขาจะพาหญิงสาวเดินเข้ามาหลบแดดในศาลากลางสวนวรดานึกย้อนไปถึงหนก่อนที่เธอเข้ามาในสวนคนเดียว “ทำไมคะ” หญิงสาวหันหน้ามายิ้มละมุน “พี่รุจตามวิวเข้ามาเหรอคะ”คนอายุมากกว่านึกขำ “ก็ไม่เชิง พี่เข้ามาตามไอ้พลมันน่ะ แต่ตอนขากลับออกมาเห็นจักรยานวิวจอดอยู่ พี่ก็เลยจะเข้ามาเคลียร์ปัญหากับเรา”“อ๋อค่ะ”“แล้วตอนนั้นเราไม่ได้ยินเดสียงรถพี่เลยเหรอ”หญิงสาวขมวดคิ้วพร้อมกับเอียงคอ “ไม่เลยค่ะ” ตอนนั้นเธอไม่ได้ยินเสียงรถของเขาจริง ๆ เพราะมัวแต่ใจลอยคิดเรื่องของเขานั้นแหละ“คิดอะไรอยู่ ฮึ” อติรุจน์นึกเอ็นดูเมียตัวน้อยของตัวเอง “ไม่ใช่ว่ากำลังคิดถึงคนอื่นที่ไม่ใช่พี่อยู่หรอกนะ”เจ้าของใบหน้ารูปไข่รีบส่ายหน้าไปมาพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิม “วิวยอมรับตรงนี้เลยค่ะ ตั้งแต่ที่วิวรู้จักพี่รุจมาไม่มีเลยสักครั้งที่จะไม่นึกถึง”คนฟังอมยิ้มปลื้มปริ่มเข้าไปอีก “แล้วตกลงว่าวันนั้นเราเหม่ออะไรอยู่ครับ”“เหม่อหาพี่รุจเลยค่ะ”“หื้ม?”“ค่ะ” วรดาพยักหน้ารับ“ยังไงครับ”“เรื่องพี

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   ตอนพิเศษ2...

    ตอนพิเศษ2...สองปีก่อน“ตอนนี้จากับพี่โจอยู่ที่ไหนกันแล้ว”วรดารีบก้าวเท้าไปตามทางเดินข้างตึกเรียน ที่เธอเพิ่งเดินลงมาถึงชั้นล่างด้วยความเร่งรีบเธอมีนัดกับพี่สาวของเพื่อนตอนเที่ยงพอดี ก่อนหน้านี้พี่สาวของจารวีโทรมาหาบอกว่าถึงแล้วเพื่อนของเธอเลยขอตัวไปรับก่อน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เธอขอแยกไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำด้วยก็เลยคาดกัน(ร้านคาเฟ่ข้างตึกเรียนเราเลยวิว ตอนนี้วิวอยู่ที่ไหน)“เดินลงมาจากตึกแล้ว กำลังจะเดินไปหาจ้ะ”พอวางสายจากเพื่อนเสร็จวรดาก็รีบเดินไปให้ถึงเร็วที่สุดมุมด้านในของร้านคาเฟ่ขนาดเล็ก มีสองหนุ่มเพื่อนซี้กำลังนั่งสนทนากันด้วยท่าทีสบาย ซึ่งตรงที่ทั้งสองนั่งอยู่นั้นเป็นมุมที่ติดกับกระจกใสบานกว้าง เผยให้เห็นทางเดินภายนอกได้อย่างชัดเจน“แล้วตกลงมึงจะว่างตอนไหน กูจะได้แจ้งผู้ใหญ่ไป” วีรภัทรพูดขึ้นหลังจากวางแก้วกาแฟที่จิบลง “แต่ถ้ามึงไม่ว่างก็ไม่เป็นไร”อติรุจน์ขมวดคิ้ว “หาคนได้แล้วรึ” แก้วกาแฟที่กำลังจะยกขึ้นถูกวางลงไปทันที“ไม่เชิงหรอก ก็ถ้ามึงไม่ว่างไง อาจารย์พ่ออาจารย์แม่ในคณะก็ต้องมีตัวเลือกสำรองถูกต้องมั้ย” แต่ที่เลือกอติรุจน์มาเป็นอันดับแรกคือเพื่อนเขามันเก่งไง ปริ

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   ตอนพิเศษ1...

    ตอนพิเศษ1...เสียงนกร้องลอยมาตามลมช่วยปลุกให้หญิงสาวที่กำลังหลับไหลอยู่บนเตียงนุ่มลืมตาตื่นขึ้นมาในช่วงสายของอีกวันแสงแดดที่แทรกผ่านผ้าม่านผืนบางเข้ามา ทำให้คนที่พึ่งรู้สึกตัวรู้ว่าเวลานี้น่าจะสายมากแล้ว เธอจากนั้นจึงหันไปสำรวจห้องกว้างเพื่อมองหาใครบางคนทว่าทั้งห้องกลับตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงนกร้องที่ดังสอดแทรกเข้ามาอยู่เป็นระยะ แสดงว่าอติรุจน์คงอยู่ในฟาร์มแล้ว หญิงสาวจึงมองหาโทรศัพท์มือถือเพื่อมองดูเวลา ในขณะเดียวกันเครื่องมือสื่อสารก็แผดเสียงออกมาเช่นเดียวกัน“ค่ะ พี่รุจ” หญิงสาวขานรับด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง(พึ่งตื่น?)วรดาทำหน้าบึ้งส่งให้คนในสาย “ค่ะ กี่โมงแล้วคะ?” เมื่อสักครู่เธอยังไม่ทันได้ดูเวลา อติรุจน์ก็โทรเข้ามาก่อน(จะเที่ยงแล้วครับ)“ห๊ะ!” จากที่ยังรู้สึกเพลียๆอยู่ ตอนนี้เธอตื่นเต็มตาแล้วตอนแรกที่รู้สึกตัว เธอนึกว่าแค่ช่วงประมานเก้าโมงเช้าไม่เกินนี้แน่นอนแต่ทว่าสิ่งที่อติรุจน์ตอบกลับมาทำให้เธอแทบกระโดดลงจากเตียงแม่เจ้าเธอทุบสถิติจากเมื่อวานได้อย่างไม่คาดคิดเสียงหัวเราะดังมาจากปลายสายยิ่งทำให้เธอรู้สึกมีน้ำโหขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย“ทำไมพี่ไม่ปลุกวิวคะ? ไม่รู้ว

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่สามสิบเก้า สามีที่ดีไม่ควรจะเอาเปรียบภรรยา...

    บทที่สามสิบเก้า สามีที่ดีไม่ควรจะเอาเปรียบภรรยา...มือหนาจับลูกบิดประตูหมุน ก่อนจะผลักบานประตูไม้เข้าไปด้านในและปิดกลับลงไปตามเดิมเท้าแกร่งพาวรดาก้าวไปหยุดยืนที่ปลายเตียงก่อนจะปล่อยให้เธอเป็นอิสระ“มีอะไรเหรอคะ?” หรือเขางอนที่เธอหายไปนาน เธอมองสบตากับเขาที่ยังทำสีหน้าเรียบนิ่งอติรุจน์ก้าวขาเดินต้อนคนตัวเล็กไปอย่างเชื่องช้า จนเข้ามุมของห้องได้จนสำเร็จ ลำแขนแกร่งยกขึ้นขังคนตัวเล็กไว้ทั้งสองข้างสีหน้าของวรดาดูตกใจมากที่โดนเขาไล่ต้อนแบบนี้ ทว่าก็ยังไม่ได้กระโตกกระตากออกมาให้เขาได้เห็น เวลาต่อมาเป็นเขาเสียเองที่อดทนทำหน้าเรียบนิ่งต่อไม่ไหววรดารู้สึกสับสนไปกับอาการของอีกคน เมื่อกี้ยังดูขึงขังจนน่ากลัวอย่างกับยักษ์ ทำไมตอนนี้กลายมาเป็นคนอารมณ์ดีไปแล้ว“ตกลงพี่รุจเป็นอะไรคะ?” หญิงสาวถามออกไปอีกครั้ง เป็นบ้าน่ะสิเธอว่า แต่เธอไม่มีทางพูดออกไปหรอก เธอยังห่วงความปลอดภัยของตัวเองอยู่“อยากโกรธที่เราหายไปนาน พอดวงตาคู่นี้มองกลับมาหาพี่ตาแป๋ว กลับโกรธเราไม่ลง” อติรุจน์ตอบออกไปยิ้มๆ ทั้งยังขำตัวเองในใจ แค่ตาหวานคู่นี้มองมาอย่างคนซื่อ เขากลับโกรธคนตัวเล็กไม่ลง มันกลายเป็นความหมั่นเขี้ยวเข้ามาแทนว

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่สามสิบแปด ท้อง...

    บทที่สามสิบแปด ท้อง...19.58 น.เสียงกุกกักดังมาจากห้องครัว ทำให้สองแม่ลูกที่กำลังนั่งทานข้าวอยู่ใต้ต้นมะยม ห่างจากประตูด้านหลังครัวไปไม่มาก หันมองพร้อมกัน“เดี๋ยวกุ้งไปดูเอง” กวินตาหันมาบอกคนเป็นแม่ก่อน จากนั้นจึงลุกเดินเข้าไปดู เห็นหญิงสาวร่างบางหน้าตาคุ้นเคย กำลังจะล้างอะไรบางอย่างอยู่ที่ซิงค์ล้างมือ“เฮ้ย! วิวไม่ต้องเดี๋ยวพี่ล้างเอง” กวินตารีบเข้าไปห้ามน้องสาวแทบไม่ทันแล้วมันก็ไม่ทันแล้วด้วย กวินตามองเห็นเหลือจานอยู่เพียงไม่กี่ใบวรดาก็จะล้างเสร็จแล้ว “อะไรกันเนี่ย แย่งงานพี่กับแม่ไปทำหมดแล้ว แบบนี้กะจะเลิกจ้างกันเลยหรือไง”วรดาละมือจากจานที่กำลังล้างอยู่ ก่อนจะหันหน้าไปมอง “ไม่เอาหรอกค่ะ ให้วิวช่วยดีกว่า” ทานข้าวพึ่งเสร็จเธอก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้ว จึงเป็นคนอาสาเก็บถ้วยจานเข้ามาในครัวล้างเองทีแรกคุณนายเคียงดาวกับอติรุจน์ห้ามเธอแล้ว แต่เธอบอกว่าขอเป็นคนทำเพราะไม่ชินกับการที่จะต้องมานั่งกินนอนกิน“ยัยคนนี้นี่ห้ามก็ไม่ยอมฟัง ดื้อมาก” กวินตาเดินเข้าไปใกล้วรดาแล้วใช้แขนกอดน้องรักไว้จนแน่นเธอกับแม่เคยบอกวรดาไปแล้วตั้งแต่ที่เกิดเรื่องขึ้น ว่าไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องกลัวว่าเธอกับแม่จะรู้สึกไม

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่สามสิบเจ็ด อบอุ่น...

    บทที่สามสิบเจ็ด อบอุ่น...“ไอ้พล! มึงดู๊ มึงดูพี่มึงงง”กรวิชญ์ชี้มือไปข้างหลังของอิทธิพลอย่างรวดเร็ว เมื่อมองเห็นอะไรบางอย่างกำลังเคลื่อนตัวออกไปจากฟาร์ม ใจของคนเรียกเต้นแรงจนรูจมูกขยายออกกว้าง ราวกับคนกำลังอยู่ในอารมณ์โกรธจัด มือที่กำลังชี้ให้เพื่อนดูเริ่มสั่นขึ้นเรื่อย ๆอิทธิพลหันหลังไปตามมือของกรวิชญ์ที่กำลังชี้ไป ปากหยักยกยิ้มขึ้นอย่างเข้าใจในอารมณ์ของเพื่อนตัวเอง“เข้ามายังไม่ถึงยี่สิบนาทีด้วยซ้ำ ออกไปอีกแล้ว”กูยังไม่หายเหนื่อยเลย !พี่มึงขับรถพาเมียออกไปข้างนอกอีกแล้วไอ้พล!“เออน่า..มึงก็เข้าใจเจ้านายมึงหน่อย”“เข้าใจบ้าอะไรกูเหนื่อย!”“แล้วจะทำยังไง ลาออกเลยมั้ยล่ะ” อิทธิพลว่าขึ้นมาอย่างใจเย็น ทั้งยังขำเพื่อนตัวเองไปด้วย“ไม่! กูยอมเหนื่อยเพิ่มก็ได้โว้ย!” ไอ้ห่าพลมันก็รู้ว่าเขาไม่กล้า ยังมาบอกให้ลาออกอีกถ้าลาออกแล้วกูจะเอาเงินที่ไหนกินว่ะ!แถวนี้ก็มีแค่ที่นี่ที่เดียวที่เงินดี แถมยังได้อยู่ใกล้บ้านตัวเองด้วย“งั้นก็ไปทำงาน เลิกน้อยใจเจ้านายมึงอย่างกับเป็นเมียเขาอีกคน” ส่ายหัวเมื่อพูดกับเพื่อนจบ เตรียมตัวจะก้าวขาเดินเข้าไปในออฟฟิศต่อ เขาตั้งใจว่าจะเข้าไปเคลียร์งานเอกสารที่ยัง

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่สิบ ทำไมถึงสองที่...

    บทที่สิบ ทำไมถึงสองที่...“ตารุจ!!” เธอได้ยินทุกอย่างที่ลูกชายกับกานดาคุยกัน “ทำไมหาลูกสะใภ้ได้ถูกใจแม่แบบนี้” เคียงดาวรีบสาวเท้าเดินออกมาจากหน้าประตูห้องนั่งเล่น“ยังไม่นอนอีกเหรอครับ” เขาคิดว่าแม่ตัวเองขึ้นไปนอนแล้วเสียอีก คงจะติดละครอีกตามเคยถึงได้ยังไม่ขึ้นไป “พร้อมมั้ยครับ แม่ย่า”“พร้อมตั้งแต

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่เก้า หนูไม่อยากเดือดร้อน...

    บทที่เก้า หนูไม่อยากเดือดร้อน...“จะรีบไปไหน” อติรุจน์พูดเสียงเข้มกว่าปกติ กัดปากเขาแล้วรีบหนีความผิดว่างั้น?ลำแขนเรียวรีบขืนตัวออกจากการเกาะกุมอย่างรวดเร็วจนหลุดพ้น ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะก้าวเดินต่อ เขากลับดึงรั้งเธอให้เข้าไปในอ้อมกอดของเขาแทน“วิว”“…” วรดากัดปากตัวเองเบา ๆ“วิว”“ชะ..ช่วยปล่

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่แปด พี่ถามว่ามองอะไร...  

    บทที่แปด พี่ถามว่ามองอะไร...“ว่าแต่ใครกันเหรอคะ? ป้าเคียงที่ชื่อวิว”หลังทานข้าวเสร็จ อัสมาเลือกอยู่คุยเล่นกับญาติผู้ใหญ่ต่อ ก่อนจะถามถึงสิ่งที่เธอยังไม่กระจ่างดี ซึ่งตอนนี้มีเพียงเธอกับป้าแค่สองคน ที่นั่งอยู่ภายในห้องนั่งเล่น“หลานของแม่ก้านเขานั่นแหละ”“น้าก้านมีหลานด้วยเหรอคะ?” อัสมาถามด้วยความ

  • ผู้มอบแสงแห่งรัก   บทที่เจ็ด อัสมา...

    บทที่เจ็ด อัสมา...วรดาสะดุ้งขึ้นด้วยความตกใจเมื่อได้ยินเสียงเรียกคุ้นหู ทุกสรรพสิ่งที่กำลังเคลื่อนไหวพลันหยุดชะงักไปชั่วขณะ ร่างกายของเธอราวกับถูกสาปให้แข็งทื่อ ความหวาดหวั่นเริ่มแผ่กระจายไปทั่วทุกอณูกลัวคนเป็นป้าจะรู้เหลือเกินว่าเธอกำลังคิดไม่ซื่อกับเจ้านายของตัวเองอยู่“คะ” วรดาขานรับหลังจากรวบ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status